โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
20 มกราคม 2551
เรียน คุณสุรยุทธ์
ท่านก็น่าจะรู้ว่า ยุคนี้มันเป็นยุคอินเตอร์เน็ตที่ข่าวสารเดินทางได้เร็วเท่าแสง ไม่กี่วินาที คนที่อยู่อีกมุมโลก ก็ได้รับข่าวสาร
และสัจจธรรมข้อหนึ่งคือ "ความลับไม่มีในโลก หากไม่ต้องการให้คนรู้ก็อย่ากระทำ"
การที่ท่านออกมาขอร้อง ไม่ให้ประชาชนด่า ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้นผมว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และการที่ท่านจะมาปฎิเสธว่า พล.อ.เปรมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้น ผมว่าคนยุคนี้ไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้น ข่าวสารมันไม่ได้มีความลับอะไร มันกระซิบกระซาบส่งเมล์ กันให้แซดไปหมด การปฎิเสธหลอกลวงคนอื่นนั้น ผมว่าหลอกได้แต่ตนเองเท่านั้น
การที่ท่านอ้างว่า หากคนด่า ฯพณฯ พล.อ.เปรม จะกระทบต่อสถาบันนั้น ผมเชื่อว่า คนที่ด่า พล.อ.เปรมนั้น ไม่ได้ทำให้สถาบันเสื่อมแต่อย่างใด แต่ "พล.อ.เปรม ต่างหากที่ทำให้คนด่า และทำให้สถาบันเสื่อม"
เพราะ สถาบันเป็น องค์กรที่ควรได้รับการเคารพสักการะ แต่ต้องอยู่เหนือการเมือง แต่ พล.อ.เปรม เข้ามายุ่งทางการเมือง (อย่าปฎิเสธ เพราะผมและคนไทยไมได้โง่) ดังนั้น ตัวการที่ท่าให้สถาบันเสื่อมย่อมไม่ใช่ ประชาชนที่ด่า พล.อ.เปรม แต่เป็น พล.อ.เปรมนั่นเองที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สถาบัน และเมื่อสร้างความเสื่อมเสียแล้วแทนที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กลับนำสถาบันมาปกป้องตนเองเสียอีก ผมไม่รู้จะเรียกว่า "ผมทื่ด่า พล.อ.เปรม เลว หรือ Vice versa กัน แน่"
ความเคารพ ศรัทธาเกิดจากใจของ คนผู้หนึ่ง ให้แก่อีกคนผู้หนึ่ง มันไม่มีทางบังคับกันได้แน่นอน เมื่อคนเขาไม่เคารพ ไม่ศรัทธา ท่าน พล.อ.เปรม ย่อมไปว่าเขาไม่ได้
อีกอย่าง พล.อ.เปรม ก็ไม่ใช่เจ้า และไม่ได้ทำความดีงามให้แก่ประเทศไทย มากไปกว่าอดีตนายกฯ คนอื่น ๆ ในเมื่อ ด่านายกฯ คนอื่น ๆ ได้ ก็ต้องด่า พล.อ.เปรมได้เช่นกัน
ส่วนตัวผมเองนั้น รู้สึกสมเพช เวทนาใน ท่าน พล.อ.เปรม ยิ่งนัก ท่านแก่แล้วไม่น่า ดิ้นทุรนทุราย อยู่ในกองกิเลส และตัณหา เช่นนี้เลย ควรหันหน้าเข้าวัด ปฎิบัติธรรม เพื่อให้การเตรียมตัวไปสู่ภพหน้าเป็นไปอย่างสงบและสันติ ไม่ใช่ ดิ้นทุรนทุราย อย่างน่าสมเพช เช่นนี้
แต่อย่างว่า ท่าน พล.อ.เปรม ไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยใกล้ชิดธรรมะ ไม่เคยลิ้มรสพระธรรม ชีวิตของท่าน จมอยู่ในโลกธรรม ตลอดชั่วอายุ เวียนว่ายอยู่ในวังวน ลาภ ยศ สรรเสริญ ฐานันดร ที่จอมปลอมมาทั้งชีวิต เมื่อโลกธรรมมาเยือน ประชาชน ก่นด่า ชีวิตยามชรา ตอนใกล้ฝั่ง แทนที่จะได้รับการสรรเสริญ กลับเป็นต้องได้รับการสาปแช่งไปทุกสารทิศ มีคนไปด่าหน้าบ้านนับพัน มันช่างน่าอนาถยิ่งนัก ยากนักที่คนทื่จมอยู่กับ ยศฐาบรรดาศักดิ์มาชั่วชีวิต จะยอมรับได้
ปลงเสียเถอะครับ ท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ ท่านไม่อาจห้ามคนไม่ให้นินทา ห้ามปากคนไม่ให้ด่า พล.อ.เปรมได้หรอกครับ แม้แต่พระพุทธเจ้าที่กำจัดอาสวะไปเสียสิ้นแล้ว ยังโดนด่า
พล.อ.เปรม ที่แสนห่างไกลจากธรรม และกระทำตนให้เป็นที่เสื่อมเสีย ย่อมโดนด่าอยู่แล้วแน่นอน
ความดีที่ไม่หลอกลวง เท่านั้นที่จะเป็นอาภรณ์ปกป้องเราไม่ให้โดนด่าได้
หน้าไหว้ หลังหลอกไม่อาจพ้นโดนด่าได้แน่นอน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, January 21, 2008
"ห้ามพล.อ.เปรมไม่ให้ยุ่งกับการเมือง" จะง่ายกว่า "ห้ามคนด่าท่าน"
จะสั้นหรือยาว [21 ม.ค. 51 - 17:36]
ในที่สุดรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ได้ฤกษ์ลงตัวซะที หลังจากเอาล่อเอาเถิดกันมาเกือบ 1 เดือน ผมก็ได้แต่เอาใจช่วย อยากให้การเมืองนิ่ง ปัญหาวิกฤติของชาติจะได้คลี่คลายไปได้ ใครจะมาเป็นนายกฯ ใครจะมาเป็นรัฐมนตรี คงไม่ถูกใจกรรมการไปเสียทั้งหมด จะทำอย่างไรได้ เมื่อมีทางเลือกอยู่แค่นี้
ประชาธิปไตยถูกมัดมือชกมาเสียนาน
กลไกก็เลยอาจจะติดๆขัดๆไปบ้างเป็นธรรมดา ถึงรัฐบาลจะประกอบด้วยพรรคร่วมถึง 6 พรรคด้วยกัน ประกอบด้วย พลังประชาชน ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา มัชฌิมาธิปไตยและประชาราช ยังขาดแค่พรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวเท่านั้น
แต่ก็เกือบจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ
ด้วยเสียงสนับสนุนจำนวน 315 คน จาก 480 คน ผมเชื่อว่า รัฐบาลชุดนี้จะไปได้สบายๆ ยกเว้นแต่ว่าจะสะดุดขาตัวเองหกล้มเท่านั้น
ภารกิจสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนก็คือการสร้างความเชื่อมั่น จากทั้งในและนอกประเทศ เพราะฉะนั้นต้องสร้างความเข้มแข็งและเอกภาพภายในรัฐบาลให้ดี
อีกเรื่องคือปากท้องประชาชน
แม้ปัจจัยรบกวนจากภายนอกจะไม่สงบเสียเลยทีเดียว แต่ก็คงเปิดช่องให้รัฐบาลได้มีโอกาส หายใจได้ระยะหนึ่ง อันที่จริงใครจะมองอย่างไรก็ช่าง แต่ผมกลับมองว่า รัฐบาลและ ฝ่ายค้านเที่ยวนี้ เป็นสูตรผสมที่ลงตัวที่สุด ทั้งในด้านจำนวนเสียง ส.ส.สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบ
ความสามารถในด้านการตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้านคือ ประชาธิปัตย์ และฝีมือการทำงาน ของพรรค พลังประชาชน ที่ได้รับความไว้วางใจมาตั้งแต่ครั้งเป็นรัฐบาลชุดที่แล้ว
เก่งกันคนละอย่าง
ประกอบกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ไม่ได้สมัครใจจับมือกันเป็นรัฐบาลตั้งแต่แรก แต่อาจจะเพราะความจำเป็นบางอย่างดังนั้น รัฐบาลจะอาศัยเสียงข้างมากทำอะไร ตามอำเภอใจคงไม่ได้
เผลอๆจะมีฝ่ายค้านในรัฐบาลด้วยซ้ำ
บทเรียนที่ผ่านมาสอนอะไรให้นักการเมืองเยอะ อย่างน้อยก็อำนาจจากปลายกระบอกปืน ที่ยังมีบทบาทเป็นกลไกหนึ่งในการถ่วงดุลอำนาจจากภายนอก
ปฏิวัติรัฐประหารไม่มีวันตาย
อยู่ที่จะเปิดเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่เท่านั้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้จะอยู่สั้นหรืออยู่ยาว ก็อยู่ที่พฤติกรรมของนักการเมืองเอง
ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งรีบไปแตะปัญหาการเมือง
ปล่อยให้แผลตกสะเก็ดก่อนจะดีกว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจความเชื่อมั่นให้เรียบร้อยไปก่อนค่อย เอาเรื่องการเมืองมาวางบนโต๊ะ จะแก้รัฐธรรมนูญ จะปลดล็อก ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปากท้องชาวบ้านใหญ่กว่า.
“หมัดเหล็ก”
คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก
เป็นไปตาม “กติกา” [21 ม.ค. 51 - 17:26]
จับมือแถลงข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ระหว่างพรรคพลังประชาชนกับอีก 5 พรรค ขนาดกลางขนาดเล็ก เพื่อร่วมเป็นรัฐบาล บริหารประเทศต่อไป ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
หลังจากนี้ก็จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการเลือกประธานสภา เลือกนายกรัฐมนตรี และเจรจาต่อรองแบ่งสรรโควตารัฐมนตรีสำหรับรัฐบาลชุดต่อไป
ผมเป็นคนเคารพในกฎกติกา และได้เขียนไว้แต่แรกแล้วว่า พรรคพลังประชาชนได้รับเสียง สนับสนุนจากประชาชนมากที่สุด จึงสมควรที่จะเป็นแกนในการจัดตั้งรัฐบาล
เว้นเสียแต่จะตั้งไม่ได้ พรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับสองคือพรรคประชาธิปัตย์ ค่อยเข้ารับบทบาทหน้าที่ในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
เมื่อพรรคพลังประชาชนสามารถเรียกหาพรรคพันธมิตรมาร่วมด้วยได้ และออกมายืนยัน ขันแข็งต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้...รัฐบาลชุดแรกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงต้องมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกน โดยจะได้ตำแหน่งสำคัญอันได้แก่ ประธานสภา และนายกรัฐมนตรีไปทั้ง 2 ตำแหน่ง
ส่วนจะเป็นใครนั้นก็แล้วแต่การยกมือสนับสนุนของผู้แทนราษฎรจากพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาล จะเป็นผู้ลงมติ
ชอบไม่ชอบอย่างไรก็คงต้องบอกอีกครั้งว่านี่คือกติกา...ต้องให้โอกาสพรรคหมายเลข 1 บริหารประเทศไปก่อน...ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ถูกใจเพราะบริหารไม่เอาไหน ค่อยว่ากันอีกทีในวันหน้าวันหลัง
ซึ่งก็มีกติกากำหนดไว้ชัดเจนแล้วในรัฐธรรมนูญว่า วิธีเปลี่ยนหรือไม่เอารัฐบาลชุดใหม่ จะต้องทำอย่างไรบ้าง
สำหรับตัวผมเองนั้นได้ทำตนเป็นบุคคล “จิตว่าง” มาตลอด ก่อนที่การเลือกตั้งจะเริ่มขึ้น
สิ่งที่ผมทุ่มเทให้ ถ้าท่านผู้อ่านพอจะจำได้ก็คือ การอุทิศเนื้อที่คอลัมน์หลายวัน เขียนเชิญชวน ให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงให้เต็มที่
มีการนับถอยหลังสู่วันเลือกตั้ง...มีการเขียนชื่นชมที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า อย่างหนาแน่น และจากนั้นก็ฟันธงว่าวันเลือกตั้งจริง พี่น้องประชาชนจะออกมา ใช้สิทธิใช้เสียงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ล้วนเป็นการเขียนกระตุ้นและทำหน้าที่ในฐานะคนทำหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยให้ยั่งยืนสืบไป
หลังจากนั้นท่านก็ออกมาเลือกตั้งด้วยจำนวนและเปอร์เซ็นต์ที่หลายๆฝ่ายพอใจ... รวมทั้งผมเองก็ภูมิใจที่มีส่วนในการเขียนกระตุ้น
มาถึงบทสรุป ท่านเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นหมายเลข 1 แสดงว่า ท่านต้องการให้พรรค นี้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งบัดนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามความปรารถนาของเสียงประชาชนส่วนใหญ่แล้ว
แม้ผมจะไม่มั่นใจนักกับเหตุการณ์ในวันข้างหน้า เพราะอุปนิสัยใจคอตลอดจน ความเป็นมาเป็นไปและพฤติกรรมในอดีตของนักการเมือง บางพรรค ที่มาร่วมรัฐบาลเป็นอย่างไรก็รู้ๆกันอยู่
แต่ผมก็จะไม่เขียนอะไรให้เป็นการเสียฤกษ์เสียยามเนื่องในวันแรกของการรวมตัวหรอกครับ เพราะผมเองก็อยากให้มีรัฐบาลใหม่ และอยากให้ ทุกสิ่งทุกอย่างเดินไปข้างหน้ากันเสียที
อย่างเก่งก็จะขอฝากข้อคิดไว้สักข้อ 2 ข้อเท่านั้น
ข้อแรก ขอให้ผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลคิดแต่สิ่งดีๆ ตั้งใจกระทำแต่สิ่งดีๆที่จะเป็นประโยชน์ แก่ประชาชนและประเทศชาติ ดังที่ท่านอ้างคำแล้วคำเล่า ในวันแถลงร่วมด้วยเถิด
ข้อที่สอง อย่าหลงระเริง อย่าได้ใจว่าเป็นผู้ชนะและได้คะแนนจากประชาชน มามากจะคิดทำอะไรๆ ก็ได้ตามอำเภอใจเป็นอันขาด
อย่างที่ผมเคยเขียนไว้แล้ว ประชาชนเสียงข้างน้อยที่มิได้เลือกพรรค ท่านก็มีจำนวนมากมายมหาศาลเช่นกัน
ประชาชนเหล่านี้แหละที่จะจับตาดูการกระทำของท่านทุกฝีก้าวนับแต่นี้ เป็นต้นไป...หากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลวันใด การเผชิญหน้าก็จะกลับมาอีก
ความจริงวันนี้ผมตั้งใจมาจากบ้านว่าจะเขียนเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่เกิดภาวะหุ้นตกขนานใหญ่หลายวันติดกัน และรัฐบาลของเขาได้ตัดสินใจ ประกาศมาตรการแก้ไขแล้ว ด้วยการคืนภาษีและลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ถ้าเขาเป็นอะไรไปย่อมกระเทือนถึงโลก ย่อมกระเทือนถึงไทย และอาจมีผลทำให้ปัญหาเศรษฐกิจของเราที่ซบเซาอยู่แล้วพลอยซบเซามากขึ้น
พอดีมีข่าว 6 พรรค พร้อมจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น ผมจึงต้องเปลี่ยน มาเขียนถึงเรื่องราวของพวกท่านทั้งหลายแทน เพื่อให้ทันเหตุการณ์
ไม่เป็นไรครับ...จะได้ถือโอกาสฝากไว้อีกข้อเลยว่า ถ้าเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ ซวดเซไปย่อมกระเทือนถึงไทยเราไม่มากก็น้อย ดังข้อสังเกตข้างต้น
อย่าลืมหาคนดีมีฝีมือในเรื่องเศรษฐกิจมาเตรียมไว้สักคน 2 คนด้วยล่ะ...เดี๋ยวจะว่าไม่บอก.
"ซูม"
คอลัมน์ เหะหะพาที
ข่าวเด่นประเด็นเด็ด [21 ม.ค. 51 - 18:01]
ข่าวเด่นประเด็นเด็ด สัปดาห์นี้พุ่งเป้าไปที่ความเคลื่อนไหวในการ เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง และ กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี
21 ม.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มี รัฐพิธีเปิดสมัย ประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาร่วมประชุมเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง
22 ม.ค. สภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมเป็นนัดแรก เพื่อให้ ส.ส.เลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานสภาฯ
ฝ่ายนิติบัญญัติจากการเลือกตั้ง ได้ฤกษ์ทำหน้าที่
25 ม.ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมสภาผู้แทน ราษฎร เพื่อให้ ส.ส.ลงมติเลือก นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย
เขียนชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” แปะข้างฝาไว้ได้เลย
2125 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ว. โดยใน กทม.เปิดรับสมัครที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ ต่างจังหวัดเปิดรับสมัครที่ศาลากลางจังหวัด
คนดีเด่นดัง ลงสมัครคึกคักแค่ไหน เดี๋ยวก็รู้
27 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มี การเลือกตั้งใหม่ ส.ส.ปราจีนบุรี 1 ที่นั่ง แทนว่าที่ ส.ส.จากพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่โดนใบแดง
พร้อมทั้งจัด เลือกตั้งใหม่ ส.ส.ชัยนาท จำนวน 2 ที่นั่ง แทนว่าที่ ส.ส.จากพรรคชาติไทย ที่โดนแจกใบแดง
ใครมาแรงแซงโค้งเข้าวิน ต้องรอลุ้นกัน!!!
คอลัมน์ ข่าวเด่นประเด็นเด็ด
อยู่ที่ตัวเอง [21 ม.ค. 51 - 17:37]
วันนี้ การเมืองยุคใหม่จะเริ่มต้นนับหนึ่งได้ซะที
แต่กว่าจะถึงวันนี้...ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมามากมาย
กว่าจะตะกายฝาโลงออกมาได้หลังยุบพรรคไทยรักไทย
กว่าจะระดมพลที่เหลือรอดจากถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี
กว่าจะกลายร่างมาเป็นพรรคพลังประชาชน
กว่าจะฝ่าแผนบันได 4 ขั้นจาก คมช.
กว่าจะผ่านใบเหลืองใบแดง กกต.
และกว่าจะเอาตัวรอดคดีล้มเลือกตั้งศาลฎีกา
นี่คือการดิ้นสู้ฟัดกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง หลังจากโดนปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ 16 เดือนที่ผ่านมา
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้วจริงๆ
วันนี้ รัฐบาลผสม 6 พรรค มีพรรคพลัง ประชาชนเป็นแกนนำ มี “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากตามกติกา
ถ้ารวมการเลือกตั้งซ่อมอีก 9 จังหวัด ชิงเก้าอี้ ส.ส.อีก 20 คน ก็จะทำให้มีเสียงในสภาฯไม่ต่ำกว่า 310 เสียง เกินครึ่งไป 70 เสียงโดยประมาณ
ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มั่นคงพอสมควร
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกโดดเดี่ยวเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว มี ส.ส.ล่าสุด 163 คน
ถ้าได้ ส.ส.เพิ่มจากการเลือกตั้งซ่อมอีก 3 คน? หรือ 5 คน? ก็ไม่ได้ทำให้ขั้วการเมืองเปลี่ยนไป
จำนวน ส.ส.บังคับให้ประชาธิปัตย์ ต้องเป็นฝ่ายค้านสถานเดียว!!
ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ควรประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่ทราบผลเลือกตั้ง 23 ธันวาคม ซึ่งจะทำให้ภาพพรรคประชาธิปัตย์ เก๋ไปอีกแบบนึง
แต่เพราะประชาธิปัตย์ไปตั้งความหวังว่า กกต.ต้องแจกใบแดงให้พรรคพลังประชาชนมากถึง 5060 ใบ ซึ่งเอาเข้าจริง กกต.ควักใบแดงให้พรรคพลังประชาชนแค่ 4 ใบ
น้อยกว่าที่ประชาธิปัตย์หวังเอาไว้ บานตะเกียง
แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังลุ้นความหวัง สุดท้าย คือหวังให้ศาลฎีกาตัดสินคดีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย เพื่อทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชน 233 คน ต้องเป็นโมฆะยกพวง
แต่เมื่อศาลฎีกายกฟ้องคดีนี้...ทุกอย่างก็จบเกม
“แม่ลูกจันทร์” ให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ยุค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯอย่างเต็มภาคภูมิ
เพราะการเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง จะทำให้การเมืองมีความสมดุล
ข้อดีของระบอบประชาธิปไตยคือ ต่อสู้กันตามกติกา
ไม่มีใครผูกขาดเป็นรัฐบาลได้ตลอด กาล
“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าพรรคประชา-ธิปัตย์ยังมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลในอีกไม่นานเกินรอ
แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทบทวนตัวเองอย่างจริงจังว่า การพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีจุดไหนที่พลาดไป??
นโยบายที่ใช้หาเสียงตรงไหนที่ยังไม่ โดนใจประชาชน??
ทำอย่างไรประชาธิปัตย์จะเจาะฐานใหญ่ ภาคอีสาน ที่เป็นสนามชี้ขาดอนาคตการเมือง??
ความจริงการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาธิปัตย์ ได้เปรียบทุกประตู
แต่การที่มีตัวช่วยมากเกินไปก็อาจเป็นจุดอ่อนได้เช่นกัน
กลับมาที่รัฐบาลผสม 6 พรรคอีกที... รัฐบาลจะราบรื่นหรือไม่ราบรื่น? จะอยู่สั้นอยู่ยาว? จะจบสวยหรือจบแบบประวัติศาสตร์ ซ้ำรอย? ก็อยู่ที่ตัวของรัฐบาลเอง
วันนี้ วิกฤติของชาติที่หมักหมมมานาน กำลังรอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหามากมาย
รัฐบาลใหม่จึงไม่มีการวอร์มอัพ ไม่มีเวลาไหว้ครู ไม่มีช่วงฮันนีมูน ระฆังยกหนึ่งดังแก๊งต้องเริ่มลุยถั่วทำงานทันที
ประชาชนให้โอกาสแล้ว...อย่าทำ ให้ผิดหวังนะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”
คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว
บุญรอดชี้แค่ข่าวลวง 'สมัคร' จะคุมกลาโหม [20 ม.ค. 51 - 04:11]
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมแกนนำอีก 5 พรรค ร่วมกันแถลงจัดตั้งรัฐบาลว่า การที่พรรคพลังประชาชนสามารถฟอร์มทีมรัฐบาลได้ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับส่วนรวม และเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศไทยซึ่งมีสุญญากาศมาพอสมควรแล้ว ทุกคนหวังให้มีรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ เมื่อสามารถฟอร์มทีมรัฐบาลได้ก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนจะสามารถสานงานต่อจากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้หรือไม่ ก็ต้องคอยดูจากผลสรุปของรัฐบาลชุด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในห้วงที่ผ่านมา หากส่วนไหนดีก็น่าจะสานงานต่อ แต่ส่วนไหน ที่พรรคพลังประชาชนเห็นว่าน่าจะมีการปรับให้ดีขึ้น ก็สามารถจะปรับแก้ไขให้ดีขึ้นได้
เมื่อถามว่า สามารถคาดหวังอะไรจากรัฐบาลใหม่ ได้หรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ ต้องเห็นหน้าตาของรัฐบาลก่อนว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นรัฐ-มนตรี ถึงจะวิจารณ์ได้ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะมานั่งกระทรวงไหนหรือทำอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสมัครจะนั่งควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด คิดว่าข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นข่าวไม่จริง เป็นข่าวออกมาเพื่อป้องปรามการแก่งแย่งกันเป็น รมว.กลาโหม ดังนั้น ถ้ามันวุ่นวายก็จะควบเสียเอง แต่เรื่องนี้คงไม่จริง เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวอยากได้ รมว.กลาโหมที่มีคุณสมบัติอย่างไร พล.อ.บุญรอดตอบว่า อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าใครก็ได้ที่เป็นทหาร เข้าใจทหาร และสามารถทำให้ทหารอยู่ในกรอบได้
แป๊บเดียวก็ขยับกันใหม่ [21 ม.ค. 51 - 03:20]
หลุดด่านโหดมาถึงขั้นนี้ เอาช้างมาฉุดก็คงไม่อยู่แล้ว
และก็เป็นอะไรที่ต้องเล่นเกมไว ทันทีที่ฉากการแถลงข่าวรัฐบาลผสม 6 พรรคผ่านไป ก็ปรากฏโฉมหน้าคณะรัฐบาล “สมัคร 1” เปิดโผลงตัวไปกว่าครึ่ง
มีการยืนยันชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม
“เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ได้ทิ้งทวนบทแมวเก้าชีวิตบนเก้าอี้รองนายกฯ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำดับเบิ้ลแฮตทริก จะเป็นรองนายกฯ สมัย 6 มากที่สุดในโลก นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มือการตลาดชั้นอ๋อง นั่งรองนายกฯถ่างขาควบ รมว.พาณิชย์
“หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ต้องรับบทตุ๊กตาในตำแหน่งขุนคลัง เพื่อคอยรับการป้อนโปรแกรมแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากมือโปรที่ลอนดอน
“สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ใหญ่สมใจในตำแหน่ง มท.1 ตามที่ได้ประกาศลั่นท้องสนามหลวง เพราะเป็นเงื่อนไขที่ตกปากรับคำกันไว้ตั้งแต่บินไปนั่งดูฟุตบอลที่สนามของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เอาไว้บี้กับฝ่ายตรงข้ามเป็นการเฉพาะ
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตตำนานหัวหน้ากลุ่ม 16 ผู้กว้างขวางในทุกวงการ จะได้รับธงให้ไปนั่งคุมกระทรวงยุติธรรม
คอยประสานสิบทิศ
แต่ที่ออกจะเซอร์ไพรส์ ถ้าเป็นไปตามข่าวที่แว่วๆมาจากคนระดับบิ๊กในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ซึ่งมีอยู่ในมือไม่ถึง 10 เสียง แต่คว้าไป 2 เก้าอี้ว่าการกระทรวงใหญ่
หงายไพ่ป๊อก 21
ได้ใจนายใหญ่ที่บินไปคุยกันถึงฮ่องกง ในฐานที่รีบแสดงตัวแสดงตนรวมทีมพรรคเล็กกับทีมมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช ยก 21 แต้มให้พรรคพลังประชาชน สามารถรวบรวมเสียงได้ 254 ที่นั่ง เกินครึ่งของสภาฯ
ประกาศล็อกขั้วรัฐบาลได้
รับรางวัลสมนาคุณ ตกที่ “บิ๊กติ้ง” พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ภรรยานายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะได้เปลี่ยนบทจากหลังบ้านคณะรัฐมนตรี มานั่งใหญ่บนเก้าอี้ รมว.พลังงาน ขณะที่ “เสี่ยอ๊อด” นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรค จะได้นั่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ หรือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ
เช่นเดียวกับ “เจ๊เป้า” นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย เมียรักของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะพลิกบทจากหลังบ้านรัฐมนตรี มานั่งเป็นเจ้าแม่กรรมกร ในตำแหน่ง รมว.แรงงาน
และเมื่อเป็นยุคแม่บ้านพลิกกลับมาเป็นใหญ่แทนสามี “ป้าอุ” นางอุไรวรรณ เทียนทอง เมียรักของ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ก็จะหวนถิ่นเก่า นั่งแป้นเป็น รมว.วัฒนธรรม
พรรคเล็กได้ไพ่ป๊อก 21 ไปตามๆกัน
หันไปที่พรรคชาติไทย ในฐานะพรรคอันดับ 2 สมใจกับของชอบของคุณหนู “เฮียเม้ง” นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ล็อกโควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในขณะที่ “หนูนา” น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ลูกสาวของหัวหน้าพรรค ประกาศไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อแสดงสปิริต ฐานที่ตั้งแง่รังเกียจการร่วมงานกับพรรคพลังประชาชนมาตั้งแต่ต้น
ส้มจึงหล่นใส่ตีน “เฮียตือ” นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้หวนกลับมานั่งเป็นเสมา 1 จองตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ
แต่ก็มีเงื่อนไข หากเคลียร์เรื่องค้างคาใจสมัยตีฝีปากอัด “นายใหญ่” ไม่ได้ “เสี่ยตือ” ก็ต้องหลบให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ศิษย์ก้นกุฏิของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นั่งกินโควตาแทน
สรุปว่า เกมต่อรองยังไม่นิ่ง เพราะแว่วๆว่าพรรคชาติไทยก็เกี่ยง อยากเปลี่ยนโควตาไปแลกกับเก้าอี้ รมว.การท่องเที่ยวฯ
ส่วนที่กำลังวัดใจกันอยู่ก็คือ คิวของค่ายเพื่อแผ่นดิน ในฐานะพรรคอันดับ 3 ที่มีเสียงเกิน 20 เก้าอี้ ตอนนี้ล็อกไปแล้วแน่ๆคือเก้าอี้ รมว.ไอซีที กับอีก 1 กระทรวงใหญ่ โดยเล็งเป้าไปที่กระทรวงพลังงาน ลุ้นเบียดแย่งกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
งานนี้ถ้าพรรคที่มีต้นทุนอยู่ไม่ถึง 10 เสียง แต่ได้ชิ้นปลามันไป 2 เก้าอี้กระทรวงเกรดเอ แต่พรรคเกิน 20 เสียง ได้แค่หางปลา
คงมีอะไรมันๆแน่
อย่างที่เห็นเพื่อแผ่นดินยังกั๊กเกมโหวตนายกรัฐมนตรีในสภา
แต่ก็อีกนั่นแหละ อะไรที่ว่ายากก็อาจง่าย เพราะแว่วๆว่า เขาตกลงกันภายใต้เงื่อนไขสัญญา ให้อดใจอีกแป๊บเดียว ไม่ถึง 4-5 เดือนก็คงมีรายการขยับกันใหม่
ตอนนี้ขอให้ล็อกอำนาจรัฐมาอยู่ในมือก่อน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)
เลขา กกต.เผยเริ่มขั้นตอนสรรหา ส.ว.ลากตั้งวันนี้ [21 ม.ค. 51 - 04:13]
วานนี้ (20 ม.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า วันนี้ (21 ม.ค.) คณะ กรรมการอำนวยการเกี่ยวกับการรับลงทะเบียนองค์กรในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะนำรายชื่อองค์กรที่ลง ทะเบียนเสนอชื่อบุคคลทั้งหมด 1,087 องค์กร แยกเป็นองค์กรภาครัฐ 114 องค์กร ภาคเอกชน 443 องค์กร ภาควิชาการ 123 องค์กร ภาควิชาชีพ 152 องค์กรและภาคอื่นๆ อีก 255 องค์กร ให้ กกต. พิจารณา หลังจากนั้น จะส่งมอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ต่อไป
เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า เวลา 13.30 น. วันเดียวกัน คณะกรรมการสรรหาฯ ที่มี นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน จะจัดประชุมเพื่อรับมอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว. อย่างไรก็ตาม การพิจารณารายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว. คณะกรรมการสรรหาฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งให้ กกต. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจาก กกต. เพื่อที่จะได้ประกาศผลการสรรหาและแจ้งผลการสรรหาให้ประธานรัฐสภาทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
เรือใบเปิดรังเจ๊าขุนค้อน 1 -1 หยุดสถิติชนะในบ้าน [21 ม.ค. 51 - 01:32]
ผู้สื่อข่าวรายงานผลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คืนซุปเปอร์ซันเดย์ 20 ม.ค. 2551 มีเตะรวม 2 คู่ โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามซิตี้ ออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดียม ของทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10 โดยเกมนี้ นับเป็นเกมที่ 2 ในรอบสัปดาห์ หลังจากทั้งคู่เพิ่งเตะกันมาเมื่อกลางสัปดาห์ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 3 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายคว้าชัยไป 1-0
แต่เกมนี้ แค่ 8 นาที ทีมเยือนที่วันนี้ ช่วงแรกเล่นได้ดีกว่าเล็กน้อยก็ออกนำก่อน 1-0 จากลูกตีลังกายิงของคาร์ตัน โคล ส่วนเจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 16 จากดาริอุส วาสเซลล์ จบเกมครึ่งแรกเสมอ 1-1
ครึ่งหลัง เกมของเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากกองกลางเก็บบอลไม่อยู่และจ่ายบอลผิดพลาดบ่อย อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายเกมเป็นเวสต์แฮมที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่คาร์ตัน โคลได้จังหวะยิงที่หน้าประตู แต่ว่า ผู้รักษาประตูของทีมเจ้าบ้านยัง ปัดบอลข้ามคานออกไปได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม
ส่วนผลการแข่งขันในอีก 1 คู่ ที่ลงเตะก่อนหน้านี้ วีแกน แอธเลติก ทีมอันดับ 17 ของตารางเปิดรังพ่าย “ทอฟฟี่” เอเวอร์ตัน ทีมอันดับ 5 ของตารางไป 1-2
ผลลต.ใหม่7จว.พปช.14พผ.2ปชป.1-โคราชพปช.-พผ.แบ่งคนละที่
ผลเลือกตั้งส.ส.ใหม่ 7 จังหวัด 17 คน อย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชาชน ได้ 14 ที่นั่ง เพื่อแผ่นดิน 2 ที่นั่ง และประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม 2 ใบเหลือง ในเขตเลือกตั้งที่ 6 ภายหลังคณะกรรมการประจำหน่วย เลือกตั้ง ทั้ง 554 หน่วย ในพื้นที่ 5 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ได้นับคะแนนเรียบร้อยอย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏผู้ที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 และชนะการเลือกตั้ง 2 ใบเหลือง ในครั้งนี้ คือ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หมายเลข 7 จากพรรคพลังประชาชน ได้ 63,997 คะแนน อันดับที่ 2 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน หมายเลข 3 ได้ 62,839 คะแนน โดยเขตเลือกตั้งที่ 6 นี้มีส.ส.ได้ 2 คน เมื่อเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งแต่ถูกใบเหลืองนั้น ในข้อหาสัญญาว่าจะให้ มาจาก 2 ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน หมายเลข 3 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และหมายเลข 4 นายมีชัย จิตต์พิพัฒน์ พล.อ.วีรวุธ ส่งสาย ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งดังกล่าวนี้มีประชาชนมาใช้สิทธิ์เพียง 55 %
ขณะที่การเลือกตั้งทั้ง 3 เขตใน จ.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 นั้น ได้ผลการเลือกตั้งแล้ว ก็คือพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นก็สามารถเบียดเก้าอี้ขึ้นมาได้เป็นอันดับ 1 ขณะที่พรรคพลังประชาชน ก็สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2
อ.เต่างอย และ อ.กุดบาก ที่ส่งมาได้ประมาณ 40 % นายเฉลิมชาติ การุญ จากพรรคพลังประชาชน ที่ถูกใบเหลืองมีคะแนนนำมากว่า 3 หมื่นคะแนน ตามด้วย นายนริศร ทองธิราช ผู้สมัครจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9,700 คะแนน และนาย อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 4,500 คะแนน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ 317,747 คน อย่างไรก็ตามยังเหลืออำเภอที่ยังไม่ส่งคะแนนมา คือ อ.เมืง อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุพรรณ อ.กุสุมาลย์คาดว่าประมาณไม่เกิน 22.00น. จะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
ส่วนผลการนับคะแนนของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของ จ.ลำปาง ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการขณะนี้ มีการนับคะแนนแล้วเสร็จทั้งสิ้น จาก 639 หน่วยเลือกตั้ง โดยนายธนาธร โล่ห์สุนทร ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน ได้คะแนน 103,430 คะแนน ซึ่งได้มากกว่าครั้งก่อนที่ได้ 9 หมื่นกว่าคะแนน จึงได้เป็นว่าที่ส.ส.ในกลุ่มนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้น นายธนาธร ก็ได้ใบเหลือง แต่ครั้งนี้กลับมาชนะ และได้คะแนนมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนอันดับ 2 คือ นายมัธยม นิภาเกษม จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 54,377 คะแนน ซึ่งได้คะแนนลดลงจากครั้งก่อนอย่างมาก รวมไปถึงนายจินดา วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคชาติไทย ได้คะแนน 24,950 คะแนน ซึ่งได้คะแนนต่ำกว่าครั้งก่อน ถึง 4 หมื่นคะแนน ส่วนผู้มีสิทธิ์และออกมาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ ถือว่าออกมาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าเป้าที่คาดการณ์ไว้ มีเพียง 65%
อีกจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ขับเคี่ยวกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อสักครู่ผลปรากฏว่า เกิดการพลิกล็อก เมื่อนายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ผู้สมัครเขต 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 พ่ายแพ้ต่อนาย ณรงค์กร ชวาลสันตติ ผู้สมัครหมายเลข 15 จากพรรคพลังประชาชน โดยคะแนนถูกนำห่าง ซึ่งนายณรงค์กร ได้คะแนน 103,593 คะแนน ในขณะที่นายสุทัศน์ ได้คะแนนเพียง 45,368 คะแนน เท่านั้น
ที่การนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.จังหวัดแพร่ จากจำนวน 759 หน่วยเลือกตั้ง เริ่มทยอยแจ้งผลต่อเนื่อง โดยผลคะแนนล่าสุดเมื่อเวลา 18.45 น. รวม 585 หน่วยเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ให้ใบเหลือง ยังคงมีคะแนนนำยกทีม โดยหมายเลข 4 นาย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ 135,316 คะแนน หมายเลข 5 นางปานหทัย เสรีรักษ์ ได้ 135,239 คะแนน หมายเลข 6 นายนิยม วิวรรธนะดิฐกุล ได้ 134,169 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ไปสุดโต่ง โดยหมายเลข 13 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ได้คะแนนเพียง 27,855 คะแนน หมายเลข 14 นายสมชัย จำปี ได้ 25,694 คะแนน และหมายเลข 15 นายสุขุม กันกา ได้ 24,694 คะแนน
อีกจังหวัดที่มีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ คือ ที่จังหวัดนครนายก ซึ่งมีเพียงเขตเลือกตั้งเดียวเท่านั้น ล่าสุดผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงรักษาที่นั่งในการเลือกตั้งใหม่ไว้ได้








