WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 21, 2008

บทสัมภาษณ์ 'ต้องห้าม' ทักษิณ ชินวัตร-จอม เพ็ชรประดับ รายการ'ตัวจริง ชัดเจน'

'คนที่ผมแนะนำสำหรับมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ได้แนะนำเพื่อนๆ จะต้องเป็นคนที่ทำงานถวายเบื้องพระยุคลบาทและถวายความจงรักภักดีอย่างชัดเจน ซึ่งคุณสมัครคือหนึ่งในนั้น ผมก็เสนอไปพรรคพวกก็บอกว่า เออ ใช่ เลย ก็ไปเชิญท่าน ท่านก็รับ'

- บทสัมภาษณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่ นายจอม เพ็ชรประดับ อดีตผู้ดำเนินรายงาน 'ตัวจริง/ชัดเจน' ทางสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2550 ซึ่งเดิมทีจะออกอากาศในรายงาน ตัวจริง ชัดเจน ในคืนวันที่ 2 มกราคม 2551 แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงสงขลานราธิวาส ราชนครินทร์ ทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้ขอให้งดออกอากาศ

อย่างไรก็ตาม ทางสถานีเตรียมที่จะออกอากาศในวันที่ 16 มกราคม แต่เนื่องจากกรมประชาสัมพันธ์ได้สั่งยุติการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี เพื่อเปลี่ยนเป็นสถานี ไทยพีบีเอส เทปนี้จึงไม่สามารถออกอากาศได

บทสัมภาษณ์นี้ตัดตอนมาเพียงส่วนหนึ่ง จากการสัมภาษณ์นานกว่า 3 ชั่วโมง ทั้ง เรื่องแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การสร้างความสมานฉันท์ การแก้ปัญหาภาคใต้ บทเรียนชีวิตของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกปฏิวัติ และต้องระเห็ดระเหินอยู่ในต่างประเทศ และ แนวทางการดำเนินชีวิต ของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมทั้งคำยืนยันว่า จะวางมือทางการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

-----------------------------------------------------

จอม-คุณทักษิณ มองเงื่อนไข 5 ข้อของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินในการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างไรบ้าง

ทักษิณ-เงื่อนไข 5 ข้อของ ชาติไทยเพื่อแผ่นดิน ฟังแล้วรู้สึกสะดุ้ง แต่ชาติไทยแถลงว่าเป็นแนวทางทำงานร่วมกันไม่ใช่เงื่อนไข แต่ทุกพรรคการเมือง คนไทยทุกคน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่แล้ว

จอม-แต่เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลหนึ่งในการปฏิวัติ

ทักษิณ-เรื่องนี้ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหา เพราะในที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคนที่ถูกกล่าวหาทำมากมายเพื่อแสดงความจงรักภักดี แต่คนที่กล่าวหาไม่ได้ทำอะไรถวาย บอกแต่ว่าจงรักภักดี จึงอยากขอร้องทุกคนที่จงรักภักดี พระเจ้าอยู่หัวฯ วิธีถวายการจงรักภักดีคือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าสร้างความวุ่นวายสร้างปัญหาให้สังคม เชิดชูพระองค์ท่านแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

จอม-เงื่อนไขข้อที่ 2 ละครับ คิดอย่างไรที่ระบุว่า ห้ามก้าวก่าย หรือแตะต้องประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ทักษิณ-เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายตระหนักว่าเป็นข่าวลือ บางคนอ้าง พล.อ เปรม สั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้คนตกใจกลัว เอาไปพูดจากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร จริงๆประธานองคมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษาของ พระเจ้าอยู่หัวฯ จะไม่ยุ่งกับการเมืองอยู่แล้ว เมื่อท่านไม่ยุ่งการเมือง ก็ไม่ควรไปแตะต้อง ข่าวลือที่กล่าวหาท่านต่างๆ นานาต้องยุติ

จอม-ถ้าพรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาลต้องไม่ยุบคตส.ละเห็นด้วยหรือไม่

ทักษิณ-คนไม่เข้าใจ ถ้ายุบ คตส.คดีทั้งหลายก็ยังไม่ยุติ เพราะต้องส่งเรื่อง ให้ ปปช.ต่อไป

จอม-หมายความว่าถ้า คตส.ยุบ คดีก็จะให้ ปปช.ไปดำเนินการต่อ

ทักษิณ-ใช่ครับ แต่ไม่ทราบนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่โดยข้อกฏหมาย ถ้า คตส.ยุบ คดีต่างๆก็ต้องส่งให้ ปปช. แล้ว ปปช.ก็ดำเนินการต่อไป

จอม-คิดว่า พรรคพลังประชาชนจะยุบ คตส.ไหม

ทักษิณ-ผมไม่ทราบ แต่คนที่สู้ในสนามเลือกตั้ง เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว จะทำอะไรต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน จะต้องไม่ทำอะไรกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ และต้องไม่ทำอะไรที่ผิดกฏหมายด้วย ผมเชื่อเหลือเกิน เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องทำให้ดี แต่ประเด็นที่นำมาต่อสู้ในสนามเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะว่ากรรมการ คตส.ส่วนใหญ่ มีอคติทางการเมืองต่อผม ตั้งมาเพื่อเล่นงานผมคนเดียว และครอบครัวผม และวิธีการสืบสวนไม่ถูกต้องตามกฏหมายวิธีพิจารณาความ การต่อสู้ทางการเมืองจึงต้องใช้วิธีนี้ แต่วิธีทำจริงๆ กรรมการกฤษฏีกาต้องไปดู ไม่ควรจะบู่มบ่าม ว่า เมื่อเข้ามาแล้ว จะยุบ คตส.ไปเลย ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่ผมไม่ได้เป็นรัฐบาล ถามผมไม่ได้

จอม-นอกจากเงื่อนไข 3 ข้อนี้ ในส่วนที่ท่านต้องต่อสู้โดยกระบวนการยุติธรรมละครับ ท่านพร้อมหรือไม่

ทักษิณ-แน่นอน ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย

จอม-แล้วอีก เงื่อนไขหนึ่ง คือจะต้องไม่มีการล้างแค้นใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ คมช.

ทักษิณ-โอ้ เรื่องนี้นี่....จากเทปแรกที่สัมภาษณ์ผมไปแล้วคงจำได้ ผมบอกว่า ถ้าคุณจอมกับผมเกิดแค้นกัน เราเจอหน้ากัน เราไม่กล้ายิงกันหรอก เพราะยิงแล้วติดคุก ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเอาความแค้นเก็บไว้ เราต่างคนได้โรคหัวใจ แต่ก่อนโรคหัวใจบางที อาจเป็นเส้นโลหิตในสมองแตกก่อน พิการก่อน ถามว่าได้อะไรขึ้นมา จริงๆ แล้ว คนไทยด้วยกันทั้งนั้น มองไปข้างหน้าดีกว่า แม้จะไม่มาคบหากัน ไม่กินข้าวกัน ไม่กินเหล้ากัน เอาแค่นั้นก็พอ แต่จะมาบอกว่า มาแก้แค้นกัน มาล้างแค้นกัน มันไม่ยุติ มันไม่จบ สมมติว่าผมล้างแค้นคุณจอม เดี๋ยวลูกหลานเราก็จะล้างแค้นกันไปกันมา 7 ชั่วโคตร ทีนี้เมื่อมันไม่จบ มันไม่มีความสุข

คือ วันนี้ คนไทย ไม่มีความสุขเลย จากการที่คนที่สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ทะเลาะกัน ผมว่าวันนี้ต้องมองไปข้างหน้า เพราะว่าเราทะเลาะกัน ประชาชนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อน คนทำมาหากิน นักธุรกิจที่เพิ่งไปกู้เอาบ้านไปจำนำเศรษฐกิจฟุบ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องเห็นใจคนเหล่านั้นบ้าง แม้จะสะใจ สะใจโก๋ สะใจตัวเอง แต่เห็นใจคนอื่นที่เขาเดือดร้อนกันบ้าง อย่าทำเพื่อความสะใจกันเลย มันควรจะจบได้แล้ว

จอม-ที่ผ่านมา ถ้ามองจากคนนอก ท่านเองก็โดนมาไม่น้อย รู้สึกอย่างไร

ทักษิณ-แน่นอน ถามว่าเจ็บไหมเจ็บ โกรธ ไหม โกรธ แต่ถามว่าถ้าขืนล้างแค้นกันต่อไปจบไหม ไม่จบ ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัว เราพิสูจน์ความผิด ให้ประชาชนเข้าใจเรา เราพิสูจน์ให้ประชาชนเข้าใจแล้วเราก็มีความสุข ความเจ็บต่างๆ ก็หายไป เจ็บก็แล้วไป แต่อย่าไปแค้น แค้นมันได้ทุกข์กับตัวเอง เจ็บก็ให้เจ็บแค่นั้น แต่ถ้าทั้งแค้นทั้งเจ็บทั้งปวด เอาแค่เจ็บก็พอนะ (หัวเราะ)

จอม-ข้อเสนอในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทย ดูเหมือน คุณบรรหาร เองอยากเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านคิดอย่างไร

ทักษิณ-ไม่จริง ผมรู้จักท่านบรรหารดี แม้ช่วงที่ผ่านมา 1 ปีกว่า ไม่ได้มีโอกาสคุยกัน

จอม-ครั้งสุดท้ายได้คุยกับคุณบรรหารเมื่อไหร่

ทักษิณ-เมื่อไม่นานนี้ครับ ได้คุยกับท่านบ้าง

จอม-หลังเลือกตั้งหรือก่อนเลือกตั้งครับ

ทักษิณ-ก็หลังเลือกตั้ง

จอม-คุยเรื่องอะไรกันครับ

ทักษิณ-ก็ทักทายสารทุกข์สุกดิบ ท่านทักทาย ผมเป็นยังไงบ้าง ผมบอกสบายดี ก็บอกท่านว่า อยากกลับบ้าน พอผมบอกอยากกลับบ้าน ท่านก็เลยสะอึกนิดหน่อย ในฐานะคนที่ชอบพอกันมาก่อน

จอม-สะอึก หมายถึง รู้สึกสะเทือนใจแทน ใช่มั้ยครับ

ทักษิณ-ก็ในทำนองนั้นละครับ ของอย่างนี้ถ้าไม่โดนกับใครคงไม่รู้หรอก ถ้าโดนแล้วจะรู้ ที่ต้องออกมระหกระเหินจากบ้าน จากช่อง จากครอบครัว และถูกกล่าวหาต่างๆ มากมาย มีชีวิตอยู่เมืองนอกด้วยความลำบาก ไม่ใช่ลำบากหรือข้นแค้น แต่ลำบากในการเคลื่อนไหวต่างๆ

เมื่อกี้พูดถึงท่านบรรหาร ผมรู้จักท่านดีเรื่องเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อจังหวะเป็นได้ ท่านก็เป็น แต่เมื่อถึงจังหวะเป็นไม่ได้ ท่านก็ไม่เป็น ซึ่งจังหวะนี้เป็นไม่ได้ เพราะรู้อยู่แล้วคะแนน เสียงของท่าน 37 เสียง และพรรพลังประชาชน 233 ท่านก็เคารพเสียงประชาชนว่าตัดสินให้พลังประชาชนเป็นรัฐบาล ท่านจะไปแย่งเป็นนายกรัฐมนตรี ทำไม นั่นคือสิ่งที่ท่านเป็นสุภาพบุรุษพอ

จอม-ถ้าอย่างนั้น การฟอร์ม รัฐบาลชุดนี้ คนเป็นนายกต้องเป็นคุณสมัคร สุนทรเวช แน่นอน แต่ด้วยบุคลิก อารมณ์ร้อน วาจาที่ดุดัน จะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นหรือไม่

ทักษิณ-ผมเชื่อว่าเมื่อท่านเป็นนายกแล้ว ท่านจะใจเย็นลง เพราะปัจจัยรอบด้านที่ท่านต้องรับผิดชอบ ทั้งในด้านของบ้านเมืองซึ่งมีเยอะ และท่านจะต้องบริหารพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีหลายพรรค ผมเชื่อว่าท่านจะต้องเย็นลงแน่นอน และอีกอย่างช่วงเลือกตั้ง กับช่วงหลังเลือกตั้งมันคนละเรื่องกัน

จอม-แล้วคดีที่ติดตัวคุณสมัครอยู่ ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้ไหมครับ

ทักษิณ-ผู้ถูกล่าวหาถือว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะได้พิสูจน์ข้อกล่าวหา วันนี้ผมและในทางกฏหมาย ประชาชนทุกคน ควรถือว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องดำเนินไป ท่านก็ต้องพิสูจน์ตัวของท่านไป

จอม-การที่ท่านเลือกคุณสมัคร เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ถือว่า เหมาะสมกับสถานการณ์และเหตุการณ์อย่างแท้จริงใช่หรือไม่

ทักษิณ-ก็ตรงไปตรงมานะครับ ผมถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม หาว่าไม่เคารพสถาบันซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงและเจ็บปวดสำหรับผม ทั้งที่ผมมีประวัติ ตั้งแต่สมรสพระราชทาน เป็นนักเรียนนายร้อย ไปเรียนต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล และได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์ท่านมา เป็นพลร่มด้วย แล้วถูกกล่าวหาแบบนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่ากล่าวหาอย่างอื่นอีก ถ้ากล่าวหาว่าผมฆ่าคนตายก็ถือว่ายังไม่เจ็บปวดเท่านี้ แต่กล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี เป็นความเจ็บปวดอย่างมากๆ ของผม

เพราะฉะนั้นคนที่ผมแนะนำ สำหรับมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ได้แนะนำเพื่อนๆ จะต้องเป็นคนที่ทำงานถวายเบื้องพระยุคลบาทและถวายความจงรักภักดีอย่างชัดเจน ซึ่งคุณสมัครคือหนึ่งในนั้น ผมก็เสนอไปพรรคพวกก็บอกว่า เออ ใช่ เลย ก็ไปเชิญท่าน ท่านก็รับ

จอม-ถึงแม้ว่าคุณสมัคร สุนทรเวช จะได้เป็น นายกรัฐมนตรี แต่หลายคนมองว่า คุณสมัคร ก็ยังไม่ใช่ตัวจริง แต่ตัวจริงและชัดเจน ก็คือ ตัวท่าน

ทักษิณ-อืม....ตัวจริงชัดเจน คือ คุณจอม ไม่ใช่ผม (หัวเราะ)

จอม-ท่านจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ท่านสมัครไม่ใช่ตัวจริง แต่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง

ทักษิณ-ไม่หรอก..คืออย่างนี้ ผมเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาเกือบ 6 ปี แล้วมี ส.ส.ในพรรคพลังประชาชน และพรรคอื่นที่จะมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษาผม อย่างคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ว่างๆ ก็มานั่งคุยกับผมปรึกษาแนวทางกันว่า จะฟื้นฟูประเทศไทย ผมก็ให้ความคิดไป เมื่อผมมีประสบการณ์ ผมก็แนะนำเขาไป ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ในฐานะคนมีประสบการณ์

จอม-เมื่อมีการประกาศจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะมีคำแนะนำอย่างไร โดยเฉพาะการฟอร์มรัฐบาล

ทักษิณ-คืออย่างนี้ เราต้องเข้าใจก่อนว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้ทำให้การเมืองย้อนยุค ต้องการเห็นพรรคการเมือง ไม่เข้มแข็ง เริ่มตั้งแต่อนุญาตให้มีงูเห่านอกกฏหมาย และลักษณะโครงสร้างการเลือกตั้งก็ต้องมาจบด้วยความเป็นรัฐบาลผสม เพราะฉะนั้น การเมืองค่อนข้างจะอ่อนแอ ดังนั้น การบริหารบ้านเมืองนับจากนี้ไป จะต้องบริหารการเมืองไปพร้อมๆกับการบริหารบ้านเมือง ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองโดยไม่สนใจการบริหารการเมือง ไม่ได้อีกแล้ว เพราะ รธน.ฉบับนี้ทำให้ต้องบริหารบ้านเมืองและบริหารการเมืองไปพร้อมๆ กัน เพราะถ้าๆ ไม่บริหารการเมือง บ้านเมืองจะล้มได้ ถ้าบริหารการเมืองให้ดีรัฐบาลไม่ล้มก็เดินหน้าได้ แต่จะเดินหน้าด้วยความเร็วสูงได้ไหมไม่มีทาง เพราะต้องบริหารบ้านเมืองและการเมืองไปพร้อมกัน จึงวิ่งด้วยความเร็วสูงไม่ได้

จอม-มี 2 กระทรวงที่กำลังถูกจับตามอง เพราะมีผลกับตัวท่าน นั่นก็คือ กระทรวงกลาโหมและกระทรวงยุติธรรม มองใครอยู่และมีคำแนะนำสำหรับ 2 กระทรวงนี้อย่างไร

ทักษิณ-ผมคิดว่าใครก็ตาม เวลานี้สังคมเปิด สื่อมวลชนขณะนี้เหมือนสปริงที่ถูกกดไว้นาน คอยดูซิว่า รัฐบาลประชาธิปไตยเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สปริงเด้งปรึ้งเลย เพราะถูกกดมานานปีกว่าๆ ก็รู้สึกอึดอัดเต็มที ชกลม วึดวัด วึดวัด อยู่ตั้งนาน ตอนนี้ได้ออกมาชกจริงแล้ว เพราะฉะนั้นใครจะทำอะไร ต้องเข้าใจว่าการตรวจสอบต้องมีอย่างเข้มข้นแน่นอน ไม่มีใครกล้า โฉ่งฉ่าง ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องได้แล้ว ผมเองก็ไม่เคยขอร้องว่าใครจะต้องมาทำอะไรให้กับผม เพราะเนื่องจากว่า ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ ผมพิสูจน์ตัวผมเองได้ เพราฉะนั้นให้ทุกอย่างตรงไปตรงมาจะดีกว่า

จอม-ช่วงระหว่างเลือกตั้งมีข้อกล่าวหามากมายว่า ท่านเป็นท่อน้ำเลี้ยง คอยส่งเงินซื้อตัว ส.ส.และซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งมีข่าวที่สอดคล้องกันข่าวหนึ่งที่ว่า มีนักธุรกิจฮ่องกงขนเงิน 60 ล้านบาทเข้าประเทศไทย เกี่ยวข้องกันอย่างไร มั้ยครับ

ทักษิณ-ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับว่า ...อายัดทรัพย์ผมไปแล้ว ไม่พอใจอีกเหรอ อายัดทรัพย์ผมอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งๆ เป็นทรัพย์ที่ทำมาหากินมาตลอดชีวิต ในยามที่ผมลำบาก ผมไม่เคยไปร้องขอใคร แต่ยามที่ผมสร้างเนื้อสร้างตัวมา และอาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง ก็โดนเล่นงาน ซึ่งตอนนี้ปรากฏชัดว่า ทรัพย์สินที่อายัดเป็นทรัพย์สินที่ครอบครัวได้ขายหุ้น ซึ่งได้ประกาศไปแล้วล่วงหน้า ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ในปี 2534 ตอนนั้นผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ในโควต้าพรรคพลังธรรม ซึ่งก็ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินตามกฏหมาย ตอนนั้นครอบครัวผมมี 6 หมื่นกว่าล้าน ต่อมา ปี 2549 ตอนผมขายหุ้นทั้งหมด รวมกันแล้วก็ประมาณ 7 หมื่นกว่าล้าน ซึ่ง 6 หมื่นกว่าล้าน เมื่อปี 2534 มาเป็น 7 หมื่นกว่าล้านในปี 2549 ก็เป็นดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจปกติ ไม่มีอะไรที่เป็นการร่ำรวยผิดปกติ แต่นี่คือความร่ำรวยผิดปกติเหรอ แล้วผมอยู่เมืองนอก ผมก็ลำบากมาก การที่ผมซื้อทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ผมต้องใช้เงินซื้อตัวนักเตะ ใช้เงินบริหาร ตรงนี้พอผมถูกอายัดเงิน ผมต้องยืมเงินเพื่อน ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ผมไม่เคยคิดว่า จากที่เคยมีเงินรวมกันแล้ว 7 หมื่นกว่าล้านบาท ยังต้องไปยืมเงินคนอื่นในยามนี้ (น้ำตาคลอ)

ส่วนนักธุรกิจฮ่องกง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่มีเพื่อนตัดข่าวภาษาอังกฤษส่งมาให้อ่าน ก็บอกมีนักธุรกิจฮ่องกง ขนเงินเข้าประเทศไทย ซึ่งไม่รู้ชัดว่ากี่คน ซึ่งการขนเงินสดเข้าประเทศ แล้วไปแสดงให้ศุลาการทราบนั้น ถ้าเขาจะลักลอบนำเงินเข้าจริงๆ เขาไม่แสดงกับเจ้าหน้าที่หรอก เขาสามารถลักลอบนำเงินเดินเข้าไปเลย เพราะฉะนั้น ผมไม่รู้เรื่องนี้ ได้ข่าวอีกทีเขาถูกจับไปแล้ว ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

จอม-ประเด็นท่อน้ำเลี้ยง ในช่วงเลือกตั้งละ ตกลงท่านส่งเงินไปช่วยหาเสียงให้กับพรรคพลังธรรมจริงหรือไม่

ทักษิณ-ผมจะเอาเงินที่ไหนไปส่งเป็นท่อน้ำเลี้ยง ในเมื่อผมยังยืมตังค์คนอื่นเขาอยู่เลย จะเอาเงินที่ไหนส่งไป แต่ถามว่าอาจจะมีคนบางคน เพื่อนฝูงผม ที่ไปช่วยสนับสนุนกัน เพราะเป็นเพื่อนกัน อันนี้ผมไม่รู้

จอม-เวลาไปขอเงินเพื่อน ในฐานะที่เคยเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก พูดกับเขาอย่างไร

ทักษิณ-ก็บอกว่า ขอยืมเงิน เพื่อนบางคน ผมเคยให้เขายืม เขาก็ให้ผมยืม ตอนที่เขาลำบาก แต่ผมให้เขายืมนิดเดียว ผมยืมเขามากกว่า

จอม-ข้อมูลที่อยู่ใน วีซีดี ที่ท่านพูดในลักษณะว่า ถ้าเลือกพลังประชาชน จะทำให้ท่านกลับประเทศไทยได้ ได้กลายเป็นหลักฐานที่อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน ท่านกังวลเรื่องนี้ไหมครับ

ทักษิณ-คืออย่างนี่ครับ ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะมีพรรคพวกเก่าๆ ไปดูฟุตบอล ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้น ตอนนั้น กกต.ยังไม่มีข้อหารือ หรือ กฎหมาย เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือยังไม่ห้าม คำพิพากษาตุลาการรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ห้าม แต่เป็นเพียงคำหารือของ กกต.ที่ออกมาทีหลัง ตอนแรกๆ ก็ถามว่า ขึ้นปราศรัยก็ได้ เอารูปติดก็ยังได้ ในช่วงนั้นแหละเป็นช่วงที่เขามาพบผม มาให้ผมพูด ก็แค่นั้นแหละ แต่จิรงๆ ข้อหารือ กกต.ไปละเมิดสิทธิที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ได้ไหม ผมคิดว่า ไม่น่าจะได้ เรื่องนี้จึงต้องเข้าใจก่อนว่า 111 คน ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งเขาห้าม เขาตัดสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์ทางการเมือง เช่นเป็นผู้สมัคร เช่น ไปรับตำแหน่งทางการเมือง ตรงนั้นก็ชอบด้วยกฏหมาย ภายใต้การริดรอนสิทธิ์ทางการเมือง แต่กรณีบอกว่า ห้ามไปปรากฏตัว ห้ามไปอะไรต่ออะไร ภาษาอังกฤษบอกว่า a bit too much (มากเกินไป) หัวเราะ

จอม-แต่ในกฏหมายเลือกต้ง ห้ามบุคคลกระทำการใดๆ ที่จะเป็นการโน้มน้ามให้เลือกคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง

ทักษิณ-บุคคลใด โน้มน้าวให้เลือกใครเป็นเรื่องของการหาเสียง แต่ถ้าไปกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ได้

จอม-เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะยุบพรรคพลังประชาชนจะเป็นไปได้ไหม

ทักษิณ-เป็นประจำเลย คำขู่ ยุบพรรค ใบเหลือง ใบแดง เขาก็ขู่เรื่อยๆ และทำให้มันเป็นจริง เป็นอย่างนี้ตลอด ซึ่งผมคิดว่า อย่างนี้ทำให้บ้านเมืองไม่ปรองดอง อย่าไปแทรกแซง เขาให้กกต.ทำงาน ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่อย่างดีอยู่แล้ว แต่อย่าพยายามแทรกแซง ไปใช้เจ้าหน้าที่ไม่เป็นกลาง เอาไปทำงานเป็นสต๊าฟอะไรพวกนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ถ้าบ้านเมืองอยากจะปรองดอง ทุกกติกาต้องเป็นกลาง ผู้บังคับใช้กติกา ต้องเป็นกลาง ผมถึงบอกว่า ขอให้วันที่ 23 ธันวาคม เป็นวันเริ่มต้นของความปรองดองเถอะ เรามานั่งพูดนั่งดากันทุกวัน ประเทศอื่นหัวเราะเยาะ เขาโกยเอาโกยเอา เศรษฐกิจเขาไปถึงไหนไม่รู้ ประเทศไทยเนี่ยนะ 60 ปีที่แล้ว เราแข่งกับญี่ปุ่น แล้ว 40 ปีต่อมา เราแข่งกับไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และ 20 ปีต่อมา เราแข่งกับมาเลเซีย วันนี้เราแข่งกับ เวียดนาม นะ หรือเราจะถอยไปแข่งกับลาว เขมร พม่า ก็ลองดู

จอม-หลายคนวิเคราะห์ตรงกันว่าอายุรัฐบาลใหม่ไม่ยืดยาว ท่านคิดอย่างไร

ทักษิณ-ผมว่าอย่าแช่ง พอแช่ง แล้วความเชื่อมั่นหรือนักลงทุน ผู้บริโภคก็ดี มันก็จะลดลง แต่ควรให้กำลังใจกันดีกว่า แทนที่จะมาแช่ง พวกเราควรที่จะเอาใจช่วยนะ เพื่อจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้มันจบลงเสียที อย่างนี้ไม่ดีหรือ คือปรับทัศนคติกันสักนิดนึง ขอเปลี่ยนใหม่เป็นว่า ขอให้อยู่กันยาวๆ นะ เหมือนเราไปพูดให้พรกับคู่บ่าวสาวนั่นแหละนะ รัฐบาลกำลังเป็นรัฐบาลผสม ช่วยกันทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองนะ อวยพรอย่างนี้ดีกว่า มันจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ

สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเปิดประชุมรัฐสภาวันนี้

เวลา 16.30 น. วันนี้ (21 ม.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังคงเปิดให้ ส.ส.ที่ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เข้าแสดงตนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมี ส.ส.มาแสดงตน 2 คน คือ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. พรรคพลังประชาชน และนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มี ส.ส.มาแสดงตนแล้ว จำนวน 460 คน จากที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 460 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชาชน 218 คน พรรคประชาธิปัตย์ 163 คน พรรคชาติไทย 34 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 22 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 9 คน และพรรคประชาราช 5 คน


จาก hi-thaksin

'พปช.'ยันไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม-เคลียร์คดี'ทักษิณ'

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึง กรณีที่มีการวิจารณ์รัฐบาลพรรคพลังประชาชน จะบริหารประเทศ เพื่อรอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมา ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง รัฐบาลโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ เป็นตัวจริงเสียงจริง เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็ต้องทำงาน ไม่ได้เป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และขอยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อเคลียร์คดีให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามกฎหมาย

นายนพดล กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ระบุเกี่ยวกับคดีฆ่าตัดตอน ที่พบว่ามีการกระทำผิดจริง แต่หลักฐานสาวไปไม่ถึง ว่า ต้องการบอกว่าเรื่องคดีฆ่าตัดตอน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยสั่งการ ไม่ใช่ไม่มีหลักฐาน แต่เพราะไม่ได้ทำ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีพูดในลักษณะที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีบารมีอยู่นั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีอิทธิพลใด ๆ จะเห็นได้ว่า ผลงานต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำ ล้วนเป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่เรื่องการใช้อิทธิพล และสิ่งที่ทำก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีบ้านพักตากอากาศที่หรูเหมือนเขายายเที่ยง

ส่วนการเดินทางมาที่ฮ่องกง นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มาเพื่อพักผ่อน ญาติมิตรที่อยู่ใกล้สามารถเดินทางไปเยี่ยมได้ ขอยืนยันอีกครั้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดโผคณะรัฐมนตรี ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถทำได้ ทั้งทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดุคยกับ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล นายนพดล กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เช้าวันนี้ ได้พูดคุยกับอดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีความ

จาก hi-thaksin

สนช.ยอมรับรวบรวมรายชื่อขอตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีใหม่ได้ไม่ครบ

รัฐสภา 21 ม.ค.- สนช. ยอมรับหมดหนทางที่จะใช้กลไกทางกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของว่าที่นายกรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ

นายทวี สุรฤทธิกุล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ไม่สามารถรวบรวมรายชื่อ สนช.ได้ถึง 22 คน จากทั้งหมด 219 คน ทำให้ตนไม่สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชาชน (พปช.) ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงนักการเมืองคนอื่นอย่าง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่พรรคพลังประชาชนจะเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนพดล ปัทมะ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่มีข่าวจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล ดังนั้น เมื่อไม่สามารถรวบรายชื่อได้ครบ ประกอบกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะดำเนินการ จึงเรียกร้องให้นักการเมืองเหล่านี้ใช้จริยธรรมทางการเมืองพิจารณาตัวเองและรอให้ข้อกล่าวหาต่าง ๆได้รับการพิสูจน์เสร็จสิ้นก่อน เช่น นายสมัคร ยังมีคดีเรื่องจัดซื้อรถดับเพลิงของ กทม. และนายยงยุทธ ยังถูก กกต. ตรวจสอบเรื่องการทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย เป็นต้น “ตอนนี้เขาให้ความสำคัญกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ผมจึงเห็นว่าบุคคลเหล่านี้น่าจะรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จก่อน อยากให้ท่านพิจารณาตัวเอง ให้เคลียร์ตัวเองก่อน อย่าเพิ่งรับตำแหน่ง ให้กระบวนการยุติธรรมมันถึงที่ถึงทาง ค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ก็หาตัวแทนไปก่อน แล้วถ้าท่านเรียบร้อยก็ค่อยเข้ามาสับเปลี่ยน เพราะทุกวันนี้มันก็ตัวแทนกันอยู่แล้ว” นายทวี กล่าว.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-21 12:01:58

‘นพดล’ยันยังเสนอชื่อ‘ยงยุทธ’นั่งปธ.สภา

‘นพดล’ระบุจะเสนอชื่อ‘ยงยุทธ’เป็นประธานสภา เพื่อออกเป็นมติของพรรคต่อไป ติง‘บิ๊กแอ้ด’บอก‘ทักษิณ’มีบารมีเพราะมีอิทธิพล-เงินมาก ยันเพราะผลงานทำประโยชน์อย่างต่อเนื่องแก่ประเทศถึงจะถูก

วันนี้(21 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชน ว่า บรรดา ส.ส.ผู้ได้รับเลือกตั้ง ต่างเดินทางมาที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก เนื่องจากวันนี้พรรคเตรียมปฐมนิเทศน์ ส.ส.ใหม่เพื่อซักซ้อมให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการประชุมผู้แทนราษฎร จากนั้นจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ใหม่ทั้ง 2 ระบบ และในเวลา 13.00 น.ทีม ส.ส.ใหม่ทั้งหมดจะเดินทางด้วยรถบัส จากที่ทำการพรรคอาคารอาคาร‘ไอเอฟซีที’ ไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อถ่ายรูปหมู่ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก่อนจะไปร่วมงานเปิดรัฐพิธี สมัยสามัญทั่วไปของรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ด้านนายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลจริงมิได้เป็นรัฐบาลที่ทำงานรอเวลาที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมา และการที่ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ประเทศฮ่องกงนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดรายชื่อโผคณะรัฐมนตรีแต่อย่างไร แต่เป็นการไปพักผ่อนตามปกติ เพื่อให้ญาติไปเยี่ยมได้อย่างสะดวก ทั้งนี้หากจะมีการจัดโผจริงก็สามารถพูดคุยทางโทรศัพท์ได้

ส่วนเรื่องของคดีความต่างๆของอดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา นายนพดลกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด โดยจะปล่อยให้คดีความต่างๆดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม

ส่วนกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นผู้มีบารมีเพราะมีอิทธิพลและเงินมากนั้น นายนพดลระบุว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นที่เคารพและที่รักของประชาชน เพราะผลงานที่ทำให้เป็นที่ผ่านมาประจักษ์และทำคุณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องของอิทธิพล ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุ อย่างไรก็ตามการประชุมในวันนี้จะมีการเสนอชื่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อออกเป็นมติของพรรค


พีทีวี นิวส์
21 มกราคม 2551 เวลา 11:50 น.

‘ชท.-มัชฌิมาฯ’ส่อโดนกกต.เชือดยุบพรรค

กกต.เตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อยุบพรรค กรณีกรรมการบริหารพรรค‘ชาติไทย-มัชฌิมาฯ’โดนใบแดง ตามพ.ร.บ.ประกอบรธน.มาตรา 103 วรรคสอง คาดอีก2-3เดือนรู้ผล

แหล่งข่าวเชิงลึกจาก กกต.เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีการที่กกต.ให้ใบแดงของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย และนายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยทั้ง 2 คนเป็นกรรมการบริหารพรรคนั้น ว่า ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.ในมาตรา 103 วรรคสองระบุว่า “หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อว่า หัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองใดมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำแล้วไม่ระงับยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น”

แหล่งข่าวเชิงลึก กล่าวว่า ขณะนี้ทางกกต.ได้มีการคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาตรวจสอบในกรณีดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบของคณะกรรมการฯดังกล่าวพบว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริง และพบว่าเข้าข่ายการทุจริตในการเลือกตั้งตามมาตรา 103 วรรคสองของพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. ซึ่งทางคณะกรรมการฯจะรีบเร่งสรุปเรื่องดังกล่าวส่งเรื่องให้กกต.เพื่อที่จะกกต.ดำเนินการเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าจะมีการสั่งใบแดงยุบพรรค

“ถึงแม้ว่ากกต.จะสั่งฟ้องเรื่องนี้แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่ทั้ง 2 พรรคว่าจะเข้าไปชี้แจงอย่างไร ซึ่งคาดว่า 2-3 เดือนจะมีความชัดเจนว่าจะยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งกรณีทั้ง 2 พรรคก็จะเป็นตัวอย่างสำหรับกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค ซึ่งหากถูกใบแดงก็จะเข้าข่ายกรณีดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน”แหล่งข่าว ระบุ

รายงานจากพรรคชาติไทย เปิดเผยว่า ทางพรรคชาติไทยได้รับแจ้งจากกกต. ซึ่งทำให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยค่อนข้างที่จะเครียด และได้วางตัวไม่ให้แกนนำบางคนโดยเฉพาะพล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ ไม่รับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคหรือตำแหน่งครม.ชุดนี้ โดยให้ดำรงตำแหน่งเพียงประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ส่วนคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในครม.ชุดนี้ก็จะให้กรรมการบริหารพรรค โดยวางตัวไว้ว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นหรือพรรคชาติไทยถูกยุบพรรคก็จะให้พล.ต.สนั่น ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน

รายงานจากพรรคชาติไทย เปิดเผยอีกว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยขณะนี้คาดว่าจะได้ 5 ตำแหน่งได้แก่ 1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้วางตัวนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยดำรงตำแหน่ง 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้วางตัวนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย 3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯได้วางตัวนายวราวุธ ศิลปอาชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย 4.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้วางตัวนายอรรคพล สรสุชาติ ซึ่งได้โควตามาจากพล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ และ 5.ได้วางตัวนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองนายกฯ ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทางพรรคชาติไทยขอสละสิทธิ์

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม ยอมรับว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีกรรมการบริหารพรรคทุจริตการเลือกตั้งว่าจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งเรื่องอยู่ที่ขั้นคณะกรรมการฯ ซึ่งกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่เท่านั้น ยังไม่ได้มีการส่งเรื่องดังกล่าวไปให้กกต.พิจารณา แต่หากคณะกรรมการส่งเรื่องมาทางกกต.ก็จะรีบดำเนินการพิจารณาในทันที


พีทีวี นิวส์
21 มกราคม 2551 เวลา 10:27 น.

ส.ส.พปช.ทยอยเข้าปฐมนิเทศและประชุมพรรค อย่างคึกคัก

ส.ส.พรรคพลังประชาชน ทยอยเดินทางมาร่วมปฐมนิเทศและประชุมพรรค อย่างคึกคัก ขณะพรรคเตรียมเครื่องราชอิสริยภรณ์ไว้จำหน่าย

บรรยากาศความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชน ณ ที่ทำการพรรค อาคาร ไอเอฟซีที ต่างก็มี ส.ส.พรรคพลังประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมปฐมนิเทศ พร้อมประชุมพรรคอย่างคึกคักแล้ว ขณะที่ทางพรรคได้มีการจัดเตรียมเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องหมายประดับยศของส.ส.ทั้งเหรียญ แถบสี และตราหน้ารถไว้จำหน่ายให้กับ ส.ส.ด้วย

โดยมาจากร้านเครื่องหมายหน้าสโมสรใหญ่ รัฐสภา ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ส.ส.ใหม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับ ส.ส.ที่ทยอยเดินทางมา อาทิ นายสุรพงษ์โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ นายศุภชัย โพธิ์สุข ส.ส.นครพนม และ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส. จาก จ.แพร่

พปช.เตรียมปฐมนิเทศสส.ใหม่จับตาข่าวเสนอยงยุทธนั่งปธ.สภา

พรรคพลังประชาชนเตรียมปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่ ก่อนเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ท่ามกระแสข่าวเสนอชื่อยงยุทธ ติยะไพรัช นั่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชน วันนี้พรรคเตรียมปฐมนิเทศน์ ส.ส.ใหม่เพื่อซักซ้อมให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการประชุมผู้แทนราษฎร จากนั้นจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ใหม่ทั้ง 2 ระบบ โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม จากนั้นในเวลา 13.00 น. นายสมัคร จะนำทีม ส.ส.ใหม่เดินทางด้วยรถบัส จากที่ทำการพรรคอาคารอาคารไอเอฟซีที ไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อถ่ายรูปหมู่ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก่อนจะไปร่วมงานเปิดรัฐพิธี สมัยสามัญทั่วไปของรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ขณะที่ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น พรรคเตรียมเสนอชื่อของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคเป็นประธานสภาเพียงรายชื่อเดียวเท่านั้น ส่วนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็อาจเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายสมัคร จะดำรงตำแหน่งนี้ ท่ามกลางกระแสคัดค้านจาก สนช. ที่เตรียมเข้าชื่อ เพื่อให้มีการวินิจฉัยการเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายสมัคร พร้อมทั้งยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยสมาชิกสภาของ นายสมัคร ด้วย เนื่องถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

Silence of the Lamp: ปัญหาและความย้อนแย้งกรณีทีพีบีเอส ทีวี ‘เพื่อสาธารณะ’

ประวิตร โรจนพฤกษ์

ผู้เขียนต้องขอออกตัวก่อนว่า ตนเองในฐานะคนที่กินเงินเดือนที่ นสพ. เดอะเนชั่น การพูดวิพากษ์วิจารณ์บทบาท นายเทพชัย หย่อง บก.เครือเนชั่นผู้ซึ่งลาออกในวันที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปบริหาร ทีพีบีเอส (หรือไทยพีบีเอส) จึงมิใช่เรื่องง่ายหรือปกติ โดยเฉพาะในสภาวะที่สื่อมวลชนโดยรวมยังถือว่าตนเป็นแมลงวันที่จะไม่ตอมแมลงวันตัวอื่น โดยมิต้องพูดถึงว่าจะยอมดมตัวของมันเองหรือไม่ และหากทำได้ ซึ่งจะลองทำในบทความนี้ ก็คงทำได้อย่างลำบากคล้ายน้ำท่วมปากกลืนมิเข้าคายไม่ออก อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยง แต่หากมิทำก็เท่ากับขายวิญญาณตนเองและคอลัมน์ Silence of the Lamp

เหตุการณ์ทำให้จอทีไอทีวีมืดกะทันหันในคืนวันที่ 14 มกราคม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายอย่างว่าด้วยกระบวนการตั้ง ทีวีสาธารณะ เช่น ปัญหาความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในกระบวนการ ปัญหาข้อกังขาและกล่าวหา ฯลฯ

1.ปัญหากระบวนการ
ใครก็ตามที่บอกว่ากระบวนการผ่านกฎหมายและตั้งสถานีทีพีบีเอส โปร่งใสและยุติธรรม หากไม่บ้า ก็คงต้องโกหก หรือไม่ก็แยกแยะไม่ออกว่าความถูกต้องคืออะไร พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ถูกร่างขึ้นในยุคเผด็จการที่มีสภาทหารแต่งตั้งและถูกผลักดันผ่านอย่างรวดเร็ว ปุ๊ปปั๊บ ไม่โปร่งใสและปราศจากการมีส่วนร่วมของสาธารณะอย่างแท้จริง แม้แต่คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ก็บอยคอต

ในโลกที่กระบวนการนี้โปร่งใสก็คงจะมีการเปิดรับสมัคร 5 ตำแหน่งนี้อย่างเปิดเผยและให้สาธารณะจัดหาตัวแทนมาคัดสรร 5 คนนี้ อย่างช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ไม่ใช่ให้ ครม.ซึ่งทหารแต่งตั้งมาแต่งตั้ง 5 คนนี้อย่างลับๆ และรวดเร็วจนเตรียมอะไรแทบไม่ทัน

การส่งแฟกซ์ไม่กี่ชั่วโมงเพื่อให้ทีไอทีวียุติการแพร่ภาพ การแต่งตั้งผู้บริหาร 5 คนอย่างรวดเร็วและไม่โปร่งใสก่อนรัฐบาลใหม่จะฟอร์มตัวเพียงไม่กี่วัน เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการนี้ไร้ซึ่งความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของสาธารณะ

2.ข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
นายเทพชัยได้ตกเป็นเป้าหลักของข้อกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งคงปฏิเสธแก้ตัวให้หลุดได้ยาก ทั้งนี้เนื่องจากว่า มิเพียงแต่ว่า เครือเนชั่นโดยผ่านทางเนชั่นทีวีจะเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ และอาจได้รับผลประโยชน์ ถึงแม้นายเทพชัยในฐานะผู้อำนวยการรักษา 6 เดือน จะได้ออกมาพูดแล้วว่า เนชั่นทีวีจะไม่เสนอรายการหรือผลิตรายการให้กับช่องทีพีบีเอส แต่หลังจาก 6 เดือนล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นหากเนชั่นทีวีได้รับอานิสงส์เป็นกอบเป็นกำจากสถานีนี้

หลังรัฐประหารไม่นาน นายเทพชัยและเนชั่นทีวีก็ได้เข้าไปทำรายการตอนเช้าสำหรับโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่ชื่อว่า รายการ สยามเช้านี้ ซึ่งบางคนล้อว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นรายการทหารเช้านี้ ทั้งนี้เพราะว่า เป็นประโยชน์ที่ได้รับมาหลังเกิดรัฐประหาร 19 กันยาฯ แถมช่องที่ไปลงก็ยังเป็นสถานีของกองทัพบกอีก เช่นนี้แล้วจะมิให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์และสงสัยก็คงเป็นไปมิได้ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นเองก็ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงหรือถูกลอกคราบก็ว่าได้ ซึ่งหาอ่านได้ในเวบไซต์ภาษาอังกฤษของ http://bangkokpundit.blogspot.com/ และ http://thailandjumpedtheshark.blogspot.com/ บล็อกเกอร์ที่เขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษทั้งสองคนนี้ เขียนวิจารณ์ตอบโต้คอลัมนิสต์เครือเนชั่นหลายคนอย่างประเด็นต่อประเด็น ข้อต่อข้อ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นสนับสนุนทหารและเกลียดทักษิณจนเกินกรอบของการใช้เหตุผล หากใครสนใจควรเข้าไปดูสองบล็อกนี้ เพราะบทความวิพากษ์มีเป็นจำนวนมากพอที่จะรวมเล่มออกเป็นหนังสือได้ทีเดียว

ส่วนพี่ขวัญสรวง อติโพธินั้น (ขอเรียกพี่เพราะรู้จักแกโดยส่วนตัวตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม Bangkok Forum และก็ยังเชื่อว่า ลึกๆ พี่แกเป็นคนดี) ดูเหมือนว่า qualification หรือคุณสมบัติของพี่ขวัญสรวง นอกจากจะมีจิตสาธารณะแล้ว (civic consciousness) ก็คงเป็นเพราะพี่แกเคยเขียนหนังสือไล่ทักษิณร่วมกับคู่แฝดที่ชื่อแก้วสรร อติโพธิ์ ที่ฝ่ายรักทักษิณเกลียดชังนักแล ดูเหมือนว่า คุณสมบัติร่วมอันสำคัญของ 5 ผู้บริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็คือ จุดยืนต่อต้านทักษิณนั่นเอง (แล้วมันต่างจากการที่มีการดึงคนชินคอร์ปมาเป็นรัฐมนตรีในสมัยทักษิณมากน้อยเพียงไร)

3.ภาพซ้อนภาพ
ในขณะที่หลายคนวิจารณ์ไปว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอำมาตยาธิปไตยที่อิงทหารและอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ กับกลุ่มทุน
สามานย์อย่างที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเรียก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มเอ็นจีโอและนักวิชาการจำนวนหนึ่งซึ่งผลักดันร่างกฎหมายนี้ โดยเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในที่สุด อาจารย์จากสำนักทีดีอาร์ไอผู้มีส่วนร่างได้กล่าวกับผู้เขียนช่วงที่สภา สนช. กำลังผ่านกฎหมายเหล่านี้ว่า หากรอรัฐบาลเลือกตั้งอีก 5 ปี 10 ปี ก็คงยังไม่ได้ผ่านกฎหมายนี้ ผู้เขียนยังอยากจะเชื่อว่าคนอย่าง ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เป็นผู้หวังดีอยากเห็นทีวีสาธารณะอย่างแท้จริง ถึงแม้ผู้เขียนจะมองว่า การผ่านกฎหมายยุคเผด็จการสุดท้ายเขาผ่านเป็นแพคเกจมีทั้งกฎหมยดีและชั่ว เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน ซึ่งจะสร้างปัญหาในอนาคตอีกอย่างมหาศาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สาธารณะที่พวกเขาเหล่าอภิสิทธิ์ชนมักกล่าวถึงก็มิได้มีส่วนร่วมที่จะผลักดัน ร่างหรือต่อต้านกฎหมายเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและแท้จริง ในขณะเดียวกัน คนอย่างสมเกียรติอาจถูกกลุ่มทหารหลอกใช้ เพื่อจัดการกับชินทีวี ในขณะที่ตัวสมเกียรติเองก็อาจคิดว่าตัวเองหลอกใช้ทหาร

ทุกคนอาจทราบดีว่า ยุคชินคอร์ปครองไอทีวีนั้น ทีวีช่องนี้ก็มิต่างจากสื่อพีอาร์ หรือแม้กระทั่งสื่อโฆษณาชวนเชื่อให้กับรัฐบาลทักษิณ แม้กระทั่งหลังจากถูกเปลี่ยนเป็นทีไอทีวี ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการผ่าน พ.ร.บ.จากสภา สนช. ของทหาร อดีตนักข่าวไอทีวีหนึ่งใน 23 กบฎ ซึ่งไม่เอาทักษิณก็ยังได้บอกกับผู้เขียนเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาว่า ทีไอทีวีก็ยังเป็นฝ่ายทักษิณ เรื่องนี้เป็นสิ่งแรกที่ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านยอมรับอย่างใจเปิดกว้าง ว่ามันคงเป็นเช่นนั้นจริงมิมากก็น้อย ไม่ว่าสตาฟฟ์ทีไอทีวีจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่า ใครจะอยู่ฝ่ายเอาหรือไม่เอาทักษิณก็ควรตระหนักว่า ในยุคที่ทหารครองอำนาจหลังรัฐประหารนั้น ไอทีวีซึ่งกลายมาเป็นทีไอทีวีทีหลัง ได้กลายเป็นโทรทัศน์ฝ่ายค้านเผด็จการทหารอย่างมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง ในขณะที่ช่องอื่นๆ นั้นถูกรัฐ ซึ่งนำโดยทหารและรัฐบาลที่ทหารแต่งตั้งครอบงำอย่างสิ้นเชิงก็ว่าได้ ในแง่นี้แล้ว ผู้ที่ต่อต้านเผด็จการทหาร (ไม่ว่าจะเอาหรือไม่เอาทักษิณ) ย่อมตระหนักถึงอานิสงส์ของไอทีวีและทีไอทีวี ที่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบระบอบทหาร มิมากก็น้อย

ครั้งหนึ่ง ทีวีที่เคยเป็นกระบอกเสียงของทักษิณได้กลายมาเป็นสื่อที่ตรวจสอบระบอบเผด็จการทหารหลังรัฐประหารไปโดยปริยาย มาคราวนี้ การก่อกำเนิดทีวี สาธารณะอย่างผิดๆ และปราศจากการมีส่วนร่วมของสาธารณะ อาจจะนำไปสู่ทีวีช่องเดียวที่จะวิจารณ์รัฐบาล พปช. หรือนี่คือโลกของความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง (irony) ที่ความดีเกิดขึ้นจากความชั่ว หรือสิ่งชั่วเป็นผลพลอยได้จากเจตนาดี จนดีชั่วปะปนกันจนแยกลำบาก

ผู้เขียนไม่มีทางออก แต่ขอบอกว่า การคิดแก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์ทีวีสาธารณะจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ การทำแบบนี้เป็นได้อย่างมากก็เพียงทีวี เพื่อสาธารณะ จากมุมมองและการอุปถัมภ์ของกลุ่มคนมีอภิสิทธิ์เล็กๆ กลุ่มหนึ่ง หาใช่ทีวีสาธารณะอย่างแท้จริงที่สาธารณะมีส่วนร่วมตัดสินใจกำหนดคุณสมบัติผู้บริหาร พนักงานและร่วมคัดสรรคนเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ใช่ทีวีซึ่งรัฐบาลทหารแต่งตั้ง คัดสรรผู้บริหารที่มีจุดยืนรับกับการทำงานกับระบอบทหารได้ การทำอย่างท็อปดาวน์ประชาชน สาธารณะคงมิหวงแหน เพราะมิได้มีส่วนรู้เห็นแต่ต้น การอ้างชื่อสาธารณะหรือชื่ออื่น อย่างเช่นที่วิทยุกองทัพบกก็อ้างตนเองว่าเป็น วิทยุเพื่อปวงชน(ซึ่งคิดดูเอาเองว่าปวงชนกลุ่มไหน) เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเบื่อหน่าย เหมือนโฆษณาชวนเชื่อชิ้นหนึ่ง

ใช่...โฆษณาชวนเชื่อ โฆษณาชวนเชื่อเพราะว่านี่คือมุมมองของคนจำนวนมากว่า ทีวีมีหน้าที่หลักในการล้างสมองคนไม่ว่าจะเป็นล้างสมองเพื่อให้คนซื้อสินค้า ชื่นชมดารา หรือสนับสนุนกลุ่มผู้มีอำนาจ

ในโลกเช่นนี้ ทีไอทีวีจึงอยู่มิได้ และในโลกเช่นนี้ ช่อง 5 และช่อง 7 จึงต้องเป็นของทหารต่อไป โดยมิมีใครกล้าเอ่ยว่า มันควรถูกแปรรูปไปเป็นทีวีสาธารณะ ในโลกที่ดีกว่านี้ จะมีทีวีทั้งช่องที่เอาทักษิณและไม่เอาทักษิณ ช่องนายทุน ช่องในวัง ช่องชาวนา ช่องแรงงาน และช่องอื่นๆ แต่การยึดช่องใดช่องหนึ่งที่เห็นต่างจากกลุ่มผู้มีอำนาจในขณะนั้น ย่อมสะท้อนความคิดดูถูกประชาชนว่า ประชาชนสมควรถูกยัดเยียดด้วยโฆษณาชวนเชื่อต่อไป ทหารคงเตรียมให้ช่องทีพีบีเอสเป็นทีวีที่วิจารณ์รัฐบาลพลังแม้วใหม่ แต่นั่นอาจมิได้หมายความว่า พวกเขาเชื่อว่า ต้องมีทีวีที่เป็นพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง

ผู้เขียนขอฝากคำพูดของนอม ชอมสกี้ ไว้ในตอนท้ายนี้ว่า หากเราไม่เชื่อในเสรีภาพในการแสดงออกของคนที่เราเกลียดชัง เราก็คงไม่เชื่อในเสรีภาพอย่างแท้จริง

“If we don’t believe in freedom of expression for people we despise, we don’t believe in it at all.”

Noam Chomsky

จาก ประชาไท

‘สมัคร’ผงาดนายกฯ-สมชาย’ยึดรองฯอันดับหนึ่ง-‘ยงยุทธ’ประมุขนิติบัญญัติ

“พลังประชาชน” นัดโหวตนายกฯ 25 ม.ค. “มีชัย” มั่นใจ “สมัคร” ไม่พลาด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ในวันที่ 21 ม.ค. 2551 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราช วังดุสิต เวลา 16.30 น.

ทั้งนี้ ในวันที่ 22 ม.ค. จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สมาชิกปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่ง และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก 2 คน จากนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งประธานสภาฯ แล้ว ก็จะเรียกประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีทันที

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหลักปฏิบัติทางการเมือง ที่หัวหน้าพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลได้ จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ด้านความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ โดยจะทำงานร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่จะเป็น รมว.คลัง

ขณะที่ รมว.คมนาคม ยังเป็นนายสันติ พร้อมพัฒน์ เช่นเดิม โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ควบ รมว.มหาดไทย หรือ รมว.ยุติธรรม กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง โดยจะสลับกับ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ พรรคจะเสนอชื่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช รอง หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพียงคนเดียว ส่วนตำแหน่งรองประธาน สภาฯ ในส่วนของพรรคมีผู้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมแล้วหลายคน และอยู่ระหว่างการพิจารณา

นายยงยุทธ กล่าวว่า จะยึดถือแนวทางความปรองดองและความเข้าใจกัน เพื่อให้บ้านเมืองไม่ตกเป็นเหยื่อความขัดแย้งของนักการเมือง