WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 22, 2008

ภาพหลักฐานแฉ คตส.ทำงานด้วยความอคติ ตั้งชื่ออาหารด้วยความเกลียดชัง

ที่มาภาพ คุณนักกวนเมือง
21 มกราคม 2551

คุณนักกวนเมืองเปิดเผยภาพถ่ายงานเลี้ยงอาหารของคตส. เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 ผ่านเว็บไซต์พันทิปดอตคอม โดยภายในงานมีการตั้งชื่ออาหารต่างๆ ตามคดีที่ทางคตส.ตั้งธงในการสอบสวน ไม่ว่าจะเป็น "น้ำพริกเอื้ออาทร" ที่เป็นการล้อเลียนโครงการเอื้ออาทรต่างๆ "ย้ำตะไคร้หวยบนดิน" "CTX ทอดน้ำปลา" "ผลไม้เซ็นทรัลแล็ป" "ต้มที่ดินรัชดา" "ส้มตำรถดับเพลิง" "บร็อคเคอรี่ผัดซุกหุ้น" "แกงเป็ดอายัดทรัพย์" ที่จงใจตั้งชื่อขึ้นเพราะจิตใจมีความต้องการอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะ

การกระทำดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานที่ชัดแจ้ง ที่ชี้ให้เห็นว่า คณะทำงานดังกล่าว ไร้ซึ่งความยุติธรรมในการดำเนินการสอบสวน ฯลฯ ไม่ได้ทำการงานด้วยความเป็นธรรม หรือมีจิตใจเป็นธรรมในการดำเนินการ









จาก Thai E-News

'จอน'ร่อนจดหมายแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีค้านสภาโจรออกกม.

21 มกราคม 2551

คุณจอน อึ๊งภากรณ์ หนึ่งในแกนนำประท้วง คัดค้านการทำงานของสภา สนช. ที่ถูกตั้งขึ้นโดยเผด็จการทหาร และคณะปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่อนจดหมายถึงสื่อมวลชน แสดงความบริสุทธิ์ใจ ต่อการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากไม่ยอมรับว่า สนช.ควรมีอำนาจในการดำเนินการทางด้านนิติบัญญัติ เนื่องจากได้อำนาจมาด้วยความมิชอบ เป็นการยึดอำนาจจากประชาชน

อนึ่ง การกระทำของกลุ่มสนช. หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่การยึดอำนาจ ได้ออกกฏหมายที่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ริดรอนสิทธิของประชาชน เป็นกลุ่มบุคคลที่ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 และพรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ที่จะเปลี่ยนให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐทหาร

การกระทำของสนช. เป็นเช่นการกระทำของโจร ที่มีอาการแห่งขโมย เพราะประชาชนไม่ได้เลือกเข้ามาให้ทำหน้าที่ อีกทั้งยังมีอาการแห่งการขโมยอีก เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจของเขามา

เราจึงขอประนามว่า สภาดังกล่าว คือ กลุ่มบุคคลที่มีกิริยาแห่งโจร มีนิสัย หรือสันดานโจร และขอสนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ต่อต้านต่อความไม่ชอบธรรมดังกล่าวโดยสันติ

แถลงข่าวของสิบผู้ต้องหากรณีการบุกรัฐสภา


ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปฯ พวกเราซึ่งได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอแจ้งให้สื่อมวลชนทราบโดยทั่วกันว่าเรายินดีร่วมมือกับทางตำรวจ ซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนหลังจากที่ได้รับการแจ้งความจากเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา ตามคำสั่งของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
เรายินดีไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้องประชุมปารุสกวัน2 ในวันที่ 22 มกราคม 2551 เวลา 10.30 น. ตามระบุในหมายเรียก

พวกเราพร้อมที่จะรับว่าในฐานะผู้เข้าร่วมการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2550 ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย เครือข่ายสลัมสี่ภาค และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยนั้น พวกเราได้เข้าไปในบริเวณอาคารรัฐสภาข้างหน้าห้องประชุมจริง แต่เป็นการดำเนินการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญโดยสันติวิธีและปราศจากอาวุธ และหลังจากที่ได้มีการยื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติหลายฉบับหลายครั้ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยไม่ได้รับความสนใจต่อข้อเรียกร้องขององค์กรภาคประชาชนแต่อย่างใด

ทั้งนี้เป้าหมายของพวกเราในฐานะผู้ชุมนุมคือการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศโดยการพยายามหยุดยั้งไม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ซึ่งไม่ใช่สภาผู้แทนของประชาชน) พิจารณากฏหมายต่างๆ ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง อาทิเช่น ร่างพรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ทั้งๆที่อยู่ในช่วงของการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏรตามระบอบประชาธิปไตย
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

นายจอน อึ๊งภากรณ์
นายสาวิช แก้วหวาน
นายศิริชัย ไม้งาม
นายไพโรจน์ พลเพชร
นายพิชิต ชัยมงคล
นายอำนาจ ละมี
นายอนิรุตน์ ขาวสนิท
นายนัดเซอ ยีหะหมัด
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์

20 มกราคม 2551

จาก Thai E-News

ผมขอเตือนสติ ดร. สุเมธ ครับ รักพ่อ อย่าดึงพ่อลงมาครับ

โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบบอร์ด
ประชาไท
21 มกราคม 2551

ผมขอเตือนสติคุณสุเมธ เหมือนกันนะครับ อย่าพยายามดึงสถาบันกษัตริย์ ลงมาเกลือกกลั้วทางการเมืองเลยครับ

การขัดแย้งกันทางการเมือง มันจบลงไม่ได้ด้วยคำว่า "รักพ่อต้องสามัคคี" อย่าให้พ่อต้องเสียเหงื่อ แล้วซุกปัญหาไว้ใต้พรมหรอกครับ

มันต้องนำเอาหลักการและความยุติธรรม ที่ถูกต้องกลับคืนมาสู่แผ่นดินเสียก่อน ความสามัคคีมันจึงจะกลับคืนมา

มันไม่ได้เกี่ยวกับรักพ่อหรือไม่รักพ่อ ทุกคนในประเทศนี้ก็รักในหลวงทั้งสิ้น บางคนอาจรักมาก รักน้อย ส่วนคนที่ไม่รักก็คงมี แต่คงเป็นส่วนที่น้อยมาก

แต่ที่พวกเขาเบื่อหน่ายคือ การนำเอาพ่อ มาใช้ประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มอำมาตย์ "รักลูก ต้องนำความยุติธรรมกลับคืนมาให้ลูก" ก่อนนะครับ

ผมว่ามันหมดยุคเทพเจ้าแล้วครับ ผมยินดีกับการ เริ่มยุค constitution Monarchy กับพระบรมฯ นะครับ ผมเบื่อกับการที่ต้องมาสรรเสริญเยินยอเทพเจ้ากันทั้งปีทั้งชาติ ไม่ต้องทำอะไรกัน

บ้านเมืองเป็นของประชาชนที่ต้องช่วยให้ประเทศชาติ ประชาชนมีอยู่มีกิน เจริญก้าวหน้า ไม่ใช่ต้องมาสรรเสริญเยินยอเทพเจ้ากันทั้งปีทั้งชาติ

ทั้งนี้ ผมดีใจที่ 904 เลือกและตัดสินใจได้ถูก เราสิ้นสุดยุค God Monarchy แล้วครับ แบบญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

พันธกิจทางประวัติศาสตร์ของ 904 คือ การนำระบบ Constitution Monarchy แบบญี่ปุ่นกับอังกฤษกลับคืนมา สถาบันกษัตริย์ก็จะมั่นคง สถาพรแบบอังกฤษและญี่ปุ่น ไม่ใช่เหมือนเนปาล

ไม่ให้พวกลิ้นไร แบบ ดร.สุเมธ เกาะกินสถาบัน กัดกินสังคมไทยอยู่ เพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องและพวกอำมาตย์นะครับ


จาก Thai E-News

ฟังคนในแวดวงทหารซุบซิบเรื่องในกองทัพ

21 มกราคม 2550

เก็บตกรายละเอียดการซุบซุบของประชาชนในแวดวงทหาร ผ่าน
เว็บไซต์พลเมืองภิวัฒน์ หลังจากเหตุการณ์ความยุ่งเหยิงต่างๆ คลี่คลาย จากการจัดตั้งรัฐบาลร่วม 6 พรรค โดยมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ

คุณ ทหารเสือแห่งกรุงธนบุรี ได้ให้ความเห็นว่า การจัดตำแหน่งรมว.กลาโหม ถือเป็นจุดสำคัญ เพราะฝ่ายทหารที่ได้สร้างเรื่องทุจริตจำนวนมากระหว่างการยึดอำนาจ กลัวจะถูกสอบ จึงมีการวิ่งเต้นต่างๆ นาๆ ให้คนที่คนสนิทมาดำรงตำแหน่งนี้ และได้นำเสนอตามความคิดเห็นตนว่า พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ ควรเป็นทางเลือกหนึ่งของตำแหน่งนี้

"ปัญหาการสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง รมว.กห. ในครั้งนี้ ถือได้ว่าวุ่นวายที่สุด เพราะ คมช. ก็ต้องการหาทางลง โดยที่ไม่ต้องการให้ถูกย้อนเกล็ด จากกรณีการทุจริตครั้งมโหฬาร ในเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่เบิกเอามาเลี้ยงดูใช้จ่ายกันอย่างฟุ่มเฟือย จนประชาชนสงสัยว่านี่เป็นการปล้นชาติกันหรือไง ทั้งจากการทิ้งทวนโครงการจัดซื้ออาวุธ ที่ไม่ปฎิบัติตามแนวทางที่ทรงให้ไว้ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยกองทัพถือว่า ตนเองจะต้องชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะใช้กลโกงและวิธีการที่สกปรกต่างๆ อย่างเป็นระบบ จึงเกิดความประมาท ไม่คำนึงถึงโองการจากฟากฟ้า"

"ดังนั้น จึงเกิดการรวมตัวของทหารที่กลัวตัวเองจะต้องถูกเช็คบิล ในสิ่งที่ตนเองกระทำความผิดไว้ต่างๆ นาๆ โดยอาศัยเพื่อนร่วมรุ่นที่มีความทะเยอทะยานอยากทางการเมือง และเชื่อหมอดูแบบงมงาย อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่ง คมช. นั้นมีตัวประสานงานและวางแผนคือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ส่งลูกชายชื่อ นายสกลธี ภัททิยกุล ลงเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ และให้หน่วยทหาร ตำรวจ ใช้ทุกวิถีทาง ทำให้ลูกชายเข้ามาเป็น ส.ส.ให้ได้ มิฉะนั้น ผบ.หน่วย ในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ ในการปรับย้ายครั้งต่อไป"

"และเลยถึงขั้นต้องการแทรกแซงกดดัน รัฐบาลที่มาจากศรัทธาของประชาชน ว่า จะต้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็น รมว.กห. เท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ข่มขู่คุกคาม อำนาจอธิปไตยของปวงชน โดยหามีจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตยไม่ การกระทำเล่านี้สร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะประชาชนทั่วไป เริ่มเกิดความสงสัยในความเป็นกลาง หรือการอยู่เหนือการเมืองของสถาบันเพิ่มมากขึ้น อันไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทยในอนาคต"

ด้านคุณ "เพิ่มเติม" แฉสนุก เล่าเรื่องฉาวของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกี่ยวกับปั้ม ปตท. ที่ ร.๑ รอ. พร้อมทั้งความสัมพันธ์กับ พล.อ.สนธิ ที่ไม่ค่อยจะสู้ดี
"กรุณาไปดู พล.อ.ประวิตรฯ เรื่องการให้พื้นที่ ร.๑ รอ. สร้างปั้มน้ำมัน ปตท. และปัญหาทุจริตในการสร้างสโมสรกองทัพบก ซึ่งทั้งสองแห่งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ ประวิตรและบังสนธิ ไม่ถูกกัน เพราะมีความพยายามจะสอบสวนเรื่องนี้ตอนที่ ไอ้บังขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. พร้อมโยกย้ายคนของประวิตรออกจากตำแหน่งหลักทั้งหมด"

"ประวิตรกับสนธิ ถึงขนาดเกลียดกันแต่คนที่ทำให้ไม่ฆ่ากันก็เพราะมีบุคลสำคัญคนหนึ่งให้ท่อน้ำเลี้ยงคนทั้งสองนั่นก็คือ วินัย ภัททิยกุล ลูกเจ๊กกังขายหมูเถื่อนแห่งตลาดนครปฐม โดยติดต่อผ่านนายสงครามฯพ่อค้าใหญ่ที่เป็นผู้จัดการด้านการเงินของประวิตร"

คุณ ทหารช่างฉะเชิงเทรา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องทุจริตที่ดินกองทัพให้ ปตท.เช่า
"เรื่องการคอร์รัปชั่นให้ที่ดินปตท.เช่า และการสร้างสโมสรกองทัพบก เป็นเรื่องจริง และทำให้ 'พี่หร่าย' โดนเด้งจากตำแหน่ง ผบ. ร.1 รอ. ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ผมขอยืนยันว่า 'พี่หร่าย' เป็นคนดีและทำงานตามใบสั่งของ ประวิตร ผบ.ทบ. ในขณะนั้น"

"เรื่องต่อมา พล.อ.วินัย ภัททิยกุล มากินข้าวที่บ้านใน ร.1 ของประวิตรอยู่บ่อยครั้ง การผลักดันครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในเซนต์คาเบรียลคอนเน็กชั่นของ พล.อ.วินัยฯ แม้แต่ พล.อ.สมทัตฯ ก็เป็นเซนต์คาเบรียล ส่วนนายสงครามฯ เป็นแค่ตัวประกอบ"

คุณ พัน ๒ ได้ให้ข้อมูลที่ฟังแล้วต้องถอนหายใจเกี่ยวกับปัญหาสโมสรกองทัพบกที่ถนนวิภาวดี
"ทหารทราบดีว่าเบื้องหลังเบื้องลึกของสโมสรกองทัพบกแห่งใหม่เป็นอย่างไร เรื่องนี้มันเน่าจนส่งกลิ่นแต่เรื่องอื่นๆยังมีอีกมากมายที่ยังแอบอยู่ใต้พรมห้อง ผบ.ทบ. รอการขุดคุ้ย"

"ปัจจุบันปัญหาของสโมสร ทบ. ได้รับการแก้ไขสัมปทานให้กรมสวัสดิการมาดูแลเองตั้งแต่สมัยพี่เขียว แต่ก่อนแม้แต่ทหารก็ยังไม่ได้รับความสะดวก เพราะพนักงานรู้ว่าเจ้านายเส้นใหญ่กองทัพไม่กล้าทำอะไร พูดง่ายๆก็คือเอกชนเขารู้ว่าประวิตรรับเงินเขาไปแล้วและสนธิเองก็คงไม่กล้าทำอะไร"

"ส่วนปตท.ในพิ้นที่ ร.๑ ตอนนี้ข้าราชการ ร.๑ เติม(น้ำมัน)ได้ลดราคาและแบ่งกำไรส่วนหนึ่งให้เป็นสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งก็พอแถๆ ไปได้ว่าราชการได้ประโยชน์"

คุณ "ผส ๓" แจกแจงถึงเกมอำนาจและตัวละครโฉดในกองทัพ
"เรื่องราวของการแต่งตั้ง รมว.กห. ในรัฐบาลใหม่นี้ จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาหาก ไม่ใช่ความโลภ กระหายในอำนาจ และฉกฉวยโอกาสของ วินัย ภัททิยกุล ที่ประสานบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยแอบอ้างว่าเป็นบัญชาของผู้ใหญ่ระดับสูงที่เจ้าของบ้านและภริยาให้ความเคารพ ต่อรองให้ตนเองเข้ารับตำแหน่ง รมว.กห. เพื่อความสมานฉันท์แต่ด้วยประวัติและความประพฤติที่เจ้าของบ้านจันทร์ส่องหล้าและภริยาเคยประสบด้วยตนเอง ทำให้มีการตรวจสอบและทราบว่าเรื่องที่อ้างนั้นไม่เป็นความจริง และทราบต่อไปว่าแม้แต่การปฎิวัติเมื่อ 19 ก.ย. ก็ไม่ได้รับไฟเขียวจากใครแต่เป็นการกระทำเพื่อปกป้องอำนาจของสนธิและวินัยโดยหลอกใช้กำลังหลักของสพรั่ง"

"นี้คือเหตุผลหนึ่งที่ วินัย ภัททิยกุล ต้องหลบหน้าออกจากสังคมและทำตัวไร้ตัวตนอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามการเดินเกมของวินัย ยังมีอยู่ โดยผ่านทางเครือข่ายที่ยังหลงเชื่อว่าวินัยเป็นคนสะอาดและต้องการการสมานฉันท์ โดยคาดหวังว่าจะให้คนใกล้ชิดของตนคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็น รมว.กห. แม้ตนเองจะไม่ได้แต่ก็หวังว่าเรื่องสกปรกและเลวร้ายของตนเองให้ห้วงที่ผ่านมาจะไม่ถูกขุดขึ้นมาดำเนินการตามกฎหมาย"

และท้ายสุด คุณทหารหน้าบาง ได้สรุปเหตุการณ์ในแวดวงทหารได้อย่างน่าสลดใจ เพราะยังหาเรื่องที่ดี ที่น่าภูมิใจไม่ได้ แต่ยังได้แสดงความหวังลึกๆ ว่า ฝันร้ายจะผ่านไป หลังจากตท.รุ่น 6 พ้นจากอำนาจไปแล้ว รวมถึงได้แสดงความมุ่งมั่นในฐานะทหารรุ่นใหม่ ว่าจะแก้ไขสิ่งผิดต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา

"เรื่องราวหลังจากการปฎิวัติ 19 ก.ย. นำความตกต่ำมาสู่กองทัพเป็นอย่างมาก ภาพลักษณ์ที่ประชาชนมองมาที่กองทัพ เต็มไปด้วย คนโง่ ความสกปรก โกงกิน บ้าอำนาจ บ้าน้ำลาย ไร้สมอง นำประเทศไปสู่ความยากจนและนำความร่ำรวยมายังตนเองและพวกพ้อง แต่ที่สำคัญที่สุดคือการนำสภาบันระดับสูงและบุคคลอันเป็นที่เคารพ บุคลากรตัวอย่างของกองทัพ มาแอบอ้างสร้างความสกปรกและเสื่อมเสียให้เป็นอย่างมาก"

"นอกจากการโกงกิน ซื้ออาวุธอย่างมหาศาล การแก้ไขปัญหาภาคใต้ที่ล้มเหลว เสียงร่ำลือในการโกงการเลือกตั้งใน กทม. ลูกชายปลัดกลาโหมและ เลขา คมช. ลงสมัครรับเลือกตั้ง การขอตัวลูกสาว สดศรี สัตยธรรม มาช่วยราชการรองนายกสนธิฯ และอื่นๆอีกมากมาย ล้วนนำความเสื่อมมาให้แก่กองทัพ และเป็นที่อึดอัดใจของนายทหารรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก"

"อีกไม่ถึงปี เตรียมทหารรุ่น 6 ทั้งหมดก็จะเกษียณ ขอให้หยุดสร้างเวรสร้างกรรมกับประเทศชาติ ประชาชน และกองทัพที่พวกผมต้องรักษาและแก้ไขกันต่อไป"

จาก Thai E-News

'สนั่น'บอกหมดความกระสันอยากเป็น รมต.

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การสรรหาคนมาเป็นรัฐมนตรี ีนั้นเป็นเรื่องของนายบรรหาร ซึ่งคิดว่าเรียบร้อยไม่น่ามีปัญหาและเชื่อว่าการคัดคนเข้าไปเป็นรัฐมนตรี ีนั้นหัวหน้าพรรคชาติไทยจะต้องคัดสรรคนอย่างดี

เมื่อถามว่ามีข่าวหลายกระแสว่าพล.ต.สนั่น จะนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่หรอก ตนเป็นมาแล้วตั้งแต่ปี 31ตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้สักคนว่าใครจะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่าพล.ต.สนั่น มีความสุขไหมหากได้กลับไปนั่งเป็นรมว.เกษตรฯ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนเป็นมาแล้วหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย รองนายกฯ 2 ครั้ง มันไม่ได้มีความกระสันอะไรอีกแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานรัฐสภาจะทำให้ภาพสมานฉันท์ ์เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องไปวิพากวิจารณ์กันเอาเอง เมื่อถามต่อว่ามีข่าวว่าตำแหน่ง ประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาพรรคพลังประชาชนจะเอาไว้ทั้งหมด พล.ต.สนั่นกล่าวว่า เขาคงเอาไปทั้งหมด คงไม่ให้เรา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าพล.ต.สนั่นได้ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ฮ่องกง พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ยังไม่ได้ไปไหนเลยมีแต่ไปประเทศอินเดียเพื่อไปไหว้พระ นั่งสมาธิบ้างจิตใจจะได้สงบไม่เคยไปฮ่องกง ไปเปิดดูประวัติได้ เป็นระยะเวลา 4-5 ปีแล้วไม่เคยไปแต่ลอนดอนไปบ่อยเพราะลูกสาวอยู่ที่นั่น

เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยจะหนุนนายสมัคร เป็นนายกฯหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ก็พรรคพลังประชาชน ยังไม่บอกมาว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากเขาเสนอใคร มาพรรคชาติไทย ก็พร้อมสนับสนุน เพราะเราตัดสินใจร่วมรัฐบาลแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถเสนอข้อคิดเห็นอะไร ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า มันไม่ได้หรอก ตามมารยาท เมื่อถามถึงความสง่างาม ของนายสมัครในการนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากติดคดีอยู่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ขอร้องเถอะ ขอร้องเถอะ


Monday, January 21, 2008

‘สมเด็จพระบรมฯ' ทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา-ทรงแนะเร่งฟื้นฟูเสถียรภาพให้ประเทศชาติ

วันนี้ (21 ม.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในรัฐพิธีเปิดประชุมสามัญทั่วไปครั้งแรกของรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

หลังจากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงยืนหน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี


เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แทนพระองค์ ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันนี้ การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งนี้ ควรจะนับเป็นนิมิตรหมายของการเริ่มต้นที่ดี ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศ นับแต่วาระนี้ไป รัฐสภาจะเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ


ข้าพเจ้าเชื่อใจว่า บรรดาสมาชิกแห่งสภานี้ มีความสำนึกในชาติอยู่ถ้วนทั่วทุกคน และต่างเล็งเห็นว่า สถานการณ์ต่าง ๆ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติยังคงมีอยู่ตามที่ทราบกันแล้ว ภารกิจของท่านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องรีบเร่งพิจารณาดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทุก ๆ ด้านให้ประเทศชาติเป็นปึกแผ่น มั่นคง และร่มเย็นเป็นปกติสุข


ดังนั้นการปรึกษา ตกลง หรือการอภิปรายปัญหาใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้ จึงควรจะได้กระทำด้วยเหตุด้วยผลที่ถูกต้อง และด้วยความร่วมมือปรองดองกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์อันพึงประสงค์ คือความมั่นคง ปลอดภัย และความวัฒนาผาสุกของประเทศชาติ และประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าของเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และขอให้ทุกท่านที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุข ความสวัสดีจงทุกเมื่อทั่วกัน


จากนั้น มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ประชัย ไม่หวั่นถูกยุบพรรคอ้างมีหลักฐานชี้แจงศาลได้

กรุงเทพฯ 21 ม.ค.- “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” ไม่หวั่น กกต. ชงเรื่องเสนอยุบพรรคมัชฌิมาฯ ยืนยันไม่มีเอี่ยวซื้อเสียง ยกรายงานการประชุมพรรคขึ้นอ้างอิง ชี้เป็นเรื่องของ “อนงค์วรรณ เทพสุทิน” ในการหาเสียงมาสนับสนุนผู้สมัคร

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะตั้งข้อกล่าวหา นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี และรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตว่าที่ ส.ส.ชัยนาท และรองเลขาธิการพรรคชาติไทย เป็นกรรมการบริหารพรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อยื่นเรื่องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ในฐานะที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ยืนยันว่ากรณีที่ กกต.มีมติตัดสิทธิเลือกตั้งของนายสุนทร และมีการตั้งข้อกล่าวหาแจกเงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งนั้น เป็นการกระทำของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค

นายประชัย กล่าวว่า หาก กกต.จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคจริง ก็ไม่กังวลว่าจะแก้ข้อกล่าวนั้นไม่ได้ เพราะมีหลักฐานเกี่ยวกับการประชุมบริหารพรรคที่มีขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง 23 ธ.ค. ซึ่งในที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องที่ตนงดจ่ายเงินสนับสนุนให้ผู้สมัคร ส.ส.โดยนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค และนายสุนทร รองหัวหน้าพรรค จะหาเงินสนับสนุนให้ผู้สมัคร ส.ส.กันเอง

“ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ก่อนเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. คุณอนงค์วรรณ และคุณสุนทร บอกกับที่ประชุมว่า จะหาทุนในการลงเลือกตั้งเอง ดังนั้น ถ้าคุณอนงค์วรรณและคุณสุนทร จะเอาเงินไปซื้อเสียงเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องที่ทำกันเอง พรรคไม่เกี่ยว วันนั้นการประชุมกรรมการบริหารพรรคที่เป็นความลับ มีคนในที่ประชุมต่อสายโทรศัพท์ออกมา จนมีสื่อมวลชนนำไปเสนอข่าวว่า ผมตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้สมัคร ส.ส.ปล่อยให้ช่วยตัวเอง ก็เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่า ผมและพรรคไม่ได้รู้เห็นเรื่องจ่ายเงินให้ผู้สมัครซื้อเสียง เรื่องนี้เห็นว่าเกิดจากผู้ไม่หวังดีกับพรรค” นายประชัย กล่าว

นายประชัย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับแจ้งใด ๆ จาก กกต. เพื่อให้แสดงพยานหลักฐานคัดค้าน ในเรื่องที่จะมีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และขณะนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังไม่ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อเตรียมการสู้ข้อกล่าวหา เพราะต้องรอจนกว่าจะมีการแจ้งจาก กกต.ก่อน ว่าข้อกล่าวหานั้นมีรายละเอียด พยานหลักฐานเพียงใด และกล่าวหาใครบ้าง

“ส่วนเรื่องการพิจารณาสถานภาพความเป็นหัวหน้าพรรคของผม จนถึงวันนี้ กกต. ก็ยังไม่มีหนังสือใด ๆ แจ้งกลับมาว่า ผมพ้นสถานภาพความเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยไปแล้ว ตามที่ นายธนพร ศรียากูล รองหัวหน้าพรรค และนายทะเบียนพรรค ระบุ ดังนั้น เวลานี้ทุกอย่างต้องรอฟังคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต.” นายประชัย กล่าว

รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายประชัยแจ้งว่า นายประชัยได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมเอกสารหลักฐานมาหักล้างเรื่องนี้ และพร้อมไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับ กกต. โดยนายประชัย ยังมั่นใจว่า พรรคมัชฌิมาฯ จะไม่ถูกยุบ แต่หากมีการยุบพรรคมัชฌิมาฯ ก็ต้องยุบพรรคชาติไทยด้วย.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-21 16:46:04

ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีแฉจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ทำลายชาติ 28 ก.พ.นี้

กรุงเทพฯ 21 ม.ค.- วันนี้ (21 ม.ค.) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดแถลงเปิดคดีหมายเลขดำที่ อ.2134/2550 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายถาลัด สมบัติบุญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ในประเทศ (ศปชท.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาด้วยเอกสาร กรณีเมื่อวันที่ 3-5 พ.ค. 2550 จำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทำนองว่า ที่ปรึกษาบริษัท ล็อบบี้ยิสต์ ที่รับงานสร้างภาพให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผู้แทนการค้าสหรัฐขยับฐานะประเทศไทย ไปอยู่ในบัญชีต้องจับตาเป็นพิเศษ เรื่องของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือเป็นการทำลายประเทศ

โดยวันนี้จำเลยได้แถลงต่อศาลว่า ได้หารือกับทนายความโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีมีทางจะยอมความกันได้ จึงต้องการนำคดีเข้าสู่กระบวนการประนอมข้อพิพาท


ศาลพิจารณาแล้วจึงนัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อทำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกัน ในวันที่ 28 ก.พ. 2551 เวลา 10.00 น. แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจะนัดแถลงเปิดคดี เพื่อกำหนดวันสืบพยานอีกครั้ง ในวันที่ 17 มี.ค. 2551 เวลา 13.00 น. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-21 16:40:33

'นพดล'ย้ำ รบ.พปช.ของจริงไม่ใช่'นอมินี'

การประชุมปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่ของพรรคพลังประชาชน (พปช) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำการพรรค อาคารไอเอฟซีที

โดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ก่อนที่ ส.ส.พรรคทั้งหมดจะร่วมเดินทางไปร่วมงานรัฐพิธีเปิดสมัยสามัญทั่วไปของรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมนายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรค ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลพรรค พปช.เป็นรัฐบาลขั้นเวลาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลตัวจริงเสียงจริง คนที่มาเป็นรัฐมนตรีก็เป็นรัฐมนตรีตัวจริงไม่ใช่รัฐบาลนอมินี ซึ่งถ้าได้รับโปรดเกล้าฯ ก็จะทำงานตามหน้าที่ ส่วนที่มีการครหากันว่ารัฐบาล พปช.จะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยานั้น รัฐบาลจะไปแทรกแซงได้อย่างไร

'พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พูดว่าคดีฆ่าตัดตอนไม่สามารถสาวไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้ ซึ่งผมเห็นว่าไม่ได้เป็นเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะเราไม่ได้ทำผิดตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ นายกฯยังพูดในทำนองว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีบารมีมีอิทธิพลอยู่ ผมไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของบารมีหรืออิทธิพล แต่เป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ทำประโยชน์มากว่า 5 - 6 ปี อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีเงิน มากพอที่จะมีบ้านเป็นรีสอร์ทอยู่ในเขายายเที่ยง เหมือนที่ พล.อ.สุรยุทธ์มี' นายนพดล กล่าว


'สุรยุทธ์' ทำใจยอมรับรัฐบาล

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำว่า เมื่อเสียงส่วนใหญ่ตัดสินแล้ว คงจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูดไม่ได้ อาจจะเป็นเสียงส่วนน้อย แต่ก็ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าเป็นเสียงส่วนน้อย แสดงว่าลึกๆ ในใจไม่ยอมรับพรรคพลังประชาชน นายกฯกล่าวว่า 'อ้าว! มันเป็นสิทธิของผมนี่ แต่เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นเช่นนั้น แต่เวลาหย่อนบัตรในคูหา ก็เป็นสิทธิของผม'

มีคำแนะนำให้นายกฯใหม่

พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธจะให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของนายสมัคร สุนทรเวช แต่เห็นว่านายกฯควรมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ทำงานเพื่อส่วนรวม และสำคัญคือต้องมีความจงรักภักดี ขณะนี้ได้เตรียมคำแนะนำไว้ให้นายกฯคนใหม่ แต่ไม่ขอเปิดเผยผ่านสื่อ เพราะต้องการเก็บไว้คุยกัน 2 คน