WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 22, 2008

เผ่นดีกว่า


ประเทศไทยวันนี้กำลังจะพ้นคำสาป ของแม่มด
หรือหมอผีใจบาปในเวลาไม่ช้านี้
1 ปีเศษที่คนไทยต้องมีชีวิตอยู่บนเรือที่ปราศจาก
หางเสือ ปราศจากกัปตันที่ขับเรือเป็น และปราศจาก
เสบียงอาหารที่จะยังชีพในทะเลลึกซึ่งเต็มไปด้วยมรสุม
ความผิดถูกของประเทศนี้ มีคำตอบชัดเจนว่า...
มาจากอะไร??
จนบัดนี้ เหตุผลที่คณะปฏิรูปฯ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าทั้ง 4 ข้อ ก็ยังไม่มีความ
ชัดเจนในทางอรรถคดีแม้แต่ข้อเดียว
ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย เพียงเพื่อจะ
ปฏิวัติยึดอำนาจ เท่านั้น!!
รัฐบาลและ คมช. ที่มีอำนาจเด็ดขาด เป็นรัฐบาล
เผด็จการที่มีทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นเองกับมือ
คอยเป็น “โรงงานผลิตกฎหมาย” ทุกมาตราที่ต้องการให้
มีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเองแต่มีอำนาจล้นฟ้าอย่าง
คตส. และองค์กรอื่นที่จะทำให้แผนสร้าง “บันได 4 ขั้น”
ของคนทำปฏิวัติเพื่อทำลายล้างอีกฝ่ายให้สูญพันธุ์
คมช. เป็นคณะบุคคลที่สามารถตั้งสภาร่าง
รัฐธรรมนูญขึ้นมาเองได้ ตั้งคณะกรรมการร่าง
กฎหมายเลือกตั้ง-กฎหมายพรรคการเมืองเองได้
นี่คือความได้เปรียบมากมายมหาศาลต่อคนที่เป็น
ศัตรูอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มนักการเมือง
จากพรรคไทยรักไทยเดิม!!
แล้วทำไม?? ศัตรูถาวรของพวกเขาจึงกลับมา
มีอำนาจอีก ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีก??
เพราะประชาชนไม่เห็นด้วยกับ คมช. และ
คณะปฏิวัติ 19 กันยา ใช่หรือไม่??
มาฟัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พูดแล้วช่วยกัน
คิดว่า พระฤๅษีแห่งเขายายเที่ยงพูดเพื่อเอาตัวรอด
ไปวันๆ อย่างนี้อีกทำไมให้เปลืองตัวมากขึ้น??
พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่า....
กรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล
เกียร์ว่าง การที่เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรได้
ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสนอกฎหมายเข้า
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ทำได้ลำบาก
หรือเรื่องที่ให้จัดการกับ “อำนาจเก่า” ก็เป็น
เรื่องที่ยาก เพราะมีแต่ข้าราชการที่ไม่ว่าใครมาเป็น
รัฐบาลเขาต้องทำงานให้!!
ดังนั้น แต่ละเรื่องไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แม้กระทั่ง
การสร้าง ความสมานฉันท์ ที่ได้ประกาศไว้ เพราะคนที่
มองว่าเป็นพวกเดียวกัน เช่น กลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ได้มองว่า
เราเป็นพวกเดียวกัน ทำให้ทำงานลำบาก!!
“การสร้างความสมานฉันท์นั้น ถ้าใช้วิธีพูดคุยกัน
ได้ก็จะเป็นประโยชน์ และมันไม่มีทางอื่น ซึ่งในช่วงต้น
ที่เข้ามาทำหน้าที่ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาความ
ขัดแย้งแล้ว
ที่จะเป็นตัวกลางประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่โทรศัพท์มาหา จากนั้นก็นำคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ไปบอกกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ต่างฝ่ายก็ต่างมี
ทิฐิต่อกัน ทำให้ยังมีปัญหา”
สรุปว่า...เป็นนายกรัฐมนตรีมาปีกว่า พล.อ.สุรยุทธ์
ก็ทำได้แค่เป็น “บุรุษไปรษณีย์” และมาถึงตอนนี้
กำลังจะเผ่นกลับไปเป็น “ฤๅษีอยู่บนเขายายเที่ยง”!!
คมช. โปรดอ่านข้อความนี้อีกครั้ง!!
สองคม

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

นักการเมือง

สิ่งที่ประเทศนี้ต้องการ กลับไม่ใช่การแพ้
หรือชนะของแต่ละฝ่ายทางการเมือง
เพราะ...สำหรับประเทศแล้ว หากมีฝ่ายแพ้
และฝ่ายชนะ ประเทศต่างหากคือผู้เสียหาย เมื่อ
ประเทศเสียหาย ผู้รับกรรมคือประชาชน
ในประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย...การแข่งขัน
กันทางการเมืองจะเหมือนการแข่งขันกัน
ทางกีฬา
เมื่อฝ่ายหนึ่งเอาชนะได้...อีกฝ่ายจะแสดง
ความยินดี จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่....
รอหมายกำหนดการการแข่งขันครั้งใหม่ หรือ
หากมีการทำในสิ่งที่เป็นความเสียหายเกิดขึ้น
แต่ในประเทศที่ด้อยพัฒนา
ผู้ชนะจะเยาะเย้ยถากถางผู้แพ้...ผู้แพ้ก็จะ
พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลับมาเป็นผู้ชนะ
เขาทั้งหลายจะหาทางเข่นฆ่าและทำลายกัน
ทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา เขาทำการเมืองให้เป็นเรื่อง
การทำสงคราม และเขาให้ความสำคัญกับคำว่า
ชนะ เหนือกว่าประเทศและประชาชนที่เขา
ต้องดูแล
ประเทศไทย
ประชาชนเจริญขึ้นมามากแล้วสำหรับ
การเมือง...ประชาชนรู้แล้วว่าสำหรับการหา
ผู้บริหารประเทศแล้ว ควรจะมีพรรคการเมือง
แค่ 2 พรรค...และประชาชนจะเลือกพรรคมากกว่า
ให้ความสำคัญกับคน
ประชาชนจึงเลือกคนที่ไม่มีใครรู้จักเข้ามา
เป็นผู้แทนในสภา เพราะว่าพรรคการเมืองส่งเขา
หรือหล่อนมาให้
ประชาชนรู้ดีว่า...ประชาธิปไตยต่างหาก
ที่จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ประชาชนสู้มา
หลายครั้งแล้วเพื่อจะให้ประชาธิปไตยคงอยู่
แต่...นักการเมืองต่างหากที่ยังไม่พัฒนา
นักการเมือง...ผลักประเทศไปสู่วิกฤติการณ์
ครั้งแล้วครั้งเล่า นักการเมืองฉกฉวยความมั่งคั่ง
ของประเทศไปเป็นสมบัติส่วนตน นักการเมือง
จ้างคนให้มาต่อสู้กันเพื่อจะแพ้ชนะกัน
นักการเมืองจึงเปิดทางให้กับเผด็จการ...
นักการเมืองจึงเชิญเผด็จการเข้ามาล้มล้างคู่ต่อสู้
เลือกตั้งครั้งสุดท้าย...23 ธันวาคม 2550
ประชาชนที่เรียนรู้การเมือง...ล้มล้างเผด็จการ
และแนวร่วมเผด็จการ...และมอบแผ่นดินกลับ
ไปให้กับ...ฝ่ายประชาธิปไตย
แต่...นักการเมืองก็ยังเป็นนักการเมือง
ยังขาดจิตสำนึกที่จะเรียนรู้อย่างนักกีฬาว่า...ไม่ว่า
แพ้หรือชนะ...มันก็คนที่จะต้องสร้างชาติสร้าง
ประเทศไปด้วยกัน
ฝ่ายชนะ...กระเสือกกระสนโดยไม่ดูตัว
ดูตนในตำแหน่งรัฐมนตรี ฝ่ายแพ้...ก็ทำทุกวิธี
ไม่ว่าจะชั่วช้าขนาดไหน...เพื่อจะกลับไปชนะให้ได้
กรรมของคนไทยจริงๆ
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

‘คมช.-คตส.'ผวา ‘พปช'เช็คบิลจับเข่าคุย'พล.อ.อ.ชลิต'

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ คตส. หลังจากรัฐบาลพลังประชาชนกำลังเข้ามาบริหารประเทศว่า ค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา กรรมการ คตส.ทั้ง 10 นำโดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. ได้นำกรรมการ คตส.เดินทางด้วยรถตู้ไปยังกองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อร่วมรับประทานอาหารและร่วมหารือการทำงานกับ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.และรักษาการประธาน คมช. โดยมีรายงานว่าได้มีนายทหารระดับสูงของคมช.เข้าหารือด้วยหลายคน อาทิ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้ช่วยเลขาธิการคมช.เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับประทานอาหารร่วมครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูง ว่ามีการหารือเตรียมรับมือ กับพรรคพลังประชาชน หลังจากเข้ามาบริหารประเทศ รวมถึงคดีต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดของ คตส.ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ส่งสัญญาณไม่ปฏิบัติตามมติของ คตส. เช่น กรณีของ อัยการสูงสูด และ กรมสรรพากร ทั้งที่ คตส.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงก่อนหน้านี้ ร.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหลังการตั้งรัฐบาลพลังประชาชนเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการดำเนินการเช็คบิลทันทีกับฝ่ายตรงข้ามที่ร่วมมือกับคมช.ทำแผนบันไดสี่ขั้นในการล้มรัฐบาลไทยรักไทย ด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฏร มาตรวจสอบการทำงานของฝ่ายเดียวกับ คมช.


จาก hi-thaksin

‘หมอเลี้ยบ'เผยจัดสรรตำแหน่งรมต.ใช้สูตรส.ส.9:1

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เบื้องต้นมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงในรายละเอียด ทั้งนี้เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกโดยหลังจากนี้อีก 2-3 วันจะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นจึงจะมีบทสรุปที่ชัดเจนออกมาอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นสำหรับการแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคจะดูว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมี 315 คน จะแบ่งได้อยู่ที่สัดส่วน 9 คน ต่อรัฐมนตรี 1 คน

เมื่อถามว่า ตำแหน่ง รมว. คลังอาจให้คนในพรรคพลังประชาชนดำรงตำแหน่ง น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้คนนอกหลายคนกังวลใจ รวมถึงการมีกฎหมายที่กำหนดให้มีการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งหลายครั้งทำให้คนอกกังวลใจ นอกจากนี้การเมืองที่มีการทำลายล้างกันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนที่มีความสามารถไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ สำหรับบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคพลังประชาชนอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยจะเป็นบุคคลที่ได้ทำนโยบายของพรรคมาตังแต่ต้น
น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่าอย่างไรก็ตามไม่มีโควต้ารัฐมนตรีคนนอกคนในเพราะทุกคนที่พรรคร่วมเสนอชื่อมาได้รับความเห็นชอบและมีพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว--จบ--


จาก hi-thaksin

คมช.ยุติบทบาท-แนะรมว.กลาโหมต้องเป็นทหาร

การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ที่มี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน คมช.เป็นประธานการประชุม สมาชิก คมช. ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการ คมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะสมาชิก คมช. ได้ทยอยกันเดินทางมาที่กองบัญชาการกองทัพบก ตั้งแต่เช้า โดยมี พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วย ก่อนจะเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งปกติจะมาร่วมรับประทานอาหารเช้า กับ คมช.ทุกสัปดาห์ แต่ในวันนี้ (22 ม.ค.) ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากติดราชการในการเดินทางไปเยือนประเทศตะวันออกกลาง ระหว่างวันที่ 21 - 29 มกราคม 2551 สำหรับหัวข้อในการพูดคุยกัน คาดว่าจะเป็นการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทั่วไป ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีการก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. กล่าวว่า คมช.มีแนวคิดในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเสนอว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง และควรเป็นข้าราชการทหาร เพราะเข้าใจภารกิจของทหารเป็นอย่างดี พร้อมประกาศยุติบทบาทของ คมช. โดยจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการนัดหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพแทน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง--จบ--


จาก hi-thaksin

‘ยงยุทธ'นั่งเก้าอี้ปธ.สภาฯ-ยันรักษาความเป็นกลาง

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช จากพรรคพลังประชาชน ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยผลคะแนนที่ออกมา ปรากฏว่า นายยงยุทธ ได้คะแนน 307 คะแนน ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 167

ก่อนหน้านี้ นายยงยุทธได้กล่าวว่า ขอเวลาพิสูจน์ตัวเองภายใน 1-2 วัน หากได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมั่นใจว่าจะรักษาความเป็นกลางในสภาฯ ได้

"มนุษย์ทุกคนย่อมมีพรรคมีพวก ผมคงไม่กล้าบอกว่าไม่ได้มาจากพรรคพลังประชาชน แต่การทำงานก็คงสามารถแยกแยะได้ และขอให้ผลของการทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์" นายยงยุทธ ตอบเมื่อถูกถามถึงความเป็นกลางการทำงานหากได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ

นอกจากนี้ นายยงยุทธ พร้อมที่จะชี้แจงในข้อกล่าวหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และไม่รู้สึกกังวลที่ถูกมองว่าเป็นสายล่อฟ้า แต่เชื่อมั่นว่าการทำงานจะเน้นสร้างความสุข ลดความข้ดแย้ง และเชื่อว่าการที่พรรคมีเสียงข้างมากในสภา เพราะบางครั้งเสียงข้างมากต้องฟังเสียงข้างน้อยเพื่อรัฐบาลจะได้นำข้อติติงไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยการประสานงานกับวิปฝ่ายค้านก็จะใช้แนวทางแบบใจถึงใจ ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่ดีได้

จาก hi-thaksin

สุรพงษ์ ชี้การเมือง-กฎระเบียบ ทำคนนอกปฏิเสธนั่งรมว.คลัง


เลขาธิการ พปช. เผยโผรัฐมนตรีลงตัวแล้ว เหลือคุยรายละเอียด หลังลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ชี้ข้อจำกัดกฎระเบียบ-การเมือง ที่ทำลายล้างกัน ทำคนนอกกังวลใจนั่ง รมว.คลัง เตรียมจัดทีมเศรษฐกิจจากคนในและนักวิชาการ เพื่อเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ


นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เบื้องต้นมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก โดยหลังจากนี้ 2-3 วัน จะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น จึงจะมีบทสรุปที่ชัดเจนออกมาอีกครั้งหนึ่ง

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะแบ่งตามสัดส่วน เบื้องต้น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 315 คน จะแบ่งอยู่ที่สัดส่วน 9 คน ต่อรัฐมนตรี 1 คน ส่วนรายละเอียดจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ทั้งนี้ทิศทางของ 6 พรรคร่วมรัฐบาล เบื้องต้นตรงกันคือต้องการให้มีการแก้ไขของประเทศและหาบทสรุปร่วมกัน ดังนั้น โผรัฐมนตรีที่ออกมาเป็นข่าวเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของแหล่งข่าว เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนใด ๆ หากจะสังเกตดูจะพบว่าแต่ละสัปดาห์จะมีการเปลี่ยนโผรัฐมนตรีอยู่ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาจให้บุคลากรในพรรคพลังประชาชนมาดำรงตำแหน่ง เพราะเชิญคนนอกมาไม่ได้ใช่หรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้คนนอกหลายคนกังวลใจ รวมถึงการมีกฎหมายที่กำหนดให้มีการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งหลายครั้ง นอกจากนี้ การเมืองที่มีการทำลายล้างกันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนที่มีความสามารถไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ สำหรับบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคพลังประชาชนอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะเป็นบุคคลที่ได้ทำนโยบายของพรรคมาตังแต่ต้น แต่ยังไม่ได้ปรากฏต่อหน้าสื่อ นอกจากนี้ ยังมีทีมงานอีกหลายคนที่อยู่เบื้องหลัง
นพ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องเป็นผู้นำและกล้าตัดสินใจ พรรคพลังประชาชนไม่ได้คิดว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพียงคนเดียวที่ดูแลแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ได้มีการจัดสรรทีมงานเพื่อแก้ปัญหา โดยทีมเศรษฐกิจจะมีทั้งคนในพรรคพลังประชาชนและนักวิชาการที่พร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยทุกคนต่างรู้ว่าต้องทำงานหนัก เมื่อพรรคพลังประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ คือ รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้นักลงทุนต่างชาติมีเงิน แต่ไม่กล้าลงทุน เนื่องจากปัญหาสถานการณ์การเมือง

เมื่อถามต่อว่า มีการกำหนดสัดส่วนคนนอกคนในที่จะมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีโควตาคนนอกคนใน เพราะทุกคนที่พรรคร่วมเสนอชื่อมาได้รับความเห็นชอบและมีพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลนั้น จะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลภายใน 1-2 วันนี้



พปช.ส่ง'มิ่งขวัญ'นั่งรมว.พาณิชย์-'เฉลิม'เป็นรมว.มหาดไทย

พรรคพลังประชาชน มีความชัดเจนในส่วนของรัฐมนตรีบางตำแหน่ง โดยให้ "มิ่งขวัญ" เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ และ "ร.ต.อ.เฉลิม"เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชน ภายหลังการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ววันนี้คงต้องจับตาดูการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์ที่ 25 ม.ค. นี้ด้วย ขณะที่ความชัดเจนในเรื่องของตำแหน่งรัฐมนตรีนั้นขณะนี้ก็ลงตัวแล้วในบางส่วน

โดยเฉพาะในส่วนของตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคจะนั่งในเก้าอี้นี้ นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของนายปลอดประสพ สุรัสวดี แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังได้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ยงยุทธ ขอเวลาพิสูจน์การทำหน้าที่ตำแหน่งประธานสภาฯ

รัฐสภา 22 ม.ค. – “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ขอเวลาพิสูจน์การทำหน้าที่ตำแหน่งประธานสภาฯ ยืนยันยึดหลักจริยธรรม ไม่มีเผด็จการรัฐสภาแน่ ปัดแสดงความเห็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า หากเข้ามาทำหน้าที่ประธานสภาฯ จะไม่เกิดเหตุการณ์เผด็จการรัฐสภาอย่างแน่นอน แม้จะมีเพื่อน มีพี่มีน้อง และหลอกไม่ได้ว่ามาจากพรรคพลังประชาชน แต่การทำหน้าที่ต้องคำนึงถึงจริยธรรม และสำนึกในความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะอยู่สถาบันใด ดังนั้น พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง ทั้งนี้ ยอมรับว่า ไม่มีจุดเด่นอะไรที่ ส.ส.จะต้องมาโหวตให้ แต่เห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องทำงานมากกว่า จึงต้องการขอเวลา และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

“ไม่มีเผด็จการรัฐสภา สิ่งเหล่านี้แค่คิดก็ไม่ถูกต้องแล้ว ไม่ได้ บรรยากาศการทำงานจะต้องอะลุ้มอล่วย จะไปคิดว่าไม่ฟังเสียงข้างน้อยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีสภาฯ ไว้ทำไม การฟังเป็นสิ่งดี รัฐบาลจะสามารถนำข้อติติง ข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายไปใช้ประโยชน์ของประเทศได้ แต่ความเห็นอะไรที่ซ้ำกัน ห รืออาจทำให้ที่ประชุมเสียเวลา ก็คงต้องมาคุยกัน” นายยงยุทธ กล่าว

นายยงยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นความฝันคือ ทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศชาติ และไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นเหยื่อของความขัดแย้ง ดังนั้น หากอะไรที่ลดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความปรองดองได้ มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก คือ หลักที่จะต้องทำ

ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่า จะเกิดกรณีเสียงข้างมากลากไปนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ในระบอบประชาธิปไตย จะบอกว่าเสียงข้างน้อยลากไป คงไม่เป็นระบอบประชาธิปไตย แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ว่าสิ่งที่ทำไปนั้น เสียงข้างมากทำถูกต้องหรือไม่ ชอบธรรมหรือไม่ ถ้าเสียงข้างมากไม่ชอบธรรม ผู้ที่ตัดสินคือประชาชนที่ไปลงคะแนนให้ ดังนั้น ในสภาฯ ต้องใช้เสียงข้างมากตัดสิน แต่ต้องตัดสินโดยวิถีทางที่เป็นธรรม

สำหรับการที่จะเสนอทูลเกล้าฯ ถวาย รายชื่อนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ กล่วว่า ขณะนี้ยังไม่ขอวิจารณ์ถึงขั้นนั้น เพราะยังไม่ได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ และยิ่งถูกบอกว่าเป็นสายล่อฟ้า จึงขออย่าเพิ่งให้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเกรงจะถูกวิจารณ์ว่ายังไม่ได้รับตำแหน่ง ก็อวดดีเสียแล้ว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-22 10:49:30

'บรรหาร'หนุน'ยงยุทธ' นั่งปธ.สภาฯแนะรอดูงานก่อนวิพากษ์



การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก คึกคักขณะหัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุ พร้อมสนับสนุน'ยงยุทธ' เป็นประธานสภาฯ โดยขอติดตามความเป็นกลางการทำหน้าที่

บรรยายกาศ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาฯ เป็นไปอย่างคึกคักโดยบรรดาสมาชิกผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ต่างทยอยรวมเข้าการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

โดย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ยืนยันในฐานะความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อพร้อมจะสนับสนุน นายยงยุทธ ติยะไพรัช ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ โดยสนับสนุนคนของพรรคพลังประชาชนให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาทั้งสองด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า นายยงยุทธ นั้น จะสามารถทำหน้าที่ได้โดยขอให้รอดูการทำหน้าที่ต่อไป โดยเฉพาะของเรื่องความเป็นกลาง

สำหรับ บรรยายกาศโดยทั่วไป หลังจากที่ ส.ส.หลายคนได้ลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้ว หลังจากที่กลับเข้าไปนั่งภายในที่ประชุม โดยมีบางส่วนมีการจับกลุ่มพูดคุยกัน เช่น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่มีการยืนพูดคุยกับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย