WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 22, 2008

คนวันเสาร์ฯเผยโผการจัดตำแหน่งต่างๆ รัฐบาลใหม่

22 มกราคม 2551

แหล่งข่าวเชิงลึกจาก
เว็บไซต์คนเสาร์ไม่เอาเผด็จการ คุณ AlienET ได้เปิดเผยข่าวที่ตนเองได้รับมาให้เพื่อนประชาชนทราบล่วงหน้า เกี่ยวกับการจัดตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้

ขอแจ้งข้อสรุปเบื้องต้นล่าสุดของโควต้าแต่ละพรรคที่จะได้ตำแหน่งผู้บริหารประเทศครับ

พรรคประชาราษฎร์ ได้ 1 ตำแหน่ง
พรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ 2 ตำแหน่ง
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ 2 ตำแหน่ง
พรรคเพื่อแผ่นดินได้ 5 ตำแหน่ง(เดิมได้ 4 ขอเพิ่มได้เป็น 5)
พรรคชาติไทยได้ 6 ตำแหน่ง(เดิมได้ 5 ต่อรองขอเพิ่ม 7 คาดว่าได้ 6)
พรรคพลังประชาชนเหลือ 20 ตำแหน่งรวมนายกฯ
รวมแล้วจะต้องไม่เกิน 36 คนแต่อาจจะเกินกว่า 36 ตำแหน่งได้

- ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ นายสมัคร สุนทรเวช แน่นอน 100%
- ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมคือ พลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์ แน่นอน 100%
- ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์คือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ 80%
- ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังคือ ดร.สุชาติ ธำรงธาดาเวช
- ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของ นายทนง พิทยะและดร.โกร่งว่าจะตอบรับหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ ก็อาจจะเป็นนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
- ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมอาจเป็นนายเฉลิม อยู่บำรุง เอาไปสู้พรรคพวกนายจรัญทีได้วางพรรคพวกไว้
- ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยยังไม่ลงตัวนายเฉลิมก็เป็นตัวเก็งด้วยคนหนึ่ง
- กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงวัฒนธรรมฯ, กระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นของพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค
- กระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงสารสนเทศและเทคโนโลยี(ไอซีที.), กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นของพรรคพลังประชาชน

นอกนั้นก็ต่อรองเลื่อนไหลกันไปตามธรรมชาติของการจัดตั้งรัฐบาล

จาก Thai E-News

ไม่เลิกสอบปธ.ยงยุทธ กกต.ชี้ยุบพปช.อีกยาว [22 ม.ค. 51 - 13:12]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรก วันนี้ (22 ม.ค.) หลังการอภิปรายของสมาชิกอย่างกว้างขวางใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ประเด็นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องแนะนำตัวเองต่อที่ประชุมหรือไม่ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ในที่สุดที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 310 เสียง ให้ดำเนินการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรไปตามวาระการประชุมโดยไม่ต้องมีการแนะนำตัว จากนั้น พรรคพลังประชาชน เสนอชื่อ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 8 พรรคประชาธิปัตย์ ชิงตำแหน่งดังกล่าว ต่อมา เข้าสู่ขั้นตอนให้สมาชิก ลงคะแนนลับ โดยแจกกระดาษพร้อมซองให้สมาชิกแต่ละคนเลือกบุคคลที่เห็นว่า สมควรให้ดำรงตำแหน่งนี้ ก่อนนำไปส่งให้กรรมการนับคะแนนบริเวณด้านหน้าห้องประชุม ผลการนับคะแนนเป็นไปตามคาด นายยงยุทธ ได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 307 เสียง นายบัญญัติได้คะแนน 167 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง

ด้าน นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า จะไม่ยุติการพิจารณาคดีนายยงยุทธ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน แม้จะมีการลาออกจากตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค และ กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนแล้วก็ตาม เพราะถือว่ากระบวนการตรวจสอบได้เริ่มต้นไปแล้ว และถือว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ จำเป็นที่คณะกรรมการสอบสวนต้องทำงานอย่างรอบคอบ ดังนั้นการขอขยายเวลาการสอบสวนออกไป 1-2 สัปดาห์เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่ชัดเจน เพราะต้องนำสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ส่วนประเด็นการยุบพรรคต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน

ขณะที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การพิจารณายุบพรรคพลังประชาชนจากคดีของนายยงยุทธ ยังมีอีกหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่ชัดเจน อีกทั้งจำเป็นต้องรอคำตัดสินของศาลฎีกามาเป็นแนวทางการพิจารณาของ กกต. จากนั้นต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคต่อไป


“สมศักดิ์-อภิวันท์” นั่งรองปธ.สภาฯ ตามคาด [22 ม.ค. 51 - 14:21]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรก วันนี้ (22 ม.ค.) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติลงคะแนนให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 307 เสียง แล้ว ล่าสุด ผลการลงคะแนนในทางลับ เลือกผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน ได้รับเสียงสนับสนุน 303 เสียง ขณะที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.กทม. ได้ 170 เสียง มีเสียงงดลงคะแนน 1 เสียง

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทางพรรคพลังประชาชนเสนอชื่อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี ซึ่งไม่มีผู้ท้าชิง ทำให้ไม่ต้องมีการลงคะแนน ที่ประชุมจึงให้การรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



สภาเมีย คมช.

พลันที่การสมัคร ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งสิ้นสุดลง
คนไทยทั้งประเทศก็ได้เห็นรายชื่อผู้สมัครกันแล้วว่าเป็น
ใครกันบ้าง จากนี้ไปจึงต้องจับตาไปที่กระบวนการสรรหา
เพื่อให้ได้ ส.ว. ทั้ง 74 คนว่า มีความโปร่งใส ไม่เล่นพวก
และได้บุคคลที่มีคุณภาพสมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้
ดังที่ท่านผู้ร่างรัฐธรรมนูญคุยนักคุยหนาเพียงใด
แต่พลันที่ได้สำรวจลึกลงไปถึงรายชื่อผู้สมัครดังกล่าว
ก็ทำให้มีอันต้องสะดุดกับรายชื่อหลายรายชื่อที่สมัครเข้ามาว่า
มีความควรแค่ไหนที่สมัครเข้ามา
ในจำนวนรายชื่อเหล่านั้น ที่สะดุดที่สุดก็คือชื่อของ
นางพรเพ็ญ เกยานนท์ ที่ถูกส่งเข้าประกวดโดยสมาคมภริยา
ทหารเรือ และเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าสุภาพสตรีท่านนี้เป็นภริยา
ของ พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก คมช. ที่ร่วมกันปฏิวัติ
รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่ถูกกฎหมายของประชาชน
คุณสมบัติความรู้ความสามารถของคุณพรเพ็ญ ในการ
จะเป็นสมาชิกวุฒิสภาคงไม่มีใครข้องใจ ทั้งผลงานในอดีต
ที่เคยทำหน้าที่ทางด้านสังคมสงเคราะห์ และการบริหารงาน
บริษัทในภาคเอกชนอย่างบริษัทท่องเที่ยวที่ชื่อ เอ็ม เพรส
แทรเวล
โดยส่วนตัว คนเมืองก็รู้จักพี่ติ๋วคนนี้และสามีที่ชื่อเล่น
ว่าพี่อุ๊ดี ให้ความเคารพนับถือถึงความเป็นคนดีของคนทั้งสอง
มาโดยตลอด ไม่เคยมีอะไรมาสะกิดให้ข้องใจเลยว่าท่าน
เป็นคนไม่ดี
ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่ตำแหน่งส่วนตัว แต่เป็น
ตำแหน่งส่วนรวมที่ต้องทำงานเพื่อชาติ ไม่ใช่ตำแหน่งที่ให้แก่
กันเพื่อเป็นบำเหน็จรางวัลเหมือนสมาชิกสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติชุดปัจจุบัน ที่หลายคนได้รับเพราะเป็นบำเหน็จ
รางวัลและตอบแทนบุญคุณกัน
ท่านไม่กังวลว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ตาม
รัฐธรรมนูญมาตรา 113 อันได้แก่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการ
แผ่นดิน ประธาน ป.ป.ช. ประธานกรรมการตรวจเงิน
แผ่นดิน ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
จะอึดอัดใจหรือเกรงอกเกรงใจท่านเลยหรือครับ
หรือว่าคนเหล่านี้สั่งได้
ท่านอยากเป็นไปทำไมให้ผู้คนเขาครหา และตกเป็น
เป้าในการถูกวิจารณ์ในทางเสียหายซึ่งเปลืองตัวโดยใช่เหตุ
ถ้าอยากเป็นทำไมไม่ลงสมัครแบบเลือกตั้ง ให้ประชาชน
เลือกเข้ามาอย่างสง่างามและมีศักดิ์ศรีโดยไม่ต้องอาศัย
ใบบุญสามี หรือว่าลงสมัครแบบเลือกตั้งแล้วกลัวจะไม่ได้เป็น
ส.ว. เพราะประชาชนไม่เลือก
เขาทักท้วงกันมากตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสภาร่าง
รัฐธรรมนูญแล้วว่า จะมีบุคคลอย่างนี้เป็น ส.ว.แต่งตั้งก็ไม่มี
ใครฟังกัน แล้วคนร่างอย่าง อ.นรนิติ เศรษฐบุตร ดร.สมคิด
เลิศไพฑูรย์ หรือแม้แต่หน้าแหลมฟันดำจะตอบประชาชน
อย่างไร
เคยด่าเขาไว้ไม่ใช่หรือว่า ส.ว.ชุดที่แล้วเป็นสภาผัวเมีย
แล้วสภาเมีย คมช. ชุดนี้ ต่างจากสภาผัวเมีย
ตรงไหนครับ
คนเมือง

ประเทศไทย (ก็) ของผม - ประเทศไทย (ก็) ของผม

เผ่นดีกว่า


ประเทศไทยวันนี้กำลังจะพ้นคำสาป ของแม่มด
หรือหมอผีใจบาปในเวลาไม่ช้านี้
1 ปีเศษที่คนไทยต้องมีชีวิตอยู่บนเรือที่ปราศจาก
หางเสือ ปราศจากกัปตันที่ขับเรือเป็น และปราศจาก
เสบียงอาหารที่จะยังชีพในทะเลลึกซึ่งเต็มไปด้วยมรสุม
ความผิดถูกของประเทศนี้ มีคำตอบชัดเจนว่า...
มาจากอะไร??
จนบัดนี้ เหตุผลที่คณะปฏิรูปฯ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าทั้ง 4 ข้อ ก็ยังไม่มีความ
ชัดเจนในทางอรรถคดีแม้แต่ข้อเดียว
ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย เพียงเพื่อจะ
ปฏิวัติยึดอำนาจ เท่านั้น!!
รัฐบาลและ คมช. ที่มีอำนาจเด็ดขาด เป็นรัฐบาล
เผด็จการที่มีทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นเองกับมือ
คอยเป็น “โรงงานผลิตกฎหมาย” ทุกมาตราที่ต้องการให้
มีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเองแต่มีอำนาจล้นฟ้าอย่าง
คตส. และองค์กรอื่นที่จะทำให้แผนสร้าง “บันได 4 ขั้น”
ของคนทำปฏิวัติเพื่อทำลายล้างอีกฝ่ายให้สูญพันธุ์
คมช. เป็นคณะบุคคลที่สามารถตั้งสภาร่าง
รัฐธรรมนูญขึ้นมาเองได้ ตั้งคณะกรรมการร่าง
กฎหมายเลือกตั้ง-กฎหมายพรรคการเมืองเองได้
นี่คือความได้เปรียบมากมายมหาศาลต่อคนที่เป็น
ศัตรูอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มนักการเมือง
จากพรรคไทยรักไทยเดิม!!
แล้วทำไม?? ศัตรูถาวรของพวกเขาจึงกลับมา
มีอำนาจอีก ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีก??
เพราะประชาชนไม่เห็นด้วยกับ คมช. และ
คณะปฏิวัติ 19 กันยา ใช่หรือไม่??
มาฟัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พูดแล้วช่วยกัน
คิดว่า พระฤๅษีแห่งเขายายเที่ยงพูดเพื่อเอาตัวรอด
ไปวันๆ อย่างนี้อีกทำไมให้เปลืองตัวมากขึ้น??
พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่า....
กรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล
เกียร์ว่าง การที่เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรได้
ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสนอกฎหมายเข้า
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ทำได้ลำบาก
หรือเรื่องที่ให้จัดการกับ “อำนาจเก่า” ก็เป็น
เรื่องที่ยาก เพราะมีแต่ข้าราชการที่ไม่ว่าใครมาเป็น
รัฐบาลเขาต้องทำงานให้!!
ดังนั้น แต่ละเรื่องไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แม้กระทั่ง
การสร้าง ความสมานฉันท์ ที่ได้ประกาศไว้ เพราะคนที่
มองว่าเป็นพวกเดียวกัน เช่น กลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ได้มองว่า
เราเป็นพวกเดียวกัน ทำให้ทำงานลำบาก!!
“การสร้างความสมานฉันท์นั้น ถ้าใช้วิธีพูดคุยกัน
ได้ก็จะเป็นประโยชน์ และมันไม่มีทางอื่น ซึ่งในช่วงต้น
ที่เข้ามาทำหน้าที่ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาความ
ขัดแย้งแล้ว
ที่จะเป็นตัวกลางประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่โทรศัพท์มาหา จากนั้นก็นำคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ไปบอกกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ต่างฝ่ายก็ต่างมี
ทิฐิต่อกัน ทำให้ยังมีปัญหา”
สรุปว่า...เป็นนายกรัฐมนตรีมาปีกว่า พล.อ.สุรยุทธ์
ก็ทำได้แค่เป็น “บุรุษไปรษณีย์” และมาถึงตอนนี้
กำลังจะเผ่นกลับไปเป็น “ฤๅษีอยู่บนเขายายเที่ยง”!!
คมช. โปรดอ่านข้อความนี้อีกครั้ง!!
สองคม

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

นักการเมือง

สิ่งที่ประเทศนี้ต้องการ กลับไม่ใช่การแพ้
หรือชนะของแต่ละฝ่ายทางการเมือง
เพราะ...สำหรับประเทศแล้ว หากมีฝ่ายแพ้
และฝ่ายชนะ ประเทศต่างหากคือผู้เสียหาย เมื่อ
ประเทศเสียหาย ผู้รับกรรมคือประชาชน
ในประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย...การแข่งขัน
กันทางการเมืองจะเหมือนการแข่งขันกัน
ทางกีฬา
เมื่อฝ่ายหนึ่งเอาชนะได้...อีกฝ่ายจะแสดง
ความยินดี จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่....
รอหมายกำหนดการการแข่งขันครั้งใหม่ หรือ
หากมีการทำในสิ่งที่เป็นความเสียหายเกิดขึ้น
แต่ในประเทศที่ด้อยพัฒนา
ผู้ชนะจะเยาะเย้ยถากถางผู้แพ้...ผู้แพ้ก็จะ
พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลับมาเป็นผู้ชนะ
เขาทั้งหลายจะหาทางเข่นฆ่าและทำลายกัน
ทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา เขาทำการเมืองให้เป็นเรื่อง
การทำสงคราม และเขาให้ความสำคัญกับคำว่า
ชนะ เหนือกว่าประเทศและประชาชนที่เขา
ต้องดูแล
ประเทศไทย
ประชาชนเจริญขึ้นมามากแล้วสำหรับ
การเมือง...ประชาชนรู้แล้วว่าสำหรับการหา
ผู้บริหารประเทศแล้ว ควรจะมีพรรคการเมือง
แค่ 2 พรรค...และประชาชนจะเลือกพรรคมากกว่า
ให้ความสำคัญกับคน
ประชาชนจึงเลือกคนที่ไม่มีใครรู้จักเข้ามา
เป็นผู้แทนในสภา เพราะว่าพรรคการเมืองส่งเขา
หรือหล่อนมาให้
ประชาชนรู้ดีว่า...ประชาธิปไตยต่างหาก
ที่จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ประชาชนสู้มา
หลายครั้งแล้วเพื่อจะให้ประชาธิปไตยคงอยู่
แต่...นักการเมืองต่างหากที่ยังไม่พัฒนา
นักการเมือง...ผลักประเทศไปสู่วิกฤติการณ์
ครั้งแล้วครั้งเล่า นักการเมืองฉกฉวยความมั่งคั่ง
ของประเทศไปเป็นสมบัติส่วนตน นักการเมือง
จ้างคนให้มาต่อสู้กันเพื่อจะแพ้ชนะกัน
นักการเมืองจึงเปิดทางให้กับเผด็จการ...
นักการเมืองจึงเชิญเผด็จการเข้ามาล้มล้างคู่ต่อสู้
เลือกตั้งครั้งสุดท้าย...23 ธันวาคม 2550
ประชาชนที่เรียนรู้การเมือง...ล้มล้างเผด็จการ
และแนวร่วมเผด็จการ...และมอบแผ่นดินกลับ
ไปให้กับ...ฝ่ายประชาธิปไตย
แต่...นักการเมืองก็ยังเป็นนักการเมือง
ยังขาดจิตสำนึกที่จะเรียนรู้อย่างนักกีฬาว่า...ไม่ว่า
แพ้หรือชนะ...มันก็คนที่จะต้องสร้างชาติสร้าง
ประเทศไปด้วยกัน
ฝ่ายชนะ...กระเสือกกระสนโดยไม่ดูตัว
ดูตนในตำแหน่งรัฐมนตรี ฝ่ายแพ้...ก็ทำทุกวิธี
ไม่ว่าจะชั่วช้าขนาดไหน...เพื่อจะกลับไปชนะให้ได้
กรรมของคนไทยจริงๆ
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

‘คมช.-คตส.'ผวา ‘พปช'เช็คบิลจับเข่าคุย'พล.อ.อ.ชลิต'

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ คตส. หลังจากรัฐบาลพลังประชาชนกำลังเข้ามาบริหารประเทศว่า ค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา กรรมการ คตส.ทั้ง 10 นำโดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. ได้นำกรรมการ คตส.เดินทางด้วยรถตู้ไปยังกองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อร่วมรับประทานอาหารและร่วมหารือการทำงานกับ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.และรักษาการประธาน คมช. โดยมีรายงานว่าได้มีนายทหารระดับสูงของคมช.เข้าหารือด้วยหลายคน อาทิ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้ช่วยเลขาธิการคมช.เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับประทานอาหารร่วมครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูง ว่ามีการหารือเตรียมรับมือ กับพรรคพลังประชาชน หลังจากเข้ามาบริหารประเทศ รวมถึงคดีต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดของ คตส.ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ส่งสัญญาณไม่ปฏิบัติตามมติของ คตส. เช่น กรณีของ อัยการสูงสูด และ กรมสรรพากร ทั้งที่ คตส.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงก่อนหน้านี้ ร.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหลังการตั้งรัฐบาลพลังประชาชนเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการดำเนินการเช็คบิลทันทีกับฝ่ายตรงข้ามที่ร่วมมือกับคมช.ทำแผนบันไดสี่ขั้นในการล้มรัฐบาลไทยรักไทย ด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฏร มาตรวจสอบการทำงานของฝ่ายเดียวกับ คมช.


จาก hi-thaksin

‘หมอเลี้ยบ'เผยจัดสรรตำแหน่งรมต.ใช้สูตรส.ส.9:1

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เบื้องต้นมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงในรายละเอียด ทั้งนี้เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกโดยหลังจากนี้อีก 2-3 วันจะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นจึงจะมีบทสรุปที่ชัดเจนออกมาอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นสำหรับการแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคจะดูว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมี 315 คน จะแบ่งได้อยู่ที่สัดส่วน 9 คน ต่อรัฐมนตรี 1 คน

เมื่อถามว่า ตำแหน่ง รมว. คลังอาจให้คนในพรรคพลังประชาชนดำรงตำแหน่ง น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้คนนอกหลายคนกังวลใจ รวมถึงการมีกฎหมายที่กำหนดให้มีการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งหลายครั้งทำให้คนอกกังวลใจ นอกจากนี้การเมืองที่มีการทำลายล้างกันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนที่มีความสามารถไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ สำหรับบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคพลังประชาชนอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยจะเป็นบุคคลที่ได้ทำนโยบายของพรรคมาตังแต่ต้น
น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่าอย่างไรก็ตามไม่มีโควต้ารัฐมนตรีคนนอกคนในเพราะทุกคนที่พรรคร่วมเสนอชื่อมาได้รับความเห็นชอบและมีพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว--จบ--


จาก hi-thaksin

คมช.ยุติบทบาท-แนะรมว.กลาโหมต้องเป็นทหาร

การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ที่มี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน คมช.เป็นประธานการประชุม สมาชิก คมช. ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการ คมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะสมาชิก คมช. ได้ทยอยกันเดินทางมาที่กองบัญชาการกองทัพบก ตั้งแต่เช้า โดยมี พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วย ก่อนจะเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งปกติจะมาร่วมรับประทานอาหารเช้า กับ คมช.ทุกสัปดาห์ แต่ในวันนี้ (22 ม.ค.) ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากติดราชการในการเดินทางไปเยือนประเทศตะวันออกกลาง ระหว่างวันที่ 21 - 29 มกราคม 2551 สำหรับหัวข้อในการพูดคุยกัน คาดว่าจะเป็นการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทั่วไป ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีการก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. กล่าวว่า คมช.มีแนวคิดในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเสนอว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง และควรเป็นข้าราชการทหาร เพราะเข้าใจภารกิจของทหารเป็นอย่างดี พร้อมประกาศยุติบทบาทของ คมช. โดยจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการนัดหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพแทน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง--จบ--


จาก hi-thaksin

‘ยงยุทธ'นั่งเก้าอี้ปธ.สภาฯ-ยันรักษาความเป็นกลาง

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช จากพรรคพลังประชาชน ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยผลคะแนนที่ออกมา ปรากฏว่า นายยงยุทธ ได้คะแนน 307 คะแนน ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 167

ก่อนหน้านี้ นายยงยุทธได้กล่าวว่า ขอเวลาพิสูจน์ตัวเองภายใน 1-2 วัน หากได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมั่นใจว่าจะรักษาความเป็นกลางในสภาฯ ได้

"มนุษย์ทุกคนย่อมมีพรรคมีพวก ผมคงไม่กล้าบอกว่าไม่ได้มาจากพรรคพลังประชาชน แต่การทำงานก็คงสามารถแยกแยะได้ และขอให้ผลของการทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์" นายยงยุทธ ตอบเมื่อถูกถามถึงความเป็นกลางการทำงานหากได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ

นอกจากนี้ นายยงยุทธ พร้อมที่จะชี้แจงในข้อกล่าวหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และไม่รู้สึกกังวลที่ถูกมองว่าเป็นสายล่อฟ้า แต่เชื่อมั่นว่าการทำงานจะเน้นสร้างความสุข ลดความข้ดแย้ง และเชื่อว่าการที่พรรคมีเสียงข้างมากในสภา เพราะบางครั้งเสียงข้างมากต้องฟังเสียงข้างน้อยเพื่อรัฐบาลจะได้นำข้อติติงไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยการประสานงานกับวิปฝ่ายค้านก็จะใช้แนวทางแบบใจถึงใจ ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่ดีได้

จาก hi-thaksin