WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 22, 2008

2 พรรคร่วมประสานเสียง ไม่แหกโผโหวตนายกฯ [22 ม.ค. 51 - 16:33]

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (22 ม.ค.) หลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานว่า ต้องให้โอกาสนายยงยุทธ ในการทำงาน เพราะทุกคนต้องเริ่มต้นการทำงานทั้งนั้น พร้อมกันนี้ ยังตอบโต้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายในการปิดประชุมสภาว่า ในการนัดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อนว่า ทุกคนรู้ว่าต้องทำอย่างไร รวมทั้งนายยงยุทธ ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) ดังนั้น สิ่งที่นายชวนพูด ตนในฐานะหัวหน้าพรรคพรรคพลังประชาชน ทราบทุกขั้นตอน และยืนยันไม่ได้มีการหาฤกษ์หายามแต่อย่างใด


ขณะที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าวว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทยยืนยันว่า จะเป็นไปตามมติที่ให้ไว้ 34 เสียงไม่มีการแหกโผใดๆ


เมื่อถามว่า จะสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคร่วมรัฐบาล


ส่วนพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 9 เสียงของพรรค จะไม่แตก เพราะถือเป็นพรรคแรกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาล


กกต.รับรอง “ยงยุทธ” ลาออกจากรองหน.พปช. [22 ม.ค. 51 - 18:11]

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าววันนี้ (22 ม.ค.) ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับรองการลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยการดำรงตำแหน่งดังกล่าวของนายยงยุทธ ไม่ส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตเลือกตั้งที่กำลังพิจารณาอยู่ เพราะไม่ว่านายยงยุทธจะได้รับตำแหน่งอะไร ก็ไม่สามารถกดดันการทำงานของ กกต.ได้



ร.ต.อ.เฉลิม มั่นใจโหวตเลือกนายกฯ สมัครเสียงไม่แตก

รัฐสภา 22 ม.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม มั่นใจเลือก สมัคร เป็นนายกฯ เสียงไม่แตก ออกตัวยังไม่ทราบได้นั่ง รมว.มหาดไทย หรือไม่ แต่ทำงานได้ทุกตำแหน่ง ยืนยัน รมว.ยุติธรรม-รมว.มหาดไทย ก้าวก่ายกระบวนการตรวจสอบคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ เพราะศาลเป็นอิสระ ลั่นไม่คิดยุบ คตส.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงผลการลงมติเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่มีคะแนนเสียงบางส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเลือกคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จะมีผลต่อการดำเนินการของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย เสียงให้ไปบ้างเล็กน้อย แต่ภาพรวมใช้ได้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามต่อว่า หากการลงมติยังมีคะแนนเสียงแตกเช่นนี้ จะมีผลต่อการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงไม่มีอุปสรรค ขอเพียงให้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ชนะก็พอแล้ว เพราะคนจำนวนมากจะให้ถูกใจทั้งหมดคงไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลนอกจากพรรคพลังประชาชนแล้ว ยังมีพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงมติเช่นนี้ ถือว่าไม่เป็นเอกภาพหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าในระบอบประชาธิปไตยเอกภาพมีมากก็ไม่ได้ มีพอดีถึงจะอยู่ได้ อย่าไปมองว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีจะเสียงแตก ได้เสียงมากพอแล้ว ชื่อพลังประชาชนต้องใจกว้าง เมื่อถามต่อว่า หากในอนาคตมีการลงมติแล้ว เกิดเสียงแตกเช่นนี้จะไม่ติดใจใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นนายกรัฐมนตรี ตนถูกอภิปราย แต่ได้คะแนนลงไว้วางใจมากที่สุด เพื่อนของตนบางคนได้คะแนนน้อยกว่า แต่ไม่เคยติดใจ อย่าไปมองอะไรซีเรียส

ส่วนกระแสข่าวที่จะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เรื่องนี้ผู้บริหารพรรคยังไม่ได้พิจารณา ตนไม่ทราบว่าตัวเองจะไปอยู่ที่ไหน เลือกเองไม่ได้ อยู่ที่ทางพรรคจะพิจารณา ขณะนี้ขั้นตอนการฟอร์มรัฐบาลอยู่ที่ คณะกรรมการของพรรคที่ดำเนินการอยู่ โดยจะมีความชัดเจน หลังจากลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ตนจะไปอยู่ที่ใดขึ้นอยู่กับพรรค ตนทำงานได้ทุกตำแหน่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมกังวลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน จะเข้าไปก้าวก่ายการพิจารณาคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะวันนี้สำนักงานศาลยุติธรรมแยกเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มีโอกาสไปเกี่ยวข้องกับสถาบันศาล ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงมหาดไทยจะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีไม่ได้ คนที่ออกมาพูดไม่มีความเข้าใจและต้องการให้รัฐบาลใหม่เสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการรณรงค์หาเสียงพรรคพลังประชาชนได้เสนอว่าหากเป็นรัฐบาลจะนำอดีตนายกรัฐมนตรีกลับคืนมา หากเป็นเช่นนี้เท่ากับเป็นการไปย้ำภาพการล้างความผิดให้อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเป็นคนพูดเอง และบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงแต่ที่ยังไม่กลับ เพราะยังไม่ปลอดภัย วันนี้คดีขึ้นสู่ศาลต้องแยกให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพราะในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้

“คุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) เคยให้สัมภาษณ์แสดงความกังวล ผมก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปแทรกแซง ถ้าทำได้ให้คุณอภิสิทธิ์ช่วยบอกด้วยว่าทำยังไง มันเป็นคนละประเด็น มันเป็นไปไม่ได้ วันนี้อัยการก็เป็นอิสระแล้ว ทำไม่ได้หรอก” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ รัฐบาลจะไม่แทรกแซง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่มีหรอก” พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ยุติบทบาทในการแถลงข่าวว่า คตส.ควรหยุดให้สัมภาษณ์แล้วทำงานมาก คตส.ชอบให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกัน 8-9 หน ทำให้มีการตอบโต้กัน ต่อไปนี้ คตส.ควรยุติการให้สัมภาษณ์แล้วทำงานไป และ คตส.ไม่ควรไปพบกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ รายการโทรทัศน์ทางช่อง 11 และช่อง 5 ควรทบทวนการให้ คตส.ไปออกรายการพาดพิงคนที่ต้องคดีได้รับความเสียหาย

“แน่จริงก็ทำไปคดี ผมไปยกเลิกรายการไม่ได้หรอก แต่ไม่มีใครเขาทำ ผมว่าเรื่องคดีต่อให้ คตส.พร้อมใจกันตายทั้ง 9 คน ก็ไม่เป็นไร คดียังเหมือนเดิม เพราะส่งให้ ป.ป.ช.ได้ จะไปยุบ คตส.หรือทำโน่นทำนี่ไม่ได้หรอก คดียังอยู่ ใครจะไปปัญญาทึบทำอย่างนั้น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-22 16:30:04

ยงยุทธ ยังไม่นัดประชุมสภาฯ จนกว่ามีการโปรดเกล้าฯ ตั้งประธานสภาฯ

รัฐสภา 22 ม.ค. – “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ยังไม่นัดประชุมสภาฯ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาฯ เดินหน้างานแรกฟื้นฟูความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ยืนยันการทำงานเป็นทีม ปัดแสดงความเห็นสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังหารือกับว่าที่รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน หลังจากได้รับเลือกว่า จะยังไม่มีการนัดประชุม หรือดำเนินการอะไรที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย จนกว่าจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อย่างไรก็ตาม งานแรกที่ตั้งใจจะทำ คือ การฟื้นฟูความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ แม้จะมีความเห็นแตกต่าง แต่ในที่สุดต้องยืนบนจุดยืนของผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชน

นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงการแบ่งงานกับว่าที่รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ว่า ไม่มีปัญหา ที่อื่นอาจจะมีการแย่งงานกัน แต่ตนต้องการให้ว่าที่รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ทำงาน ใครมีขีดความสามารถในส่วนไหน ขอให้รับไปดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ข้ามาคนเดียว

สำหรับการนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นายยงยุทธ ยืนยันว่า สภาฯ เลือกใคร จะทูลเกล้าฯ ถวาย ตามนั้น จะไม่มีการเปลี่ยนชื่อ หากเป็นนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็ยังเป็นนายสมัคร

ส่วนเรื่องคดีที่ยังมีค้างอยู่ที่ กกต. นายยงยุทธ ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะข้อเท็จจริงได้เห็นชัดเจนแล้วว่า เป็นเรื่องของการบิดเบือน และตั้งเรื่องขึ้นมาโดยเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ กกต. ไปเป็นพนักงานสอบสวนเอง ดังนั้น เชื่อว่า กกต.คงเข้าใจ และส่วนตัวมั่นใจในความเป็นธรรม เพราะไม่ใช่เรื่องทำผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม นายยงยุทธ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องการหาสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยให้เหตุผลว่า เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะยังไม่ได้รับงาน ดังนั้น ขอเวลาก่อน แต่เรื่องนี้อยู่ในใจอยู่แล้ว.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-22 16:12:01

ชวน ชี้เสียงข้างมากเลือก ยงยุทธ ต้องยอมรับ

รัฐสภา 22 ม.ค. – “ชวน หลีกภัย” ชี้เสียงข้างมากเลือก “ยงยุทธ ติยะไพรัช” เป็นประธานสภาฯ ก็ต้องยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนจะมีปัญหารือไม่ รอให้เริ่มงานก่อน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า การลงมติเป็นสิทธิของเสียงข้างมากที่จะเลือกใคร ส่วนจะทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบทบาทของแต่ละพรรค เมื่อรับตำแหน่งแล้ว ถ้าแต่ละท่านทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับก็ไม่มีปัญหา

ต่อกรณีที่นายยงยุทธ มีเรื่องร้องเรียนค้างอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชวน กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องแยกกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า การมีประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกคาดหมายว่าอาจมีปัญหาในการดำรงตำแหน่ง จะมีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เริ่มต้น รอให้เริ่มต้นเสียก่อน ส่วนที่ประธาน และรองประธานสภาฯ มาจากพรรคเดียวกัน เป็นเรื่องของเสียงข้างมาก ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่

สำหรับการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน จะมีปัญหาหรือไม่ นายชวน ตอบสั้น ๆ ว่า “เรื่องนี้ต้องไปถามท่านหัวหน้า (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)”. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-22 15:47:09

นั่ง ‘ขุนคลัง’ เดี๋ยวก็เก่งเอง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นใคร???คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก มาดัง...ต่อเมื่อได้ร่วมงานกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และทำงานภายใต้กรอบนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล!!!“บางกอกทูเดย์” สรุปใจความที่ “ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” อย่าง...นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้ถูกคาดหมายให้นั่งเก้าอี้ รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อช่วงสายของ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมหรือไม่กับเก้าอี้ “ขุนคลัง” ของ “หมอเลี้ยบ” หรือ น.พ.สุรพงษ์สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนจะอะไรกันนักหนา...ไม่รู้หรือว่า “เงื่อนไข” ที่รัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดให้คนที่จะเข้าไปนั่งในตำแหน่งรมว.คลัง ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างไม่รู้หรือว่า “ญาติ” ในมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม นั้นยาวววววววว....ไปถึง 7 ชั้น 7 ชั่วโคตรขึ้นบน 3 ชั้น...ลงล่างอีก 3 ชั้น รวมตัวเองอีก 1 ชั้น ไล่ตั้งแต่...ปู่ทวด ย่าทวด ตาทวด ยายทวด ปู่ย่าตายาย ลงไปถึง...หลานหลานเขย หลานสะใภ้ กระทั่ง เหลน ของตัวเองและคู่สมรสแค่ไล่ชื่อ อาชีพ ตำแหน่ง...ญาติโกโหติกา ก็เหนื่อยแย่แล้ว!!!แล้วอย่างนี้...ยังจะมีใครหน้าไหน กล้ารับตำแหน่ง“ขุนคลัง” ในยุคสมัยนี้เล่า???ยกเว้น...คนที่อยู่นอกวงการการเงินการคลังและการธนาคาร“เข็มทิศ” จึงชี้ไปยัง...“หมอเลี้ยบ” แล้วก็เป็นที่มาที่นายมิ่งขวัญ...ออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงถึง อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง อย่าง...นายสมคิด ซึ่ง “ดังระเบิด” ในเวลาต่อมา เพราะได้ร่วมงานกับอดีตนายกฯ ทักษิณแม้ “แกนหลัก” ภาคเอกชน และนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ จะติงว่า...“หมอเลี้ยบ” ขาดความรู้และความชำนาญด้านเศรษฐกิจการเงินและการคลังรวมถึงไม่เชี่ยวชาญงานทางด้านเศรษฐกิจมหภาคอาจทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจเชิงมหภาคมีปัญหาและไม่ทันการณ์ จนสั่นสะเทือนความรู้สึกของนักลงทุน ทั้งในและนอกประเทศได้พูดง่ายๆ พวกเขาไม่เชื่อมั่น และอยากให้มีการเปลี่ยนตัว “หมอเลี้ยบ” นั่นแหละต่างจากมุมมองของ นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยาประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ที่ระบุถึง น.พ.สุรพงษ์ กับตำแหน่ง รมว.คลัง เมื่อ 21 ม.ค. ว่าแค่มีความตั้งใจจริงที่แก้ไขปัญหาบ้านเมือง มีสมอง และมีความคิด แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ แต่ถ้ามีทีมงานที่ดีและเป็นที่ยอมรับ ก็เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้ขณะที่ ตัว “หมอเลี้ยบ” เอง บอกในวันเดียวกันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปและที่ผ่านมาก็เป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ จะมีการสรุปหลังเลือกนายกฯ เรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตาม รมว.คลังเป็นตำแหน่งที่สำคัญ คนที่จะมาเป็นรมว.คลัง ต้องกล้าคิดกล้าตัดสินใจ เป็นนักบริหาร จะต้องช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความมั่นใจให้ต่างประเทศได้“เบื้องต้นที่คุยกันน่าจะเป็นคนใน” น.พ.สุรพงษ์ ย้ำแหม! คนในที่ว่านี้...ยังจะมีใครเหมาะสมเท่า “คน” ซึ่งอยู่ในทุกๆเหตุการณ์ที่ “นายใหญ่” เผชิญอยู่ แม้กระทั่ง...ถูกปฏิวัติรัฐประหาร “19 กันยา”เล่า???เอ...แล้วใครคนนั้น มันเป็นใครกันหว่า???.

คมช.ประกาศยุติบทบาทลั่นไม่กลัวถูกเช็คบิล

คมช.ลั่นไม่กลัวถูกเช็คบิล แต่ต้องการให้รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่เป็นทหารที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองแจง พร้อมทำงานกับพรรคพลังประชาชน

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. แถลงผลการประชุม คมช.ในนัดสุดท้าย ว่าที่ประชุมได้มีแนวคิดว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมในรัฐบาลใหม ่สมควรที่จะเป็นคนกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองและจะต้องเป็นทหาร เพราะทหารย่อมเข้าใจในทหารมากกว่า และปฏิเสธขอไม่เจาะจงบุคคล โดยยืนยันไม่ใช่เป็นการแทรกแซงและย้ำว่ากองทัพจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังพร้อมทำงานกับพรรคพลังประชาชน หากมุ่งเพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่กลัวที่จะถูกเช็คบิลในภายหลัง

ทั้งนี้คมช.จะยุติการนัดประชุมในสถานภาพของคมช. โดยจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการพูดคุยหารือระหว่าง ผู้บัญชาการเหล่าทัพในลักษณะของมื้ออาหารเช้า

นอกจากนี้ ที่ประชุมคมช.นัดสุดท้าย เห็นด้วยกับการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นความสมานฉันท์ของคมช. และรัฐบาลชุดใหม่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมาได้โดยไม่ต้องอุปสมบท นอกจากนี้ยังระบุว่า การรับประทานอาหารค่ำของ รักษาการประธานคมช. กับ คตส. วานนี้ เป็นแค่การพบปะพูดคุยก่อนยุติบทบาทคมช. ส่วน คตส. จะได้ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่เป็นดุลพินิจ ของรัฐบาล

โฆษก คมช. ยังระบุว่า คมช. ไม่ขอประเมินตนเอง แต่ขอให้สังคมเป็นผู้ประเมิน โดยยืนยันที่ผ่านมา ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องอย่างดีที่สุดแล้ว


สนธิ-คมช.ทั้งคณะเตรียมเฝ้าทูลลาตำแหน่งหลังรบ.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจาก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า ในที่ประชุม คมช. ได้มีการหารือพูดถึงบทบาทหลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งว่า คมช. จะลดบทบาทลง โดยเฉพาะ บทบาททางการเมือง เพื่อปล่อยให้เป็็นไปตามกลไกทางการเมือง โดย คมช. จะทำหน้าที่เกาะติดและติดตาม ภาระงานด้านความมั่นคงตามบทบาทกองทัพ และให้ความมั่นใจแก่การทำงานของ คตส. ที่ยังมีภารกิจตรวจสอบ การทุจริตของอดีตรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ จนกว่า คมช. จะหมดวาระลงไปพร้อมกับ คณะรัฐบาล แต่การทำงานตรวจสอบยังอยู่ และ คมช. จะใช้บทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในการเข้ามาให้ความมั่นใจต่อการทำงาน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในที่ประชุม คมช. มีการหารือกันและเห็นว่า หลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คมช.ทั้งคณะพร้อมด้วย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีและอดีต ประธาน คมช. จะขอกราบบังคมทูลเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทูลลาจากการปฏิบัติหน้าที่ คมช. มากว่า 1 ปี ส่วนวันเวลาใดนั้นคงต้องภายหลังที่มีการถวายสัตย์ของคณะรัฐบาลชุดใหม่ และพระประสงค์ของพระองค์ท่านที่จะให้เข้าเฝ้าได้ในวันใด


สนธิไปตะวันออกกลาง กลาโหมทิ้งทวน ครม.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (22 ม.ค.) ว่า ยังไม่ทราบว่าการประชุม ครม.วันนี้จะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายหรือไม่ โดยให้ไปสอบถาม นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมทั้งต้องดูเรื่องที่กำหนดเป็นวาระการพิจารณาด้วย

ด้าน นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. กล่าวว่า การประชุม ครม. วันนี้ ไม่ถือว่าเป็นการประชุม ครั้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ส่วนจะมีการประชุมอีกครั้งเมื่อใด คงยังตอบไม่ได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว การส่งต่อมอบงานให้กับรัฐบาลชุดใหม่ จะต้องมี ครม.ชุดใหม่ที่เฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน การประชุมครม.จึงต้องมีต่อไปตามปกติ ในทางปฏิบัติหากมีความจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน ก็สามารถทำได้ แม้จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุม ครม.วันนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจ เดินทางไปประเทศตะวันออกกลางไม่ได้เข้าร่วมการประชุมด้วย ขณะที่ กระทรวงกลาโหม เสนอขออนุมัติเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เพิ่มประสิทธิภาพและขีดสามารถการผลิตกระสุนปืนใหญ่แบบวิถีโค้ง ขนาด 105 มม. ชนิดระเบิดเพิ่มระยะกลาง


‘เฉลิม'ไม่หวั่นเสียงแตกแถวโหวตนายกฯ-ยันไม่แทรกแซงยุติธรรม

ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ยืนยัน ไม่รู้สึกเป็นกังวลว่าเสียงแตกของพรรคร่วมรัฐบาลในวันนี้ในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า จะส่งผลกระทบต่อการโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังคงมั่นใจว่า นายสมัคร สุนทรเวชหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน ส่วนกรณีที่เกิดเสียงแตกของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่เห็นว่า การดำรงตำแหน่งของตน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรือ กระทรวงกลาโหมตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ขึ้นอยู่กับมติของพรรค โดยตนก็พร้อมทำหน้าที่ทุกตำแหน่งอยู่แล้ว

พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม พร้อมยืนยัน เลือกพรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาลแล้วจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีความแตกต่างของครอบครัวชินวัตร และจะไม่มีการโยกย้ายผู้บัญชาการทหารบก หรือ ล้างแค้นใครทั้งสิ้น ทั้งยังไม่มีการยกเลิก คตส. ด้วย--จบ--


จาก hi-thaksin