WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 24, 2008

ฟังคนในแวดวงทหารซุบซิบเรื่องในกองทัพ (ตอน 2)

24 มกราคม 2551

มีรายละเอียดจำนวนมากจาก
กระทู้ฮ็อตในเว็บบอร์ดพลเมืองภิวัฒน์ เราจึงขออนุญาตนำมาเรียบเรียงเพิ่มเติมต่อจากรายงานของเราตอนที่ 1 ในเรื่องราวลึกๆ ที่ประชาชนในแวดวงทหาร ได้พูดคุยเกี่ยวกับกองทัพ หลังหมดยุคคมช.

หลังจากการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้สามารถอำพรางแหล่งที่มาของข่าวได้ในระดับหนึ่ง และทำให้ทหารกล้าที่จะเปิดเผยความไม่ชอบมาพากล หลายท่านได้บ่นถึงความน่ารังเกียจของกลุ่มทหารเล็กๆ ดังกล่าว ที่ได้สร้างความเสื่อมให้กับวงการทหารไปทั้งกลุ่ม "ผมเป็นทหารอีกคนหนึ่งที่ยอมรับว่ารังเกียจการกระทำของเตรียมทหารรุ่น 6 ที่ทำให้กองทัพต้องเสื่อมเสีย" คุณ ร้อย ลว.กล่าว ในขณะที่นายทหารอีกท่านกล่าวตัดพ้อว่า

"รุ่น 6 ไม่ต้องออกมาชี้แจงหรอก ที่ผ่านมาเกือบๆ 2 ปี แต่ละตัวได้แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนและรุ่นพี่ รุ่นน้องร่วมสถาบัน ให้ผลงานมันพิสูจน์การกระทำดีกว่า พวกเราที่อยู่ก็ช่วยกวาดขี้กวาดเยี่ยวกองทัพที่พวกมันทำไว้ดีกว่า ผมเป็นรุ่นน้องเคยเคารพแต่ตอนนี้แค่เห็นชื่อมันในหนังสือพิมพ์ยังจะอ้วก"

รุ่นน้องนายทหารใช้ชื่อว่า "มว.ใหม่" ได้แสดงความคิดเห็นติงการทำงานของนายทหารรุ่นพี่ และเรียกร้องให้มาสนใจการทำงาน แทนที่จะเสาะแสวงหาลาภและอำนาจ
"ผลงานของพวกรุ่นพี่ๆ ที่เริ่มจะไร้สมอง รร.จปร.ให้เรียนแบบลวกๆ ให้รีบจบ ยุบเหลือ 4 ปี ต้องเสียเวลาออกมาเรียนจู่โจม ทำให้ขาดโอกาสฝึกทหารใหม่ และฝึกเป็นหน่วยในระดับ ผบ.มว. อีก 1 ปี พี่ๆ เอาเวลากลับมาดูกองทัพเถอะ ภาคใต้หน้าที่พวกเราไม่ใช่หรือ อย่าเอาชีวิตพวกผม น้องๆ ที่เพิ่งจะเสียชีวิต (8 ศพ ) และลูกน้อง ไปตายรายวันเลย เลิกซักที เลิกเอาเวลาไปฝักใฝ่การเมือง จนเดี๋ยวนี้ ผบ.ร้อย. , ฝอ.3 และ ผบ.พัน. ไม่เคยดูแลใส่ใจหน่วยกันแล้ว โตกันทางลัด วัดใจกันว่าจะเอากำลังออกมาปฏิวัติเพื่อเงินรางวัล และตำแหน่งสูงขึ้นหรือเปล่า"

นายทหารระดับสูงนายหนึ่งที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ จนสร้างเกียรติและชื่อเสียงให้กับกองทัพไทยเป็นที่ประจักษ์กับสายตาของนานาชาติ ได้เปิดเผยความในใจต่อ "พี่ตุ่น" หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล
"พี่ตุ่นสมัยที่ร่วมงานกับพี่ที่ติมอร์ ผมดูว่าพี่มีบุคลิกภาพที่ดีและเหมือนว่าจะรักครอบครัวเป็นอย่างมาก นับเป็นแบบอย่างที่ดีของน้อง แม้จะมีคนพูดถึงพี่ในแง่ไม่ดีมาก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ หลังจากเหตุการณ์ 19 ก.ย. เมื่ออำนาจเข้าตา ความโลภและมักใหญ่ใฝ่สูงทำให้พี่เปลี่ยนไป ข่าวสารต่างๆ ที่น้องๆ ได้รับ ได้พิสูจน์ตัวตนของพี่ออกมาอย่างเต็มที่ คำพูดของนายทหารที่เคยใกล้ชิดพี่ ยังออกปากว่าธาตุแท้ในสายเลือดพี่ออกมาแล้ว สายเลือดที่ทรยศ โกงกินบ้านเมือง เล่นพรรคเล่นพวก และไม่ใส่ใจในเกียรติภูมิของกองทัพ"

ผมเสียดายวันเวลาที่อยู่กับพี่ ยิ่งเมื่อเห็นภาพลูกชายพี่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตทหาร คำสั่งที่คนใกล้ชิดของพี่ฝากมายังหน่วยต่างๆ ทำให้รู้ว่าพี่ทุเรศและไร้ยางอายขนาดไหน การเลื่อนตำแหน่งให้กับคนใกล้ชิดทั้งๆ ที่อาวุโสต่ำเป็นเหมือนการเหยียบยอดหน้าของนายทหารที่เหมาะสมและอาวุโสกว่าเป็นอย่างมาก"

"ผมเสียใจที่ครั้งหนึ่งผมได้เคยทำงานร่วมกับพี่ภายใต้หมวกสีฟ้าที่ผมภูมิใจ"

นายทหารคนเดิมยังได้เล่าถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจในติมอร์
"ทหารไทยที่เป็นระดับบังคับบัญชาไปสามคน คนแรงพี่ทรงกิตติ รุ่น 10 คนนี้ไปตอนสถานการณ์ยุ่งเหยิงต้องทำงานหนักวางระบบและรูปแบบทำให้ UN รู้ถึงความสามารถ จนประเทศไทยเป็นที่ยอมรับ คนต่อมาพี่สร้าง บุญสร้างรุ่น 1 สมองเป็นเลิศ นายร้อยสหรัฐ ส่วนคนสุดท้ายวินัย คนนี้ไปตอนสบายแล้ว ได้อานิสงค์จากสองคนแรก และในขณะนั้นตัวเองเป็นเจ้ากรมข่าวทหารก็ไปโดยตำแหน่ง"

คุณหัวหดเผยรายละเอียดวิธีการล็อบบี้ตำแหน่งรมว.กลาโหม
"ที่สำคัญวินัย ลูกเจ๊กกัง ยังเดินเกม วิ่งเต้น ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ตอนนี้เต้นผ่านทาง นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มาขอร่วมบริจาคเงินให้ พปช. 1 ล้านบาท ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งนายกอบชัย เป็นญาติผู้น้องของนายสุทธิชาติ จิราธิวัฒน์ เพื่อนร่วมผลประโยชน์ของวินัย คนที่ยัดตำแหน่งประธานบิ๊กซีให้วินัย นั้นเอง"

"สำหรับเงื่อนไขหากวินัยได้เป็นรัฐมนตรีก็คือเรื่องเดิม เรื่องการเจรจาที่ดินการรถไฟให้ห้างเซ็นทรัล"

คุณเพียว ได้ปฏิญาณตนว่า จะนำข้อมูลมาแฉเพิ่มเติม
"ตอนนี้กำลังรวบรวมรายชื่อลิ่วล้อกวาดกระโถน ไอ้สนธิ ไอ้วินัย อยู่ มีไม่กี่ตัวที่เจริญข้ามหน้าข้ามตาทหารอาชีพไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นนายพลหญิงหน้าห้องวินัย นายพลชายหน้าห้องสนธิ น้องเมียไอ้วินัย ลูกชายไอ้สนธิ และอีกสองสามคน ไม่นานกูจะเอามาเผยให้ฟัง"

คุณทหารบำนาญเผยรายละเอียดในคืน 19 กันายา 49 รวมถึงได้ให้ข้อคิดแก่ "เพื่อนร่วมรั้วแดงกำแพงเหลือง"
"คนที่เหมาะจะเป็น รมว.กห.ที่สุดก็คือ พล.อ.เรืองโรจน์ นั่นแหละครับเพราะรู้อะไรดีที่สุดตอนที่เกิดการรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย.49 และก็มารู้ทีหลังว่ากลุ่มผู้ก่อการนั้นแอบอ้างเบื้องบน จนทำให้ตนเองหลงเชื่อ แล้วยอมจำนนกับผู้ก่อการในคืนวันนั้น จนมารู้ความจริงทีหลังก็สายไปเสียแล้วและยังมีอีกหลายท่านที่อยู่กับพลังประชาชนไม่ว่าจะเป็นอดีต ผบ.นศพ.อีกหลายท่านที่เป็นนายเก่าของสนธิบัง หรืออดีตแม่ทัพภาค 3 ก็ยังมีดูทีสิว่าไอ้พวกน้องๆ ในกองทัพฯมันจะต่อต้านรุ่นพี่มันอย่างไร ในเมื่อพี่ๆ เขามาถูกต้องตามช่องทางในระบอบประชาธิปไตยที่พวกน้องๆ ไปแต่งตั้งให้คณะบุคคลคณะหนึ่งร่าง รธน.50 ฉบับนี้มาเองกับมือของตัวเอง แล้วตอนนี้จะมากลัวอะไรกันนักหนา อย่าให้รั้วแดงกำแพงเหลืองของเราต้องมัวหมองไปมากกว่านี้เลย สงสารเกียรติภูมิของรุ่นลูกรุ่นหลานที่จะจบออกมารับใช้ชาติ แล้วพวกเขาจะมองหน้าใครได้เต็มตาเล่าน้องเอ๋ย?"

และท้ายสุดคุณร่วมรบ ได้สรุปปิดท้าย และเตือนให้เพื่อนทหารอย่ายอมกรณีการแอบอ้างสถาบันของ คมช.

"อย่างไงก็น่าจะเป็นของพลังประชาชน ทหารหลายคนแม้กระทั้งผู้บังคับหน่วยและทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ต่างก็รับไม่ได้กับการกระทำของ คมช. ในทุกๆด้าน ไม่นับว่าอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน รู้กำพืด สมาชิก คมช. ดีแต่ทหารที่ดีเขาไม่ทำร้ายรุ่นน้องไม่ทำร้ายกันเอง ที่ผ่านมาก็มีแต่รุ่น 6 ของ คมช. เท่านั้นที่ทำร้ายรุ่นพี่ ทำร้ายและทำลายรุ่น 10 ที่เป็นน้อง"

"มาถึงตอนนี้จะมาสมานฉันท์ ที่ผ่านมาทำอะไรใครไปบ้างไม่รู้ตัวหรือ และที่เหล่าทหารยอมไม่ได้ คือการแอบอ้างสถาบันที่มาถึงบัดนี้ทุกฝ่ายรับรู้ถึงความเห็นแก่ได้และขาดความเคารพยำเกรงต่อสถาบันของเหล่า สมาชิก คมช."

จาก Thai E-News

ท่านประธานที่เคารพ??

ไม่มีพลิกโผ นาย ยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 25 ด้วยคะแนน 307 เสียง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ขุนค้อนเป็นรองประธานฯ คนที่ 1 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี เป็นรองประธานฯ คน ที่ 2 หลังจากที่พรรคร่วมขอบายปล่อยให้พรรค “พลังประชาชน” ซิวไว้หมด

มีประชาธิปัตย์เสนอชื่อ บัญญัติ บรรทัด ฐาน ลงแข่ง (ได้ 167 เสียงจาก 164 เสียงของ ปชป. เพิ่มมา 3 แสดงว่าพรรครัฐบาลโหวตให้ ก็ต้องไปเช็กใครแหกโผ) บางเสียงว่าเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบว่าใครเหนือกว่ากัน ซึ่งก็ไม่แปลก เป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านที่จะเสนอทางเลือกอีกทางหนึ่ง เป็นความงดงามของระบอบ ประชาธิปไตยล่ะ

ไม่เหมือนเผด็จการที่ชี้เอาได้ !!!

อีกภาพที่ต้องชมคือการที่ เฉลิม อยู่บำรุง เดินไปไหว้รุ่นพี่ ชวน หลีกภัย ซึ่งชวนก็รับไหว้และแสดงความยินดีที่เฉลิมได้เป็น ส.ส. ขณะที่ ยงยุทธ ที่นั่งติดกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ส่งยิ้มพูดคุยกัน ภาพอย่างนี้ทำให้ประชาชนสบายใจไม่มากก็น้อยหลังจากเครียดมานานแล้ว เป็นอย่างนี้ได้ตลอดก็ดีสิ

หน้าที่ต่างกัน ความสัมพันธ์คงเดิม

หากถือว่าตำแหน่งประธานสภาเป็นด่านแรกในการทดสอบความเป็นเอกภาพของรัฐบาลผสม 6 พรรค ก็ถือว่าสอบผ่าน เพราะฉะนั้นถึงจะมีการลองของบ้าง แต่เชื่อว่า 25 มกราคม โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็ยังเป็นนาย สมัคร สุนทรเวช อยู่ดี

แต่นั่นแหละ นายยงยุทธ จะเป็น “ท่านประธานฯ ที่เคารพ” หรือ ท่านประธานฯ ที่ไม่น่าเคารพ ก็อยู่ที่ตัวเอง ถึงนายยงยุทธจะเป็น ยุทธ ตู้เย็น มีภาพสีเทา เป็นเด็กในคาถานายใหญ่ นายหญิง ประเภทแทบจะตายแทน กันได้ เป็นที่หมั่นไส้และเกลียดชังของคนไม่น้อย ก็เป็นอย่างที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ไว้

ขอเวลาพิสูจน์ผลงานว่าจะเป็นที่ยอมรับของ ส.ส.หรือไม่ นับแต่นี้รำไม่ดีจึงไม่ต้องโทษปี่โทษกลองแล้ว

ส่วนคดีความของนายยงยุทธที่ยังค้าง อยู่ที่ กกต. กรณีถูกคณะอนุ กก. จากสันติบาลใช้วีซีดี 8-9 แผ่น กล่าวหาทุจริตเลือกตั้งที่เชียงรายจะกลายเป็น “เงื่อนตาย” หรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของ สนช. ที่ไปล่ารายชื่อถล่มเลย ดีที่ สนช. หลายคนไม่เอาด้วย เลยแท้งไป

ไม่ใช่ “ยงยุทธ” บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคีคาวแต่ประการใด แต่อย่างที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. บอก เมื่อ กกต. ประกาศรับรองผลแล้วก็ไปทำอะไรไม่ได้และไม่มีอะไรห้าม ถ้ามีการสอยภายหลังการดำรงตำแหน่งก็จบ

ที่จะให้เคลียร์ปัญหาให้จบก่อนนั้น นายมีชัยกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อกฎหมาย จึงเอามาใช้ไม่ได้ ส่วนจะสง่างามหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่คนคิดกันเอง กกต. จะคิดอย่างไรไม่มีใครรู้ ถ้ากกต. รับรองผลโดยที่รู้ว่ายังมีอะไร

ความผิดจะตกอยู่ที่ กกต. เอง ???

ขณะที่กรณีคุณสมบัติประธานสภาต้องประคองไม่ให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนั้น นาย มีชัย บอกว่า เห็นว่าคุณสมบัติเดียวที่ต้องมีคือสมาชิกส่วนใหญ่เลือก เมื่อเลือกแล้วจะไปว่าอะไรไม่ได้ การทำงานในสภาที่มองว่าจะมีการแบ่งขั้วรุนแรงนั้นยังพูดอะไรไม่ได้ ต้องดูต่อไป

ก็ถือว่าชัดเจน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องงานสภาและข้อกฎหมายแล้ว

ไม่เหมือน สนช. ฝ่ายแค้นหน้าเก่า ๆ ที่เสนอให้นายยงยุทธตั้งนอมินีไปก่อน เคลียร์ปัญหาเสร็จค่อยกลับมาใหม่ บอกตรง ๆ ไม่รู้ ใช้ส่วนไหนของร่างกายคิด ก็เห็นรังเกียจนอมินีจะเป็นจะตาย ยื่นตีความจะให้ยุบพรรคภาค 2 ภาค 3 อีก แต่ถึงคราวจนแต้มก็ยัดเยียดให้มี “นอมินี” อีก

อย่างนี้ที่เรียกมีคุณธรรม หรือพวกมือถือสากปากถือศีล พวกนี้แหละที่ยังป่วนไม่เลิกจนบัดนี้น่ะ ?!?.


ดาวประกายพรึก

คอลัมน์ ฝ่าเปลวแดด

สนช.พร้อมให้ตรวจสอบการออกกฏหมาย มั่นใจถูกต้องตามกระบวนการ

กรุงเทพ 24 ม.ค.- นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ กรรมาธิการกิจการ สนช. ระบุกรณี พรรคพลังประชาชน เสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการออกกฏหมายว่า การทำงานของ สนช. ต้องถูกตรวจสอบจากประชาชนอยู่แล้ว และไม่ถือว่าเป็นการเช็กบิล

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ กรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่ร้อยตำรวจโทเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน เสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการออกกฏหมายของ สนช. ที่ผ่านมา เนื่องจากการทำงานของ สนช. ต้องถูกตรวจสอบจากประชาชนอยู่แล้ว และไม่ถือว่าเป็นการเช็กบิล เพราะส่วนตัวรู้จักร้อยตำรวจโทเชาวรินดี ว่าเป็นคนพูดตามเนื้อผ้า คงเป็นการพูดเพื่อเปลี่ยนประเด็นทางการเมืองมากกว่า โดยเบนความสนใจเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี ยืนยัน การพิจารณากฏหมายของ สนช. ถูกต้องตามกระบวนการ เป็นไปไม่ได้ที่จะพิจารณาวันละ 25 ฉบับ อย่างมากได้ 7-8 ฉบับเท่านั้น - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-24 10:05:49

"หมอเลี้ยบ"ส่งซิก ศิษย์เก่า"ปชป."รุ่ง

สังคมการเมือง

...อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ เมื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช นั่งประธานสภาฯ คนบ้านเลขที่ 111 ก็เริ่มฝันถึงอิสรภาพ เช่นเดียวกับการโหวตเลือกนายกฯ หาก"งูเห่า"ไม่คืนชีพ นายกฯคนที่ 25 จะชื่อ สมัคร สุนทรเวช แล้ววันกลับบ้านเกิดของ "เสี่ยแม้ว" เดือนพ.ค.ก็จะราบรื่น

"รื่น"หรือ"ลื่น" ต้องรอดู

...ไม่รักกันจริงคงไม่อุ้ม เสี่ยแม้ว การันตีจากแดนไกล คนปากร้าย ใจร้อน ขี้หงุดหงิดอย่าง สมัคร สุนทรเวช หากเป็นนายกฯแล้วอารมณ์จะเย็นลงเองเพราะมีงานมากมายให้รับผิดชอบ ต้องบริหารทั้งบ้านเมืองและการเมืองในคราวเดียวกัน ไม่มีเวลาทะเลาะกับใครแน่

เดี๋ยวลุงแกก็หาเวลาได้เองแหละ

...หมอเลี้ยบ-น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาฯพปช. บอกใบ้ว่าสไตล์การทำงานของรัฐบาลใหม่จะไม่ฉับไวปรู๊ดปร๊าด เพราะต้องเสียเวลาบริหารการเมืองในพรรคร่วม แต่จะมีความรอบคอบขึ้น ส่วนการชำระแค้นไม่มีเด็ดขาด และถ้าใครปฏิวัติอีกแสดงว่าโรคจิตแล้ว เพราะคนไม่เอาด้วย

ดักคอกันตรงๆ!!

...ปากแข็งเรื่องเก้าอี้รมว.คลัง แต่เวลาไปพูดทีไรกลับรู้เรื่องกระทรวงนี้ดีจัง หมอเลี้ยบ โชว์กึ๋นว่าภารกิจหลักรัฐบาลหน้าคือกู้วิกฤตเศรษฐกิจ เตรียมลดดอกเบี้ยกระตุ้นการลงทุนเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน แถมยังท้าว่าหลัง 6 เดือนไปแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อน-หลังแน่นอน!

ฟังยังไงก็"ขุนคลัง"ชัวร์!

...ยุคนี้ศิษย์เก่าปชป.รุ่งเป็นแถว ยงยุทธ ติยะไพรัช ก็ประธานสภา สมัคร สุนทรเวช ก็นายกฯ ส่วน เฉลิม อยู่บำรุง นพดล ปัทมะ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กำลังลุ้นเก้าอี้รมต.กระทรวงใหญ่ รวมถึง เสธ.หนั่น-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ยังอาจจะได้เป็นรองนายกฯ ในบั้นปลายชีวิต

แบบนี้เดี๋ยวได้ย้ายพรรคอุตลุด

...คอนเฟิร์มจากปาก"พ่องูเห่า" วัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดินว่ารายการโหวตเลือกนายกฯ จะไม่มีตำนานงูเห่ามาฉายซ้ำ เพราะตัวเองแปลงกายเป็น"งูเห่าเสาวภา"เรียบร้อยแล้ว ไม่มีพิษร้ายให้พ่น เพราะเอาไปทำเซรุ่มให้คนดีหมด แต่ฝากเตือนนายกฯคนใหม่ระวังปากด้วย

พิษยังไม่หมดแหงๆ

ฝุ่นตลบโผครม."หมัก1"

รายงานพิเศษ

เทศกาลแห่งความมันและเร้าใจเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังเสร็จสิ้นการเฟ้นหาประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ก็เป็นคิวของฝ่ายบริหาร

เพื่อมีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดใหม่

มาถึงขั้นนี้คงพลิกโผยาก สมัคร สุนทรเวช จะได้รับการจารึกชื่อเป็นนายกฯคนที่ 25 ค่อนข้างแน่นอน

รายการ "งูเห่าลองของ" เหมือนตอนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คงไม่มีใครใจกล้านำมาฉายซ้ำ เพราะเป็นการโหวตแบบเปิดเผย

ใครเลือก-ไม่เลือกใคร ขึ้นป้ายประจานชัดเจน

ไม่ใช่โหวตลับเหมือนเก้าอี้ประธานสภาฯ ที่มั่วนิ่มกันได้

อีกด่านที่รับประกันเส้นทางสู่เบอร์ 1 ทำเนียบรัฐบาลของนายสมัคร คือคนที่นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

เมื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะประธานสภาฯ เป็นผู้ทำหน้าที่นี้

แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มีรายการผิดคิวเหมือนตัวอย่างในอดีต เพราะเป็นตัวจริงของสายตรงลอนดอน!

เล่นแบบซูเปอร์เซฟ ล็อกไว้หมดทุกด่าน

ระหว่างนี้โผครม.ก็สะพัดว่อนจากพรรคร่วมรัฐบาล ปล่อยมาเป็นระยะๆ เพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

จนเกือบเปิดศึกตบตีกันเองระหว่างพรรคร่วม หรือแม้กระทั่งคนในพรรคพลังประชาชนก็ยังเขม่นรุมทึ้งเก้าอี้กัน

กระทั่ง หมอเลี้ยบ-น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ต้องออกมาสยบข่าว วางหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาว่าจะยึดสูตร 9 ต่อ 1

ส.ส. 9 คนต่อเก้าอี้รมต. 1 ที่นั่ง!




อ่านรายละเอียด มติชน

สูตรแบ่งเค้ก"รมต."ต้อง5:1 "เติ้ง"ต่อรอง พูดเป็นนัย"คิดเองก็แล้วกัน"

ทำไมเสียงเลือกปธ.สภาหาย "จิ๋ว"โผล่หน.ทีมแก้ปัญหาชาติ ดึง"อจ.รามฯ"ช่วย"เลี้ยบ"ที่คลัง

"ยงยุทธ"เก้อรอรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั่งประธานสภา พปช.ไม่หวั่นโหวตนายกฯเสียงแตก รธน.ให้ขานชื่อทีละคน โควต้า รมต.3 พรรคเล็กลงตัว ยังติด"เพื่อแผ่นดิน-ชาติไทย" "บรรหาร"เล็งใช้สูตร"5-6 ต่อ 1" แบ่งเค้ก ไฟเขียว"เลี้ยบ"นั่งเก้าอี้ขุนคลัง ดึงอาจารย์รามฯเป็นรัฐมนตรีช่วย

@ "ยงยุทธ"นำส.ส.รอเก้อโปรดเกล้าฯ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) ประมาณ 10 คน อาทิ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พปช. สวมใส่ชุดขาวเดินทางมารวมตัวกันที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 มกราคม เนื่องจากได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะมีการจัดเตรียมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายยงยุทธ

กระทั่งเวลา 16.30 น. ได้รับแจ้งจากทางทำเนียบรัฐบาลว่า ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา เนื่องจากเพิ่งมีการทูลเกล้าฯ ในช่วงบ่ายวันที่ 23 มกราคม ทำให้ ส.ส.พปช.ต้องนำเอาเสื้อสูทมาสวมทับเสื้อขาว และต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับ พร้อมนัดรวมตัวกันที่รัฐสภาอีกครั้ง ในเวลา 09.00 น.วันที่ 24 มกราคม โดยนายยงยุทธปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ก่อนจะขอตัวเดินทางกลับในทันที

@ พปช.เชื่อโหวตนายกฯเสียงไม่แตก

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พปช. แถลง ณ ที่ทำการพรรค อาคารไอเอฟทีซี ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่มีเสียงแตกเหมือนการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ทำอย่างเปิดเผย โดยขานชื่อ ส.ส.ทีละคน

นายชูศักดิ์กล่าวว่า การเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เสียงแตกนั้น อาจจะเป็นเพราะปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ไม่ใช่ปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับ พปช.ที่ผ่านมาแกนนำ พปช.ได้มีการพูดคุยตกลงกันในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ กันแล้ว หากมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจะเท่ากับว่าพรรคการเมืองนั้นไม่สามารถควบคุมเสียงสมาชิกในพรรคได้

@ "บรรหาร"บอกอย่าคิดอะไรมาก

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการเลือกประธานและรองประธานสภาที่เสียงแตกว่า "เรื่องนี้ไม่ทราบ เพราะมีการลงคะแนนลับ ตอบไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน แต่อย่าไปคิดอะไรให้มากเลย" เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเสียงเหล่านั้นเป็นของนายบรรหารด้วยหนึ่งเสียง นายบรรหารหัวเราะ และกล่าวว่า "คิดเอาเองก็แล้วกัน" เมื่อถามว่า พปช.ระบุว่าเป็นการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี นายบรรหารกล่าวว่า "ไม่รู้ ผมไม่ตอบ ไม่มีความเห็น"


อ่านรายละเอียด มติชน

"เชาวริน"ไล่บี้สนช.-รื้อตรวจกม.ทุกฉบับ

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) แถลงที่ พปช. อาคารไอเอฟซีที เมื่อวันที่ 23 มกราคม ว่า จะเสนอต่อ พปช.เพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบสวนการทุจริตการเลือกตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา พปช. ถูกกระทำไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย และใช้ที่ทำการอำเภอเป็นสถานที่จ่ายเงินให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับให้เลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองหนึ่ง ขอยืนยันว่าไม่ใช่การเช็คบิลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เนื่องจากการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งสุดท้าย หากปล่อยต่อไปจะทำให้กระบวนการยุติธรรมลำบาก

ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า นอกจากนี้จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทุกฉบับ เพราะได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และข้าราชการสภาว่ากฎหมายบางฉบับเอื้อประโยชน์กับโจร

"จะรื้อขึ้นมาดูทั้งหมด ไม่เจาะจงฉบับใดเป็นพิเศษ จะรวบรวมส.ส.ที่จบด้านนิติศาสตร์มาช่วยกันดู อะไรที่จำเป็นต้องแก้ก็แก้ อะไรที่ไม่ควรก็จะเสนอให้ยกเลิก เพราะสภาที่มาจากการแต่งตั้ง แต่มาออกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของประชาชน เราที่มาจากการเลือกตั้งจึงยอมไม่ได้ ส่วน พ.ร.บ.ความมั่นคงก็ต้องนำมาพูดคุยกัน มาตราใดไม่ถูกต้องก็จะแก้ไข แต่ถ้าหากจำเป็นต้องยกเลิกทั้งฉบับก็ปล่อยไว้ไม่ได้เพราะจะเป็นภาระของบ้านเมือง" ร.ต.ท.เชาวรินกล่าว และว่า ส่วนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ถือว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ สำหรับกฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องแก้ไขแน่นอน และจะทำให้เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลนี้


"อ้อ"แจ้งศาล"แม้ว"กลับพ.ค. คตส.ตั้งทีมฟ้องเอง แก้เกม"อัยการ"ยื้อ

"พจมาน"ปฏิเสธข้อกล่าวหาทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ขอศาล 90 วันตรวจสอบเอกสาร พร้อมรอ"ทักษิณ"กลับมาร่วมสู้คดีพร้อมกันในเดือนพฤษภาคม ศาลนัดตรวจหลักฐาน 29-30 เม.ย. ทนายความปัดประวิงเวลาพิจารณาคดี แต่ต้องใช้เวลาเพราะพยานหลักฐานเยอะ ขณะที่ คตส.ดึงนักกฎหมายเอกชนนั่งคณะอนุฯพิจารณาสำนวนคดีหวยบนดิน พร้อมยื่นฟ้องเอง หากความเห็นไม่ตรงกับอัยการ

@ "อ้อ"ฟังศาลนัดแรกคดีซื้อที่รัชดาฯ

คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (สนามหลวง) เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 23 มกราคม เพื่อฟังการพิจารณาคดีที่ถูกกล่าวหาทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาท ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูกิจการและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เป็นนัดแรก

ทั้งนี้ คุณหญิงพจมานเดินทางมาพร้อมกับนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา บุตรชายและ บุตรสาว ด้วยชุดสีดำ โดยมีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ นายพิชิฏ ชื่นบาน และ นายนพดล ปัทมะ ทนายความ นอกจากนี้ยังมี พล.ท. พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ ส.ส.พลังประชาชนจำนวนหนึ่ง มาคอยให้กำลังใจ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 50 นาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัย

@ "ศาลอ่านคำฟ้อง-ถามทำผิดจริงหรือไม่

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาท ของ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูกิจการและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา ทั้ง 9 คน ออกนั่งพิจารณาครั้งแรก คดีหมายเลข อม.1/2550 ที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกัน เป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่ในฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ เป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 100 และ 122 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 86, 91, 152 และ 157 ขอให้ศาลริบเงิน 772 ล้านบาท และที่ดินอีก 4 แปลง ย่านรัชดาภิเษก ตกเป็นของแผ่นดิน

ทั้งนี้ นายทองหล่ออ่านคำฟ้องให้คุณหญิงพจมานฟังสรุปว่า จำเลยที่ 2 ถูกกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุน สามี จำเลยที่ 1 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการประมูลซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก โดยที่จำเลยที่ 1 ให้ความยินยอม พร้อมถามว่ากระทำผิดตามที่ถูกฟ้อง หรือไม่

@ ""อ้อ"ปฏิเสธ-รอ"แม้ว"มาร่วมสู้คดีพ.ค.

คุณหญิงพจมาน ยื่นคำให้การปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแถลงยืนยันต่อศาลตามคำให้การ และยื่นคำร้องขอเวลาตรวจและคัดสำเนาเอกสารและการติดตามพยานเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก เพื่อจะได้จัดทำการให้การเป็นลายลักษณ์อักษรโดยละเอียดในการสู้คดีต่อไป

"ประกอบกับจำเลยที่ 1 (พ.ต.ท.ทักษิณ) แจ้งว่าจะกลับมาร่วมต่อสู้คดีกับจำเลยที่ 2 ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ จำเลยที่ 2 จึงขอให้ศาลกำหนดวันนัดพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปเป็นเวลา 90 วัน ศาลสอบถามอัยการโจทก์แล้ว นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ แถลงไม่คัดค้าน


อ่านรายละเอียด มติชน

เตือนส.ส.ใหม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินภายใน20 ก.พ.

นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดใหม่ ว่า หลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เป็นผลให้ ส.ส.ใหม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม - 20 กุมภาพันธ์ 2551 ตามมาตรา 259 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือแจ้งให้ ส.ส.ทราบถึงข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และการรับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ที่อาคารรัฐสภา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ส.ส.

เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ส.ส.จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ จำนวน 2 ชุด แยกเป็นต้นฉบับ 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด โดยหลังจากที่ ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ครบหมดแล้ว ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินดังกล่าวต่อสาธารณชนภายใน 30 วัน นับจากวันที่ครบกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ โดยจะเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินทั้งหมดที่อาคารธนภูมิ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ--จบ--

จาก hi-thaksin

ระวังภาพนอมินี [24 ม.ค. 51 - 17:35]

ดูโผ ครม.รัฐบาลชุดใหม่ที่จะได้เห็นโฉมหน้าไม่เกินวันที่ 10 ก.พ. รู้สึกเป็นห่วงอย่างไรชอบกล ห่วงว่าจะทำให้ ความหวังของชาวบ้านที่ตั้งอกตั้งใจเลือกพรรคพลังประชาชน เข้ามาด้วยเสียงข้างมาก จะหมดหวังเสียเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและยุติวิกฤติของประเทศ

โปรดอย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง

ผมต้องย้ำคำนี้เพราะ สิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชาชนจะต้องสำนึกให้มากที่สุด ก็คือ ที่ฟันฝ่าอุปสรรคได้มาจนถึงวันนี้ถ้าไม่มีประชาชนคอยหนุนหลัง ก็คงไม่เหลือซากแล้ว

ที่ผมเป็นห่วงภาพพจน์ของรัฐบาลมากที่สุดก็คือ ความเป็นนอมินี ซึ่งไม่ได้หมายถึงนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างเดียวแต่หมายถึงนอมินีของคนในบ้านเลขที่ 111 ด้วย

เรื่องนี้จะต้องมีเหตุผลชี้แจงและมีความโปร่งใส

อนุโลมให้ว่า ตัวจริงเสียงจริง บุคลากรที่มีคุณภาพของพรรคหดหายไปกับการยุบพรรคการเมืองเกือบหมด เพราะฉะนั้น ไม่มีทางเลือกที่จะเอาคนที่เหลืออยู่เข้ามาทำหน้าที่ ก็ไม่ว่ากัน

แต่ต้องไม่ใช่ฐานะตัวแทนหรือร่างทรง

ถึงจะเป็นวงศาคณาญาติกันอย่างไร ก็จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ไม่ใช่แค่ร่างทรงหรือนอมินี แต่คิดไม่ได้ ทำไม่เป็น เพราะตำแหน่ง รมต. ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ไม่ใช่ขนมเค้ก ที่จะแบ่งกันเสร็จแล้วก็แล้วกัน

ที่สำคัญ ต้องไม่ทำตัวเป็นสายล่อฟ้า

ถ้าพลาด ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่มีโอกาสแก้ตัวด้วยซ้ำ และจะเป็นเดิมพันสำหรับอนาคตของพรรคพลังประชาชนด้วย ถ้าชาวบ้านทุ่มเทเอาใจช่วยขนาดนี้ ยังทำให้ชาวบ้านผิดหวัง ทำงานไม่เข้าตากรรมการ

ก็เป็นอันจบ

ทั้งพรรคพลังประชาชนและความศรัทธาในตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผมก็ไม่อยากจะติเรือทั้งโกลน ไม่อยากจะไปดักคออะไรล่วงหน้า แต่ถ้าเป็นไปตามโผ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง รมว.คลัง ตำแหน่ง รมว.กลาโหม หรือจะได้ รมต.ที่เป็นภรรยาของคนในบ้านเลขที่ 111 ก็ต้องคิดให้รอบคอบ

เหมาะหรือไม่เหมาะ

และในทางกลับกัน ผมก็อยากจะให้กรรมการที่จับจ้องมองอยู่ต้องทำใจให้เป็นกลาง อย่าไปเอาภาพลักษณ์มาปรามาสว่า รมต.คนนั้นจะดี คนนี้จะเลว ผมอยากจะให้ดูที่เนื้องานจริงๆ ขืนตั้งแง่ไปหมด

ประเทศชาติจะไปไม่รอดแน่นอน

อาทิ กรณีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ข่าวว่าจะมานั่ง มท.1 ลำพัง ร.ต.อ.เฉลิมไม่มีอะไรเสียหาย จบ ดร.ทางกฎหมาย เคยเป็น รมช.มหาดไทยเมื่อ 11 ปีที่แล้ว มีผลงานร่วมกับคุณเสนาะ เทียนทอง ในการปราบยาเสพติด เปลี่ยนชื่อจากยาม้าให้เป็นยาบ้า เปลี่ยนจากผู้เสพเป็นผู้ป่วย กำหนดโทษผู้ค้าให้ประหารชีวิต แต่ไปติดที่เรื่องลูก ทำให้สังคมหวาดระแวง ร.ต.อ.เฉลิมไปด้วย แม้จะเคลียร์ทุกอย่างแล้วก็ตาม มาถึงขั้นนี้สังคมควรจะให้โอกาสซักครั้ง เพื่อทางเลือกและทางรอดของประเทศของประชาธิปไตย ที่จะต้องมาก่อน.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก