WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 24, 2008

'ยงยุทธ' เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ลั่นไม่มีวันทรยศต่อชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (24 ม.ค.) ว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เปิดแถลงข่าวหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

นายยงยุทธ กล่าวว่า พวกตนทั้ง 3 คน ขอยืนยันว่า พวกเราจะไม่มีวันทรยศหักหลังต่อประเทศชาติ และราชบัลลังก์ เด็ดขาด เราเอาชีวิตเป็นเดิมพัน การทำงานทุกเรื่องจากนี้ไปจะมุ่งเน้นความรัก ความสามัคคี ีและความปรองดอง ของคนในชาติ จะไม่มีการเลือกข้าง เลือกฝ่าย เราจะไม่มีการทำงานที่เห็นแก่พรรคพวก จะเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และจะสร้างบรรยากาศการแห่งความเป็นพี่น้อง เป็นมิตรกัน ในการทำงานร่วมกันในสภาฯ เพราะฉะนั้นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยนั้น ไม่ได้มีความสำคัญมากไป กว่าความตั้งใจและความจริงใจของทุกฝ่ายที่ร่วมกัน

'อะไรที่ดึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ จะร่วมมือและสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ที่สำคัญในวันนี้ คือ การเมืองภาคประชาชน ที่ถูกละทิ้งมายาวนาน จากนี้ไปขบวนการในสภาฯ เราจะสนับสนุนการเมืองภาคประชาชน เรียกว่า ให้ประชาชนได้ตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอแนะที่อยู่นอกสภาฯ ที่ไม่สามารถทำงานร่วม ส.ส.ได้ เราจะจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในข้อห่วงใยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ' ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว และว่า เราทั้ง 3 ได้ตกลงร่วมกันแล้วว่า จะมีเวลาให้กับการเมืองภาคประชาชนมากขึ้น เพื่อให้บ้านเมืองจะได้บรรลุสิ่งที่เรียกว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยความตั้งใจ

'นพดล' ยก 'หมอเลี๊ยบ' มืออาชีพ ไม่ใช่ลูกแหง่

ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงตอบโต้กรณีที่นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการด้านวิจัยเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาวิจารณ์ว่า

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนไม่เหมาะดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง พร้อมระบุว่ารมว. คลัง ต้องไม่ใช่ลูกแหง่ ที่มีพี่เลี้ยงตลอดเวลา ว่า ถ้าท้ายที่สุดพรรคพลังประชาชนเลือก นพ.สุรพงษ์ เป็นรมว.คลังจริง นพ.สุรพงษ์ ก็ไม่ใช่ลูกแหง่ แต่เป็นผู้มีความรู้มีประสบการณ์ เพราะเคยทำธุรกิจของตนเอง และเคยเป็น รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจกิจมาแล้ว จึงไม่ใช่รัฐมนตรีมือสมัครเล่น

คนที่เป็นหมอย่อมต้องมีความรู้ความสามารถและทำอะไรได้หมายอย่าง ไม่ใช่คนธรรมดา และการจะติใคร ควรให้เขาทำงานเสียก่อนค่อยมาตัดสิน หากอยากวิจารณ์ก็ให้ไปดูนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ที่ทำงานมาหลายเดือนผลงานเป็นอย่างไร

นายนพดล กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง เราจะทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน รับฟังความเห็นของนักวิชาการ ภาคอุตสาหกรรมและหอการค้า จึงไม่มีปัญหาในเรื่องขององค์ความรู้ อีกทั้งเราก็ทราบดีว่าเวลานี้ประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจด้านใดบ้าง ทั้งนี้หลังจากที่ม ีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาชนจะเชิญตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลมาพุดคุยในเรื่องนโยบาย รัฐบาล คาดว่าจะมีขึ้นในเช้าวันที่ 29 ม.ค.นี้

ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ยังติดค้างอยู่คณะกรรม การส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนตาม พร้อมกับประกาศให้ปี 2551 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว การสร้างรถไฟฟ้าและการขยายสนามบินสุวรรณภูมิรองรับการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาพลังงาน

นายนพดล กล่าวถึงถึงความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคพลังประชาชน ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก โดยพรรคจะขอดูแล ใน 9 กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม

สำหรับกระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมถึงกระทวงท่องเที่ยว และกีฬาก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคชาติไทยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งสองกระทรวงนี้พรรคพลังประชาชน อยากขอดูแลเอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ เพราะกระทรวงที่เกี่ยวกับรายจ่ายไปอยู่กับพรรคอื่นมากแล้ว

นายนพดล กล่าว สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโควตาของพรรคชาติไทย ส่วนกระทรวงแรงงานให้เป็นโควตาของคนที่มีชื่อเป็นปลาปักเป้า ส่วนที่มีข่าวส.ส.อีสานต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ในภาคอีสานได้รับเลือก ส.ส.จำนวนมากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นพรรคจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ส่วนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เราไม่อยากตั้งขึ้นมาลอยๆ เพื่อมีรถประจำตำแหน่ง

จึงคาดว่าจะรองนายกฯดูแลงานหลักๆคือ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมายและสังคม ซึ่งตำแหน่งรองนายกฯ เป็นตำแหน่งที่เราสร้างได้และควบได้ สำหรับรมช.กลาโหมต้องดูอีกทีว่าควรมีหรือไม่ แต่รมช.มหาดไทยคงมีจำนวนมากหน่อย ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักคาดว่าจะมีประมาณ 2-3 คน

นายนพดล กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอว่าการแบ่งโควตา รัฐมนตรี ีต้องใช้สูตร ส.ส.5-6 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ว่า ตามหลักการแรกเมื่อนำจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด 35 คนมาหารด้วย จำนวนส.ส.315 คน ต้องใช้สัดส่วน ส.ส.9 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่งไปก่อน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้ง ซึงในภาวะไม่ปกติเราสามารถอะลุ้มอะล่วยกันได้ไม่มีปัญหา

โดยจะนำความสนใจงานของแต่ละพรรคมาพิจารณาด้วย แต่ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษเฉพาะพรรคชาติไทย หากมีการปรับเปลี่ยนจริงพรรคพลังประชาชนจะใช้เกณฑ์นี้กับทุกพรรค

นายนพดล กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 ม.ค.) ตนได้โทรศัพท์ไปพุดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกงโดยได้พูดคุยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาบวชบ้างเล็กน้อย ซึ่งตนปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะท่านยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก

โดยเฉพาะงานด้านการศึกษาและสาธารณกุศล ทั้งนี้ความจริงพ.ต.ท.ทักษิณ เคยบวชเรียนศึกษาพระธรรม มาแล้ว จึงคิดว่าท่านจะไม่บวชแน่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าได้มีแกนนำและส.ส.บางส่วนเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ตามรายงานข่าวจริงแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องขอตำแหน่ง แต่ไปเพราะคิดถึง

เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกรมว.กลาโหม นายนพดล กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการคาดเดาไปเอง พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือแล้ว ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง กับการจัดสรรคณะรัฐมนตรี ตนขอให้ยุติการปล่อยข่าวเพราะพรรคพลังประชนจะถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีอีก พ.ต.ท.ทักษิณ

เพียงแต่คาดหวังให้บ้านเมืองสงบและเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนสาเหตุที่เลื่อนการเดินทางกลับจากเดิม ในเดือนเม.ย.เป็นเดือนพ.ค.นั้น ไม่ถือว่าเป็นการเลื่อนเพราะกำหนดการยังคาบเกี่ยวกันและยังเกี่ยวข้อง กับกระบวนการทางศาลตามที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อศาลว่า ต้องใช้เวลาในการตรวจเอกสารประมาณ 3 เดือน อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาในประเด็นความปลอดภัยด้วย

เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และในฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธาน คมช.ระบุสเปกรมว.กลาโหมคงรเป็นทหารเพราะจะเข้าใจกิจการภายในกองทัพได้ดีกว่า นายนพดล กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ ทั้งนี้เชื่อว่าหากรัฐบาลบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ก็เชื่อว่าทหารอาชีพส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ส่วนท่านพล.อ.อ.ชลิต อีกไม่นานก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว


‘ประชัย'สารภาพต่อสายคุย‘ทักษิณ'หวังสมานฉันท์

วันนี้(24 ม.ค.) นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย ยอมรับว่า ได้ติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จริง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้บอกว่า ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง และขอเลิกลาต่อกัน ซึ่งตนก็เห็นด้วย เพราะทุกวันนี้ ประชาชนระดับรากหญ้าตกยากมาก มีแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นมหาศาล และคนกำลังจะตกงานเป็นล้านคน หากไม่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา อาจเกิดกลียุคขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าทั้งสองฝ่ายไม่โกรธกันแล้ว และสามารถพูดคุยกันได้ตลอด นายประชัย กล่าวว่า ก็ต้องเป็นเช่นนั้น จนกว่าประเทศชาติจะเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ได้พูดคุยกัน แต่หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คงจะมีการพูดคุยกันต่อไป

ส่วนการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนของ ส.ส.กลุ่ม นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคนั้น นายประชัย ยืนยันว่า เป็นมติที่ไม่ถูกต้อง และในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) จะเรียกประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง เพื่อหารือกันว่า จะส่งใครเป็นรัฐมนตรี หากทุกฝ่ายมาประชุมร่วมกัน เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะยุติ เพราะเรื่องนี้ควรมาคิดร่วมกัน ไม่ควรจะคิดคนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกลุ่มนางอนงค์วรรณยังไม่ยอมมาร่วมประชุมจะทำอย่างไร นายประชัย กล่าวว่า จะเรียกประชุมใหม่ จนกว่าจะครบองค์ประชุม ซึ่งหากยังประชุมไม่ได้ การเข้าร่วมรัฐบาลดังกล่าวก็ยังไม่ใช่มติพรรค พร้อมกับยอมรับว่า ถ้ายังไม่ใช่มติพรรค ก็จะมีการร้องเรียน เพราะไม่ถูกต้อง การที่นางอนงค์วรรณไปโชว์ตัวแถลงข่าวต่าง ๆ นานา ว่าเป็นตัวแทนพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่ถูกต้อง เพราะตัวแทนพรรคก็คือหัวหน้าพรรคเท่านั้น นอกจากหัวหน้าพรรคมอบอำนาจให้นางอนงค์วรรณ แต่ที่ผ่านมายืนยันว่ายังไม่ได้มอบอำนาจให้ใคร ยกเว้นในช่วงต้นที่ยอมรับว่ามอบอำนาจให้นางอนงค์วรรณจริง แต่เมื่อช่วงนั้นยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา ก็ถือว่าการมอบอำนาจดังกล่าวก็ยุติตั้งแต่วันนั้นแล้ว

"ผมเป็นเหมือนม้าอารีตัวหนึ่งในนิทานอีสป เมื่อเขาอยากมาพักในบ้านก็เชิญเข้ามาพัก แต่วันดีคืนดี เขาก็เตะเราทิ้ง เขาคิดอยากจะเตะเราทิ้งก็เตะเราทิ้ง แต่กฎหมายไม่ได้ให้โอกาสมากขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้น การที่จะทำตัวเป็นม้าอารีต่อไป ผมก็ชักอึดอัดเต็มที่เหมือนกัน และผมก็ไม่คาดว่าจะมีเรื่องอย่างนี้ในความเป็นจริง นึกว่ามีเฉพาะในนิทานอีสปเท่านั้นเอง" นายประชัย กล่าว

จาก hi-thaksin

‘เพื่อแผ่นดิน'ยันไม่แหกโผหนุน‘สมัคร'นั่งนายกฯ

วันนี้(24 ม.ค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวก่อนการประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดินว่า วันนี้เป็นการประชุมตามปกติของพรรคเพื่อแผ่นดิน เพราะหลังจากเปิดประชุมสภาฯ บรรดา ส.ส.ต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ โดยเฉพาะในวันที่ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคจะมีการหารือกับบรรดา ส.ส.
"ผมมั่นใจว่า ทุกคนจะเคารพกติกา และมีมารยาททางการเมือง ไม่มีใครมีความเห็นที่แตกต่างไปจากที่ประชุมแน่นอน" นายสุวิทย์ กล่าว
สำหรับสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น นายสุวิทย์ ยืนยันว่า พรรคไม่มีปัญหาด้านการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย พร้อมขอร้องให้พรรคอื่น ๆ ยุติการต่อรองด้วย และว่า พรรคยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งบุคคลภายในพรรคและภายนอกพรรค ข่าวที่สื่อฯ นำเสนอมีความคลาดเคลื่อนสูง ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
"ขณะนี้พรรคกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการหารือ หากมีข้อสรุปที่ชัดเจนจะแถลงให้ทราบทันที ดังนั้น จึงขอให้ยุติการคาดคะเนและข่าวลือต่าง ๆ ได้แล้ว" นายสุวิทย์ กล่าว


จาก hi-thaksin

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง‘ยงยุทธ์'เป็นประธานสภาผู้แทนราษฏร-นัดโหวตนายกฯ28ม.ค.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พ.อ.อภิวัน วิริยะชัย รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิธีนี้จัดเป็นครั้งแรก โดยนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การจัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นการฟื้นฟูประเพณีที่ดีงามในอดีต และถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น จะสามารถออกหนังสือเชิญประชุมได้ภายใน 3 วัน หรือประมาณวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปบริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1 เป็นไปอย่างคึกคักมีข้าราชการและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งแต่งชุดขาวเต็มยศเข้าร่วมในพิธีรับสนองพระบรมราชโองการครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวอย่างใกล้ชิด

จาก hi-thaksin

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ แล้ว

กรุงเทพฯ 24 ม.ค. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้ว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ 1. นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 3 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2

จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าว เป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี .- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-24 17:35:24

นพดลเผยตัวเลขคร่าวๆ พปช.จองเก้าอี้ 9 กระทรวง [24 ม.ค. 51 - 15:08]

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (24 ม.ค.) ถึงการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า พรรคยังไม่ได้มีการวางตัว หรือจัดสรรโควตารัฐมนตรี แต่จะมีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวหลังเทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไปแล้ว โดยการจัดสรรจะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรค เท่าเทียมกัน พรรคพลังประชาชนเพียงพรรคเดียว เบื้องต้นคาดว่า จะให้ส.ส.ของพรรคดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 9 กระทรวง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม เป็นต้น ส่วนกระทรวงอื่น ๆ นั้น อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะให้พรรคชาติไทยดูแล กระทรวงอุตสาหกรรม ให้พรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนกระทรวงแรงงาน ให้พรรคมัชฌิมาธิปไตย

การที่พรรคชาติไทยจะขอโควตา ส.ส.5 คนต่อรัฐมนตรี 1 คน จะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งหากคิดจากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ควรอยู่ในสัดส่วนส.ส.8-9 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง แต่สามารถอะลุ้มอล่วยกันได้ ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค และนายสมชาย วงสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าว


เมื่อถามถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคพลังประชาชนเดินทางไปฮ่องกง เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพื่อวิ่งเต้นขอตำแหน่งรัฐมนตรี รวมทั้งตำแหน่งสำคัญๆทางการเมือง นั้น นายนพดล กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ได้วางมือทางการเมืองแล้ว จากการพูดคุยล่าสุด ไม่ได้มีการกล่าวถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ส่วนการเดินทางไปพบก็เป็นเรื่องของผู้น้อยเดินทางไปหาผู้อาวุโสที่นับถือปกติเท่านั้น


นายนพดล กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากเลือกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้น 1 วัน จะมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยหารือ ถึงเรื่องนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ คาดว่าเบื้องต้นน่าจะเป็นช่วงเช้าของวันที่ 28 หรือ 29 มกราคมนี้


นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นหน.ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเหมาะสมที่สุด

อดีตรมว.คลังเห็นว่า นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นหน.ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลผู้ที่เหมาะสมที่สุด

หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง "รัฐบาลใหม่ต้องทำอะไรต่อไป" โดยกล่าวว่า ปัญหาซับไพร์มของสหรัฐฯ จะไม่กระทบต่อประเทศไทยมาก ตราบใดที่ภาคการผลิตยังสามารถขยายตัวต่อไปได้ ส่วนการส่งออกแม้จะชะลอตัว แต่หากรัฐบาลใหม่พยายามเร่งให้เกิดการลงทุนภายในประเทศ เพื่อเพิ่มการบริโภค เศรษฐกิจก็จะเดินหน้าต่อไปได้ แต่สิ่งที่เป็นห่วงมาก คือ ปัญหาซับไพร์มจะส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน เนื่องจากปัจจุบัน สถาบันการเงินไทยมีการนำเงินในลงทุนในกองทุนต่างๆ ทั่วโลก

ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเลือกผู้ที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมบริหารเศรษฐกิจที่ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดการเงินได้ดี โดยเห็นว่า นายวีรพงษ์ รามางกูร มีความเหมาะสมมากที่สุดที่จะเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลดูแลภาวะเศรษฐกิจได้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่อาจเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจก็ได้

ส่วนมาตรการกันสำรองเงินทุน 30 เปอร์เซ็นต์ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เห็นว่า รัฐบาลไม่ควรด่วนตัดสินใจยกเลิกมาตรการเร็วเกินไป แต่ควรรอจังหวะที่เหมาะสม เพื่อให้ค่าเงินของประเทศอื่น ๆ แข็งค่าขึ้นมาใกล้เคียงกับเงินบาทก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคส่งออก

สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ เชื่อว่า ยังมีความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจขยายตัวต่อไปได้ แต่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันการลงทุนที่ค้างคาอยู่ 11 โครงการ มูลค่า 2 แสนล้านบาท ให้เดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้ง เร่งประมูลโครงการระบบขนส่งมวลชน และโครงการลงทุนเซาท์เทริน์ ซีบอร์ด ซึ่งจะทำให้การลงทุนในประเทศปีนี้ขยายตัวได้เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ จากที่ติดลบในปีที่แล้ว

ข่าว ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ

วิปรัฐบาลชั่วคราวเสนอประจานชื่อ ส.ส.โดดประชุม

วิปรัฐบาล เสนอแนวคิดเปิดชื่อ ส.ส.โดดประชุมต่อสื่อ เพื่อป้องกันปัญหาสภาล่ม

นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ โฆษกวิปรัฐบาลชั่วคราว แถลงผลการประชุมวิปวันนี้ว่าได้มีการหารือกันถึงองค์ประกอบของวิปรัฐบาลชุดที่เป็นทางการว่าน่าจะมีประมาณ 65 คน เป็นตัวแทนของ ครม. , ส.ส.รัฐบาล และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ขณะเดียวกันเห็นควรให้คณะกรรมธิการสามัญ และวิสามัญของสภา นัดประชุม
วันอื่นๆ ด้วย นอกเหนือจากวันพุธ และพฤหัสบดี เพราะเพื่อที่ ส.ส.จะได้ไม่ต้องโดดประชุมสภาไปประชุมคณะกรรมาธิการ และให้การประชุมสภาวันพฤหัสบดีเป็นการพิจารณาร่างกฎหมายด้วย ไม่ใช่พิจารณาแต่กระทู้และญัตติเหมือนที่ผ่านมา กฎหมายสำคัญจะได้ผ่านสภาเร็วขึ้น

ส่วนมาตรการป้องกันปัญหาสภาล่ม นอกเหนือจากการให้คณะกรรมาธิการประชุมวันอื่นแล้ว วิปชั่วคราวยังเสนอให้มีการเปิดเผยชื่อ ส.ส.ที่ไม่ได้มาประชุม หรือที่มาแต่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมต่อสื่อมวลชน ซึ่งถือเป็นมาตรการทางสังคมที่จะควบคุม ส.ส.ไม่โดดประชุม โดยให้แต่ละพรรคไปหารือกันว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับการประชุมวิปรัฐบาลครั้งต่อไปจะมีการหารือกันถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุม


"บุญรอด" เชื่อทักษิณเลือกคนที่เหมาะสม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝากรัฐบาลใหม่แก้ไขปัญหาภาคใต้ พร้อมเชื่อมั่นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมที่เข้าใจกองทัพ ขณะที่ ผบ.ทอ. เผยรัฐมนตรีกลาโหมไม่ใช่คนที่ระบุไว้ในสเป็ค ก็จะทำให้กองทัพรู้สึกผิดหวัง

พลเอกบุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยระหว่างเป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยเชื่อว่าพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจกองทัพมากกว่าเป็นคนที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะสามารถสั่งการได้ "คนที่ฉลาดย่อมรู้ว่าจะเลือกคนอย่างไร เพื่อที่ให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าต่อไปได้" ทั้งนี้ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพก็พร้อมที่จะร่วมงานด้วย แม้ว่าจะไม่ใช่คนที่อยู่ในสเป็คที่กองทัพต้องการก็ตาม แต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในสเป็คก็จะทำให้บรรยากาศการทำงานระหว่างกองทัพและรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ก็ยังกล่าวด้วยว่า โผผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นเปลี่ยนทุกวัน จึงไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า เป็นใคร พร้อมก้บบอกใบ้กับผู้สื่อข่าว ไม่เกินเตรียมทหารรุ่น 1 และยังปฏิบัติไม่ตอบคำถามว่า พร้อมที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่ออีกสมัยหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังได้ฝากให้รัฐบาลใหม่ช่วยกันแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ต่างประเทศเข้ามาก้าวก่ายหรือยุ่งเกี่ยว

ขณะที่พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองประธาน คมช. ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน คมช. กล่าวว่าอยากให้ทางพรรคพลังประชาชนรับฟังแนวความคิดเกี่ยวกับสเป็คผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ คมช.ได้เสนอไป ทั้งนี้หากผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ไม่ได้เป็นไปตามแนวความคิด หรือสเป็คที่ คมช.กำหนดไว้ ทางกองทัพก็จะรู้สึกผิดหวัง รวมถึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในบ้านเมือง