WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 25, 2008

ยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่

• ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย เพื่อไม่ให้จำเจกับลีลาแบบเดิมๆ ประดาบ จึงมามาดใหม่ เขียนกันแบบสั้นๆ ให้ได้ใจความ กระชับ ฉับไว ต่อการทำความเข้าใจข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งของประเทศไทย ไม่เยิ่นเย้อ ยืดยาว แบบที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่น่าเห็นใจสำหรับผู้อ่านที่มีเวลาน้อย ประดาบ จึงต้องปรับตัวเข้ากับสภาพอันจำกัดของผู้อ่าน ด้วยลีลาแบบนี้

• ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานที่เคารพ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ใครจะบอกว่าคนคนนี้คบยาก แต่พฤติกรรมที่เห็นมาตลอด 6 ปี ไม่ว่าจะยามทุกข์ ยามสุข ประดาบ กลับเห็นแย้ง และเห็นว่า ยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่น่าเคารพ และยกมือไหว้ได้โดยไม่ต้องฝืนใจ คนเรายามทุกข์ไม่ทิ้งกัน ยังร่วมสู้ ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคนาๆ ก็ถือได้ว่าน่าคบหาและน่าเคารพแล้วล่ะครับ

• อีกไม่กี่วัน เราก็จะมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ประดาบ เอาหัวเป็นเดิมพัน หากพลิกจากชื่อนี้เป็นชื่ออื่น รับรองได้ว่าประเทศไทย จะอยู่ต่ำใต้กว่าอิรัก และ อัฟกานิสถาน ในสายตาของชาวโลก จึงขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เอาไว้แต่ตรงนี้เลยแล้วกัน

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อยู่ที่ไหน มารายงานตัวกับประชาชนผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือน และเป็นเจ้านายของท่านด่วนที่สุด ก่อนที่จะหมดวาระ สิ้นอายุขัยตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไปเสียก่อน อย่ากระทำตนเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว งานไม่มาทำแต่จะรับเงินเดือน กลับมาจากแสวงบุญตะวันออกกลางเมื่อไร ก็มาชี้แจงแถลงไขด้วยแล้วกันว่าเงินค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นเงินภาษี หรือ เงินส่วนตัว

• ประดาบ อยากจะบอกว่า การไปแสวงบุญไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นหรอกท่านสนธิ ขอเพียงแต่อย่าได้ทำบาปเป็นนิตย์ อย่าได้โกหกเป็นกิจวัตร อย่าได้ทำชั่วเป็นนิสัย ก็เท่ากับว่าท่านได้ทำบุญอันยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศชาติและบ้านเมืองแล้ว คนทำร้ายบ้านเมืองอย่างท่านจัดเป็นคนบาปหนาสูงสุด ตายไปแล้วเกิดใหม่ ยังชำระล้างบาปไม่หมดสิ้นเลย เพราะฉะนั้นการไปแสวงบุญในต่างแดน ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เว้นเสีย แต่ว่าจะไปโดยไม่กลับมาอีกเลย นั่นล่ะท่านจะได้บุญอักโข เพราะทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ

• พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เข้าร่วมประชุมคมช. ครั้งสุดท้าย ที่บ้านพักรับรองกองทัพ อากาศ เพราะเหตุผลเดียวคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่มาร่วมด้วย แสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อกันว่าเหลืออยู่ที่ระดับใดได้เป็นอย่างดี โชคดีที่ พล.อ.สนธิ เป็นมุสลิม จึงไม่ต้องตะโกนใส่หน้าแบบเต็มๆ คำว่า “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” เหลือเพียงแค่ “เงาไม่เหยียบ” เพียงคำเดียว

• พรรคชาติไทย เข้าร่วมรัฐบาล ให้จับตาดู เสรี วงศ์มณฑา ให้ดีว่า จะแอบดอดเข้ามาหากินกับโครงการไหนในรัฐบาล หรือไม่ โดยเฉพาะในกระทรวงที่พรรคชาติไทยกำกับดูแลใครมีหลักฐานเป็นพยาน จับปอบสูบงบประมาณแผ่นดินตัวนี้ มาลงโทษ ขอได้โปรดส่งมาที่ ประดาบ ด่วน จะได้ช่วยกันตามจิกตามจี้ตามบี้ให้ตายคามือ คิดเสียว่าทำบุญเพื่อประเทศชาติก็แล้วกัน

• ถ้ามันลำบากใจกันนัก ก็เป็นฝ่ายค้านจะดีไหม สามพ่อลูกศิลปอาชา อย่าทำให้เข้าตำรา “เกลียดปลาไหล กินน้ำแกง” จะได้ไหม แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล ศิลปอาชาผู้พ่อ ก็ไม่ร่วม ถ่ายรูปที่ระลึกวันเปิดสภาฯ ก็หนีหน้าหายหัวทั้งสามคน โหวตเลือกประธานสภา ศิลปอาชาลูกสาว ก็บินหนีไปต่างประเทศ ลาประชุมตั้งแต่นัดที่หนึ่ง บางทีเป็นฝ่ายค้านน่าจะสบายใจด้วยกันทั้งทุกฝ่าย เห็นด้วยไหม?

• อยากได้อำนาจ อยากมีตำแหน่ง แต่ไม่อยากอยู่ร่วมด้วย ทำงานการเมืองมาสามสิบปี สปิริตต้องมี มารยาทต้องมี จริงไหม บรรหาร ศิลปอาชา เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรี มาแล้ว ควรรู้กติกามารยาทการอยู่ร่วมกันของรัฐบาลผสม และไม่ใช่รู้แล้วเก็บไว้คนเดียว ต้องสอนสั่งลูกๆ ด้วยว่าเป็นนักการเมืองต้องอดทน กลืนเลือดในปากได้โดยไม่ให้ใครเห็น

• น่าเห็นใจ “คุณหญิงหน่อย” อยู่ไม่น้อย ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเกมปล่อยข่าวสกัด สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อุตส่าห์เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่เงียบๆ กับสามีและลูก ยังถูกจับไปเป็นจำเลยของสังคมจนได้ รูปการณ์แบบนี้เข้าทำนองเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ ประดาบ ก็ได้แต่ให้กำลังใจ คุณหญิงหน่อย อย่าเพิ่งท้ออย่าเพิ่งถอย

พรรคพลังประชาชนแพ้หมดรูปในสนามกทม. “คุณหญิงหน่อย” ก็ช้ำใจพออยู่แล้ว ยังถูกชี้หน้ากล่าวหาว่าเป็นตัวปัญหา บั่นทอนความเจริญ ก้าวหน้าของว่าที่นายก รัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช แบบนี้ จะไม่ให้ชีช้ำหัวใจเป็นสองเท่าได้อย่างไร ลำพังแค่เด็กเล็กเด็กน้อยกล่าวให้ร้าย ยังพอทำใจได้ แต่หลังสุดถูก “นายใหญ่” ตวาดผ่านโทรศัพท์ สำทับให้ไปชี้แจงแถลงแก้ข่าว หัวใจของ “คุณหญิงหน่อย” จึงแหลกสลายทันทีเมื่อสิ้นสัญญาเสียงจากต่างแดน

ถ้า ประดาบ เป็น “คุณหญิงหน่อย” จะไม่มัวนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ฝ่ายเดียว แต่จะท้าพิสูจน์ความจริง ด้วยการฟ้องหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และทุกคนที่ต้องสงสัยว่าให้ร้ายตัวเรา จะได้เอาความจริงออกมาจากปากคอลัมน์นิสต์น้อยใหญ่ทั้งหลายว่า ไปเอาข้อมูลจาก “ผู้หญิง” คนไหน มาเขียนเป็นตุ เป็นตะ ลากตัวออกมาพูดกันให้จะๆ ไปเลย จะได้รู้ว่า “ผู้หญิง” คนนั้น เป็นคนเดียวกับ “คุณหญิงหน่อย” หรือไม่

• แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่ใช่มีแต่คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เท่านั้น ที่ปั่นเรื่องนี้ออกมาให้ประชาชนได้อ่านกันว่า มีคนในพรรคพลังประชาชน ไม่เห็นด้วยที่สมัคร สุนทรเวช จะเป็นนายกรัฐมนตรี ยังมีหัวหน้าพรรคการเมือง และแกนนำพรรคการเมืองอย่างน้อยสองพรรค ได้รับข้อมูลแบบเดียวกันจาก “ผู้หญิง” คนเดียวกัน ยังเลยเถิดไปถึงขั้นที่ว่า ทั้ง “นายใหญ่” และ “นายหญิง” ก็ไม่เอาเหมือนกัน

• ที่น่าประหลาดใจอีกเรื่องก็คือ ทำไมหนอ คอลัมนิสต์ทั้งหลาย เวลาเขียนเรื่องมีคนไม่เห็นด้วยกับ สมัคร สุนทรเวช จะเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องเขียนให้ประชาชนคนทั่วไปเข้าใจว่า แหล่งข่าว หรือ คนให้ข่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับ “คุณหญิงหน่อย” เหมือนกันทุกคน ทุกฉบับ ไม่รู้จักปกปิดรักษาแหล่งข่าว ตามจรรยา บรรณนักข่าว บ้างเลย

• เรื่องแบบนี้ จะเป็นจริงไปได้อย่างไร ในเมื่อ “คุณหญิงหน่อย” ถูกจับขังกรงอยู่ในบ้านเลขที่ 111 จะไปเจ้ากี้เจ้าการบัญชาเกมจะเอาคนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี เอาคนนี้เป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าพรรคพลังประชาชน ทำตามใจคุณหญิงหน่อย ก็เท่ากับเอามีดเชือดคอตัวเองเท่านั้นเอง ยิ่งถูกหาเหตุยุบพรรคอยู่ทุกนาทีแล้ว

• เพราะฉะนั้นหากเรื่องที่พูดกันมาปากต่อปาก เป็นเรื่องจริง รรคพลังประชาชนก็ต้องทำสวนทางกับ “คุณหญิงหน่อย” ทุกเรื่อง เพื่อจะได้เป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า คุณหญิงหน่อย ไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามในพรรคพลังประชาชน

ประดาบ เชื่อว่าเรื่องเข้าใจผิดแค่นี้ ไม่น่าจะเกินกำลัง ไม่เหนือกว่าฝีมือที่ “คุณหญิงหน่อย” จะทำความเข้าใจกับพี่น้อง ผู้คนที่เคยร่วมงานกันมา ให้ได้รู้ว่าในหัวใจของ “คุณหญิงหน่อย” ไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่คมช.ทั้งคณะ “คุณหญิงหน่อย” ยังไปนั่งเจรจามาด้วยแล้ว

• ด้วยลีลาการเจรจาแบบเอาน้ำเย็นเข้าลูบ จนกระทั่งคมช.วูบไปหลายครั้ง แม้จะเจรจาภาพรวมไม่สำเร็จ จนกลายมาเป็นเหตุอายัดทรัพย์ตระกูลชินวัตร แต่ภารกิจบางเรื่องบางประการของคุณหญิงหน่อย ก็ลุล่วงไปด้วยดี เพราะฉะนั้นเรื่องเข้าใจผิดบ้าง ถูกบ้างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงน่าจะทำความเข้าใจกันได้ ไม่ควรมาสาวไว้ให้กากินกันเองแบบนี้เลย

• ที่ ประดาบ เป็นห่วงเหลือเกิน ก็คือ การยื้อแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี และ ตำแหน่งทางการเมืองที่มีอยู่จำนวนจำกัด ซึ่งไม่อาจจะรองรับความต้องการอันไม่จำกัดของผู้คนที่มีจำนวนมากมายเต็มพรรคพลังประชาชน หากการจัดสรรปันตำแหน่ง มีการเลือกที่รักมักที่ชัง คนมาทีหลังได้ก่อน คนมาก่อนได้แต่ยืนดู ไม่มีวัฒนธรรมการเข้าคิว ความสับสนอลหม่านก็จะเกิดขึ้นจนยากจะควบคุมได้

• เป็นธรรมดาของนักรบ เมื่อเข้าสู่สมรภูมิ รับใช้พรรค ต่อสู้เพื่อส่วนรวม ก็ย่อมจะต้องมีบาดแผลติดตัวจากคมศาสตราวุธของศัตรข้าศึก เหมือนกับเหล่าขุนทัพแดนอีสานที่ตีแหกด่านฝ่าวงล้อมของคมช. คว้าธงชัยมาได้เกือบ 100 ผืน ได้ส.ส.เกือบ 100 คน หากไม่ได้รับรางวัลอย่างสมน้ำสมเนื้อ วันข้างหน้าใครจะรบให้ ใครจะขายชีวิตให้กับสัญญาลมปาก กันอีก

• ลองมองย้อนกลับไปดู หากไม่มีขุนทัพแดนอีสานนับร้อยคน ที่แหกด่านเข้ามาจนถึงกลางเมืองหลวง ยึดอำนาจกลับคืนมาไว้ในมือได้อีกครั้ง ป่านนี้เหตุการณ์จะพลิกผันไปขนาดไหน ยังไม่กล้าคาดเดา ที่รอดมาก็ดีใจ ที่ตายไปในสนามรบ ก็อย่าได้ทอดทิ้งศพไว้กลางสมรภูมิ ควรจะดูแลเยียวยาให้สมเกียรติบ้าง เป็นกำลังใจแก่คนรุ่นหลังที่จะทำเพื่อพรรคต่อไป

• ที่จะลืมไม่ได้ ก็คือเหล่าขุนศึกสนามหลวง ที่วันนี้มีบาดแผลเต็มตัว มีคดีความติดตามตัวนับร้อยคดี แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน โดยตรง แต่อานิสงส์ที่ นปก.สร้างไว้ ก็ตกแก่พรรคพลังประชาชน เป็นกอบเป็นกำ หากไม่นำมาพิจารณาประกอบ การตัดสินใจปูนบำเหน็จรางวัล ก็อาจจะถูกครหาได้เหมือนกัน

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ต่อสายถึงคนใกล้ตัวอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่อยู่ในต่างแดน ให้ช่วยเจรจาขอตำแหน่งรัฐมนตรีให้หนึ่งตำแหน่ง กระทรวงอะไรก็ได้ ใหญ่เล็กแค่ไหนได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีสักครั้งในชีวิต ให้คุ้มกับเงินที่เสียไปมากกว่า 1,000 ล้านบาท แลกกับประสบการณ์ทางการเมือง

• ไม่น่าเชื่อ คนอย่างเจ้าพ่อทีพีไอ มีเงินแสนล้าน ก็จะต้องมีวันนี้ด้วยเหมือนกัน วันที่ต้องคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นกล่าวสำนึกเสียใจกับอดีตของตนเองที่กระทำลงไป ต่อหน้าผู้อื่น เพราะความโกรธบังใจความแค้นบังตา กว่าจะรู้ตัวว่าไร้เดียงสาการเมือง ก็สายเสียแล้ว ที่เคยทะนงตัวว่าเป็นมังกรตัวหนึ่ง จึ่งรู้ตัวว่างูเขียวยังน่ากลัวกว่าตนเอง

• เรื่องเล่าตลกๆ ได้ฟังมาตั้งแต่ครั้งเด็กๆ มีคนสองคน คนหนึ่งมีประสบการณ์มากมาย คนหนึ่งมีเงินทองมหาศาล สองคนร่วมกันทำธุรกิจ วันหนึ่งธุรกิจเจ๊งจนต้องปิดกิจการ สองคนสำรวจความเสียหายและรายได้ของตนเองในรอบหนึ่งปีที่ร่วมธุรกิจกันมา ปรากฎว่า คนที่เคยมีเงินทองมหาศาล ได้รับประสบการณ์ไปมากมาย คนที่มีประสบการณ์มากมาย ได้รับเงินทองไปมหาศาล นิทานเรื่องนี้จบลงตรงที่ว่า เมื่อต้องแยกจากกันไป ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ประสบการณ์การเมืองมากมาย ใน ขณะที่สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กำไรมหาศาล

• ลือกันหึ่ง ปิดกันให้แซ่ด เก้าอี้สมาชิกวุฒิสภาประเภทสรรหา 74 ตัว เคาะราคาครั้งที่หนึ่ง 20 ล้านบาทขาดตัว ใครอยากได้ติดต่อนายทหารใหญ่แห่งสำนักเลขาธิการคมช. ด่วน งานนี้ต้องรีบ เพราะมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ไม่มีล็อตสอง เหมือนกับเก้าอี้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ประดาบ

จาก hi-thaksin

Thursday, January 24, 2008

ปชป.เล็งส่ง 'มาร์ค' ชิงเก้าอี้ผู้นำ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กล่าวถึง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของบุคคล อีกส่วนคิดว่าพรรครัฐบาลคงต้องไปพูดคุยกัน

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า

เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการโหวตเลือกประธานและรองประธานสภาคนที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมมากกว่า เพราะมีสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้เทคะแนนให้ 3 เสียง และ 6 เสียง สะท้อนให้เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอมรับบุคลากรที่ถูกเสนอ

'พรรคจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ส.ส.อีกครั้งว่าจะส่งหัวหน้าพรรคเข้าแข่งขันการโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ แต่หากมติให้ส่งแข่งขัน เชื่อว่าน่าจับตามอง แต่เสียดายที่การโหวตโดยเปิดเผย ถ้าเป็นการลงมติแบบลับเชื่อว่าคะแนนก็จะเพิ่มมากกว่านี้' นายเทพไทกล่าว

ปชป.วอน 2 พรรคร่วมรัฐบาลใช้ดุลพินิจเลือกนายกฯ ให้ดี

ผู้ช่วยเลขาฯพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ควรทำหนังสือชี้แจง เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ พร้อมเรียกร้องให้พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ใช้ดุลพินิจในการเลือกนายกรัฐมนตรี

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องทำหนังสือ ตามข้อบังคับระเบียบการประชุมข้อที่ 13 ว่าการนัดประชุมต้องทำหนังสือแจง เว้นแต่ได้บอกนัดล่วงหน้าไว้ไม่น้อยกว่า 3 วัน และประธานสภาฯ เห็นสมควรก็สามารถทำได้ แต่การนัดประชุมจะต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ข้อคิดไปแล้ว เว้นแต่พรรคพลังประชาชนจะถือฤกษ์ยามบางอย่าง ที่จะต้องรีบประชุมให้ได้ในวันพรุ่งนี้ เช่น การเตรียมบ้านพักเพื่อทำบุญ เป็นการแก้เคล็ดหรือสร้างความสงสัยให้กับสังคม โดยยืนยัน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าประชุมในวันพรุ่งนี้ แต่จะถามถึงความเหมาะสมในที่ประชุมด้วย

สำหรับกรณีที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ระบุว่า จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของข้าราชการนั้น เป็นพฤติกรรมที่ข่มขู่ข้าราชการ ที่ต้องการให้ยอมเป็นลูกน้อง ซึ่งไม่แตกต่างจากระบอบทักษิณ ซึ่งหากเห็นว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พบว่ามีข้าราชการวางตัวไม่เหมาะสม ก็ควรร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งหากยังมีการดำเนินการเช่นนี้ เชื่อว่าความสมานฉันท์ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเรียกร้องให้พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน พิจารณาให้ดีในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ข้อเสนอของ 2 พรรคต้องการสร้างความสมานฉันท์ในชาติ เป็นการสนองต่อเงื่อนไข 5 ข้อ ที่ได้ประกาศไว้หรือไม่

'ยงยุทธ' เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ลั่นไม่มีวันทรยศต่อชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (24 ม.ค.) ว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เปิดแถลงข่าวหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

นายยงยุทธ กล่าวว่า พวกตนทั้ง 3 คน ขอยืนยันว่า พวกเราจะไม่มีวันทรยศหักหลังต่อประเทศชาติ และราชบัลลังก์ เด็ดขาด เราเอาชีวิตเป็นเดิมพัน การทำงานทุกเรื่องจากนี้ไปจะมุ่งเน้นความรัก ความสามัคคี ีและความปรองดอง ของคนในชาติ จะไม่มีการเลือกข้าง เลือกฝ่าย เราจะไม่มีการทำงานที่เห็นแก่พรรคพวก จะเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และจะสร้างบรรยากาศการแห่งความเป็นพี่น้อง เป็นมิตรกัน ในการทำงานร่วมกันในสภาฯ เพราะฉะนั้นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยนั้น ไม่ได้มีความสำคัญมากไป กว่าความตั้งใจและความจริงใจของทุกฝ่ายที่ร่วมกัน

'อะไรที่ดึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ จะร่วมมือและสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ที่สำคัญในวันนี้ คือ การเมืองภาคประชาชน ที่ถูกละทิ้งมายาวนาน จากนี้ไปขบวนการในสภาฯ เราจะสนับสนุนการเมืองภาคประชาชน เรียกว่า ให้ประชาชนได้ตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอแนะที่อยู่นอกสภาฯ ที่ไม่สามารถทำงานร่วม ส.ส.ได้ เราจะจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในข้อห่วงใยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ' ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว และว่า เราทั้ง 3 ได้ตกลงร่วมกันแล้วว่า จะมีเวลาให้กับการเมืองภาคประชาชนมากขึ้น เพื่อให้บ้านเมืองจะได้บรรลุสิ่งที่เรียกว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยความตั้งใจ

'นพดล' ยก 'หมอเลี๊ยบ' มืออาชีพ ไม่ใช่ลูกแหง่

ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงตอบโต้กรณีที่นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการด้านวิจัยเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาวิจารณ์ว่า

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนไม่เหมาะดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง พร้อมระบุว่ารมว. คลัง ต้องไม่ใช่ลูกแหง่ ที่มีพี่เลี้ยงตลอดเวลา ว่า ถ้าท้ายที่สุดพรรคพลังประชาชนเลือก นพ.สุรพงษ์ เป็นรมว.คลังจริง นพ.สุรพงษ์ ก็ไม่ใช่ลูกแหง่ แต่เป็นผู้มีความรู้มีประสบการณ์ เพราะเคยทำธุรกิจของตนเอง และเคยเป็น รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจกิจมาแล้ว จึงไม่ใช่รัฐมนตรีมือสมัครเล่น

คนที่เป็นหมอย่อมต้องมีความรู้ความสามารถและทำอะไรได้หมายอย่าง ไม่ใช่คนธรรมดา และการจะติใคร ควรให้เขาทำงานเสียก่อนค่อยมาตัดสิน หากอยากวิจารณ์ก็ให้ไปดูนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ที่ทำงานมาหลายเดือนผลงานเป็นอย่างไร

นายนพดล กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง เราจะทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน รับฟังความเห็นของนักวิชาการ ภาคอุตสาหกรรมและหอการค้า จึงไม่มีปัญหาในเรื่องขององค์ความรู้ อีกทั้งเราก็ทราบดีว่าเวลานี้ประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจด้านใดบ้าง ทั้งนี้หลังจากที่ม ีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาชนจะเชิญตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลมาพุดคุยในเรื่องนโยบาย รัฐบาล คาดว่าจะมีขึ้นในเช้าวันที่ 29 ม.ค.นี้

ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ยังติดค้างอยู่คณะกรรม การส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนตาม พร้อมกับประกาศให้ปี 2551 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว การสร้างรถไฟฟ้าและการขยายสนามบินสุวรรณภูมิรองรับการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาพลังงาน

นายนพดล กล่าวถึงถึงความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคพลังประชาชน ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก โดยพรรคจะขอดูแล ใน 9 กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม

สำหรับกระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมถึงกระทวงท่องเที่ยว และกีฬาก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคชาติไทยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งสองกระทรวงนี้พรรคพลังประชาชน อยากขอดูแลเอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ เพราะกระทรวงที่เกี่ยวกับรายจ่ายไปอยู่กับพรรคอื่นมากแล้ว

นายนพดล กล่าว สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโควตาของพรรคชาติไทย ส่วนกระทรวงแรงงานให้เป็นโควตาของคนที่มีชื่อเป็นปลาปักเป้า ส่วนที่มีข่าวส.ส.อีสานต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ในภาคอีสานได้รับเลือก ส.ส.จำนวนมากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นพรรคจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ส่วนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เราไม่อยากตั้งขึ้นมาลอยๆ เพื่อมีรถประจำตำแหน่ง

จึงคาดว่าจะรองนายกฯดูแลงานหลักๆคือ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมายและสังคม ซึ่งตำแหน่งรองนายกฯ เป็นตำแหน่งที่เราสร้างได้และควบได้ สำหรับรมช.กลาโหมต้องดูอีกทีว่าควรมีหรือไม่ แต่รมช.มหาดไทยคงมีจำนวนมากหน่อย ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักคาดว่าจะมีประมาณ 2-3 คน

นายนพดล กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอว่าการแบ่งโควตา รัฐมนตรี ีต้องใช้สูตร ส.ส.5-6 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ว่า ตามหลักการแรกเมื่อนำจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด 35 คนมาหารด้วย จำนวนส.ส.315 คน ต้องใช้สัดส่วน ส.ส.9 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่งไปก่อน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้ง ซึงในภาวะไม่ปกติเราสามารถอะลุ้มอะล่วยกันได้ไม่มีปัญหา

โดยจะนำความสนใจงานของแต่ละพรรคมาพิจารณาด้วย แต่ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษเฉพาะพรรคชาติไทย หากมีการปรับเปลี่ยนจริงพรรคพลังประชาชนจะใช้เกณฑ์นี้กับทุกพรรค

นายนพดล กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 ม.ค.) ตนได้โทรศัพท์ไปพุดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกงโดยได้พูดคุยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาบวชบ้างเล็กน้อย ซึ่งตนปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะท่านยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก

โดยเฉพาะงานด้านการศึกษาและสาธารณกุศล ทั้งนี้ความจริงพ.ต.ท.ทักษิณ เคยบวชเรียนศึกษาพระธรรม มาแล้ว จึงคิดว่าท่านจะไม่บวชแน่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าได้มีแกนนำและส.ส.บางส่วนเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ตามรายงานข่าวจริงแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องขอตำแหน่ง แต่ไปเพราะคิดถึง

เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกรมว.กลาโหม นายนพดล กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการคาดเดาไปเอง พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือแล้ว ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง กับการจัดสรรคณะรัฐมนตรี ตนขอให้ยุติการปล่อยข่าวเพราะพรรคพลังประชนจะถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีอีก พ.ต.ท.ทักษิณ

เพียงแต่คาดหวังให้บ้านเมืองสงบและเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนสาเหตุที่เลื่อนการเดินทางกลับจากเดิม ในเดือนเม.ย.เป็นเดือนพ.ค.นั้น ไม่ถือว่าเป็นการเลื่อนเพราะกำหนดการยังคาบเกี่ยวกันและยังเกี่ยวข้อง กับกระบวนการทางศาลตามที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อศาลว่า ต้องใช้เวลาในการตรวจเอกสารประมาณ 3 เดือน อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาในประเด็นความปลอดภัยด้วย

เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และในฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธาน คมช.ระบุสเปกรมว.กลาโหมคงรเป็นทหารเพราะจะเข้าใจกิจการภายในกองทัพได้ดีกว่า นายนพดล กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ ทั้งนี้เชื่อว่าหากรัฐบาลบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ก็เชื่อว่าทหารอาชีพส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ส่วนท่านพล.อ.อ.ชลิต อีกไม่นานก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว


‘ประชัย'สารภาพต่อสายคุย‘ทักษิณ'หวังสมานฉันท์

วันนี้(24 ม.ค.) นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย ยอมรับว่า ได้ติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จริง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้บอกว่า ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง และขอเลิกลาต่อกัน ซึ่งตนก็เห็นด้วย เพราะทุกวันนี้ ประชาชนระดับรากหญ้าตกยากมาก มีแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นมหาศาล และคนกำลังจะตกงานเป็นล้านคน หากไม่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา อาจเกิดกลียุคขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าทั้งสองฝ่ายไม่โกรธกันแล้ว และสามารถพูดคุยกันได้ตลอด นายประชัย กล่าวว่า ก็ต้องเป็นเช่นนั้น จนกว่าประเทศชาติจะเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ได้พูดคุยกัน แต่หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คงจะมีการพูดคุยกันต่อไป

ส่วนการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนของ ส.ส.กลุ่ม นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคนั้น นายประชัย ยืนยันว่า เป็นมติที่ไม่ถูกต้อง และในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) จะเรียกประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง เพื่อหารือกันว่า จะส่งใครเป็นรัฐมนตรี หากทุกฝ่ายมาประชุมร่วมกัน เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะยุติ เพราะเรื่องนี้ควรมาคิดร่วมกัน ไม่ควรจะคิดคนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกลุ่มนางอนงค์วรรณยังไม่ยอมมาร่วมประชุมจะทำอย่างไร นายประชัย กล่าวว่า จะเรียกประชุมใหม่ จนกว่าจะครบองค์ประชุม ซึ่งหากยังประชุมไม่ได้ การเข้าร่วมรัฐบาลดังกล่าวก็ยังไม่ใช่มติพรรค พร้อมกับยอมรับว่า ถ้ายังไม่ใช่มติพรรค ก็จะมีการร้องเรียน เพราะไม่ถูกต้อง การที่นางอนงค์วรรณไปโชว์ตัวแถลงข่าวต่าง ๆ นานา ว่าเป็นตัวแทนพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่ถูกต้อง เพราะตัวแทนพรรคก็คือหัวหน้าพรรคเท่านั้น นอกจากหัวหน้าพรรคมอบอำนาจให้นางอนงค์วรรณ แต่ที่ผ่านมายืนยันว่ายังไม่ได้มอบอำนาจให้ใคร ยกเว้นในช่วงต้นที่ยอมรับว่ามอบอำนาจให้นางอนงค์วรรณจริง แต่เมื่อช่วงนั้นยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา ก็ถือว่าการมอบอำนาจดังกล่าวก็ยุติตั้งแต่วันนั้นแล้ว

"ผมเป็นเหมือนม้าอารีตัวหนึ่งในนิทานอีสป เมื่อเขาอยากมาพักในบ้านก็เชิญเข้ามาพัก แต่วันดีคืนดี เขาก็เตะเราทิ้ง เขาคิดอยากจะเตะเราทิ้งก็เตะเราทิ้ง แต่กฎหมายไม่ได้ให้โอกาสมากขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้น การที่จะทำตัวเป็นม้าอารีต่อไป ผมก็ชักอึดอัดเต็มที่เหมือนกัน และผมก็ไม่คาดว่าจะมีเรื่องอย่างนี้ในความเป็นจริง นึกว่ามีเฉพาะในนิทานอีสปเท่านั้นเอง" นายประชัย กล่าว

จาก hi-thaksin

‘เพื่อแผ่นดิน'ยันไม่แหกโผหนุน‘สมัคร'นั่งนายกฯ

วันนี้(24 ม.ค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวก่อนการประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดินว่า วันนี้เป็นการประชุมตามปกติของพรรคเพื่อแผ่นดิน เพราะหลังจากเปิดประชุมสภาฯ บรรดา ส.ส.ต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ โดยเฉพาะในวันที่ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคจะมีการหารือกับบรรดา ส.ส.
"ผมมั่นใจว่า ทุกคนจะเคารพกติกา และมีมารยาททางการเมือง ไม่มีใครมีความเห็นที่แตกต่างไปจากที่ประชุมแน่นอน" นายสุวิทย์ กล่าว
สำหรับสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น นายสุวิทย์ ยืนยันว่า พรรคไม่มีปัญหาด้านการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย พร้อมขอร้องให้พรรคอื่น ๆ ยุติการต่อรองด้วย และว่า พรรคยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งบุคคลภายในพรรคและภายนอกพรรค ข่าวที่สื่อฯ นำเสนอมีความคลาดเคลื่อนสูง ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
"ขณะนี้พรรคกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการหารือ หากมีข้อสรุปที่ชัดเจนจะแถลงให้ทราบทันที ดังนั้น จึงขอให้ยุติการคาดคะเนและข่าวลือต่าง ๆ ได้แล้ว" นายสุวิทย์ กล่าว


จาก hi-thaksin

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง‘ยงยุทธ์'เป็นประธานสภาผู้แทนราษฏร-นัดโหวตนายกฯ28ม.ค.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พ.อ.อภิวัน วิริยะชัย รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิธีนี้จัดเป็นครั้งแรก โดยนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การจัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นการฟื้นฟูประเพณีที่ดีงามในอดีต และถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น จะสามารถออกหนังสือเชิญประชุมได้ภายใน 3 วัน หรือประมาณวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปบริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1 เป็นไปอย่างคึกคักมีข้าราชการและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งแต่งชุดขาวเต็มยศเข้าร่วมในพิธีรับสนองพระบรมราชโองการครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวอย่างใกล้ชิด

จาก hi-thaksin

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ แล้ว

กรุงเทพฯ 24 ม.ค. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้ว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ 1. นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 3 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2

จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าว เป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี .- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-24 17:35:24

นพดลเผยตัวเลขคร่าวๆ พปช.จองเก้าอี้ 9 กระทรวง [24 ม.ค. 51 - 15:08]

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (24 ม.ค.) ถึงการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า พรรคยังไม่ได้มีการวางตัว หรือจัดสรรโควตารัฐมนตรี แต่จะมีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวหลังเทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไปแล้ว โดยการจัดสรรจะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรค เท่าเทียมกัน พรรคพลังประชาชนเพียงพรรคเดียว เบื้องต้นคาดว่า จะให้ส.ส.ของพรรคดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 9 กระทรวง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม เป็นต้น ส่วนกระทรวงอื่น ๆ นั้น อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะให้พรรคชาติไทยดูแล กระทรวงอุตสาหกรรม ให้พรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนกระทรวงแรงงาน ให้พรรคมัชฌิมาธิปไตย

การที่พรรคชาติไทยจะขอโควตา ส.ส.5 คนต่อรัฐมนตรี 1 คน จะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งหากคิดจากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ควรอยู่ในสัดส่วนส.ส.8-9 คนต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง แต่สามารถอะลุ้มอล่วยกันได้ ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค และนายสมชาย วงสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าว


เมื่อถามถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคพลังประชาชนเดินทางไปฮ่องกง เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพื่อวิ่งเต้นขอตำแหน่งรัฐมนตรี รวมทั้งตำแหน่งสำคัญๆทางการเมือง นั้น นายนพดล กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ได้วางมือทางการเมืองแล้ว จากการพูดคุยล่าสุด ไม่ได้มีการกล่าวถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ส่วนการเดินทางไปพบก็เป็นเรื่องของผู้น้อยเดินทางไปหาผู้อาวุโสที่นับถือปกติเท่านั้น


นายนพดล กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากเลือกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้น 1 วัน จะมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยหารือ ถึงเรื่องนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ คาดว่าเบื้องต้นน่าจะเป็นช่วงเช้าของวันที่ 28 หรือ 29 มกราคมนี้