WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 25, 2008

‘สมัคร'เตรียมพร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ-ส่งทีมงานสำรวจห้อง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่ทีมงานของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มทยอยเก็บของแล้ว ได้มีทีมงานรักษาความปลอดภัยของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทางมาที่ทำเนียบฯ เพื่อดูสถานที่ทำงาน และเส้นทางเข้า-ออกตามจุดต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน มีรายงานแจ้งว่า ทีมงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดพิมพ์หนังสือรวบรวมผลงาน 1 ปี 5 เดือน ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จำนวน 3,000 เล่ม โดยได้เตรียมที่จะนำมาแจกในวันอำลาตำแหน่ง ทั้งนี้ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรยุทธ์ มีกำหนดการที่จะไปอำลาข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ เวลา 10.00 น.--จบ--


จาก hi-thaksin

‘ยงยุทธ'นัดโหวตเลือกนายกฯ28ม.ค.

วันนี้ 25 ม.ค.51ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1(สมัยสามัญทั่วไป)ในวันจันทร์ที่ 28 มกราคม เวลา09.30 น. แจ้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส.ส.ไปประชุมตามกำหนดวันและเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ มีระเบียบวาระการประชุม การรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดหม่อมแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

สำหรับนายกรัฐมนตรีนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ต้องเป็น ส.ส. สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก
โดยขั้นตอนการเสนอชื่อ ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกสภาฯซึ่งการรับรองจะใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนน ในการออกเสียงลงคะแนน การเสนอชื่อ หากมีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว หรือหลายชื่อต้องมีการออกเสียงลงคะแนน และใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย จะให้เลขาธิการสภาฯเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรเป็นรายคน โดยให้สมาชิกขานว่า"เห็นชอบ"หรือ"ไม่เห็นชอบ"หรือ"งดออกเสียง"ซึ่งประธานตั้งกรรมการตรวจนับคะแนนจำนวน 6 คน

เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว ประธานประกาศผลการออหกเสียงลงคะแนน โดยผลการลงคะแนน ผู้ได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ ให้ถือว่าผู้นั้น เป็นผู้ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในการเลือกนายกรัฐมนตรีในปี 2544 และ2548 ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์--จบ--


จาก hi-thaksin

'ยงยุทธ' เล็งหารือ 'มีชัย' ปูทางทำงานร่วมสนช. [25 ม.ค. 51 - 13:51]

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า วันนี้ (25 ม.ค.) ตั้งแต่เวลา 09.30 น. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานทั้ง 2 คน คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ได้เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสักการะศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมืองและพระภูมิเจ้าที่

ทั้งนี้ นายยงยุทธ กล่าวว่า หลังจากนี้ จะทยอยเดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานในสังกัดรัฐสภาทั้ง 20 สำนัก โดยจะถอดตำแหน่งประธานและรองประธานสภาฯ ออก เพื่อให้เกิดบรรยากาศการทำงานร่วมกันและรับฟังความคิดเห็นในลักษณะของเพื่อนร่วมงาน โดยจะไม่พูดถึงความเป็นผู้บังคับบัญชา หรือ ผู้ใต้บังคับบัญชา

เมื่อถามถึงแนวคิดการปรับลดจำนวนคณะกรรมาธิการประจำสภาฯ ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภาฯ ที่ต้องปรึกษาหารือกันถึงความเหมาะสม อำนาจของประธานสภาฯ คงไม่ไปทำเช่นนั้น เรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) ที่จะเป็นผู้พิจารณา

นายยงยุทธ กล่าวถึงกรณีที่วิปรัฐบาลเสนอให้เปิดเผยรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ไม่เข้าประชุมสภาฯ เพื่อป้องกันปัญหาสภาล่มว่า ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ได้กำหนดให้เปิดเผยรายชื่อสมาชิกที่เข้าประชุมอยู่แล้วหากไม่ใช่การประชุมลับ ที่จะต้องติดรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมและสื่อมวลชนสามารถทราบได้อยู่แล้ว

สำหรับกำหนดการเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอคำปรึกษาในการทำงานนั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า นายมีชัยเป็นผู้อาวุโส อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามารับงานต่อเนื่องจากสภาฯ ชุดที่แล้ว หากมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เป็นการรับฟังความคิดเห็นและเพื่อไม่ให้งานสะดุดคิดว่า จะไปหารือและคารวะนายมีชัย

“ในเรื่องการทำงานร่วมกับ สนช. นั้น คิดว่า การทำงานเป็นการรับช่วงต่อ โดยสิ่งใดที่เป็นเรื่องของกฎหมาย หรือประเด็นการเมืองที่ต้องเสนอต่อรัฐบาล คงจะปรึกษาหารือกับ สนช. เพื่อจัดลำดับความสำคัญขอบเขตการนำเสนอ โดยถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ขอยืนยันว่า จะไม่มีการแทรกแซงการทำงานของสนช. อย่างแน่นอน” นายยงยุทธ กล่าว

‘สุรยุทธ์'เก็บของแล้ว!ลาทำเนียบรัฐบาล

(25มค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สำหรับความเคลื่อนไหวพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาฯ คนใหม่ได้เรียกประชุมสภาฯ นัดแรกในวันที่ 28 ม.ค.นี้ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ปรากฎว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ให้คณะทำงานเริ่มทะยอยเก็บของใช้ส่วนตัวและเอกสารต่าง ๆ บนห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า กลับไปยังบ้านพักแล้วบางส่วน อีกทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เก็บของและเอกสารต่าง ๆ ที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ม.ค.นี้ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียังคงมีภารกิจที่เป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 28 ม.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ในการเป็นประธานพิธีเปิดหอเกียรติยศนายกรัฐมนตรี ที่บ้านมนังคศิลา ซึ่งหอเกียรติยศดังกล่าวจะเป็นที่รวบรวมประวัติและผลงานของนายกรัฐมนตรีทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มทยอยให้เจ้าหน้าที่เก็บของใช้ส่วนตัวแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของทำเนียบรัฐบาลยังเปิดเผยด้วยว่า ได้มีทีมงานของว่าที่รัฐมนตรีบางคน ได้โทรศัพท์มาสอบถามถึงสถานที่และห้องทำงานต่าง ๆ แล้วเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีสวนสนามเทิดพระเกียรติศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร พร้อมทั้งมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2551 ที่โรงเรียนเตรียมทหาร อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้นในเวลา 13.45 น. แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้นัดออกรอบตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟ จปร.ต่อ ซึ่งคาดว่า พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม และนายทหารระดับสูงจะร่วมก๊วนกอล์ฟกับนายกรัฐมนตรีด้วย--จบ--


จาก hi-thaksin

วีรบุรุษ

ถึงวันนี้
หลายๆ คนคงลืมชื่อ ไพรวัลย์ นวมทอง
อาชีพคนขับรถแท็กซี่ ที่ควบรถเก๋งออกไป
ชนรถถังของทหาร หลังปฏิวัติ 19 กันยายน
วันเปิดประชุมสภาฯ ครั้งล่าสุด
หาก ไพรวัลย์ นวมทอง ยังมีชีวิตอยู่
เขาน่าจะเป็นคนที่ดีใจที่สุด จากการกลับมา
ของระบอบประชาธิปไตยที่เขารักและ
ชื่นชอบ เพราะความรักในประชาธิปไตยของ
ไพรวัลย์ นวมทอง ย่อมไม่ใช่คำเพ้อเจ้อ...เพราะ
เขายืนยันมันด้วยชีวิตของเขาเอง
เกือบหนึ่งเดือนหลังคำปรามาสว่า.. .
พฤติกรรมรักประชาธิปไตยของเขา...มัน
แค่พฤติกรรมของคนอยากเด่นอยากดัง
ไพรวัลย์...นวมทอง...ยืนยันด้วยชีวิต
...เขาเลือกสะพานลอยหน้าหนังสือพิมพ์
ยักษ์ใหญ่...เป็น...ที่ตั้งอนุสาวรีย์ของเขา
อนุสาวรีย์แห่งประชาธิปไตยที่แท้จริง
ชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่ง...คนจากครอบครัว
ครอบครัวหนึ่ง...อาจจะไม่สลักสำคัญ...ใน
แผ่นดินที่มีผู้คนมากมายใกล้จะร้อยล้าน
อย่างประเทศไทย....
แต่...ชีวิตหนึ่งที่สละออกมานั้น...
ทำให้...ผู้ยึดอำนาจต้องคิดหนักไตร่ตรอง
มาก...เพราะมันไม่ใช่การท้าทายแต่เป็น
การสละชีวิต...
จะมีอาวุธอะไรที่น่ากลัวกว่า...คนที่ไม่
กลัวตาย...
วันหน้า...
หากประเทศนี้...ผลิตคนอย่าง ไพรวัลย์
นวมทอง ให้ได้มากกว่านี้...แน่นอนว่า...
ระบอบประชาธิปไตยจะได้รับการคุ้มครอง
ดูแล จนไม่มีใครกล้าเข้ามาโค่นล้ม...
ประชาธิปไตยที่มีผู้พลีชีพรักษา..ย่อม
ไม่ใช่ประชาธิปไตยของผู้โลภโมโทสัน
ไม่ใช่ประชาธิปไตยของปิศาจห่มสี...อย่าง
ที่เป็นอยู่
ไม่ว่าพลังประชาชนหรือประชาธิปัตย์
หนึ่งรูปแขวนผนังในพรรคท่าน...คือ
รูป ไพรวัลย์ นวมทอง...ผู้อุทิศชีวิตของ
เขา...เพื่ออำนาจของท่าน
พญาไม้


พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

จี้เลิกอัยการศึกเชียงใหม่ ชี้กระทบเทศกาลไม้ดอก [25 ม.ค. 51 - 11:28]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ม.ค.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคพลังประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ขอให้ยุติกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ได้ประกาศยุติบทบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าการประกาศกฎอัยการศึกในหลายจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยังดำรงอยู่ เช่น จ.เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หากรอรัฐบาลใหม่ขึ้นมาประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกอาจเป็นการเสียเวลา โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่จะมีงานเทศกาลดอกไม้ช่วงต้นเดือน ก.พ.หากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเห็นว่า จ.เชียงใหม่ยังคงกฎอัยการศึกอยู่ ก็จะยกเลิกโปรแกรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้สูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการประกาศกฎอัยการศึกอยู่ประมาณ 30 จังหวัด ตนขอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกในจังหวัดท่องเที่ยวเท่านั้น หากพื้นที่บางแห่งจำเป็นที่ต้องคงกฎไว้ เช่น พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหายาเสพติดก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิก

บินกลับด่วนโหวตนายกฯ กัญจนาแจงขาดประชุม21มค. [25 ม.ค. 51 - 10:33]

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าววันนี้ (25 ม.ค.) ว่า ตนจะเดินทางกลับมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.นี้ อย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อลงมติเลือกตำแหน่งประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 21 ม.ค. ยืนยันว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุผลด้านการเมือง ใดๆ แต่เพราะติดภารกิจ ต้องเดินทางมาอบรมร่วมกับเพื่อน ๆ ในหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หากไม่ร่วมเดินทาง อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนได้ เพราะในช่วงหาเสียงขาดเรียนมาแล้วหลายครั้ง

รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวด้วยว่า การอบรมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กำหนดระหว่างวันที่ 21- 28 ม.ค. แต่ตนเองจะเดินทางกลับก่อน 1 วัน คือ วันที่ 27 ม.ค. เพื่อให้ทันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึง การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า ว่า ภายหลังจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วท่าทีของพรรคพลังประชาชนในการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่อะลุ้มอล่วย เช่นสัปดาห์นี้ เพราะอำนาจการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือพรรคพลังประชาชนแล้ว และต้องการรวบรัดให้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยโดยเร็ว จะไม่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาลเจรจาเรื่องโควตารัฐมนตรีอีก


พปช.ไม่หวั่นหาก'อภิสิทธิ์'ลงชิงนายกฯชี้เป็นไปตามปชต

โฆษกพรรคพลังประชาชน เผยนัดประชุมส.ส. 27 ม.ค. ซักซ้อมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่หวั่น ส่ง'อภิสิทธิ์'ชิงตำแหน่งกับ'สมัคร' เชื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โษฆกพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ ที่ 27 ม.ค.นี้ เวลา 16.00น. จะมีการนัดประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ได้เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.

ขณะที่เห็นว่าเป็นเรื่องดี หากพรรคประชาธิปัตย์ จะส่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแข่งกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนด้วยเพราะถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเห็นว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลคนใด จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรีก็สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า นายสมัคร จะได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งแน่นอน ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหว ณ ที่ทำการพรรคเช้านี้ ก็ไม่ค่อยคึกคักมากนัก เนื่องจากไม่ปรากฏเห็นแกนนำพรรคคนสำคัญเดินทางเข้าพรรคแต่อย่างใด

'ยงยุทธ'พร้อมทำหน้าที่ปธ.สภายันไม่เคยคิดตั้งแง่สนช.

'ยงยุทธ ติยะไพรัช' ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยพร้อมทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติยึดหลักอะลุ่มอล่วย ขณะที่ยืนยันการย้ายรัฐสภาไม่เคยคิดตั้งแง่สนช.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทรราษฎรให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทรราษฎรว่า ตนเองมีหลักในการปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ในใจแล้วคือยึดหลักอะลุ่มอล่วย ปรึกษากัน ให้เกียรติกัน เชื่อว่าทำงานด้วยการมอบใจให้กัน และปฏิบัติหน้าที่ของตนเองโดยให้ความร่วมมือกันจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับที่มีผู้กล่าวว่า นายยงยุทธ อาจคัดค้านเรื่องการย้ายอาคารรัฐสภาไปสถานที่แห่งใหม่เพราะ เป็นเรื่องที่เสนอมาจากทาง สนช.นายยงยุทธกล่าวยืนยันว่าไม่อยากให้มองแบบนั้นเพราะตนเองปฏิบัติหน้าที่โดยยึดความถูกต้องถ้าเหมาะสม หรือดีแล้ว ก็ต้องเห็นด้วย ไม่ได้ตั้งแง่อะไร กับใครทั้งสิ้น

มติ จาก "คมช." คือ อำมาตยาธิปไตย แห่ง รัฐประหาร

หลังจาก ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ไปประชุมร่วมกันแล้วมีมติออกมาว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมควรเป็นทหาร เป็นกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด
ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมธนารักษ์ ไปประชุมร่วมกันแล้วมีมติออกมาว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรเป็นข้าราชการกระทรวงการคลัง เป็นกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด
ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมที่ดิน ไปประชุมร่วมกันแล้วมีมติออกมาว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยควรเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด
บรรยากาศทางการเมืองของไทยคงดูไม่จืด
คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ แล้วจะต้องมีพรรคการเมืองไปทำไม แล้วจะต้องมีการเลือกตั้งไปทำไม
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 จะไม่เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าหรอกหรือ
คำถามเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พลันที่โฆษกคมช. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาแถลงยาวเหยียดในเรื่อง "มติ" จากที่ประชุมของคมช. เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 เกี่ยวกับการกำหนดสเป๊กของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพราะว่าประธานคมช. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ
เพราะว่าเลขาธิการคมช. พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม
เพราะว่าผู้ช่วยเลขาธิการคมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก
เพราะว่าสมาชิกคมช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
เพราะว่าสมาชิกคมช. พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ
เมื่อใดที่คนระดับ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มาประชุมร่วมกันและมีมติอันสะท้อนความเห็นร่วมเสนอสู่สาธารณะ
ย่อมเป็นเรื่อง
เป็นเรื่องหากข้าราชการระดับสูงของแต่ละกระทรวงจะเกิดโรค "ลัทธิเอาอย่าง" และกำหนดสเป๊กรัฐมนตรีกระทรวงของตนออกมาเหมือนกับที่ "คมช." ได้เสนอออกมาแล้วบ้าง
ตอนที่มีการหารือในที่ประชุมคมช.บรรดาสมาชิกคมช.คงไม่ได้คิดอะไรให้ซับซ้อน เพียงแต่ต้องการกำหนดสเป๊กรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน 1 ในการตัดสินใจของพรรคพลังประชาชนเท่านั้น
แต่ท่านเหล่านี้ลืมนึกไปว่า "กาละ" ทางการเมืองได้เปลี่ยนไปแล้ว
นั่นก็คือ คมช.มิได้อยู่ในสถานการณ์ที่เพิ่งแปรเปลี่ยนจากคปค.มาเป็น คมช. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2549
ตรงกันข้าม นี่เป็นสถานการณ์ในวันที่ 22 มกราคม 2551
เป็นสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 23 ธันวาคม 2550 ได้ผ่านพ้นมาแล้วด้วยความคึกคัก
เป็นความคึกคักที่ประชาชนเลือกคนของพรรคพลังประชาชนมามากถึง 233 คน
จำนวนส.ส.ที่พรรคพลังประชาชนได้มาโดยการเลือกของประชาชนนั้นเองคือฉันทานุมัติที่ประชาชนมอบให้พรรคพลังประชาชนมาบริหารราชการแผ่นดินตามที่ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้
ตรงนี้ต่างหากที่เหล่าคมช.ทั้งหลายขาดความสำเหนียก
เมื่อขาดความสำเหนียกก็ย่อมจะทำอะไรเร่อร่าออกมาอันเท่ากับเป็นการฟ้องให้เห็นถึงอาการของความเข้าใจผิดอย่างเด่นชัด
หากคมช.สามารถทำเช่นนั้นได้แล้วทำไมจะต้องมีการเลือกตั้งของประชาชนเล่า
เพราะบทบาทของคมช.คือเงาสะท้อนแห่งความคิดอำมาตยาธิปไตย คือเงาสะท้อนความคิดที่ติดอยู่กับความเคยชินในระบบราชการ มองไม่เห็นถึงสิทธิและเสียงของประชาชน
ตรงนี้แหละคือพลังแฝงที่ดำรงอยู่ภายหลังสถานการณ์ "รัฐประหาร"


/////////////////////////////////

คอลัมน์ หักทองขวาง...จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด