WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 27, 2008

พรรคพลังประชาชนซักซ้อมประชุมโหวตนายสมัคร เป็นนายกฯ พรุ่งนี้

กรุงเทพฯ 27 ม.ค. - พรรคพลังประชาชนเรียกประชุม ซักซ้อมก่อนโหวตเลือกนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้

บรรยากาศการประชุม ส.ส.พรรคพลังประชาชน เพื่อเตรียมการโหวตสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช หัว หน้าพรรคขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดย ส.ส.ในสังกัดพรรคมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

ซึ่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงความมั่นใจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ไม่มีปัญหา หากพรรคประชาธิปัตย์จะขอเปิดอภิปรายคุณสมบัติ และวิสัยทัศน์ของผู้จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนการโหวตจริง เพราะตามกฏหมายระบุว่าทำไม่ได้

ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลชั่วคราว เชื่อว่าสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนจะโหวตให้นายสมัครครบทุกเสียง แต่หาก ส.ส.พรรคใดโหวตสวนกระแส พรรคนั้นก็จะต้องรับผิดชอบ. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-27 17:11:11

รองปธ.สภาไม่หวั่นปชป.ลองของ

‘สมศักดิ์’ ระบุ คนที่ไม่ได้ทำหน้าที่จะลงมาโหวตนายกรัฐมนตรี ส่วนวิธีดำเนินการยังไม่ได้กำหนด มั่นใจไม่น่ากลัว หากถูกประชาธิปัตย์ลองของ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาคนที่ 1 กล่าวถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 ม.ค. ว่า การโหวตนายกฯ จะสลับกันทำหน้าที่คนละ 1 ชั่วโมง ส่วนคนที่ไม่ได้ทำหน้าที่จะลงมาโหวตนายกฯ ส่วนการดำเนินการโหวตนั้นยังไม่ได้กำหนด ซึ่งอาจจะขานชื่อหรือลงคะแนนทีละคน

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านขอให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คุณสมบัติมีพร้อมอยู่แล้ว นาทีนี้คงไม่ต้องตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติ การแสดงวิสัยทัศน์ก็ไม่จำเป็นเพราะประชาชนทั้งประเทศลงความเห็นมาแล้ว เรื่องคุณสมบัติเรื่องข้อกฎหมายก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม สภาไม่มีอำนาจตรวจสอบ

เมื่อถามว่าถ้ามีอภิปรายโจมตีผู้ที่ได้รับเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรับฟังเหตุผลที่ต้องอภิปรายว่าคืออะไร และสภามีความเห็นอย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่าไม่มีอะไรต้องอภิปราย เพราะทุกอย่างมีคำตอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าโดยปกติแล้วการประชุมพรรคไม่เกี่ยวข้องกับประธานสภาและรองประธานสภา

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทางท่านประธานสภามีดำริให้ 1 ใน 3 คน เป็นตัวแทนเข้าประชุมพรรค ประธานและรองประธานต้องเข้าร่วมประชุมพรรคด้วย อย่างน้อยต้องมา 1 ท่าน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลองของในที่ประชุมสภาและประธานสภาค่อนข้างจะใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด.




พีทีวี นิวส์
27 มกราคม 2551 เวลา 16:49 น.

เต้าข่าว กัด ชี้นำ ปั่นกระแส เหน็บแนม เย้ยหยัย บิดเบือน : พฤติกรรมของสื่อไทยยุคปัจจุบัน

โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบไซต์
Thaifreenews
27 มกราคม 2551

ตอนนี้ หากทุกคนอ่านข่าวจากสื่อ หนังสือพิมพ์ของไทย เช่น มติชน เนชั่น คมชัดลึก ผู้จัดการ เป็นต้น เราจะเห็นพฤติกรรม การเต้าข่าว กัด บิดเบือน ชี้นำ ปั่นกระแส และการเหน็บแนม อย่างชัดเจน

อย่าง นิตยสารมติชนรายสัปดาห์ ฉบับประจำสัปดาห์นี้ เราจะเห็นถึงความน่าทุเรศคือ การตัดต่อรูป เอาภาพทักษิณ ที่เป็นพระภิกษุมาลง เพื่อสร้างข่าวว่าทักษิณจะกลับมาไทย โดยการบวชเป็นพระมา ใครได้เห็นรูปก็คิดทันทีว่าทักษิณเลียนแบบจอมพลถนอม ที่บวชเป็นเณร กลับเข้าประเทศมา ทักษิณเป็น ทรราชย์ จนไม่สามารถเข้าประเทศได้ จึงต้องบวชเป็นพระเข้ามา

ข่าวเช่นนี้เป็น "การเต้าข่าว" หรือ ปล่อยข่าวอย่างชัดเจน และมีการปล่อยข่าวนี้ทางอินเตอร์เน็ตนานแล้ว โดยมีคนเอามาโพสต์ทั้งที่ประชาไท และในพันทิป

แต่ข้อเท็จจริงที่แถลงจาก นายนพดล ปัทมะ ที่ทำหน้าที่เป็นโฆษกส่วนตัวของ ครอบครัวชินวัตรมาโดยตลอด คือ นายนพดล ได้ออกมาปฎิเสธ ว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ไม่เคยมีการพูดถึงกันในกลุ่มคนใกล้ชิดของนายกฯทักษิณ สรุปก็คือ นี่คือการสร้างข่าวลือ สร้างข่าวบิดเบือน โดยสื่อไทย ที่จริงก็ไม่ควรเรียกว่าบิดเบือน เพราะมันไม่มีความจริงปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ต้องเรียกว่า "การสร้างข่าวเท็จ" โดยสื่อมวลชนไทย

ไม่ใช่มีเรื่องเดียว ที่สื่อไทย เช่น มติชน เนชั่น หรือ ผู้จัดการ สร้างข่าวเท็จขึ้นมาในช่วงนี้ เราเห็นอย่างชัดเจน เช่น การปล่อยข่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะไม่ใช่ คุณสมัคร สุนทรเวช แต่จะเป็นบุคคลอื่น เช่น นายบรรหาร ศิลปอาชา หรือเมื่อดันข่าวนี้ไม่ขึ้น ก็สร้างข่าวต่อไปว่า พปช.จะดัน น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค พปช.มาแทนนายสมัคร สุนทรเวช จนหมอเลี้ยบต้องออกมาให้สัมภาษณ์ปฎิเสธข่าวนี้ อย่างชัดเจน เช่น ใน Thaifreenews และจากการสัมภาษณ์อื่นๆ พวกหนังสือพิมพ์จอมโกหกเหล่านี้ จึงเพลาๆ ข่าวเรื่องนายกรัฐมนตรีไป และยอมรับโดยดุษฎีว่า คุณสมัคร สุนทรเวช คือ นายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ข่าวปล่อย อื่นๆ เช่น รัฐมนตรีกลาโหม จะเป็น พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ที่ คมช.เสนอบ้าง คนอื่นๆ บ้าง ทั้งๆ ที่พรรค พปช.เองก็ยังไม่ได้มีมติเรื่องนี้ หรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเป็นใคร เพราะยังไม่ถึงขั้นตอนการเลือกคนลงกระทรวงต่างๆ แต่สื่อไทยก็ "สร้างข่าวเท็จ" ได้ทุกวัน

จะเรียกว่า สื่อไทยนั้น "ไร้จรรยาบรรณ" และไร้จริยธรรมเลยก็ว่าได้ หรือหากจะเรียกให้เจ็บแสบกว่านี้ พวกนี้คือ จอมโกหกหลอกลวง สิบแปดมงกุฎ ไม่มีจรรยาบรรณทางวิชาชีพอยู่เลย

สำหรับผมเองนั้น ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว ในวันทำรัฐประหาร ผมไม่เคยซื้อโทรทัศน์ ไม่ดูโทรทัศน์ ส่วนหนังสือพิมพ์นั้น ผมเสียเงินซื้อทั้งปีรวมกันยังไม่ถึง 100 บาท เลย

ผมไม่ต้องการรับฟัง การสร้างข่าวบิดเบือนของสื่อไทย ไม่ต้องการถูกจองจำอยู่กับข่าวสารที่ผมรู้ว่ามันทั้งบิดเบือน เท็จ หลอกลวง สารพัด

แต่ในโลกยุคอินเตอร์เน็ต ผมทำอย่างนี้ผมก็ไม่ได้ขาดแคลนข่าวสารแต่อย่างใด เพราะผมสามารถหาข่าวจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้ ผมสามารถใช้ วิจารณญาณของผมเอง "กรองข่าวสาร" เหล่านั้นได้ว่าอะไรจริง อะไรคลุมเครือ เป็นต้น ผมจึงปลอดจากข่าวปล่อย ข่าวลวง ของทั้งสื่อ และกลุ่ม คมช.อย่างสิ้นเชิง

ผมไม่มีวิธีการแก้ไข พฤติกรรมที่ไร้จรรยาบรรณ ไร้คุณภาพของสื่อไทยเช่นนี้ มันไม่ได้เกิดจากการขาดความรู้ของสื่อแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากทัศนะคติ จริยธรรมที่ต่ำทรามของสื่อเหล่านี้

ประชาชนต้องเลือกเสพสื่อเอาเอง และไม่มีใครช่วยได้ ยกเว้นแต่ประชาชนต้องเรียนรู้เอาเองเท่านั้น


จาก Thai E-News

พรรคชาติไทยปฎิเสธเสนอนายบรรหาร เป็นนายกฯ หากการโหวตมีปัญหา

นนทบุรี 27 ม.ค. - พรรคชาติไทยปฎิเสธเสนอชื่อหัวหน้าพรรค ชิงนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หากการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคพลังประชาชนมีปัญหา

ความเคลื่อนไหวที่บ้านพักสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย สื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางไปเพื่อสัมภาษณ์ พล.ต.สนั่น ถึงท่าทีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ แต่ปรากฎว่า พล.ต.สนั่น ไม่ให้สัมภาษณ์ โดยนายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคชาติไทย แจ้งว่า พล.ต.สนั่น ป่วยเป็นไข้หวัดจึงต้องการพักผ่อน เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งประชุมร่วมกับ ส.ส. พรรคชาติไทย

นายอัศวิน กล่าวถึงท่าทีของพรรคต่อการสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าขึ้นอยู่กับมติของพรรค ที่จะหารือในช่วงเช้าพรุ่งนี้ก่อนลงมติ ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคเตรียมเสนอชื่อ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี หากการลงมติเลือกนายสมัคร มีปัญหานั้น ปฎิเสธว่าผู้ใหญ่ในพรรคไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-27 16:08:40

พปช. ยอมรับทาบทาม “ดร.โกร่ง” เป็นรมว.คลัง [27 ม.ค. 51 - 16:30]

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะกรรมการยกร่างนโยบายรัฐบาลของพรรค กล่าววันนี้ (27 ม.ค.) ว่า ขณะนี้ ร่างนโยบายรัฐบาลในส่วนของพรรคพลังประชาชน จะเสร็จแน่นอนในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) จากนั้นในวันพุธที่ 30 ม.ค.2551 จะประชุมร่วมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค เพื่อกำหนดนโยบายรัฐบาล คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้ ทุกอย่างใกล้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน คาดว่าต้นเดือน กงพ.2551 จะทราบรายชื่อ ว่าใครดำรงตำแหน่งอะไร แต่ส่วนตนเองยอมรับว่ามีการติดต่อ นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจริง


‘พปช.'ยืนยันฟื้นนโยบายประชานิยม‘ทรท.'

วันนี้ (27 ม.ค.) นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวก่อนที่พรรคพลังประชาชนจะมีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในเวลา 16.00 น.ว่า มีวาระสำคัญเพื่อประชุมคณะกรรมการร่างนโยบายรัฐบาล ก่อนเชิญแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่ดูแลนโยบายของแต่ละพรรคหารือร่วมกันในวันพุธที่ 30 มกราคมนี้ ยืนยันจะใช้นโยบายของพรรคพลังประชาชนที่ใช้ในการหาเสียงเป็นนโยบายหลัก พร้อมต่อยอดและฟื้นนโยบายเดิมของพรรคไทยรักไทย เช่น โคล้านตัว หวยบนดิน ผู้ว่าฯ ซีอีโอ กองทุนหมู่บ้าน และเพิ่มนโยบายดูแลเศรษฐกิจระยะสั้น คาดว่านโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกับทีมรัฐมนตรี
ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มีกระแสข่าวว่ามีการทาบทามนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรีนั้น นายนพดลปฏิเสธที่จะให้ความชัดเจน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ และมีการทาบทามไว้หลายคนมีทั้งคนนอกและคนใน--จบ--


จาก hi-thaksin

วิพากษ์นักวิชาการ (สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิช) : ใช้การวิจัยตอบสนองทัศนคติทางการเมือง


โดย คุณอ้า ...
ที่มา เวบบอร์ด
sameskybooks
26 มกราคม 2551

คือเท่าที่ผมมองนะ สมเกียรติ (ตั้งกิจวาณิช)เจริญรอยตาม ธีรยุทธ์ (บุญมี) มาติดๆ แล้วที่แย่ก็คือ ใช้การวิจัยตอบสนองทัศนคติทางการเมือง

คือ หัวข้อการวิจัยช่วงนึงของเขาจะเป็นเรื่องหนี้ครัวเรือน ว่า หนี้ครัวเรือนพุ่งมากในยุคทักษิณ แต่ล่าสุด ธปท.คงรำคาญพวกไม่มีความเข้าใจเศรษศาสตร์ดีพอ แล้ววิจัยอย่างมีอคติ เขาเลยวิจัยเรื่อง "หนี้" กับ "รายได้" ไปพร้อมๆ กัน แล้วก็แสดงออกมาว่า หนี้ครัวเรือนนั้นเพิ่มมากจริง แต่ "รายได้" ก็เพิ่มมากตามไปด้วย ข้อสรุปของฝ่ายวิจัย ธปท.คือ หนี้ครัวเรือน ไม่ถือว่ามีปัญหา เพราะรายได้เพิ่มตามกัน

อีกเคสที่จำได้ เค้าวิจัยเรื่องราคาหุ้นของบริษัทของตระกูลชิน แล้วก็สรุปประมาณว่า เนี่ยแหละ เข้ามามีการเมืองก็ได้ผลประโยชน์ทางราคาหุ้นมากมายเป็นแสนล้าน ซึ่งมันสามารถสะท้อนไปถึงอำนาจการเมืองทำให้ธุรกิจได้ประโยชน์

ในแง่ตัวเลขที่เก็บรวบมา มันไม่ผิดพลาด แต่ปัญหาของเขาที่มีมาตลอดคือ "การตีความข้อมูล" ซึ่งมักจะตีความโน้มเอียงไปทางหนึ่ง หรือพูดได้ว่า มีอคติหรืออยู่ภายใต้ทัศนคติทางการเมือง ซึ่งสามารถพูดได้ว่า ทำวิจัยโดย "ตั้งธง" ตั้งแต่ หัวข้อ กระบวนการ ไปจนถึงการตีความสรุป

กรณี แปรสัมปทานโทรคมนาคม และ พรก.สรรพสามิตโทรคมนาคม ก็แย่นะ คนในวงการโทรคมนาคมพูดว่า อย่ามองเราเป็น "ผู้ร้าย"

สมเกียรติ มองนายทุน เป็น "ผู้ร้าย"ได้ แต่ในแง่การวิจัย คุณทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะ มันเหมือนมี "ธง" ตั้งไว้แต่แรก

มันเหมือนกับการวิจัยเรื่องโลกร้อน คุณตั้งธงว่า สรอ.และบรรดานายทุนอุตสาหกรรมเป็น ผู้ร้าย ไม่ได้ คุณต้อง วิจัย โดยไม่มีความรักชอบเกลียดใคร คุณต้องเคารพหลักของกระบวนการวิจัย ไม่ใช่ตั้ง ธง เพื่อพิสูจน์ ความเป็น "ผู้ร้าย" ของใครก็ตาม

ในกรณีของ พรก.สรรพสามิตและการแปรสัญญา มันละเอียดอ่อนนะ สมเกียรติ ไม่คำนึงถึงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม (ถึงคำนึงแต่ก็มีการตีความโดยเอนเอียง) สรุปง่ายๆ คือ ไม่ให้แปรสัญญา แม้ว่าจะเปิดเสรีโทรคมนาคม โดยให้บริษัทเดิมจ่ายสัมปทานต่อไป คัดค้านการแปรสัญญา ซึ่งหมายถึงเข้ามาเล่นในขอบเขต "การเมือง" ผลสุดท้ายคือ บุญชัย กับ ตระกูลชิน ขายกิจการพวกนี้ออกไป แม้ว่าจะแปรค่าสัมปทานบางส่วนเป็นภาษีแล้วก็ตาม (รัฐบาลขิงแก่เชื่อพวกนี้ เลยยกเลิก พรก.ที่ว่า)

นี่คือ สิ่งที่แย่ของ สมเกียรติ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แล้วแสดงความเห็นทางผลประโยชน์มากมาย ไม่ว่า การขึ้นศาลแสดงความเห็นกรณีชินแซทได้ boi การไปฟ้องคตส.กลายๆ หลังรัฐประหาร

ซึ่งนักวิจัยหรือนักวิชาการ ไม่พึงทำอย่างนี้ นายทุนโทรคมนาคม เค้า เซ้นส์ดี เค้าพูดว่า อย่ามองเราเป็น "ผู้ร้าย" ตรงนี้มันสรุปได้หมด คือ สมเกียรติ มีการจำแนก คนดี-คนเลว ไว้ในใจ แล้วการวิจัยของเขาตอบสนองการจำแนก ดี-เลว ของเขา หรือพูดอีกอย่างว่า เขาวิจัยโดยใช้ "ศีลธรรม" ซึ่งถือเป็น "อคติ" ที่มิพึงมีอย่างยิ่งของการทำงานวิชาการ หริอวิจัย

การที่เขาไป ศึกษาวิจัยเรื่อง ทีวีสาธารณะ แล้วผลักดันขายไอเดีย จนในที่สุด ออกเป็นกฎหมายออกมา นักวิจัย ทำอย่างนี้กันเหรอ มันถูกต้องตามหลักการ และบทหน้าที่หรือไม่อย่างไร ?

ตามประวัติที่ทราบ สมเกียรติ ได้ ดร.จากสาขาคอมพิวเตอร์ ทำให้ชวนฉงนว่า เข้าไปวิจัยตลาดหุ้น-ราคาหุ้น วิจัยหนี้ วิจัยผลประโชน์ของกิจการสัมปทานโทรคมนาคม จนกระทั่ง การจัดตั้งสถานีทีวี เคยสงสัยกันไหมว่า เอาพื้นฐานความรู้ของแต่ละด้านมาจากไหน ?

สรุปก็คือ ทุกคนมีเสรีภาพที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่สำหรับ นักวิชาการและนักวิจัย แล้ว มัน "ต้องห้าม" นะ คือ นักวิชาการและนักวิจัย ควรนำเสนอโดยไม่มีอคติ เพราะสังคมให้ความไว้วางใจการวิจัยไว้สูง

แล้วที่ให้ความไว้วางใจ ก็เพราะเชื่อว่า นักวิจัยและนักวิชาการ จะวางตัวเป็นกลาง ซื่อตรงในการนำเสนอสิ่งต่างๆ

ควรจะอ่านบทสัมภาษณ์ของ วรเจตน์ ในประชาไทประกอบ วรเจตน์ ไปได้สวยในการอธิบายการใช้ศีลธรรมทางการเมือง

สิ่งที่ควรขบคิดคือ ทำไมคนที่คิดจะ "ทำดี" ในพื้นที่การเมืองจึงสร้างปัญหา ไม่ว่า ธีรยุทธ์ สมเกียรติ ขิงแก่ คมช. สนช. คตส. ? ผมก็อยากอ่านถ้าใครมีคำอธิบาย

จาก Thai E-News

พปช.ยันสมัคร เป็นนายก4ปี [27 ม.ค. 51 - 03:46]

หลังจากที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ เลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรี ในขณะที่พรรคพลังประชาชนก็มีปัญหาถูกมองว่าเป็นรัฐบาลสีเทานั้น


ปัดข่าว “สมัคร” นั่งนายกฯชั่วคราว

ที่พรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ร.ท. กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่นาน เมื่อทำภารกิจเสร็จก็จะไป โดยอาจให้แกนนำพรรคคนอื่นรับตำแหน่งต่อไปว่า ภารกิจที่นายสมัครพูดนั้น หมายถึงการรวมพรรคพลังประชาชนให้เป็นปึกแผ่น เพราะก่อนหน้านี้พรรคไทยรักไทยถูกสับเป็นท่อนๆ จากพรรคใหญ่ถูกทำให้เป็นพรรคเล็ก จึงต้องการเข้ามาหลอมรวมสมาชิกพรรคที่แตกกระเซ็นให้มาร่วมสร้างพรรค โดยนายสมัครเข้ามาเป็นผู้นำ และช่วยสร้างพรรคให้เข้มแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่ก็ทำจนประสบความสำเร็จ ขณะนี้ภารกิจรวบรวมพลเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็ยังมีภารกิจที่จะต้องร่วมกันทำต่อไป คือการเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ นายสมัครต้องเป็นหัวหน้ารัฐบาลจนครบอายุของสภาฯ ต่อข้อถามว่า ภารกิจที่นายสมัครพูดถึงรวมถึงการนิรโทษกรรม ให้กับ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยด้วยหรือไม่ ร.ท.กุเทพตอบว่า คงไม่เกี่ยวกัน และเรื่องดังกล่าวคงไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด เหมือนการเสียบปลั๊ก จะมาถอดปลั๊กออกทันทีและมาเสียบแทนกันได้เลย เพราะถ้าทำเช่นนั้นคงน่าเกลียดเกินไป

ติง ส.ส.อีสานกดดันต่อรองเก้าอี้

ร.ท.กุเทพกล่าวว่า ส่วนกรณี ส.ส.อีสานทวงโควตารัฐมนตรีนั้น ถือเป็นเพียงการแสดงความเห็นส่วนตัว ยืนยันไม่มีเรื่องการต่อรอง หลังการเลือกตั้งได้พบปะพูดคุยกับ ส.ส.อีสาน ก็ไม่พบความเคลื่อนไหวในแนวทางดังกล่าว เพราะต่างรู้ดีว่าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายสมัครและคณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา ทุกอย่างจะเดินไปตามกรอบกติกา จะต้องดูความเหมาะสมให้เกิดความสมดุลในแต่ละภาค และพิจารณาจาก ความรู้ความสามารถ ฉะนั้น จะไม่มีการไปวิ่งเต้นต่อรองให้เกิดความสับสน บางจังหวัดถึงแม้จะได้ ส.ส.ยกจังหวัด แต่ถ้าคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรียังไม่ถึงขั้นก็เป็นไม่ได้ และจริงๆ แล้วการจะไปพูดถึงตัวเองว่ามีความเหมาะสม นักการเมืองจะไม่พูดกัน นักการเมืองสมัยใหม่จะต้องแสดงท่าทีเสียสละที่จะเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีความสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ

อย่าเชียร์ตัวเองเหมือนกลองจัญไร

“ปัญหาของประเทศไม่ได้สักแต่ว่าได้จำนวน ส.ส. มาแล้ว มีความสามารถแก้ปัญหาได้เลย พรรคจะต้องดูประสบการณ์ ภูมิหลังของคนๆนั้นเกี่ยวกับงานที่จะทำ ว่าสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะพรรคจะต้องรับผิดชอบกับประชาชนทั้งประเทศ แต่ ส.ส.จะรับผิดชอบต่อประชาชนเฉพาะในเขตเลือกตั้ง ดังนั้น จะเอาจำนวนที่นั่งในเขตมาพูดถึงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะรัฐมนตรี เป็นการแก้ปัญหาของคนทั้งประเทศ กลองที่มันจะดังจะต้องให้คนอื่นตี ไม่ใช่ดังเอง มันถือว่าเป็นกลองจัญไร งานรัฐมนตรีเป็นงานหนัก ไม่ใช่เอามาเป็นเรื่องประดับศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูล และถ้าผลงานไม่ออกมา จะทำให้เกิดความเสียหายแก่พรรค” โฆษกพรรคพลังประชาชนกล่าว

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ

“ยงยุทธ” พร้อมแจง กกต.คดีซื้อเสียง [27 ม.ค. 51 - 04:02]

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ไม่ให้นายวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคชาติไทย ถอนคำร้องคัดค้านตนเองว่า มีความยินดีและพร้อมเสมอที่จะเดินทางไปชี้แจงต่อ กกต.ด้วยตนเอง แต่ขอรอให้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปให้ กกต.หมดแล้ว ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะเป็นเรื่องที่ ถูกกลั่นแกล้ง ส่วนการทำงานในตำแหน่งประธานสภาฯหลังจากนี้ไป ก็คงจะมีการแต่งตั้งทีมเลขานุการและคณะทำงานเพื่อมาช่วยงาน โดยตั้งใจจะแต่งตั้ง พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน มาดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานรัฐสภา เพราะ พ.ต.ท.กานต์ถือเป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่หนึ่ง ที่ สมควรจะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญๆ

อ่านรายละเอียด ข่าวการเมืองไทยรัฐ

ตั้งครม.รอชัดเจนหลังเลือกนายกฯ

หมอเลี้ยบ มั่นใจเลือกนายกฯ พรุ่งนี้ เสียงไม่แตกแถว เรียประชุม ส.ส.เย็นนี้ ซ้อมโหวต

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนครั้งเลือกประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่มีเสียงแตกออกไปบางส่วน เพราะในส่วนของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคได้มีการพูดคุยกันแล้ว และการลงมติครั้งนี้เป็นการลงมติแบบเปิดเผย ส่วนความชัดเจน ในตำแหน่งต่างๆของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรอให้ผ่านพ้นการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไปก่อนจึงจะตอบได้

เลขาธิการพรรคพลังประชาชนกล่าวต่อกรณีระบุว่า หากศาลฎีกาพิจารณารับพิจารณาคดีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรไว้พิจารณา จะส่งผลให้นายยงยุทธ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาผู้ทนราษฎร ต่อไปได้ ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย ต้องดูรายละเอียดก่อนจึงจะตอบอะไรได้มากกว่านี้

ส่วนบรรยากาศบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับเลือกจากบรรดา ส.ส.ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ภายในหมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น โดยคาดว่า นายสมัคร จะใช้เวลาในช่วงเช้าพักผ่อนอยู่ภายในบ้านก่อนที่ช่วงบ่ายจะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการและ ส.ส.ของพรรค เวลา 16.00 น. ที่จะมีการซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯ ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่อาคารรัฐสภา

อย่างไรก็ตามจากการสังเกตยังไม่พบว่ามีกลุ่มบุคคลทางการเมืองเดินทางเข้าพบ นายสมัคร แต่อย่างใด.