WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 29, 2008

สกัดกินรวบ [29 ม.ค. 51 - 19:46]

การเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร มาถึงวันนี้ถือได้ว่าลงล็อกลงตัวหมดแล้ว

โดยเฉพาะเมื่อ “ทั่นประธานสายล่อฟ้า” นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรก

ในการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเลือก “น้าหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี

คนของพรรคพลังประชาชนได้นั่งคุมอำนาจทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

เบ็ดเสร็จเรียบร้อย “ลอนดอน-ฮ่องกง”

หลังจากนี้ ในพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคก็จะเข้าสู่ช่วงชุลมุนกับการต่อรองโควตากระทรวง และการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ตก รางวัลให้แก่แกนนำพรรค และผู้มีอุปการคุณที่ช่วยเหลือเจือจุนปัจจัยในการทำศึกเลือกตั้ง

แต่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ทุกตำแหน่งทุกเก้าอี้ก็คงสะเด็ดน้ำ!!!

สำหรับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งในช่วงนี้ ที่น่าสนใจไม่แพ้ การฟอร์ม ครม.ก็คือ

การสรรหาและการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.

ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของรัฐสภา เพราะต้องเข้ามาทำหน้าที่เป็นสภากลั่นกรองกฎหมาย และมีอำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้มี ส.ว. 150 คน แบ่งเป็น ส.ว.ที่มาจากการลากตั้ง คือมาจากการสรรหา 74 คน และ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน รวม 76 คน

ในส่วนของ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา มีองค์กรต่างๆส่งรายชื่อบุคคลเข้าประกวดทั้งหมด 1,087 องค์กร

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ก่อนส่งให้คณะกรรมการสรรหา 7 คน ที่ประกอบด้วย

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน กกต. ประธาน ป.ป.ช. ประธาน สตง. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้พิพากษาศาลฎีกา ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมศาลปกครองสูงสุดฝ่ายละ 1 คน

ใส่ตะแกรงร่อนคัดให้เหลือ 74 คน เข้าไปเป็น ส.ว.ระบบสรรหา โดยคาดว่าจะเห็นโฉม หน้ากันในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

ส่วน ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน จะมีการเลือกตั้งกันในวันที่ 2 มีนาคมนี้

หลังจาก กกต.ได้เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ว.เป็นเวลา 5 วัน ปรากฏว่าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีผู้มาสมัครลงเลือกตั้งทั้งสิ้น 505 คน

ถือว่าน้อยมาก ไม่คึกคักเหมือนการเลือกตั้ง ส.ว.สองครั้งที่แล้ว

ยิ่งถ้าเจาะเป็นรายจังหวัด ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าน้อย จนเข้าขั้นหร็อมแหร็ม

กรุงเทพฯเมืองหลวง มีผู้สมัคร 35 คน จังหวัดเชียงใหม่ 18 คน สมุทรปราการ 15 คน อุบลราชธานี 14 คน ขอนแก่น 12 คน นคร-ราชสีมา 8 คน นนทบุรี 7 คน สงขลา 6 คน

สุราษฎร์ธานี 4 คน หนองบัวลำภู จันทบุรี จังหวัดละ 3 คน นครปฐม กาญจนบุรี สระแก้ว นราธิวาส สตูล ลพบุรี จังหวัดละ 2 คน

ขณะที่พังงามีผู้สมัครคนเดียวโด่เด่ ต้องใช้เกณฑ์คะแนนเสียง 20 เปอร์เซ็นต์ตัดสิน

ส่วนสาเหตุที่มีผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ว.น้อย ผู้สันทัดกรณีชี้ว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดสเปกผู้สมัคร ส.ว.ไว้แบบรัดติ้ว

ห้ามพ่อ แม่ คู่สมรส และบุตร ของบรรดา ส.ส.ลงสมัคร เพื่อป้องกันไม่ให้วุฒิสภากลายเป็นสภาผัวเมีย

ห้ามผู้ที่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พ้นจากตำแหน่งยังไม่เกิน 5 ปี ลงสมัคร

ตัดตอนคนที่มีสัมพันธ์กับพรรคการเมือง ไม่ให้แทรกเข้ามาเป็นยาดำในสภาสูง

แม้ตัวเลือกน้อยไปหน่อย แต่ถ้าสกัดนักการเมืองกินรวบได้ ก็คุ้มนะโยม!!!

“พ่อลูกอิน”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว

ต่อไปเป็นคิวตกรางวัล [29 ม.ค. 51 - 03:40]

ชัดเจนแล้ว นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับคะแนนสนับสนุน 310 เสียง จาก ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค ทั้งหมด 313 เสียง

โดยคะแนนที่หายไป เพราะนายสมัครงดออกเสียงให้ตัวเอง และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็แสดงความเป็นกลางโดยการงดออกเสียง

นับหัวแล้วเพี้ยนไปแต้มเดียว

เป็นเสียงของ “ป้าหม่อม” ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่เฉพาะเจาะจงมาป่วยตอนช่วงสำคัญในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งๆรู้กันดีว่า ทุกเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลมีความหมาย

สะท้อนนัยทางการเมือง

ที่น่าเอะใจ โดยท่าทีที่ผ่านมาของ “ป้าหม่อม” ก็ไม่ได้มีวี่แววจะตั้งแง่ใส่ “ลุงหมัก” ชัดเจนแต่อย่างใด เทียบกับอาการเฮี้ยวของกลุ่มสัจจานุภาพของ “หมอแว” นพ.แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังน่าลุ้นคิวป่วนมากกว่า

แว่วๆว่า เพิ่งมาออกอาการป่วยการเมืองกันนาทีสุดท้าย

เท่าที่เช็กเบื้องหลัง อาจจะเป็นอะไรที่ต่อเนื่องจากที่มีคนของพรรคพลังประชาชนแอบได้ยินเสียงคล้ายๆนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย สายตรง “ป้าหม่อม” หนึ่งในผู้ร่วมปลุกปั้นพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อสายโทรศัพท์ไปหาคนที่ฮ่องกง

เคลียร์กันไม่ลงล็อก

1 เสียงในสายของ “สุรเกียรติ์” จึงเพี้ยนไป

แต่อย่างไรก็ดี ตามรูปการณ์ที่ออกมามันก็ไม่ได้มีแรงเหวี่ยงทางการเมืองสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นโลกส่วนตัวของคนคนเดียว

และไม่ได้ชัดเจนในบทบาทมาตั้งแต่ต้น

ในขณะที่แต้มส่วนใหญ่อีก 23 เสียงของพรรคเพื่อแผ่นดินก็แสดงความจริงใจ เทให้นายสมัครเต็มเหยียด โดยเฉพาะ 4 เสียงของทีม “หมอแว” ก็ไม่กล้าแหกโผ

เอาจริงก็ทุบโต๊ะคุมเกมอยู่

และในทางลึกทีมงานสายตรงฮ่องกงเองก็รู้กันดี ตัวจริงเสียงจริงที่คุมมือโหวตในพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นใคร

มั่นใจในตัวเลขได้

เหนืออื่นใด ภายใต้เงื่อนไขซื้อใจล่วงหน้า แนวโน้มการไหลกลับไปรวมตัวขั้วเก่าของเหล่าอดีตขุนศึกพรรคไทยรักไทยเดิม

อย่างไรเสีย 20 กว่าเสียงของพรรคเพื่อแผ่นดินก็มีราคาต่อรองสูง

และผลจากรายการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านพ้นไปแบบราบรื่น เกมขี่ม้าส่ง “สมัคร” ชิงเมืองเป็นผลสำเร็จตามเป้าหมาย

ต่อไปก็เป็นรายการตกรางวัล

สัญญาณจาก “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน นัดล่วงหน้าในวันที่ 30 มกราคม จะมีการตั้งโต๊ะเจรจาเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกับพรรคร่วมรัฐบาล

แจกเก้าอี้กันอย่างเป็นทางการ

ขณะที่นายสมัครแพลมไต๋ การจัดวางตัวคณะรัฐมนตรีคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังโปรดเกล้าฯนายกฯ 2-3 วันจะได้เห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่

แต่ข่าววงในแว่วๆ บ่ายวันที่ 29 มกราคม ก็จะรู้แล้ว

ทีมงานจัดโผ ครม.ของพรรคพลังประชาชนจะบอกกับพรรคร่วมรัฐบาล ใครได้รับจัดสรรกระทรวงเกรดเอ เกรดบี ได้โควตารัฐมนตรีกี่เก้าอี้

ต่อรองคำตอบสุดท้าย

แต่ที่ลงตัวชัวร์ๆ คิววุ่นๆของพรรคชาติไทยจบ “เฮียเม้ง” นาย ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ต่อสายเคลียร์ใจกับ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเรียบร้อย

แต่งตัวรอนั่งเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์

ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดินยังได้ลุ้นกับโควตาที่คุยกันไว้หลวมๆ 1 เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี 2 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ กับอีก 2 รัฐมนตรีช่วยฯ

ซื้อหวยล่วงหน้าได้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค จะได้นั่งตำแหน่งรองนายกฯ ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

ทำสถิติใหม่ ชื่อนี้ไม่เคยห่างเก้าอี้รัฐมนตรี.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

นายกฯเชื่อทหารทำงานกับรัฐบาลใหม่ได้ [29 ม.ค. 51 - 05:28]

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ม.ค. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข จากนั้นเวลา 15.00 น. ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังบ้านมนังคศิลา เพื่อเป็นประธานเปิดหอเกียรติภูมินายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดหอดังกล่าว พล.อ.สุรยุทธ์ ได้เดินลัดสนามหญ้าหน้าบ้านมนังคศิลาไปพบกับพ่อค้าแม่ค้าย่านสะพานขาวประมาณ 20 คน ที่พากันมายืนรอเพื่อรอมอบดอกกุหลาบแดงที่บริเวณประตูทางเข้า ในโอกาสที่ต้องพ้นวาระจากการเป็นนายกฯ จากนั้น พล.อ. สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯว่า ต้องให้โอกาสนายสมัครทำงาน ส่วนจะสามารถทำงานไปในทิศทางที่หลายฝ่ายต้องการหรือไม่นั้น คิดว่าเมื่อรับหน้าที่แล้วทุกคนก็ต้องมีความตั้งใจ และพยายาม จะทำได้แค่ไหนก็ต้องติดตามต่อไป


ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนัดคุยกับนายสมัครเมื่อไหร่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้นัด ขณะนี้ยังไม่มีอะไร ถ้ามีโอกาสคงจะได้พูดคุยกันกับนายกฯคนใหม่ในโอกาสข้างหน้า สำหรับตนในขณะนี้ถือว่างานที่สำคัญไม่มีแล้ว จะไม่เข้าไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า งานเอกสารต่างๆที่ต้องเซ็นจะไปเซ็นที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมงานของนายสมัครมาดูสถานที่เพื่อเตรียมเข้าไปทำงาน

ต่อข้อถามถึงการแต่งตั้งบุคคลที่จะมาเป็น รมว. กลาโหม นายกฯมีข้อแนะนำหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่แนะนำอะไร รัฐบาลใหม่มีนายทหารอยู่หลายคน คิดว่าคงทราบกันดีว่าสิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง เมื่อถามต่อว่า หากนายสมัครจะควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม เหมาะสมหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่ทราบว่ามีการหารือกันไว้อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป ทั้งนี้ ไม่เป็นห่วงเรื่องในกองทัพ เพราะกองทัพไม่มีปัญหาอะไรที่สำคัญ เมื่อถามว่า เชื่อว่านายทหารรุ่นน้องจะสามารถทำงานกับรัฐบาล ใหม่ได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็ทำงานร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มาเป็น รมว.กลาโหม ไม่จำเป็นต้องมาจากทหาร อย่างในอดีตที่ผ่านมาก็เคย รมว.กลาโหมเป็นพลเรือน และกองทัพก็ไม่มีนโยบายที่จะต้องให้รัฐบาลตอบสนอง ตนทราบดีว่ารัฐบาลจะเป็นผู้มอบนโยบายให้มากกว่า

'พล.อ.เรืองโรจน์'แบไต๋ กลาโหมต้องคนในพปช.เมินคมช.

รองหัวหน้าพรรคพปช. อดีตผบ.สส. ยัน รมว.กลาโหม ต้องเป็นคนในพรรคฯ และเป็นพลเรือนก็ได้ คาดอีก 2วันได้ยลโฉมครม.'สมัคร1' ยันไม่จำเป็นต้องขอความเห็น คมช.

พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านความมั่นคง พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ความจริงตำแหน่งนี้จะต้องแต่งตั้ง จากคนในพรรค ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นอดีตนายทหาร เป็นพลเรือนก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนดีเท่านั้น เพราะคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่เพียงการดูแลนโยบายด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอีก 2วันนี้ โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีจะปรากฎต่อสาธารณะตามที่ นายสมัคร สุนทรเวช ว่าที่นายกรัฐมนตรี ระบุไว้

เมื่อถามว่า การแต่งตั้ง รมว.กลาโหม จำเป็นต้องขอความเห็นจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) หรือไม่ พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวว่า 'ไม่ต้องฟังใคร ขึ้นอยู่กับนายสมัคร เพราะเป็นผู้ที่จะต้องร่วมงานกันในอนาคต'

'ยงยุทธ'เตือน มือที่มองไม่เห็นยังคงคุกคาม พปช.

ประธานสภาผู้แทนราษฎร พบปะ ส.ส. ส.ก.และส.ข. ภาค กทม.พรรคพลังประชาชน เตือนให้สามัคดี สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย เพราะยังมีมือที่มองไม่เห็น เป็นภัยคุกคามอยู่

ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค คณะกรรมการประสานงานภาค กทม. ของพรรคพลังประชาชน(พปช.) จัดประชุมภาคกทม. นำโดย นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธานภาคฯ พร้อมด้วยส.ส. อดีตผู้สมัครส.ส. สมาชิกสภากรุงเทพฯ และสมาชิกสภาเขตของพรรคฯ กว่า 200คน เข้าร่วมประชุม รวมทั้งแกนนำสำคัญ เช่น พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรค

ต่อมาประมาณ 17.15 น. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาร่วมงานด้วย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอสวัสดีทั้งส.ก. ส.ข. และ ส.ส. ที่ถูกโกงด้วย หากไม่ถูกโกงคงจะได้มากกว่านี้ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีขบวนการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริง ทำให้เรามีปัญหา แต่วันนี้หากประเมิณสถานการณ์บ้านเมืองถือว่าดีแล้ว แม้การเมืองครั้งที่แล้วมีความพยายามใช้อำนาจรัฐก็แล้ว อำนาจเงินก็แล้ว โกงก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถชนะเราได้

ส่วนการทำหน้าที่ของตนในการเป็นประธานสภาฯ มีความตั้งใจว่าจะทำให้เป็นสภาที่ไม่สูงมากนัก นั่นคือจะให้เป็นสภาที่ประชาชนเข้าถึง รวมทั้งจะตั้งสภาภาคประชาชน ซึ่งใครมีเรื่องราวทั้งเอ็นจีโอ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถมาร้องเรียนได้ เรื่องใดเข้ากรรมาธิการได้ก็จะพิจารณา รวมทั้งตนยังมีความคิดขอให้คนบ้านเลขที่ 111 เข้ามาร่วมงานดังกล่าวด้วยในการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ แต่ยังไม่อยากพูดมากเพราะมีกล้องอยู่ด้วยไม่รู้ว่าผิดกฎหมายหรือไม่

นายยงยุทธ ยังชี้แจงถึงกรณีถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงว่า ขอพูดในฐานะเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง ประธานสภา เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ตนได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่กกต.คนหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นใครมาเล่าให้ฟัง ซึ่งตรงกับข้อมูลของตนว่าคดีดังกล่าวตนถูกจัดฉากใส่ร้าย ซึ่งทั้งหมดเป็นกับดักจะจับผิดตนตั้งแต่กลับมาจาก สหรัฐอเมริกาแล้ว โดยใช้ผู้นำท้องถิ่นที่มีคดีความต่างๆ มาบีบบังคับให้เป็นพวกเขา มีการจ่ายเงินจ่ายทองโดยการใช้ผู้นำเหล่านั้นเป็นตัวล่อเพื่อให้ไปสู่การซื้อเสียง

ซึ่งมีการชักชวนให้มาเยี่ยมเยียนตนที่อยู่กทม มีการไปถ่ายภาพขณะขึ้นลงเครื่องบิน พร้อมกับถ่ายวีดิโอโดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารขณะประชุม ซึ่งเนื้อหาการประชุมวันนั้นได้ประชุมที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยเนื้อหาที่พูดคุยไม่มีอะไรเลย เป็นการขอความร่วมมือให้ตนเป็นคนทวงเงินจากอดีตสจ.คนหนึ่ง จากนั้นก็มีการสอบสวนเมื่อไปสู่กกต.แทนที่ข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับเขากลับเป็นประโยชน์ต่อเรา นอกจากนี้ยังมีการขู่ต่างๆนานาและ กล่าวโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่ารวยแล้วเพราะโกงมา ขณะนี้ได้หอบเงินไปอยู่ต่างประเทศแล้วยังจะไปเลือกอีกหรือ

'พรรคตอนนี้ไม่ใช่แค่ถูกเรื่องเงินเข้ามาคุกคาม แต่เรายังมีภัยจากความพยายาม มือที่มองไม่เห็น มาคุกคามเราตลอด ไม่ใช่เวลาที่จะมาแก่งแย่งตำแหน่งหน้าที่เพราะว่าอาจเกิดอันตรายต่อพรรคได้ ภาวะไม่ปกติ ซึ่งพวกเราต้องช่วยประคับประคอง คลื่นที่ผ่านมาเป็นคลื่นเล็กและกลาง แต่คลื่นข้างหน้าที่เข้ามาใหม่ต้องคิดให้ดี จะหลบซ้ายหรือขวาและประคับประคองตลอดรอดฝั่งให้ได้ ไม่อย่างนั้นเรืออาจอับปาง ยอมรับว่าเหนื่อยแต่ก็พยายามจะเอาใจมาช่วย' นายยงยุทธ กล่าว

Monday, January 28, 2008

'อนุพงษ์' เชื่อเวลาจะพิสูจน์ 'สมัคร'

ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ(คมช.)กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้รับการโหวต ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ว่า

ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็คิดเหมือนประชาชนทุกคน หากประชาชนรับได้ตนก็รับได้ เมื่อท่านเข้ามาตามกฎหมายในรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ว่าใครในแผ่นดินนี้ก็ต้องรับได้ เมื่อถามว่า เชื่อว่านายสมัคร จะสามารถบริหารประเทศชาติในช่วงวิกฤติได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ นิ่งสักครู่จึงตอบว่า 'ได! ้' เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองจะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องวัดกันที่ผลงานใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถูก

'การเข้ามาสู่อำนาจยังไงก็ต้องเกิด ไม่ว่าตาสีตาสาคนไหนที่มาสมัครเป็นส.ส.แล้วได้คะแนนมากแล้ว เป็นรัฐมนตรี มันก็ต้องเป็น ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตามปกติทางกฎหมายที่จะต้องเข้ามาใช้อำนาจรัฐ ส่วนการใช้อำนาจรัฐจะดีหรือไม่ก็ต้องดูอีกระยะเวลาหนึ่ง'พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การแก้ปัญหาชาติ ฝ่ายการเมืองต้องยึดถือสิ่งใดเป็นหลัก พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องยึดถือ ผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีมีสุข เศรษฐกิจดี เมื่อถามว่า ต้องรอลุ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ว่าจะเป็นใคร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ต้องลุ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุใดจึงไม่อยากตอบคำถามเรื่องการเมือง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับ ตนที่ตนจะต้องไปยุ่ง และความจริงคมช.ก็เกือบจะจบไปโดยปริยาย ซึ่งในทางพฤตินัยแทบจะจบแล้ว เหลือแต่ทางกฎหมายเท่านั้น หากรัฐบาลเข้ารับหน้าที่เสร็จสมบูรณ์ก็ถือว่าจบสิ้น ดังนั้นไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องพูด เรื่องการเมือง เรื่องนี้คงต้องให้เขาแก้ไขกันไป มีปัญหาอะไรก็ให้เขาแก้กันเอง

'บรรหาร'ฟ้อง เพ่ง-อาญา เรียก100ล.ชูวิทย์

บรรหารฟ้องหมิ่นอาญาชูวิทย์เรียกค่าเสียหายทางเพ่ง100ล้านยันมีหลักฐานชัด

นายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหว ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทยในการกล่าวโจมตีพรรคในช่วงที่ผ่านมาว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้สั่งการแล้วว่า จะมีการดำเนินการฟ้องนายชูวิทย์เป็นการส่วนตัว ทั้งในความผิดทางแพ่ง และอาญา โดยความผิดทางแพ่งจะฟ้องร้องนายชูวิทย์ ในข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ส่วนในความผิดอาญาในถ้อยคำฐานหมิ่นประมาทนั้น จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญา ให้มีการดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นายเกษม กล่าวด้วยว่า ถ้อยคำความผิดของนายชูวิทย์ ที่จะมัดตัวในทางคดี คือการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา บริเวณหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้นำรูปนายบรรหาร มาประกอบการแถลงข่าวนั้น ถือเป็นการใช้ถ้อยคำ ให้ร้าย หมิ่นประมาทความผิดหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้นายบรรหารเสียหายเป็นการส่วนตัว และไม่ได้ฟ้องในฐานะ หัวหน้าพรรคการเมือง สำหรับการแถลงข่าวที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 28 มกราคมนี้นั้น ต้องดูถ้อยคำความผิด ด้วยว่ามีคำกล่าวร้าย ให้ร้ายมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้จำเป็นจะต้องมีการนำเทปมาเปิดดูอย่างละเอียดต่อไป เพื่อดำเนินคดีกับนายชูวิทย์จนถึงที่สุด

นพ.สุรพงษ์ยอมรับตั้งครม. รับฟังความเห็น'ทักษิณ'

นพ.สุรพงษ์ยอมรับตั้งรัฐบาล ต้องรับฟังความเห็นหลายฝ่าย รวมทั้ง'ทักษิณ' ยัน'สมัคร'เป็นนายกฯตัวจริง ต้องรับผิดชอบบริหารประเทศ

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชรชน กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารประเทศของพรรคพลังประชาชน จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ยืนยันว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจน ซึ่งนายสมัครเป็นผู้บริหาร เขาต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคพลังประชาชน มักบินไปหาพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศฮ่องกง นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า ไปหากันในฐานะที่มีความสัมพันธ์ดั้งเดิม ไม่เกี่ยวกับไปขอตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหากทุกคนที่ไปฮ่องกงแล้วได้ตำแหน่งรัฐมนตรี รัฐบาลนี้คงมีรัฐมนตรีมากมาย

ต่อข้อถามว่า การตั้งรัฐมนตรีจะต้องฟังความเห็นอดีตนายกฯหรือไม่ นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายกฯคนปัจจุบัน และต้องฟังความเห็นของทุกฝ่าย อาจจะร่วมถึงอดีตนายกฯด้วย

‘สมัคร'เผยครม.ชุดใหม่คืบหน้ากว่า 80% ‘หมอเลี้ยบ' มั่นใจรับมือวิกฤตศก.โลกได้

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน(พปช.)ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้การจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่มีความคืบหน้าไปกว่า 80% แล้ว โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างที่คณะกรรมการกำลังพิจารณาคัดเลือกอยู่
"คืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว" นายสมัคร กล่าวถึงการจัดทำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ในระหว่างเดินทางไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาด อ.ต.ก.
นายสมัคร กล่าวว่า หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 แล้ว จะนัดสื่อมวลชนที่ทำข่าวประจำพรรค พปช.โดยจะโชว์ฝีมือทำอาหารเลี้ยงด้วยตัวเอง
ด้าน น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค พปช.กล่าวว่า ขณะที่อยู่ระหว่างการทำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งไม่ได้ติดต่อให้นายวีรพงษ์ รามางกูร มารับตำแหน่ง รมว.คลัง และจากการสอบถามนายสมพษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญที่ร่วมจัดทำรายชื่อครม.ใหม่อีกคน ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับนายวีรพงษ์ในเรื่องนี้เช่นกัน
สำหรับมุมมองจากหลายฝ่ายที่เห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลต้องรับมือนั้น น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า พปช.พร้อมรับมือกับวิกฤตทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือได้ แต่การจะให้แสดงความเห็นในฐานะรัฐมนตรีนั้นคงไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ เพราะต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ก่อน


จาก hi-thaksin

‘อภิสิทธิ์'ชื่นชม‘ยงยุทธ'ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนฯได้ดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังจากที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ลงคะแนนเลือกนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 โดยกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่ เร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศโดยเร่งด่วน เพราะไม่มีเวลาฉลองความสำเร็จแล้ว เนื่องจากปัญหาหลายประการกำลังรอการแก้ไข

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการทำงานในหน้าที่ครั้งแรก ประธานสภาผู้แทนฯ ของนายยงยุทธ ติยะไพรัชเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร--จบ--


จาก hi-thaksin