WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 30, 2008

แพะภาคใต้

โดย กาหลิบ


อยากจะฝากข้อคิดที่สำคัญ ในห้วงเวลาของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการรอดูว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะนำพาประเทศที่กำลังมีปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไปในทิศทางอย่างไร
นั่นคือเรื่องของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นฤดูกาลไป เมื่อมีเหตุปะทะอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปขึ้นมาครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเหตุการณ์ทำท่าว่าจะไม่มีระลอกที่ติดตามมา ข่าวก็จะเงียบหายไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สภาพการณ์ประหนึ่งระเบิดเวลาอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้รัฐบาลใหม่สบายใจได้เลย
แต่ความรับผิดชอบอย่างไร ด้วยวิธีการไหน และการลำดับเรื่องราวของการแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จและความล้มเหลวในห้วงเวลาที่ผ่านมา จะต้องสื่อสารให้ประจักษ์ชัดในใจของประชาชนทั้งประเทศ
อย่าลืมนะครับว่า ก่อนการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รัฐบาลทักษิณถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือไม่ก็ค่อนขอดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วทันใจของผู้ที่ติดตามเหตุการณ์อยู่


โดยเฉพาะหลังประกาศยุบเลิก ศอ.บต. ที่ตำจิตตำใจคนสำคัญเป็นจำนวนมากในประเทศนี้นั้น ก็ยิ่งปรากฏว่าคำวิพากษ์วิจารณ์หนักหนาสาหัสจนถึงขั้นกระหน่ำโจมตีชนิดไม่ให้ผุดให้เกิดกันทีเดียว แต่พอหลังจากเกิดการยึดอำนาจเปลี่ยนเป็นระบอบทหารภายใต้ชื่อ คมช. และรัฐบาลที่ตั้งขึ้นก็มีบุคคลระดับพลเอก อดีตผู้บัญชาการทหารบก ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ในพื้นที่แห่งความขัดแย้งนี้ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นเลย ราวกับว่าการฟื้นฟูระบอบทหารและ ศอ.บต. ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจแต่เดิมของระบอบอมาตยาธิปไตยนั้น มิได้ระคายผิวผู้ก่อความไม่สงบในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย พูดง่ายๆก็คือว่าในยุคที่ทหารครองเมืองเต็มที่เราก็ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้แหละครับ อย่าให้ผู้สูญเสียอำนาจจากระบอบทหารเดิมนี้มากล่าวหาได้เป็นอันขาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต้องแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรวดเร็วทันใจของผู้ที่สังเกตการณ์อยู่ นี่ไม่ใช่ช่วงต่อจากรัฐบาลทักษิณ แต่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีระบอบทหารทั้งระบอบมาขวางอยู่แต่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้


คอยดูไปเถอะครับ ถ้าหากไม่ระวังตัวให้ดีจะมีคนเข้ามาชี้หน้าชี้ตาและกำหนดเงื่อนเวลาไว้เสร็จสรรพว่าเท่านั้นสัปดาห์ เท่านี้เดือน รัฐบาลใหม่จะต้องสร้างความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ มิฉะนั้นจะหมดความไว้วางใจหรือใช้ความรุนแรงทางการเมืองพุ่งเข้าใส่รัฐบาลในทางใดทางหนึ่ง ระหว่างนี้ก็คงจะคบคิดกันสร้างเงื่อนไข เช่น ทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบนั้นมันดูทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เกมแบบนี้ทางอมาตยาธิปไตยเขาถนัดนักล่ะครับ รัฐบาลเลือกตั้งชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ควรต้องระวังไว้ให้จงหนัก ประกาศเสียเลยตั้งแต่ต้นมือว่า ความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นของกองทัพบก และกองทัพบกเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ถวายแด่ราชบัลลังก์และแผ่นดินนี้ให้สมกับที่ได้สั่งสมกำลังอาวุธและพัฒนาความรู้ความสามารถทางทหารมาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ อย่าให้ปัญหานี้กลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงรัฐบาลใหม่ และทำให้ภาพรวมทั้งหมดกลายเป็นการช่วงชิงอำนาจระหว่างกลุ่มต่างๆในกรุงเทพมหานครอีกต่อไปเลย ปัญหามีก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่หาแพะ

คอลัมน์ เลือกคบไม่เลือกข้าง จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้

ปีที่ 9 ฉบับที่ 2213 ประจำวัน พุธที่ 30 มกราคม 2008

ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่

กทม. 30 ม.ค.- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า กทม พร้อมทำงานกับคณะรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้จะมอบหมายให้ปลัด กทม รวบรวมประเด็นที่ต้องนำเสนอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ เช่นเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภค การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนกรุงเทพ ส่วนเรื่องโครงการระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ที ที่เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนใครจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม. ก็ยืนยันว่า พร้อมจะทำงานด้วย นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เคยมีประสบการณ์ เป็นอดีตผู้ว่าฯ กทม. ก็น่าจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:20:21

กกต.เร่งสรุปสำนวนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และการยุบพรรค

อาคารศรีจุลทรัพย์ 30 ม.ค.- กกต.เร่งสรุปสำนวน ทั้งคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช, การยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองพิจารณา กรณีการตั้งอนุกรรมการสอบสวนกรณียุบพรรคชาติไทย และอาจใช้เทียบเคียงกับ กรณีพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ยืนยันจะยึดหลักของกฎหมาย และเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช คงไม่นำประเด็นเรื่องการจัดฉากมาสอบสวนเพราะยังไม่มีหลักฐานหรือพยานบุคคล - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:15:50

สภาฯ กำหนดวันประชุมทุกพุธ-พฤหัสบดี

รัฐสภา 30 ม.ค. - ที่ประชุมสภาฯ มีมติกำหนดวันประชุมทุกบ่ายวันพุธ และเวลา 11.00 น. ทุกวันพฤหัสบดี พร้อมกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ 1 สิงหาคม นอกจากนี้ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม 20 วัน โดยสัปดาห์หน้า จะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างประมวลจริยธรรมอีก 1 คณะ


การประชุมสภาผู้แทนราษฏร ครั้งที่ 3 เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้น ได้พิจารณากำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฏร โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการประชุมทุกวันพุธ เวลา 13.30 น. และวันพฤหัสบดี เวลา 11.00 น. ส่วนการกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่ประชุมเห็นชอบให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม

สำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการฯ จำนวน 36 คน แบ่งสัดส่วนเป็นพรรคพลังประชาชน 16 คน พรรคชาติไทย 3 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 12 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 1 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 1 คน พรรคประชาราช 1 คน โดยกำหนดระยะเวลายกร่าง 20 วัน

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ
ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นอีกคณะหนึ่ง โดยจะพิจารณาในการประชุมสัปดาห์หน้า จากนั้น ประธานสภาฯ ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 10.15 น.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 11:44:00

เทพเทือกเตือนหมักนึกถึงความต้องการปชช.

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนถึงกรณีจะฝากอะไรไปยังนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ ว่า ตนได้ยินนายกฯพูดว่า เป็นนักการเมืองอาชีพ และมีประสบการณ์และผ่านงานทางการเมืองมามาก ดังนั้นนายก ฯควรจะต้องรู้ว่าประชาชน มีความต้องการอะไรบ้าง นายกฯจึงควรที่จะต้องทำงานที่รับผิดชอบให้ดี เพราะมีประชาชนติดตามการทำงานอยู่

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการกำหนดเวลาการทำงานของรัฐบาลไว้กี่เดือน นายสุเทพ กล่าวว่า เราจะไม่มีการกำหนดเวลาไว้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำกันไป รัฐบาลมีหน้าที่การบริหารงานก็บริหารไป ฝ่ายค้านก็จะทำหน้าที่แทนประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มแข็งที่สุด ตามที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ

'ที่ผ่านมาเราได้วิพากษ์วิจารณ์นายสมัคร สุนทรเวช มามากแล้ว และเมื่อนายสมัครได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราก็ควรจะให้โอกาสในการทำงานของท่าน ส่วนเราในฐานะฝ่ายค้านเราก็ทำงาน ของเราไป'เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

สมชายมั่นใจคนพปช.นั่งรมว.กห.ไม่ขัดแย้งทหาร

'สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ' มั่นใจคนของพรรคพลังประชาชน ที่จะขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายทหาร ยัน คลัง และ พาณิชย์ วางคนนั่งเรียบร้อยแล้ว

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยืนยัน 3 เก้าอี้รัฐมนตรีหลัก ซึ่งประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คลัง และพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางตัวบุคคลเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น จะเป็นโควตาในส่วนของทางพรรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งมีความเชื่อมั่นว่า ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ไม่ว่าทางพรรคพลังประชาชน จะจัดสรรใคร ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ ทั้งพลเรือนและอดีตนายทหารใหญ่ จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายทหาร อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี นายสมชาย ได้หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงโอกาสในการนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากเกรงจะไม่เหมาะสม แต่ก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนเองเป็นที่รู้จักของประชาชนในวงกว้าง ก็เพราะการที่ได้มีโอกาส ทำงานในฐานะอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มาเป็นเวลานาน


'แถลงนโยบาย' บททดสอบของแท้

ปฏิบัติหน้าที่ “ครั้งแรก” ในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เป็น “กลาง” สมกับที่ลั่นวาจาไว้ สำหรับ “ลูกบ้อจาย” จากเชียงราย นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าดีเราต้องชมกัน ส่วนจะรักษาความเป็น “กลาง” ไปได้นานขนาดไหน ต้องตามดู

การโหวต “นายกรัฐมนตรีคนที่ 25” ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 ม.ค. น่าจะเป็นสัญญาณยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า “ฝ่ายค้าน มืออาชีพพรรคเดียว” อย่างพรรคประชาธิปัตย์นั้นทำหน้าที่ได้ “สมราคา”

เราไม่ห่วงเลยว่าฝ่ายบริหารจะไปใช้อำนาจมากมายขนาดไหน เพราะเรามีฝ่าย “ตรวจสอบ” ที่เข้มแข็งคอยเป็นหูเป็นตา จะมี “ติติง” อยู่อย่างก็ตรงที่ อดฟังวิสัยทัศน์ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 เท่านั้น

เพราะ “เสียงส่วนใหญ่” ของสภาผู้แทนราษฎร ไม่สนับสนุนให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่เหตุผลที่ว่า ได้แสดงวิสัยทัศน์มาในช่วงของการหาเสียงจนประชาชนเลือกเข้ามาด้วยเสียงข้างมากนั้นน่าจะพอแล้ว “ก็ใช่”

แต่หากจำได้จะพบว่า ตลอดเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธมาโดยตลอดที่จะแสดงวิสัยทัศน์กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

สังคมไทยจึงอดเห็นการ “ดีเบต” ของผู้ที่เสนอตัวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และวันนี้ก็อดดู “มวยคนละรุ่น” อีกครั้ง

แต่หลังจากวันนี้โอกาสที่ “ประชา ชน” จะได้เห็นสาระและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำพร้อมพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค ต้องรอฟังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ยังไม่กำหนดเป็นที่ชัดเจนว่าเมื่อไร แต่แว่ว ๆ พรรคพลังประชาชนในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล “เตรียมการ” เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว รอเพียงความชัดเจนเรื่องคณะรัฐมนตรี จากนั้นก็จะมาหารือกันเพื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา

ซึ่งในการประชุมรัฐสภา ซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ “ครั้งแรก” ในฐานะประธานรัฐสภา ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง จะทำหน้าที่ “ได้ดี- เข้าตา” ขนาดไหน

การแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้นตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า จะไม่มีการ “ลงมติ” แต่ให้มีการ “อภิปราย” ได้เท่านั้น

เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เชื่อเหลือเกินว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร คงสั่งให้มีการ “ถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา”

สังคมจะได้ฟังเสียทีว่า “ใครตัวจริงเสียงจริง” และ “ใครเป็นนอมินีของใคร”.


คุย"ทักษิณ"แล้ว

"สนธิ" กลับถึงไทยหลังบินดูงานประเทศตะวันออกกลางนานนับสัปดาห์ พร้อมทำฮือฮา! แถลงรับต่อสายคุย "ทักษิณ" แล้วในฐานะพี่น้อง เพื่อความปรองดองในชาติ ไร้เงื่อนไขทางการเมือง ลั่นไม่หวั่นรัฐบาล "สมัคร" เช็คบิล มั่นใจทำงานโปร่งใส - เพื่อชาติ


วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานานาชาติสุวรรณภูมิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับมาจากดูงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง ระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค. โดย พล.อ.สนธิ ให้สัมภาษณ์ในตอนหนึ่งว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่าเพื่อให้เกิดความปรองดองในชาติ โดยไม่มีเงื่อนทางการเมือง หรือผลประโยชน์ใดๆ

"ได้คุยทางโทรศัพท์กับคุณทักษิณแล้ว คุยกันในฐานะพี่น้อง ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ เพียงแต่มีหลายคนที่ห่วงใยบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย ก็แนะนำให้พูดคุยกัน และมีคนกลางติดต่อพูดคุยให้" พล.อ.สนธิ กล่าว

พล.อ.สนธิ ยังกล่าวถึงกรณีมีรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน ว่า ไม่กังวลเรื่องที่จะถูกตามเช็กบิล เพราะตลอดชีวิตการทำงานอยู่บนหลักความบริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม และทำเพื่อประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สนธิ ยังมั่นใจว่า ประชาชนจะเข้าใจถึงการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้ ส่วนกรณีจะมีชื่อ พล.อ.สนธิ เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ พล.อ.สนธิ ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่าขณะนี้ยังไม่คิด เพราะกำลังมีความสุขหลังได้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ

‘สมัคร’ขอเปลี่ยน3รมว.

โพสต์ทูเดย์ — “สมัคร” สะดุด 3 รายชื่อ รมว.หน้าใหม่ ถาม “หมอเลี้ยบ” เปลี่ยนได้ไหม

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ติดใจ 3 รัฐมนตรีว่าการ ในโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค นำมาเสนอ ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนาย ศรีเมือง เจริญศิริ รมว.พลังงาน

“เมื่อนายสมัครเห็นโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชาชน นายสมัครได้เอ่ยปากถาม นพ.สุรพงษ์ว่า รายชื่อ 3 คนนี้ถ้าเป็นไปได้เปลี่ยนให้ไปดูแลกระทรวงอื่นได้หรือไม่ ซึ่ง นพ. สุรพงษ์ ชี้แจงว่า โผนี้ยังไม่สิ้นสุด ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารพรรคก่อน” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การจัดสรรเก้าอี้ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นั้น ที่ยังไม่ลงตัวคือพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยืนกรานว่าจะให้ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เป็น รมว.พลังงาน ขณะที่พรรคพลังประชาชนได้เสนอให้เป็นไป รมว.สาธารณสุข

สำหรับพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นลงตัวแล้ว โดยจะให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค ควบ 2 เก้าอี้คือ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ไอซีที นายจิรายุทธ์ วสุรัตน์ รมว.อุตสาหกรรม นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง และนายสิทธิชัย โคว สุรัตน์ รมช.มหาดไทย

พรรคชาติไทย มีความชัดเจนขึ้น โดยนายนพดล พลเสน เป็น รมช.คมนาคม นายกมล จิระพันธุ์วาณิช รมช.เกษตรฯ

ขณะที่พรรคมัชิมาธิปไตย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พ.ต.ท.บรรณยิน ตั้งภากร เป็น รมช.พาณิชย์ พรรคประชาราช นายเสนาะ เทียนทอง เป็น รมว.แรงงาน

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ว่า ขอให้ทุกคนโปรดสนับสนุนรัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นรัฐบาลผสม ถึงแม้จะชั่วดีถี่ห่าง ก็เป็นคนไทยด้วยกัน มาจากพรรคการเมืองที่ตั้งใจด้วยกัน 6 พรรค จะแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง


ปชป.ปัดวิจารณ์โผ ครม.รอความชัดเจน

รัฐสภา 30 ม.ค.- ปชป.ปัดวิพากษ์ โผ ครม.พปช. รอเผยโฉมชัดเจนก่อน ประกาศให้เวลาทำงาน เชื่อต่างฝ่ายต่างจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี เข้าหารือในที่ประชุมพรรคพลังประชาชน ช่วงบ่ายวันนี้ (30 ม.ค.) โดยขอรอดูรายชื่อที่เป็นของจริงก่อน ยังไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อที่ออกมาตามสื่อฯ ในขณะนี้

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบวิธีการพิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชน แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรี คนใหม่ มีอำนาจ และมีสิทธิที่จะดำเนินการ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี คนใหม่ คงมีวิธีการอยู่แล้วว่า จะพิจารณาด้วยตัวเอง หรือปรึกษาคนอื่น ๆ ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้หรือไม่ ยังไม่ต้องการวิจารณ์

“ผมยังไม่อยากรีบวิจารณ์ จะขอรอความชัดเจนก่อน แต่ก็เห็นว่าคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และเสนอแนะรัฐบาล โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านให้ดีที่สุด ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง และสามารถพึงพาได้” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานของรัฐบาลใหม่ และไม่ขอฝากอะไรถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพราะได้ยินนายสมัครพูดว่า เป็นนักการเมืองอาชีพ มีประสบการณ์มาก คงจะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร และว่า เมื่อนายสมัครได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องให้โอกาสทำงาน เชื่อว่า ต่างฝ่ายต่างจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 11:11:07