(30 ม.ค.) ที่พรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า วันนี้(30 ม.ค.)จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมอบอำนาจให้แก่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในการดูแลเรื่องโผต่างๆ ส่วนขณะนี้ยังไม่ลงตัวอยู่กี่ตำแหน่ง นายนพดล กล่าวว่า เหลืออีกไม่กี่ตำแหน่ง วันนี้ประชาชนอยากเห็นคณะรัฐมนตรีเริ่มทำงานและแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยในช่วง 1-2 วันนี้สัดส่วนรัฐมนตรีในโควตาของพรรคและของพรรคร่วมรัฐบาลจะเสร็จเรียบร้อยอย่างแน่นอน สำหรับการนัดหารือนโยบายของรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายนพดล กล่าวว่า วันนัดประชุมนโยบายนั้น จะนัดพูดคุยหารือกันภายหลังจากที่โปรดเกล้าฯคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว 1 วัน
ส่วนกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ระบุว่าได้ต่อสายพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายนพดล กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคงเป็นไปตามที่พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ที่เคยเห็นแตกต่างกันหันมาพูดคุยกัน บ้านเมืองจะได้ลดความขัดแย้งและมีความสมานฉันท์ปรองดองเกิดขึ้น รับบาลชุดใหม่ก็จะสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมสงสัยในเรื่องที่มีการพูดจากัน นายนพดล กล่าวว่า คงจะเปิดเผยเนื้อหารายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และตนก็ไม่รู้ว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่น่าจะเป็นเรื่องความสมานฉันท์และความปรองดอง รวมทั้งเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งไม่ใช่การเคลียร์อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคพลังประชาชน ส่วนแสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณให้อภัยพล.อ.สนธิใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะไม่ทราบว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่ขณะนี้เราต้องเร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่ตนได้พูดมาตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่มีการล้างแค้นใครทั้งสิ้น เพราะเราต้องทำงานให้กับคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคกัน
ส่วนจะส่งผลให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้นหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า กำหนดการณ์คือเดือนพฤษภาคม แต่ก็มีความเป็นไปได้ คงต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งก่อน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, January 30, 2008
‘ทักษิณ'มีแนวโน้มกลับไทยเร็วขึ้นหลัง'สนธิ'ต่อสายคุย
สัมภาษณ์ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี " ขอเลื่อนเวลาขึ้นทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ออกไป"
เผยนายกฯเตรียมนำรายชื่อครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯพรุ่งนี้
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน(พปช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้มีมติมอบหมายให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคฯ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อย่างช้าภายในวันพรุ่งนี้(31 ม.ค.) เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
"วันพรุ่งนี้ท่านนายกฯบอกว่าท่านจะนำ(รายชื่อ ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งหลังจากนี้ถึงจะเห็นความชัดเจนว่าใครเป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหนบ้าง" ร.ท.กุเทพ กล่าว
โฆษก พปช.กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าหลังมี ครม.แล้วจะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยก่อนจะมีการโปดเกล้าฯ แต่งตั้งครม.จะไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะได้รับมอบหมายให้เข้ามารับตำแหน่งต่าง ๆ
นอกจากนี้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ยังได้ชี้แจงที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคกรณีมีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรีขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ครม.บางตำแหน่งนั้นไม่เป็นความจริง และการนำรายชื่อเข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการหารือกันเป็นการส่วนตัวเพียงสองต่อสอง ไม่มีผู้อื่นเข้าร่วมด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการอ้างแหล่งข่าวเป็นผู้เปิดเผยประเด็นข่าวดังกล่าว
‘สมัคร'สุดทน‘มือที่มองไม่เห็น'ชักใยป.ป.ช.จ้องเล่นงานไม่เลิก
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระบุมี"มือที่มองไม่เห็น"ชักใยอยู่เบื้องหลังกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเรื่องการว่าจ้างบริษัทเอกชนขนย้ายขยะในสมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
"เชิญตามสบาย มันส่งมาตั้งแต่แรกแล้ว มันมีคำสั่งจากมือที่มองไม่เห็นให้จัดการ...ไม่เป็นปัญหาถ้าบ้านเมืองเป็นแบบนี้มันทุเรศ 3 ปีแล้วสอบยังไงก็ไม่มีปัญหา" นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้มีคนบางกลุ่มพยายามที่จะหาเรื่องเล่นงานตนเองทุกวิถีทางอยู่แล้ว ซึ่งตนเองจะไม่ไปขอร้อง และหากตนเองจะเอาคืนกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างทางข้าม-ทางลอด 16 แห่งของ กทม.มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในยุคของผู้ว่าฯ คนปัจจุบันก็อย่ามาต่อว่าตนเองก็แล้วกัน
"ถ้าผมจะเอาบ้างก็อย่าว่ากันนะ ถ้าพูดไอ้นั่นไอ้นี่มา 3 ปีก็ขุดมา ผมจำได้ว่า กทม.มี 16 โครงการ 2 หมื่นล้าน(บาท)หมกไว้ทำไม" นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่า ป.ป.ช.เลือกปฏิบัติ เพราะไปสอบสวนคดีที่ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ยอมดำเนินคดีทุจริตโครงการทางข้าม-ทางลอด 16 แห่งของ กทม.มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในยุคของผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน
"แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ กล่าวหาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เรื่อง 3 ปีที่แล้วยังขุดขึ้นมา แต่เรื่องสด ๆ ร้อน ๆ กลับหมกเอาไว้"นายสมัคร ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวที่ว่ากรณีดังกล่าวถือว่า ป.ป.ช.เลือกปฏิบัติหรือไม่
แพะภาคใต้
นั่นคือเรื่องของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นฤดูกาลไป เมื่อมีเหตุปะทะอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปขึ้นมาครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเหตุการณ์ทำท่าว่าจะไม่มีระลอกที่ติดตามมา ข่าวก็จะเงียบหายไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สภาพการณ์ประหนึ่งระเบิดเวลาอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้รัฐบาลใหม่สบายใจได้เลย
แต่ความรับผิดชอบอย่างไร ด้วยวิธีการไหน และการลำดับเรื่องราวของการแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จและความล้มเหลวในห้วงเวลาที่ผ่านมา จะต้องสื่อสารให้ประจักษ์ชัดในใจของประชาชนทั้งประเทศ
อย่าลืมนะครับว่า ก่อนการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รัฐบาลทักษิณถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือไม่ก็ค่อนขอดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วทันใจของผู้ที่ติดตามเหตุการณ์อยู่
ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่
กทม. 30 ม.ค.- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า กทม พร้อมทำงานกับคณะรัฐบาลชุดใหม่
ทั้งนี้จะมอบหมายให้ปลัด กทม รวบรวมประเด็นที่ต้องนำเสนอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ เช่นเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภค การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนกรุงเทพ ส่วนเรื่องโครงการระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ที ที่เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา
ส่วนใครจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม. ก็ยืนยันว่า พร้อมจะทำงานด้วย นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เคยมีประสบการณ์ เป็นอดีตผู้ว่าฯ กทม. ก็น่าจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:20:21

กกต.เร่งสรุปสำนวนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และการยุบพรรค
อาคารศรีจุลทรัพย์ 30 ม.ค.- กกต.เร่งสรุปสำนวน ทั้งคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช, การยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองพิจารณา กรณีการตั้งอนุกรรมการสอบสวนกรณียุบพรรคชาติไทย และอาจใช้เทียบเคียงกับ กรณีพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ยืนยันจะยึดหลักของกฎหมาย และเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ส่วนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช คงไม่นำประเด็นเรื่องการจัดฉากมาสอบสวนเพราะยังไม่มีหลักฐานหรือพยานบุคคล - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:15:50

สภาฯ กำหนดวันประชุมทุกพุธ-พฤหัสบดี
รัฐสภา 30 ม.ค. - ที่ประชุมสภาฯ มีมติกำหนดวันประชุมทุกบ่ายวันพุธ และเวลา 11.00 น. ทุกวันพฤหัสบดี พร้อมกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ 1 สิงหาคม นอกจากนี้ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม 20 วัน โดยสัปดาห์หน้า จะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างประมวลจริยธรรมอีก 1 คณะ
การประชุมสภาผู้แทนราษฏร ครั้งที่ 3 เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้น ได้พิจารณากำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฏร โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการประชุมทุกวันพุธ เวลา 13.30 น. และวันพฤหัสบดี เวลา 11.00 น. ส่วนการกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่ประชุมเห็นชอบให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม
สำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการฯ จำนวน 36 คน แบ่งสัดส่วนเป็นพรรคพลังประชาชน 16 คน พรรคชาติไทย 3 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 12 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 1 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 1 คน พรรคประชาราช 1 คน โดยกำหนดระยะเวลายกร่าง 20 วัน
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ
ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นอีกคณะหนึ่ง โดยจะพิจารณาในการประชุมสัปดาห์หน้า จากนั้น ประธานสภาฯ ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 10.15 น.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 11:44:00

เทพเทือกเตือนหมักนึกถึงความต้องการปชช.
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนถึงกรณีจะฝากอะไรไปยังนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ ว่า ตนได้ยินนายกฯพูดว่า เป็นนักการเมืองอาชีพ และมีประสบการณ์และผ่านงานทางการเมืองมามาก ดังนั้นนายก ฯควรจะต้องรู้ว่าประชาชน มีความต้องการอะไรบ้าง นายกฯจึงควรที่จะต้องทำงานที่รับผิดชอบให้ดี เพราะมีประชาชนติดตามการทำงานอยู่
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการกำหนดเวลาการทำงานของรัฐบาลไว้กี่เดือน นายสุเทพ กล่าวว่า เราจะไม่มีการกำหนดเวลาไว้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำกันไป รัฐบาลมีหน้าที่การบริหารงานก็บริหารไป ฝ่ายค้านก็จะทำหน้าที่แทนประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มแข็งที่สุด ตามที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ
'ที่ผ่านมาเราได้วิพากษ์วิจารณ์นายสมัคร สุนทรเวช มามากแล้ว และเมื่อนายสมัครได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราก็ควรจะให้โอกาสในการทำงานของท่าน ส่วนเราในฐานะฝ่ายค้านเราก็ทำงาน ของเราไป'เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
สมชายมั่นใจคนพปช.นั่งรมว.กห.ไม่ขัดแย้งทหาร
'สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ' มั่นใจคนของพรรคพลังประชาชน ที่จะขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายทหาร ยัน คลัง และ พาณิชย์ วางคนนั่งเรียบร้อยแล้ว
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยืนยัน 3 เก้าอี้รัฐมนตรีหลัก ซึ่งประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คลัง และพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางตัวบุคคลเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น จะเป็นโควตาในส่วนของทางพรรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งมีความเชื่อมั่นว่า ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ไม่ว่าทางพรรคพลังประชาชน จะจัดสรรใคร ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ ทั้งพลเรือนและอดีตนายทหารใหญ่ จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายทหาร อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี นายสมชาย ได้หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงโอกาสในการนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากเกรงจะไม่เหมาะสม แต่ก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนเองเป็นที่รู้จักของประชาชนในวงกว้าง ก็เพราะการที่ได้มีโอกาส ทำงานในฐานะอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มาเป็นเวลานาน




