WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 31, 2008

อภิสิทธิ์ แนะ นายกคนใหม่ มุ่งทำงานแก้ปัญหาประเทศชาติ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ มุ่งทำงานแก้ปัญหาประเทศชาติ มากกว่า แก้ปัญหาให้อดีตนายกฯทักษิณ และบางกลุ่มบุคคล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอแนะให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เร่งสร้างความเชื่อมั่น

และแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ สังคม มากกว่าที่จะแก้ปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและปัญหา

เฉพาะบางกลุ่มบุคคล เพราะหากไม่เห็นแก่ประเทศชาติ ปัญหาการเมืองก็อาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลควรกำหนดนโยบายและทิศทางการทำงานที่ชัดเจน และขณะนี้ไม่มีเวลาศึกษา

ดูงาน และตนขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชน จนนายสมัคร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

Wednesday, January 30, 2008

“หมอเลี๊ยบ” เผยเก้าอี้รมว.กลาโหม ขณะนี้ลงตัวแล้ว [30 ม.ค. 51 - 20:37]

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (30 ม.ค.) ถึงการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า ที่ได้มีการพูดคุยกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ขอเวลา ที่มีข่าวว่าจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ วันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) นั้น ยังไม่ใช่ คือกระบวนการต่าง ๆ เพิ่งเริ่มขึ้นวันนี้เอง คงต้องใช้เวลา คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะเรียบร้อย

นายสมัคร จะเป็นผู้พิจารณาขั้นสุดท้ายก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ในแง่ของข้อสรุปขั้นสุดท้าย ยังไม่ได้มีการแจ้งแก่พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนายสมัคร จะเป็นผู้เห็นชอบทั้งหมด ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม การทำงานต่อจากนี้จะทำงานเป็นทีม เป็นเรื่องสำคัญมากนพ.สุรพงษ์ กล่าว


เมื่อถามถึงการที่นายสมัคร อาจมีการเปลี่ยนตัวในบางคนนั้น นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เราได้มีการพูดคุยกัน 2 คน นายสมัคร กับตน ไม่มีคนที่ 3 จึงไม่ทราบว่าแหล่งข่าวไปอ้างอิงมาจากไปไหน เพราะจะรู้กัน 2 คน ในส่วนของการพิจารณา อยู่ที่ดุลยพินิจของนายสมัคร สามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งหมด


และเมื่อถามถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เบื้องต้นลงตัวแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้เป็นทหารหรือไม่

มัชฌิมาฯ ชัวร์ นั่ง รมว.ทรัพยากรฯ

กทม. 30 ม.ค.- มัชฌิมาธิปไตย ชัด “อนงค์วรรณ” นั่งเก้าอี้ รมว.ทรัพยากรฯ แต่ รมช.ยังไม่ลงตัว รอผลเจรจา ด้าน “ประชัย” ยังไม่เลิกวุ่น เรียกประชุมรอบ 3

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) เวลา 14.00 น. ตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการร่วม กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. จำนวน 11 คน เพื่อจะให้มีการลงมติ 2 วาระ คือ การร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน และการลงมติเลือกบุคคลในพรรคเข้ารับตำแหน่งโควตารัฐมนตรี ซึ่งตนทราบว่าพรรคพลังประชาชนจะให้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง คือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อบุคคลรับตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องขึ้นกับเสียงโหวตในที่ประชุมพรรควันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) และอาจไม่มีชื่อของนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค อยู่ด้วยก็ได้

“ที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชนประสานงานตลอด แต่คุณอนงค์วรรณไม่นำข้อมูลมาแจ้งให้ผมและกรรมการบริหารพรรคทราบ จัดการทุกอย่างด้วยตนเองเสมือนจะเป็นหัวหน้าพรรค ผมว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง” นายประชัย กล่าว

นายประชัย ยังระบุว่า การนัดประชุมวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) หากนางอนงค์วรรณ หรือกรรมการบริหารพรรคฝั่งนางอนงค์วรรณ และ ส.ส. จะอ้างเรื่องความไม่ชัดเจนสถานภาพหัวหน้าพรรคของตน แล้วไม่มาร่วมประชุมอีก คงทำไม่ได้ เพราะการเชิญประชุมครั้งนี้ นอกจากจะอาศัยทั้งอำนาจหัวหน้าพรรคที่ตนยังไม่พ้นสถานภาพโดยการวินิจฉัยของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว ยังได้อาศัยอำนาจของนายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคอันดับหนึ่งด้วย ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ การประชุมคณะกรรมการร่วมต้องครบองค์ประชุม

นายประชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุเทพ สัตถาผล กรรมการบริหารพรรค และฝ่ายกฎหมายของพรรค รวบรวมหลักฐานเตรียมแก้ต่างข้อกล่าวหาเรื่องยุบพรรคเรียบร้อยแล้ว หาก กกต. มีหนังสือแจ้งให้พรรคไปรับทราบข้อกล่าว และมองว่าเป็นการดิสเครดิตที่พรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพราะกรณีของนายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวพรรค ที่ถูกแจกใบแดง ไม่ได้มีผลช่วยให้พรรคได้มี ส.ส.ระบบสัดส่วนเลย ถ้าย้อนไปดูจะเห็นว่า ทั่วประเทศ ส.ส.สัดส่วนเป็นศูนย์ ถ้าพรรคจะรู้เห็นให้ทำผิด ตัวเลข ส.ส.ที่ได้จะต้องมีมากกว่านี้ เป็นเรื่องแปลกที่พรรคใหญ่ไม่มีการสอบสวนว่ามีการทำผิดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โผ ครม.สัดส่วนพรรคมัชฌิมาธิปไตยแน่นอนแล้วว่า นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แต่อีก 1 ตำแหน่ง จากเดิมที่ได้โควตารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และวางตัวให้ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรค มารับตำแหน่งนั้น ยังไม่ลงตัว และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยในเรื่องนี้ นางอนงค์วรรณ ยอมรับว่ามีปมปัญหาใหม่ขึ้นมา จึงต้องมีการพูดคุยกันใหม่. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 19:33:58

‘ทักษิณ'มีแนวโน้มกลับไทยเร็วขึ้นหลัง'สนธิ'ต่อสายคุย

(30 ม.ค.) ที่พรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า วันนี้(30 ม.ค.)จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมอบอำนาจให้แก่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในการดูแลเรื่องโผต่างๆ ส่วนขณะนี้ยังไม่ลงตัวอยู่กี่ตำแหน่ง นายนพดล กล่าวว่า เหลืออีกไม่กี่ตำแหน่ง วันนี้ประชาชนอยากเห็นคณะรัฐมนตรีเริ่มทำงานและแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยในช่วง 1-2 วันนี้สัดส่วนรัฐมนตรีในโควตาของพรรคและของพรรคร่วมรัฐบาลจะเสร็จเรียบร้อยอย่างแน่นอน สำหรับการนัดหารือนโยบายของรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายนพดล กล่าวว่า วันนัดประชุมนโยบายนั้น จะนัดพูดคุยหารือกันภายหลังจากที่โปรดเกล้าฯคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว 1 วัน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ระบุว่าได้ต่อสายพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายนพดล กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคงเป็นไปตามที่พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ที่เคยเห็นแตกต่างกันหันมาพูดคุยกัน บ้านเมืองจะได้ลดความขัดแย้งและมีความสมานฉันท์ปรองดองเกิดขึ้น รับบาลชุดใหม่ก็จะสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมสงสัยในเรื่องที่มีการพูดจากัน นายนพดล กล่าวว่า คงจะเปิดเผยเนื้อหารายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และตนก็ไม่รู้ว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่น่าจะเป็นเรื่องความสมานฉันท์และความปรองดอง รวมทั้งเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งไม่ใช่การเคลียร์อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคพลังประชาชน ส่วนแสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณให้อภัยพล.อ.สนธิใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะไม่ทราบว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่ขณะนี้เราต้องเร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่ตนได้พูดมาตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่มีการล้างแค้นใครทั้งสิ้น เพราะเราต้องทำงานให้กับคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาคกัน

ส่วนจะส่งผลให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้นหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า กำหนดการณ์คือเดือนพฤษภาคม แต่ก็มีความเป็นไปได้ คงต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งก่อน


จาก hi-thaksin

สัมภาษณ์ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี " ขอเลื่อนเวลาขึ้นทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ออกไป"

ไปติดตามความคืบหน้า ล่าสุด ในการจัดโผคณะรัฐมนตรีชุด สมัคร 1 กับ น.พ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ซึ่งระบุว่า คงต้องเลื่อนเวลาการทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. ที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในวันพรุ่งนี้ออกไปก่อน โดยขอเวลาอีก 2-3 วัน


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 19:11:00




เผยนายกฯเตรียมนำรายชื่อครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯพรุ่งนี้

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน(พปช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้มีมติมอบหมายให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคฯ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อย่างช้าภายในวันพรุ่งนี้(31 ม.ค.) เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
"วันพรุ่งนี้ท่านนายกฯบอกว่าท่านจะนำ(รายชื่อ ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งหลังจากนี้ถึงจะเห็นความชัดเจนว่าใครเป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหนบ้าง" ร.ท.กุเทพ กล่าว
โฆษก พปช.กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าหลังมี ครม.แล้วจะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยก่อนจะมีการโปดเกล้าฯ แต่งตั้งครม.จะไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะได้รับมอบหมายให้เข้ามารับตำแหน่งต่าง ๆ
นอกจากนี้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ยังได้ชี้แจงที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคกรณีมีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรีขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ครม.บางตำแหน่งนั้นไม่เป็นความจริง และการนำรายชื่อเข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการหารือกันเป็นการส่วนตัวเพียงสองต่อสอง ไม่มีผู้อื่นเข้าร่วมด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการอ้างแหล่งข่าวเป็นผู้เปิดเผยประเด็นข่าวดังกล่าว


จาก hi-thaksin

‘สมัคร'สุดทน‘มือที่มองไม่เห็น'ชักใยป.ป.ช.จ้องเล่นงานไม่เลิก

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระบุมี"มือที่มองไม่เห็น"ชักใยอยู่เบื้องหลังกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเรื่องการว่าจ้างบริษัทเอกชนขนย้ายขยะในสมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
"เชิญตามสบาย มันส่งมาตั้งแต่แรกแล้ว มันมีคำสั่งจากมือที่มองไม่เห็นให้จัดการ...ไม่เป็นปัญหาถ้าบ้านเมืองเป็นแบบนี้มันทุเรศ 3 ปีแล้วสอบยังไงก็ไม่มีปัญหา" นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้มีคนบางกลุ่มพยายามที่จะหาเรื่องเล่นงานตนเองทุกวิถีทางอยู่แล้ว ซึ่งตนเองจะไม่ไปขอร้อง และหากตนเองจะเอาคืนกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างทางข้าม-ทางลอด 16 แห่งของ กทม.มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในยุคของผู้ว่าฯ คนปัจจุบันก็อย่ามาต่อว่าตนเองก็แล้วกัน
"ถ้าผมจะเอาบ้างก็อย่าว่ากันนะ ถ้าพูดไอ้นั่นไอ้นี่มา 3 ปีก็ขุดมา ผมจำได้ว่า กทม.มี 16 โครงการ 2 หมื่นล้าน(บาท)หมกไว้ทำไม" นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่า ป.ป.ช.เลือกปฏิบัติ เพราะไปสอบสวนคดีที่ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ยอมดำเนินคดีทุจริตโครงการทางข้าม-ทางลอด 16 แห่งของ กทม.มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในยุคของผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน
"แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ กล่าวหาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เรื่อง 3 ปีที่แล้วยังขุดขึ้นมา แต่เรื่องสด ๆ ร้อน ๆ กลับหมกเอาไว้"นายสมัคร ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวที่ว่ากรณีดังกล่าวถือว่า ป.ป.ช.เลือกปฏิบัติหรือไม่


จาก hi-thaksin

แพะภาคใต้

โดย กาหลิบ


อยากจะฝากข้อคิดที่สำคัญ ในห้วงเวลาของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการรอดูว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะนำพาประเทศที่กำลังมีปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไปในทิศทางอย่างไร
นั่นคือเรื่องของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นฤดูกาลไป เมื่อมีเหตุปะทะอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปขึ้นมาครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเหตุการณ์ทำท่าว่าจะไม่มีระลอกที่ติดตามมา ข่าวก็จะเงียบหายไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สภาพการณ์ประหนึ่งระเบิดเวลาอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้รัฐบาลใหม่สบายใจได้เลย
แต่ความรับผิดชอบอย่างไร ด้วยวิธีการไหน และการลำดับเรื่องราวของการแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จและความล้มเหลวในห้วงเวลาที่ผ่านมา จะต้องสื่อสารให้ประจักษ์ชัดในใจของประชาชนทั้งประเทศ
อย่าลืมนะครับว่า ก่อนการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รัฐบาลทักษิณถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือไม่ก็ค่อนขอดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วทันใจของผู้ที่ติดตามเหตุการณ์อยู่


โดยเฉพาะหลังประกาศยุบเลิก ศอ.บต. ที่ตำจิตตำใจคนสำคัญเป็นจำนวนมากในประเทศนี้นั้น ก็ยิ่งปรากฏว่าคำวิพากษ์วิจารณ์หนักหนาสาหัสจนถึงขั้นกระหน่ำโจมตีชนิดไม่ให้ผุดให้เกิดกันทีเดียว แต่พอหลังจากเกิดการยึดอำนาจเปลี่ยนเป็นระบอบทหารภายใต้ชื่อ คมช. และรัฐบาลที่ตั้งขึ้นก็มีบุคคลระดับพลเอก อดีตผู้บัญชาการทหารบก ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ในพื้นที่แห่งความขัดแย้งนี้ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นเลย ราวกับว่าการฟื้นฟูระบอบทหารและ ศอ.บต. ซึ่งเป็นเครือข่ายอำนาจแต่เดิมของระบอบอมาตยาธิปไตยนั้น มิได้ระคายผิวผู้ก่อความไม่สงบในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย พูดง่ายๆก็คือว่าในยุคที่ทหารครองเมืองเต็มที่เราก็ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้แหละครับ อย่าให้ผู้สูญเสียอำนาจจากระบอบทหารเดิมนี้มากล่าวหาได้เป็นอันขาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต้องแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรวดเร็วทันใจของผู้ที่สังเกตการณ์อยู่ นี่ไม่ใช่ช่วงต่อจากรัฐบาลทักษิณ แต่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีระบอบทหารทั้งระบอบมาขวางอยู่แต่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้


คอยดูไปเถอะครับ ถ้าหากไม่ระวังตัวให้ดีจะมีคนเข้ามาชี้หน้าชี้ตาและกำหนดเงื่อนเวลาไว้เสร็จสรรพว่าเท่านั้นสัปดาห์ เท่านี้เดือน รัฐบาลใหม่จะต้องสร้างความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ มิฉะนั้นจะหมดความไว้วางใจหรือใช้ความรุนแรงทางการเมืองพุ่งเข้าใส่รัฐบาลในทางใดทางหนึ่ง ระหว่างนี้ก็คงจะคบคิดกันสร้างเงื่อนไข เช่น ทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบนั้นมันดูทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เกมแบบนี้ทางอมาตยาธิปไตยเขาถนัดนักล่ะครับ รัฐบาลเลือกตั้งชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ควรต้องระวังไว้ให้จงหนัก ประกาศเสียเลยตั้งแต่ต้นมือว่า ความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นของกองทัพบก และกองทัพบกเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ถวายแด่ราชบัลลังก์และแผ่นดินนี้ให้สมกับที่ได้สั่งสมกำลังอาวุธและพัฒนาความรู้ความสามารถทางทหารมาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้ อย่าให้ปัญหานี้กลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงรัฐบาลใหม่ และทำให้ภาพรวมทั้งหมดกลายเป็นการช่วงชิงอำนาจระหว่างกลุ่มต่างๆในกรุงเทพมหานครอีกต่อไปเลย ปัญหามีก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่หาแพะ

คอลัมน์ เลือกคบไม่เลือกข้าง จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้

ปีที่ 9 ฉบับที่ 2213 ประจำวัน พุธที่ 30 มกราคม 2008

ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่

กทม. 30 ม.ค.- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า กทม พร้อมทำงานกับคณะรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้จะมอบหมายให้ปลัด กทม รวบรวมประเด็นที่ต้องนำเสนอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ เช่นเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภค การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนกรุงเทพ ส่วนเรื่องโครงการระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ที ที่เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนใครจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม. ก็ยืนยันว่า พร้อมจะทำงานด้วย นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เคยมีประสบการณ์ เป็นอดีตผู้ว่าฯ กทม. ก็น่าจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:20:21

กกต.เร่งสรุปสำนวนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และการยุบพรรค

อาคารศรีจุลทรัพย์ 30 ม.ค.- กกต.เร่งสรุปสำนวน ทั้งคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช, การยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองพิจารณา กรณีการตั้งอนุกรรมการสอบสวนกรณียุบพรรคชาติไทย และอาจใช้เทียบเคียงกับ กรณีพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ยืนยันจะยึดหลักของกฎหมาย และเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช คงไม่นำประเด็นเรื่องการจัดฉากมาสอบสวนเพราะยังไม่มีหลักฐานหรือพยานบุคคล - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 12:15:50