WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 31, 2008

โผครม.'สมัคร1'ปูนบำเหน็จ-เก้าอี้ต่างตอบแทนพรรคร่วม

จัดโผครม.'สมัคร1'ปูนบำเหน็จคนถวายหัว ต่างตอบแทนพรรคร่วม 'สมัคร'นายกฯ ควบกลาโหม 'เฉลิม'มท.1 'หมอเลี๊ยบ'นั่งคลัง 'จักรภพ'สำนักนายกฯ 'ทนายชิน'คุมบัวแก้ว 'เมียสุวัจน์'นั่งสาธารณสุข

มีรายงานข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ได้กล่าวกับคณะกรรมการบริหารพรรคฯ เรื่องจัดรายชื่อครม."สมัคร1" ว่า เพื่อให้เกิดความสามัคคีในการทำงานของรัฐบาลผสม ใครที่มีปัญหากันในอดีต จากนี้ไปก็จะคุยกันด้วยดี โดยเฉพาะคนในพรรคที่แต่ก่อนไม่ได้พูดคุยกันมานาน แต่ช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว วันนี้ขอให้ความมั่นใจจะปรับปรุงเพื่อการให้บริหารเดินหน้าไปได้

สำหรับการจัดโผครม.นั้น นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้พูดอะไร โดยบอกกับคณะกรรมการบริหารพรรคว่า 'โผนี้มีปัญหาเล็กน้อยแต่เป็นของพรรคอื่น จึงขอดูก่อน'

ส่วนความคืบหน้าในการจัดโผ ครม.สมัคร 1 ซึ่ง นายสมัคร สุนทรเวช เตรียมนำทูลเกล้าฯอย่างช้าวันที่ 31 ม.ค. มีดังนี้ รองนายกรัฐมนตรีคาดว่าจะเป็น 1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกฯ 2.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นรองนายกฯ ควบรมว.พาณิชย์ 3.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกฯ (โควตาพรรคชาติไทย) 4.นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.อุตสาหกรรม(โควตาพรรคเพื่อแผ่นดิน)

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้แก่ 5.นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำนปก.และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ โดยจะมาดูแลสื่อของรัฐและตอบโต้ประเด็นทางการเมืองโดยเฉพาะ และทราบว่านายชัย ชิดชอบ บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ หลุดโผการเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่โควตานี้เป็นของนายเนวิน โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ จะได้รับแทนในตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 6.นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา น้องชายนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ เพื่อตอบแทนนายจาตุรนต์ ที่ดูแลพรรคในช่วง คมช.ยึดอำนาจ

กระทรวงมหาดไทย 7.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน จะเป็นรมว.มหาดไทย ตามคำสัญญาที่ประกาศไว้กับสังคมและเป็นสัญญาใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ไว้กับ ร.ต.อ.เฉลิม ที่มาช่วยงานพรรคพลังประชาชน 8.นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลฯ เป็นรมช.มหาดไทย เพราะนายสุพล มีสัญญากับพรรคว่า จะให้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน และบทบาทที่ผ่านมานายสุพล ก็เป็นฝ่ายสนับสนุน นปก.และกลุ่มคนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ 9.นายสิทธิชัย โค้วสุรัตน์ โควตาพรรคเพื่อแผ่นดินจะเป็น รมช.มหาดไทย

กระทรวงการคลัง 10.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค จะเป็นรมว.คลัง 11.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรมช.คลัง 12.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็นรมช.คลัง 13.นายวีรชัย วีระเมธีกุล จะเป็นรมช.คลัง โควตาพรรคเพื่อแผ่นดิน

กระทรวงยุติธรรม 14.นายไชยา สะสมทรัพย์ จะเป็นรมว.ยุติธรรม แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หรือนายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ จะได้รับตำแหน่ง แต่นายไชยยศ สะสมทรัพย์ อดีตรมช.คลัง ได้ผลักดันน้องชาย คือนายไชยา ให้รับตำแหน่งตามคำสัญญาที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้ไว้กับนายไชยยศ

กระทรวงกลาโหม 15.นายสมัคร สุนทรเวช จะเป็นนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ซึ่งแกนนำพรรคมองว่า นายสมัครควรรับตำแหน่งนี้ เพื่อวัดกระแสว่ากองทัพจะรับการทำงานของนายสมัคร และรัฐบาลชุดนี้ได้หรือไม่ แม้บางฝ่ายในพรรคจะค้านว่านายสมัครไม่ควรรับตำแหน่งดังกล่าวก็ตาม เพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก แต่สุดท้ายก็ค้านไม่สำเร็จ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ สนับสนุน

กระทรวงคมนาคม 16.นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนและคนใกล้ชิดนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะเป็นรมว.คมนาคม 17.นายสหัส บัณฑิตกุล อดีตรองผู้ว่าฯกทม.และคนใกล้ชิดนายสมัคร จะเป็นรมช.คมนาคม 18.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ คนสนิทนายบรรหาร จะเป็นรมช.คมนาคม โควตาพรรคชาติไทย

กระทรวงเกษตรฯ เป็นโควตาของพรรคชาติไทย 19.นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จะเป็นรมว.เกษตรฯ 20.นายกมล จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี จะเป็นรมช.ไปสักระยะ เพื่อรอเวลาให้นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย สลับมาเป็นรมช.แทนนายกมล และ 21.นายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน จะเป็นรมช.เกษตรฯ

กระทรวงท่องเที่ยวฯ เป็นโควตาของพรรคชาติไทย เช่นกัน โดย 22.นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคชาติไทยและคนใกล้ชิดนายบรรหาร จะเป็นรมว.ท่องเที่ยวฯ

ส่วนการเปลี่ยนโผนั้น ทราบว่าพรรคพลังประชาชน ขอ รมว.พลังงานคืนมาจากพรรครวมใจไทยฯ โดยมอบให้ 23.นายศรีเมือง เจริญศิริ ส.ส.สัดส่วน และอดีตส.ว.มหาสารคาม รวมทั้งยังเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มส.ว.สายสนับสนุนพรรคไทยรักไทยในอดีต เป็นรมว.พลังงานโดยการสนับสนุนของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทีมเศรษฐกิจของพรรคเสนอว่าต้องเอากระทรวงนี้คืนเพื่อสร้างผลงานในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันและก๊าซขึ้นสูงมาก

ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจของพรรคจะใช้กระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยการประกาศลดราคาน้ำมันและภาษี และจากการหารือกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายสุวัจน์ก็เห็นด้วยกับการแลกกระทรวง โดยจะให้ 24.พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ย้ายไปเป็นรมว.สาธารณสุข เพราะนายสุวัจน์มองว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานมีปัญหามาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้หากนายสุวัจน์ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีก็จะรับตำแหน่งนี้

นอกจากนี้ นายสุวัจน์ก็กังวลว่า พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ยังอ่อนพรรษาทางการเมือง หากนายสุวัจน์ยังดื้อดึงที่จะเอากระทรวงพลังงานไว้ อาจถูกฝ่ายค้านใช้เป็นจุดอ่อนโจมตีพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขว่าขอให้โยกย้าย 25.นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล บิดาของนายอนุทิน ชาญวีรกุล อดีตรมช.สาธารณสุขและคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งพยายามผลักดันให้เป็นรมช.สาธารณสุขออกไปเป็นรมช.พาณิชย์ เพราะนายสุวัจน์ กับนายอนุทิน ไม่กินเส้นทางการเมืองกัน ส่วนนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรคนั้น จะเป็นรมช.คลัง ตามคำขอเช่นเดิม

ส่วนกระทรวงที่มีการแลกเปลี่ยนอีกคือ กระทรวงแรงงาน โดยพรรคพลังประชาชนขอแลกโควตานี้จากพรรคประชาราช คือ 26.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จะกลับไปเป็นรมว.แรงงาน อีกครั้ง ซึ่งคนใกล้ชิดนายสมพงษ์ ระบุว่ากรณีที่มีข่าวว่า นายสมพงษ์ จะเป็นรองนายกฯ รมว.ยุติธรรม หรือ รมว.ศึกษาธิการ นั้น คงไม่ใช่ และทราบว่านายสมพงษ์ อยากเป็นรมว.เกษตรฯ แต่โควตาดังกล่าวเป็นของพรรคชาติไทย ทำให้แกนนำพรรคแก้โผ โดยให้รมว.แรงงานกับนายสมพงษ์ ทำให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ไม่พอใจที่ถูกแก้โผในช่วงท้าย เพราะได้กระทรวงวัฒนธรรมมาดูแล ซึ่งคนใกล้ชิดนายเสนาะบอกว่านายเสนาะ ได้ประชดว่าได้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลก็ดีแล้ว เพราะคุ้นเคยดี และคาดว่า 27.นางอุไรวรรณ เทียนทอง จะเป็นรมว.วัฒนธรรมอีกครั้ง

กระทรวงศึกษาธิการ 28.นายอนุสรณ์ วงษ์วรรณ เป็นรมว.ศึกษาธิการ 29.นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี เป็น รมช.ศึกษาธิการ โควตานายสรอรรถ กลิ่นประทุม แม้ก่อนหน้านี้นายบุญลือ ได้ต่อรองขอเป็น รมช.มหาดไทย แต่แกนนำพรรคมองว่าอาวุโสการเมืองยังน้อย จึงขอให้ขึ้นจากตำแหน่งนี้ไปก่อน

30.นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน เป็นรมช.ศึกษาธิการ ซึ่งนายนิสิตเคยกล่าวกับสื่อมวลชนว่า อยากเป็นรมช.ศึกษาธิการ อีกทั้งนายนิสิตยังเป็นแกนนำจัดตั้งชมรมคนรักทักษิณฯ และพื้นที่ของนายนิสิต คือ"อาจสามารถโมเดล" อีกด้วย

กระทรวงทรัพยากรฯ 31.นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย เป็นรมว.ทรัพยากรฯ แลกกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานภาคกทม.ขอแลกกระทรวงนี้เพื่อสร้างฐานเสียงในกทม.ใหม่ โดยให้ 32.นายสุธา ชันแสง ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน เป็นรมว.พัฒนาสังคมฯ

กระทรวงอุตสาหกรรม 33.นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรองนายกฯ ควบรมว.อุตสาหกรรม ในโควตาของพรรคเพื่อแผ่นดิน

กระทรวงพาณิชย์ 34.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกฯ ควบรมว.พาณิชย์ และยังมี นายชวรัตน์ ชาญนุกูล(ลำดับที่24) จะเป็นรมช.พาณิชย์ โควตาของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ย้ายมาจากกระทรวงสาธารณสุข 35.พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ คนสนิทของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะเป็น รมช.พาณิชย์ โควตาพรรคมัชฌิมาธิปไตย

กระทรวงการต่างประเทศ 36.นายนพดล ปัทมะ ทนายความตระกูลชินวัตร จะเป็นรมว.ต่างประเทศ และกระทรวงไอซีที 37.นายมั่น พันธโนทัย จะเป็นรมว.ไอซีที โควตาพรรคเพื่อแผ่นดิน

ปชป.รับสภาพฝ่ายค้านจัดสัมมนาบทบาทด้านนิติบัญญัติ

พรรคประชาธิปัตย์ รับสภาพฝ่ายค้าน จัดสัมมนาบทบาท ด้านนิติบัญญัติให้ ส.ส.ของพรรค พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกแสดงความจำนงเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ

พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริหารพรรค เพื่อเป็นการซักซ้อมถึงการทำหน้าที่ในสภาฐานะฝ่ายค้าน โดยเฉพาะบรรดา ส.ส.หน้าใหม่ โดยในเวลา 09.30 น. วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะขึ้นบรรยายเรื่องของการสร้างส.ส.คุณภาพ ในการทำงานด้านนิติบัญญัติ จากนั้นในช่วงบ่ายจะเป็นการบรรยายต่อในเรื่องการสร้าง ส.ส.

คุณภาพในการทำงาน เพื่อดูแลประชาชน และในวันพรุ่งนี้จะเป็นการสัมมนาเรื่อง ประชาธิปัตย์พรรคการเมืองคุณภาพ

โดยการสัมมนาครั้งนี้จะมีการเปิดให้บรรดา ส.ส. ได้แสดงเจตจำนงเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการสามัญสภาของคณะต่าง ๆ ตามความถนัดรวมถึง จะมีการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงา เพื่อขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของพรรครัฐบาล หลังจากที่ทางพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มมีความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี

นพดลรับมีแนวโน้มได้นั่งรมว.ต่างประเทศ

'นพดล' เผย1-2 วันนี้น่าจะทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อครม.ได้ ระบุยังติดปัญหามฌ.รอผ่านกระบวนการของพรรควันนี้ รับมีแนวโน้มได้นั่งรมว.ต่างประเทศ พร้อมนัดพรรคร่วมรัฐบาลถกนโยบายรัฐบาลพรุ่งนี้

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) ให้สัมภาษณ์ “ข่าวเช้าโมเดิร์นไนน์” ถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในส่วนของ พปช. นิ่งหมดแล้ว รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลได้ทยอยส่งรายชื่อมาแล้วเช่นกัน เข้าใจว่าเหลือเพียงพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ต้องไปดำเนินการตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคให้เรียบร้อยก่อน ซึ่ง พปช.ต้องการให้เป็นเช่นนั้นด้วย เพื่อความเป็นปึกแผ่น และไม่เกิดปัญหาเสถียรภาพตามมา อย่างไรก็ตาม น่าจะทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ ครม.ได้ใน 1-2 วันนี้ เพราะประชาชนรอมานานมากที่จะมีรัฐบาลมาทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ยาเสพติด และการศึกษา

เมื่อถามว่า นายนพดล มีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โผนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ต้องรออีก 2-3 วัน คงรู้ แต่คิดว่าแนวโน้มคงเป็นลักษณะนั้น ตนไม่กล้าพูด เพราะนายกรัฐมนตรียังไม่ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวาย โดยส่วนตัวแล้วได้ตำแหน่งใดจะทำงานให้ดีที่สุด

นายนพดล กล่าวถึงการร่างนโยบายรัฐบาลด้วยว่า ในส่วนของ พปช. เสร็จแล้วประมาณร้อยละ 90 ซึ่งนโยบายบางส่วนต่อยอดพรรคที่ถูกยุบไป และจะได้เห็นกลับมาแน่นอน เช่น กองทุนหมู่บ้าน งบประมาณพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน (SML) หวยบนดิน ผู้ว่าฯ ซีอีโอ โครงการโคล้านตัว กองทุนกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ทั้งนี้ คงต้องฟังแนวนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งได้นัดหารือในวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ.)

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องทำให้เห็นผลใน 2-3 เดือนนี้ เช่น ปัญหาภาคใต้ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนในเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนได้เห็นทิศทาง การดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท พิจารณายกเลิกมาตรการกันทุนสำรองร้อยละ 30 ของธนาคารแห่งประเทศไทย

กองสลากเด้งรับรัฐบาลใหม่ พร้อมขายหวยบนดินทันที

รักษาการผู้อำนวยการกองสลากพร้อมตอบสนองนโยบายรัฐบาลชุดใหม่เรื่องหวยบนดิน ถ้าต้องการพร้อมเปิดขายได้ทันทีที่มีคำสั่ง ไม่ว่าจะให้พิมพ์ในรูปแบบสลาก เขียนด้วยลายมือ หรือแทงผ่านเครื่องออนไลน์ ยืนยันทุกระบบมีความพร้อม อย่างไรก็ตาม หากให้ขายตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากปี 2517 ก็ทำได้เลย แต่หากให้ขายตามกรอบกฎหมายใหม่ต้องรอผลการตีความจากตุลาการรัฐธรรมนูญที่มี สนช. ยื่นให้ตีความว่าเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ มั่นใจเมื่อมีหวยบนดินจะช่วยแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาได้ เพราะประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น
นายวันชัย สุระกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า พร้อมที่จะขายสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน ตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ได้ทันที ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของนโยบายรัฐบาลใหม่เท่านั้นว่าต้องการให้ขายแบบไหน อย่างไร


“ถ้ารัฐบาลใหม่จะเอาหวยบนดินผมก็พร้อม จะเอาแบบไหนสำนักงานสลากฯทำได้ทั้งนั้น” นายวันชัยกล่าวและว่า การขายหวยบนดินทำได้ 2 วิธีคือ ขายหวยบนดินภายใต้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าสามารถขายหวยบนดินได้ แต่ต้องจัดสรรรายได้ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งหากขายด้วยวิธีนี้จะสามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากจะขายหวยบนดินภายใต้กฎหมายใหม่ของสำนักงานสลากฯที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไขก็ต้องรอการตีความของตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสมาชิก สนช. ยื่นให้ตีความว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการขายหวยบนดินขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าต้องการแบบไหน ที่สำนักงานสลากฯเคยเสนอไปก่อนหน้านี้คือขายแบบเขียนเหมือนเดิม หรือพิมพ์เป็นใบสลาก หรือขายผ่านเครื่องออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ระบบมีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที นายวันชัยกล่าวอีกว่า การมีหวยบนดินจะช่วยแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้ เพราะผู้เล่นมีทางเลือกมากขึ้น สามารถเลือกเลขตามที่ต้องการหากเป็นการขายแบบเขียนหรือผ่านเครื่องออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งตัวแทนจำหน่ายและผู้ซื้อหวยบนดินต่างเรียกร้องให้มีการขายหวยบนดินมาโดยตลอด

เรื่องจากปก จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้

ปีที่ 9 ฉบับที่ 2214 ประจำวัน พฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2008

รายชื่อคณะรัฐมนตรีติดปัญหาที่พรรคมัชฌิมาธิปไตย

กรุงเทพ 31 ม.ค.- คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยขณะนี้ยังติดปัญหาพรรคมัชฌิมาธิปไตย

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคพลังประชาชน ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ได้ทยอยส่งรายชื่อรัฐมนตรี ยกเว้นพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ต้องไปดำเนินการตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค คาดว่า จะทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 1-2 วันนี้ ในส่วนตัวเองมีแนวโน้มรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนร่างนโยบายของรัฐบาล ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเสร็จแล้ว ร้อยละ 90 บางส่วนจะต่อยอดโครงการที่ถูกยุบไป เช่น กองทุนหมู่บ้าน งบประมาณพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน หวยบนดิน โครงการโคล้านตัว อย่างไรก็ตาม ต้องฟังแนวนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งจะมีการหารือกันในวันพรุ่งนี้ - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-31 10:03:56

เฟดลดดอกเบี้ยอีก0.5% เลี่ยงภาวะศก.ชะลอตัว [31 ม.ค. 51 - 08:27]

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (31 ม.ค.) ว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีกร้อยละ 0.5 จาก ร้อยละ 3.5 อยู่ที่ร้อยละ 3 ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนมิ.ย.2548 นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งล่าสุดไม่ได้มีคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา สาขาดัลลัส ไม่เห็นด้วยและต้องการให้คงระดับอัตราดอกเบี้ยตามเดิม

รายงานระบุต่อว่า การประชุมลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา มีขึ้นในขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริการายงานว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.6 เท่านั้น เพราะมีความวิตกกังวลกันว่า วิกฤติจากการปล่อยสินเชื่อการเคหะสำหรับผู้กู้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ หรือ ซับไพรม์ และหนี้บัตรเครติดจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศสหรัฐอเมริกา


รายงานระบุต่ออีกว่า นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าววันเดียวกันว่า ขอเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่า ถึงแม้มีสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัว แต่เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง พร้อมกับให้คำมั่นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาจะสามารถผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ได้


รายงานระบุด้วยว่า ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐอเมริกามีขึ้นในขณะที่คณะกรรมาธิการการเงินของวุฒิสภาผ่านความเห็นชอบในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบุช 157,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ได้ปรับแก้ไขบางส่วน โดยจะคืนภาษีให้แก่ประชาชนเพียง 500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน 1,000 เหรียญสหรัฐฯต่อคู่สามีภรรยา และอีก 300 เหรียญสหรัฐฯต่อบุตร 1 คน นอกจากนี้การคืนภาษียังครอบคลุมถึงผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำ ประมาณ 20 ล้านคนในระบบประกันสังคมด้วย และคาดกันว่า จะมีการส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณารับรองในเร็ว ๆ นี้


นายกฯสารขัณฑ์ [31 ม.ค. 51 - 18:30]

แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แต่แข่งอำนาจวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ

ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สัก 2 ปี ยุคที่มีการพูดถึงอัศวินคลื่น ลูกที่สามชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” กำลังไล่ล่าคลื่นลูกเก่ากลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน ใครจะนึกว่าคนแก่อายุ 72 ปี ที่มีแผนเกษียณทางการเมือง สนุกกับงานอดิเรกโชว์ฝีมือทำอาหาร ทำรายการชิมไปบ่นไปทางทีวี

จะได้โอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย

นี่แหละครับถึงได้บอกว่า วาสนา

นึกซะอย่างนี้ก็อย่าไปฮึดฮัด กระฟัดกระเฟียด แข็งขืนดึงดัน จนถึงขั้นส่ออาการอิจฉากันเลยครับ อย่างน้อยคุณสมัคร สุนทรเวช ท่านก็มาตามวิถีทางประชาธิปไตย เข้าตามตรอก ออกตามประตูรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่เป็นผลิตผลของสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ชุดที่คณะรัฐประหารถอนรากถอนโคน “ทักษิณ” ตั้งขึ้นมานั่นแหละ

310 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 480 คน

ไอ้ครั้นจะโมโหโกรธาคนอีสานกับคนเหนือที่เทคะแนนเลือก พรรคพลังประชาชนแบบถล่มทลาย ทั้งๆที่ฝ่ายต่อต้านอำนาจเก่าก็ช่วยกันตะโกนปาวๆว่าเป็นนอมินีของอดีต นายกฯทักษิณ เครือข่ายของคนที่ถูกตราหน้าเป็นทรราชโกงกินบ้านเมือง

ทำไมยังหลับหูหลับตาเลือกกันอีก

ก็กติกาประชาธิปไตยเขาไม่ได้แบ่งชั้นวรรณะว่า คนเป็นด็อกเตอร์ กากบาทแล้วนับเป็น 10 คะแนน คนจบปริญญาโทลงคะแนนแล้วนับเป็น 5 เสียง กากบาทของคนจบ ป.4 นับแค่ครึ่งคะแนนซะเมื่อไหร่

ในฐานะคนไทยมีค่า 1 เสียงเท่ากัน

และหนึ่งเสียงก็วัดกันที่ความพึงพอใจ ไม่ได้วัดกันที่โง่หรือฉลาด

ฉะนั้น เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้ใครมานำพาประเทศ ก็ต้องยอมรับตามนั้น คุณสมัครเองก็เช่นกัน ไม่ใช่เรื่องสนุกแต่อย่างใด อย่างที่ท่านได้บอกกับตัวเองล่วงหน้า “ต่อไปนี้ชีวิตผมคงไม่มีความสุขแล้ว”

พอดีผมบังเอิญได้อ่านเรื่อง “นายกฯเมืองสารขัณฑ์ นวนิยายที่กลายเป็นความจริง” ที่คุณสมัครเขียนลงพ็อกเกตบุ๊ก “ต่วย'ตูน” ย้อนอดีตเล่าเรื่องของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่รับบท “นายกฯควนไซ” แห่งประเทศ ZARKAN หรือที่เพี้ยนมาเป็น “สารขัณฑ์” ในหนังเรื่อง “The Ugly America” ซึ่งต่อมา “หม่อมคึกฤทธิ์” ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยจริงๆ

วันนี้คุณสมัครในฐานะศิษย์ของ “หม่อมคึกฤทธิ์” ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไม่คาดฝัน

และก็ให้บังเอิญอีกว่า บทนายกฯควนไซของ “หม่อมคึกฤทธิ์” ในภาพยนตร์ ต้องบริหารประเทศท่ามกลางการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนระหว่าง ฝ่ายคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย

แต่ในบทบาทจริงของคุณสมัครนับจากวันนี้ไป ต้องเป็นนายกฯในท่ามกลางความแตกแยกระหว่างฝ่ายหนุนและฝ่ายต้าน อดีตนายกฯทักษิณ

หวังเป็นอย่างยิ่งจะได้กลับไปสู่ “Lovely Thailand”.

“กำปั้นหยก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

พิสูจน์ฝีมือ [31 ม.ค. 51 - 18:44]

หนึ่งปีสี่เดือนผ่านไปการเมืองไทยก็หมุนกลับสู่จุดเดิม

เพียงแต่คราวนี้เปลี่ยนจากการเมืองตัวจริง เป็นการเมืองระดับตัวแทน

คงไม่สายเกินเพลที่จะต้อนรับสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย

ฝันที่เป็นจริงของนักการเมืองอาวุโสวัย 72 ปี

เรียกว่าอยู่เฉยๆก็มีราชรถมาเกย

มีคนช่วยพาดบันไดให้เดินสะดวกทุกขั้นตอน

แม้แต่โผ ครม.ชุดใหม่ก็มีคนช่วยจัดแทน

ก็นี่แหละการเมือง คนอยากเป็นมักไม่ได้เป็น คนไม่ได้หวังจะเป็นมักจะได้เป็นอย่างนี้ทุกที

ถึง “สมัคร” จะเป็นนายกฯคนใหม่ แต่ไม่ใช่หน้าใหม่ เพราะผ่านสนามการเมืองยาวนานถึง 40 ปีเต็มๆ!!

ลงเลือกตั้งทุกครั้งไม่เคยสอบตกแม้แต่ ครั้งเดียว

ผ่านตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีมาแล้ว 5 กระทรวง

เรื่องประสบการณ์การเมืองจึงถือว่าโชกโชน

เรื่องเขี้ยวการเมืองก็ไม่แพ้ใครในสภาฯ

ในเมื่อ “สมัคร” ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างถูกต้องตามกติกาประชาธิปไตย ก็ต้องให้โอกาสนายกฯคนใหม่พิสูจน์ฝีมือ

นายกฯสมัคร เปิดใจว่าถึงแม้จะมีบางฝ่ายดูหมิ่นดูแคลนตัวเอง แต่จะอดทนอดกลั้นต่อไปและต่อไป

ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล ขอให้ท่านมั่นใจว่าผมทำงานเป็น

โปรดให้เวลาผมหน่อยเพื่อพิสูจน์ ฝีมือ

“แม่ลูกจันทร์” ก็อยากเห็นผลงานรัฐบาลผสม 6 พรรคชุดนี้ว่าจะเป็นอย่างไร??

แต่กว่าจะได้เห็นผลงานก็ต้องรออีก 3 เดือน

อย่างแรกคือต้องรอให้โผ ครม.ชุดใหม่ ลงตัว 100 เปอร์เซ็นต์

เพราะล่าสุด เก้าอี้รัฐมนตรีหลายกระ-ทรวงยังดิ้นไปดิ้นมา

คาดว่าอย่างเร็วกว่า ครม.ชุดใหม่จะเริ่มทำงานก็คงทันฉลองเทศกาลตรุษจีน (ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้) พอดิบพอดี

สำหรับนโยบายรัฐบาลใหม่จะมีแนวทางอย่างไร?

อันนี้ไม่ต้องรอลุ้นให้เสียเวลา

เพราะนโยบายรัฐบาลใหม่ก็คือนโยบายพรรคไทยรักไทย

มีเพิ่มพิเศษคือ เน้นความปรองดองสมานฉันท์เป็นธงนำ

พัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

แต่จะปลุกเศรษฐกิจซบเซาด้วยนโยบายประชานิยม

ลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์กระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน

บูมธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ที่กำลังหดตัว

ขยายตลาดส่งออกเพื่อดูดเงินตราต่างประเทศเพิ่มเติม ฯลฯ

ฟังดูเหมือนง่าย แต่ความจริงมันไม่ง่ายนะโยม

เพราะผลจากการใส่เกียร์ว่างของรัฐบาลขิงแก่ ทำให้ปัญหากลายเป็นดินพอกหางหมูแก้ยากกว่าเดิม

การเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค การขับเคลื่อนนโยบายย่อมไม่สะดวกโยธินเหมือนเป็นรัฐบาลพรรคเดียว

ข้อสำคัญ คนที่มีอำนาจตัวจริงไม่ ได้อยู่ในรัฐบาล

แต่ที่น่าห่วงที่สุดคือ ยังไม่รู้อนาคตจะต้องเจอวิบากกรรมอะไรต่อไป??

“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงว่า อนาคตรัฐ-บาลจะยาวหรือสั้นต้องดูกันวันต่อวัน? เดือนต่อเดือน?

ถ้าอยู่ได้ครบ 1 ปี ก็ถือว่าสอบผ่าน

ถ้าครบ 2 ปี ก็ถือว่าเกินเป้า

ถ้าอยู่ครบ 3 ปี ถือว่าไร้เทียมทาน

ถ้าครบเทอม 4 ปี ถือว่าอภินิหารมีจริง.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว


ลิ้นการเมืองนายกฯ คือบันไดสู่ดวงดาว [31 ม.ค. 51 - 18:21]

...ในช่วงที่ผมเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา สังเกตเห็นว่าคุณสมัครเป็นนักการเมืองอาวุโสที่พยายามอภิปรายในประเด็น เพื่อเป็นแบบอย่างของนักการเมืองรุ่นหลัง แม้บางครั้งจะเกินเลยไปบ้างก็ตาม...

ศ.มารุต บุนนาค อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา แสดงทรรศนะเรื่องลีลาการพูดของนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ไว้ในหนังสือสมัคร 60 ปี

เชื่อว่าหลายคนคงเห็นพ้อง

ลิ้นการเมืองของสมัคร สุนทรเวช เคยสะกดผู้คนแน่นสนามหลวงให้เงียบกริบ เคยตอบข้อซักถามนักข่าวอย่างฉะฉาน แม้จะถามหลายคนพร้อมๆกัน และยังมีเหตุอัศจรรย์เกี่ยวกับการพูดอีกหลายยก

รวมถึงการใช้ลิ้นนักพูดเพื่อก่อร่างสร้างพรรคประชากรไทย

นายกฯเล่าเรื่องระดมทุน เพื่อใช้หาเสียงในยุคแรกๆของพรรคว่า “เราตกลงกันแต่แรกว่า ผู้สมัครที่ถูกชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการ...ถ้าตกลงปลงใจลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราจะลงขันกันด้วยเงินสดคนละ 20,000 บาท ส่วนค่าสมัครอีกคนละ 5,000 บาทนั้น ต่างคนต่างออกเอง”

เพราะหลุดคำว่าลงขันออกไป ทำให้การระดมทุนพลาดเป้า

“เชื่อไหมครับว่า การเชิญชวนลงขันกันในวันแรกมีคนมาลงขันเพียง 5 คน ได้เงินเพียง 100,000 บาทเท่านั้น”

เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายลง นักพูดสาลิกาลิ้นทองมีหรือจะร้องเพลง ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า

ทุกปัญหามีทางแก้ไข ประชากรไทยมีวิธี

เลยต้อง “ออกปากขอกันอีกที เงินค่าลงขันที่เรากะกันว่าคนละ 20,000 บาท 32 คน เท่ากับ 640,000 บาทนั้น เก็บได้ยังไงไม่ถึงครึ่งขันดี คือมีเงินที่พวกเราทุกคนสามารถออกร่วมทุนกันได้เพียง 300,000 บาทเท่านั้น”

เมื่อลิ้นสาลิกาใช้ในพรรคไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงต้องหาทางออกใหม่ นั่นคือออกปราศรัยและระดมทุนไปพร้อมๆกัน

เมื่อ “ผมเริ่มบอกกล่าวท่านที่สนใจในพรรคการเมืองเกิดใหม่นี้ว่า เรามีทุนรอนเท่าไร ก็เริ่มมีคนบริจาคสมทบ”

ลิ้นสาลิกาเริ่มใช้การได้ดีแล้ว

แล้วดียิ่งขึ้น เพราะ “ชั่วระยะเวลา 2-3 อาทิตย์แรกที่เราทำการหาเสียงด้วยการปราศรัยนั้น พรรคประชากรไทยได้รับบริจาคช่วยสมทบทุนในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นเงินกว่า 400,000 บาท”

และ “ตลอดระยะเวลาที่เราเริ่มปราศรัยจากสนามไชยเป็นต้นมา เราขายเทปบันทึกคำปราศรัยครั้งแรก และสถานที่ต่อๆมา ได้เกินกว่าแสนบาท”

ด้วยเงินทุนประมาณ 8 แสนบาทเศษๆ จากการพูด การขายเทปที่พูด ทำให้พรรคประชากรไทยมีทุนหาเสียงได้ในการเลือกตั้งปี พ.ศ.2522

การปราศรัยของสมัคร สุนทรเวช ไม่ว่าจะไปเยือนถิ่นใด มีคนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เป็นเหตุให้มีเสียงครหาเกิดขึ้น เสียงนั้นว่า

“พรรคประชากรไทยไปปราศรัยที่ไหนมีคนฟังแน่นๆนั้น เป็นเพราะทางพรรคนั้นเขาจ้างคนให้ไปฟังกัน ในราคาคนละ 30 บาท”

ข้อครหานี้มีเสียงสวนทันทีว่า “ผมเกิดมาก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่จะจัดให้มีการกระทำพรรค์อย่างว่ากันได้ และสมมติว่าจะมีคนสามารถทำกันอย่างว่าได้ จะต้องใช้เงินจำนวนสักเท่าไหน ที่จะเอามาเป็นค่าจ้างผู้คนให้มาติดตามฟังคำปราศรัย”

จึงสาดกลับอีกว่า “พรรคนี้นอกจากจะไม่เคยแจกเงินใครแล้ว ในการไปเปิดปราศรัยแทบทุกครั้ง ยังมีคนเอาเงินมาคอยบริจาค”

การบริจาคนั้น มีทั้งใส่มาในซองสวยๆ ติดมากับพวงมาลัยหอมๆ คล้องคอให้ประหนึ่งนักร้องคนโปรด ดังนั้น “การพูดจาออกมาอย่างนี้ เป็นการสบประมาทผู้คนที่สนใจการเมืองและติดตามฟังการปราศรัยกันอย่างรุนแรง”

ลักษณะการเหน็บกลับอย่างออกรสนี่ละ คือลีลาอย่างหนึ่งของสมัคร สุนทรเวช

การเลือกตั้งคราวเดียวกันนี้ มีนัดประวัติศาสตร์ที่ต้องจารจำคือ วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ.2522 ท่านนายกฯเล่าว่า พรรคประชากรไทยเปิดเอาฤกษ์เอาชัยที่สนามหลวงมาแล้ว เมื่อวันที่ 9 มีนาคม และมาปิดเอาชัยและเอาใจชาวเมืองอีกครั้ง

วันนั้น รถปราศรัยเอาไว้ชิดทางขอบสนามด้านใกล้มหาวิทยาลัยศิลปากร หันหน้ารถไปทางศาลแพ่ง

นายกฯเล่าบรรยากาศก่อนพูดว่า “ตอนที่ผมมาถึงข้างหลังรถนั้น ปรากฏว่าผู้คนมารอกันอยู่หนาแน่น ล้ำออกไปถึงกลางท้องสนามหลวงแล้ว ทั้งๆที่ตอนสี่โมงเย็นแดดยังร้อนเปรี้ยง”

แดดจะร้อนแรงปานใด ดูเหมือนหัวใจผู้คนจะไม่สน สนใจอย่างเดียวคือ อยากฟังนักพูดสาลิกาลิ้นทองอันพริ้งพราย

“มองออกไปข้างหน้า เห็นท่านที่มานั่งฟังนั่งหลบร้อนแดดกันด้วยการเอาหนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์มาพับเป็น หมวกใส่กันแดดกันเป็นทิวแถว”

นอกจากบรรยากาศเอื้อให้หัวหน้าพรรคปีติใจแล้ว ยังมีหนังสือพิมพ์ในความดูแลที่แปรสภาพเป็นหมวกให้กำลังใจอีกด้วย

รายการพูดเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา หลังแนะนำตัวผู้สมัครของพรรค หัวหน้าพรรคก็บรรเลงไปเล็กน้อย ก่อนยื่นไมค์ให้ผู้สมัครคนอื่นๆต่อ แต่เพียงเวลาเล็กน้อย อาการของผู้คนก็เปลี่ยนไป

“ผมทรุดตัวลงนั่งยกแก้วขึ้นดื่มน้ำยังไม่ทันจะหมดถ้วย ก็แลเห็นท่านผู้ฟังที่นั่งอยู่ด้านหน้าชักกระสับกระส่าย ยิ่งมองไปข้างหลัง ท่านผู้ฟังที่ยืนล้อมกันอยู่ไกลๆเป็นขอบ ก็เริ่มขยับออกเดินยืดเส้นยืดสาย และทำท่าจะออกเดินไป...”

ทำให้หัวหน้าพรรคต้องออกโรงเอง

“ผมเริ่มพูดจาตามประสาของผม ตั้งแต่ตอนทุ่มสี่สิบนาที แล้วผมก็ต้องว่าของผมเรื่อยไป จนกระทั่งมีเสียงเตือนจากข้างหลังออกมาว่า สี่ทุ่มห้าสิบแล้ว”

มิใช่เพลินแต่คนพูด คนฟังเองก็ไม่ถอยเหมือนกัน

แต่เมื่อจำเป็นต้องเลิกรา หัวหน้าพรรคก็พบว่า มีพวงมาลัยสวยงามอยู่ 2 พวง “ผมจำได้ว่า ท่านผู้เอามาส่งให้บอกว่า พวงหนึ่งให้ผมถวายพระแก้วมรกต อีกพวงหนึ่งให้ผมถวายเจ้าพ่อหลักเมือง”

สุนทรภู่บอกว่า...ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์...น่าจะนำมาใช้ได้กับนายกฯคนที่ 25

ลีลาการพูดของอดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทย แม้จะผันผ่านมานานปี แต่ก็มีคนยังตราไว้ในดวงจิต เป็นต้นว่า เกลียว เสร็จกิจ หรือ ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง

“คารมของท่านคมคายมาก ฝีปากจัดจ้าน ปากจัด พูดออกมาเรียกได้ว่าถึงพริกถึงขิงเลยทีเดียว” แม่เพลงศิลปินแห่งชาติบอก

พลางว่า เคยฟังท่านนายกฯพูดสมัยเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทยอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นดุสิต บางซื่อ และแถวๆบางบัว

แม่ขวัญจิตยืนยันว่า “ทุกครั้งไม่ผิดหวัง เสน่ห์ของท่านคือ ท่านพูดเหมือนๆกับภาษาลูกทุ่ง ไม่พูดให้เป็นเรื่องวิชาการ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องวิชาการแล้ว ชาวบ้านเขาจะไม่ชอบ เพราะเขาฟังไม่รู้เรื่อง”

ไมตรี ลิมปิชาติ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย วิจารณ์ลีลาการพูดของท่านนายกฯว่า มีการลำดับข้อมูลดี เรียงร้อยเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ พูดแล้วสามารถนำเอามารวมเล่มขายได้เลย

“ลักษณะเช่นว่านี้ มีคนคล้ายๆกันกับท่านปัญญานันทะ และคุณชวน หลีกภัย แต่ความนิ่มนวล และความดุดันต่างกัน อันนี้เป็นลักษณะของแต่ละคนที่ทำให้คนชอบและไม่ชอบก็ได้”

ไมตรีบอกว่า เสน่ห์การพูดของสมัครคือ “สามารถสะกดคนได้ ไม่ว่าจะเป็นคนชอบหรือไม่ชอบก็ต้องหยุดฟัง”

และมีข้อเสียที่ “บางทีพูดแล้วคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงเหมาะสำหรับพูดเดี่ยวๆ ถ้าพูดกันหลายๆคน บางทีอาจจะเขวไปได้เหมือนกัน”.

รัฐประหาร “สันหลังหวะ” เมื่อ 'ฆ่าทักษิณไม่ตาย'

โดย กองบรรณาธิการ
ที่มา เวบไซต์
มหาประชาชน
30 มกราคม 2551

“งาช้างไม่อาจงอกจากปากหมาฉันใด ประชาธิปไตยก็ไม่อาจงอกจากปลายกระบอกปืนฉันนั้น”

วลีอมตะการเมือง ที่ยังซ่อนความหมายไว้อย่างลุ่มลึก ล้ำค่า เป็นอมตะ

เช่นว่านี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ที่กำเนิดจาก “องคาพยพ” ภายใต้การทำรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่แปรสภาพมาเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในปัจจุบัน จึงไม่อาจคาดหวังได้ว่า จะเป็นกระบวนการไปสู่ “ประชาธิปไตย” ได้อย่างแท้จริง ตามที่สังคมใฝ่ฝัน

เนื่องเพราะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ครอบงำโดย คมช. ได้มีความพยายามแทรกแซง ทั้งบนดิน ใต้ดิน อย่างต่อเนื่อง เพื่อ “บิดเบือน-เบี่ยงเบน” เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไปสู่ “เป้าหมาย” รัฐธรรมนูญของ คมช. โดย คมช. เพื่อ คมช.

“เป้าหมาย” ตามแผนบันได 4 ขั้นของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร สะท้อนถึงวลีอมตะการเมืองที่ว่า “ชนชั้นใดร่างกฎหมาย ย่อมร่างกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้น”

เช่นว่านี้ การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อยู่ภายใต้เงาร่าง คมช. จึงไม่อาจสลัดคราบ “รัฐธรรมนูญทหาร” ให้หลุดพ้นไปได้จากเงาในกระจก

เมื่อ “รัฐธรรมนูญ 2550” ที่ไม่มีความชอบธรรมแต่เบื้องต้น จึงไม่อาจพิจารณาลงไปในเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ว่าเป็นอย่างไร

ความไม่ชอบธรรมเบื้องต้นที่ว่า

ประการหนึ่ง กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากคณะรัฐประหารมีอำนาจในการเเต่งตั้ง มิได้มาจากการประชาชน

อีกประการหนึ่ง วิธีการคัดเลือกสมัชชาเเห่งชาติ จำนวนไม่เกิน 2,000 คน ไม่โปร่งใส เเละขาดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก หรืออีกประการหนึ่ง ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวกำหนดให้คณะรัฐประหารเเต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกรณีพิเศษได้อีก 10 ท่าน

โดยเฉพาะเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่มีกระบวนการ “จัดตั้ง” ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในเรื่องความไม่เป็นกลางทางการเมือง

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จึงถูกกล่าวขานว่าเป็น “รัฐธรรมนูญ อำมาตยาธิปไตย” แม้แต่กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ยังระบุว่า การทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คือการสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองให้กับกองทัพ ซึ่งตรงข้ามกับกระบวนการประชาธิปไตย

เช่นว่านี้ ตลอดเส้นทางจากวันทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สู่วันเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 เราจึงเห็นสิ่งบอกเหตุ เห็นถึงความผิดปกติ รับรู้ “ธง” ที่โบกสะบัด ส่งสัญญาณต่อกระบวนการเลือกตั้ง ส.ส. 23 ธันวาคม 2550 ไม่อาจเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมได้อย่างแท้จริง

มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงกระบวนการเพื่อสกัดกั้น “ขั้วอำนาจเก่า” ไม่ให้กลับเข้าสู่อำนาจรัฐ ที่ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น ซ่อนเร้นวาระแอบแฝงในหลากรูปแบบ

ความผิดปกติที่มีการเปิดเผยอย่างแจ่มชัดไปแล้วในเรื่อง “เอกสารลับ” เพื่อสกัดกั้นอำนาจเก่า และเป็นความผิดปกติซ้ำ ที่ “เอกสารลับ” ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 4 ต่อ 1 เป่าคดีทิ้ง พลิกมติจาก “ดำ” เป็น “ขาว” สะท้อนการทำหน้าที่ กกต.อยู่ในระนาบเดียวกันกับ คมช.

ความผิดปกติของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่ไม่เป็นไปอย่างยุติธรรม โดยที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ต่างรับรู้อย่างลึกซึ้งถึงการถูกกดดันจากกลไกรัฐ โดยเฉพาะการข่มขู่ คุกคามของฝ่ายทหาร

ความผิดปกติ ที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็พร้อมเปิดเผยชื่อ-ชั้นยศทหาร ที่เข้าไปคุกคามในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ปล่อยข่าวโคมลอย ทว่าอำนาจรัฐกลับไม่ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง

ความผิดปกติที่มีความพยายามคุกคามผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน อย่างต่อเนื่อง โดยปาระเบิดเข้าใส่ที่ทำการพรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ 3 ริมถนนสุคนธสวัสดิ์ ย่านลาดพร้าว ค่ำวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา และในวันเดียวกันก็มีการจับทหารยศนายสิบพร้อมอาวุธสงครามครบมือ ที่สะกดรอย ติดตาม ป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ที่จังหวัดลำพูน มานานหลายวัน

ความผิดปกติที่ “กลไกรัฐ” ขับเคลื่อนไปในทิศทางเพื่อขัดขวาง สกัดกั้นผู้สมัคร ส.ส. ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ขณะที่ฝ่ายตรงกันข้าม กลับได้รับความสะดวกอย่างอิสระ

ความผิดปกติที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลูกในไส้ คมช.พยายามเร่งรีบ ผลักดันการผ่านร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ที่มอบอำนาจให้ทหารอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ไม่ต่างจากการ “ปฏิวัติเงียบ” โดยฝ่ายนิติบัญญัติจัดตั้ง ยึดอำนาจ มอบให้กับทหารอย่างกว้างขวาง ไม่ต่างจากการ “เขียนเช็คเปล่า”

ความผิดปกติที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนอกเขตจังหวัดและในเขตจังหวัดกว่า 3 ล้านคน โดยที่การเก็บหีบบัตรนาน 1 สัปดาห์ ได้สร้างข้อเคลือบแคลงสงสัยความโปร่งใส

ความผิดปกติที่มีการสร้างกระแส แม้พรรคที่ชนะเลือกตั้ง มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด ก็ไม่อาจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ความผิดปกติที่มีความพยายามจับขั้วตั้งรัฐบาลล่วงหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคประชาราช ทั้งที่ยังไม่ทราบผลเลือกตั้ง

ความผิดปกติที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะประธาน ครส. เข้าพบ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสข่าว “เลื่อน-ล้มเลือกตั้ง”

ความผิดปกติที่ นางสดศรี สัตยธรรม ออกมาตอกย้ำ ยืนยันมีการข่มขู่จาก “อำนาจมืด” ต่อ 5 กกต.ส่งสัญญาณในระนาบเดียวกับ “เลื่อน-ล้มเลือกตั้ง”

“ล้ม” และ “เลื่อนเลือกตั้ง” เพื่อยืดระยะเวลาการบดขยี้ “ขั้วอำนาจเก่า” โดยที่มุ่งหวังผลเบี่ยงเบนผลเลือกตั้ง ให้ผิดจากโพลล์ที่ตอกย้ำในชัยชนะของพรรคพลังประชาชน

ความพยายาม “ล้ม” และ “เลื่อนเลือกตั้ง” สะท้อนถึงแผนบันได 4 ขั้น ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกาศตามล้างเผ่าพันธุ์ขั้วอำนาจเก่า ไม่สัมฤทธิ์ผล

แผนบันได 5 ข้อ ที่ว่า
1. ยุบพรรคจะต้องเกิดขึ้น
2. คดีคอร์รัปชั่นจะปรากฏ
3. พรรคจะเริ่มแตกและวิ่งกระจัดกระจาย
4. คดีจะสิ้นสุด และ
5. ลงประชามติของร่างรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้ง ส.ส.

เป็นแผนบันได 5 ขั้น ที่คณะรัฐประหารไม่อาจฆ่าขั้วอำนาจเก่าให้ตายได้

“ฆ่าทักษิณไม่ตาย”

ทั้งหมดนี้เป็นความผิดปกติ บนความหวาดระแวง เมื่อข้ออ้าง 4 ข้อ ในการทำรัฐประหารล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ข้ออ้าง 4 ข้อ เหตุแห่งการทำรัฐประหารที่ว่า
1. ประชาชนแตกความสามัคคี ขาดความสมานฉันท์
2. มีการทุจริตคอร์รัปชั่น
3. มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
4. เรื่องแทรกแซงองค์กรอิสระ

ผ่านมากว่า 1 ปี ข้ออ้างเหล่านี้ ไม่สามารถพิสูจน์ให้สังคมเห็นได้อย่างกระจ่างชัด ซ้ำร้ายผ่านมากว่า 1 ปี รัฐบาลภายใต้อุ้งมือทหาร กลับทำประเทศชาติติดหล่มอยู่ในหลุมวิกฤติเศรษฐกิจ และปัญหาสังคมอย่างรอบด้าน สวนทางกับยุค “รัฐบาลทักษิณ” ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น “ผู้นำประเทศ” แห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้นำแห่งการพัฒนาประเทศอย่างครบถ้วนรอบด้าน โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม ที่ยกคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยขึ้นมาสู่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า

นโยบายหลากหลายได้รับความนิยมจากประชาชน เช่น การพักชำระหนี้เกษตรกร โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการทุนการศึกษาเด็กยากจน ฯลฯ เป็นนโยบายที่ครองใจประชาชนอย่างเหนียวแน่นผลงานครองใจประชาชน ที่สะท้อนกลับมาอย่างเหนียวแน่นในรูปแบบผลสำรวจโพลล์ทุกสำนัก ที่ตอกย้ำ ยืนยันการเลือกตั้ง ส.ส.23 ธันวาคม จะเป็นชัยชนะของพรรคพลังประชาชน เป็นผลสำรวจโพลล์ที่มั่นคงอันสะท้อนชัยชนะเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน ไม่เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ออกสตาร์ทจนผ่านเข้าสู่โค้งสุดท้าย

เป็นชัยชนะอย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางการเผชิญปัญหา อุปสรรค แผนสกัดกั้น ทั้งเกมบนดินและใต้ดิน

เป็นชัยชนะท่ามกลางความหวาดระแวงของกองทัพ ภายใต้กำกับ คมช.ที่แสดงอาการหวาดหวั่นอย่างหนัก

เป็นความหวาดระแวงของ “คณะรัฐประหาร” ที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมประชาโลก

หวั่นไหวอย่างหนักที่กำลังเข้าสู่วาระสุดท้ายแห่งการสิ้นสุดอำนาจ โดยถูก “มติประชาชน” โค่นล้มอำนาจเผด็จการ ในผลการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550


จาก Thai E-News