WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 1, 2008

คมช.เคลียร์ใจ [1 ก.พ. 51 - 19:12]

กลับมาแล้วครับ...หลังจากหายหน้าหายตาไปเสียนาน เหมือนมนุษย์ล่องหนไม่มีผิด ผิดกับตอนที่รั้งเก้าอี้ประธาน คมช.นั้นเห็นหน้าเห็นตาให้สัมภาษณ์วันละ 3 เวลา ครั้นพอไม่เห็นหน้า

ก็เลยถามกันความห่วงใยว่าคนชื่อ “สนธิ บุญยรัตกลิน” หายไปไหน ถึงกับลือว่าแอบไปหลบตัวดูสถานการณ์ที่ต่างประเทศ

หรือร้ายไปกว่านั้นระบุด้วยว่า “ลี้ภัย” ไปแล้ว ครับ...ก็เล่นกันแรงพอสมควร เพราะคนถูกยึดอำนาจยังอยู่ฮ่องกงยังไม่กลับประเทศ แต่คนที่ทำการปฏิวัติต้องเผ่นไปอีกคนเลยหรือ

สุดท้ายก็กลับมาแล้ว เพราะเดินทางไปประเทศตะวันออกกลางนัยว่าก็เรื่องปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้นั่นแหละ และกลับมามาดใหม่ และเผยนัยสำคัญด้วยว่าให้กำลังใจรัฐบาลใหม่ทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไป

ที่สำคัญบอกด้วยว่า ได้ต่อสายถึงอดีตนายกฯเรียบร้อยโดยผ่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อว่าเป็นใคร

คงไม่ใช่ “มือที่มองไม่เห็น” แน่

การที่ พล.อ.สนธิ ระบุเช่นนี้ น่าจะบอกได้ว่าอย่างน้อยคงได้มีการเคลียร์ใจกันระดับหนึ่ง และน่าจะมีเงื่อนไขต่อรองเพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลาย หากจะพูดง่ายๆก็น่าจะหมายถึงว่าอดีตนายกฯคงจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อสู้คดี

และ คมช.ก็คงจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวคือปล่อยให้ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม และเช่นกันเรื่อง “เช็กบิล” ก็น่าจะจบกันไป

เรียกว่า “ปรองดอง” ระดับ “หัว” น่าจะง่ายกว่า

แต่คงไม่ได้หมายความว่า พล.อ.สนธิ จะเข้าร่วมรัฐบาลไปเป็นรัฐมนตรี เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้

วันนี้ต้องบอกว่าต่างคนต่างอยู่น่าจะดีที่สุด

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่ พล.อ.สนธิจะเดินทางกลับประเทศไทย คมช.ได้มีการประชุมเต็มทีมและได้ข้อสรุปว่าต้องการ ที่จะแถลงยุติบทบาทเป็นการอำลาและแจงถึงเหตุผล 4 ประการ ที่ต้องทำการปฏิวัติ

แต่เมื่อ พล.อ.สนธิ มาอีกบทหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะงัดเอาเรื่องนี้ออกมาพูดอีกหรือเปล่า เพราะถ้าหยิบขึ้นมาพูดอีกมันก็ยิ่งจะสร้างกระแสขัดแย้งขึ้นมาอีก ซึ่งนักการเมืองในค่ายพลังประชาชนนั้นตั้งท่ารอจังหวะอยู่แล้ว

เพียงแต่ว่าคงจะมีคำสั่งพิเศษไม่ให้นำเรื่อง “เช็กบิล” ออกมากดดันทหาร เพราะคงไม่ต้องการเริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้า

จริงๆแล้วเหตุผล 4 ข้อ ที่ คมช.ยึดอำนาจนั้นก็รู้กันดีว่าปฏิบัติตามที่ประกาศเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นไปตามนั้นการเมืองวันนี้คงไม่ออกมาอีหรอบนี้หรอก

คมช.ต้องยอมรับสภาพความจริงว่า 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นความล้มเหลวที่ไม่สามารถทำให้ประเทศนี้สูงขึ้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังเกิดปัญหาตามมาอีกพอสมควร โดยเฉพาะเศรษฐกิจยังกู่ไม่กลับ

การเมืองก็ยังอยู่ในรูปแบบเดิม แถมคืนกลับมามีอำนาจ

“ยกแผง” เสียอีก มีทางเดียวก็คือคืนกองทัพกลับเข้ากรมกองยอมรับความจริงว่า การยึดอำนาจรัฐประหารนั้นไม่มีทางแก้ไขปัญหาของประเทศได้

ยืนอยู่บนพื้นฐานทหารอาชีพ ไม่ยุ่งการเมือง รักษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับการเมืองให้พอดี เพราะถ้าทหารไปสุมหัวกับการเมืองเมื่อใดก็ยุ่งเมื่อนั้น อย่างสมัยอดีตนายกฯทักษิณนั้นชัดที่สุด

เพราะถึงที่สุดแล้วคนไทยและประเทศไทยต้องรับเคราะห์ ทุกที

แต่เขาจูบปากกันแล้วด้วยเพราะจบเตรียมทหารสถาบันเดียวกัน....

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

รักเหมือนเดิม [1 ก.พ. 51 - 19:15]

การเมืองยุคใหม่เริ่มเดินหน้าบรรยากาศอบอุ่นดี

เพราะช่วงนี้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีซ้อนกัน 2 คน

คนเก่า (เบอร์ 24) กำลังจะพ้นตำแหน่งไป คนใหม่ (เบอร์ 25) กำลังจะเข้ามารับไม้แทน

หวังว่าการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลลากตั้งไปสู่รัฐบาลเลือกตั้ง จะไม่ทำให้ ประชาชนผิดหวังอย่างที่แล้วๆมา

อดีตที่ผ่านไปคือบทเรียน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพื่อให้อนาคตของประเทศไทยคืนสู่ปกติโดยเร็ว!!

การที่ “อดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติ” กับ “อดีตนายกฯที่ถูกปฏิวัติ” ยกหูโทรศัพท์คุยกัน เพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ขาดหายไปหนึ่งปีกับสี่เดือน

“แม่ลูกจันทร์” แปลกใจเล็กน้อย แต่ ก็ขออนุโมทนา

เพราะความสมานฉันท์คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. และกำลังจะเป็นอดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่าเพิ่งได้คุยเปิดใจกับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร โดยมีคนกลางเป็นผู้ประสานการเจรจา

เป็นการพูดคุยฉันพี่ฉันน้อง ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่เกี่ยวกับ คมช.

เพียงแต่พี่บังอยากบอกน้องแม้วว่า แม้สถานการณ์เปลี่ยนไปแต่ความรักผูกพันระหว่างพี่น้องยังไม่เปลี่ยนแปลง

เป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวของเราสองคน

ถามว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาล พล.อ.สนธิ อดีตประธาน คมช. จะคุยโทรศัพท์เคลียร์ใจกับอดีตนายกฯที่ตัวเองโค่นล้มหรือไม่??

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าไม่คุย

เพราะถ้าแผนบันได 4 ขั้นเข้าเป้า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาล ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมก็คงไม่ผิดฝาผิดตัว??

แต่ในเมื่อผลเลือกตั้งไม่เข้าเป้า อดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติ ผู้ใช้แผนปฐพี 149 โค่นล้มรัฐบาลไทยรักไทย ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

ยอมให้พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลตามกติกา

เป็นอันว่าภารกิจของ คมช.ต้องจบเกม

เมื่อเกมจบแล้วการพูดคุยปรองดองกันได้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี

ดีทั้งส่วนตัวและดีสำหรับส่วนรวม

พล.อ.สนธิ บอกว่า การปฏิวัติที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ที่สังคมจะพิจารณา

สำหรับ “พล.อ.สนธิ” เห็นว่าการที่ คมช.

คืนอำนาจให้ประชาชนจนมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยถือเป็นความสำเร็จของการปฏิวัติ 19 กันยายน

ทุกฝ่ายต่างได้บทเรียนจากการปฏิวัติไปพอสมควร

รัฐบาลใหม่ก็ยืนยันจะไม่มีการล้างแค้นใดๆ จะตั้งหน้าทำงานเพื่อประชาชนอย่างเดียว

ฝ่าย คมช.เองก็ยอมรับรัฐบาลที่มาจากประชาชน กองทัพพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลใหม่ โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรอง

ส่วนข้อหาทุจริตต่างๆ ก็ปล่อยให้ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยไม่ มีการแทรกแซง

ถ้าทุกฝ่ายยึดมั่นตามหลักการ วิกฤติการเมืองก็จะคลี่คลาย

สำหรับตัว “พล.อ.สนธิ” การลงจาก หลังเสือได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่าโชคดี

ขอให้ยอมรับความจริงว่าการปฏิวัติไม่ใช่ทางแก้ปัญหาการเมือง

แต่ทำให้บ้านเมืองยิ่งเสื่อมทรุดลง

นักปฏิวัติไม่เคยได้เป็นวีรบุรุษของประ-ชาชนในระยะยาว

บั้นปลายของการปฏิวัติทุกครั้งไม่เคยจบอย่างสวยงาม

คนที่ร่วมกันปฏิวัติมักจะแตกคอกันเอง

ความคิดจะสืบทอดอำนาจเผด็จการไม่เคยสำเร็จซักครั้งเดียว

ขอให้การปฏิวัติครั้งนี้เป็นครั้งสุด ท้ายเถอะนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว

ครม.'สมัคร1'อุแว้ อุ้ม'สันติ' คืนกลับคมนาคม [1 ก.พ. 51 - 05:35]

หลังจากมีข่าวนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ขอให้แกนนำพรรคพลังประชาชนสับเปลี่ยนรายชื่อบุคคลบางคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้ภาพพจน์ของรัฐบาลออกมาดีไม่มีเสียงยี้นั้น ล่าสุด นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า การจัดโผ ครม.เรียบร้อยลงตัวแล้ว และได้ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้เลขาธิการ ครม.ไปตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อป้องกันความผิดพลาด


“สุรพงษ์” เผยจัดโผ ครม.ลงตัวแล้ว

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่พรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. โดย นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี ทั้งในส่วนของพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรคเรียบร้อยแล้วครบทุกกระทรวง 35 ตำแหน่ง โดยรายชื่อบุคคลจากพรรคต่างๆที่เสนอให้เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารแต่ละพรรคที่ส่งรายชื่อให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายสมัครได้พิจารณาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่บริหารกระทรวงต่างๆเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเรียกนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. มาพบเพื่อนำรายชื่อดังกล่าวไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ขั้นตอนนี้คาดว่าใช้เวลา 1-2 วัน

บลัฟสื่อเก็งโผไม่ตรง

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า 3 พรรคการเมืองที่แถลงร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2550 นั้น มีความลงตัวและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ สำหรับการพิจารณาคัดเลือกบุคคลมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ยอมรับว่านายสมัครได้หารือกับแกนนำพรรคบางคนด้วย เมื่อถามว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของ ครม.ทั้งคณะรวมถึงนายกฯด้วยหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า ต้องตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมดให้ครบถ้วนอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้มั่นใจว่ารายชื่อทั้งหมดจะมีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น เมื่อถามว่า รายชื่อ ครม.ที่สื่อมวลชนนำเสนอไปนั้นถูกต้องหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า รายชื่อที่สื่อนำเสนอไปไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนมีอยู่ คงเป็นความเห็นของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดข้อมูลบางคนบางด้านเท่านั้น และน่าจะมาจากแหล่งข่าวที่อยากให้บุคคลที่ตัวเองสนับสนุนเป็นข่าวและได้เป็นรัฐมนตรี สำหรับในวันที่ 1 ก.พ. แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดนัดประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงร่างนโยบายรัฐบาล ที่โรงแรมสุโขทัย

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ

Thursday, January 31, 2008

คัมภีร์ปิศาจ

อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์กำลัง
เริ่มต้น
1 ทำเนียบ 2 ผู้ครอบครอง จะพาประเทศนี้
ไปสู่ความวุ่นวายหรือสันติสุข เป็นอนาคตของชาติ
ที่จะต้องได้พบได้เห็น
ไม่ใช่ความผิดของผู้เล่น แต่เป็นความชั่ว
ของผู้เขียนกฎเกณฑ์กติกาต่างหาก
ชั่ว..ที่ไม่รู้ว่า..ระหว่างความคิดกับความเป็น
จริงนั้น..มันห่างไกลจนไม่สามารถวัดได้ด้วยปีแสง
ชั่ว..ที่ไม่รู้ว่า..รัฐธรรมนูญนั้นมันเขียนขึ้น
มาด้วยอคติส่วนตนหรือของคนทั้งคณะ
ไม่ได้..รัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนอยู่ได้และสร้างชาติ
ให้ยิ่งใหญ่เยี่ยงอังกฤษ อเมริกา นั้น มันมีน้อย
มาตราแต่มันขีดเขียนกันขึ้นมาจากจิตและ
วิญญาณของมหาชน
ล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้ง..พังนิติบุคคล..ผลัก
พ้นการเมือง..เรื่องเหมือนเป็นไปได้แต่มันเป็นไป
ไม่ได้ ความจริงก็คือความจริง ประชาธิปไตยของ
ไทยเดินมาไกลกว่าบาทาธิปไตยจะตามท่าน เลือด
เนื้อที่หลั่งไหลในสงครามกลางเมืองหลาย
ครั้ง..หยั่งรากแห่งประชาธิปไตยลึกเข้าไปเกินกว่า
จะถอนรากถอนโคน
เรา...จึงได้พบกับ..การไหวตัวแห่งแผ่นดิน
ที่สร้างแลนด์สไลด์ให้กับพรรคเกิดใหม่ คะแนน
ที่พร้อมจะทิ้งให้ใครก็ได้..ที่ไม่ใช่ฟากฝ่าย
เผด็จการ
วันนี้..หลังประชุมใหญ่แห่งสภาตัวแทน..เรา
มีประธานรัฐสภา เรามีนายกรัฐมนตรี และกำลัง
จะมีคณะรัฐมนตรี..
รัฐบาลที่เกิดขึ้นมานี้...ไม่ใช่รัฐบาลของ
ทักษิณ ชินวัตร..หรือ สมัคร สุนทรเวช..แต่เป็น
รัฐบาลที่ประชาชนกว่า 10 ล้านคนได้..สร้างขึ้นมา..
ถึงแม้ว่าจะมีแขนขาของอำนาจเผด็จการ
ผสมผสานเข้ามาบ้าง..แต่มันก็ยังเป็นรัฐบาลของ
มหาชน..มหาชนที่สู้ให้กับ ทักษิณ ชินวัตร มหาชน
ที่ยอมรับ สมัคร สุนทรเวช
มหาชนที่ใส่คะแนนให้กับ..ระบอบ
ประชาธิปไตย..ในหีบเสียงของพรรคพลัง
ประชาชน..เพื่อชนกับสารพัดอำนาจที่กดดัน
บีบคั้น..
มหาชน..สู้มาแล้วเพื่อประชาธิปไตยของ
เขา...แต่สงครามของประชาชนยังไม่จบสิ้น..
นักโทษที่ได้รับการจองจำจะต้องได้รับการปลด
ปล่อย..ผู้บริสุทธิ์จะต้องได้รับการพิพากษาบน
อำนาจตุลาการที่บริสุทธิ์
คัมภีร์ปิศาจ จะต้องได้รับการแก้ไข
รัฐธรรมนูญที่มาจากจิตวิญญาณของ
ประชาชน จะต้องบังเกิดขึ้น
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์


โผ "สมัคร1" คลอดแล้ว!

“สุรพงษ์” เผยนายกฯ “สมัคร” จัดสรรเก้าอี้ รมต.ลงตัว ส่งโผรายชื่อถึงเลขาธิการ ครม.ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว คาด 1-2 วันนำขึ้นทูลเกล้าฯ ด้าน "ประดิษฐ์" ส่งชื่อโควตา รมต.นาทีสุดท้าย


วันนี้ (31 ม.ค.) เมื่อเวลา13.30น.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคพลังประชาชนเพื่อยื่นรายชื่อรัฐมนตรีในกระทรวงที่เป็นโควตาของพรรครวมใจไทยฯ เพื่อส่งให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีพิจารณาก่อนนำขึ้นทูลเกล้าโดยมีนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนให้การต้อนรับ
จากนั้นเวลา 14.00 น. จึงได้แถลงข่าวร่วมกัน โดย นพ.สุรพงษ์ แถลงว่า นายกรัฐมนตรีได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสม ทั้งของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วและในวันนี้ (31 ม.ค.) ได้เรียกเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาพบเพื่อให้นำรายชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน หลังจากนั้นจะได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

นพ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า โผต่างๆตลอด 2 สัปดาห์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้วันนี้ที่ปรากฏเป็นโผมีหลายตำแหน่งไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนมีอยู่แต่รายชื่อ ครม.ที่ส่งให้เลขาธิการ ครม.ถือเป็นข้อสรุปแล้วแต่ผู้ที่รับผิดชอบไม่ควรเปิดเผย อย่างไรก็ตามในวันที่1 ก.พ.เวลา10.00น.จะมีการประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่จะมาร่วมร่างนโยบายการบริหารประเทศ ที่โรงแรมสุโขทัย

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ยังกล่าวถึงกรณีที่อดีตส.ส.ร.บางส่วนออกมาระบุว่านายสมัครอาจขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า นายสมัครและผู้ที่มีรายชื่อใน ครม.ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วซึ่งครบถ้วนทุกประการ ไม่มีปัญหา

คนไทยใน UK แสดงความยินดีรัฐบาลใหม่ ร้องทุกฝ่ายสามัคคีประคองปชต.

31 มกราคม 2551

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร นำโดยคุณวัฒนา เอ็บเบ็จซ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก แสดงความยินดีต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมอื่นๆ อีก 5 พรรค เชื่อรัฐบาลประชาธิปไตย จะนำประเทศไทยไปสู่ความศิวิไลซ์ รวมถึงพารัฐนาวาฟันฝ่าปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างลุล่วง ท้ายสุดสนับสนุนท่านสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ และเรียกร้องให้ทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนที่รักประชาธิปไตย ให้รักใคร่สามัคคีปรองดอง เพื่อภารกิจรักษาประชาธิปไตยต่อไป

อนึ่ง กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร ถือเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชนที่มีสถานะแอคทีฟที่สุด ที่จัดตั้งอยู่นอกประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม
พลังปัญญาชนคนต่างแดนนำโดยคุณอาคม ซิดนีย์ ที่คอยเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนฟากประชาธิปไตย ในการดำเนินการต่อสู้กับลัทธิเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา



จาก Thai E-News

นายกฯเตรียมส่งรายชื่อ ครม.ให้เลขาฯ ครม. ตรวจก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

กรุงเทพ 31 ม.ค.- นายกรัฐมนตรีได้พิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมส่งให้เลขาธิการ ครม.ตรวจคุณสมบัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายในวันสองวันนี้

น.พ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 35 คน เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำรายชื่อทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยได้

ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า ทางพรรคได้นำรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมตามมติคณะกรรมการบริหารพรรค มอบให้นายสมัครแล้ว ยืนยันในส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้ 2 ตำแหน่ง ไม่มีการถูกเปลี่ยนตามที่เป็นข่าว - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-31 15:06:39

มีชัย ยินดี สมัคร ร่วมรุ่นนิติศาสตร์ นั่งนายกรัฐมนตรี

รัฐสภา 31 ม.ค. - “มีชัย ฤชุพันธุ์” ขอเวลาให้รัฐบาลใหม่พิสูจน์การทำงาน ยินดี “สมัคร สุนทรเวช” เพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ 01 นั่งนายกฯ ปัดให้ความเห็นขาดคุณสมบัติ โยน ส.ส.ยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนใหม่ รัฐบาลใหม่ และทิศทางการเมืองไทย ว่า ชีวิตคนเราต้องอยู่ด้วยความหวัง และต้องหวังในทางที่ดี ไม่ใช่ทางร้าย ถ้าคิดดี พลังดีก็จะออก ถ้าคิดไม่ดีพลังไม่ดีก็จะออก อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูการทำงานก่อน

“ผมไม่อยากคาดการณ์ทางร้าย เพราะไม่เป็นผลดีกับคนที่คาดการณ์ และคนถูกคาดการณ์จะหมดกำลังใจ ผมไม่อยากแนะนำรัฐบาลใหม่ เพราะผมวนเวียนอยู่ในทางการเมืองมานาน จึงรู้ว่าไม่ควรแนะนำใคร” นายมีชัย กล่าว

ส่วนโอกาสที่รัฐบาลใหม่จะถูกแทรกแซงทางการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า ต้องรอดู และการที่มีคนมองเช่นนี้ เป็นการบอกรัฐบาลในตัวว่า ต้องระมัดระวัง และควรให้โอกาส

สำหรับกรณีที่นายสมัครอาจขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็น ส.ว. มาก่อน นายมีชัย กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นปัญหาที่เชื่อว่า ในที่สุดจะมีการวินิจฉัย เพราะมีกลไกอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจจะพิจารณา และเป็นประเด็นทางการเมืองที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ต่อข้อถามว่า เรื่องคุณสมบัติของนายสมัครและเรื่องคดี จะทำให้ประเทศหยุดชะงักหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไร ตราบใดที่ยังมีแต่ความสงสัย และ สนช.ไม่น่าจะเคลื่อนไหวยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความคุณสมบัติของนายสมัคร เพราะเป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะไปดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับ สนช.

ส่วนที่มีแนวโน้มว่า รัฐบาลใหม่อาจเสนอให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญบางประเด็นที่มีปัญหา นายมีชัย กล่าวว่า สามารถทำได้ แต่การทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ต้องศึกษาอย่างรอบคอบทุกเรื่อง และต้องใช้เวลาเป็นปี ดูปัญหาและอุปสรรค และควรมีคณะบุคคลไปศึกษารอบด้านทุกแง่มุม เพราะหากหยิบเรื่องหนึ่งมาแก้ อาจกระทบกับเรื่องอื่นได้

นายมีชัย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลใหม่อาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ว่า เป็นเรื่องทางการเมือง แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้
นอกจากนี้ นายมีชัย ยังฝากถึงนายสมัคร ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น นิติศาสตร์ 01 ว่า ดีใจที่นิติศาสตร์ 01 เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 แล้ว เมื่อถามว่า จะฝากอะไรเพิ่มเติม โดยเฉพาะท่าทีการพูดจาของนายสมัคร นายมีชัย หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “นายสมัครเป็นเช่นนี้มานานแล้ว”

เมื่อถามว่า คิดว่านายสมัครจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายมีชัย กล่าวเพียงว่า มาจนถึงขั้นนี้แล้ว และเป็นรูปแบบหนึ่งที่สร้างขึ้นจนคนชอบ และเลือกนายสมัครด้วยคะแนนท่วมท้น อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงสื่อมวลชน เวลาตั้งคำถาม ควรตั้งให้ดี คิดให้รอบคอบ ส่วนจะมีผลกระทบต่อประเทศหรือไม่ เป็นเรื่องที่เจ้าตัวจะไปคิดเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมัคร จะสามารถถูกครอบงำได้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า อย่าคิดในแง่ร้าย และอย่าคิดล่วงหน้า.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-01-31 15:13:20

กกต.โยน อนุกรรมการฯ พิจารณาส่งวีซีดี ยงยุทธ ให้ตำรวจตรวจสอบ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุม กกต. วันนี้ (31 ม.ค.) ได้พิจารณากรณี นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือขอให้ กกต. ส่งวีซีดีหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งจังหวัดเชียงราย ให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ โดยที่ประชุมมอบให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ที่มีนายสุวิทย์ ธีระพงษ์ เป็นประธานพิจารณา เพราะสำนวนทุจริตจังหวัดเชียงราย อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ อาจมองว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็น ดังนั้น กกต. จึงอยากให้พิจารณาก่อน แต่ถ้าเห็นว่า ควรนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ก็ให้คณะอนุกรรมการฯ เสนอกลับมาได้. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-31 17:06:23

‘สมัคร'เปิดใจหลังได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้แถลงเปิดใจภายหลังจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า
"กระผม นายสมัคร สุนทรเวช ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ไว้วางพระราชหฤทัยแต่งตั้งให้ผมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขอเรียนท่านที่เคารพที่มาร่วมในงานนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมในการแสดงความยินดีในงานซึ่งผมจะมารับหน้าที่ ซึ่งร่วมกับท่านทั้งหลายในบางส่วนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน กระผมเดินทางมาในเรื่องของการเมือง ตลอดชีวิตผมค่อนชีวิตอยู่ในวงการเมืองตั้งแต่การเมืองท้องถิ่น จนมาเป็นการเมืองระดับชาติ เป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ย้อนกลับไปทำงานท้องถิ่น และก็ตั้งใจว่าจะเกษียณอายุทางการเมืองในตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ได้รับเลือกตั้งมาแล้ว ทำหน้าที่อยู่เพียง 5 เดือน ก็เกิดการปฏิวัติยึดอำนาจ
เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ได้มีโอกาสและมีผู้คนที่รวบรวมกันมา สามารถจะตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีจิตวิญญาณทางการเมือง ซึ่งผู้คนนั้นยังมีศรัทธาอยู่ ผมก็รับทำหน้าที่ ขอประกาศให้ท่านทั้งหลายได้ทราบทั่วกันว่า ผมเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ชื่อพรรคพลังประชาชน ผมมีสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งมา 233 คน แล้วก็มาจัดคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด แล้วก็จะเริ่มดำเนินการ เมื่อได้เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตามกฎหมายแล้ว ตามหน้าที่แล้ว ก็จะทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองนี้
ขอประกาศให้ผู้คนทั้งหลายที่อยู่ในบ้านเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นพวกพ้อง หรือจะเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบหน้ากัน ได้รู้ว่าผมเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองนี้ ผมทำงานการเมือง แน่นอนผมเคยเป็นมาแล้วทุกตำแหน่ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ผมยืนยันกับท่านทั้งหลายว่า ผมจะทำการนี้ได้ ใครต่อใครจำนวน 24 ท่าน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาแล้วนั้น ก็เป็นคนไทยเหมือนกับผม มีความรักชาติ มีความผูกพันในศาสนา และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ผมได้พูดเสมอ ว่าในจิตใจคนไทยนั้น ชีวิตจิตใจความผูกพันนั้น อยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ และเราอยู่กันมาได้ตลอดรอดฝั่งจนถึงวันนี้ ไม่ได้นับย้อนหลังไปเพียงสิบ เพียงร้อย แต่นับได้หลายร้อยปี เรายังดำรงสถาบันนี้อยู่ และสถาบันนี้ก็จะอยู่คู่ประเทศไทยไปอีกนาน ใครก็ตามแต่ที่บังอาจในอดีต ได้เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำการเหยียบย่ำผู้คนอื่น โดยการกล่าวหาว่าเขาไม่จงรักภักดี ข้อหานี้เป็นข้อหาร้ายแรง ผมแน่ใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเสียงข้างมาก ที่ได้แสดงตัวเลขให้เห็น ด้วยตัวเลข 233 นั้น อย่างน้อยที่สุดไม่ได้เกี่ยวกับโรงศาล แต่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ว่าคนที่ถูกกล่าวหานั้น เขาไม่ได้ไม่จงรักภักดีอย่างที่ไปกล่าวหากัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของชีวิตของคน ทั้งชีวิต ทั้งครอบครัว ที่โดนเกิดเหตุ
ผมเป็นนักการเมือง ผมเห็นว่าเมื่อผมจะสามารถทำการเมืองเพื่อพิสูจน์ได้ ผมก็ทำการเมืองนี้ และบัดนี้เป็นข้อพิสูจน์ ผมขอให้ใครก็ตามแต่ที่เคยดูหมิ่นถิ่นแคลนคนด้วยการเขียนหนังสือ ด้วยการว่ากล่าว ด้วยการพูดจาถากถาง เหมือนกับผมเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ เป็นคนที่ไม่เคยรู้เรื่องต่างๆ นั้น ผมขอยืนยันว่าท่านต้องให้เวลาผมทำงานนี้
นายกรัฐมนตรีคนที่แล้วทำงานมา 16 เดือน ท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับผม ท่านเชี่ยวชาญเรื่องการทหาร และไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการอื่นเลย แต่ท่านก็ถือหางเสือดูแลบ้านเมืองนี้ได้มาปกติ ผมเป็นนักการเมือง ผมรู้ในเล่ห์กลการเมือง วิธีการเมือง การบริหารบ้านเมือง ไม่ทุกแขนง แต่คนที่มานั้นมากันทั้งคณะรัฐมนตรี ผมไม่ได้บริหารบ้านเมืองนี้คนเดียว ขอให้ท่านเชื่อใจเถอะครับว่า ผมจะทำหน้าที่ดูแลงานของบ้านเมืองนี้ งานการเมืองที่บริหารกันนั้น มันเหมือนรถยนต์นะครับ ถ้าใครเห็นรถยนต์คันใหม่ รุ่นใหม่ที่สุด จะขับนั้น ถ้าขับเป็นแล้วเพียงแต่ถามว่าพวงมาลัยมันอยู่ข้างไหน เกียร์มันเกียร์กระปุก หรือเกียรติออโตเมติก มันจะมีเครื่องละออกละเอียดตรงไหน ถ้าหน้าฝนก็ดูว่าปัดน้ำฝนอยู่ตรงไหน ปลอดภัยก็ดูเบรค ดูน้ำมันเครื่อง ดูน้ำมันเต็มถัง เปิดแท้งตรงไหน เปิดหน้าตรงไหน เปิดหลังตรงไหน เท่านั้นล่ะครับ เราออกขับ ใครโชคดีก็ขับถนนใหญ่ 8 ช่อง 9 ช่อง 10 ช่อง ขับไปไม่มีปัญหา ใครโชคไม่ดีก็อาจจะเล่นขับตอนกลางคืน ขับถนนขรุขระ ขับถนนขึ้นเนินขึ้นเขา ขับถนนซึ่งไม่เป็นปกติ
แน่นอนครับ ผมมาเป็นหัวหน้ารัฐบาล และจะขับรถคันนี้ในเวลาที่ไม่ปกติ ผมขอวิงวอน โปรดให้ความสนับสนุนรัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่ เป็นรัฐบาลผสม จะชั่วดีถี่ห่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน มาจากพรรคการเมืองที่ตั้งใจด้วยกัน 6 พรรค จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้
ขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน ขอบพระคุณโทรทัศน์ทุกช่องที่ช่วยถ่ายทอด ไม่มีโอกาสไหนหรอกครับจะพูดกับประชาชนคนไทยได้ในเวลานี้
ขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ล่ะครับ ไม่รีบร้อน ไม่ลุกลน และไม่ได้ถือว่าจะต้องมีฤกษ์งามยามดี แต่จังหวะนั้นเท่านี้พอเพียงครับ ขอยืนยันว่าที่ต้องพูดอย่างนี้ เพราะสถานการณ์ที่ผ่านมานั้นบังคับให้ผมต้องพูด ผมถูกดูหมิ่นดูแคลนจากผู้คนในแวดวงหนึ่ง ซึ่งผมจะไม่ออกชื่อ ผมยอมอดทนอดกลั้น และผมจะอดกลั้นต่อไป ผมจะทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองนี้ด้วยความรับผิดชอบอย่างที่ได้ประกาศเมื่อสักครู่นี้ ขอท่านทั้งหลายได้โปรดให้กำลังใจด้วย ขอบพระคุณครับ"


จาก hi-thaksin