WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 1, 2008

โฉมหน้าครม. สมัคร รัฐนาวาประชาธิปไตย

นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช (พปช.)

รองนายกรัฐมนตรี

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี (พปช.)
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ (พปช.)
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ (ชท.)
นายสุวิทย์ คุณกิตติ (พผ.)
นายสหัส บัณฑิตกุล (พปช.)


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายจักรภพ เพ็ญแข (พปช.)

รมว.มหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง (พปช.)

รมช.มหาดไทย นายสุพล ฟองงาม (พปช.)
นายพงศกร อรรณนพพร (พปช.)
ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (พผ.)

รมว.กลาโหม นายสมัคร สุนทรเวช (พปช.)

รมว.คลัง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี (พปช.)

รมช.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ (รช.)

รมว.ต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ (พปช.)

รมว.พัฒนาสังคมฯ นายสุธา ชันแสง (พปช.)

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ (ชท.)

รมว.เกษตรฯ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล (ชท.)

รมช.เกษตรฯ นายกมล จิระพันธุ์
นายธีระชัย แสนแก้ว

รมว.คมนาคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ (พปช.)

รมช.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี
นายอนุรักษ์ จุรีมาศ (ชท.)

รมว.ไอซีที ดร.มั่น พัธโนทัย

รมว.พลังงาน พ.อ.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลพ (รช.)

รมว.พาณิชย์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ (พปช.)

รมช.พาณิชย์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ (พปช.)
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ (พผ.)

รมว.วิทย์ นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ

รมว.ศึกษาธิการ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (พปช.)

รมช.ศึกษาธิการ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน

รมว.อุตสาหกรรม นายสุวิทย์ คุณกิตติ (พผ.)

รมว.แรงงาน นางอุไรวรรณ เทียนทอง (ปชร.)

รมว.สาธารณสุข นายไชยา สะสมทรัพย์ (พปช.)

รมว.ยุติธรรม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พปช.)

รมว.วัฒนธรรม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ

'นพดล'ปัด'ทักษิณ'กลับไทยทันทีหลังโปรดเกล้านายกฯ-ครม.

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงข่าวที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับไทย ภายหลังจากที่มีการโปรดเกล้านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ว่า ยังไม่ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่แผนการเดิมคือจะกลับไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเดินทางกลับก่อนเดือนพค. แต่คงไม่ใช่ทันทีที่มีการโปรดเกล้านายกฯ และคณะรัฐมนตรี

นายนพดล กล่าวว่า ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ 30 มกราคม เป็นการพูดคุยเรื่องคดีกับเรื่องการให้สัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่พล.อ.สนธิ บอก พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่ามีการพูดคุยกันจริง ท่านบอกว่า เป็นการคุยกันระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้องนักเรียนเตรียมทหาร เป็นการสร้างความเข้าใจกันและกัน เพื่อให้บ้านเมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ก็เป็นแนวโน้มที่ดี

นายนพดล กล่าวว่า หากตนได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ต่างประเทศ งานที่จะต้องรับผิดชอบนั้น ตอนแรกมีความพยายามที่ออกไปในทำนองส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก ท่านทักษิณก็พร้อมจะเดินทางกลับมาอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำทางกฎหมายให้ท่านมา กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทางอัยการก็ไม่เริ่มกระบวนการเลย เราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินภาษี เพื่อนำผู้ร้ายข้ามแดน เพราะท่านพร้อมที่จะกลับมาอยู่แล้ว

ส่วนงานกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นการเฉพาะหน้าคือการใช้ทีมงานต่างประเทศออกไปหาตลาดการค้า การลงทุน เน้นเศรษฐกิจ จะต้องทำงานหนัก ทำงานเชิงรุก เพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ เอาความเชื่อมั่นของประเทศคืนมา

ประชาทรรศน์ ตูน

ขุดรากถอนโคนเผด็จการ

รู้สึกสมเพชเวทนากับคณะรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา เสียเต็มประดา เพราะขณะนี้คนในเครือข่ายที่เคยอุ้มชู ไม่ว่าจะเป็นนักการสื่อสารมวลชน นักการเมือง นักเคลื่อนไหว ได้ออกมาว่ากล่าวติฉินนินทากันเองเสียแล้ว


“การปฏิวัติลวงโลก” บ้าง
“การปฏิวัติต้มตุ๋น” บ้าง
“รัฐประหารปาหี่” บ้าง
“มวยล้มต้มคนดู” บ้าง
“ซูเอี๋ยทางการเมือง” บ้าง

หลังจากที่ หัวหน้าคณะก่อการ บอกว่าได้ โทรศัพท์ไปพูดคุยกับคนที่ตัวเองโค่นอำนาจเขา กันตั้งนานแล้ว

“มีคนกลางติดต่อประสานให้ และยื่นโทรศัพท์ให้เขาพูด เป็นการพูดคุยกันอย่างพี่น้อง เพราะเป็นเตรียมทหารเหมือนกัน โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการเมือง” คือสิ่งที่หัวหน้าคณะก่อการรัฐประหาร ได้เปิดเผยกับประชาชนเป็นครั้งแรก

และเรียกร้องต่อสื่อมวลชนที่ถามข่าวในทำนองตัดพ้อต่อว่า “มวยล้ม” “ซูเอี๋ย” “ปฏิวัติสูญเปล่า” ด้วยการอ้างว่า "อย่าไปตีความอย่างนั้นสิ นักข่าวไปเขียนอย่างนี้ไปคิดอย่างนี้ได้ยังไง เขียนให้เป็นเรื่องความสมัครสมานสามัคคีของชาติบ้านเมือง"

นัยที่สำคัญกว่านั้นคือ การออกอาการเริ่มสำนึกผิดในการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ “กองทัพถือเป็นบทเรียน”

อันที่จริง กองทัพไทยควรจะถือเอาเหตุการณ์ เดือนตุลาคม เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม เป็นบทเรียนกันมาตั้งนานแล้ว จะได้ไม่มี 19 กันยายน 2549 เขียนเอาไว้สอนสั่งกันใน โรงเรียนนายร้อย 3 เหล่าทัพ อันประกอบไปด้วย โรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนเสนาธิการทหาร ปลูกฝังสอนสั่งกันกระทั่งโรงเรียนนายสิบ ด้วยยิ่งดีใหญ่ เพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้ว่า ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า จะยิ่งใหญ่กว่าปวงประชามหาชน

ฝ่ายเผด็จการ ที่สุดจะต้องพบกับจุดจบแห่งความพ่ายแพ้ต่อ ฝ่ายประชาธิปไตย

ทหารควรจะเป็นทหารประชาธิปไตย ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองด้วยการทำปฏิวัติรัฐประหารอีก

ปัญหามีอยู่ว่า โรงเรียนที่ผลิตนายทหารเหล่านี้ จะกล้าพอที่จะยอมรับความจริงหรือไม่

บ้านเมืองของเรา ไม่เจริญ ประชาชนคนยากจนเต็มแผ่นดิน อดอยากปากแห้งอยู่ในขณะนี้ ทั้งที่เรามีเป้าหมายเมื่อ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ว่าเราจะแข่งกับ ญี่ปุ่น แล้วเราลดชั้นมาเรื่อยๆ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี วันนี้ตกชั้น ตกกระป๋อง ไปแข่งกับ เวียดนาม เสียแล้ว

เพราะเราเสียเวลากับ คณะนายทหาร ที่ มัวเมา ในอำนาจ ยึดอำนาจการปกครองไปจากพลเรือน ยึดอำนาจการปกครองไปจากทหารกันเอง อาศัยใบบุญกลไกประชาธิปไตยมานั่งแถวหน้ากุมอำนาจรัฐ

ทั้งที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน ไม่ได้มีที่มาที่มีการกลั่นกรองเลยแม้แต่น้อย

คนมีขุมกำลัง ไม่ได้หมายความว่าจะมีปัญญาความรู้ในด้านการบริหารชาติบ้านเมืองให้พัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้เสียเมื่อไร

ประเทศไทยของเราที่ว่าเป็นประชาธิปไตยมา 60 ปี มองย้อนกลับไปเราจะพบว่า ทหารครองอำนาจมากกว่าพลเรือนกว่า 80% ทั้งทางตรงและทางอ้อม

วันนี้ บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ยังมี กากเดนเผด็จการ คอย ซุ่มเงียบ เพื่อรอจังหวะและ โอกาสเปิดช่อง เปิดทาง เปิดรู ให้ทหารเข้ามาอยู่ ทั้ง สื่อสารมวลชน นักการเมือง เอ็นจีโอ ศักดินาชั่วช้า อำมาตย์สามานย์ และทุนเก่า ผนึกกำลังกันอยู่มิเสื่อมคลาย

ตราบใดที่ยังมีพวกเหล่านี้เชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม ฟันธงได้ว่า ปัญหานี้ยังไม่ยุติเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะคนเหล่านี้ไม่หวังอะไร นอกจากจะ หวังผลประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้นเอง

บ้านเมืองจะพัฒนาไปได้ ต้องมาหยุดชะงัก จะเดินไปข้างหน้า ต้องมา หยุดชะงัก ขัดแข้งขัดขา กันแบบนี้ไปอีกนานไหม

แล้วต่อไปเราจะไปแข่งกับใคร เมื่อเราลดชั้นคู่แข่งขันของเราลงมาเรื่อยๆ แบบนี้

ดังนั้นเราต้อง จับจ้อง ตรวจสอบ กลุ่มคนที่จ้องคุกคามประชาธิปไตย ทั้งหลาย ให้จงหนัก เพราะเขายังไม่หยุดพฤติกรรมคุกคามประชาธิปไตย ยังอี๋อ๋อกับเผด็จการทหารมาครอบครองประเทศ พวกเขาพร้อมจะเปิดประตูให้เข้ามาปล้น...ประชาธิปไตย ได้ทุกเวลา เหมือนครั้งก่อนที่ทำมา

ถึงเวลาที่เราควรจะขุดรากถอนโคนกันสักทีดีไหม


โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนั้น คืนสนอง

** “ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนั้น คืนสนอง” พบกันอีกแล้วครับกับ หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน ประจำวัน พฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2551 เป็นปีที่ 1 ฉบับที่ 79 ภายใต้สโลแกนสุดเก๋ “สื่อทางเลือกเพื่อสังคมไทย” วันนี้ แทง แทนไท เข้าประจำฐานรบ เตรียมพร้อมในที่ตั้ง เพื่อ สยบพวกมารทั้งหลาย ที่ วาดลวดลาย ก่อกวนการพัฒนาประชาธิปไตย รายงานตัวต่อผู้อ่านครับผม


** ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ สมัคร สนุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย ที่นำทัพฝ่าวิกฤติการทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง โดนทั้งกับดัก โดนทั้งกับระบิด โดนทั้งหมัด โดนทั้งศอก โดนทั้งเข่า ประเคนเข้าหา พฤติกรรมยิ่งกว่า หมาหมู่ข้างถนน แต่...ถึงจะโดนกระหน่ำอย่างไร สุดท้ายท่านนำ ส.ส. เข้าสภามาได้ด้วยเสียงท่วมท้น และ เสียงสนับสนุนตัวท่านจากพรรคร่วมรัฐบาล 310 เสียง ให้ขึ้นสู่เก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศไทย บรรดาประชาชน คนรากหญ้า ฝั่งฝาประชาธิปไตย แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในความสำเร็จที่ได้ทำร่วมกันในวันนี้

** สมัคร สุนทรเวช เคยบอกไว้ว่า “พลังประชาชน ได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วยังมาตั้งรัฐบาลแข่ง ไม่อายหรืออย่างไร” ยังไม่ทันไร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สวนกลับทันควัน “ได้เสียงเท่านี้แล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไม่อายกว่าหรือครับ” วันนี้รู้หรือยังว่า ใคร! น่า“อาย” กว่ากัน มีมิตรอยู่ตั้งมากมายก่อนการเลือกตั้ง ล้วนประกาศสนับสนุน แต่ทำไม มิตร จึง ทิ้ง ไปซะง่ายๆ จนต้องกลายเป็นพรรคที่ถูก “โดดเดี่ยว” ซะเองแบบนี้ หากหาคำตอบไม่ได้ โปรดกลับไปอ่านอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผู้ก่อตั้งได้เขียนเป็นหลักยึดเอาไว้ หากไม่เข้าใจอีกไม่รู้จะว่าอย่างไร อย่ามัวไปโทษฮวงจุ้ย พระแม่ธรณีบีบมวยผม เพียงอย่างเดียว เพราะนี่คือบทลงโทษ ม.7 อันแสน เจ็บปวดรวดร้าว

** แทง แทนไท เตือน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยความหวังดี คนรอบข้างที่นำมาใช้งานนั่นแหละ จะทำให้เสื่อมลงไปเรื่อยๆ ทั้งทีมงาน เลขานุการ ต่างคิดว่านายจะได้ตำแหน่งใหญ่โต กีดกันคนที่มีความคิดดีๆ เสียหมดองคาพยพสำนักงานของพรรค อะไรส่วนไหนที่อ่อนด้อยลงไปเพราะได้แม่บ้านพรรคที่ทำงานไม่เป็น จนคนเขาว่า วัฒนธรรมเงินเป็นใหญ่ กลับมาสู่พรรค วัฒนธรรมประจบสอพลอ กลับมาสู่พรรค ทำแบบนี้ระวังประวัติศาสตร์ “กลุ่ม 18 มกรา” จะหวนกลับมา

** ขอส่งเสียงเชียร์ท่าน ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. มากประสบการณ์ ที่เสนอให้มีการ รื้อกฎหมาย ที่ออกโดย สภาเผด็จการ มาทบทวนใหม่ทั้งหมด อะไรเอาเก็บไว้ อะไรไม่ดีให้เปลี่ยนเสียใหม่ โดยเฉพาะกฎหมายให้คุณประโยชน์กับพวกแกนนำ ผู้สนับสนุน หรือพวกฝักใฝ่เผด็จการ ควรขุดรากถอนโคนโดยพลัน และ แทง แทนไท ขอฝากให้แก้ไขกฎหมาย “เมาแล้วขับ” ที่ต้องโทษ จำคุกโดยไม่รอลงอาญา เป็นโทษที่ หนักเกินไปหรือไม่ อย่างไร หาก “เมาแล้วขับ” ไป ทำความเสียหาย อันนั้นสมควร แต่ “เมาแล้วขับ” โดย ไม่ได้ทำความเสียหาย ให้ใคร เพียงเจ้าหน้าที่ไปตรวจเจอ เอาโทษแค่เบาะๆ ก็พอเพียง แล้ว เพราะเขายัง ไม่ใช่อาชญากร ทีพวก ปล้นประชาธิปไตย ไปจากประชาชน ไม่เห็นโดนลงโทษหนักแบบนี้บ้าง จะได้หลาบจำ

** ท่านผู้อ่านหลายคนคงจะรออ่านว่า วันนี้ แทง แทนไท จะสาวไส้วงการสื่อสารมวลชนที่ใด ฉบับใด มาให้อ่านกันอีกบ้าง ขอย่ำอยู่กับที่กระทืบ เอ้ย...ซอยเท้าอยู่ที่สื่อสำนักหลักสี่ “แนวหน้า” ที่มี วารินทร์ พูนศิริวงศ์ เป็นหัวเรือใหญ่ มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นนักเขียนฝีมือขมัง วันนี้ แทง แทนไท ใช้ให้คอลัมนิสต์ชื่อ...ไปตรวจสอบเรื่องการทำงานของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในปี 2550 ที่ผ่านมา ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างสื่อสิ่งพิมพ์ ในการประโคมเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีสื่อสิ่งพิมพ์หลายสิบฉบับยื้อแย่งจะเอางบประมาณนี้กันให้ได้ ทั้งเครือบางนา ทั้งเครือท่าเรือ ทั้งเครือประชาชื่น ยื่นหน้าสลอน และมีการเจรจาต้าอวยกันพอสมควร งานนี้ 5 ฉบับนี้เอาไปก่อน ฉบับอื่นมีงานใหญ่รออยู่เอาทีหลัง เรียกว่า “ฮั้วประมูล” หรือไม่ ไม่ทราบ ช่วยตอบที

** ราคาค่าโฆษณาสมเหตุสมผลหรือไม่ กับหนังสือยอดพิมพ์ไม่กี่พันเล่ม คณะกรรมการคัดเลือกมาได้อย่างไร ยอดพิมพ์ไม่เกิน 2,000-4,000 เล่ม ยอดขายล่ะจะวันละเท่าไรกันเชียว น่าแปลกไหม ฉบับที่ว่านี้ได้ไปหน้าตาเฉย แถมจุดยืนท่าที หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ไม่ได้เข้าข้างฝั่งฝาประชาธิปไตย ซบอิงพิงแอบ เผด็จการ ยังจะเอางบประมาณไปสนับสนุนเสียอีก เรื่องแบบนี้ต้องเอามาบอกกล่าวคนอ่าน เขาจะได้ รู้ความสารเลว ความชั่วช้า ของคนวงการ สื่อสารมวลชน ไม่เชื่อไปถาม น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ท่านน่าจะรู้เรื่องนี้ดีคนหนึ่งทีเดียว ท่านรู้เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างการ ทำงานหลวง กับ งานเอกชน แม้เพียง สลึงเดียว ก็เอื้อประโยชน์ให้กันไม่ได้ ไม่งั้น “ติดคุก” ก่อนตาย แถม “อดสูบไปป์” ล่ะยุ่งเชียว

** เวรกรรมประเทศชาติ หรืออย่างไรไม่รู้ได้ ที่ องค์กรพัฒนาเอกชน หลายองค์กร บางองค์กรตั้งชื่อเสียดิบดี “คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย” แต่ 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา ดันไปเข้าฝักเข้าฝ่ายกับทหาร ตกอยู่ในอุ้งมือ ขุนทหารโฉดชั่ว และ อำมาตยาชั่วช้า ไม่กี่คน ไม่รู้วันนี้ ติดยศ ติดปีก ติดบั้ง กันที่หน้าอก บ่า แขน ขา กันมากน้อยแค่ไหน เพียงไร องค์กรนี้ มีที่มาที่ไปที่สวยงาม หลังเหตุการณ์ เรียกร้องประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ เดือนตุลามหาวิปโยค นี่ยังเดินหน้าออกมาป่าวประกาศเรื่องการตั้งรัฐบาลใหม่อีก บอกตามตรง ชาวบ้านเขา เบื่อๆๆๆ เซ็งๆๆๆ กับกลุ่มสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายเหล่านี้กันเต็มประดาแล้ว หยุดๆ เพลาๆ ลงเสียบ้างเถิด บ้านเมืองจะได้เดินหน้า จะมาเตะถ่วง กันทำไม...ไม่เข้าท่า

** ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน สามารถดูได้แล้ว ผ่าน www.prachatouch.com ช่วงนี้ยังเป็น ช่วงทดลองระบบ อยู่ ใครอยากจะ นำเสนอให้แก้ไขปรับปรุง เขียนมาบอกได้ เพราะ การปรับปรุงครั้งนี้ เราได้เพิ่ม การแสดงความคิดเห็น เข้าไปด้วย เพื่อให้ ผู้เยี่ยมชมเว็บ ได้มี ส่วนร่วม ใน การเมืองการปกครอง ถือเป็น เวทีภาคประชาชน อีกทางหนึ่ง

คอลัมน์ สามเหลี่ยมดินแดง


นายกฯส่งรายชื่อครม.ให้เลขาครม.ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

31 ม.ค.) นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.สมัคร 1

โดยนพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมในการเป็นคณะรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค คือ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช โดยรายชื่อบุคคลจากพรรคต่างๆ ที่จะเสนอให้เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคต่างๆ และส่งรายชื่อให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชาชนไปแล้ว นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ 3 พรรคการเมือง ที่แถลงร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2550 มีความลงตัว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ส่วนกระแสข่าว รมช.กลาโหม ที่มีข่าวว่านายสมัครไปทาบทามนั้น ตนขอไม่พูด และการพิจารณานั้น ขอเรียนว่านายสมัครอาจจะหารือกับแกนนำพรรคบางคนด้วย

“ การที่นายประดิษฐ์มาในวันนี้ เพื่อยื่นมติพรรครวมใจไทยฯ ในการเสนอบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีของพรรครวมใจไทยฯ ให้นายสมัคร โดยพรรคมองว่า น่าจะเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมในการทำงาน แต่วันนี้ชัดเจนเบื้องต้นแล้วว่า การกำหนดบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีนั้น นายสมัครพิจารณาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่บริหารกระทรวงต่างๆเรียบร้อยแล้ว โดยบุคคลที่จะเป็นรมว.และรมช.นั้น ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นายสมัครได้เรียกนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. มาพบเพื่อนำรายชื่อของผู้ที่ได้รับการเสนอจากพรรคต่างๆ ให้เป็นรัฐมนตรี ไปตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนที่จะทูลเกล้าฯ ซึ่งขั้นตอนคาดว่าน่าจะใช้เวลา 1-2 วัน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติผู้จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมด ก่อนจะทูลเกล้าฯ” เลขาธิการ พปช.ระบุ

เมื่อถามว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของ ครม.ทั้งคณะ ร่วมถึงนายกฯด้วยหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบต้องตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมดให้ครบถ้วนอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้มั่นใจว่ารายชื่อทั้งหมด จะมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

ต่อข้อถามว่า รายชื่อ ครม.ที่สื่อมวลชนนำเสนอไปนั้น ถูกต้องหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า รายชื่อครม.ที่สื่อนำเสนอไปนั้น ขอย้ำว่าไม่ตรงกับที่ตนมีอยู่เลย แต่มันเป็นความเห็นของแหล่งข่าว ที่ใกล้ชิดข้อมูลบางคนบางด้าน ไม่ใช่ทั้งหมด และข่าวต่างๆที่ออกมานั้น น่าจะมาจากแหล่งข่าวที่อยากให้บุคคลที่ตัวสนับสนุน เป็นข่าวและได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้เห็นได้ว่า รายชื่อครม.ที่สื่อมวลชนเสนอไปนั้น เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะมันไม่ตรงกับสิ่งที่ตนมีอยู่ และไม่ขอบอกว่ารายชื่อที่สื่อมวลชนเสนอไปนั้น ตรงกับสิ่งที่ตนมีอยู่เท่าใด

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ในวันที่ 1 ก.พ.เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมสุโขทัย จะประชุมแกนนำพรรคต่างๆ เพื่อร่วมกันหารือการร่างนโยบายรัฐบาลร่วมกัน

ด้านนายประดิษฐ์กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่ตนมาที่นี่ และได้มอบมติกรรมการบริหารพรรครวมใจไทยฯ ที่เสนอผู้ที่เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งในการบริหารราชการ โดยเป็นมติพรรคที่เคยยื่น และให้ข้อตกลงในการประกาศร่วมจัดรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2550 ไปแล้ว โดยพรรครวมใจไทยฯ ได้รับการมอบหมายให้ดูแล กระทรวงพลังงาน และตำแหน่ง รมช.คลัง และการมายื่นหนังสือต่อนายสมัตรวันนี้ พรรคได้ระบุบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีด้วย แต่คงไม่เหมาะสมหากจะมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลดังกล่าวก่อนทูลเกล้าฯ

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนขอแลกกระทรวงพลังงาน จากพรรครวมใจไทยฯ กับกระทรวงสาธารณสุข และการมาในวันนี้เพื่อขอยื้อ นายประดิษฐ์กล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องยื้อคงไม่มี เพราะเรื่องนี้คุยกันมานานตั้งแต่ช่วงแรกของการหารือเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว


คิงพาวเวอร์ ชนะ แฉยุค สะพรั่ง โกง

“คิง พาวเวอร์” ได้เฮ! ศาลแพ่งให้ความคุ้มครองชั่วคราว สามารถดำเนินธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิต่อไปได้ตามปกติ พร้อมสั่งห้ามกรรมการ ทอท. ให้ข่าวที่ส่งผลกระทบ ขณะที่ผู้ถือหุ้นและพนักงานเตรียมรวมตัวเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการฯ ที่บริหารงานจนกำไรหดหาย แฉการบริหารงานยุค “พล.อ.สะพรั่ง” พบความไม่โปร่งใสสารพัดโครงการมูลค่ามหาศาล ระบุประธานบอรด์หนีไม่พ้นความผิด มีสิทธิ์ถึงติดคุก

เมื่อเวลา 9.25 น. วันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 2441/2550 มีบริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จำกัด เป็นโจทก์ และ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย

โดยโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เพื่อขอศาลให้คุ้มครองแก่โจทก์ให้ดำเนินการทำธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติ โดยฝ่ายจำเลย คือ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จะต้องไม่ขัดขวางโดยการกระทำใดๆทั้งสิ้นที่จะก่อให้เกิดการขัดขวางในการทำธุรกิจแบบปกติ รวมตลอดถึงให้ความคุ้มครองบริษัทคู่ค้ากับโจทก์ และพนักงานของบริษัทคู่ค้ากับโจทก์ด้วย

อ่านรายละเอียด ประชาทรรศน์

แก้วสรร ออกท่าตีกันทนายทักษิณเลื่อนชี้แจ้ง

นายแก้วสรร อติโพธิ หนึ่งในกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงการประชุม คตส.ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ว่า จะมีวาระการพิจารณา คือ คดีการทุจริตจัดซื้อพันธุ์กล้ายางพารา 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคดีบ้านเอื้ออาทร โครงการร่มเกล้า-บางพลี


ส่วนคดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวและพวกพ้อง ที่มีข่าวว่าขอเลื่อนการชี้แจงออกไปนั้น หากจะขอเลื่อนจริง ขอให้เขียนคำร้องพร้อมระบุเหตุผลอธิบาย ซึ่งการพิจารณาให้เลื่อนหรือไม่ ต้องดูว่าเลื่อนออกไปแล้วผู้ถูกกล่าวหาจะมีหลักฐานอะไรใหม่ๆ มาแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่


อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คดี คณะอนุกรรมการไต่สวน ได้สรุปสำนวนเสร็จแล้ว ซึ่งการเสนอให้ คตส.พิจารณาครั้งนี้ เพื่อให้ คตส.มีมติส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งฟ้องต่อศาลต่อไป จึงถือว่า คตส.จะทำงานเสร็จสิ้นตามแผนที่กำหนดไว้เพิ่มอีก 2 คดี

ไม่ใช่ร่างทรง

ใครที่คิดว่า สมัคร สุนทรเวช เป็นเพียงนายก
รัฐมนตรีร่างทรง หรือเป็น “นอมินี” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ถึงวันนี้อาจต้องเปลี่ยนใจเสียแล้ว
เพราะคุณสมัครได้ออกมาแสดงบทบาทในการเป็น
นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มตัว ในการฟอร์มคณะรัฐมนตรี
ครั้งนี้
หลายตำแหน่งถูกเปลี่ยนกะทันหัน เพราะนายกฯ
สมัคร ไม่เห็นด้วย!! คุณสมัครต้องการตัดชื่อ “ยี้” ทิ้งไป
หลายคน เป็นใครบ้างก็คงรู้ๆ และเห็นกันอยู่
ชัดเจนที่สุดว่า สมัครไม่ใช่ “นายกฯ หุ่น” ก็น่าจะ
เป็นคำพูดที่ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า
ท่านไม่เห็นด้วยกับรายชื่อรัฐมนตรีบางกระทรวง
และต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่?? ซึ่ง
คุณสมัครก็ตอบสวนทันที
“ไหนบอกว่าผมเป็นหุ่นไง บ่ายนี้ผมจะเข้าร่วม
ประชุมกรรมการบริหารพรรค ตอนนี้ชื่อของรัฐมนตรี
ยังไม่เสร็จสิ้น บ่ายๆ เขาจะมาดูกัน
แต่ยังไม่ใช่ว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมด แล้วจะมีการ
นัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยเร็ว ไม่ช้าแน่นอน
ตอนนี้ต้องรอให้เสร็จกระบวนการก่อน จวนเสร็จแล้ว”
กระทรวงใหญ่และสำคัญอย่างกระทรวง
คมนาคม พาณิชย์ และศึกษาธิการ จึงมีการแก้ไข
ปรับกันใหม่ในเกือบนาทีสุดท้าย
ตามที่คุณสมัครเสนอ!!
การเสนอรายชื่อคนเป็นรัฐมนตรีในเบื้องต้นนั้น
ทางแกนนำพรรคพลังประชาชนเป็นผู้ดำเนินการกันมา
แต่เมื่อมาถึงมือคุณสมัคร นายกรัฐมนตรี ก็ได้แสดง
ความไม่สบายใจต่อรายชื่อรัฐมนตรีบางคน
การแก้ไขจึงเกิดขึ้น!!
และในที่สุด ก็เป็นไปตามที่คุณสมัครต้องการ
ว่ากันไปแล้ว การฟอร์มคณะรัฐมนตรีในกรอบของ
การเป็น “รัฐบาลผสม” นั้น ค่อนข้างจะยากและเต็มไป
ด้วยอุปสรรคปัญหา
แต่เพราะความเก๋าของ สมัคร สุนทรเวช เรื่องยาก
ก็กลายเป็นเรื่องง่าย
อย่างกรณีกลุ่ม ส.ส.อีสาน ที่เดินทางไปกดดัน
คุณสมัครถึงบ้านพัก ยื่นหนังสือขอให้การจัดสรร
รัฐมนตรีมีความเหมาะสม หลังจากทราบว่า ส.ส.อีสาน
ได้รับโควตาน้อย ไม่เป็นไปตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.
คุณสมัครก็ไม่ออกมารับหนังสือเอง เพียงแต่
ให้เลขาส่วนตัวออกมารับหนังสือแทน
เมื่อเรื่องนี้เกิดเป็นข่าว อาจทำให้มีหลายฝ่ายหรือ
หลายคนเกิดอาการกังวล แต่เมื่อดูชื่อคนที่มายื่นหนังสือ
ให้เพิ่มรัฐมนตรีโควตาอีสานแล้วก็หายวิตก
เพราะคนที่มายื่นหนังสือร้อง คือ ส.ส.เจ้าเก่า
อย่าง พีรพันธุ์ พาลุสุข ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม
ที่คุ้นหูผู้คนในเรื่องทำนองนี้
มาถึงวันนี้ ผมกลับคิดว่าเรื่องที่ยากเย็นเข็ญใจกว่า
การฟอร์มชื่อคนเป็นรัฐมนตรี กลับเป็นปัญหาการปฏิเสธ
ไม่ยอมเอาทีมอารักขาและรถนำขบวน มานำหน้าเหมือน
นายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ
ซึ่งมันอาจขัดต่อระเบียบการให้ความปลอดภัยต่อ
นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผู้นำประเทศ
ท่านจะชอบหรือไม่ชอบ ก็น่าจะต้องรับกติกา
ซึ่งถือเป็นหลักการที่สากลโลกเขาทำกันไปก่อน
เพราะทุกวันนี้ท่านไม่ใช่ผู้จัดรายการ “ชิมไป-บ่นไป”
อีกแล้วนะครับท่าน
สองคม


ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

เถยจิตเป็นโจร

รัฐธรรมนูญเจ้ากรรม..ถูกตะแบงแต่ง
เรื่องขึ้นมาอีก..กลายเป็นว่า..ใครที่พ้นหรือเคย
เป็นวุฒิสมาชิกมาก่อนหน้า..
จะต้องห้ามตามมาตรา..116 ที่บัญญัติว่า
“สมาชิกวุฒิสภาจะเป็นรัฐมนตรี ผู้ดำรง
ตำแหน่งทางการเมืองอื่น หรือผู้ดำรงตำแหน่ง
ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมิได้”
“บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา
และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกินสองปี
จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
มิได้”
มาตรา 174 บัญญัติไว้ว่า..“ไม่เป็นวุฒิสภา
หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกภาพสิ้น
สุดลงมาแล้วยังไม่เกินสองปี นับถึงวันที่ได้รับ
การแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี”
ว่ากันตามนี้..ฐานะรัฐมนตรี ฐานะนายก
รัฐมนตรี..ก็จะมีหลายคนโดนห้าม..
และยังมีอีกหลายมาตราที่พรรณนา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ต่างกรรมต่างวาระ เพื่อ
ป้องกันมิให้ผู้สร้างกฎหมายใช้บัญญัติแห่ง
กฎหมายเพื่อตนเอง
แต่..รัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 305 วรรคสอง
บัญญัติไว้ว่า..ภายใต้บังคับมาตรา 296 วรรคสาม
มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 102(10) เฉพาะในส่วนที่
เกี่ยวข้องกับการเคยเป็นวุฒิสมาชิกสภา มาตรา
115(9) และมาตรา 116 วรรคสอง มาใช้บังคับ
กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการ
ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นครั้งแรกตาม
รัฐธรรมนูญนี้
ก็เป็นเรื่องดีที่ต้องตีความกันให้กระจ่าง
สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้คนโดยทั่วไป ได้
เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย..ว่านี่คือการต่อสู้
กันโดยสันติวิธี..นี่คือการถ่ายอำนาจกันโดยไม่มี
การบาดเจ็บล้มตาย..
แต่เป็นเรื่องน่าสงสารสำหรับคนที่อ่าน
รัฐธรรมนูญเพียงบางมาตรา แล้วเอามาสร้าง
เรื่องราวให้เกิดความสับสน และยิ่งคนๆ นั้นเป็น
ถึงครูบาอาจารย์ที่มีเถยจิตเป็นโจรด้วยแล้ว ยิ่งน่า
เวทนายิ่งขึ้นไปอีก
เราเชื่อว่า..กว่าจะนำเรื่องราวใดๆ ขึ้น
ทูลเกล้าฯ ถวาย..ประดาผู้มีความรู้ความเข้าใจ
ทั้งหลาย..จะต้องไตร่ตรองกันอย่างถี่ถ้วน..ไม่ให้
เกิดความบกพร่องผิดพลาด..
การตะแบงแต่งเรื่องโดยโป้ปดมดเท็จ..เพื่อ
หวังสร้างความวุ่นวายเข้าใจผิดในหมู่ชน..จึงเป็น
จิตวิญญาณโจรในเสื้อปัญญาชน..
แต่เพราะว่า..แค่ตั๋วเครื่องบินมันยัง
ปล้น..พอความแตกก็เอาตังค์มาจ่ายคืนแล้ว..ก็
ต้องอภัย
มันชั่วร้ายจริงๆ
พญาไม้


พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์