WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 4, 2008

สมัครโทษรธน.ใหม่ทำคนนอกไม่เข้ามาเป็นรมต.

นายกฯ โทษรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มุ่งกีดกัน ทักษิณ ทำให้คนนอกไม่ยอมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะแก้ไขช่วงปลายวาระ รัฐบาลชุดนี้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าการจัดสรรคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีหาได้ยาก เพราะคนนอก ไม่อยากเข้ามาเนื่องจากข้อกำหนด ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ทำไว้เพื่อกีดกันพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยังไม่เร่งดำเนินการในช่วงนี้เพื่อความยุติธรรม กับทุกฝ่ายเพราะหากมีการแก้ไขในตอนนี้ก็ต้องเลือกตั้งใหม่โดยจะทำก่อนครบวาระครม.ชุดนี้ 3 เดือน พร้อมกันนนี้นายกรัฐมนตรียังได้นำแมวประจำตระกูลชื่อแตงไทย สีขาวสลับเทา อายุ 18 ปี และฝองทอง สีทองปนขาว มาโชว์กับสื่อมวลชนและได้เล่าประวัติและความเป็นมาของแมวทั้ง 2 ตัว พร้อมกันนี้ยังได้แจกหนังสือสมัคร 60 ที่จัดทำขึ้นเมื่อวันครบรอบอายุครบ 60 ปี องตนและเปิดเผยหน้าที่มีคำนิยมจากพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

'สมัคร'ประเดิมงานแรกเร่งระบบราง-แก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

'สมัคร สุนทรเวช'เผยงานแรกเข้าบริหารประเทศ เร่งระบบขนส่งมวลชน และแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ จะหารือกับทางทหาร ก่อนลงพื้นที่

ภายหลังร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน ที่บ้านซอยนวมินทร์ 81ในวันนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้พูดคุยกับสื่อในเรื่องทั่วไปอย่างเป็นกันเอง ยอมรับว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังไม่ได้รับการติดต่อจากพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าจะหารือเกี่ยวกับเรื่องงาน ซึ่งถ้ามีการนัดหมายมา ก็พร้อม ไม่มีปัญหา และเมื่อช่วงเช้าที่ไปงานวันทหารผ่านศึก ยังได้พูดคุยกับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

งานแรกที่ต้องการเข้าไปดำเนินการ คือ เรื่องระบบขนส่งมวลชนใน กทม. และต่างจังหวัด ที่จะมีการขยายรถไฟฟ้ารางคู่แบบใหม่ เส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสรอบ กทม. จะขยายออกไปอีก 3 ทาง ทิศทางละ 30 กิโลเมตร ตามที่ได้วางโครงการไว้ก่อนหน้านี้ 9 สาย

'จะดำเนินการให้ทันในรัฐบาลชุดนี้ และพร้อมเร่งแก้ไขระบบน้ำทั้งระบบ โดยจะใช้ระบบที่เป็นลักษณะเดียว กับการขุดท่อทำรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยขุดผ่านภูเขาและจะทำอ่างเก็บน้ำแม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัดในภาคอีสาน'

นายสมัคร ยังกล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า จะให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ เมื่อถามว่าจะใช้แนวทางสมานฉันท์ของรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า แล้วแนวทางดังกล่าวสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะพูดคุยหารือแนวทางแก้ไขปัญหากับทางทหารก่อน และเตรียมลงพื้นที่ภาคใต้ แต่ยังไม่ระบุวันเวลาที่ชัดเจน

นอกจากนี้ นายสมัคร ได้นำหนังสือ เรื่อง 'สมัคร 60' มาแจกให้สื่อ พร้อมระบุว่ากำลังทำหนังสือเล่มใหม่ เรื่อง 'สมัคร 72' แต่ยังเหลือบทที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติที่ต้องเขียนเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้ นายสมัคร ยังเล่าประวัติแมวที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ชื่อ 'แตงไทย' 'ฝอยทอง' ส่วนแมวตัวโปรดไม่มี เพราะตายไปหมดแล้ว

สื่อเมืองผู้ดีเปรียบ 'สมัคร' เป็น 'เจมี่ โอลิเวอร์' พิธีกรอาหารชื่อดัง

สื่อเมืองผู้ดีเปรียบ 'สมัคร' เป็น 'เจมี่ โอลิเวอร์' พิธีกรอาหารชื่อดัง หยอกคนอยากเรียกรัฐบาลใหม่เป็น 'ครม.พ่อครัว' พร้อมเสนอสูตรทำ 'ขาหมูโคคา-โคลา' เล็งหวนคืนจอทำรายการอาหารต่อ อ้างไม่มีกม.ห้าม เผยอนาคตอาจเป็นไก๊ด์รายการท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ว่า หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ นำเสนอบทความเกี่ยวกับความสามารถในการปรุงอาหารของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี โดยนายเอียด แม็คคินนอน ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพฯ ซึ่งเปรียบเปรยการก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งครั้งนี้ว่า เหมือนกับคนอังกฤษเลือก เจมี่ โอลิเวอร์ พิธีกรรายการอาหารทางโทรทัศน์ชื่อดังของอังกฤษ (โอลิเวอร์ ทวิส) ไปเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อเขียนดังกล่าวระบุว่า นายสมัครเป็นเจ้าของรายการสาธิตการทำอาหารที่ส่วนใหญ่มักเป็นอาหารพื้นบ้านของไทย ทางสถานีโทรทัศน์ยาวนานต่อเนื่องกันถึง 7 ปี กระทั่งสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถูกปิดไปในที่สุด และระบุด้วยว่า อาจมีคนอยากเรียกคณะรัฐมนตรีของนายสมัครว่า 'คิทเช่น คาบิเน็ต' หรือ 'ครม.พ่อครัว' ก็เป็นได้

ในรายงานชิ้นดังกล่าว นอกจากนี้ นายแม็คคินนอน จะนำเสนอสูตรทำ 'ขาหมูโคคา-โคลา' ของนายสมัครควบคู่กันไปแล้ว ยังอ้างด้วยว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้นำเอาสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ีกลับมาภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะนำเสนอรายการสาธิตทำอาหารของตนต่อ และคาดหมายไว้ด้วยว่า จะมีรายการราว 1 ชั่วโมงทุกวันอาทิตย์ โดยอ้างว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรี พูดเรื่องเกี่ยวกับอาหาร ไว้แต่อย่างใด นอกจากนั้น ยังอาจเพิ่มเติมอย่างอื่นเข้าไปนอกเหนือจากการสอนทำอาหารด้วย

'นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ยังไปทำหน้าที่เป็นไก๊ด์ทัวร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศได้เลย ทำไมผมจะทำรายการท่องเที่ยวของผมบ้างไม่ได้ในอนาคต' นายสมัคร กล่าว

'องอาจ'ยก'ครม.เงา'บรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรค แถลงถึงการจัดตั้ง ครม.ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่าแม้การจัดตั้ง ครม.จะถือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมาก จากประชาชน แต่การดำเนินการก็ต้องคำนึงถึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถด้วยเพื่อไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์

โดยเฉพาะคำพูดที่นายสมัครระบุว่าครม.ชุดใหม่หน้าตาขี้เหร่บ้าง ก็น่าจะถือโอกาสปรับปรุงและรับฟัง ความเห็นจากสังคม เนื่องจากประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้กับพรรคพลังประชาชนไปแล้วจึงไม่ควรทำให้ผิดหวัง ในส่วนที่นายสมัครจะขอโอกาสในการทำงานจากสังคมนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมให้โอกาสทำงานอยู่แล้ว

แต่จะต้องไม่ใช่โอกาสที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์เพื่อพวกพ้อง จึงอยากให้ระวังในจุดนี้ด้วยเพราะว่า ผู้ที่มีรายชื่อในโผ ครม.ชุดใหม่ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ครม.รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งสิ้นดังนั้นอะไรที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสมก็ไม่ควรนำมาปฏิบัติใน ครม.ชุดใหม่ ทั้งนี้พรรคไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะให้โอกาสนายสมัครทำงาน นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมมากกว่า

นายองอาจ กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดตั้ง ครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์นั้นจะถือเป็นบรรทัดฐาน ทางการเมือง ในอนาคตว่ารัฐบาลใหม่จะต้องพร้อมถูกตรวจสอบจาก ครม.เงาตลอดเวลา รวมทั้งพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องพร้อม ที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อรัฐบาลให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกันบ้าง แต่พรรคตั้งใจว่าเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้วก็จะประกาศรายชื่อ ครม.เงาให้สังคมรับทราบทันที ซึ่งไม่ใช่การเปรียบเทียบแต่มองในแง่ความพร้อม ในการทำงานมากกว่า โดยคาดหวังว่านายอภิสิทธิ! ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคจะแต่งตั้งบุคคลที่มีความสามารถเป็น ครม.เงา ซึ่งพรรคมีบุคลากรที่ไม่ได้เป็น ส.ส.สามารถทำหน้าที่ได้ทันที เช่น นายกนก วงศ์ตระหง่าน นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ เป็นต้น

เอแบคโพลล์เผยคะแนนนิยม'สมัคร'เพิ่มขึ้น ประชาชนหนุนสานต่อประชานิยม

เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจ ประชาชน 95.8% เห็นด้วยรัฐบาลใหม่ต่อยอดนโยบายพรรคไทยรักไทย ในการแก้ปัญหายาเสพติดที่ไม่ใช่ฆ่าตัดตอน ระบุคะแนนนิยม'สมัคร'เพิ่มขึ้นหลังเป็นนายกฯ

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องรายงานดัชนีความสุขมวลรวมของคนไทย เดือน ม.ค. กรณีศึกษากับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 3,246 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2551

นายนพดลยังได้ชี้ให้เห็นถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อจุดยืนของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะนำนโยบายของพรรคไทยรักไทย ในอดีตมาต่อยอดใน การบริหารประเทศครั้งนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย เช่น 95.8% เห็นด้วยกับนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด ของพรรคไทยรักไทยในอดีต

ในมิติของความเอาจริงเอาจัง ที่ไม่ใช่การฆ่าตัดตอน 94.5% เห็นด้วยกับงานพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน 94.3% เห็นด้วยกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา 93.8% เห็นด้วยกับนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค 88.9% เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 83.2% เห็นด้วยกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 77.4%

เห็นด้วยกับการกระตุ้นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ 69.9% เห็นด้วยกับโครงการโคล้านตัว 69.2% เห็นด้วยกับผู้ว่า ซีอีโอ ในขณะที่เห็นด้วยน้อยสุดแต่ยังถือว่าเป็นส่วนใหญ่คือ 64.4% เห็นด้วยกับแนวคิดหวยบนดิน

นายนพดล กล่าวว่า ประเด็นหวยบนดินยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางสังคมในรัฐบาลชุดนี้ เพราะจะพบกับกระแสต่อต้านประมาณ 35 – 40% เนื่องจากอาจถูกมองว่าขัดต่อระบบคุณธรรม และหลักศาสนา ของสังคมไทย แม้คนไทยส่วนใหญ่อาจเห็นด้วยแต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็มีอยู่จำนวนมาก

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แรงสนับสนุนจากสาธารณชนต่อ นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งพบว่า สัดส่วนของผู้ที่สนับสนุนเพิ่มขึ้นจาก 44.3% ในการสำรวจก่อนได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มาอยู่ที่ 58.7% ในการสำรวจหลังจากได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

และเมื่อจำแนกตามกลุ่มคนที่เคยเลือกพรรคการเมืองต่าง ๆ พบว่า สัดส่วนของผู้สนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช เพิ่มขึ้นในทุกพรรคการเมืองเช่นกัน แต่ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มคนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทยมีสัดส่วนของผู้ไม่สนับสนุนมากกว่ากลุ่มคนที่เลือกพรรคอื่นๆ ตามลำดับ

'วีระ' เผยพบสมัครเมื่อวานเพื่อคุยสถานการณ์การเมือง

นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวระหว่างการอภิปรายเชิงวิชาการ เรื่อง 'วิพากษ์กระแสยุบพรรคการเมือง' ว่า การที่ตนและอดีตคณะแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ได้เดินทางไปพบกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมานั้น เป็นการเข้าพบเพื่อขอ ทำความเข้าใจกับนายสมัครว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันเป็นอย่างไร

โดยได้ถามนายสมัครว่า ขณะนี้นายสมัครมองว่าได้รับชนะแล้ว และกำลังเดินไปบนเส้นทางแห่งชัยชนะ หรือไม่ โดยนายสมัครได้บอกตนว่า ขณะนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปในอนาคตจะยังมีปัญหาอีกมาก แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะพยายามหาแนวทางที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งแบ่งขั้วเกิดขึ้นอีก

นายวีระ กล่าวถึงการยุบพรรคการเมืองว่า ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่มารวมตัวเพื่อสร้าง ความเป็นประชาธิปไตย และเมื่อมีการรวมตัวเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง แต่ก็ถือว่าเป็น พรรคการเมืองได้เช่นกัน ส่วนแนวทางที่ตนและนปก.จะดำเนินการต่อไปนั้น คือการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหา ของประเทศ โดยการมุ่งแก้ไขกฎเกณฑ์การบริหารประเทศ หรือรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ให้เร็วที่สุด

Sunday, February 3, 2008

พล.อ.บุญรอด เผย สมัคร เข้าใจ พ.ร.บ.จัดระเบียบ ก.กลาโหม ไม่ได้กีดกันรัฐบาล

กรุงเทพฯ 3 ก.พ.- “พล.อ.บุญรอด” เผยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าใจการออก พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เชื่อไม่มีแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นพลเรือน ไม่มีปัญหาการทำงาน

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการออก พ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ว่า คุยกับนายกรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงกลาโหมได้เตรียมการมานาน โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้ดำเนินการ และมีคณะกรรมการตรวจสอบ จนมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลนี้ เมื่อนำเข้าที่ประชุมสภากลาโหม ได้ปรับแก้และส่งให้คณะรัฐมนตรีทำการตรวจสอบ ก่อนเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมีคณะกรรมาธิการทหาร ตรวจสอบและให้ข้อคิดเห็นก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมาย

“เรื่องการโยกย้ายเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญที่ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงจึงเขียนไว้ในพระราชบัญญัติว่า การโยกย้ายจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาโดยลำดับ มีกรรมการของเหล่าทัพ กรรมการของกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรี” พล.อ.บุญรอด กล่าว

เมื่อถามว่า นายสมัคร ไม่ได้มองว่ากองทัพจงใจที่จะออกกฎหมายมาในช่วงนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องเจอกับ พ.ร.บ.นี้ เพราะช่วงที่ พ.ร.บ.ออกมายังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ดังนั้น จึงไม่ใช่การกีดกันรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดทั้งสิ้น

ต่อข้อถามว่า เชื่อว่า พ.ร.บ.นี้จะแก้ไขปัญหาการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้หรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า แน่นอน ในอดีตการแต่งตั้งโยกย้ายมีคำสั่ง ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ แต่การปฏิบัติไม่เป็นไปตามนั้น จึงมีผลทำให้เกิดการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เมื่อมี พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาแล้วจะช่วยป้องกันเรื่องดังกล่าว เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะไม่สามารถปรับแก้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายได้ แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถแก้ได้

“นายสมัคร เข้าใจว่ากฎหมายที่ออกมาตรงนี้ เป็นเรื่องที่คิดมานานแล้ว แต่ออกมาช่วงนี้พอดี ท่านเข้าใจ เจตนาท่านก็ไม่ได้ต้องการเข้ามาแทรกแซงอยู่แล้ว ท่านมีเจตนาที่ดี เป็นเรื่องดีที่ท่านไม่แทรกแซงอยู่แล้ว” พล.อ.บุญรอด กล่าว

เมื่อถามว่า ได้แนะนำนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถึงคนที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ได้ฝากในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก ได้ฝากเรื่องสิทธิกำลังพล การพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นเลิศในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้ถามว่าทหารผ่านศึกมีรายได้อย่างไรบ้าง จึงได้ชี้แจงให้ทราบ ส่วนเรื่องของกองทัพได้บอกถึงการลดกำลังพล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำสำเร็จแล้วโดยเฉพาะผู้ที่ตำแหน่งลอย นอกจากโครงการนี้เรายังมีระเบียบแต่งตั้งผู้ที่เกษียณแล้วกับผู้ที่จะมาครองอัตราใหม่ให้เหลือร้อยละ 25 ซึ่งทำให้ลดอัตรากำลังพลได้มาก


เมื่อถามว่า หากรัฐมนตรีกลาโหมเป็นพลเรือนจะมีปัญหาการทำงานหรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนที่เข้าใจเรื่องต่าง ๆ ง่าย และมีเจตนาที่จะไม่เข้ามาแทรกแซงอยู่แล้ว เมื่อฟังดูแล้วรู้สึกเข้าใจเจตนาซึ่งกันและกัน


ต่อข้อถามว่า มีความเป็นห่วงการทำงานของรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ต้องให้รัฐบาลทำงานไปก่อนระยะหนึ่ง ส่วนรัฐบาลเก่าเป็นเพียงพลเรือนที่รอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าทุกฝ่ายคงเอาใจช่วยรัฐบาล และรอคอยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่


“นายสมัคร ยอมรับเองว่าหน้าตาคณะรัฐมนตรีอาจยังไม่สวย แต่เราต้องให้กำลังใจและดูการทำงานให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศชาติไปให้ได้” พล.อ.บุญรอด กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-03 11:59:56

คตส.ทำหนังสือของบ19ล.ใช้สรุปสำนวนเชื่อไม่มีปัญหา

'แก้วสรร อติโพธิ' เผยคตส.ได้ส่งหนังสือของบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จำนวน 19 ล้านบาท เพื่อใช้ในช่วงสรุปสำนวนสั่งฟ้องศาล เชื่อไม่น่าจะมีปัญหา

นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. กล่าวว่า ขณะนี้ คตส.ได้ส่งหนังสือของบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จำนวน 19 ล้านบาท เพื่อใช้ในช่วงสรุปสำนวนสั่งฟ้องศาล ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และทางสำนักงบประมาณแล้ว ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกรอบของกฎหมาย จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ด้านนายกล้านรงค์ จันทลิก ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่องที่ คตส.ส่งมาให้ แต่ตามกระบวนการ เลขาธิการ ป.ป.ช.จะเป็นผู้รับ และนำเข้าที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. และในหลักการ ป.ป.ช.ต้องพิจารณาด้วยว่า มีงบประมาณเพียงพอที่จะสนับสนุนหรือไม่

'บุญรอด'ยันพรบ.กลาโหมไม่ได้กีดกันรัฐบาล

“พล.อ.บุญรอด” เผยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าใจการออก พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เชื่อไม่มีแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นพลเรือน ไม่มีปัญหาการทำงาน

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการออก พ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ว่า คุยกับนายกรัฐมนตรีเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงกลาโหมได้เตรียมการมานาน โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้ดำเนินการ และมีคณะกรรมการตรวจสอบ จนมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลนี้ เมื่อนำเข้าที่ประชุมสภากลาโหม ได้ปรับแก้และส่งให้คณะรัฐมนตรีทำการตรวจสอบ ก่อนเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมีคณะกรรมาธิการทหาร ตรวจสอบและให้ข้อคิดเห็นก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมาย

ส่วนกรณีนายสมัคร ไม่ได้มองว่ากองทัพจงใจที่จะออกกฎหมายมาในช่วงนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องเจอกับ พ.ร.บ.นี้ เพราะช่วงที่ พ.ร.บ.ออกมายังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ดังนั้น จึงไม่ใช่การกีดกันรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดทั้งสิ้น

สมัครโผล่ร่วมงานวันทหารผ่านศึกคุยบุญรอดยันไม่จุ้น

นายกรัฐมนตรี ใช้โอกาสร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันทหารผ่านศึก หารือเรื่อง พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม กับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ และบรรดาผู้นำเหล่าทัพ ยันไม่ก้าวก่ายและจะดูแลเฉพาะภาพรวม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางมาวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี 2551 เพื่อรำลึกถึงและสดุดีวีรกรรมของทหารผ่านศึก โดยได้พบกับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึง พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เข้าใจในกรณีดังกล่าว ตนตั้งใจเข้ามาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยงานทุกอย่างอยากให้ผู้นำเหล่าทัพเป็นผู้ดูแล ซึ่งตนจะดูในภาพรวมเท่านั้น ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ชี้แจงตอบกลับต่อ นายกรัฐมนตรีว่า พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม เป็นเรื่องบังเอิญที่เป็นข่าวออกไปกระทรวงกลาโหมได้ทำตามขั้นตอนในการผลักดันมานานแล้ว