WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 5, 2008

'กุเทพ' รับลูกฝัน 'สมัคร' ผันน้ำแม่น้ำโขงแก้ภัยแล้ง

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ในฐานะส.ส.ศรีสะเกษ กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการ วิพากษ์วิจารณ์นโยบายประชานิยมของรัฐบาลว่า รัฐบาลคงจะต้องเปิดใจกว้างรับฟังเสียงวิจารณ์ และจะนำคำ วิจารณ์มาปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามที่หวั่นเกรงกัน ส่วนกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมผลักดันนโยบายการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสานโดยการผันน้ำจามแม่น้ำโขงนั้น เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยมาตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้ว แต่ยังไม่มีใครพูดชัดเจนเท่านายกรัฐมนตรี ทั้งนี้หากดูจากยุทธศาสตร์โครงการดังกล่าวนอกจากแก้ปัญหาภัยแล้งแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝนได้ด้วย

ร.ท.กุเทพ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งครม.เงาเพื่อตรวจสอบรัฐบาลว่า ไม่อยากไปขัดคออะไร พรรคประชาธิปัตย์ แต่ฝ่ายค้านเองก็มีหน้าที่ ในการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไปสถาปนาตัวเองขึ้น มาและคิดรูปแบบที่ซับซ้อน ก็จะทำให้เกิดความสับสน ให้กับประชาชนว่า จะเรียกขานนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเงาว่าอะไร ทั้งนี้ตนเห็นว่าฝ่ายค้านควรที่จะเน้นหนัก ในเนื้อหาการตรวจสอบ มากกว่ารูปแบบ ดังนั้นขอฝากให้ไปคิดเรื่องนี้ให้ด ีเพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาต่อต้าน สิ่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับมาโดยตลอดและตนเห็นว่าครม.เงาก็ไม่มีกฎหมายมารองรับเช่นกัน

'ถ้าการตรวจสอบมีวาระซ่อนเร้น พยายามยุเยงตะแคงรั่วทำให้เกิดความทะเลาะเบาะแว้งไม่ตรงไปตรงมา ตั้งแต่ต้นก็ถือว่าไม่มีความสุจริต เรียกได้ว่าเป็นวิชามารที่พรรคประชาธิปัตย์สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น การตั้งครม.เงาไม่ได้ช่วยอะไรเลย' ร.ท.กุเทพกล่าว

'บิ๊กแอ้ด'ฝากรัฐบาลใหม่สานสมานฉันท์ดับไฟใต้

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้า กระทรวงมหาดไทยเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆประจำกระทรวงก่อนพ้นจากตำแหน่งโดยมีนายบัญญัติ จันทน์เสนะ พล.ต.อ.ธีรบุตร บุตรศรีภูมิ รมช. มหาดไทยและข้าราชการระดับสูงคอยให้การต้อนรับพร้อมกันนี้พล.อ. สุรยุทธ์ได้ ถ่ายรูปร่วมกับรมช.มหาดไทยทั้ง 2คนและอธิบดีกรมต่างๆของกระทรวงมหาดไทย ที่บริเวณบันได ทางขึ้นห้อง ทำงานรมว.มหาดไทย ทั้งนี้มีบรรดาข้าราชการประจำกระทรวงมหาดไทยได้นำ ดอกกุหลาบ สีแดงมามอบให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์และรมช. ทั้ง 2 คนที่จะสิ้นสุดวาระการทำงานไปพร้อมกันด้วย

พล.อ. สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งอยากจะฝากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการเกี่ยว การนโยบายสมานฉันท์ ์ในพื้นที่ภาคใต้ว่า จริงๆแล้วนโยบายของรัฐบาลก็น่าจะสอดคล้องกัน เพราะเรื่องต่างๆเป็นเรื่องที่มีความต่อเนื่อง เป็นเวลานานแล้ว แนวทางที่เราพยายามปรับปรุงแก้ไขเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลใหม่น่าจะนำไปใช้ ทุกคนมีความปรารถนาดีและต้องการให้สถานการณ์สงบลงในอนาคตอันใกล้ เมื่อถามว่ากังวลว่า จะมีการนำวิธีการที่รุนแรงกลับมาใช้อีกหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่มีอะไร คิดว่าในระดับเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ผอ.ศอ.บต.จะเข้าใจในสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนเกรงว่าจะมีการยุบศอ.บต.หรือไม่นั้น ตนเห็นว่าแต่ละส่วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่ รับไปพิจารณาปรับปรุงได้ และเป็นส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง

'สพรั่ง'ฟ้อง100 ล.คนแฉทุจริตทอท.-ทีโอที

'สพรั่ง'เดือด! ลั่นไม่เคยโกง เล็งฟ้องเรียก 100 ล้าน คนแฉทุจริตในทีโอที-ทอท.

พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการนำข้อมูลการบริหารงานไม่โปร่งใส ในการทำหน้าที่ประธานบอร์ดการท่าอากาศแห่งประเทศไทย (ทอท.) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มาเปิดเผยทางสื่อมวลชนว่ากำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายจะฟ้องร้องทันที เพราะรู้สึกว่าตอนแรกความเป็นสุภาพบุรุษของเรา คิดว่าเขาคงจะได้อายบ้าง แต่ไม่ใช่ก็จะต้องสู้กับทุกคนที่คิดว่าเป็นศัตรูกับชาติบ้านเมือง

'ผมให้กรมพระธรรมนูญฟ้องร้องกับคนเหล่านี้จำนวน 100 ล้านบาทซึ่งเงินที่ได้จะนำไปให้การกุศล สื่อมวลชนเห็นความบัดสีบัดเถลิงของพวกนี้หรือยัง บ้านเมืองจะฉิบหายเพราะคนชั่วพวกนี้ ถ้าตนจะโกงไม่ต้องมาเป็นประธานบอร์ดหรอก คนพวกนี้มันโง่ ชั่วช้าเลวทราม' พล.อ.สพรั่ง กล่าว

เมื่อถามว่า เหตุใดสื่อของกลุ่มพันธมิตรเดิมจึงนำหลักฐานมาโจมตี พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า พันธมิตร คนอื่นมีอยู่ทั่วประเทศที่เข้าใจเชื่อว่าข่าวที่เรียกว่าจับแพะชนแกะ มีเป้าหมายสกปรกเป็นพิเศษ การระบุว่า บอร์ดชุดนี้ทำให้ขาดทุนถึง 90 % เป็นความพยายามจะบิดเบือนข่าว ทั้งที่ข้อเท็จจริงพนักงานรู้ว่าใครคือคนที่ปกป้อง ใครไปทำชั่วไว้หรือ ใครแอบผสมโรงปรารถนาลามก

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ต่อสายคุยกับ ผบ.เหล่าทัพแล้ว และได้โทรศัพท์มาหาบ้างหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า 'โอ้ย ผมไม่ได้ใหญ่โตขนาดที่ใครจะโทรศัพท์มาหา ผมไม่ใช่เป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมเป็นคนที่มีเหตุผล การพูดคุยผมพิจารณาได้ สิ่งที่พูดคุยนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต้องพูด แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับตัวเอง และบ้านเมืองเสียหายก็ไม่ยอม หากทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็พร้อมที่จะพูดคุยด้วย'

'สุรยุทธ์'นำทีมล่องนาวา อำลารัฐบาลขิงแก่ ไร้เงา'บิ๊กบัง'

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ราชนาวีสโมสร กองทัพเรือ คณะรัฐมนตรี(ครม.) นำโดยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์และรับประทานอาหารค่ำซึ่งจัดเป็นอาหารไทยร่วมกัน เพื่ออำลาการทำหน้าที่และขอบคุณการทำงานร่วมกันตลอด 1 ปีเศษที่ผ่านมา โดยพล.อ.สุรยุทธ์ได้เดินทางมาพร้อม ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ภริยา รวมทั้งครม.คนอื่นๆ เกือบครบ ขาดเพียง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เป็นต้น รวมถึงอดีตคมช.ก็ไม่ได้ร่วมงานแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดได้ลงเรือของกองทัพบกเป็นการภายใน ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวรวมทั้งช่างภาพ ขึ้นร่วมสังเกตการณ์ ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาไปจนถึงสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ใช้เวลา 2 ชั่วโมง นอกจากนี้นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีตรมว.ว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางอรนุช โอสถานนท์ อดีตรมช.คลัง ยังมาร่วมงานด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.สุรยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณครม.ทุกคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขตั้งใจทำงานร่วมกันมา ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น

'สพรั่ง'ปัดวิจารณ์'สมัคร' ยันตัวไม่เคยสู้แบบอันธพาล

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้ช่วยเลขาธิการคมช. ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีนั่งควบตำแหน่งรมว.กลาโหมว่า ไม่เป็นไรตนไม่วิจารณ์เพราะมีมารยาทในการที่จะไม่แสดงอะไรออกมา ตนไม่เคยสู้กับใครแบบอันธพาล ไม่เคยสู้กับใครด้วยความรู้สึกที่ว่าเราอยู่กับคนละฝ่าย ทั้งนี้ตอนที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ก็ทำหน้าที่เพื่อปกป้องรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการไปทำหน้าที่ผู้พิพากษาใครและทหารต้องเป็นสุภาพบุรุษเมื่อเรื่องจบก็ต้องจบ

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยต่อสายกับ ผบ.เหล่าทัพแล้ว และ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาบ้างหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า 'โอ้ย ผมไม่ได้ใหญ่โตขนาดที่ใครจะโทรศัพท์มาหา'

เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์มาหาจะรับหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า เรื่องนี้เราตั้งข้อสมมติฐาน ขึ้นมาเอง เมื่อถามย้ำอีกว่าหากมีการโทรศัพท์มาพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ใจเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์หรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า ผมไม่ใช่เป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมเป็นคนที่มีเหตุผล การพูดคุยผมพิจารณาได้ สิ่งที่พูดคุยนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องพูด แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับตัวเองและบ้านเมืองเสียหายไม่ยอมเท่านั้น ทั้งนี้หากทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็พร้อมที่จะพูดคุยด้วย

'ผมไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรจะต้องมาพูดคุยด้วย ส่วนได้คุยกับผบ.เหล่าทัพหรือไม่ ผมไม่ทราบ และจะไม่ถาม เพราะจะต้องรู้ว่าสถานะผมอยู่ตรงไหนก็ทำตรงนั้น เราทำมาไม่ได้ทำเพื่ออยากดัง แต่ทุกอย่างทำตามหน้าที่ เมื่อหมดหน้าที่ก็ให้คนอื่นทำ' รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ยังเป็นห่วงเรื่องอะไรอีกหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดประชาชนตัดสินไปแล้ว ความรู้สึกของประชาชนที่รักชาติบ้านเมืองคิดอย่างไร ตนก็คิดอย่างนั้นอยู่แล้ว ตนไม่เคยตักตวงอะไรระหว่างการทำหน้าที่มีแต่ช่วยเหลือคนที่ได้ทุกข์ตกยาก แต่เราไม่ต้องไปโฆษณา

เมื่อถามว่าเห็นบอกว่าได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า ผู้ใหญ่ที่รักตนเขาก็เข้าใจ แค่บอกความจริงเขาก็รับไม่ได้ต่อสิ่งที่ถูกใส่ร้าย ผมบอกหมดเลยว่าเป็นใคร สื่อมวลชนไปเจาะเอาเองก็แล้วกันว่า เป็นใคร ผมบอกกับผู้ใหญ่เหล่านั้นไปแล้วว่าเป็นใครบ้าง ตนไม่เคยอ้ำอึ้งผ่านสื่อเพราะว่าผู้ใหญ่ที่เคารพในบ้านเมือง เป็นใคร เมื่อถามว่าใช่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า ตนไม่พูดถึงว่าพูดกับใคร และตนไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ตนพูดกับผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองก็แล้วกัน

Monday, February 4, 2008

สวนดุสิตโพลชี้ปชช.คาดหวังศก.ฟื้นยุค'สมัคร 1'

ผลสำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันราชภัฏสวนดุสิตต่อรัฐบาล "สมัคร 1" ปรากฏว่าสิ่งที่ประชาชนตาดหวังอันดับแรกคือ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้น ตามด้วยการต้องการเห็นการเมืองไทยมีเสถียรภาพ และการต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

สวนดุสิตโพล สถาบันราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,156 คน เรื่องความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาล "สมัคร 1" ระหว่างวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังว่าจะดีขึ้นในรัฐบาล "สมัคร 1" อันดับแรก ร้อยละ 57.82 คือ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้น และความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 16.33 ต้องการเห็นการเมืองไทยมีเสถียรภาพ เกิดความชัดเจนทางการเมือง ขณะที่ ร้อยละ 11.56 ต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
ส่วนสิ่งที่ประชาชนไม่คาดหวังจากรัฐบาล "สมัคร 1" เพราะคาดว่าคงทำไม่ได้ อันดับแรก ร้อยละ 26.98 คือ เรื่องการสมานฉันท์ทางการเมือง ความสามัคคีของนักการเมือง รองลงมา ร้อยละ 24.61 เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน เศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 23.02 เรื่องการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร้อยละ 20.63 เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมือง
สำหรับสิ่งที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาล "สมัคร 1" ร้อยละ 35.93 คือ เรื่องเศรษฐกิจในภาพรวมน่าจะดีขึ้น ร้อยละ 21.88 ความมุ่งมั่นในการบริหารประเทศ พิสูจน์การทำงานให้ประชาชนยอมรับ ส่วนร้อยละ 20.31 ประชาชนเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี ว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองมานาน
ขณะที่สิ่งที่ประชาชนไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในรัฐบาล "สมัคร 1" อันดับแรก ร้อยละ 26.32 คือเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนร้อยละ 25 การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 18.42 เรื่องความสามัคคีทางการเมือง ร้อยละ 15.79 เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และร้อยละ 14.47 เรื่องรัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม

กกร.หนุนรัฐเพิ่มงบ 8 หมื่นล. ชี้ช่วยศก.โตร้อยละ 1 [4 ก.พ. 51 - 18:40]

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) วันนี้ (4 ก.พ.) ว่า ที่ประชุม กกร.มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของทั้ง 3 สถาบัน คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท.และสมาคมธนาคารไทย รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ 3 สถาบันได้เตรียมการไว้ เพื่อนำไปพูดคุยกับรัฐบาลใหม่ โดยจะขอให้รัฐบาลคงคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อให้ทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนข้อเสนอของ ส.อ.ท.คือ เสนอให้รัฐบาลดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยให้เร่งดำเนินการอย่างเข้มข้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ส่วนภาวะการลงทุน อยากให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมเอกชนลงทุนทั้งการลงทุนใหม่และขยายการลงทุนของผู้ประกอบการเดิม รัฐบาลควรกระตุ้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคก่อน

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลใหม่อยู่ระหว่างร่างนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา กกร.จะประสานแนวความคิดที่หารือกันไปเสนอต่อรัฐบาล แต่หากรัฐบาลไม่เห็นด้วย ภาคเอกชนจะมาปรึกษากันภายหลังว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่เห็นว่ารัฐบาลควรต้องทำ คือ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ให้ดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งออกจะชะลอตัวลง เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดี จึงต้องเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในเป็นสำคัญ โดยกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุน และให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณอีก 80,000 ล้านบาท ทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สร้างงาน เพื่อให้มีรายรับเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มงบประมาณดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ร้อยละ 0.5-1.0 อย่างไรก็ตามงบประมาณที่นำไปใช้จะต้องใช้ให้ถูกต้อง แม้ใช้ในระยะสั้น แต่ไม่ใช่เพื่อประชานิยม


ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวต่อถึงนโยบายรัฐบาลจะพักหนี้ให้เกษตรกรรายย่อย 3 ปี ว่า เห็นด้วยหากจะพักหนี้ให้เกษตรกรที่จำเป็นจริงๆ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ใช่พักหนี้เกษตรกรทั้งหมด เพื่อตอบแทนในบางเรื่อง ขณะที่การสร้างรายได้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่ขัดข้อง แต่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างหนี้แล้วไม่คิดจะจ่ายคืน พร้อมอยากเห็นค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ หากรัฐบาลใหม่จะยกเลิกมาตรการกันสำรองเงินทุนร้อยละ 30 เพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ก็อยากให้มีมาตรการอื่นรองรับ ขณะที่การปรับเปลี่ยนค่าเงินบาท ควรเป็นไปตามกลไกตลาด และความเปลี่ยนแปลงของของค่าเงินบาทควรจะใกล้เคียงกับสกุลเงินในประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้า หากไม่ใกล้เคียงจะไม่ส่งผลดีต่อการแข่งขันของไทย


ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลใหม่ในเรื่องประชานิยม และการหาทางให้เศรษฐกิจฟื้นตัวรวมทั้งการลงทุนโครงการเมกกะโปรเจกต์ ภาคเอกชนเห็นด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นปัญหาและยังมีอยู่ที่ควรแก้ไขคือ กฎระเบียบที่เกิดจากกฎหมายและประกาศต่าง ๆ ภาครัฐและเอกชนจะต้องหารือและแก้ไขร่วมกันต่อไป เพื่อให้การทำธุรกิจของธนาคารและลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น


ยงยุทธ แจง กกต. ย้ำทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงรายจัดฉาก

กกต. 4 ก.พ.- ยงยุทธ ติยะไพรัช ชี้แจง กกต. ย้ำ คดีทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย เป็นการจัดฉาก ปฏิเสธบอกเหตุผลขอเพิ่มพยานอีก 10 ปาก ระบุจะไม่ขอพูดเรื่องนี้อีก รอผลสอบออกมาจะพูดหมดทุกเรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.พ.) นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ส.ส.สัดส่วนพรรค พลังประชาชน ได้เดินทางเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีซื้อเสียงที่ จ.เชียงราย ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน โดยนายยงยุทธ กล่าวภายหลังการชี้แจงว่า คณะอนุกรรมการฯ เชิญมาชี้แจงข้อกล่าวหาที่ถูกพาดพิง โดยคณะกรรมการได้ถามเพียงคำถามเดียวว่า ยังยืนยันคำให้การเดิม ที่เคยให้ปากคำไว้หรือไม่

“ผมได้ตอบว่า ยืนยันตามคำให้การเดิมว่า ทุกอย่างเป็นการจัดฉาก ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ลงนามรับรองการให้ปากคำของตัวเอง ซึ่งผมใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น และจากนี้ไป ในส่วนของผมไม่จำเป็นต้องเดินทางมาชี้แจง หรือให้ปากคำเพิ่มแล้ว” นายยงยุทธ กล่าว

นายยงยุทธ กล่าวว่า สำหรับพยานของตนที่เหลืออีก 2 ปาก คือ นางละออง ติยะไพรัช และนายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคพลังประชาชน วันนี้ ไม่ได้เดินทางมาด้วย และไม่ทราบว่า คณะกรรมการฯ สอบ ทั้ง 2 คนเสร็จแล้วหรือไม่ ส่วนพยานคนอื่นๆ ที่ได้ขอเพิ่มประมาณ 10 คน ยังไม่ขอบอกเหตุผลและรายละเอียด และเป็นสิทธิของคณะกรรมการฯ ว่าจะเรียกมาสอบหรือไม่

“ผมยังไม่อยากพูดเรื่องผลการสืบสวน หรือก้าวล่วงการพิจารณา และจากนี้ไปจะไม่ขอพูดเรื่องสำนวนอีก จนกว่าผลสรุปจะออกมา และเมื่อถึงเวลานั้นจะขอพูดให้หมดทุกเรื่อง” นายยงยุทธ กล่าว .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-04 18:48:23

คตส.มีมติส่งสำนวนทุจริตกล้ายางให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง

สตง. 4 ก.พ. - คตส.มีมติส่งสำนวนทุจริตกล้ายางให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 45 ราย มีอดีตรัฐมนตรีรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” ที่เป็นกรรมการใน คกช.

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) พร้อมด้วย นายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาคดีการทุจริตการจัดซื้อพันธุ์กล้ายางพารา 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตร ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุม วันนี้ (4 ก.พ.) ว่า ที่ประชุม คตส.มีมติส่งคดีให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้อง จำนวน 45 ราย จากเดิม 90 ราย แบ่งเป็น 1. กลุ่มคณะกรรมการ คชก. 2. คณะกรรมการประกวดราคา 3. บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมประมูล และ 4. ผู้รับผิดชอบโครงการ

“ที่ยุติไม่สั่งฟ้อง 45 ราย คือ คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องก่อนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ชุดที่ 2 แต่รัฐมนตรีที่ร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) คตส.มีมติสั่งดำเนินคดีด้วย โดยหลังจากนี้ คตส.จะจัดทำแฟ้มเอกสารสำนวนส่งให้อัยการสูงสุด ภายใน 14 วัน เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป” นายสัก กล่าว

นายบรรเจิด กล่าวว่า จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการไต่สวนพบว่า ความผิดจากการดำเนินนโยบาย คือ คชก.นำเงิน 1,440 ล้านบาทไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยคณะกรรมการ คชก.ไม่ได้ขออนุมัติกองทุนส่งเสริมการทำสวนยาง (สกย.) ตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับขั้นตอนการผลิตกล้ายาง พบว่ามีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ผลิตกล้ายางเอื้อให้บริษัทเอกชน 3 ราย ซึ่ง คตส.ยังให้ดำเนินคดีกรรมการบริษัทดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ คตส.ยังมีมติให้ดำเนินคดีกับอธิบดีกรมวิชาการเกษตรในสมัยนั้น ฐานเป็นผู้ริเริ่มโครงการเสนอเรื่องให้รัฐมนตรี และรับผิดชอบการประกวดราคา และรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ที่ลงนามอนุมัติโครงการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายงานผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว จำนวน 45 คน มีอดีตรัฐมนตรีที่ร่วมเป็นกรรมการ คชก. มี 4 ราย คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธาน คชก. และกรรมการ คือ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายวราเทพ รัตนากร และนายอดิศัย โพธารามิก โดยนายเนวิน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนั้น.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-04 17:39:06

คตส.เตรียมส่งฟ้องคดีหวยบนดินเอง

คตส. 4 ก.พ. - คตส.มีมติส่งฟ้องคดีหวยบนดินเอง หลังหาข้อสรุปร่วมกับอัยการสูงสุดไม่ลงตัว มั่นใจสำนวนคดีที่ทำมีความสมบูรณ์ เตรียมขอความร่วมมือสภาทนายความช่วยตรวจสอบ เร่งดำเนินการเร็วที่สุด ภายใน 14 วัน

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) แถลงภายหลังการประชุม วันนี้ (4 ก.พ.) ที่มีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุม คตส.มีมติจะเป็นผู้ดำเนินการส่งฟ้องคดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวก รวม 49 คน ในคดีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล แบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว (หวยบนดิน) เอง หลังจากคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดและคตส. ประชุมร่วมกัน 2 ครั้ง และอัยการสูงสุดยังยืนยันความเห็นที่แตกต่างจาก คตส.

“คตส.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง ตาม มาตรา 11 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง คตส. จะขอให้อัยการสูงสุดส่งหนังสือยืนยันเรื่องดังกล่าวกลับมา และส่งคืนสำนวนหลักฐานที่ คตส. เคยส่งไปให้ก่อนหน้านี้” นายสัก กล่าว

ทั้งนี้ นายสัก กล่าวว่า คตส.จะขอความร่วมมือไปยังสภาทนายความให้ส่งบุคคลากร 5 คนมาตรวจสอบสำนวนดังกล่าว โดย คตส.จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดภายใต้กรอบเวลา 14 วัน ซึ่งอาจนับจากวันที่คณะทำงานร่วมมีความเห็นไม่ตรงกัน หรือวันที่ คตส. มีมติ หรือวันที่อัยการสูงสุดส่งหนังสือและพยานหลักฐานกลับคืนมา

“คตส.มีความมั่นใจในสำนวนคดีที่ คตส.ทำขึ้นมา ว่า มีความถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน และมีเหตุผลที่ชัดเจน จนถึงขณะนี้ คตส. ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว” นายสัก กล่าว
ส่วนกรณที่ คตส. จะเพิ่มวันประชุม คตส. ชุดใหญ่ นายสัก กล่าวว่า เป็นการหารือในหลักการ ว่ามีเรื่องใดทำเสร็จ หรือมีเรื่องเร่งด่วน ซึ่งนายนาม ในฐานะประธาน สามารถเรียกประชุมพิเศษวันใดก็ได้ แต่ถ้า กรรมการ คตส. ติดประชุมอนุกรรมการ ก็จะประชุมหลังเวลา 17.00น. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมาย ว่าจะมีการประชุมวันใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ คตส.และอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่ตรงกัน 5 ประเด็น ประกอบด้วย 1. อัยการสูงสุดเห็นว่า การไต่สวนข้อเท็จจริง โดยน้ำหนักของถ้อยคำพยานยังไม่เพียงพอ 2. อัยการสูงสุดเห็นว่าการนำเสนอพยานหลักฐานสู่ศาลยังไม่สามารถชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างสลากกินแบ่งกับสลากกินรวบ ขณะที่ คตส.ระบุว่าเป็นการฟ้องตามหลักการสลากกินรวบที่นำมาเทียบเคียง

3. อัยการสูงสุดเห็นว่า การออกสลากพิเศษเคยได้รับอนุญาตว่าเป็นสลากการกุศลประเภทหนึ่ง แต่ คตส.เห็นว่าต้องดูวัตถุประสงค์การออกสลาก 4. อัยการสูงสุดเห็นว่า ต้องตรวจสอบเพิ่ม กรณีนำเงินรายได้สู่สังคม ตามโครงการต่างๆ ที่ตั้งขึ้น แต่ คตส.เห็นว่า โครงการดังกล่าวเป็นการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี และกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ และ 5. อัยการสูงสุดเห็นว่าต้องตรวจสอบบัญชีงบดุล เพื่อจะได้ทราบว่าใครนำเงินไปใช่ผิดประเภท จึงจะฟ้องได้ชัดเจน ขณะที่ คตส.เห็นว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดำเนินการตรวจสอบแล้ว จึงถือเป็นมาตรฐาน .- สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-02-04 18:36:12