WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 5, 2008

ปชป.ไม่ขัดเมกกะโปรเจกต์ ตั้ง 2 เงื่อนไข 'ยั่งยืน-คุ้มค่า' [5 ก.พ. 51 - 14:37]

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (5 ก.พ.) กรณีรัฐบาลเตรียมทำโครงการขนาดใหญ่ หรือ เมกกะโปรเจกต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจภายในประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เห็นด้วยที่จะมีโครงการขนาดใหญ่ และมีเม็ดเงินลงไปถึงระดับชุมชน แต่ต้องการให้ประเมินความคุ้มค่า และขอให้ได้ประโยชน์สูงสุด

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า หากจะนำโครงการที่เป็นประชานิยมในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาใช้ จะต้องทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดความฟุ่มเฟือยแล้วไม่ยั่งยืน และต้องไม่มีการทุจริตคอรัปชัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องการเสนอคือ อย่าคิดกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีปัญหาอื่นที่รอการแก้ไขในระยะยาว


"ขอให้รัฐบาลระมัดระวังทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ โครงการระดับชุมนุม ขอให้เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงๆ เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจจำเป็น แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี ไม่ใช่ว่าไปกระตุ้นเพียงเพราะเงินลงไป แล้วมันหายไป ไม่มีคุณค่า ไม่มีประโยชน์ในระยะยาว หรือซ้ำร้าย คือไปสร้างภาระในระยะยาว หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยทั้ง 2 วิธีนี้ ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ดูความคุ้มค่าของทุกโครงการจริงๆ และยั่งยืน" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวและว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน จะรอฟังนโยบายของรัฐบาลก่อน และจะมีข้อเสนอแนะต่อไป แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะทำเป็นนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาออกมาควบคู่ เพราะเกรงจะเกิดความสับสน เพียงแต่จะมีข้อเสนอแนะบางอย่างที่คิดว่า หากรัฐบาลมองข้ามไปจะไม่ดี


บรรหาร เชื่อจะได้รับความเป็นธรรมจาก กกต.ในคดียุบพรรค

กรุงเทพฯ 5 ก.พ. - นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเชื่อว่า จะได้รับความเป็นธรรม ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจง กกต.แล้ว และเชื่อว่าก่อนที่ กกต.จะมีคำตัดสิน คงจะให้โอกาสพรรคเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต. จึงไม่ขอพูดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า

“ฝนจะตก มันก็ต้องตก แดดจะออก มันก็ต้องออก จะให้ทำอย่างไรได้ เขาคงให้เราไปชี้แจงก่อน อย่าถามว่า ยุบแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ ผมไม่ตอบคำถามที่ถามไปไกล มันไกลเกินไปแล้ว” นายบรรหาร กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 14:38:57

บรรหาร ยืนยันนโยบายประชานิยมยังจำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

5 ก.พ.- นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลที่มีการบรรจุนโยบายประชานิยมว่า นโยบายประชานิยมมีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง เกิดจากการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้นำนโยบายประชานิยมมาใช้ ทำให้เงินไม่ได้ลงไปถึงระดับรากหญ้า


นายบรรหาร ยังยอมรับการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีในส่วนของพรรค ว่า มีการเปลี่ยนตัว นายกมล จิระพันธุ์วาณิช เป็นนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร ที่จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จริงตามที่เป็นข่าว เพราะนายกมล มีปัญหาด้านคุณสมบัติ แต่ยืนยันเจ้าตัวเข้าใจ และถึงขณะนี้พรรคไม่ได้มีปัญหาจากการแต่งตั้งรัฐมนตรี

นายบรรหาร ยังเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทหารให้การยอมรับกรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 14:37:54

พปช.เชื่อประชาชนไม่เล่นด้วย หากฟื้นพันธมิตรฯ กดดันสมัคร

นายสุทิน คลังแสง กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนัดหารือเพื่อเตรียมสร้างขบวนการประชาชน โดยเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่มีการชุมนุมใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวย่อย เน้นให้ความรู้แก่ประชาชนตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ เพื่อต่อต้านรัฐบาลหากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศจนกลับเข้าสู่ “ระบอบทักษิณ” และให้การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีน้ำหนักที่จะใช้ประเด็นนี้มาเป็นข้ออ้างในการเคลื่อนไหว แต่หากยกประเด็นการบริหารงานไม่เข้าเป้าจะมีเหตุผลมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่กังวลว่าจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาล เพราะเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ และไม่ให้ความร่วมมือด้วย อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาลใหม่ได้ทำงานก่อนที่จะวิจารณ์หรือเตรียมเคลื่อนไหว เพราะประเทศจะได้ไม่บอบช้ำไปมากกว่านี้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 13:46:29

เพื่อแผ่นดินตั้งทีมงานตรวจสอบการทำงานรัฐบาล

เพื่อแผ่นดิน 5 ก.พ.- “โสภณ เพชรสว่าง” เผย พรรคเพื่อแผ่นดินตั้งคณะทำงานตรวจสอบการทำงานรัฐบาล เพื่อสะท้อนการทำงาน ขอโอกาส 6 เดือน ให้รัฐมนตรีขี้เหร่ทำงาน

นายโสภณ เพชรสว่าง สมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน มอบหมายให้ตั้งคณะทำงานของพรรค 3 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานฝ่ายการเมือง มีตนเป็นประธาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย มีนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นประธาน และคณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ มี นายเวียง วรเชษฐ์ เป็นประธาน

นายโสภณ กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนต้องการขยายสาขาพรรค เพื่อรับสมาชิกเพิ่มขึ้น และเปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน ณ ที่ทำการพรรค สำหรับประชาชนที่มีเรื่องราวร้องเรียน จะมีทนายความให้คำปรึกษาฟรี หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ รัฐมนตรีของพรรค ก็จะส่งให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคดำเนินการแก้ไข

“คณะทำงานการเมืองของพรรค ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปร่วมทำงานกับรัฐมนตรีในโควต้าของพรรค แต่เป็นคณะที่จะลงพื้นพบปะกับประชาชน และขยายสาขาของพรรคให้ได้รับความนิยมมากขึ้น” นายโสภณ กล่าว

ส่วนกรณี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนใหม่ ระบุว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ขี้เหร่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อแผ่นดิน นายโสภณ กล่าวว่า คนขี้เหร่ อาจจะทำงานดีก็ได้ ต่อจากนี้คณะทำงานของพรรคจะนำเสียงของประชาชนมาเสนอแนะต่อรัฐมนตรีของพรรค เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน และต้องการให้ประชาชนให้โอกาสการเมืองหลังปฏิวัติ เชื่อว่าไม่เกิน 6 เดือน น่าจะมีอะไรดี ๆ

“คณะการเมืองจะประเมินผลการทำงานรัฐมนตรีของพรรค แต่คงมีอำนาจเพียงเสนอแนะ ไม่ถึงกับปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีได้ แต่จะเป็นกระจกส่องให้เห็นการทำงานพรรค” นายโสภณ กล่าว และว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ขอขอบคุณนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญเรื่องชลประทานระบบท่อ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรค และเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรในภาคอีสานอย่างมาก. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 13:21:41

พล.อ.อนุพงษ์ วอนทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาลทำงานก่อน

ขส.ทบ. 5 ก.พ. - “พล.อ.อนุพงษ์” ระบุกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนไหวหาก “พ.ต.ท.ทักษิณ” อยู่เบื้องหลังการบริหารงานของรัฐบาล เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถกระทำได้ แต่อย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน วอนทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาลทำงาน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชนระบุว่าจะออกมาเคลื่อนไหว ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังการบริหารงานของรัฐบาลว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อเช่นกัน แต่เห็นว่าคงเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่ใครสามารถเสนอข้อคิดเห็นได้ มีสิทธิเสรีภาพที่จะเคลื่อนไหว โดยที่ไม่ไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนที่เกรงว่าเหตุการณ์จะย้อนกลับไปเหมือนเหตุการณ์ในอดีตนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง เพราะรัฐบาลยังไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อเข้ามาคงจะใช้อำนาจในการบริหารประเทศ และถ้าทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข ก็ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่จะทำให้เกิดความรุนแรง

“ทุกฝ่ายน่าจะให้โอกาสรัฐบาลทำงานก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไปไม่เป็น เราควรใช้กลไกแรกก่อน เมื่อเราใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน มี ส.ส. มี ส.ว. มีรัฐสภา ก็ให้แก้ไขปัญหากันไป นอกจากนี้ยังมีคณะศึกษา กรรมาธิการชุดต่างๆ อีกมากมาย เราอยู่ข้างนอก ก็รอดู รอรับผลการปกครอง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องที่ไกลเกินไป. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 10:54:29

อภิชาต ชี้ตัดพยาน ยงยุทธ ทิ้งได้ เร่งสอบสำนวนค้านต่อ

กกต. 5 ก.พ.- ประธาน กกต. ชี้ หาก “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อ้างพยานมากเกินไป ให้ตัดทิ้งได้ พร้อมเร่งสอบสำนวนร้องคัดค้านเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประกาศรับรองไปก่อน 21 สำนวน คาดแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ ขณะที่ กกต.เตรียมชงยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตยเข้าที่ประชุม

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ กล่าวก่อนเข้าประชุม กกต. วันนี้ (5 ก.พ.) ถึงกรณีที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอเพิ่มเติมพยานในการสอบสวนการทุจริตการเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย จำนวน 10 คน ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มี นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณา เนื่องจาก กกต.ได้มอบหมายให้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีพยานเพิ่มเติมเข้ามามาก แต่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับสำนวนที่กำลังสอบสวนอยู่ ก็ไม่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมก็ได้

“เรื่องการส่งวีซีดีหลักฐานประกอบสำนวนนายยงยุทธให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบตามที่นายยงยุทธ เรียกร้อง ก็ได้มอบหมายให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวพิจารณาเช่นเดียวกัน” นายอภิชาต กล่าว

นายอภิชาต ยอมรับว่าเคยพูดว่า กกต.สามารถตัดสินใจเรื่องการส่งวีซีดีได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณา แต่เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กกต.แล้ว กกต.มีความเห็นว่า สมควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการฯ พิจารณา เนื่องจากคณะกรรมการฯ ได้สอบสวนสำนวนเรื่องนี้อยู่แล้ว การมอบหมายเรื่องนี้เพิ่มเติมเข้าไปอีก คณะกรรมการฯ ก็น่าจะสามารถตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของ กกต.อีก

นายอภิชาต ยังกล่าวถึงสำนวนการสอบสวนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส. 21 สำนวน ที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน ว่า กำลังเร่งสอบสวนอยู่ หาก กกต.จังหวัดสอบสวนเสร็จ ก็จะส่งให้ กกต.พิจารณา ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าจะสามารถสอบสวนได้เสร็จภายในเดือนนี้ พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการสอบสวนสำนวนแต่อย่างใด

ขณะที่ นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยว่า การประชุม กกต. เช้าวันนี้ (5 ก.พ.) ได้เสนอเรื่องการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตยเข้าที่ประชุม แต่ยังไม่แน่ใจว่าที่ประชุมจะหยิบมาเป็นวาระพิจารณาเลยหรือไม่.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 11:31:16

'อนุพงษ์'ปฏิเสธแสดงความเห็น'สมัคร'การันตีเก้าอี้ผบ.ทบ.

'อนุพงษ์'ปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีนายกฯ'สมัคร'การันตีให้นั่งตำแหน่งผบ.ทบ.จนครบวาระ ชี้กองทัพขณะนี้มีควาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่มีความแตกแยก พร้อมแสดงความยินดีที่สหรัฐจะให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทยเหมือนเดิม

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนใหม่ และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า จะเชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพมาหารือ ก่อนร่วมงานกัน ว่า ยังไม่มีการเชิญมา พร้อมปฏิเสธที่จะให้ความเห็น กรณีที่นายสมัคร รับรองว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะได้อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจนครบวาระ โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “เป็นเรื่องล่วงหน้า ก็แล้วแต่”

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึง การร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วานนี้ (4 ก.พ.) ในงานอำลาตำแหน่ง ว่า พล.อ.บุญรอด ไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ นอกจากขอบคุณที่ทำงานร่วมกันมา และขอให้ทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป ไม่มีประเด็นพิเศษ ส่วนเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่ พล.อ.บุญรอด ย้ำ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เกิดพลังในการทำงาน

“เวลานี้กองทัพบกและเหล่าทัพอื่น ๆ ก็มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่ ไม่มีความแตกแยกโดยภาพรวม” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ส่วนที่นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรศัพท์แสดงความยินดีกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนใหม่ ว่า เป็นธรรมเนียมระหว่างประเทศที่จะต้องดำเนินการต่อกัน เป็นเรื่องของสหรัฐกับรัฐบาล กองทัพไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ จะกลับมาให้ความช่วยเหลือทางทหารกับประเทศไทยเหมือนเดิม น่าจะเป็นสิ่งที่ดี

คุณพ่อทักษิณ กลับมาเมษา [5 ก.พ. 51 - 05:00]

“ลิเดีย” บอก “คุณพ่อทักษิณ” เครียด

วันเดียวกันที่ รพ.เทียนฟ้ามูลนิธิ ย่านเยาวราช ลิเดีย น.ส.ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา นักร้องสาวชื่อดังจากค่ายอาร์เอส โปรโมชั่น ได้เดินทางไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ให้กับสมาคมมิตรภาพไทย-จีน จากนั้นกล่าวเปิดใจว่าอยากให้บ้านเมืองมีความสงบเสียที ส่วนการเดินทางกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดในครั้งแรกคือวันที่ 14 ก.พ.นี้ คงจะต้องเลื่อนออกไปก่อน อาจเป็นเพราะว่าการเมืองยังไม่เรียบร้อย ส่วนกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเมื่อไหร่ แต่คร่าวๆน่าจะเป็นประมาณเดือน เม.ย.นี้ อาจจะเป็นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ได้พูดคุยกันอดีตนายกฯทักษิณ มีอาการเครียดหรือไม่ ลิเดียตอบว่า อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่คงเป็นเรื่องทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้แพ้บ่อยไปหน่อย



สมัครย้ำทูลเกล้าฯพรุ่งนี้ เผยสหรัฐเตรียมคืนสิทธิ [5 ก.พ. 51 - 10:47]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ก.พ.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนใหม่ เดินทางออกจากบ้านพัก ในเวลา 08.30 น. ไปยังที่ทำการพรรคพลังประชาชน พร้อมให้สัมภาษณ์ว่าได้พูดคุยโทรศัพท์กับ นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนวานนี้ (4 ก.พ.) เป็นเวลา 5 นาที ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศดีอยู่แล้ว

นายสมัคร กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่าเรื่องที่ไทยเคยถูกตัดสิทธิ เมื่อครั้งมีการยึดอำนาจ สหรัฐฯ จะกลับคืนให้เหมือนเดิม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ 175 ปี ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย นายสมัคร กล่าวว่า จะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) เวลา 16.30 น. เมื่อถามว่า จะนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ในวันเดียวกันหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า เมื่อโปรดเกล้าฯ ลงมา ก็จะนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันเดียวกัน