WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 6, 2008

สมัครเตรียมนำครม.ถวายสัตย์ฯวันนี้

นายกรัฐมนตรี เตรียมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งครม.วันนี้ พร้อมนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อไป

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภายหลังทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้เข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานต่อจากนั้นจึงจะนำคณะรัฐมนตรีทั้งคณะจำนวน 35 คน เข้าเฝ้าคำปฏิญาณก่อนทำหน้าที่ในวันนี้เวลาประมาณ 16.30 น. ภายหลังจากที่ นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วเมื่อวานที่ผ่านมา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้นัดหมายคณะรัฐมนตรีร่วมถ่ายภาพหมู่ที่สนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 15.00 น. ด้วย

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทย วันนี้ ว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 5 ของพรรค ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ว่าที่รองนายกฯนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ว่าที่รัฐมนตรีฯเกษตรและสหกรณ์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ว่าที่รัฐมนตรีฯท่องเที่ยวและกีฬา นายสมพัฒน์แก้ววิจิตร ว่าที่รัฐมนตรีช่วยฯเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยฯคมนาคม จะเข้ามารวมตัวกัน ณ ที่ทำการพรรค เพื่อเตรียมพร้อมรอเลขาธิการนายกฯ นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และหลังจากโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้ว จะเดินทางรวมกับรัฐมนตรีทั้งหมดที่ทำเนียบฯ และเดินทางเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่ง ในเวลา 16.30 น.

นาม ไม่พูดเรื่องไม่ชี้มูล อภิรักษ์ กรณีรถดับเพลิง กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ก.พ.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. มีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุม นายนามปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ คตส. ตั้งข้อกล่าวหาบุคคลเพิ่ม และจะไม่มีการชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. และบริษัท สไตเออร์ฯ โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมไม่ขอพูดเรื่องนี้ แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ พยายามทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ดั่งใจ”


ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส. หนึ่งในคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ยอมรับว่า นายนามได้มีการหยิบยกคดีดังกล่าวเข้าหารือกับที่ประชุมใหญ่ คตส.จริง แต่เป็นเพียงการหารือเรื่องการทำงาน ซึ่งเมื่อหารือแล้ว คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ จะเดินหน้าต่อไป ส่วนจะสรุปผลการไต่สวนเมื่อใดนั้น ไม่สามารถตอบได้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 20:03:06

Tuesday, February 5, 2008

อนุฯ คตส.ยอมให้ ทักษิณ เลื่อนแจงข้อกล่าวหาได้แค่ 30 วัน

อนุฯ คตส. ยอมให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เลื่อนชี้แจงข้อกล่าวหากรณีใช้อำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้แค่ 30 วัน

นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ นายแก้วสรร อติโพธิ อนุกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิบัติราชการแผ่นดินโดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเองและพวกพ้อง โดยระบุว่าทนายความได้ขอเลื่อนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไป 60 วัน นับจากครบกำหนดในวันนี้แต่อนุกรรมการพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนได้ 30 วัน ซึ่งทีมทนายความจะพยายามรวบรวมเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ มายื่นต่ออนุกรรมการให้ทันตามกรอบเวลาภายในวันที่ 6 มี.ค. ทั้งนี้ระบุว่าอนุกรรมการได้แนะนำว่ากรณีใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงมาเพียงว่าไม่รู้เห็นและไม่เกี่ยวข้องซึ่งทีมทนายความรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากคดีดังกล่าวต้องขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาซึ่งเป็นระบบไต่สวนจึงต้องหาพยานหลักฐานมาอ้างอิงให้ครบถ้วน

สำหรับการขอเลื่อนชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปนั้นเนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พำนักอยู่ต่างประเทศด้วย

ป.ป.ช.พร้อมสนับสนุนงบให้ คตส. 19 ล้านบาท

นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวสำนักงบประมาณไม่อนุมัติงบประมาณ จำนวน 19 ล้านบาท ให้ คตส. ว่า คตส.ใช้งบฯ อย่างประหยัดที่สุดแล้ว มีการตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่น เจ้าหน้าที่และบุคลากรในชุดต่าง ๆ รวมถึงการเช่ารถเพื่อใช้ในกิจการของ คตส. จากเดิม 3 คัน ลดเหลือ 2 คัน

ขณะที่นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า หาก คตส.ทำหนังสือมายังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อของบประมาณ 19 ล้านบาท ป.ป.ช.ก็พร้อมจะสนับสนุนและให้ความร่วมมือ โดยจะกันงบฯ ในส่วนของปี 2551 ไปให้ เพราะก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ก็ได้ให้งบฯ กับ คตส.ไปแล้ว ตั้งแต่เริ่มตั้ง คตส.ใหม่ ๆ แต่เวลานี้ยังไม่เห็นหนังสือจาก คตส. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 19:57:13

คตส.เตรียมตั้งโต๊ะบริจาคเงินจ้างทนายส่งฟ้องคดีทุจริต

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ คตส. โดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. ได้ทำเรื่องของบประมาณในการทำงานอีก 19 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจ้างทีมทนายความเพื่อสู้คดี ในกรณีที่ คตส.ยื่นฟ้องคดีเอง แต่ปรากฏว่า ล่าสุดสำนักงบประมาณได้ทำเรื่องตอบกลับมาว่า ไม่สามารถอนุมัติให้ตามคำขอได้ โดยระบุว่า คตส.จะต้องประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนว่า มีงบประมาณเหลือจากที่สำนักงบประมาณให้ไปยัง 2 หน่วยงานนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะปฏิรูปฯ โดยหากไม่มีงบประมาณคงเหลือจริง คตส.จะต้องประสานไปยังรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ คตส.ยังมีงบประมาณในการทำงานอยู่ ซึ่งเป็นงบประมาณที่ได้รับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2549 จำนวน 45 ล้านบาท และขั้นตอนต่อไปก็จะรีบดำเนินการไปประสานงานกับ 2 หน่วยงานดังกล่าวทันที โดยงบประมาณที่ขอไป ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในการทำงาน และต่อสู้คดีความในอนาคต ที่ คตส.จะต้องดำเนินการตั้งทนายความฟ้องร้องต่อศาลเอง ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีมติไม่สั่งฟ้อง แต่ คตส.เห็นว่าควรดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา

“ทางออกในเรื่องนี้ได้มีการหารือกันแล้ว คือ การตั้งกองทุนส่งเสริมการทำความดี โดยจะขอรับบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ แล้วแต่กำลังศรัทธา” แหล่งข่าว คตส. กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 20:07:04

ปริญญา ถอนตัวพิจารณายุบ มฌ.-ชท.

“ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ถอนตัวจากคณะ กก.สอบสวนเพื่อยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย-ชาติไทย อ้างไม่มีเวลา “สดศรี” เชื่อได้ข้อสรุปสิ้นเดือนนี้ ชี้ขั้นตอนสอบสวนมีไม่มาก เป็นเพียงแค่ข้อกฎหมาย ย้ำรัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน กกต.ยึดหลักกฎหมาย

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่า การสอบสวนเพื่อยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย จะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.พ.นี้ โดย กกต.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน มีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน เมื่อวานนี้ และเริ่มประชุมนัดแรก วันที่ 7 ก.พ.นี้ เพื่อวางกรอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม มีผู้ถอนตัวจากการเป็นกรรมการ 1 คน คือ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายกิจการนักศึกษา เนื่องจากไม่มีเวลา

“เชื่อว่าเรื่องนี้จะเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ขั้นตอนการสอบสวนมีไม่มาก เป็นเพียงข้อกฎหมายตามมาตรา 103 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และมาตรา 94 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงว่า กรรมการบริหารพรรคได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจนเป็นเหตุให้ได้รับใบแดงหรือไม่” นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี เชื่อว่า คณะกรรมการฯ จะต้องเชิญหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ทั้ง 2 พรรคมาชี้แจง และพิจารณาประกอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการกระทำของกรรมการบริหารพรรคจะผูกพันกับพรรคการเมืองหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากคณะกรรมการฯ เสนอให้ยุบพรรค ก็ต้องสรุปและเสนอความเห็นมายัง กกต. เพื่อพิจารณาอีกครั้งต่อไป

“ขั้นตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่า กกต.จะเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วย ก็ต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจึงจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย” นางสดศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.สามารถวินิจฉัยแตกต่างจากคณะกรรมการฯ หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า กกต.มีสิทธิทั้งสั่งยุบพรรคและไม่ยุบพรรค แต่ต้องดูข้อมูลและเหตุผลประกอบสำนวน ขณะนี้จึงยังตอบไม่ได้ แต่ยืนยันว่า แม้ทั้ง 2 พรรคดังกล่าวจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีปัญหา หลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน เพราะการกระทำผิดต้องดูที่ข้อกฎหมายเป็นหลัก ซึ่ง กกต.จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย

ต่อกรณีที่พรรคมัชฌิมาธิปไตยยังไม่มีหัวหน้าพรรค คณะกรรมการฯ จะเชิญบุคคลใดมาชี้แจง นางสดศรี กล่าวว่า พรรคมัชฌิมาธิปไตยกำลังอยู่ในกระบวนการเลือกกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคใหม่ เชื่อว่าคณะกรรมการฯ จะเชิญหัวหน้าพรรคคนใหม่ และนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้า มาให้ข้อมูล

โฆษก อสส. ย้ำอัยการสั่งฟ้องคดีหวยบนดินไม่ได้ ถ้า คตส.ไม่สอบเพิ่ม

กรุงเทพฯ 5 ก.พ.-นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายเศรษฐกิจและทรัพยากร และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เตรียมยื่นหนังสือถึงนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เพื่อให้ยืนยันว่า อัยการจะไม่มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาสำนวนคดีออกสลากพิเศษ เลขท้าย 3 และ 2 ตัว (หวยบนดิน) ว่า เวลานี้อัยการยังไม่ได้รับหนังสือจาก คตส. แต่แม้ได้รับหนังสือแล้ว อัยการก็จะไม่ทำหนังสือตอบกลับ คตส. เนื่องจากที่ในการประชุมคณะทำงานร่วมอัยการ-คตส. อัยการได้ยืนยันไปแล้วว่า ต้องการให้ คตส.สอบสวนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนสมบูรณ์ที่อัยการจะพิจารณาต่อไป ว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์กระทำผิดหรือไม่


“หาก คตส.ไม่สอบสวนเพิ่มเติม อัยการก็ไม่สามารถมีความเห็นเพื่อสั่งคดีได้ ซึ่ง คตส.จะดำเนินอย่างไร ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ คตส.แล้ว โดยตามประกาศ คปค. ข้อ 9 ให้อำนาจ คตส.สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลเองได้ และถ้า คตส.ตัดสินใจจะฟ้องคดีเอง อัยการก็คงหมดหน้าที่” นายธนพิชญ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายธนพิชญ์ กล่าวถึงคดีทุจริตกล้ายางพารา 90 ล้านต้น ที่ คตส.กำลังจะส่งสำนวนให้อัยการเพื่อสั่งคดีว่า อัยการสูงสุดเตรียมมอบหมายให้คณะทำงานอัยการชุดเดียวกับที่พิจารณาสำนวนหวยบนดิน ที่มีนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด เป็นประธาน เป็นคณะที่จะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีต่าง ๆ ที่ส่งมาจาก คตส.ทั้งหมด ซึ่งหาก คตส.ส่งสำนวนเมื่อใด นายวัยวุฒิ ประธานคณะทำงาน พร้อมจะเรียกประชุมพิจารณาสำนวนได้ทันที.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 18:42:01

คุณหญิงไขศรี เชื่อมืออนุสรณ์ สานงานวัฒนธรรมได้

กรุงเทพฯ 5 ก.พ.-คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ จะได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.คนใหม่ ว่า เท่าที่ทราบ นายอนุสรณ์ เป็นคนที่สนใจงานด้านวัฒนธรรมและเคยทำงานด้านนี้มาก่อน จึงไม่น่าเป็นห่วงถ้าเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ. เชื่อว่าทำให้งานวัฒนธรรมเดินหน้า และน่าจะเข้ามาสานต่องานเดิมที่ทำไว้ เช่น วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เป็นต้น ซึ่งทราบจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัด วธ.ว่า นายอนุสรณ์ ได้ติดต่อมาขอเข้าพบตนก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งตนก็ยินดีที่จะเข้าพบหารือพูดคุยกันเพื่อเดินหน้างานวัฒนธรรมต่อไป สำหรับนโยบายด้านวัฒนธรรมที่พรรคร่วมรัฐบาลได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ เช่น นโยบายที่รัฐบาลจะจัดให้มีการส่งเสริมเอกลักษณ์ที่มาจากวัฒนธรรมของคนไทยให้เกิดสันติสุข เกิดความกินดีอยู่ดี สนับสนุนการเรียนรู้ปลูกจิตสำนึก และเผยแพร่วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงามและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้นนั้น เป็นนโยบายในภาพกว้าง และคิดว่าทางรัฐบาลจะกำหนดรายละเอียดลงมาอีกเพื่อผลักดันสิ่งเหล่านี้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 18:34:33

สุริยะใส ขู่ สมัคร หากป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นผิด เจอพันธมิตรฯ รอบ 2 แน่

กรุงเทพฯ 5 ก.พ.-นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงสัญญาณที่ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอาจจะรวมกลุ่มกันอีกครั้งเพื่อต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับเมื่อครั้งต่อต้านระบอบทักษิณในอดีต ว่า ต้องขึ้นอยู่กับตัวนายสมัครเอง ว่าจะบริหารประเทศโดยรับใช้ หรือสานต่อระบอบทักษิณหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้พันธมิตรฯ กำลังจับตามองอยู่ แม้หลายคนจะรู้สึกผิดหวังต่อผลการเลือกตั้ง แต่ขอบอกว่าอย่าเพิ่งท้อแท้ จะปล่อยให้มวลชนเคว้งคว้างไม่ได้ เพราะฐานกำลังพันธมิตรฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีความรู้ระดับปัญญาชน และอยู่ในเขตเมือง ดังนั้น จึงต้องเกาะเกี่ยวไว้


“หากนายสมัคร เป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกเป็นนอมินีทักษิณ กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะปล่อยให้บริหารต่อไป แต่หากไปปกป้องให้ทักษิณพ้นผิด หรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในเรื่องทุจริต อย่างนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกแน่นอน” นายสุริยะใส กล่าว.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-02-05 18:22:23

คอยดูหิมะจะตก

เว็บแทบระเบิดนี่คือบรรยากาศของ “คอการเมือง” ผู้นิยมเล่นโพสต์ข้อความแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองกันบนเว็บบอร์ดซึ่งนิยมกันมากก็คือห้องราชดำเนินเว็บพันทิป กับห้องสนามหลวงฟอรั่มเว็บไฮ-ทักษิณหัวข้อหนึ่งที่มีการแลก

เปลี่ยนความเห็น และให้ช่วยกันค้นหาความจริงก็คือทำไมค่ายผู้จัดการ ทั้งโดยเว็บแมเนเจอร์และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ถึงได้ถล่ม พล.อ.สพรั่งกัลยาณมิตร หนักหน่วงมากในกรณีการเซ็นเช็คสั่งจ่ายค่าบริหารโรงแรมโนโวเทล สนามบิน

สุวรรณภูมิ 101 ล้านบาท ให้กับกลุ่มร่วมค้ายูนิเวอร์แซลฯด้วยการตั้งชื่อเรื่องว่า “พล.อ.สพรั่ง เหลือบในคราบวีรบุรุษ”ดังที่เรานำรูปเช็คมาลงในฉบับวานนี้ข้อเขียนเรื่องนี้เดือดระอุมาก อยากอ่านก็ขอให้เปิดอ่านเอาได้ใน www.manager.co.thและยังมีเรื่องราวอื่นๆ เขียนตี พล.อ.สพรั่ง อย่างรุนแรงต่อเนื่องด้วย

คอการเมืองไม่กรี๊ดอย่างไรไหว เพราะก่อนหน้านี้ใครก็รู้ว่าเว็บผู้จัดการ คือ สุดยอดมหามิตรของ พล.อ.สพรั่ง ถ้อยทีถ้อยอาศัย ตามสัมภาษณ์ ให้สัมภาษณ์ รับลูกส่งลูกถล่ม“ทักษิณ ชินวัตร” อย่างมีประสิทธิภาพอาจจะมีคนสงสัยว่า รูปที่ “บางกอกทูเดย์” เอาขึ้นเป็นปกใหญ่ในฉบับนี้ ทำไมถึงได้เอามาลงอีก เพราะเราลงไปในหน้า 5 ฉบับวานนี้ไปแล้วตอบว่า

ที่เอามาลงอีกก็เพราะว่า “เราตื่นเต้นมาก”มันเกิดเรื่องร้อนมาซ้ำเหตุการณ์ในรูปนี้อีกอย่างเหลือเชื่อบ่ายๆ 4 ก.พ.51 มีข่าวออกมา พล.อ.สพรั่ง ให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างดุเดือดประกาศกำลังให้ทหารกรมพระธรรมนูญ หาช่องทางยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสื่อ 100 ล้านบาทพล.อ.สพรั่ง ไม่ได้ออกชื่อว่าจะฟ้องสื่ออะไร

แต่เท่านี้เราก็ระทึกแล้ว เพราะสื่อของค่ายผู้จัดการได้ถล่มพล.อ.สพรั่ง หนักหน่วงและรุนแรงมาก มันแรงกว่าสื่อของค่ายที่เป็นอริกับ พล.อ.สพรั่ง มายาวนานเสียอีกเราก็เลยเอารูปที่ พล.อ.สพรั่ง กำลังเอียงตัวไปคุยกับ “สนธิลิ้มทองกุล” เจ้าของค่ายผู้จัดการ มาลงอีกครั้งเพื่อสื่อความหมายว่า การฟ้องร้องเรียกเงิน 100 ล้านบาทจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

หรือว่า พล.อ.สพรั่ง แค่พูดขณะที่กำลังเดือดในคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สพรั่ง ครั้งนี้ ไม่ได้มีประเด็นแค่ประกาศจะฟ้องสื่อเรียกค่าเสียหายที่ถูกหมิ่นประมาท 100ล้านบาทเท่านั้น ยังมีการกล่าวไปถึงว่าได้นำเรื่องราวทั้งปวงที่เป็นเบื้องหลังที่ถูกโจมตีไปบอก“ผู้ใหญ่” ให้รู้แล้วว่า ใครบงการให้ตีกรี๊ดก็เท่ากับว่า คำพูดของ พล.อ.สพรั่ง เรียกเอาเสียงร้องกรี๊ด

แห่งความมันออกมาได้ดังๆ หลายกรี๊ดเลยทีเดียวนี่คือคำตอบว่า “ผู้ใหญ่” กับ พล.อ.สพรั่ง ไม่เคยห่างเหินกันนี่คือคำตอบว่า “ผู้ใหญ่” ไม่เคยวางมือจากสถานการณ์บ้านเมืองนอกจากนี้ ในคำกล่าวล่าสุดของ พล.อ.สพรั่ง ยังประกาศด้วยว่าพร้อมที่จะกลับมาอีกได้ทุกเมื่อซึ่งก็ย่อมหมายความว่า ความเป็นไปทางการเมืองที่เดินหน้า

ไปอย่างหมุนติ้ว เร็วมากจนแทบจะมองไม่ทันนั้น มันไม่ได้Smooth As Silk หรือมันไม่ได้นุ่มประดุจใยไหมแต่ประการใดยังมีการคุมเชิงกันอยู่พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม พูดกับนักข่าวในนาทีอำลาตำแหน่ง รมว.กลาโหม เมื่อตอนเช้า 4 ก.พ.51เชื่อว่า “สมัคร สุนทรเวช” จะไม่แทรกแซงการโยกย้าย

นายพลทหาร เพราะสมัครเป็นคนจริง รักทหาร และถ้าแทรกแซงก็มีสิทธิที่จะหลุดจากตำแหน่งกับติดคุกได้ทำปากหวาน แต่เล่นเอาคุกมาขู่กันเลยทีเดียวพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม 2550 คือ ไม้ตายของกองทัพไทยดังนั้น นี่เท่ากับว่าใครจะวิเคราะห์ฟันธงว่า ฝ่ายอำนาจทักษิณกับฝ่ายอำนาจผู้ใหญ่ของ พล.อ.สพรั่ง จูบปากกันแล้ว...ย่อมไม่ได้

แม้ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จะเผลอตัวเล่าให้นักข่าวฟังว่า ได้คุยโทรศัพท์มือถือกับ “ทักษิณ ชินวัตร” แล้ว และยังให้สัมภาษณ์ “จอม เพชรประดับ” ในรายการ “ตัวจริงชัดเจน” ที่จะออกจอรายการข่าว TNN ของ True เวลา5 ทุ่ม ในคืนวันที่ 9 ก.พ.51 ที่จะถึง โดย พล.อ.สนธิออกปากชมว่า นายกฯ สมัครเป็นคนเสียสละเพื่อชาติ ก็ไม่ได้

หมายความว่า “ผู้ใหญ่” ยกเลิกศึกตาม พล.อ.สนธิ ไปด้วยเพื่ออรรถรสแห่งการรับข่าวสารให้ละเอียด รู้อย่างกำซาบในความจริงแห่งสถานการณ์ เราก็ขอลงคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.สพรั่ง ให้อ่านกันคำต่อคำนักข่าว...ขอทราบเกี่ยวกับที่มีการนำข้อมูลการบริหารงานไม่โปร่งใส ในการทำหน้าที่ประธานบอร์ด ทอท. และทีโอทีมาเปิดเผยในสื่อมวลชนขณะนี้

พล.อ.สพรั่ง...ขณะนี้กำลังพิจารณา โดยให้ฝ่ายกฎหมายของกรมพระธรรมนูญดูว่าเข้าข่ายหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายจะดำเนินการฟ้องร้องทันที เพราะรู้สึกว่าตอนแรกความเป็นสุภาพบุรุษของเราคิดว่าเขาคงจะได้อายบ้าง แต่รู้แล้วว่าไม่ใช่ ก็จะต้องสู้เลย สู้ทุกคนที่คิดว่าเป็นศัตรูกับชาติบ้านเมือง ผมสู้หมดเลย ผมได้ให้กรมพระธรรมนูญฟ้องร้องกับคนเหล่านี้จำนวน 100 ล้านบาท

โดยเงินที่ฟ้องร้องจะนำไปให้การกุศลทั้งหมด สื่อมวลชนเห็นความบัดสีบัดเถลิงของพวกนี้หรือยัง บ้านเมืองจะฉิบหายเพราะคนชั่วพวกนี้ ถ้าจะโกงไม่ต้องมาเป็นประธานบอร์ดหรอกคนพวกนี้มันโง่ ชั่วช้า เลวทรามนักข่าว...เหตุใดถึงได้เอาหลักฐานออกมาโจมตีตอนนี้พล.อ.สพรั่ง...ไม่เอา ผมไม่อยากพูด น้องไปหาคำตอบเอาเอง

พันธมิตรทั่วประเทศเขาเข้าใจผม มีการโทรศัพท์มาให้กำลังใจและเชื่อว่าสิ่งที่เป็นข่าวที่เรียกว่าจับแพะชนแกะ มีเป้าหมายที่สกปรกเป็นพิเศษนักข่าว...มีการระบุว่า บอร์ดชุดที่เข้าไปทำงานทำให้กำไรลดลงถึง 90%พล.อ.สพรั่ง...ลดลงเพราะอดีต และเรากำลังประคองอยู่ให้เข้มแข็ง แต่เขาพยายามจะบิดเบือนข่าวว่าเรามาทำ ทั้งที่

ข้อเท็จจริงพนักงานเขารู้อยู่ ถ้าเราทำไม่ดีพนักงานคงจะทำให้เราได้รับผลกระทบ เพราะพนักงานเขารู้ว่าใครคือคนที่ปกป้อง หรือใครไปทำเหตุชั่วไว้ก่อน หรือใครแอบผสมโรงปรารถนาลามก เขารู้หมด บ้านเราใครมีโอกาสที่ดี ใครได้ใช้เครื่อง บางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องปกตินักข่าว...ท่านจะพูดถึงพฤติกรรมของคนเหล่านี้อย่างไร

พล.อ.สพรั่ง...ยังไม่พูด เพราะว่าเราไม่เคยคิดชั่ว เราเห็นว่าใครเลวอย่าเลวแบบเขาก็แล้วกันนักข่าว...การงัดหลักฐานขึ้นมาโจมตีตอนนี้ แสดงว่าท่านไปขัดขวางผลประโยชน์ของเขาพล.อ.สพรั่ง...คำถามก็คือคำตอบ อยู่ดีๆ เขาจะมาเขียนได้อย่างไรนักข่าว...การทำงานที่ผ่านมา 1 ปี 4 เดือน ทุกอย่างที่ทำเกิดย้อนศรกลับมาหาตัวเราหมด

พล.อ.สพรั่ง...ไม่ได้ย้อนศร กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าใครที่รักชาติบ้านเมืองจริงๆ คนที่รักผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเขาย่อมตอบได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน และผมเข้ามาดูแลส่วนไหนที่ดี ส่วนไหนเป็นความผิดของใครชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่ข่าวสารนำมาปะติดปะต่อ เอาตามความเห็นตามบัตรสนเท่ห์หรือ

ตามคนเลวบางคนมาเขียน ผมไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องที่เขียนแต่ผมสงสารประเทศชาติ ถ้าสังคมเราคนเลวสามารถใช้สื่อได้และสื่อไม่ช่วยตรวจสอบน่าเป็นห่วง ลำพังผมไม่เดือดร้อนเพราะพันธมิตรรักผมทั่วประเทศอยู่แล้วนักข่าว...จะจัดการอย่างไรกับคนเลวๆ พวกนี้พล.อ.สพรั่ง...ให้ฟ้าลงโทษ เขาทำกรรมอะไรไว้ในอดีต

ก็ขอให้เขาได้รับก็แล้วกันนักข่าว...เสียใจหรือไม่ ที่เขาใช้คำว่าวีรบุรุษมาย้อนเกล็ดท่านพล.อ.สพรั่ง...ไม่สนใจในคำพูด แต่สนใจในเจตนานักข่าว...ที่ถูกโจมตี เป็นเพราะไปขัดผลประโยชน์เขาใช่หรือไม่พล.อ.สพรั่ง...เอาอย่างนี้ จะว่าขัดหรือไม่ขัด สิ่งใดที่เป็นการกระทำที่ถูกต้อง ผมมีหน้าที่สนับสนุน สิ่งใดที่จะก่อให้เกิดความ

เสียหายต่อชาติบ้านเมือง ผมจะเข้าไปขัดขวางยับยั้งและป้องกันและห้ามปราม ซึ่งมีหลักการชัดเจนอยู่แล้ว คนที่จะเดือดร้อนคือ คนที่เขากำลังคิดว่าผมไปทำชั่วในนั้น เขาจะต้องสู้ผมอยู่แล้วแล้วทำไมผมถึงไม่กลัวคนเหล่านั้น ก็เพราะว่าผมไม่ได้ทำ ทั้งนี้ผมไม่กลัวคนจะเกิดความเข้าใจผิด เพราะพันธมิตรเข้าใจดี คือกลุ่มคนดีเรียบร้อยนักข่าว...การถูกโจมตีครั้งนี้ เป็นเพราะท่านพยายามเก็บตัว

เงียบไม่ค่อยแอ็กชั่นหรือเปล่าพล.อ.สพรั่ง...ไม่หรอก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงไม่เกี่ยวกับการเก็บตัว เรื่องนี้เราจะต้องรู้จักมารยาทในการแสดงออก ถ้าเราทำหน้าที่ก็จะต้องเปิดตัวกับสื่อ แต่เมื่อเราถูกมาจัดวางในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องของคนอื่นทำต่อไปนักข่าว...ถ้าบ้านเมืองเกิดวิกฤติอีก ท่านพร้อมที่จะเข้ามา

ช่วยเหลือหรือไม่พล.อ.สพรั่ง...โอ๊ย นั่นเป็นหน้าที่พลเมืองดีทุกคนอยู่แล้วจะต้องช่วยอยู่แล้ว แม้แต่ผมก็พร้อมอยู่แล้วนักข่าว...มีความเห็นอย่างไร ต่อการควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีพล.อ.สพรั่ง...ไม่เป็นไร ผมไม่วิจารณ์ ผมมีมารยาทในการที่

จะไม่แสดงอะไรออกมา ผมไม่เคยสู้กับใครแบบอันธพาล ผมไม่เคยสู้กับใครด้วยความรู้สึกที่ว่าเราอยู่กับคนละฝ่าย ผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมทำตามหน้าที่ ตอนที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ก็ทำหน้าที่เพื่อปกป้องรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการไปทำหน้าที่พิพากษาใครนักข่าว...ที่ปฏิบัติอย่างนั้น เป็นเพราะมีความเป็นสุภาพบุรุษ

ใช่หรือไม่ ก็เลยเมื่อทุกอย่างจบแล้วก็จะต้องจบพล.อ.สพรั่ง...ทหารจะต้องเป็นสุภาพบุรุษนักข่าว...ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยต่อสายกับ ผบ.เหล่าทัพต่างๆ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาท่านบ้างหรือไม่พล.อ.สพรั่ง...โอ๊ย ผมไม่ได้ใหญ่โตขนาดที่ใครจะมาโทรศัพท์หา

นักข่าว...มีหลายคนพูดเยอะแยะ เกี่ยวกับการลงนามสัญญากับบริษัทเอไอเอส ให้สัญญาณโทรศัพท์ระบบ 3 จีพล.อ.สพรั่ง...ไม่จริงๆ ให้ไปถามทีโอทีดีกว่า เพราะว่าสังคมจะได้รู้ว่าพนักงานในองค์กรนั้นเขาก็รักองค์กรอยู่แล้ว ถ้าผมคิดไม่ได้แล้วจะเหลือหรือไม่ ซึ่งจะต้องชัดเจนอยู่แล้ว คนที่

ลงข่าวปรารถนาลามก เอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วใส่คนอื่นคนอย่างนี้สังคมยังต้อนรับอีกหรือ เขารู้ว่าเป็นใคร ผมจะไม่ทำตัวตกหลุมพราง น้องๆ ไม่ต้องตั้งคำถามว่าเป็นใคร เพราะว่าเจ้าตัวรู้ดีว่าคิดชั่วนักข่าว...ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์มาหาจะรับหรือไม่พล.อ.สพรั่ง...เรื่องนี้เราตั้งข้อสมมติฐานขึ้นมาเอง

นักข่าว... พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าได้พูดคุยกันแล้วในฐานะพี่น้องเตรียมทหารกับพ.ต.ท.ทักษิณ ตัวท่านจะคุยหรือไม่พล.อ.สพรั่ง...เอาเหตุเกิดก่อนแล้วค่อยถามได้หรือไม่ ตอนนี้เรื่องยังไม่เกิด และยังไม่มีใครโทรมาหาด้วยนักข่าว...ถ้ามีการโทรศัพท์มาจริงๆ ท่านพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ใจเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์หรือไม่

พล.อ.สพรั่ง...ผมไม่ใช่เป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมเป็นคนที่มีเหตุผล การพูดคุยผมพิจารณาได้ สิ่งที่พูดคุยนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องพูด แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับตัวเองและบ้านเมืองเสียหาย ผมไม่ยอมเท่านั้น แต่หากทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็พร้อมที่จะพูดคุยด้วย แต่ผมไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรจะต้องมาพูดคุยด้วย แต่ถ้ามีตำแหน่งอีกตำแหน่งอาจจะไม่ต้อง

พูด และผมไม่ทราบว่าได้มีการพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพอื่นๆ หรือเปล่า และผมจะไม่ถาม เพราะจะต้องรู้ว่าสถานะผมอยู่ตรงไหนก็ทำตรงนั้น ที่เราทำมาไม่ได้ทำเพื่ออยากดัง แต่ทุกอย่างทำตามหน้าที่ เมื่อหมดหน้าที่ก็ให้คนอื่นทำ ที่ผ่านมาผมภูมิใจ อย่าให้ความภูมิใจเราสูญหายไป เราไม่ได้สูญเสียหรือเสียใจเรื่องอะไรนักข่าว...ขณะนี้ท่านยังเป็นห่วงเรื่องอะไรอีกหรือไม่

พล.อ.สพรั่ง...เรื่องทั้งหมดประชาชนตัดสินไปแล้ว ความรู้สึกของประชาชนที่รักชาติบ้านเมืองคิดอย่างไร ผมก็คิดอย่างนั้นอยู่แล้วนักข่าว...ตอนนี้เรายังเชื่อว่าตัวเราเป็นผ้าขาวอยู่หรือไม่พล.อ.สพรั่ง...ไม่มีอะไรที่จะไปคิดตักตวงอะไรในระหว่างการทำหน้าที่ ผมมีแต่ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ผมช่วยอยู่แล้ว เจ้าตัวรู้ดี ทุกคนรู้ดี แต่เราไม่ต้องไปโฆษณา แต่

คนเลวตีเราเป็นเรื่องธรรมดา เขาจะต้องรับผลกรรมที่ทำชั่วฟ้าดินลงโทษอยู่แล้ว คอยดูประเทศไทยจะมีหิมะตกเหมือนที่เวสต์แบงก์นักข่าว...เห็นมีข่าวบอกว่า ท่านได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแล้วพล.อ.สพรั่ง...ผู้ใหญ่ที่รักผมเขาก็เข้าใจ แค่บอกความจริงเขาก็รับไม่ได้ต่อสิ่งที่ผมถูกใส่ร้าย ผมบอกหมดเลยว่าเป็นใคร

สื่อมวลชนไปเจาะเอาเองก็แล้วกันว่าเป็นใคร ผมบอกกับผู้ใหญ่เหล่านั้นไปแล้วว่าเป็นใครบ้าง ผมไม่เคยอ้ำอึ้งผ่านสื่อว่า ผู้ใหญ่ที่เคารพในบ้านเมืองเป็นใครนักข่าว...ใช่ พล.อ.เปรม หรือไม่พล.อ.สพรั่ง...ผมไม่พูดถึงว่าพูดกับใคร และผมไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ผมพูดกับผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองก็แล้วกัน