WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 7, 2008

พิรุธ คตส.เลือกปฏิบัติ “บรรพต” พ้นคดีกล้ายาง

พบพิรุธ คตส. เลือกปฏิบัติคดีจัดซื้อกล้ายางพารา 1.4 พันล้าน ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 45 คน ไม่มีชื่อ “บรรพต หงษ์ทอง” ทั้งที่เรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยตรง ขณะที่กรรมการโดยตำแหน่งกลับโดนหางเลขถ้วนหน้า จี้ประธานอนุกรรมการสอบสวน พร้อมด้วย “นาม ยิ้มแย้ม” อธิบายต่อสาธารณชน ระบุประธาน คตส.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีโทษถึงติดคุก


จากกรณีที่คณะกกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) มีมติส่งสำนวนคดีการจัดซื้อกล้ายางพารามูลค่า 1,440 ล้านบาทให้สำนักงานอัยการสูงสุด สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 45 คน มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และ บริษัทเอกชนที่เข้าประกวดราคา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการใช้เวลาพิจารณาอย่างยาวนานนั้น ได้กลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความสุจริต เที่ยงธรรม และการเลือกปฏิบัติของ คตส.

เนื่องมาจากการสอบสวนคดีจัดซื้อกล้ายางพาราดังกล่าว มีพิรุธมาตั้งแต่แรก เมื่อนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. สั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 93 ราย โดยไม่มีชื่อผู้บริหารบริษัทซีพี คือ นายวัลลภ เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอยู่ด้วย จนกระทั่งถูกสื่อมวลชนทักท้วง ว่าทำไมชื่อผู้บริหารบริษัทซีพี หายไป

ในครั้งนั้น นายนาม ยิ้มแย้ม ชี้แจงว่า “เจ้าหน้าที่พิมพ์ตกหล่น” และได้สั่งให้พิมพ์ชื่อนายวัลลภ เจียรวนนท์ พร้อมด้วยผู้บริหารซีพี ทั้งคณะ เข้าไปเป็นผู้ต้องหาแล้ว โดยเป็นเพียงคำแก้ตัวง่ายๆ ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้น และมีคนพยายามที่จะเชื่อมโยงไปถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

เมื่อผ่านพ้นขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา โดยไม่สามารถตัดชื่อผู้บริหารบริษัทซีพี ให้พ้นจากสำนวนได้ คตส.ก็ใช้เวลาอีกกว่า 1 ปี ในการสรุปผลการสอบสวนว่าสมควรดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 45 ราย ตัดคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 ซึ่งเป็นผู้นำเสนอโครงการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ออกไปทั้งหมด

ผู้ต้องหาของคตส. ในคดีนี้ จึงเหลือเพียง กลุ่มที่ 1. คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คกช.) บางคน นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคชก. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายอดิศัย โพธารามิก นายวราเทพ รัตนากร พร้อมด้วยข้าราชการจากหลายหน่วยงานที่เป็นกรรมการคชก. โดยตำแหน่ง ซึ่งถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีอนุมัติเงิน 1,440 ล้านบาท ดำเนินโครงการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ โดยไม่มีอำนาจ

กลุ่มที่ 2. ข้าราชการกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นคณะกรรมการประกวดราคา กลุ่มที่ 3. บริษัทเอกชนที่เข้าประกวดราคาทั้ง 3 ราย และ กลุ่มที่ 4 คือ นายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะผู้อนุมัติให้รับราคาตามที่ส่วนราชการเสนอมา

หากจำแนกความผิดของทั้ง 45 ราย ที่ถูกคตส. ตั้งข้อหาและสรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้อง พอจะได้เป็น 3 เรื่องหลัก คือ 1. คณะกรรมการคชก. มีความผิดเนื่องจากอนุมัติให้ใช้เงิน 1,440 ล้านบาทโดยไม่มีอำนาจ 2. ข้าราชการกรมวิชาการเกษตร กับ บริษัทเอกชน มีความผิด เนื่องจาก “ล็อกสเปก” และ “ฮั้ว”ราคา และ 3. นายเนวิน ชิดชอบ มีความผิดเนื่องจาก เซ็นอนุมัติรับราคา โดยไม่ยอมรอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ ในขณะนั้น มาเป็นคนลงนาม

อย่างไรก็ดีประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้ อยู่ตรงที่การดำเนินคดีกับกรรมการ คชก. บางคน และตัดชื่อคนบางคน ออกไป ทั้งๆ ที่เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ในฐานะคณะกรรมการที่ร่วมกันพิจารณาอนุมัติเงิน 1,440 ล้านบาท

มีการตั้งข้อสังเกตุว่า คตส. หยิบชื่อกรรมการคชก. 2 คนออกไปจากสำนวนสอบสวน คือ นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายสุทธิพร จีระพันธ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาของคตส. ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะนายบรรพต ซึ่งเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

ในขณะที่ นายสิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง กลับตกเป็นผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยตำแหน่ง เช่นเดียวกับ นายปริญญา อุดมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ก็กลับต้องตกเป็นผู้ต้องหา เช่นเดียวกัน

แหล่งข่าวระบุว่ากรณีที่เกิดขึ้น นายบรรเจิด สิงหคเนติ ประธานอนุกรรมการสอบสวนคดีนี้ และ นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. ต้องมีคำอธิบายกับประชาชนว่าเหตุใด ชื่อนายบรรพต หงษ์ทอง จึงหายไป แต่รองอธิบดีกรมการปกครอง หรืออธิบดีกรมประมง ต้องมารับผิดกับเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีนายบรรพต เป็นปลัดกระทรวงฯ เพราะเหตุใด

พร้อมตั้งข้อสังเกตุด้วยว่า นายนาม ยิ้มแย้ม จะแก้ตัวว่าเจ้าหน้าที่พิมพ์ชื่อผู้ต้องหา “หล่น” อีกหรือไม่ ซึ่งการกระทำของนายนาม ส่อเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าด้วยช่วยเหลือผู้กระทำความผิด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุก

ทั้งนี้ หากคตส. ทำงานด้วยความไม่ชัดเจน อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นการทำงานเพื่อชำระความแค้นส่วนตัว ไม่ได้เป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติด้วยความสุจริต

ในหลวงรับสั่ง ครม.สมัคร 1 ซื่อตรงเสียสละ อย่าให้ประชาชนผิดหวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทกับ คณะรัฐมนตรัใหม่ ทั้ง 36 คน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทกับ คณะรัฐมนตรัใหม่ ทั้ง 36 คนในโอกาสเข้าเฝ้าทุลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญานก่อนเข้ารับตำแหน่งใหม่โดยมีใจความสำคัญว่า ให้คณะรัฐมนตรี ความเสียสละ ซื่อตรงทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมให้ประชาชนในประเทศชาติไม่ผิดหวังในงานที่ท่านกำลังทำ และยึดหลักตามคำปฏิญาณที่ให้ไว้ เพื่อให้มีเกียรติให้หน้าที่

ซึ่งเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทั้ง36คน จะสามารถทำได้

Wednesday, February 6, 2008

อานันท์ ปันยารชุน ประชาธิปไตย จากหัวใจนายกฯ ที่มาจากรัฐประหาร

ผมอ่านความเห็นของคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากรัฐประหาร ของ รสช. ปี 2534 ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ฉบับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551 แล้วอดมันคันหัวใจ และคันปากไม่ได้ ที่เขาว่า คนชั้นใด ก็คิดเหมือนคนชั้นนั้น เป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดความจริงแม้แต่น้อย

นายอานันท์ ปันยารชุน นั้น ได้รับสมญาว่าเป็น "ผู้ดีรัตนโกสินทร์" เมื่อกำเนิดมาแบบนี้ ก็คงคิดแบบพวกตระกูลผู้ดีทั้งหลายที่ว่า ชาวบ้านขายเสียง ขายสิทธิ์เหมือนเดิม โดยไม่ได้ลงไปดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเลย แต่ เป็นเพราะชาวบ้านเขาไม่เลือก "พรรคที่พวกผู้ดีแปดสาแหรก" เหล่านี้ให้การสนับสนุนนั้นเอง ก็เลยใช้นิสัยถาวรของคนกลุ่มนี้ คือ กล่าวหาว่าชาวบ้านขายเสียง โดยไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่วันเลือกตั้ง ผมลงไปนอนอยู่ในหมู่บ้าน พรรคที่ซื้อเสียงคือ พรรคที่พวกผู้ดีเหล่านี้สนับสนุนนั่นเอง

---------

นายอานันท์ กล่าวตอนหนึ่งว่า

"ดังนั้น ที่บอกมาว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกที่หยั่งความรู้สึกของประชาชนว่า ต้องการพรรคใด แต่ถ้าการเลือกตั้งไม่สะอาด ไม่โปร่งใสตามที่ข่าวหนาหู ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งตลอด 30-40 ปี จะการันตีได้อย่างไรว่ารัฐบาลที่ได้นั้นจะมีความชอบธรรม"

------------

ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า "การเป็นนายกฯที่มี ที่มาจากรัฐประหาร มันมีความชอบธรรมอย่างไร เมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด เรื่อง การคอรัปชั่น ในรัฐบาลของนายอานันท์ ผมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ยิน ทั้งเรื่อง การขายโรงกลั่นบางจากมูลค่า 8,000 ล้านบาท ที่เป็นตำนานไม่รู้จบ และเรื่อง โครงการโทรศัพท์สามล้านเลขหมาย มันอธิบายคำว่า ทุจริตเชิงนโยบาย หรือเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องได้อย่างไร หรือคิดว่าอะไรที่ "ผู้ดีแปดสาแหรก ใส่สูท" ทำแล้วไม่ผิด ถือเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ อะไรที่ทำเพื่อคนรากหญ้า ทำเพื่อคนจนนั้น ถือเป็นการซื้อเสียง เป็นประชานิยม

สำหรับผมที่เกิดเป็นคนรากหญ้าแล้ว ผมยอมรับทัศนะคติ ของพวกผู้ดีแบบนายอานันท์ นี้ไม่ได้ มันเป็นทัศนะคติของการดูถูกกันทางชนชั้น เป็นทัศนะคติของพวกอำมาตย์ ที่คิดว่า "พวกตนดีกว่าชาวบ้าน" ดังนั้นพวกตนจึงควรได้อำนาจปกครองคนที่โง่กว่า

ที่คนพวกนี้ไม่ชอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง ก็เพราะเมื่อมีการเลือกตั้ง รัฐบาลหรือนักการเมืองทั้งหลาย ย่อมให้ความสำคัญแก่ชนชั้นล่างมากกว่าคนชั้นสูง เพราะทุกคนต่างมีหนึ่งเสียงเท่ากัน เมื่อมีเพียงคนละหนึ่งเสียง คุณค่าของคนอย่างนายอานันท์ ปันยารชุน ก็มีค่าเท่ากับ ลุงแก่ๆ คนหนึ่งในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลความเจริญ หม่อมราชวงศ์ หรือ หม่อมเจ้า ก็ย่อมมีค่าไม่ต่างจาก ไพร่หรือชาวนาชาวไร่ ทั่วไป ไม่มีใครมีเกียรติยศ หรือมีความสำคัญมากกว่าใคร

เมื่อการเมืองเป็นอย่างนี้ อำนาจบารมีของคนเหล่านี้ก็หมดไป อำนาจแฝงที่จะล็อบบี้ใครๆ โดยอ้างว่า “ฉันเป็นผู้ดีนะ” ก็ไม่มีความหมายอะไรอีก ก็เหมือนกับที่ผมเห็นในอังกฤษที่คนมี บรรดาศักดิ์ เป็น Duke เป็น Earl ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากกว่ากรรมกรในโรงงานนัก เพราะ Title หรือ คำนำหน้านามเหล่านี้มันไมได้มีความหมายอะไรในสังคมสมัยใหม่ ความเห็นของ Duke กับความเห็นของ กรรมกร ไม่ได้มีความหมายมากกว่ากันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ยิ่งในสังคมสมัยใหม่นี้ “ทุน กับ คน” สำคัญกว่า “บรรดาศักดิ์ ศักดินา ชาติกำเนิด” เพราะในสังคมสมัยใหม่ พวกกลุ่มผู้ดีเก่า (ผู้ดีจากการสมมุติ) ไม่ได้ยึดกุมทรัพยากรอันมีคุณค่าของสังคมอีกต่อไปแล้ว เพราะทุนใหญ่ เมื่อประสานกับกำลังคนของชาวรากหญ้า พวกศักดินาทั้งหลายก็ไม่มีความหมายโดยสิ้นเชิง

ในจิตสำนึกลึกๆ แล้วคนเหล่านี้ไม่ได้ชอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพราะมันทำให้ความสำคัญของพวกเขาลดลง เราดูได้จากการแสดงความคิด การแสดงความเห็นต่างที่รังเกียจประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ในจิตสำนึกแล้ว พวกเขาชอบการปกครองที่มีชนชั้น ที่เราเรียกว่า อภิชนาธิปไตย ที่พวกชนชั้นผู้ดี ควรปกครองชนชั้นด้อยกว่า แต่เนื่องจากโลกสมัยใหม่ ไม่มีประเทศใดที่จะปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยได้ คนพวกเขาจึงพูดได้ไม่เต็มปากว่าประชาธิปไตยไม่ดี ทำได้เพียงการกล่าวหาคนชั้นรากหญ้าว่า "ขายเสียง" เท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพียงเพราะชาวรากหญ้า ไม่เลือกพรรคที่พวกเขาสนับสนุนเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

เชื่อผมเถอะว่า หาก “พรรคเพื่อแผ่นดิน” ซึ่งเป็น Proxy หรือตัวแทนที่พวกเขาส่งลงเลือกตั้ง ได้เสียงสัก 70-80 เสียง และได้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนใหม่ พวกเขาจะยกย่องทันทีว่า คนรากหญ้า คนอีสานฉลาด พัฒนาแล้ว มีจิตสำนึกแล้ว ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อแผ่นดินใช้ซื้อเสียงหรือไม่ เพราะมันทั้งเงิน สื่อ และอำนาจรัฐหนุนอย่างเต็มที่

ความผิดหวัง ทำให้คนพวกนี้ออกมาดิ้นทุรนทุราย ผมเห็นแล้วเกิดความทุเรศเต็มทน

บทความโดย ... ลูกชาวนาไทย

กลุ่มสื่อประชาชน โดยประชาชน ... เพื่อประชาชน http://www.thaifreenews.com/

จาก hi-thaksin

นายกฯ แถลงข่าวที่ทำเนียบฯ ยืนยันจะเป็นมิตรกับสื่อ

ทำเนียบรัฐบาล 6 ก.พ. - นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลับจากการนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยกล่าวยืนยันว่าจะเป็นมิตรกับสื่อ

พร้อมชี้แจงเหตุผลที่มอบหมายให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูแลงานด้านเศรษฐกิจเพื่อเป็นการแบ่งแยกกันทำงาน และหลังจากที่แถลงข่าวเสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีจะประชุมกับรัฐมนตรีทั้งหมด ที่ตึกไทยคู่ฟ้า .- สำนักข่าวไทย




อัพเดตเมื่อ 2008-02-06 18:16:48

ร่วมแสดงความยินดีกับนายกฯ คนที่ 25 และคณะรัฐบาล


ขอฝากความหวังและให้กำลังใจคณะรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ แก้ไขวิกฤติชาติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ

จาก hi=thaksin

นพดล เตรียมอบนโยบายข้าราชการ พรุ่งนี้

ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ "นพดล ปัทมะ" เตรียมประชุมมอบนโยบายการทำงาน ข้าราชการกระทรวงระดับ 8-10 โดยจะเชื่อมต่อสัญญานทั่วโลก

นายนพดล ปัทมะ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเรียกประชุมข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับ ซี 8 - ซี 10 ตั้งแต่พรุ่งนี้ โดยจะมีการเชื่อมต่อสัญญาณของการประชุมไปทั่วโลก เพื่อมอบนโยบายให้กับข้าราชการ ขณะที่มีการประชุม ครม.นัดแรกในวันศุกร์นี้ ก็จะมีการหรือ เพื่อตั้งคณะทำงานร่างนโยบายเพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมย้ำนโยบายของรัฐบาลจะให้ความสำคัญทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ และเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของประเทศ

ทางด้าน นายสันติ พร้อมพัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ระบุจะเร่งดำเนินการโครงการเมกกะโปรเจ็คตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในเขต กทม.และปริมณฑล

ในหลวงโปรดเกล้าฯครม.สมัคร1

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

3. นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

4. นายสหัส บัณฑิตกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี

5. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

6. นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

7. นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

8. นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

9. นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

10. ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

11. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

12. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

13. นายสุพล ฟองงาม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

14. นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

15. นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

16. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

17. ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

18. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

19. นายสุธา ชันแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

20. นายนพดล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

21. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

22. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

23. นายสมพัฒน์ แก้ววิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

24. นายธีระชัย แสนแก้ว เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

25. นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

26 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

27. นายมั่น พัธโนทัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

28. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

29. นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

30. พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

31. นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

32. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

33. พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

34. นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

35. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

36. นายพงศ์กร อรรณนพพร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ครม.สมัคร 1 เดินทางเข้าเฝ้าถวายสัตย์แล้ว

ครม.สมัคร 1 เดินทางเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญานต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่แล้ว


ครม.ทั้ง 35 คน ได้ออกเดินทางจากทำเนียบรัฐบาลโดยรถบัสของสำนักนายกรัมนตรีแล้วเพื่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าทำหน้าที่

ทางด้าน นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่แผ่นดิน และว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทวงอุตสาหกรรม ยืนยันการันตีความสามารถของ ร.ต.(หญิง)ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่าจะไม่มีปัญหาในการทำหน้าที่

ขณะที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิเสธให้ความชัดเจนว่าจะนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 หรือไม่ โดยเห็นว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตาม พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันศุกร์นี้ด้วยว่าจะเป็นการหารือถึงนโยบายต่างๆ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ

ว่าที่ รมว.คลัง ปัดข่าวปลด ผู้ว่า ธปท.

ว่าที่ รมว.คลัง ระบุ ข่าวปลด ผู้ว่า ธปท. แค่ข่าวลือ พร้อมปฏิเสธ นายกฯ เรียกเคลียร์ กับ"มิ่งขวัญ"


น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องของการปลดนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงข่าวลือซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่เชื่อว่าไม่ได้มาจากผู้ที่มีหน้าที่และบทบาทสำคัญในการทำงานอย่างแน่นอน และยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มาจากตนด้วย

"คิดว่าหน้าที่ของรมว.คลัง ได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคลัง ธปท.และสำนักงบประมาณ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันให้นโยบายทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการได้ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้" นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ น.พ.สุรพงษ์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เรียกไปหารือร่วมกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ หลังจากที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน

คณะ กก.สอบฯ พปช.เป็นนอมินี ประชุมรับฟังคำชี้แจงพยาน


กกต. 6 ก.พ.- ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ (6 ก.พ.) ว่า คณะกรรมการสอบสวนกรณีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ที่มีนายไพฑูรย์ เนติโพธิ เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อที่จะรับฟังคำชี้แจงพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แต่ปรากฏว่า นางเยาวภา ได้ส่งทนายมาสอบถามว่าคณะกรรมการสอบสวนต้องการทราบประเด็นใด ทั้งที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯ ได้มีการเสนอประเด็นที่ต้องการทราบไปให้แล้ว ขณะเดียวกัน ได้มีการรับฟังคำชี้แจงจากผู้ร้อง คือ นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายถาวรได้นำเอกสารหลักฐานพร้อมซีดี ที่จะแสดงว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทยมาชี้แจง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่คณะกรรมการฯ มีหนังสือเชิญ นายสมัคร สุนทรเวช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาให้ถ้อยคำนั้น ปรากฏว่า บุคคลทั้งหมดได้แจ้งว่า จะขอชี้แจงเป็นเอกสารกลับมายังคณะกรรมการสอบสวนฯ ภายในวันที่ 14 ก.พ.นี้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-06 16:31:38