WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 7, 2008

กกต.ยันพิจารณายุบ มฌ.-ชท. ตามกฎหมาย

กกต.7 ก.พ.-“จรัล”พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย ยื่นหนังสือถึง กกต.ค้านยุบพรรคมัชฌิมาฯ-ชาติไทย ด้าน“สุเมธ-สุทธิพล”ยันการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ระบุยังเร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง ชี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เวลา 09.00 น.วันนี้ (7 ก.พ.) นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย เดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.อย่ายุบพรรคการเมือง ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน จะเริ่มประชุมครั้งแรกเพื่อวางกรอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในบ่ายวันนี้ด้วย โดยนายจรัล เห็นว่าประเทศไทยเดินหน้ามามากแล้ว และการยุบพรรคการเมืองถือว่าเป็นเรื่องล้าหลัง ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน

“ที่มายื่นหนังสือวันนี้ ไม่ได้ต้องการประท้วง กกต. แต่ที่มายื่นหนังสือกับ กกต. เป็นเพราะ กกต.เป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มต้นการพิจารณาสำนวนที่นำไปสู่การยุบพรรค” นายจรัล กล่าว

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่นายจรัลมายื่นหนังสือว่า กกต.ไม่มีอำนาจยุบพรรคการเมือง แต่ กกต.ต้องเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหากรณีนี้มีอยู่ว่า กกต.ไม่เคยเจอเรื่องนี้มาก่อน จึงไม่แน่ใจว่า กกต.ต้องสืบสวนสอบสวนและพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก่อนหรือไม่ หรือ กกต.สามารถเสนอความเห็นให้ยุบพรรคอย่างอัตโนมัติได้เลย ตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหาด้านข้อกฎหมาย ซึ่ง กกต.ต้องสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าหากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทำผิด กรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ ได้รู้เห็นกับการทำผิดด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องพิจารณากฎหมายว่า กฎหมายหมายความไว้แค่ไหน

“หาก กกต.จะยุบพรรคการเมืองใด ต้องมีเหตุผลที่ดีและสามารถนำเสนอศาลรัฐธรรมนูญได้ กกต.มีหน้าที่เพียงเสนอความเห็นเท่านั้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ได้” นายสุเมธ กล่าว

ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคยังมีอีกหลายขั้นตอน กกต.จะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ที่กำหนดว่า กกต.ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป และเมื่อส่งไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ยุบพรรคเสมอไป ขณะนี้เร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง นอกจากนี้ กกต.ไม่ได้ตั้งใจจะยุบพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่หาก กกต.ไม่ทำตามที่กฎหมายระบุไว้ กกต.จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนที่นายจรัลระบุว่า การยุบพรรคเป็นเรื่องล่าหลังนั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อกฎหมายระบุไว้เช่นนี้ กกต.ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะถือว่าเป็นการกดดันการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคหรือไม่นั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า คงไม่กดดัน เพราะคณะกรรมการทราบว่าอำนาจสูงสุดที่จะพิจารณาเรื่องนี้คือศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่ต้องการให้มองว่าจะมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจริง เพราะทุกคนคงเห็นตรงกันว่าประเทศไทยใกล้จะมีประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว แต่สิ่งจำเป็นที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ คือ ความรักความสามัคคีในชาติ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล และนิติบัญญัติ หากเน้นเรื่องความปรองดอง สามัคคีกัน และไม่เอาคืน เพราะทุกคนต่างมีบทบาท ก็จะทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติไปได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 14:12:05

เฉลิมย้อนอดีตขอโทษปชช.ลั่นขอทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เข้ากระทรวงมหาดไทยพรุ่งนี้

รัฐมนตรีฯมหาดไทย ขอโทษประชาชนต่อเรื่องส่วนตัวและครอบครัวที่ผ่านมา สั่งผู้ว่าฯ ห้ามไปพบที่บ้านและห้ามขนคนมารับ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดใจเป็น พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และยอมรับรอเป็น มท.1 มาหลายปีแล้ว จากนี้ไปจะตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ ส่วนตัวขอกราบขอโทษประชาชนและสื่อมวลชนที่ตนและครอบครัวทำให้ไม่สบายใจ พร้อมปฏิเสธยังไม่คิดดึงลูกชายมาช่วยงาน ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ แต่เพื่อความสบายใจ

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแล จะต้องตรวจสอบได้ เน้นย้ำ ผู้ว่าฯห้ามมาหาที่บ้าน ให้โทรศัพท์ หรือ ไปพบที่กระทรวงได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันขอครหาเวลาไปตรวจราชการห้ามขนคนมารับอย่ามองตนเป็นรัฐมนตรี ให้มองเป็นผู้ร่วมงาน

รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วย 2 คน นัดเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อเริ่มต้นทำงานและคาราวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พรุ่งนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน จะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกระทรวงมหาดไทยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งที่ กระทรวงมหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 07.30 น. โดยห้องทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม คือห้องประจำตำแหน่งของรัฐมนตรีฯมหาดไทย ห้องทำงานของ นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยฯมหาดไทย หรือ มท. 2 คือ ห้องทำงานเก่า
ของนายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตมท.2 และห้องทำงานของ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ มท.3 คือ ห้องทำงานเดิมของ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ อดีต มท.3

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว นายพงษ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้รายงานข้อมูลของกระทรวงให้รับทราบ ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีสื่อมวลชนเดินทางไปที่บ้านพัก ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้วย

'สมัคร'ประกาศชัดนิรโทษกรรมอดีตกก.บห.ทรท.111คน

นายกฯสมัครประกาศชัดถึงจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน เนื่องจากขณะนี้บุคลากรทางด้านการเมืองขาดแคลน และอาจจะแก้รัฐธรรมนูญพร้อมกัน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน และการแก้รัฐธรรมนูญว่า อาจจะมาพร้อมกัน หรืออาจจะรอให้บรรยากาศดีแล้วค่อยทำ เนื่องจากขณะนี้บุคลากรทางด้านการเมืองขาดแคลน แต่การดำเนินการต้องมีเสียงเกินครึ่งหนึ่ง
“ไม่ใช่ความเห็นของประชาชน ปัญหามันอยู่ที่ว่าบุคลากรทางการเมืองหามาใช้งานไม่ค่อยได้ 111 คน ดีทั้งนั้น ผมไม่กล้าพูด และไม่มีเหตุผลอะไร ถ้ามีการว่ากล่าว ผมก็ต้องหยุดเท่านั้นเอง” นายสมัคร กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองว่า มันไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม เพราะไม่ได้มีตำรวจจับไปสอบสวน ไม่ได้มีอัยการสั่งฟ้อง แต่เป็นเรื่องที่เขาขัดแย้งกันในความเห็น และตุลาการรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ศาลด้วย
“ชอบอ้างกันนักศาลพิพากษา ไม่ใช่เลย คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญมีความขัดแย้งกัน คนหนึ่งบอกว่าไอ้พรรคนี้จ้างพรรคเล็กลงสมัคร อีกคนบอกว่าพรรคเล็กไม่ให้ลง แล้วตุลาการก็บอกว่าพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลง ให้ยุบพรรคใหญ่ จ้างพรรคเล็กไม่ให้ลง ไม่ยุบก็เท่านั้นเอง คนวินิจฉัยก็เลยโดนนินทา แต่ จะไปอ้างว่าเป็นการพิพากษาไม่ได้เลย เพราะเป็นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเท่านั้น” นายสมัคร กล่าว

'นพดล' ตั้ง 'อริสมันต์' นั่งที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ [7 ก.พ. 51 - 11:47]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (7 ก.พ.) นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ ในเวลา 09.19 น. ได้เข้าสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ จากนั้น พบปะหารือกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงาน และนัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ในเวลาประมาณ 11.20 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายนพดล ได้แต่งตั้ง น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายอภิชัย ตังคินีนาถ และนายแอนโทนี อโศก ชาร์มา

'มิ่งขวัญ'ฟิตประกาศลั่น หาเงินเข้าปีละแสนล้าน [7 ก.พ. 51 - 10:53]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.พ.) บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสเข้าทำงานวันแรก

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) แล้ว จะมีการแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรี

ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า คาดว่าคงจะได้รับมอบหมายงานจากนายกรัฐมนตรี ภายใน 1-2 วันนี้ โดยส่วนตัวอยากดูและในภาพรวมเกี่ยวกับการดูแลแก้ไขปัญหาความยากจน แม้จะมีทีมเศรษฐกิจดูอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือ ส่วนเรื่องการศึกษาจะขอเข้าไปหารือกับข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการก่อน

ด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะให้ดูแลเรื่องการหารายได้เข้าประเทศ โดยจะดูแลงานด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน เบื้องต้นวางเป้าหารายได้เข้าประเทศปีละแสนล้านบาท เบื้องต้นต้องรอหารือกับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

ในส่วนของนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สนใจที่จะดูแลงานในส่วนของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และเชื่อว่าคงจะได้ดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ส่วนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน คงเป็นเรื่องในอนาคต สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง จึงจะมีการตั้งขณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาปรับปรุง โดยประเด็นสำคัญที่อยากจะแก้ไขคือ ระบบการเลือกตั้ง การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และการที่มองกันว่านักการเมืองเลวทรามต่ำช้ำไปหมด

"ง่ายที่สุดคือเอารัฐธรรมนูญปี 40 เป็นตัวตั้ง และเอาส่วนดีของรัฐธรรมนูญปี 50 มาใส่ อันไหนที่คิดว่าเป็นปัญหาก็ตัดออก" นายชูศักดิ์กล่าว

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับมอบหมายให้ดูแลสื่อของรัฐ กล่าวว่า พรุ่งนี้คงมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งงาน แต่หากได้รับมอบหมายก็จะดำเนินงานเรื่องทิศทางของทีวีสาธารณะ ไทยพีบีเอส ให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการนำเสนอข่าวของสื่อของรัฐ ต้องนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนอย่างสมบูรณ์ ไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าจะรับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนตามที่คาดหวังให้ได้ คาดว่า 3 เดือนแรกคงจะเห็นทิศทางการทำงานของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทีมงานของโฆษกฯ จะประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ และ น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

ชลิตให้ถามประชาชน กม.นิรโทษกรรม111 [7 ก.พ. 51 - 12:39]

วันนี้ (7 ก.พ.) พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ว่าการแก้กฎหมายเป็นสิทธิเสรีภาพของผู้มีอำนาจ ถ้าทำแล้วประชาชนเห็นชอบ ก็คือความต้องการของประชาชน ถ้าไปขัดขวางก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะประชาชนจะทราบความต้องการที่แท้จริงว่าคืออะไร และจะเป็นผู้เห็นชอบและตัดสินว่าควรทำหรือไม่

พล.อ.อ.ชลิต ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมตัวกันตรวจสอบรัฐบาล ว่า อย่า "ถ้า" ให้มากเลย เพราะจะทำให้จิตใจหดหู่ เราทำหน้าที่ของเราในแต่ละหน้าที่ให้เต็มที่ ช่วยกันประคับประคองให้ประเทศพัฒนาต่อ ส่วนเรื่องถูกใจหรือไม่ถูกใจ พวกเราทุกคนจะได้เห็น ทั้งนี้ ตนยังมุ่งหวังว่าทุกคนในประเทศต้องเห็นประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทุกฝ่ายควรให้โอกาสรัฐบาลทำงานก่อน

วันเดียวกัน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าทำงานเป็นวันแรก จากนั้นเข้าสักการะพระพิฆเนศวร ด้านหน้าอาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคาร มีนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม นำข้าราชการระดับสูงให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงทีมงานว่า คงมีไม่มาก จะมีนายประวัฒน์ อุตตะโมต เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี นายโสภณ โกชุม เป็นเลขานุการรัฐมนตรี และจะให้ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ น้องชายของตน มาช่วยงานแต่จะไม่ให้ตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการให้มี "อมรวิวัฒน์" มากเกินไปในกระทรวง

ผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีหลายคดีเกี่ยวข้องกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมพงษ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ถ้าตนไม่มาเขาจะไม่ทำหรืออย่างไร เมื่อถามว่ามีข้อกังวลว่ารัฐบาลอาจเข้ามาแทรกแซงคดี นายสมพงษ์ กล่าวว่า "คุณไม่ต้องมาถามอย่างนี้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายทั้งนั้น ผมไม่รู้เรื่องกฎหมายแต่ก็ทราบว่าถ้าไปผูกมัด อะไรผิด ผมก็ไม่ทำ"

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายล้างขั้วเก่า นายสมพงษ์ กล่าวว่า คงไม่อย่างนั้น ทุกอย่างจะเป็นไปตามครรลองครองธรรม มาถามอะไร อย่างนี้เรื่องที่พวกคุณมีความวิตกไม่มีกับตนแน่นอน มันอยู่ที่ความชอบธรรมมากกว่า คำถามเช่นนี้เมื่อตอน 19 ก.ย.มีการถามกันบ้างไหมตนจะได้เอาคำตอบแบบนั้นมาตอบ หากเกิดอะไรขึ้นค่อยมาว่ากันอีกที

สหรัฐประกาศคืนความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย

สหรัฐ 7 ก.พ.- สหรัฐประกาศคืนความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย ที่ถูกระงับไปหลังมีการยึดครองอำนาจการเมื่อปี 2549

นายทอม เคซี่ย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวโดยอ้างถ้อยแถลงของนายจอห์น เนโกรปอนเต้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศว่า นายเนโกรปอนเต้ได้ให้การรับรองรัฐบาลไทยที่มาจากระบอบประชาธิปไตยต่อรัฐสภาสหรัฐ ซึ่งเป็นผลให้การระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลไทยยุติลงไปด้วย

นายเคซี่ย์ยังแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รวมถึงชาวไทย และระหว่างวันที่ 28-29 เดือนนี้ รัฐบาลสหรัฐจะส่ง นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ดูแลกิจการเอเชียตะวันออก เดินทางมาเยือนไทย เพื่อสมานความสัมพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคนี้.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 12:22:35

เอกชนให้เวลารัฐบาลทำงาน แม้หลายคนเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่

กรุงเทพ 7 ก.พ. - เอกชนให้เวลารัฐบาลทำงาน แม้หลายคนเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ ขณะที่ บีเอ็มซีแอล.ขานรับโครงการรถไฟฟ้าของรัฐบาลใหม่

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน เห็นว่าควรให้เวลา คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ บริหารงาน แม้ว่าบางคนอาจไม่มีประสบการณ์ แต่การเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็แสดงให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไว้วางใจ และจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ต่างชาติกลับเข้ามาลงทุน แต่รัฐมนตรีทุกคนก็ต้องเร่งทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ด้านนายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล รัฐบาลจะผลักดันโครงการรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเส้นทางรถไฟฟ้า 9 สาย ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง จะแตกต่างจากเส้นทางเดิมที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรวางไว้ ซึ่งอาจทำให้โครงการล่าช้าบ้าง แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหามากนัก .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 12:21:31

รมต.บัวแก้วลั่นฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นอย่างแรก

รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุ ฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นอย่างแรก ชี้ เลิกเป็นทนายครอบครัวชินวัตร ยืนยัน ไม่แทรกแซงเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ภาระกิจแรกที่จะปฏิบัติหลังดำรงตำแหน่ง คือการฟื้นฟูภาพลักษณ์และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อให้ความมั่นใจกับนักลงทุนและกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในประเทศกลุ่มอาเซียน พร้อมกับให้ความมั่นใจกับข้าราชการว่า จะปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยจะขอยุติบทบาทการทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษากฎหมายครอบครัวชินวัตร เพื่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประทศอย่างเต็มตัว และจะไม่มีการแทรกแซงการคืนพาสปอร์ตเล่มแดง ของ พล.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังถูกยึดตอนทำรัฐประหาร โดยจะให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงเช่นเดียวกับการเดินทางกลับของนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ประสานงาน โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังให้ความมั่นใจให้กับข้าราชการในกระทรวงว่า จะไม่มีการเช็กบิลข้าราชการ ที่เชื่อโยงกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. อย่างแน่นอน

จักรภพ ประกาศจัดการสื่อTV-วิทยุ-SMSให้เป็นกลาง

“จักรภพ” เผยหลังได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการให้กำกับดูแลสื่อของรัฐ จะดูแลทิศทางของกรมประชาสัมพันธ์ อสมท ไทยพีบีเอส ให้เกิดความชัดเจน เป็นกลาง และสมดุล ชี้ที่ผ่านมาสื่อยึดติดกับการเมือง ทำให้การสื่อสารไม่เป็นกลาง

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดหมายจะได้กำกับดูแลหน่วยงานสื่อของรัฐ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) จะมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนการทำงานของรัฐบาลเนื่องจากมีเวลาจำกัดในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และประชาชนมีความคาดหวังกับรัฐบาลสูง ดังนั้น รัฐบาลจึงมองว่าการทำงานทุกอย่างควรจะต้องช่วยกัน

ต่อข้อถามว่า รัฐบาลจะใช้เวลาการพิสูจน์ผลงานมากน้อยเท่าไร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงตอบแทนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ แต่ส่วนตัว เห็นว่าภายใน 3 เดือน คิดว่าคงเห็นอะไรชัดเจนขึ้น เพราะว่าผู้รับผิดชอบในกระทรวงต่าง ๆ จะนำทิศทางของประเทศไปทางไหน โดยต้องทำให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของรัฐบาล

นายจักรภพ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลสื่อของรัฐ ก็จะดูแลเรื่องทิศทางของทีวีสาธารณะ ไทยพีบีเอส รวมถึงการดูแลเรื่องการตลาดสื่อสารมวลชนของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาสื่อมวลชนของรัฐ ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ หรือเอียงข้างไปบ้าง ประชาชนรับข้อมูลไม่เพียงพอ ดังนั้น จะดูแลเรื่องโครงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล

“ยืนยันว่า จะไม่มีการตอบโต้ทางการเมืองผ่านสื่อ แต่จะมีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารข้างเดียวต่อไป เช่นการจัดรายการนายกฯ พบประชาชน แต่จะทำให้เกิดความเป็นกลางและสมดุลมากขึ้น โดยมีการนำเสนอข้อมูลของฝ่ายตรงกันข้าม เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่าสื่อของรัฐบางส่วนยังยึดติดกับการเมือง ทำให้การสื่อสารไม่เป็นกลาง ดังนั้น สื่อใดที่เอียงข้าง จะต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนในเวลาไม่เกิน 1 เดือน” นายจักรภพ กล่าว

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้น คงจะเข้าไปดูแลในเรื่องวิทยุชุมชน และทีวีผ่านดาวเทียม และในอนาคตจะทำงานร่วมกับองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ โดยจะดูแลเรื่องการบริหาร การจัดการด้านสื่อสารมวลชนและกิจการโทรคมนาคม นอกจากนี้ จะร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ในการประสานงาน เข้ามากำกับดูแลให้ถูกต้อง สิ่งทั้งหมดที่กล่าวมาหลังจากได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการแล้วจะเข้าไปจัดระบบให้ดีขึ้น