WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 7, 2008

นายกรัฐมนตรี ระบุทำงาน 7 วัน ก็รู้แล้วว่าดีไม่ดี

กรุงเทพฯ 7 ก.พ.- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ผ่านมาซึ่งมีปัญหาเรื่องขั้วทางการเมือง ว่า รัฐมนตรีต้องมาทำงานร่วมกันและได้อาสามาทำงานเต็มที่ ดังนั้น ต้องมีการละลายพฤติกรรมเพี่อทำงานร่วมกันในคณะรัฐมนตรี รัฐบาลของตน ไม่เหมือนรัฐบาลเงาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการตั้ง ครม. เงาง่าย แต่ตนต้องตั้งรัฐบาล 5 พรรคการเมือง ส่วนที่เคยเปรยว่า ครม.ขี้เหร่นั้น เป็นการพูดให้เกิดอารมณ์ขัน ซึ่งหมายถึงลูกเป็ดขี้เหร่ในนิทาน ที่ต่อมากลายมาเป็นหงส์ ดังนั้น อยากขอโอกาสในการทำงาน


ต่อข้อถามถึงกรอบในการชี้วัดการทำงานของคณะรัฐมนตรีแต่ละคน นายสมัคร กล่าวว่า ต้องให้โอกาส จะไปขีดเส้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากทำงานผ่านไป 7 วัน จะรู้ว่ามีข้อดีข้อเสียจะแก้ไขเป็นการภายใน ไม่ควรใช้วันเวลามาชี้วัด นอกจากนี้ การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจประจำวัน ไม่ขอใช้รถนำขบวน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 17:59:08

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศไทย พร้อมยินดีที่ได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต

นายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย แถลงเรื่องการยกเลิกการจำกัดความช่วยเหลือแก่ประเทศไทย ว่า หลังจากไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้สหรัฐให้เงินสนับสนุนโครงการความร่วมมือทางทหารกับกองทัพไทยครบถ้วนตามเดิม เช่น โครงการฝึกและศึกษาทางทหารระหว่างประเทศ โครงการช่วยเหลือทางการเงินในการจัดหายุทโธปกรณ์ทางการทหารให้แก่ต่างประเทศและโครงการปฏิบัติการรักษาสันติภาพโลก

นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า ช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และ พล.ร.อ.ทิโมธี คีทติง ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จะมาเยือนไทย ซึ่งเป็นการนำร่องการเดินทางเยือนไทยของเจ้าหน้าที่สหรัฐอีกหลายคนในปีนี้ ซึ่ง 1 ในหัวข้อสำคัญที่มีการหารือดังกล่าว คือช่องทางในการเพิ่มความร่วมมือทางทหารกับไทย ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐกับไทยเป็นความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

“สหรัฐ รู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่จะได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้” นายเอริค จี จอห์น กล่าว

ต่อข้อถามว่า จะมีการพูดเรื่องเอฟทีเอไทย-สหรัฐ เมื่อใด นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เอฟทีเอไทย-สหรัฐ อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเอฟทีเอช่วยให้การค้าเพิ่มขึ้นและเพิ่มงาน แต่คงจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะมีการเจรจากันอีกเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในการส่งออกของไทย

ต่อข้อถามว่า ดูรายชื่อ คณะรัฐมนตรีใหม่แล้ว น่าเป็นห่วงหรือไม่เพราะมีหลายคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์และพรรคพลังประชาชนก็โปร่งใสพอที่จะเจรจากับพรรคอื่น ๆ และจัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่า พม่าพัฒนาประชาธิปไตยช้า ในฐานะที่เป็นเอกอัครราชทูตใหม่และไทยก็มีรัฐบาลใหม่จะสามารถทำอะไรได้บ้าง นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า หลังจากที่ไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลไทยก็สามารถพูดและให้คำปรึกษาได้ดีกับพม่าเรื่องการเดินหน้าประชาธิปไตยในพม่า ต่อข้อถามว่า สหรัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสถานการณ์ภาคใต้ของไทยอย่างไร นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของรัฐบาลไทย คนไทยต้องการสันติภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมาเลเซีย แต่สหรัฐคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

'สมัคร'เข้ากห.จันทน์นี้ มั่นใจ ทำงานร่วมกองทัพได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจ จะทำความเข้าใจกับข้าราชการทหารในการเดินทางเข้ากระทรวง วันจันทน์นี้ได้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดเผยว่าใน วันจันทร์ที่ 11 ก.พ. นี้จะเดินทางมายังกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรกโดยเชื่อมั่นว่าตนจะสร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกับกองทัพได้ ส่วนกรณีการตั้งทีมเศรษฐกิจนั้นคงต้องให้โอกาส น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานไปก่อนแม้ว่าสื่อต่างชาติจะมองว่าบางคนไม่เหมาะสมก็ตาม

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวอีกว่าที่ตนเคยพูดว่า ครม.ขี้เหร่เพียงเพราะตั้ง ครม.ไม่ได้ดั่งใจก็เลยบ่นออกมานิดหน่อย ส่วนการทำงานของ ครม.ตนไม่อยากให้มีการกำหนดกรอบเวลาเพื่อประเมินปรับเปลี่ยนเพราะทำงานในระยะเวลไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าใครทำงานเป็นอย่างไรและเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในต้องปรับกันภายในก่อน

นายกฯชี้จักรภพรู้เขารู้เราจึงไว้ใจควบโฆษกรัฐ

นายกฯ ยืนยัน ตั้ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จักรภพ เพ็ญแข เป็นโฆษกรัฐบาลเพราะมีประสบการณ์ รู้เขา รู้เรา


นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาลมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถให้ ส.ส.เป็นโฆษกรัฐบาลได้ โดยให้ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งนี้ไปก่อน แม้ว่าเคยเป็นผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม PTV มาแล้วก็ตาม แต่คิดว่า นายจักรภพ จะทำงานด้วยความรอบคอบระมัดระวังตัว

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวถึงการที่ตนจะดำเนินรายการพูดจาประสาสมัคร ที่จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่าหากฝ่านค้านจะขอเวลาเพื่อจัดรายการด้วยก็ให้ขอกับกรมประชาสัมพันธ์เองเพราะแม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังต้องขอกับกรมประชาสัมพันธ์

'พูดจาประสาสมัคร'เริ่มออกอากาศครั้งแรก10 ก.พ.

นายกฯสมัครเผยรายการ'พูดจาประสาสมัคร'เตรียมออกอากาศครั้งแรกวันที่10 ก.พ.นี้หลังจากที่ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว พร้อมระบุหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายการพูดจาประสาสมัครว่า ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว เพื่อใช้เวลาสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ออกอากาศ โดยวันอาทิตย์ที่ 10 กพ.2551 จะเป็นครั้งแรก รูปแบบรายการก็จะเป็นพูดคุยทำความรู้จัก ถ้าไม่ว่างมาสถานี ก็จะโทรศัพท์เข้ามารายการ

นายสมัครกล่าวด้วยว่า ในอนาคตหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหากเป็นข่าวออกไปก่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

มท.1 พร้อมรับคำชี้แนะจากสุเทพ ขอแก้ปัญหายาเสพติดใน 90 วัน


รัฐมนตรีฯมหาดไทย พร้อมถูกตรวจสอบ และรับคำแนะนำจาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลเงาของพรรคประชาธิปัตย์โดยการตั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นผู้ตรวจสอบกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ พร้อมถูกตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอแนะ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า เมื่อฝ่ายค้านมีความสามารถ ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน เพราะรัฐบาลต้องพัฒนาตนเอง

ร.ต.อ.เฉลิม ยังปฏิเสธไม่กลัวชื่อ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะชื่อพันธมิตร แปลว่า คบได้ และโดยส่วนตัวก็รู้จักกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล

มท.1 ผุดนโยบายเร่งด่วน 3 ประการ แก้ปัญหายาเสพติด ลดลงใน 90 วัน ความยากจน และความไม่สงบ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ ภาระที่เร่งด่วน 3 ประการ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้มีความต่อเนื่องเด็ดขาดและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตั้งเป้าปัญหายาเสพติดต้องลดลงภายใน 90 วัน การนำบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งคัดกับอาชญากร และการทำงานต้องน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวตั้ง และแก้ไข้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนได้ ส่วนการแก้ไข้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ ต้องทำแบบบูรณาการ ขอหารือกับฝ่ายทหารก่อนให้นโยบายถ้าพูดเร็วไปจะเกิดผลกระทบ หรือ เกิดปัญหาทำไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่คิดยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เพราะเป็นของดี ต้องทำให้มีศักยภาพมากขึ้น


กกต.ยันพิจารณายุบ มฌ.-ชท. ตามกฎหมาย

กกต.7 ก.พ.-“จรัล”พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย ยื่นหนังสือถึง กกต.ค้านยุบพรรคมัชฌิมาฯ-ชาติไทย ด้าน“สุเมธ-สุทธิพล”ยันการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ระบุยังเร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง ชี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เวลา 09.00 น.วันนี้ (7 ก.พ.) นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย เดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.อย่ายุบพรรคการเมือง ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน จะเริ่มประชุมครั้งแรกเพื่อวางกรอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในบ่ายวันนี้ด้วย โดยนายจรัล เห็นว่าประเทศไทยเดินหน้ามามากแล้ว และการยุบพรรคการเมืองถือว่าเป็นเรื่องล้าหลัง ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน

“ที่มายื่นหนังสือวันนี้ ไม่ได้ต้องการประท้วง กกต. แต่ที่มายื่นหนังสือกับ กกต. เป็นเพราะ กกต.เป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มต้นการพิจารณาสำนวนที่นำไปสู่การยุบพรรค” นายจรัล กล่าว

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่นายจรัลมายื่นหนังสือว่า กกต.ไม่มีอำนาจยุบพรรคการเมือง แต่ กกต.ต้องเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหากรณีนี้มีอยู่ว่า กกต.ไม่เคยเจอเรื่องนี้มาก่อน จึงไม่แน่ใจว่า กกต.ต้องสืบสวนสอบสวนและพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก่อนหรือไม่ หรือ กกต.สามารถเสนอความเห็นให้ยุบพรรคอย่างอัตโนมัติได้เลย ตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหาด้านข้อกฎหมาย ซึ่ง กกต.ต้องสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าหากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทำผิด กรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ ได้รู้เห็นกับการทำผิดด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องพิจารณากฎหมายว่า กฎหมายหมายความไว้แค่ไหน

“หาก กกต.จะยุบพรรคการเมืองใด ต้องมีเหตุผลที่ดีและสามารถนำเสนอศาลรัฐธรรมนูญได้ กกต.มีหน้าที่เพียงเสนอความเห็นเท่านั้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ได้” นายสุเมธ กล่าว

ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคยังมีอีกหลายขั้นตอน กกต.จะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ที่กำหนดว่า กกต.ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป และเมื่อส่งไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ยุบพรรคเสมอไป ขณะนี้เร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง นอกจากนี้ กกต.ไม่ได้ตั้งใจจะยุบพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่หาก กกต.ไม่ทำตามที่กฎหมายระบุไว้ กกต.จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนที่นายจรัลระบุว่า การยุบพรรคเป็นเรื่องล่าหลังนั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อกฎหมายระบุไว้เช่นนี้ กกต.ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะถือว่าเป็นการกดดันการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคหรือไม่นั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า คงไม่กดดัน เพราะคณะกรรมการทราบว่าอำนาจสูงสุดที่จะพิจารณาเรื่องนี้คือศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่ต้องการให้มองว่าจะมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจริง เพราะทุกคนคงเห็นตรงกันว่าประเทศไทยใกล้จะมีประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว แต่สิ่งจำเป็นที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ คือ ความรักความสามัคคีในชาติ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล และนิติบัญญัติ หากเน้นเรื่องความปรองดอง สามัคคีกัน และไม่เอาคืน เพราะทุกคนต่างมีบทบาท ก็จะทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติไปได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 14:12:05

เฉลิมย้อนอดีตขอโทษปชช.ลั่นขอทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เข้ากระทรวงมหาดไทยพรุ่งนี้

รัฐมนตรีฯมหาดไทย ขอโทษประชาชนต่อเรื่องส่วนตัวและครอบครัวที่ผ่านมา สั่งผู้ว่าฯ ห้ามไปพบที่บ้านและห้ามขนคนมารับ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดใจเป็น พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และยอมรับรอเป็น มท.1 มาหลายปีแล้ว จากนี้ไปจะตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ ส่วนตัวขอกราบขอโทษประชาชนและสื่อมวลชนที่ตนและครอบครัวทำให้ไม่สบายใจ พร้อมปฏิเสธยังไม่คิดดึงลูกชายมาช่วยงาน ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ แต่เพื่อความสบายใจ

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแล จะต้องตรวจสอบได้ เน้นย้ำ ผู้ว่าฯห้ามมาหาที่บ้าน ให้โทรศัพท์ หรือ ไปพบที่กระทรวงได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันขอครหาเวลาไปตรวจราชการห้ามขนคนมารับอย่ามองตนเป็นรัฐมนตรี ให้มองเป็นผู้ร่วมงาน

รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วย 2 คน นัดเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อเริ่มต้นทำงานและคาราวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พรุ่งนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน จะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกระทรวงมหาดไทยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งที่ กระทรวงมหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 07.30 น. โดยห้องทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม คือห้องประจำตำแหน่งของรัฐมนตรีฯมหาดไทย ห้องทำงานของ นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยฯมหาดไทย หรือ มท. 2 คือ ห้องทำงานเก่า
ของนายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตมท.2 และห้องทำงานของ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ มท.3 คือ ห้องทำงานเดิมของ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ อดีต มท.3

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว นายพงษ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้รายงานข้อมูลของกระทรวงให้รับทราบ ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีสื่อมวลชนเดินทางไปที่บ้านพัก ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้วย

'สมัคร'ประกาศชัดนิรโทษกรรมอดีตกก.บห.ทรท.111คน

นายกฯสมัครประกาศชัดถึงจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน เนื่องจากขณะนี้บุคลากรทางด้านการเมืองขาดแคลน และอาจจะแก้รัฐธรรมนูญพร้อมกัน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน และการแก้รัฐธรรมนูญว่า อาจจะมาพร้อมกัน หรืออาจจะรอให้บรรยากาศดีแล้วค่อยทำ เนื่องจากขณะนี้บุคลากรทางด้านการเมืองขาดแคลน แต่การดำเนินการต้องมีเสียงเกินครึ่งหนึ่ง
“ไม่ใช่ความเห็นของประชาชน ปัญหามันอยู่ที่ว่าบุคลากรทางการเมืองหามาใช้งานไม่ค่อยได้ 111 คน ดีทั้งนั้น ผมไม่กล้าพูด และไม่มีเหตุผลอะไร ถ้ามีการว่ากล่าว ผมก็ต้องหยุดเท่านั้นเอง” นายสมัคร กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองว่า มันไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม เพราะไม่ได้มีตำรวจจับไปสอบสวน ไม่ได้มีอัยการสั่งฟ้อง แต่เป็นเรื่องที่เขาขัดแย้งกันในความเห็น และตุลาการรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ศาลด้วย
“ชอบอ้างกันนักศาลพิพากษา ไม่ใช่เลย คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญมีความขัดแย้งกัน คนหนึ่งบอกว่าไอ้พรรคนี้จ้างพรรคเล็กลงสมัคร อีกคนบอกว่าพรรคเล็กไม่ให้ลง แล้วตุลาการก็บอกว่าพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลง ให้ยุบพรรคใหญ่ จ้างพรรคเล็กไม่ให้ลง ไม่ยุบก็เท่านั้นเอง คนวินิจฉัยก็เลยโดนนินทา แต่ จะไปอ้างว่าเป็นการพิพากษาไม่ได้เลย เพราะเป็นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเท่านั้น” นายสมัคร กล่าว

'นพดล' ตั้ง 'อริสมันต์' นั่งที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ [7 ก.พ. 51 - 11:47]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (7 ก.พ.) นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ ในเวลา 09.19 น. ได้เข้าสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ จากนั้น พบปะหารือกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงาน และนัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ในเวลาประมาณ 11.20 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายนพดล ได้แต่งตั้ง น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายอภิชัย ตังคินีนาถ และนายแอนโทนี อโศก ชาร์มา