WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 8, 2008

'นพดล'แถลงสิทธิทางการทูตอดีตนายกฯ ต้องเท่าเทียมกัน

รมว.ต่างประเทศ แถลงจะเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองไทย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน อ้างไม่ป้อง'ทักษิณ' ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ระบุอดีตนายกฯ ควรมีสิทธิทางการทูตเท่าเทียมกัน เปรยที่ผ่านมาสถานการณ์กดดัน

นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยภารกิจแรก คือฟื้นฟูภาพลักษณ์ของไทย ให้ความมั่นใจกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุน ในแง่ของเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศในอาเซียน และดำเนินมาตรการทางการทูต ในเวทีที่สำคัญ กระทรวงการต่างประเทศ จะมีบทบาทในเชิงรุกเพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุน ให้แก่ประเทศไทยในต่างประเทศ

'ผมย้ำว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เพื่อให้กระทรวงการ ต่างประเทศเป็นตัวแทนของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของผมจะไม่ให้มีพิธีการมากเกินไป และจะทำตัวให้เพื่อนข้าราชการต่างประเทศเข้าถึงง่าย และเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ทำงาน เป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจ ร่วมกับกระทรวงอื่นๆ'

ต่อคำถามว่า จะแยกแยะบทบาท รมว.ต่างประเทศ และที่ปรึกษาทางกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวอย่างไร นายนพดลกล่าวว่า ตนยุติบทบาทของการเป็นที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว

เมื่อถามว่า มีความจำเป็นในการคืนหนังสือเดินทางการทูต(พาสปอร์ตทูต) ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว ตอนนี้ ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว

'ตอนนี้ ผมยังไม่มีนโยบาย เพราะการดำเนินการออกหนังสือเดินทางเป็นวิธีปฏิบัติภายในของราชการ ถ้าราชการเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปตามระเบียบและในอดีตมีการเพิกถอนอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นอาจเป็นการถูกกดดัน จากฝ่ายการเมืองในช่วงที่มีการยึดอำนาจ ผมคิดว่าถ้าเราออกหนังสือเดินทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน ไม่ว่าจะมีการยึดอำนาจหรืออยู่ในสถานการณ์อย่างไร และไม่มีการเพิกถอน อดีตนายกรัฐมนตรีทุกคนก็ควรได้รับการ ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ตามกฎระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ' นายนพดล กล่าว

ส่วนคำถามว่ายังมีแนวคิดที่จะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเมืองไทยอยู่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ต้องยึดหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนใด ก็ต้องได้รับการปฏิบัติจากระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อครั้งที่ตนเป็นอดีตที่ปรึกษากฎหมายและยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับไทยไม่เกินเดือน พ.ค. และเดินทางกลับโดยสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องเป็น ผู้ร้ายที่ถูกส่งข้ามแดนมา อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพราะเป็นเรื่องของอัยการสูงสุด ที่จะส่งคำร้องไปยังศาลแขวงที่อังกฤษ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเป็นปี ดังนั้น ตนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในการเดินทางกลับของอดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางทางการทูตเพราะถูกตั้งข้อหาว่ามีความผิด ใช่หรือไม่ นายนพดล ชี้แจงว่า ตาม รธน. ระบุว่าให้สันนิษฐานว่าบุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมี ความผิด ก่อนที่จะตัดสินว่ามีความผิดนั้น จะปฏิบัติต่อเขาเสมือนว่าความผิดไม่ได้ พร้อมทั้ง ยืนยันว่าฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซงการดำเนินการใดๆในเรื่องหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าจะมีการโยกย้ายข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านมาหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่าไม่ต้องกลัว ตนจะมาเช็คบิล แต่ภารกิจของตนคือการทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศเพื่อการผลักดันวาระต่างประเทศของไทย ตนเข้าใจว่าข้าราชการหลายคนถูกกดดันในช่วง การเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงและโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ตนคิดว่าควรเน้นเรื่องงาน และความสำเร็จดีกว่าการแก้แค้นหรือเช็คบิลหรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสม

อภิสิทธิ์ เย้ยรัฐบาลทำงานดีไม่โกงไม่ต้องกลัวเสถียรภาพ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ หากรัฐบาลทำงานดีและไม่ทุจริตก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสถียรภาพ แนะ น้อมนำกระแสพระราชดำรัส

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีหลายฝ่าย วิพากษ์วิจารณ์ และคาดว่ารัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพว่า ถ้ารัฐบาลทำงานดี หรือ อย่างน้อยที่สุดไม่ได้สร้างปัญหา จนถึงขึ้นบ้านเมืองเสียหาย และรัฐบาลไม่ทุจริต

เชื่อว่า การมีเสียงข้างมากในรัฐสภาจะทำให้มีเสถียรภาพได้ แต่ถ้าหากรัฐบาลทุจริตก็เป็นเหมือนการ นับถอยหลัง อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการทำงานเพื่อส่วนรวม ด้วยความซื่อสัตย์และน้อมนำกระแสพระราชดำรัส มาเป็นแนวทางการทำงาน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลไม่เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการยืดอายุ

ของรัฐบาลนั้น เห็นว่า ทั้ง 2 เรื่อง เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนใหญ่ ในประเทศ

'สนธิ'ลั่นปลุกม็อบหากรบ.ส่อฟอก'ทักษิณ'คุยโวคนร่วมเพียบ!

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเคลื่อนไหว ทางการเมืองภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชว่า หลังจากนี้ตนก็ยังสู้ต่อไป แต่เปลี่ยนโจทย์ใหม่ ไม่มองแค่ทักษิณ อย่างเดียว เพราะหลังจากที่ได้บวชแล้วทำให้ความคิดตกผลึกมากขึ้น โดยมองเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงผลผลิต ของปรากฏการณ์ทางการเมืองที่น่าขยะแขยงเท่านั้น ถึงแม้จะไล่ทักษิณออกไป แต่ก็จะมีทักษิณ 2 ทักษิณ 3 อยู่ดี

และก็จะมีการปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้จบ ท้ายสุดคนที่ทำปฏิวัติรัฐประหารก็ไม่เข้าใจอะไรเช่นเดียวกับ ที่เคยเกิดขึ้น เปรียบเหมือนกับการนั่งอยู่ในรถคันหนึ่ง ซึ่งหมายถึงประเทศ แต่รถสกปรกเหม็นมากถึงจะขับไล่คน ขับออกไปกี่คนก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่ตนจะทำ คือ ลงจากรถแล้วเดินไปสร้างรถคันใหม่ ใครจะไปด้วยก็ให้ออกมาร่วมกัน เดินไปสู่เป้าหมายใหม่ที่มีความโปร่งใส มีความยุติธรรม หลังจากนี้ตนจะเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างชาติกันใหม่

ขอให้คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกันมาร่วมกัน หาทางสร้างกรอบของประเทศแบบใหม่ โดยเบื้องต้น อาจจะเดินสายให้ความคิดกับผู้คน อาจจะเช่าโรงแรมหรือหอประชุมแล้วเชิญให้ประชาชนมาฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วจะขายความคิดออกไป

'หลังจากที่พูดคุยกับอดีตแกนนำพันธมิตรฯแล้วส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวทางของผม แต่ว่าทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ ผมคงทำไปก่อน แต่ยืนยันว่าพวกเรายังคุยกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ารัฐมนตรีหรือรัฐบาลนี้ เริ่มมีกระบวนการฟอกตัวคุณทักษิณอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม เริ่มช่วยเหลืออย่างน่าเกลียด บีบข้าราชการให้พลิกคำให้การ หรือไปรังแกคนที่ตั้งใจทำงานอย่าง คตส. ก็อาจจะมีการชุมนุมกันได้ และผมจะเข้าร่วมด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าพวกเราออกมาอีกครั้งหนึ่งมวลชนเอากับเราแน่ อย่างน้อยคนเก่าก็จะมาและจะมีคนใหม่ออกมาด้วย แต่การออกมาของเราต้องมีเหตุผล'อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวระบอบทักษิณจะกลับมาเช็คบิลหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวการล้างแค้นแม้แต่นิดเดียว สมัยที่ทักษิณมีเสียงในสภา 377 เสียง กุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จทุกประการ เล่นกระบวนการสกปรก ตนยังไม่กลัวเลย แล้วจะไปกลัวทักษิณวันนี้ทำไม สุดท้ายเชื่อว่าทักษิณ ก็ต้องเผชิญกับกฎแห่งกรรม เช่นเดียวกับตนที่จะต้องเผชิญแต่เชื่อว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

Thursday, February 7, 2008

นายกฯสมัครขอเวลาทีมศก. ไม่ขีดเส้นประเมินผลงาน [7 ก.พ. 51 - 17:17]

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าววันนี้ (7 ก.พ.) ว่า ตนจะไม่กำหนดกรอบเวลาในการประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเชื่อว่าการทำงานของรัฐบาลนี้จะไม่เกิดปัญหา เนื่องจากตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อกรณีสื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ถือเป็นสิทธิของสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจในทีมเศรษฐกิจทีมนี้ จึงขอโอกาสให้ได้พิสูจน์การทำงาน นอกจากนี้ ตนจะมอบหมายให้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยไม่กังวลว่าจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์พีทีวี


"จักรภพคงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากได้คนที่ไม่รู้อะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายออกอะไรโครมๆ ให้ไอ้หน้าโง่ไปเป็นโฆษกฯ คงไม่ได้ เรื่องนี้จักรภพระมัดระวังตัวอยู่" นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า กรณีพรรคฝ่ายค้านต้องการออกรายอากาศรายการวิทยุ เช่นเดียวกับรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น. นั้น คงต้องขออนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวด้วยว่า ตนเตรียมเดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 11 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยนโยบายแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ยืนยันว่า ไม่มีจุดยืนในการต้องการปลดอาวุธทหารและพลเรือนในพื้นที่


นายกรัฐมนตรี ระบุทำงาน 7 วัน ก็รู้แล้วว่าดีไม่ดี

กรุงเทพฯ 7 ก.พ.- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ผ่านมาซึ่งมีปัญหาเรื่องขั้วทางการเมือง ว่า รัฐมนตรีต้องมาทำงานร่วมกันและได้อาสามาทำงานเต็มที่ ดังนั้น ต้องมีการละลายพฤติกรรมเพี่อทำงานร่วมกันในคณะรัฐมนตรี รัฐบาลของตน ไม่เหมือนรัฐบาลเงาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการตั้ง ครม. เงาง่าย แต่ตนต้องตั้งรัฐบาล 5 พรรคการเมือง ส่วนที่เคยเปรยว่า ครม.ขี้เหร่นั้น เป็นการพูดให้เกิดอารมณ์ขัน ซึ่งหมายถึงลูกเป็ดขี้เหร่ในนิทาน ที่ต่อมากลายมาเป็นหงส์ ดังนั้น อยากขอโอกาสในการทำงาน


ต่อข้อถามถึงกรอบในการชี้วัดการทำงานของคณะรัฐมนตรีแต่ละคน นายสมัคร กล่าวว่า ต้องให้โอกาส จะไปขีดเส้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากทำงานผ่านไป 7 วัน จะรู้ว่ามีข้อดีข้อเสียจะแก้ไขเป็นการภายใน ไม่ควรใช้วันเวลามาชี้วัด นอกจากนี้ การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจประจำวัน ไม่ขอใช้รถนำขบวน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 17:59:08

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศไทย พร้อมยินดีที่ได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต

นายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย แถลงเรื่องการยกเลิกการจำกัดความช่วยเหลือแก่ประเทศไทย ว่า หลังจากไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้สหรัฐให้เงินสนับสนุนโครงการความร่วมมือทางทหารกับกองทัพไทยครบถ้วนตามเดิม เช่น โครงการฝึกและศึกษาทางทหารระหว่างประเทศ โครงการช่วยเหลือทางการเงินในการจัดหายุทโธปกรณ์ทางการทหารให้แก่ต่างประเทศและโครงการปฏิบัติการรักษาสันติภาพโลก

นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า ช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และ พล.ร.อ.ทิโมธี คีทติง ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จะมาเยือนไทย ซึ่งเป็นการนำร่องการเดินทางเยือนไทยของเจ้าหน้าที่สหรัฐอีกหลายคนในปีนี้ ซึ่ง 1 ในหัวข้อสำคัญที่มีการหารือดังกล่าว คือช่องทางในการเพิ่มความร่วมมือทางทหารกับไทย ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐกับไทยเป็นความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

“สหรัฐ รู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่จะได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้” นายเอริค จี จอห์น กล่าว

ต่อข้อถามว่า จะมีการพูดเรื่องเอฟทีเอไทย-สหรัฐ เมื่อใด นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เอฟทีเอไทย-สหรัฐ อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเอฟทีเอช่วยให้การค้าเพิ่มขึ้นและเพิ่มงาน แต่คงจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะมีการเจรจากันอีกเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในการส่งออกของไทย

ต่อข้อถามว่า ดูรายชื่อ คณะรัฐมนตรีใหม่แล้ว น่าเป็นห่วงหรือไม่เพราะมีหลายคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์และพรรคพลังประชาชนก็โปร่งใสพอที่จะเจรจากับพรรคอื่น ๆ และจัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่า พม่าพัฒนาประชาธิปไตยช้า ในฐานะที่เป็นเอกอัครราชทูตใหม่และไทยก็มีรัฐบาลใหม่จะสามารถทำอะไรได้บ้าง นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า หลังจากที่ไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลไทยก็สามารถพูดและให้คำปรึกษาได้ดีกับพม่าเรื่องการเดินหน้าประชาธิปไตยในพม่า ต่อข้อถามว่า สหรัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสถานการณ์ภาคใต้ของไทยอย่างไร นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของรัฐบาลไทย คนไทยต้องการสันติภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมาเลเซีย แต่สหรัฐคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

'สมัคร'เข้ากห.จันทน์นี้ มั่นใจ ทำงานร่วมกองทัพได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจ จะทำความเข้าใจกับข้าราชการทหารในการเดินทางเข้ากระทรวง วันจันทน์นี้ได้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดเผยว่าใน วันจันทร์ที่ 11 ก.พ. นี้จะเดินทางมายังกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรกโดยเชื่อมั่นว่าตนจะสร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกับกองทัพได้ ส่วนกรณีการตั้งทีมเศรษฐกิจนั้นคงต้องให้โอกาส น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานไปก่อนแม้ว่าสื่อต่างชาติจะมองว่าบางคนไม่เหมาะสมก็ตาม

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวอีกว่าที่ตนเคยพูดว่า ครม.ขี้เหร่เพียงเพราะตั้ง ครม.ไม่ได้ดั่งใจก็เลยบ่นออกมานิดหน่อย ส่วนการทำงานของ ครม.ตนไม่อยากให้มีการกำหนดกรอบเวลาเพื่อประเมินปรับเปลี่ยนเพราะทำงานในระยะเวลไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าใครทำงานเป็นอย่างไรและเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในต้องปรับกันภายในก่อน

นายกฯชี้จักรภพรู้เขารู้เราจึงไว้ใจควบโฆษกรัฐ

นายกฯ ยืนยัน ตั้ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จักรภพ เพ็ญแข เป็นโฆษกรัฐบาลเพราะมีประสบการณ์ รู้เขา รู้เรา


นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาลมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถให้ ส.ส.เป็นโฆษกรัฐบาลได้ โดยให้ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งนี้ไปก่อน แม้ว่าเคยเป็นผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม PTV มาแล้วก็ตาม แต่คิดว่า นายจักรภพ จะทำงานด้วยความรอบคอบระมัดระวังตัว

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวถึงการที่ตนจะดำเนินรายการพูดจาประสาสมัคร ที่จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่าหากฝ่านค้านจะขอเวลาเพื่อจัดรายการด้วยก็ให้ขอกับกรมประชาสัมพันธ์เองเพราะแม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังต้องขอกับกรมประชาสัมพันธ์

'พูดจาประสาสมัคร'เริ่มออกอากาศครั้งแรก10 ก.พ.

นายกฯสมัครเผยรายการ'พูดจาประสาสมัคร'เตรียมออกอากาศครั้งแรกวันที่10 ก.พ.นี้หลังจากที่ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว พร้อมระบุหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายการพูดจาประสาสมัครว่า ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว เพื่อใช้เวลาสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ออกอากาศ โดยวันอาทิตย์ที่ 10 กพ.2551 จะเป็นครั้งแรก รูปแบบรายการก็จะเป็นพูดคุยทำความรู้จัก ถ้าไม่ว่างมาสถานี ก็จะโทรศัพท์เข้ามารายการ

นายสมัครกล่าวด้วยว่า ในอนาคตหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหากเป็นข่าวออกไปก่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

มท.1 พร้อมรับคำชี้แนะจากสุเทพ ขอแก้ปัญหายาเสพติดใน 90 วัน


รัฐมนตรีฯมหาดไทย พร้อมถูกตรวจสอบ และรับคำแนะนำจาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลเงาของพรรคประชาธิปัตย์โดยการตั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นผู้ตรวจสอบกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ พร้อมถูกตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอแนะ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า เมื่อฝ่ายค้านมีความสามารถ ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน เพราะรัฐบาลต้องพัฒนาตนเอง

ร.ต.อ.เฉลิม ยังปฏิเสธไม่กลัวชื่อ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะชื่อพันธมิตร แปลว่า คบได้ และโดยส่วนตัวก็รู้จักกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล

มท.1 ผุดนโยบายเร่งด่วน 3 ประการ แก้ปัญหายาเสพติด ลดลงใน 90 วัน ความยากจน และความไม่สงบ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ ภาระที่เร่งด่วน 3 ประการ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้มีความต่อเนื่องเด็ดขาดและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตั้งเป้าปัญหายาเสพติดต้องลดลงภายใน 90 วัน การนำบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งคัดกับอาชญากร และการทำงานต้องน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวตั้ง และแก้ไข้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนได้ ส่วนการแก้ไข้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ ต้องทำแบบบูรณาการ ขอหารือกับฝ่ายทหารก่อนให้นโยบายถ้าพูดเร็วไปจะเกิดผลกระทบ หรือ เกิดปัญหาทำไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่คิดยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เพราะเป็นของดี ต้องทำให้มีศักยภาพมากขึ้น