WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 8, 2008

หมอเลี้ยบหนุนทักษิณกลับไทยเร็วเชื่อม็อบไม่ป่วน

รองนายกฯและ รมว.คลังหนุน'ทักษิณ' เดินทางกลับมาต่อสู้คดีเร็วขึ้น ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงก็ต้องเข้าไปดูแลความแลความปลอดภัยในฐานะคนไทยคนหนึ่ง

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศเร็วขึ้นแต่เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะกลับมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมและเป็นไปตามดุลพินิจของศาล โดยเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเชื่อว่ากรณีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่าจะออกมาเคลื่อนไหวนั้นคงไม่สร้างปัญหาหรือความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง พร้อมเห็นว่าหน่วยงานรักษาความปลอดภัยต้องดูแลสร้างความมั่นใจในฐานะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังพร้อมที่จะพูดคุยกับหน่วยงานภาคเอกชนถึงปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะด้านการเงินและการคลังพร้อมต้องติตามข่าวสารสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) นัดแรก น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรัฐมนตรีฯคลัง เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำทำเนียบฯแล้ว ขณะที่ รัฐมนตรีที่เดินทางมาถึงแล้ว อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีฯศึกษาธิการ รวมถึง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯดูแลด้านกฎหมาย โดยได้ให้สัมภาษณ์
ว่ายังไม่ทราบข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับเข้าประเทศก่อนกำหนด โดยเห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำได้และไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ส่วนการประชุม ครม. วันนี้เป็นเรื่องลับ ซึ่งการนำเสนอกฎหมายที่ค้างเข้าสู่ที่ประชุมสภานั้น จะให้รัฐมนตรีดูแลกันเองและตอบกลับภายในวันที่ 21 มี.ค. เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน

นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะมีการแจ้งข้อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยเฉพาะกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและส่วนรวม ที่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง


ผบ.ทบ.บอกทหารได้ผลดีหากเรืองโรจน์นั่งที่ปรึกษานายกฯ

ผบ.ทบ.เผยเข้าพบนายกฯและรมว.กลาโหมวันจันทร์ เพื่อรายงานกิจกรรมทั่วไป ส่วนการปัญหาชายแดนใต้แยกชี้แจงต่างหาก รวมถึงการใช้กฎหมายความมั่นคง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเข้าพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ว่าจะเป็นการพูดคุยถึงเรื่องกิจกรรมทั่วไปของกองทัพและเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆกับประเทศที่มีเขตแดนติดกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้เตรียมการเอาไว้ในส่วนของกรณีใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น มีการบรรยายสรุปต่างหาก โดยจะเป็นการพูดถึงกรอบการทำงานในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. โดยมีการปฏิบัติงานอย่างไรและภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคงฉบับใหม่ จะมีรูปแบบการดำเนินการเช่นไร ทั้งนี้ทางกองทัพได้เตรียมข้อมูลไว้ให้นายกรัฐมนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบกแสดงความเห็นถึงหากการที่ พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะมาเป็นที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมให้กับนายกรัฐมนตรีนั้น เห็นว่าท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ก็น่าจะเป็นผลดีต่อกองทัพ

'สพรั่ง'เปิดใจยื่นลาออกปธ.บอร์ดทอท.13กพ.นี้

"สพรั่ง กัลยาณมิตร" เล็งแถลงเปิดใจพร้อมยื่นใบลาออกประธานบอร์ดทอท. 13 กุมภาพันธ์นี้ ยันไม่มีใครกดดัน

พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ ทอท. ว่าตนจะยื่นหนังสือลาออกจากประธานกรรมการ ทอท.ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นประชุมคณะกรรมการครั้งสุดท้ายในฐานะประธานกรรมการ โดยการลาออกนั้นจะตรงกับวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา

อย่างไรก็ตามในการลาออกในครั้งนี้ไม่มีแรงกดดันจากใคร และการลาออกเป็นการลาออกส่วนตัวไม่ใช่ทั้งคณะ โดยในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นั้นจะแถลงข่าวเปิดใจกับสื่อมวลชนด้วย

หมอดู-รัฐบาลผี

สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และ
จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ
แปลว่า สมัคร สุนทรเวช คือ นายกรัฐมนตรีคนที่
25 ที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ทีนี้...โหรต่องแต่งทั้งหลาย พวกคุณจะทำ
อย่างไรต่อไป ในเมื่อเกือบทุกคน “ทายผิด” กัน
ถ้วนหน้า??
บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนเสียความรู้สึก
เพราะพวกโหรที่มั่วนิ่ม ทำนายทายทักกันแบบ
“สนุกปาก” ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและ
ส่วนรวม!!
ย้อนหลังมาดูคำทำนายของ โหรต่องแต่ง
ที่หน้าแหกหน้าแตก หมอไม่รับเย็บในการทำนายคน
เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพื่อจะได้ช่วยกันแอนตี้
คนพวกนี้ เพราะทายผิดไปก็ไม่เห็นเสนอหน้า ออกมา
รับผิดชอบ อะไรแม้แต่คนเดียว
เริ่มจาก วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ สำนักวิหาร
หลวงปู่เกวาลัน หมู่บ้านสุขิโต จ.เชียงใหม่ คนๆ นี้
ดังมาก เพราะเป็นโหรที่ คมช. เชื่อถือ แถมเป็น
อาจารย์ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อีกต่างหาก
หมอวารินทร์จึงออกมาทำนาย (เหมือนที่ลูกศิษย์-
คือ สนธิคิดในใจ) ว่า...
แม้ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคพลัง
ประชาชนจะได้จำนวนที่นั่ง ส.ส. เป็นอันดับหนึ่ง
แต่ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
ก็จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด
เนื่องจากยังมีวิบากกรรมบางอย่าง และ
บารมีไม่ถึง!!
ทั้ง นี้ ผู้ที่จ ะ ไ ด้เ ป็น น า ย ก รัฐ ม น ต รีก็คือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
แต่ก็จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานเช่นกัน...
อีกคน กิจจา ทวีกุลกิจ หรือ “หมอนิด” โหรดัง
เหมือนกัน ทำนายแบบไม่รู้ใช้ตำราเล่มไหน ออกมา
ยืนยันแบบทายเองสะใจตัวเอง ประมาณว่า...
คุณอภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่น่า
จะเกินปีครึ่ง จากนั้นต้องปิดปรับปรุงพรรค และ
ใครเป็นนายกฯ ในปี 2551 ถือว่าทั้งเฮงและ
ทั้งซวย ที่เฮงเพราะได้เป็นนายกฯ
มีอีกหลายหมอดูที่ทำนายผิดแบบขาวกับดำ
ทำนายว่าอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ แน่ แต่สมัคร ดวง
ไม่ถึง ต้องชาติหน้าตอนบ่ายๆ จึงจะมีโอกาส
มีหมอดูที่ยกย่องตัวเองเป็น “โหร” คนไหน
ที่จะแสดงความรับผิดในการออกมาประกาศ
เลิกอาชีพหมอดู!! และไม่ใช้วิชาหมอดู
มาทำให้สังคมสับสนอีกแล้ว...!!
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงเชื่อหรือเคลิ้มตาม
คำทำนายของประดาโหรเหล่านี้ จึงคิดว่าต้องได้เป็น
นายกรัฐมนตรี 100 เปอร์เซ็นต์ มันทำให้เขา “หลงทาง”
กลายเป็น นายกรัฐมนตรีเงา ไป!!
คุณมาร์ค อภิสิทธิ์ เกิดที่อังกฤษ จึงอาจไม่รู้
หรือไม่เฉลียวใจว่า คำว่า “รัฐบาลเงา” นั้น
คนฝรั่งเศสเขาเรียกว่า “Ghost Cabinet” หรือ
“รัฐบาลผี”!!
สองคม

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด


แด่ สนธิ ลิ้มทองกุล

สำหรับคนเขียนหนังสือแล้ว..ทุก
ข้อเขียนจะถูกบันทึกถูกเก็บไว้ในหอสมุด
แห่งชาติ..ว่ากันว่าข่าวทุกข่าว คอลัมน์
ทุกคอลัมน์ จะถูกฝังไว้ที่นั่น..
ย้อนหลังกันไปได้ยาวนาน เกินกว่าชีวิต
ท่านชีวิตเรา
ดังนั้น..จึงไม่มีคำโกหกใดๆ จะยั่งยืน
อยู่ได้..ในอาชีพนี้..ไม่มีคำโกหกใดๆ ที่พิสูจน์
ไม่ได้ในอาชีพนี้
สนธิ ลิ้มทองกุล..นักโทษในระหว่าง
สู้คดีหมิ่นประมาท..ที่กำลังฎีกา..ได้กล่าวถึง..
บางกอกทูเดย์และ “พญาไม้” ว่า
ทำงานให้กับทักษิณ พูดว่า..เป็นคน
ตั้งรัฐบาลชุดนี้..กล่าวหาว่าคนพวกนี้จะเป็น
คนซึ่งยึดถือผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก
ไม่เคยคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเลย ฯลฯ
หอสมุดแห่งชาติ..เปลี่ยนแปลงวันเวลา
ไม่ได้..คำโกหกมากมายจะถูกประจานจาก
ความเป็นจริงที่ฝังอยู่ในนั้น..พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ จัดรัฐบาลที่บ้านสุโขทัยของ สนธิ
ลิ้มทองกุล..
ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในงานศพของบุพการี
สนธิ ลิ้มทองกุล..เกือบทุกวัน..ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ถูกวางแผนให้ไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร ในงาน
ศพ..สนธิเล่าว่าทักษิณไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้านเขา
ฯลฯ
“ผมไม่อยากเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นนัก
หนังสือพิมพ์นะครับ” สนธิ..พูด..แต่ใครกันที่
เอาความเป็นหนังสือพิมพ์ไปหากินในทิศทางที่
ไม่ใช่..
ใครกำลังด่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร..
เพราะไม่สัมฤทธิ์ในสิ่งที่ตนประสงค์
ผิดด้วยหรือ..ที่นักหนังสือพิมพ์สักคน..
จะไม่อดทนให้กับ..ความวุ่นวายไร้กติกาที่จะพา
บ้านเมืองไปสู่ความล่มจม..และใช้ความรู้จัก
ประสานผู้คนเข้ามาหากัน เพื่อให้บ้านนี้เมืองนี้
เดินไปในทิศทางที่ไม่ใช่ความวุ่นวาย
ผิดด้วยหรือ..ที่คนไทยสักคน..จะไปพูด
ถึงเหตุถึงผลกับคนการเมือง..จะช่วยลด
ความขัดแย้งแล้วหันหน้ากันมาสร้างความ
สมานฉันท์..
ถ้าไม่ผิด..คนๆ นั้น..ก็คือคนที่ต่อสายหา
บรรหาร ศิลปอาชา คนๆ นั้นให้ ประชัย
เลี่ยวไพรัตน์ กับ ทักษิณ ชินวัตร หรือ สมศักดิ์
เทพสุทิน เลิกแล้วต่อกัน..ถ้าการทำให้คน
เกลียดกันหันมารักกัน ถ้าการทำให้คนที่
ไม่เข้าใจกันหันมามองเหตุหาผล จนสามารถ
คบหาสมาคมกันต่อไปได้..
คนๆ นั้นก็คือผม..
และในความสำเร็จที่มากมายนั้น..มันก็
ยังเป็นคนจน..และคงทนต่อการตรวจสอบ
ในทุกรูปแบบในทุกกรณี
พญาไม้



พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

แก่นประชาธิปไตย [8 ก.พ. 51 - 18:40]

ข้อวิพากษ์วิจารณ์ตัว คุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ ครม.ในรัฐบาลชุดใหม่ รวมไปถึงนโยบายประชานิยมและโครงการเมกะโปรเจกต์ที่กำลังจะออกมา ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสังคมแบบไทยๆ ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า ว่ากันตามสบาย

เรื่องของ อคติส่วนตัวกับนิสัยคนไทยคงจะตัดทิ้งยาก ถ้ารักหน่อย มีกลิ่นนิดๆก็พอทนได้ ถ้าชังหน่อย ไม่มีกลิ่นก็ว่าเหม็น เป็นเรื่องธรรมชาติ ถือเป็นพฤติกรรมถาวรของคนไทยไปซะแล้ว

ผมว่าฝ่ายที่ถูกวิจารณ์ก็ควรจะรับฟัง คำว่า บุคคลสาธารณะในความหมายที่สอดคล้องกับพฤติกรรมสังคมไทย ก็คือต้องมีความอดทนสูง

สังคมการเมืองไทยค่อนข้างแคบ ใครอยู่กับใคร พวกไหน จับทางได้ไม่ยาก จะหาเสาหลักการเมืองจริงๆน่าจะต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆ ยิ่งประเภทพลิกไปพลิกมา ใครเพลี่ยงพล้ำกระทืบซ้ำ พอกลับมาได้ดี แห่กันเชียร์ยกใหญ่ ลืมอาย

เป็นสังคมของผู้ชนะ

ไม่ว่าอะไรก็ตาม ผมว่านี่ก็คือสังคมแห่งประชาธิปไตย จะล้มลุกคลุกคลาน จะทรหดขนาดไหน จะถอยหลังลงคลองอย่างไร เราก็บอกกับตัวเองว่าเราก็ยังรักประชาธิปไตยแบบไทยๆของเรานี่แหละ

ผมว่ามีคนบางคน บางสังคม ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย และผมก็เชื่อว่าประชาชนไม่ได้หลอกตัวเองด้วย การเลือก ตั้ง ก็คือการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องทำใจให้กว้าง จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะโกงกันอย่างไร ก็เป็นปรากฏการณ์ด้านลบ

ที่มีอยู่ทุกสังคม ทุกระบบการปกครอง ถามจริงๆเถอะ ถ้าชาวบ้านไม่มีใจ จะยินยอมพร้อมใจไปด้วยหรือไม่ ผมว่าคนในเมืองผู้ดี ชั้นสูงยังไม่เข้าใจและเข้าถึงชาวบ้านชนบทดีพอ เลยเกิดการดูถูก

ประชาธิปไตยไม่ใช่อยู่ที่ วัตถุ ไม่ใช่เพราะการมีรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับ ไม่ใช่แค่มีการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยกำหนดรูปแบบ ไม่ได้

เพราะคืออิสรภาพทางใจที่ทุกคนยอมรับ

เป็นความสุขของคนส่วนใหญ่ ส่วนจะมีคนฉลาดคนโกง เข้ามาฉกฉวยหาผลประโยชน์ ผมว่าเป็นอีกเรื่อง ในสังคมไหนก็มีทั้งคนดีคนร้าย จะประชาธิปไตยหรือเผด็จการ คนดีคนชั่วอยู่ปะปนกันหมด

จะเอามาเป็นดัชนีชี้วัดประชาธิปไตยเห็นจะไม่ได้

ผมว่าหลักใหญ่ใจความของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงก็คือ การให้อำนาจกับประชาชน ไม่ใช่ การใช้อำนาจกับประชาชน เป็นหลักการปกครองที่จะให้ประชาชนกำหนดความต้องการและความสุขของตัวเอง เป็นความสุขที่เลือกได้ โดยไม่ก้าวก่ายสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น แน่นอนว่าประชาธิปไตยของคนชนบทอาจไม่เหมือนกับประชาธิปไตยของผู้ดี

แต่ก็เป็นประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์.

หมัดเหล็ก

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

'นพดล'แถลงสิทธิทางการทูตอดีตนายกฯ ต้องเท่าเทียมกัน

รมว.ต่างประเทศ แถลงจะเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองไทย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน อ้างไม่ป้อง'ทักษิณ' ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ระบุอดีตนายกฯ ควรมีสิทธิทางการทูตเท่าเทียมกัน เปรยที่ผ่านมาสถานการณ์กดดัน

นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยภารกิจแรก คือฟื้นฟูภาพลักษณ์ของไทย ให้ความมั่นใจกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุน ในแง่ของเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศในอาเซียน และดำเนินมาตรการทางการทูต ในเวทีที่สำคัญ กระทรวงการต่างประเทศ จะมีบทบาทในเชิงรุกเพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุน ให้แก่ประเทศไทยในต่างประเทศ

'ผมย้ำว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เพื่อให้กระทรวงการ ต่างประเทศเป็นตัวแทนของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของผมจะไม่ให้มีพิธีการมากเกินไป และจะทำตัวให้เพื่อนข้าราชการต่างประเทศเข้าถึงง่าย และเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ทำงาน เป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจ ร่วมกับกระทรวงอื่นๆ'

ต่อคำถามว่า จะแยกแยะบทบาท รมว.ต่างประเทศ และที่ปรึกษาทางกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวอย่างไร นายนพดลกล่าวว่า ตนยุติบทบาทของการเป็นที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว

เมื่อถามว่า มีความจำเป็นในการคืนหนังสือเดินทางการทูต(พาสปอร์ตทูต) ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว ตอนนี้ ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว

'ตอนนี้ ผมยังไม่มีนโยบาย เพราะการดำเนินการออกหนังสือเดินทางเป็นวิธีปฏิบัติภายในของราชการ ถ้าราชการเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปตามระเบียบและในอดีตมีการเพิกถอนอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นอาจเป็นการถูกกดดัน จากฝ่ายการเมืองในช่วงที่มีการยึดอำนาจ ผมคิดว่าถ้าเราออกหนังสือเดินทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน ไม่ว่าจะมีการยึดอำนาจหรืออยู่ในสถานการณ์อย่างไร และไม่มีการเพิกถอน อดีตนายกรัฐมนตรีทุกคนก็ควรได้รับการ ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ตามกฎระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ' นายนพดล กล่าว

ส่วนคำถามว่ายังมีแนวคิดที่จะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเมืองไทยอยู่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ต้องยึดหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนใด ก็ต้องได้รับการปฏิบัติจากระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อครั้งที่ตนเป็นอดีตที่ปรึกษากฎหมายและยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับไทยไม่เกินเดือน พ.ค. และเดินทางกลับโดยสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องเป็น ผู้ร้ายที่ถูกส่งข้ามแดนมา อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพราะเป็นเรื่องของอัยการสูงสุด ที่จะส่งคำร้องไปยังศาลแขวงที่อังกฤษ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเป็นปี ดังนั้น ตนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในการเดินทางกลับของอดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางทางการทูตเพราะถูกตั้งข้อหาว่ามีความผิด ใช่หรือไม่ นายนพดล ชี้แจงว่า ตาม รธน. ระบุว่าให้สันนิษฐานว่าบุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมี ความผิด ก่อนที่จะตัดสินว่ามีความผิดนั้น จะปฏิบัติต่อเขาเสมือนว่าความผิดไม่ได้ พร้อมทั้ง ยืนยันว่าฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซงการดำเนินการใดๆในเรื่องหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าจะมีการโยกย้ายข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านมาหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่าไม่ต้องกลัว ตนจะมาเช็คบิล แต่ภารกิจของตนคือการทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศเพื่อการผลักดันวาระต่างประเทศของไทย ตนเข้าใจว่าข้าราชการหลายคนถูกกดดันในช่วง การเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงและโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ตนคิดว่าควรเน้นเรื่องงาน และความสำเร็จดีกว่าการแก้แค้นหรือเช็คบิลหรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสม

อภิสิทธิ์ เย้ยรัฐบาลทำงานดีไม่โกงไม่ต้องกลัวเสถียรภาพ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ หากรัฐบาลทำงานดีและไม่ทุจริตก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสถียรภาพ แนะ น้อมนำกระแสพระราชดำรัส

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีหลายฝ่าย วิพากษ์วิจารณ์ และคาดว่ารัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพว่า ถ้ารัฐบาลทำงานดี หรือ อย่างน้อยที่สุดไม่ได้สร้างปัญหา จนถึงขึ้นบ้านเมืองเสียหาย และรัฐบาลไม่ทุจริต

เชื่อว่า การมีเสียงข้างมากในรัฐสภาจะทำให้มีเสถียรภาพได้ แต่ถ้าหากรัฐบาลทุจริตก็เป็นเหมือนการ นับถอยหลัง อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการทำงานเพื่อส่วนรวม ด้วยความซื่อสัตย์และน้อมนำกระแสพระราชดำรัส มาเป็นแนวทางการทำงาน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลไม่เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการยืดอายุ

ของรัฐบาลนั้น เห็นว่า ทั้ง 2 เรื่อง เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนใหญ่ ในประเทศ

'สนธิ'ลั่นปลุกม็อบหากรบ.ส่อฟอก'ทักษิณ'คุยโวคนร่วมเพียบ!

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเคลื่อนไหว ทางการเมืองภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชว่า หลังจากนี้ตนก็ยังสู้ต่อไป แต่เปลี่ยนโจทย์ใหม่ ไม่มองแค่ทักษิณ อย่างเดียว เพราะหลังจากที่ได้บวชแล้วทำให้ความคิดตกผลึกมากขึ้น โดยมองเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงผลผลิต ของปรากฏการณ์ทางการเมืองที่น่าขยะแขยงเท่านั้น ถึงแม้จะไล่ทักษิณออกไป แต่ก็จะมีทักษิณ 2 ทักษิณ 3 อยู่ดี

และก็จะมีการปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้จบ ท้ายสุดคนที่ทำปฏิวัติรัฐประหารก็ไม่เข้าใจอะไรเช่นเดียวกับ ที่เคยเกิดขึ้น เปรียบเหมือนกับการนั่งอยู่ในรถคันหนึ่ง ซึ่งหมายถึงประเทศ แต่รถสกปรกเหม็นมากถึงจะขับไล่คน ขับออกไปกี่คนก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่ตนจะทำ คือ ลงจากรถแล้วเดินไปสร้างรถคันใหม่ ใครจะไปด้วยก็ให้ออกมาร่วมกัน เดินไปสู่เป้าหมายใหม่ที่มีความโปร่งใส มีความยุติธรรม หลังจากนี้ตนจะเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างชาติกันใหม่

ขอให้คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกันมาร่วมกัน หาทางสร้างกรอบของประเทศแบบใหม่ โดยเบื้องต้น อาจจะเดินสายให้ความคิดกับผู้คน อาจจะเช่าโรงแรมหรือหอประชุมแล้วเชิญให้ประชาชนมาฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วจะขายความคิดออกไป

'หลังจากที่พูดคุยกับอดีตแกนนำพันธมิตรฯแล้วส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวทางของผม แต่ว่าทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ ผมคงทำไปก่อน แต่ยืนยันว่าพวกเรายังคุยกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ารัฐมนตรีหรือรัฐบาลนี้ เริ่มมีกระบวนการฟอกตัวคุณทักษิณอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม เริ่มช่วยเหลืออย่างน่าเกลียด บีบข้าราชการให้พลิกคำให้การ หรือไปรังแกคนที่ตั้งใจทำงานอย่าง คตส. ก็อาจจะมีการชุมนุมกันได้ และผมจะเข้าร่วมด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าพวกเราออกมาอีกครั้งหนึ่งมวลชนเอากับเราแน่ อย่างน้อยคนเก่าก็จะมาและจะมีคนใหม่ออกมาด้วย แต่การออกมาของเราต้องมีเหตุผล'อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวระบอบทักษิณจะกลับมาเช็คบิลหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวการล้างแค้นแม้แต่นิดเดียว สมัยที่ทักษิณมีเสียงในสภา 377 เสียง กุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จทุกประการ เล่นกระบวนการสกปรก ตนยังไม่กลัวเลย แล้วจะไปกลัวทักษิณวันนี้ทำไม สุดท้ายเชื่อว่าทักษิณ ก็ต้องเผชิญกับกฎแห่งกรรม เช่นเดียวกับตนที่จะต้องเผชิญแต่เชื่อว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

Thursday, February 7, 2008

นายกฯสมัครขอเวลาทีมศก. ไม่ขีดเส้นประเมินผลงาน [7 ก.พ. 51 - 17:17]

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าววันนี้ (7 ก.พ.) ว่า ตนจะไม่กำหนดกรอบเวลาในการประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเชื่อว่าการทำงานของรัฐบาลนี้จะไม่เกิดปัญหา เนื่องจากตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อกรณีสื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ถือเป็นสิทธิของสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจในทีมเศรษฐกิจทีมนี้ จึงขอโอกาสให้ได้พิสูจน์การทำงาน นอกจากนี้ ตนจะมอบหมายให้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยไม่กังวลว่าจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์พีทีวี


"จักรภพคงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากได้คนที่ไม่รู้อะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายออกอะไรโครมๆ ให้ไอ้หน้าโง่ไปเป็นโฆษกฯ คงไม่ได้ เรื่องนี้จักรภพระมัดระวังตัวอยู่" นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า กรณีพรรคฝ่ายค้านต้องการออกรายอากาศรายการวิทยุ เช่นเดียวกับรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น. นั้น คงต้องขออนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวด้วยว่า ตนเตรียมเดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 11 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยนโยบายแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ยืนยันว่า ไม่มีจุดยืนในการต้องการปลดอาวุธทหารและพลเรือนในพื้นที่