รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรับผืดชอบดูแลสื่อรัฐฯ ระบุอย่าทําตัวเป็นนายหน้าประชาธิปไตย ประกาศชัดยกเลิกวาระซ่อนเร้น เป้าหมายตรวจสอบตรงไปตรงมาวิจารณ์กลับได้ด้วยเหตุผล
นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่จะเข้ามาจัดระเบียบสื่อว่า จะไม่มีการจัดระเบียบแต่มีการจัดระบบ เพราะสื่อของรัฐมีการออกนอกระบบไม่เคารพสิทธิในการรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนทำตัวเป็นนายหน้านอกระบอบประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้ต้องมีการจัดระบบและการจัดระบบนั้นเป็นไปอย่างเปิดเผย โจ่งแจ้ง และจะบอกล่วงหน้าว่าทำอะไร รัฐบาลทุกชุดต้องการจะเป็นขวัญใจประชาชนและสื่อมวลชนทั้งนั้น แต่เรื่องไหนจำเป็นต้องทำก็ต้องทำ ไม่มีวาระอะไรที่จะต้องมาเสแสร้งเอาใจในเรื่องที่ไม่มีเหตุผล ทุกเรื่องสามารถพูดจากันอย่างตรงไปตรงมาได้ และหากไม่เห็นด้วยก็สามารถวิจารณ์ได้ตามสิทธิ์
เมื่อถามว่าที่ระบุว่าสื่อทำตัวเป็นนายหน้านอกระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นอย่างไร นายจักรภพ กล่าวว่า ยกตัวอย่างว่ามีการเสนอความคิดไปข้างใดข้างหนึ่ง โดยไม่มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งด้วย เช่นมีการนำเสนอความคิดว่าระบอบประชาธิปไตยมีข้อสงสัยหรือไม่ ก็นำเสนอด้านเดียวจนชี้ว่าไม่เป็นประโยชน์หรือเสียงข้างมากอาจจะนำมาซึ่งความไม่ดี โดยไม่อธิบายหลักการระบอบประชาธิปไตยประกอบ แต่เรื่องทั้งหมดนี้คงไม่ทำกันหากประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วย
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, February 9, 2008
'จักรภพ' สื่ออย่าทําตัวนายหน้าปชต. ต้องถูกตรวจสอบด้วย
ไทย-บาห์เรนกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
กรุงเทพฯ 8 ก.พ.-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.พ.) เวลา 12.45 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เชคคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัลคอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน พบปะหารือกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีถวายพระกระยาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน มีรับสั่งเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบาห์เรนกับไทย ที่ต้องการให้ดำเนินต่อไปให้ดียิ่งขึ้น และต้องการให้มีเที่ยวบิน บินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-บาห์เรนอีกครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ทูลว่า ประเทศไทยมีความเห็นตรงกันที่จะมีการเพิ่มความสัมพันธ์ รวมถึงการอบรมพยาบาลทั้งชายและหญิง จำนวน 3,000 คน เน้นหนักที่คนไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชาย-หญิงมุสลิมก่อน โดยพยาบาลเหล่านี้จะเดินทางไปทำงานในโรงพยาบาลของบาห์เรน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเยือนบาห์เรนด้วย.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-08 19:29:48

นายกฯสั่งรมต.เร่งแจง บช.ทรัพย์สินใน 90 วัน
นายกฯ สั่ง ครม.เร่งแจงบัญชีทรัพย์สินภายใน 90 วัน ตามรัฐธรรมนูญ ลั่นแจงนโยบายสภาก่อน 20 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้ นายจักรภพ ได้กล่าวว่า ทางรัฐบาลไม่ได้จะจัดระเบียบสื่อทั้งหมด แต่จะจัดระบบเฉพาะสื่อของรัฐ ที่นำเสนอข่าวสารที่ไม่เป็นกลางเท่านั้น
Friday, February 8, 2008
มาเฟียอ.ต.ก.หนาว สมศักดิ์สั่งรื้อค่าเช่า [8 ก.พ. 51 - 18:04]
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันนี้ (8 ก.พ.) ได้หารือกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ถึงนโยบายการแก้ปัญหาการเช่าพื้นที่ขายสินค้าขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่ได้ปรับราคาเพิ่มจากเดิมระยะสัญญา 10 ปี ในราคา 6 ล้านบาท มาเป็น 34 ล้านบาทในปัจจุบัน
"หากนิ่งเฉยอีก 10 ปีข้างหน้า มีการต่อสัญญาเกิดขึ้นจะส่งผลให้สัญญาสูงถึง 54 ล้านบาทได้ โดยผู้ที่จะได้รับความเสียหายสูงสุด คือ ประชาชนที่ต้องซื้อสินค้าในราคาแพง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวและว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจมีระบบมาเฟียมาทำให้ราคาค่าเช่าแพงขึ้น จึงต้องเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยต้องเข้าไปจัดระเบียบตลาด อ.ต.ก.ใหม่ทั้งหมด ขณะที่ราคาจำหน่ายสินค้าในตลาด อ.ต.ก.ต้องประสานกรมการค้าภายใน เพื่อคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงมากเกิน
สัก ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทยสู้คดี เป็นเรื่องที่ดี
คตส. 8 ก.พ. - นายสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศไทยเร็วกว่ากำหนด เพื่อสู้คดี ว่า ถ้ามาแล้วขึ้นศาลเพื่อสู้คดี ถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยคดีของ คตส.จะไม่ค้างนานเกินไป แต่เมื่อกลับมา ต้องอยู่ที่ศาลว่าจะดำเนินการอย่างไร คตส.ไม่เกี่ยว
“ไม่รู้สึกหวั่น แต่ยังทำหน้าที่ไหว ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ทุกคดีที่ขึ้นศาล คตส.จะมอบให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดี เพื่อนำมารายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุม คตส.” นายสัก กล่าว
นายสัก กล่าวอีกว่า ขณะนี้คดีของ คตส.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คือ คดีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ซึ่งในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นนัดสุดท้ายที่ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย จากนั้นศาลจะนัดฟังคำพิพากษาตัดสินคดีต่อไป
เมื่อถามว่าเกรงจะมีการเช็กบิล คตส.หรือไม่ นายสัก กล่าวว่า จะมีการเช็คบิลมากกว่านี้อีกหรือ เพราะที่ผ่านมา ก็ฟ้อง คตส.ไปแล้ว 18 คดี.- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-08 18:16:22

สิทธิประโยชน์ของ ฯพณฯ
ปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะเท่ากับ 480 คน ส่วนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะมีจำนวน 150 คน รวมกันก็ 630 คน
คำถามที่คนอยากรู้คือผู้ทรงเกียรติได้รับสิทธิประโยชน์อย่างไรบ้าง ในช่วง 4 ปี สำหรับ ส.ส.และ 6 ปีสำหรับ ส.ว. คำตอบคือสิทธิ ประโยชน์ด้านหลักๆ มี 8 ด้าน ดังนี้
1.อัตราเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่ม 2.ผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ส. 3.ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส. 4.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร 5.ค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการต่างประเทศ
6.การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 7.เบี้ยประชุมของกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ 8.การประกันสุขภาพของสมาชิกรัฐสภา และ 9.การจ่ายเงินสงเคราะห์อดีต ส.ส.ถึงแก่กรรม
โดยเฉพาะอัตราเงินประจำตำแหน่งและ เงินเพิ่ม เมื่อเป็น ส.ส.ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ปาเข้าไปแสนกว่าบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ส.ส. 1 คน ยังสามารถหาผู้ช่วยเพื่อมาดำเนินงานได้ 5 คน โดยจะได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนละ 10,000 บาทต่อเดือน
และ ส.ส. 1 คน ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้อีก 1 คน โดยจะได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน เดือนละ 20,000 บาท
สำหรับกรณี ส.ส.ที่เดินทางไปราชการ ในราชอาณาจักรก็ยังมีค่าตอบแทนให้อีก นับตั้งแต่ค่าเดินทางมาประชุม เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา หรือพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภา ค่าใช้จ่ายใน การเดินทางมาประชุมของกรรมาธิการ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ได้แก่ 1.เบี้ยเลี้ยงเดินทาง 2.ค่าเช่าที่พัก 3.ค่าพาหนะ 4.ค่ารับรอง 5.ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเนื่องในการเดินทางไปราชการ
หากเดินทางไปราชการต่างประเทศก็ยังมีค่าตอบแทนให้ ได้แก่ 1.เบี้ยเลี้ยงเดินทาง 2.ค่าเช่าที่พัก 3.ค่าพาหนะ 4.ค่ารับรอง 5.ค่าของขวัญ 6.ค่าเครื่องแต่งกาย และ 7.ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเนื่องในการเดินทางไปราชการ
ประเด็นก็คือถ้าบรรดา ฯพณฯ ทำหน้าที่อย่างเต็มเวลา ต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่าย ก็น่าจะคุ้ม แต่ถ้า ฯพณฯ เอาแต่โดดประชุม (โดดร่ม) ประชาชนคือผู้เสียประโยชน์
เปิดตัว "ดาวสภา" สุดสวย "ยิ้ม" วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์
หลายปีก่อน "จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์" ถือว่าผูกขาดเป็นเพชรเลอค่าให้แก่สภาหินอ่อนมาอย่างต่อเนื่อง จวบจนกระทั่ง "เอ๋" ปารีณา (ไกรคุปต์) ปาจรียางกูร ที่พกพาความสวยระดับนางงาม จากเวทีประกวดนางสาวไทยปี 2546 เข้ามาแทนก่อนที่เธอจะตัดสินใจสละโสดไปเมื่อปีที่แล้ว
วันนี้ทุกสายตาจึงจับจ้องมาที่ "ยิ้ม" วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เขต 2 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ลูกสาวคนสวยเพียงคนเดียวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ สมาชิก บ้านเลขที่ 111
ที่รับรองได้ว่าเรื่องความสวยความน่ารัก ในรัฐสภาวินาทีนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่จะมีมากเท่าเธอ
"ยิ้ม" ในวัย 26 ปี เฉียดฉิวที่จะเป็น ส.ส.หญิงที่อายุน้อยที่สุด เพราะเธอเกิดก่อน "เชียร์" ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.หญิงอายุน้อยที่สุดเพียง 7 วันเท่านั้น
"ยิ้ม" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เธอเป็น "คนเหนือ" โดยกำเนิด เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนศิริมาศเทวี อ.พาน จ.เชียงราย ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯมาเรียนที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี
เรียนต่อมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ก่อนจะโอนหน่วยกิตไปจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอลลองกอง (WOLLON GONG) ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโทสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนอร์ทแทมเบีย (NORTHUMBRIA) เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ
"เพราะคุณพ่อเล่นการเมืองมา 9 สมัย เป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้ตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ก็เห็นคุณพ่อลุยน้ำท่วม แจกของ พบปะประชาชน จึงมีความฝันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าโตขึ้นมาอยากเป็น ส.ส. แม้กระทั่งอาจารย์ที่สอนมาก็ยังตกใจว่าทำไมถึงอยากเป็น ส.ส. ทั้งๆ ที่คนอื่นอยากเป็นครู อยากเป็นหมอ อยากเป็นพยาบาล แต่ยิ้มอยากเป็นนักการเมือง"
ยิ้มเล่าว่า ครอบครัวของเธอนอกจากคุณพ่อ จะเป็น ส.ส.แล้ว คุณแม่ยังเป็นสมาชิกสภาจังหวัด และคุณอา (นายวิสิษฐ์) เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
"ช่วงที่เรียนอยู่เอแบคอยากเป็นนักธุรกิจ เพราะคิดว่าหากวันหนึ่งไม่ได้เป็นนักการเมือง ก็ยังเป็นนักธุรกิจได้ ครอบครัวกับการผลักดันความฝันนั้นไม่มีเลย โดยเฉพาะคุณแม่ อากง อาม่า เองก็บอกว่าไม่สนุกอย่างที่คิดนะ เหมือน เราถูกกดดันทั้งๆ ที่เป็นคนร้องไห้ยาก แต่ครั้งนั้นที่ทุกคนในครอบครัวกดดันทำให้ยิ้มร้องไห้เลย"
"สายตาพ่อแม่คิดว่าเรายังเป็นเด็ก แล้วจะ ต้องเจอความกดดันเยอะจากรอบข้าง ท่านเลย คิดว่ายิ้มคงยังไม่พร้อม นี่ยิ้มก็เพิ่งจะรู้ว่าต้องลงสมัคร ส.ส.แทนคุณพ่อในวินาทีสุดท้ายประมาณ 2 เดือน ซึ่งก็ได้ไปลาออกจากงานการตลาดของรถมินิคูเปอร์แล้วมาลงสมัคร ส.ส."
"ก็บอกพี่น้องประชาชนตอนที่ยิ้มไปหาเสียงว่าเป็นลูกสาวคุณพ่อ จะเข้ามาสานงานต่างๆ ที่คุณพ่อทำค้างไว้ เราพร้อมทั้งวัยวุฒิ อาจจะดู ตัวเล็ก เน้นหาเสียงกับเด็กๆ แม่บ้านและผู้สูงอายุการเป็นผู้หญิงท่าทีที่อ่อนน้อมของเราก็ช่วยได้มาก การพบปะผู้คนอาจจะถูกแขวะบ้าง ก็ทำให้เหนื่อยใจนะคะ แต่เมื่อเราเข้ามาแล้วก็อยากให้ทุกคน รักเรา สโลแกนของยิ้มคือ ถ้าเลือกยิ้มก็จะได้ทั้งครอบครัว"
ยิ้มบอกอีกว่า เธอตั้งใจจะเข้ามาทำงานด้านสตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ อีกทั้งได้เรื่องภาษาก็ยังดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ที่สำคัญคือเรื่องการศึกษาตามชนบทที่ยิ้มย้ำว่าต้องการให้การศึกษาบ้านเรามีมาตรฐานที่มากขึ้น ทำให้การเรียนสนุกขึ้น
"ในอนาคต 4-5 ปีข้างหน้ายิ้มก็จะยังอยู่ตรงนี้คะ ระหว่างนั้นก็จะทำให้เรารู้อะไรมากขึ้นโดยที่เจาะแต่ละพื้นที่ว่ามีปัญหาที่เราพอจะแก้ไขให้เขาได้ เพราะเราเป็นตัวแทนเข้ามาก็ต้องหาอะไรไปพัฒนาชุมชนให้ได้"
เวลาว่างๆ ยิ้มบอกว่าชอบดูหนังมาก โดยเฉพาะการดูกับครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก หากมีเวลาก็จะไปโยนโบว์ลิ่ง และร้องคาราโอเกะ ซึ่งย้ำว่าชอบมาก
"มันเหมือนได้แหกปากนะคะ นอกจากนั้นก็คงจะไปทานข้าวกับเพื่อนๆ บ้าง" เธอกล่าวแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"ยิ้มเป็นคนไม่ค่อยซีเรียสนะคะ เป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบที่จะหาเพื่อนใหม่ ไม่ได้เป็น คนไฮโซฯคะ ชอบกินข้าวข้างถนน เพราะยิ้มว่า มันจะอร่อยมากๆ ประมาณว่าชอบไล่หาร้านกินเลยก็ว่าได้"
ด้วยความเป็นลูกสาวแสนสวยเพียงคนเดียว ยิ้มยืนยันว่าคุณพ่อไม่หวงการที่เธอจะชอบใคร แม้ว่าเธอจะไม่บอกคุณพ่อ แต่คุณพ่อเองก็คงจะมองรู้
"คุณพ่อเลี้ยงแบบฝรั่ง ไม่ใช่ว่ามีเคอร์ฟิวส์ ต้องกลับบ้านก่อนเวลานี้นะห้ามดื่มแอลกอฮอล์นะ อะไรอย่างนั้นไม่มี"
"ยิ้มก็อยากจะขอบคุณพี่นะคะที่ให้ยิ้มเป็นดาวสภา ยิ้มก็ไม่อยากให้พี่ๆ ผิดหวัง เพราะยังไม่ได้โชว์กึ๋นอะไรเลย ถ้ายิ้มพลาดขึ้นมาก็จะมาบอกว่า อ้าว...นี่สวยแต่โง่ ตอนนี้กำลังเก็บข้อมูลคะ คิดว่าจะต้องเปิดตัวให้ดีหลังจากที่ได้เรียนรู้ ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ก็มีหลายๆ รูปแบบ อย่างไรก็ตามวิสาระดีต้องเปิดตัวอย่างสง่างาม"
"ยิ้มจะทำให้ดีที่สุด (เจ๊า)"
สภาติวเข้มบทบาทหน้าที่ ส.ส.ใหม่ 11 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติให้สำนักงานพัฒนาบุคลากร ร่วมกับสำนักบริหารงานกลาง จัดโครงการสัมมนา เรื่อง “บทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กับการให้บริการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ในวันที่ 11 ก.พ. 2551 เพื่อให้ ส.ส.ใหม่ มีความรู้ความเข้าใจในระบบงานรัฐสภา บทบาทหน้าที่ของ ส.ส. สิทธิประโยชน์ ค่าตอบแทน วิธีการและขั้นตอนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส. และรับทราบเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ของสำนักงานเลขาธิการฯ รวมถึงเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและมีความสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2551 จะจัดให้ ส.ส กรอกแบบฟอร์มการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากมีเอกสารหลักฐานพร้อม สามารถยื่นกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและให้คำแนะนำ พร้อมเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานด้วย.-สำนักข่าวไทย
ครม.ตั้ง "ธีรพล " เลขานายกฯ - "อรรคพล" รองเลขาฯ
มท.1 เครื่องร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.40น.ที่กระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย นายสุพล ฟองงาม และนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รมช. มหาดไทย ได้เดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทยเป็นวันแรก โดยเมื่อมาถึงทั้ง 3 คนได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงประกอบด้วย ศาลพระภูมิ ศาลพระกาฬ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่ามกลางการให้การต้อนรับจากข้าราชการระดับสูงของกระทรวงนำโดยนายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ส.ส. และสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ที่มามอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 3 คนอย่างเนืองแน่น ขณะที่บริเวณรอบๆ กระทรวงมหาดไทยก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ใกล้เคียงมาคอยให้การรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเป็นจำนวนมาก ต่อมาเวลา 08.00น. ร.ต.อ.เฉลิม ได้เข้าสักการะศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องทำงาน และลงนามการปฏิบัติหน้าที่รมว.มหาดไทย จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานให้รมช.แต่ละคนว่า จะเชิญทั้ง 2 คนมานั่งพูดคุยว่าอยากจะรับผิดชอบงานในส่วนใดบ้างเนื่องจากสุดท้ายแล้วรมว.ต้องรับผิดชอบด้วยไม่อยากให้มีภาพกรมสำคัญๆรมว.ไปควบคุมดูแล ยุคของตนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ต่อไปนี้จะเป็นยุคที่กระทรวงมหาดไทยไม่มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำระบบผู้ว่าราชการซีอีโอกลับมาใช้เมื่อไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะหารือกับนายพงศ์โพยม เพราะกระทรวงมหาดไทยไม่เหมือนกระทรวงอื่นเป็นกระทรวงที่มีความรับผิดชอบสูงมากแม้จังหวัดเล็กอย่าง จ. ระนอง มีหน่วยงานขึ้นต่อจังหวัดถึง 116 หน่วยงาน ส่วนจังหวัดใหญ่ๆ มีหน่วยงานขึ้นต่อจังหวัดมากถึง 156 หน่วยงาน ยุคตนจะไม่มีวันสต๊อป เซอร์วิสแต่จะมีวันสต๊อปโอเค ผู้ว่าฯ จะรับรู้อย่างเดียวไม่ได้ต้องรับผิดชอบด้วยและผู้ว่าฯต้องทำงานให้บ้านเมือง “ผมจะปลุกวิญญาณความเป็นเจ้าเมือง ส่วนนายอำเภอ ผมจะให้ไปดูหนังเรื่องนายอำเภอมอร์แกน ส่วนผมเนี่ยจะสวมวิญญาณ ยอร์ช ซี สก็อต คือตำรวจตรวจแหลก มาร่วมกันทำงาน หมดยุครัฐมนตรีมหาดไทยต้องเป็นเจ้าขุนมูลนาย เมื่อไปต่างจังหวัดผู้ว่าฯ ต้องมีภาระขนคนมารอรับเวลาไปกลับ แต่ต้องร่วมกันทำงาน ” รมว.มหาดไทย กล่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงการวางนโยบายในเรื่องการจัดระเบียบสังคมว่าจะดำเนินการอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะไม่เป็นมือปราบสายเดี่ยว แต่จะเป็นมือปราบมาเฟีย นักเลงตามภูมิภาคตามสถานบันเทิง ผู้ว่าฯ นายอำเภอต้องลงไปช่วยแก้ไขรวมทั้งปัญหายาเสพติด และทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องดูแลอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามตนไม่มีนโยบายไปตรวจสถานบันเทิงด้วยตัวเองเพราะเคยทำมาแล้ว ตนจะไม่เข้าไปยุ่งในลักษณะการไปยืนหน้าผับหน้าบาร์ แต่จะให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ส่วนงานหลักของตนจะเน้นในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาดโดยเอานโยบายที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเคยทำไว้มาใช้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการปราบปรามจะมาคู่กับความรุนแรงหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าบางครั้งถ้าเบาก็ไม่ได้ เหมือนรถยนต์ เพราะถ้าเบาแล้วเครื่องจะดับ มันต้องเฉียบขาดทันเหตุการณ์.
"เฉลิม" เริ่มงาน มท.1 วันแรก โวแหลกเตรียมแผนฟื้นผู้ว่าฯ ซีอีโอ กระตุ้นทำงานแบบนัน-สต๊อป ส่วนตัวเองจะสวมวิญญาณ "ยอร์ช ซี สก็อต" พร้อมเป็นมือปราบมาเฟีย แข่งกับมือปราบสายเดี่ยว ลั่นสานนโยบาย "แม้ว" ล้างบางยาเสพติด เตรียมเรียกประชุมผู้ว่าฯ ทั่วไทยหลังแถลงนโยบาย
เมื่อถามว่าปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้จะแก้อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องของภาคใต้คงเป็นวาระแห่งชาติไม่ได้ แต่เรื่องภาคใต้ต้องเป็นความมั่นคงแห่งชาติ การที่จะกำหนดนโยบายในส่วนของมหาดไทยลงไปแก้เพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องลำบาก ต้องมีการประสานกันหลายหน่วยงาน มีแผนยุทธศาสตร์แล้วต้องมียุทธวิธี คนปฏิบัติตามยุทธวิธีมี 3 ส่วน คือ ทหาร ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ซึ่งแนวคิดของตนจะเชิญผู้ว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายอำเภอ 4 อำเภอในจ. สงขลา รวมถึง ผอ.ศอบต. และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาพูดคุยกันในวันที่ 11 ก.พ.เวลา13.30น.และหลังแถลงนโยบายจะเชิญผู้ว่าฯ ทั่วประเทศมาพบเพราะตนไม่นิยมระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ ทั้งนี้ตนไม่มีนโยบายลงไปตรวจพื้นที่บ่อยๆ เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะเดือดร้อนต้องทำเตรียมการเรื่องการรักษาความปลอดภัยและบรรยายสรุปต่างๆยุคตนจะไม่ฟังการบรรยายสรุป แต่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแทน








