WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 11, 2008

นายกฯสมัครสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้ากระทรวงกลาโหม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีซึ่งคสบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง ในช่วงเวลาประมาณ 08.30 น. เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ๆ กระทรวงกลาโหม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง ในเวลา 08.30 น. เพื่อเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนถือฤกษ์ดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม และเคารพธง ก่อนปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. จะเข้าประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพและข้าราชการระดับสูงของ กระทรวงกลาโหม เพื่อรับทราบภารกิจในเบื้องต้น และพูดคุยถึงแนวทางในการทำงาน โดยจะยังไม่ใช่การรับทราบนโยบาย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเตรียมนำกรณีเงินประจำตำแหน่งของนายทหารเข้าหารือถึงที่ประชุมด้วย เนื่องจากที่ผ่านทราบว่านายทหารไม่เคยได้รับการจัดสรรเงินดังกล่าว

รอให้ตกตะกอน [11 ก.พ. 51 - 17:47]

ผมว่า นโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อสภาภายในสัปดาห์หน้า คงจะไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจ เท่ากับข่าวการจะกลับมาประเทศไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำ

อันที่จริง ถ้าดูกันตามเนื้อผ้า ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่ามีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นเท่านั้น

การจะกลับเข้ามาสู้คดีเพื่อเคลียร์ตัวเองว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น ยิ่งเป็นที่เรื่องที่สาธารณชนจับตาดูอยู่ ผมว่าทุกฝ่ายย่อมจะทำอะไรอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและระบบยุติธรรมเดียวกัน

ศาลสถิตยุติธรรมในยุคนี้ท่านประกาศ ยึดหลักระบบยุติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่มีอะไร น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นระยะเวลาจะเป็นเดือน ก.พ. หรือ มี.ค.หรือ เม.ย. หรือจะ พ.ค. จะช้าจะเร็ว ไม่สำคัญ

เพียงแต่ว่าทุกฝ่ายอย่าตั้งแง่ อย่าก่อเรื่องให้เกิดวิกฤติประเทศขึ้นมาอีก ที่ผมต้องพูดดักคอเอาไว้อย่างนี้ เพราะได้ยินข่าวมาว่า เกมชิงอำนาจการเมืองภาคสอง กำลังก่อตัว

โดยเอาเงื่อนไข ทักษิณ มาเป็นตัวจุดชนวน

เรื่องอย่างนี้อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ผมถึงได้บอกไว้แล้วว่า วิกฤติการเมืองที่ผ่านมาลงรากลึก ไม่มีใครแพ้หรือชนะอย่างถาวร มีช่องมีจังหวะเมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น

คงไม่ต้องเล่ารายละเอียดว่าใครกำลังทำอะไร

และถ้าเกิดวิกฤติขึ้นครั้งนี้ จะมีผลกระทบไปถึงรัฐบาล กระทบไปถึงการเมือง และการเดินหน้าของอนาคต ประเทศอีกครั้ง เพราะการเมืองดันแบ่งขั้ว แบ่งข้างกันเกือบจะถาวร

ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยภายในรัฐบาลหรือนอกรัฐบาลผลกระทบจะเป็นโดมิโน

ตรงนี้ที่ผมห่วงมากที่สุด เงื่อนไขที่เป็นกับดักนำไปสู่วิกฤติประเทศ ยังมีอยู่เต็มไปหมด ถ้ายังกู้กับระเบิดเหล่านี้ไม่หมด

การเมืองอย่าเพิ่งขยับ

เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นจุดล่อแหลมต่อการนำไปสู่หายนะของประเทศก็ควรจะหยุดเอาไว้ก่อน จะเป็นการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ การคิดจะลองของรัฐธรรมนูญ ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ

ถึงจุดปลอดภัยจากวิกฤติการเมืองหรือไม่

อย่าเปิดช่องว่างเด็ดขาด

เราช่วยกันประคับประคองประเทศให้ผ่านวิกฤติมาได้จนถึงขณะนี้ โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ก็ต้องบอกว่าเป็นโชคดีของประเทศและประชาชนอย่างที่สุด ความหวังของประชาชน ต่อรัฐบาลชุดนี้คือเข้ามาแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหา โปรดอย่าคิดว่าชัยชนะ คือรางวัล แต่ชัยชนะคือความรับผิดชอบต่างหาก

อย่าไปเหลิง.

หมัดเหล็ก

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

พันธมารธิปไตย


เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังเข้าสู่สภาวะปกติ ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานานาอารยประเทศ กำลังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดังเช่น สหรัฐอเมริกา ที่ ส่งทูตมาเจรจาต้าอวย แสดงความยินดีที่ประเทศไทยกลับมาสู่ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เหมือนเดิม

ประชาชนภายในประเทศ พ่อค้า นักธุรกิจ ต่าง รอลุ้น ให้คณะรัฐมนตรีได้เริ่มทำงานกอบกู้ประเทศชาติที่วิกฤติทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง ซึ่งเป็นงานยาก งานหนัก ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไทยทุกภาคส่วนของสังคม

เราเคยเสียใจกับบทบาทของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำประเทศเข้าสู่สถานการณ์ วิกฤตการณ์ รุนแรง โดยไม่เคารพซึ่ง วิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่อยากเรียกคนเหล่านี้ว่า เป็นมารประชาธิปไตย

วันนี้ คนหน้าเดิมในนามพันธมิตรฯ เริ่มออกมามีบทบาทกับสังคมอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความเห็นที่อาจจะก่อให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเหมือนเดิมหลายคนสงสัยว่าคนกลุ่มเหล่านี้ ไม่เคยสำนึกในความผิด ที่ได้กระทำมาเลยใช่หรือไม่ อย่างไร

บทบาทเหล่านี้จะพัฒนาไปสู่การ สร้างสถานการณ์รุนแรง กว่าเก่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายคนห่วงใย บางคนไม่รู้จักคำว่าแพ้ หรือ แพ้ไม่เป็น ทำอะไรก็ได้ทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ แม้หลักการที่เคยต่อสู้มายังละทิ้งได้

สถานการณ์จึงอยู่ในขั้น ไม่น่าไว้วางใจ จากกลุ่มคนเหล่านี้ ที่ยังมีบทบาทหลงเหลืออยู่ ว่าจะพัฒนาสถานการณ์บ้านเมืองไปสู่รูปแบบใด สร้างความแตกแยกของคนในสังคม ยั่วยุ ยุแหย่ ให้ รัฐใช้อำนาจเข้าปราบปราม

คนอีกฝั่งเขาอาจจะทนไม่ได้ จากการกระทำของ เทือกเถาเหล่ากอพันธุ์แบบนี้ ที่คิดเอาแต่ได้ เมื่อ ไม่ได้ประโยชน์โพดผล ตามที่พรรคพวกตนเองต้องการ หันมาใช้ สื่อสารมวลชน ที่ตนเองมีอยู่ สร้างกระแส ปลุกระดม ออกมา ล้มล้างกัน เป็น สถานการณ์ ที่น่าหนักใจว่า ประเทศไทย เราจะเดินหน้าไปด้วย ความอคติ กันแบบนี้กันหรืออย่างไร

นี่ขนาด รัฐบาลยังไม่เริ่มทำงาน เป็นชิ้นเป็นอัน ยัง ตั้งวงสร้างเรื่องสร้างราว ให้รัฐบาลเป็นสิ่ง น่าหวาดกลัว เพื่อเรียกผู้คนขนาดนี้

คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเรียกร้องให้คนกลุ่มนี้กลับตัวกลับใจเสียเถอะ ไม่เสียหน้าอะไรมากมายนักหรอก กลับมาสู่แนวทางประชาธิปไตย ยอมรับความพ่ายแพ้และรับบาปกรรมที่เคยทำกับประเทศชาติเอาไว้ สำนึกผิดกันเสียบ้างได้ไหม


บทบรรณาธิการ

แมนฯยู เล่นผิดฟอร์ม แพ้ แมนฯซิตี้ คารัง 1-2 นัดดาร์บี้แมตช์

บิ๊กแมตช์ ศึกพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ ผีแดง-แมนฯยู แพ้คารังเป็นนัดแรกของฤดูกาล และแพ้ต่อคู่รักคู่แค้น แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ เรือใบสีฟ้า-แมนฯซิตี้ 1-2 หลังมีพิธีรำลึกโศกนาฏกรรม นักเตะแมนฯยูเครื่องบินตกที่เมืองมิวนิก

ศึกพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ นัดดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ที่สนามโอล์ดแทรฟฟอร์ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ ระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด เป็นเจ้าบ้าน พบกับ แมนฯซิตี้ คู่ปรับเมืองเดียวกัน ก่อนหน้าจะเริ่มการ แข่งขัน มีพิธีรำลึกโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่เมืองมิวนิกซึ่งคร่าชีวิตนักเตะแมนฯยูไปถึง 8 คน เมื่อปี 1958 และนัดนี้ นักเตะปีศาจแดงได้สวมชุดแข่งขันย้อนยุคแบบเดียวกับที่ทีมแมนฯยูยุคดังกล่าว สวมใส่ลงสนามด้วย

นาที 24 แมนฯซิตี้เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 มาร์ติน เปตรอฟ จ่ายทะลุช่อง ให้สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ สับไกในกรอบเขตโทษ แต่เอ๊ดวิน ฟาน เดอซาร์ นายทวารชาวดัตช์ของเจ้าถิ่นป้องกันเอาไว้ได้ ดาริอุส วาสเซลล กองหน้าเรือใบสีฟ้าเข้ามาซ้ำ ฟาน เดอซาร์ก็เซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง แต่ลูกพุ่งไปเข้าทางวาสเซลล์ซึ่งเข้าไปซ้ำอีกรอบ ไม่พลาด นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แมนฯซิตี้นำห่างเป็น 2-0 จากลูกโหม่งของเบนจานี่ เอ็มวารูวารี่ กองหน้า ซิมบับเว น้องใหม่ของทีม

ครึ่งหลัง แมนฯยู พยายามบุกอย่างหนัก แต่เจาะกองหลัง แมนฯซิติ้ไม่ได้เลย ผิดฟอร์มของผีแดงไปมาก แม้จะเปลี่ยนตัวผู้เล่น และตำแหน่งผู้เล่น ถึง 2 คน ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้เลย ได้แต่เฉียดไปเฉียดมา แถมแมนฯซิตี้ มีลูกเสียวหลายลูกกว่า โดยอาศัยจังหวะบุกเร็ว จนมาถึงนาทีที่ 90 เริ่มเข้าช่วงทดเวลา ผีแดงก็อาศัยจังหวะเผลอของแมนซิตี้ คาร์ริค ได้จังหวะยิงสวนเข้าข้างเสาประตู ตีไข่แตกให้ผีแดงได้ ตามมา 1-2 แต่ช้าไป เพราะเหลือเวลาทดแค่ 2 นาทีเท่านั้น ผีแดงก็ไม่สามารถบุกไปยิงประตูได้อีก หมดเวลา แมนฯยู พ่ายคารังถิ่นโอล์ดแทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ และยังเป็นรอบหลายสิบปีที่แพ้ แมนฯซิตี้ คาบ้าน ในนัด ดาร์บี้แมตช1-2

ปชป.ถกครม.เงาพรุ่งนี้

ปชป.นัดประชุม ครม.เงาพรุ่งนี้ 11.00 น. ยืนยันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เตือน 'จักรภพ' จัดระเบียบสื่อระวังกลายเป็นแทรกแซง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันที่ 11 ก.พ.นี้เวลา 14.00 น.จะมีการประชุมครม.เงานัดแรก ของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อกำหนดกรอบ ทิศทางการทำงานเพื่อให้การทำงานการเมืองเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยจะมีการหารือว่าครม.เงา แต่ละคนจะมีขอบเขตการรับผิดชอบงานอย่างไรบ้าง มีทิศทางและแนวทางอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม นอกจากจะมีการพูดถึงแนวนโยบายของรัฐที่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยหารือในภาพรวม เพื่อเตรียมการแถลงผลงานของรัฐบาล หลังจากที่รัฐบาลแถลงเสร็จ จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามทิศทางการแถลงนโยบายของรัฐ เพื่อจะได้มอบหมายงาน ในการติดตามตรวจสอบการทำห น้าที่ของรัฐบาล

'ขอยืนยันว่าการตั้งครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่แพ้แล้วไม่ได้เป็นรัฐมนตรี จึงตั้งครม.เงาเพื่อสนอง ความต้องการของตัวเองและไม่ได้มีเจตนาเป็นเกมการเมืองเสียดสี กระทบกระเทียบเปรียบเปรย แต่เราคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และติดตามการตรวจสอบของรัฐบาลตามครรลองของระบบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาที่จะทะเลาะเบาแว้ง' นายองอาจกล่าว

นอกจากนี้ นายองอาจยังกล่าวถึงกรณีที่นาย จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องสื่อ ระบุว่าจะมีการจัดระเบียบสื่อของรัฐ ว่า นายจักรภพควรที่จะทำความเข้าใจเสียก่อนว่าสื่อของรัฐ โดยเฉพาะไทยพีบีเอสนั้นมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน และไม่ว่ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับการดูแล เรื่องสื่อนั้น ไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซง หรือก้าวก่ายใดๆ ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และเจตนารมณ์ของการก่อตั้งทีวีสาธารณะ ส่วนที่รัฐบาลจะมีสถานีโทรทัศน์เพิ่มเติมอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของรัฐบาล อย่างไรก็ตามก็ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่มีอยู่แล้ว

'การเข้ามาจัดระเบียบสื่อนั้นควรที่จะระวังไม่ให้การจัดระเบียบดังกล่าวนั้นเป็นการเข้าไปแทรกแซง หรือควบคุมสื่อ ทั้งนี้สื่อเองก็มีจรรยาบรรณ มีประสบการณ์ และสามัญสำนึกที่จะกำหนดการทำหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว ทั้งนี้แล้วผมก็มองว่าคนที่อยู่ในคณะรัฐบาลเองก็ไม่ควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ' นายองอาจ กล่าว

'จาตุรนต์' จับตาเผด็จการปูทางปฏิวัติ ยุปรับครม.แก้ 'ขี้เหร่'

'จาตุรนต์' ชี้เผด็จการ ปูทางปฏิวัติ เชียร์นายกฯ เร่งปรับครม.แก้ครหา 'ขี้เหร่' ย้ำไม่เคยเรียกร้องให้นิรโทษกรรม อดีตกก.บห.ทรท. ไม่ยอมรับเหตุผลที่อ้างว่าขาดบุคลากรทางการเมือง

'จาตุรนต์' ชี้เผด็จการ ปูทางปฏิวัติ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง ถึงการประกาศยุติบทบาทของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ว่า จากการติดตาม ตรวจสอบและ วิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ก็ขอส่งท้ายกับคมช.นิดหน่อย เพราะการเลือกตั้งที่ออกมาจนมีการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนบันได 4 ขั้นที่ทางคมช.ตั้งเอาไว้ ทั้งที่พยายามใช้กลไกและอำนาจขัดขวางทุกวิถีทางแล้วก็ตาม ประชาชนเลือกใช้การเลือกตั้งต่อสู้กับพวกเผด็จการ หากเราไม่รักษาและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง พวกเผด็จการก็จะหวนคืนกลับมาใหม่ ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ปกติจากกลุ่มคนที่เคยสนับสนุนการปฏิวัติยึดอำนาจ มีการนำเสนอประเด็นที่จะนำไปสู่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เช่นคำพูดที่ว่า

'ถ้าเสียงข้างมากไม่ดีประเทศชาติจะรอดได้อย่างไร หรือประเทศชาติกำลังกลับไปสู่สถานการณ์เมื่อ 5-6 ปีก่อน หรือประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกตั้งอย่างเดียว' อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

นายจาตุรนต์กล่าวว่า คำพูดเหล่านี้ดูเหมือนจะห่วงใยประเทศชาติ แต่ก็ชวนให้สงสัยว่าเป็นการแสดง ความเห็นโดยไม่ยอมรับระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือระบบเลือกตั้ง มองว่าประชาชนซื้อได้ เป็นการวิจารณ์ ์แสดงความเห็นเหมือนช่วงเกิดกลุ่มพันธมิตรฯก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ จึงอยากให้สังคมร่วมกัน คิดว่าเป็นการพูด เพื่อปูทางที่จะให้เกิดการยึดอำนาจในอนาคตหรือไม่ ดังนั้นเราไม่ควรส่งเสริมหรือสร้าง ความชอบธรรม ให้เสียงข้างน้อยมายึดอำนาจ เพราะแสดงให้เห็นแล้วว่าเสียงข้างน้อยที่เลว สร้างความหายนะให้ประเทศชาติ ิอย่างไรบ้าง ดังนั้นที่รัฐบาลและรัฐสภาจะต้องทุ่มเท ร่วมกันบริหารประเทศ โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน ที่ได้เสียงสนับสนุนมาก ประชาชนก็คาดหวังมากเช่นกัน ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญต้องมีขึ้นแน่ รวมทั้งการแก้ไขกฎหมาย เผด็จการต่างๆด้วย เราต้องเดินตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ดีก็ใช้องค์กรตรวจสอบ และถอดถอนได้

หนุน 'หมัก' ปรับครม.แก้ 'ขี้เหร่'

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ทางฝ่ายรัฐบาลเองถ้าเห็นว่าบริหารประเทศไม่ดีก็ต้องปรับครม. ต้องยอมรับว่าการตั้งครม.คราวนี้ยาก เพราะได้ผ่านเหตุการณ์ที่ต่อสู้กันมาเข้มข้น ส่วนหนึ่งก็ต่อสู้กันมาช่วยเหลือกันมา รวมถึงการเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค นอกจากนี้ตัวรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ทำให้คนนอกไม่กล้าเข้ามา บวกกับพรรคพลังประชาชนเองก็ไม่ได้วางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ว่าควรตั้งครม.ให้ดีแค่ไหนอย่างไร ผลที่ออกมาเลยไม่ได้อย่างที่คาดหวัง คนที่น่าเห็นใจมากคือตัวนายกรัฐมนตรี ดังนั้นถ้าทำงานไปซักระยะแล้วเห็นว่า ทำไม่ได้ก็ต้องปรับครม.ให้ดีขึ้น และต้องดีขึ้นอย่างมากๆด้วย นายกฯต้องมีความกล้าที่จะปรับ โดยไม่ต้องดูอีกแล้วว่าใครเป็นตัวแทนของใครกลุ่มใด และตนอยากเห็นพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะสมาชิก พรรคพลังประชาชนเองสนับสนุนนายกฯ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศให้ลุล่วง

ไม่รับเหตุผล 'นิรโทษ111' ขาดบุคลากรการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยไม่เห็นด้วยที่จะรีบออกกฎหมาย นิรโทษกรรม นายจาตุรนต์ตอบว่า ยืนยันมาตลอดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เราเรียกร้อง และยิ่งไม่เห็นด้วยหากคิดว่าเราทำผิดแล้วออกกฎหมายมานิรโทษกรรมให้ เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไร มันเป็นการใช้กฎหมายที่เผด็จการออกมาบังคับใช้ย้อนหลังกับเรา โดยไม่ได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ดังนั้นเพื่อความราบรื่นทางการเมืองและการบริหารประเทศก็ไม่ควรเร่งรีบทำ โดยเฉพาะเหตุผลว่าต้องนิรโทษเพราะขาดบุคคลากร ฟังดูแล้วเป็นเหตุผลที่แปลกๆ

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศไทยเร็วขึ้น นายจาตุรนต์ตอบว่า คงต้องประเมินสถานการณ์การเมืองและความปลอดภัยก่อน แต่ช้าเร็วก็ไม่ต่างกัน 1-2 เดือน ถือว่าดีจะได้กลับมาสู้กันในกระบวนการงยุติธรรม ส่วนกรณีที่ผบ.ทหารสูงสุดไม่เห็นด้วยที่จะกลับมาเร็วนั้น แต่ละคนก็มองเรื่องห้วงเวลาต่างกัน

โพลล์ชี้ เด็กและเยาวชน ชู'ทักษิณ'มีคุณธรรม

ดร.นพดล ยังกล่าวถึงมุมมองความรู้สึกของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ต่อการเมืองของประเทศไทย พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.9 รู้สึกเบื่อ น่ารำคาญ วุ่นวาย และเซ็งต่อการเมืองของประเทศ ในขณะที่รองลงมาคือ ร้อยละ 29.1 ไม่สบายใจและเป็นห่วง ร้อยละ 10.9 รู้สึกว่าคนไทยไม่รักไม่สามัคคีกัน ร้อยละ 9.6 ระบุการเมืองไทยไม่สงบ เปลี่ยนแปลงบ่อยเกินไป ร้อยละ 6.1 รู้สึกภูมิใจ รู้สึกเป็นประชาธิปไตย และร้อยละ 4.4 ระบุว่าการเมืองไทยมีแต่เรื่องโกงกิน

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ผลสำรวจ 10 อันดับภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่เด็กและเยาวชนจะเลือกทำตาม ซึ่งพบว่า ร้อยละ 28.3 ระบุเป็นเรื่องความฉ้อฉล เห็นแก่ตัว ทุจริต โกหก ของบรรดานักการเมือง รองลงมาคือร้อยละ 16.9 ระบุการทำตัวดี บุคลิกดี ร้อยละ 13.1 ระบุความเป็นผู้นำ ร้อยละ 12.8 ระบุพูดจาดี คุยดี ร้อยละ 11.8 ระบุความรับผิดชอบ ร้อยละ 9.8 ระบุความซื่อสัตย์ ร้อยละ 8.5 ระบุการทำงานหนัก ร้อยละ 7.0 ระบุการโต้เถียง ร้อยละ 5.9 ระบุความสามารถ และร้อยละ 5.2 ระบุการใช้อำนาจ

ที่น่าสนใจคือ ถามว่าพอจะหานักการเมืองที่เป็นแบบอย่างที่ดีด้านคุณธรรมได้หรือไม่ ผลสำรวจพบว่า เด็กและเยาวชนจำนวนมากหรือร้อยละ 47.5 ระบุว่า หายาก แต่ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 52.5 ระบุว่าพอหาได้ จากนั้นสอบถามชื่อนักการเมืองที่ชื่นชอบในเรื่องความดี คุณธรรม ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 45.2 ของกลุ่มนี้ระบุ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร รองลงมาคือร้อยละ 23.2 ระบุนายสมัคร สุนทรเวช ร้อยละ 22.4 ระบุนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ร้อยละ 15.7 ระบุพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ร้อยละ 9.9 ระบุนายชวน หลีกภัย และร้อยละ 8.3 ระบุนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ตามลำดับ

และเมื่อถามถึงดารานักร้องนักแสดงที่เป็นแบบอย่างที่ดีด้านคุณธรรม พบว่า ร้อยละ 43.2 ระบุว่าหายาก ในขณะที่ร้อยละ 56.8 ระบุพอหาได้ โดยในกลุ่มนี้ร้อยละ 15.6 ระบุ เขมนิจ จามิกรณ์ (แพนเค้ก) ร้อยละ 9.3 ระบุอุษามณี ไวทยานนท์ (ขวัญ) ร้อยละ 8.7 ระบุนักร้องวงแคลช ร้อยละ 7.1 ระบุธงไชย แมคอินไตย์ และร้อยละ 6.8 ระบุวรนุช วงศ์สวรรค์ (นุ่น) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เด็กและเยาวชนเกินครึ่งหรือร้อยละ 52.5 เห็นว่าการปกครองประเทศไทยแบบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ดี ขณะที่ร้อยละ 24.5 ระบุค่อนข้างดี ร้อยละ 18.6 ระบุปานกลาง ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.4 เท่านั้นที่ระบุไม่ค่อยดีและไม่ดีตามลำดับ

นอกจากนี้ เมื่อถามความเห็นของเด็กและเยาวชนต่อถ้อยคำที่ว่า ถึงแม้ประเทศไทยมีปัญหาวิกฤต แต่การปกครองแบบประชาธิปไตยยังดีกว่าการปกครองแบบอื่น ผลสำรวจพบว่า เด็กและเยาวชนร้อยละ 45.7 ระบุเห็นด้วย ร้อยละ 21.4 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 24.9 เห็นด้วยปานกลาง ร้อยละ 4.6 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 3.4 ไม่เห็นด้วย

สิ่งที่น่าพิจารณาคือ ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 55.9 เห็นด้วยต่อการนำหลักปรัชญาและวิถีปฏิบัติแห่ง เศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศไทย รองลงมาคือร้อยละ 17.7 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 22.5 เห็นด้วยปานกลาง ร้อยละ 2.4 และร้อยละ 1.5 เท่านั้นที่ไม่ค่อยเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตามลำดับ

หัวหน้าศูนย์วิจัยความสุขชุมชน กล่าวว่า เด็กและเยาวชนช่วงอายุนี้มีจำนวนทั้งสิ้นทั่วประเทศกว่า 7.5 ล้านคน และในอีกประมาณสี่ปีข้างหน้า พวกเขาจะเป็นผู้มีสิทธ ิเลือกตั้งเกือบ 5 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 10 ของผู้มีสิทธ ิเลือกตั้งทั้งหมดจึงเป็นทรัพยากรมนุษย์ ที่มีนัยสำคัญ ต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ การทำวิจัยเพื่อเฝ้าระวัง รักษาคุณภาพของพวกเขาโดยมีฐานข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับทัศนคต ิและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน กลุ่มนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสังคมไทย

ดังนั้น รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการกับสาเหตุของปัญหาที่กระทบต่อคุณภาพของเด็ก และเยาวชนกลุ่มนี้ ี้เพราะบางอย่าง เป็นเรื่องที่เกินขอบเขตของชุมชนจะจัดการแก้ไขได้เพียงลำพัง เช่น สภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เพราะมีคนใช้ยาเสพติดในชุมชน มีกลุ่มมั่วสุมของวัยรุ่น มีสถานบันเทิงในชุมชน มีสถานบริการทางเพศใกล้ชุมชน

นายกฯ เอาใจกองทัพ เตรียมหาช่องให้เงินประจำตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีเอาใจทหาร เตรียมหารือผู้นำเหล่าทัพ เช้าวันจันทร์นี้ โดยจะพิจารณาเงินประจำตำแหน่งให้ ้เหมือนตำรวจ ขณะเดียวกัน เผยเตรียมเดินทางพบปะประชาชนในต่างจังหวัด หลังแถลงนโยบายเสร็จ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังจัดรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ถึงการเตรียมพบปะผู้นำเหล่าทัพ ในเช้าวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ว่า จะไปรับหน้าที่ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ และพบผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งจะขอฟังเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และปัญหาความต้องการของกองทัพ รวมถึงเรื่องที่อยากถาม เช่น กรณีตำรวจมีเงินประจำตำแหน่ง แต่ทำไมทหารไม่มี เป็นเพราะอะไร ทำได้หรือไม่ หรือที่ผ่านมาไม่มีเงินหรืองบประมาณเพียงพอ ก็จะนำมาเทียบเคียงกันดู จะมีการพูดคุยชี้แจงกันว่า ทำไมมีไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตรักษาการประธานคณะมนตรี ีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จะไม่มาร่วมประชุมในวันดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.อ.ชลิต ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า จะต้องไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ซึ่งมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว

นายสมัคร กล่าวด้วยว่า หลังแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว จะวางแผนไปพบปะกับประชาชนต่างจังหวัด ซึ่งจะกำหนดวาระงานกันอีกครั้ง ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนไม่ต้องติดตามไปทำข่าว กรณีต้องไปซื้อของหรือกินข้าวในตลาดและร้านอาหาร โดยขอความเป็นส่วนตัวบ้าง

'สื่อบางฉบับถ่ายรูปตอนถือถุงส้ม ซึ่งทำอย่างนี้เป็นประจำ และเมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) ได้แวะไปซื้อยาอมแก้ไอที่โรงพยาบาลจีน ซึ่งอยู่ด้านข้างโรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นยาสมุนไพรโบราณ อม 4 เม็ด ก็หยุดไอแล้ว' นายสมัคร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จะมีการปรับรูปแบบงานในส่วนของทีวีสาธารณะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่บอกรายละเอียด ให้ไปนอนคิดแล้วกัน “มันแปลก ที่คนเขียนกฎหมายแล้วเอาผิดได้เลย กลายเป็นว่า บ้านเมืองนี้มีคนมาเขียนกฎหมายปิดล้อมกรอบไว้หมด” ทั้งนี้อีก 2 - 3 วันนี้ จะมีสื่อมวลชนที่มีความเป็นกลาง ออกมานำเสนอแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นสื่อประเภทใด และปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ PTV ของ นายวีระ มุสิกพงศ์ หรือไม่แต่ขอให้ลองคิดดูกันเองว่าหมายถึงอะไร นอกจากนี้ยังระบุว่า พนักงานเดิมของ TITV ที่ยังไม่ได้เข้าทำงานที่สถานีโทรทัศน์ไทย PBS นั้น จะได้ทำงานอย่างแน่นอนในสถานีโทรทัศน์อื่น

ดุสิตโพลชี้ปชช.ไม่หนุนครม.เงาอ้างไม่มีบทบาทชัดเจน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. และจังหวัดที่เป็นตัวแทนภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 12 จังหวัด จำนวน 3,219 คน ระหว่างวันที่ 7-10 ก.พ. ในหัวข้อ "ครม.จริงกับ ครม.เงาในสายตาประชาชน" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.16 เห็นว่า ครม.จริง ทำงานได้จริงตามกฎหมายมากกว่า ครม.เงา ที่ไม่มีบทบาทหน้าที่ชัดเจน ขณะที่ร้อยละ 14.23 เห็นว่า รายชื่อ ครม.เงาเป็นที่รู้จักและมีประสบการณ์มากกว่ารายชื่อ ครม.จริง ร้อยละ 10.81 เห็นว่าเป็นลักษณะแก้เกมการเมือง ของฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ครม.จริงน่าจะมีความตั้งใจทำหน้าที่มากกว่า ครม.เงา และเห็นว่าเป็นการตรวจสอบ การทำงานที่กระจายหน้าที่ตามกระทรวง

สวนดุสิตโพล ยังสอบถามเกี่ยวกับสิ่งที่ประชาชนอยากฝาก ครม.จริง ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 35.41 ได้ฝากให้ ครม.จริงเร่งขยันทำงานอย่างจริงจังและรวดเร็ว ตามมาด้วยร้อยละ 27.65 ขอให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริตและโปร่งใส ร้อยละ 18.61 ขออย่าเล่นพวกพ้องต้องทำงานเพื่อประชาชน นอกจากนี้ ยังฝากให้ทำงานตาม ที่หาเสียงและสัญญาไว้กับประชาชน และฝากให้ระลึกเสมอว่า มีการตรวจสอบจากประชาชนและ ครม.เงา ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากฝาก ครม.เงา พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 39.89 ขออย่าให้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกมการเมือง เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 22.15 ขอให้กำหนดหน้าที่การตรวจสอบให้ชัดเจน ร้อยละ 19.04 ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ ครม.จริงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม มีประชาชนอีกส่วนหนึ่งขอให้ ครม.เงาอย่ากลั่นแกล้ง หรือขัดขวางการทำงานของ ครม.จริง และควรให้เวลาการทำงานแก่ ครม.จริงระยะหนึ่งก่อน

สวนดุสิตโพล ได้ตั้งคำถามว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการมี ครม.เงา ผลปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 61.79 ไม่เห็นด้วย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ บทบาทหน้าที่ไม่ชัดเจน กลัวเป็นเกมการเมือง กลัวจะสร้างความขัดแย้งและแตกแยกมากขึ้น มีเพียงร้อยละ 30.63 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการตั้ง ครม.เงา เนื่องจากจะเป็นการตรวจสอบการทำงานให้โปร่งใส ถูกต้อง รวดเร็ว และกระตุ้นการทำงานของ ครม.จริง อย่างไรก็ตาม มีประชาชนร้อยละ 7.58 ที่เห็นว่า เฉยๆ เพราะ ครม.เงาไม่มีกฎหมายรองรับการปฏิบัติงาน และคิดว่าคงทำอะไรไม่ได้มาก

Sunday, February 10, 2008

'สมัคร' อุ้ม พนง.ทีไอทีวียันมีงานทำในสถานีโทรทัศน์อื่น [10 ก.พ. 51 - 13:43]

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าววันนี้ (10 ก.พ.) ว่า อีก 2-3 วัน จะมีสื่อที่มีความเป็นกลางออกมานำเสนอแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นสื่อประเภทใด และไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นสถานีโทรทัศน์พีทีวีของนายวีระ มุสิกพงศ์ หรือไม่ โดยให้ไปลองคิดดูกันเองว่าหมายถึงอะไร

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า พนักงานเดิมของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีที่ไม่ได้เข้าทำงานที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นั้น จะได้ทำงานอย่างแน่นอนในสถานีโทรทัศน์อื่น โดยหลังแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วได้วางแผนเดินทางพบปะประชาชนในต่างจังหวัด ซึ่งจะกำหนดอีกครั้งว่าเป็นเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนไม่ต้องติดตามไปทำข่าว เวลาเดินตลาดหรือรับประทานอาหารในตลาดและร้านอาหาร โดยขอเป็นเรื่องส่วนตัว