WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, February 16, 2008

ประธาน สนช.ย้ำอภิปรายนโยบายรัฐบาลด้วยความเป็นกลาง

กรุงเทพฯ 16 ก.พ.-นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานการสัมมนารายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยกล่าวถึงการกำหนดแนวทางการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลของสมาชิก สนช. ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ได้ขอให้สมาชิกอภิปรายอย่างเป็นกลาง มุ่งให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ส่วนการรวบรวมประเด็นการภิปรายจะเป็นการนำผลศึกษาเรื่องต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ โดยจะเป็นจัดหมวดหมู่มาอภิปราย เพื่อให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสะดวกต่อการกำหนดเวลาอภิปราย เพราะเมื่อมีข้อมูลอยู่ในมือก็จะทำให้พูดได้ตรงประเด็นมากขึ้น นอกจากนี้ สนช.จะนำประเด็นต่าง ๆ ที่รวบรวมและมีการอภิปรายในสภาจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเสนอต่อรัฐบาลด้วย


“การอภิปรายจะออกแนวเป็นกลางและให้ข้อเสนอแนะ สนช.จะไม่สนับสนุนหรือคัดค้านนโยบายของรัฐบาล แต่จะบอกเรื่องที่เป็นประโยชน์และศึกษามาแล้ว ส่วนที่จะมีสมาชิก สนช.วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่ตกลงกันไว้คือขอให้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางให้มากที่สุด คือไม่เป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สำหรับการกำหนดจำนวนผู้อภิปราย หลังจาก สนช.สัมมนาเสร็จแล้วจะถามความสมัครใจของสมาชิก คาดว่าจะเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ การให้เวลา สนช.อภิปราย 9 ชั่วโมง น่าจะสะดวกต่อการบริหารเวลา” ประธาน สนช. กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-16 13:30:20

10กำนันพยานสำคัญคดี"ยงยุทธ"โต้มติอนุกกต.มั่วนิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 9 คน ที่เคยให้ปากคำในสำนวนคดีทุจริตการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ได้เดินทางมาชี้แจงกับ ผู้สื่อข่าวกรณีที่มีข่าวออกมาระบุว่ากำนันทั้ง 10 คน ได้ให้การยอมรับว่า ได้รับเงินจากนายยงยุทธ 20,000 บาท โดยยืนยันว่าเราทั้ง 10 คนไม่เคยรับเงินจากนายยงยุทธ และไม่เคยให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการสอบสวนชุดใด ๆ ของ กกต. ทั้งสิ้นว่าได้รับเงิน ข่าวที่ออกมาทำให้พวกตนไม่สบายใจ และอยากขอโทษนายยงยุทธด้วยที่มีข่าวเช่นนี้ออกมาทำให้ต้องเสื่อมเสีย







มีชัยตีกรอบ'เป็นกลาง' อภิปรายนโยบายรบ. [16 ก.พ. 51 - 12:09]

วันนี้ (16 ก.พ.) นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการกำหนดแนวทางการอภิปรายของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 18 ก.พ.นี้ว่า ขอให้ สนช.อภิปรายอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด เพราะ สนช.ไม่ใช่ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล

นอกจากนี้ ประธาน สนช.ยังขอใหัคณะกรรมาธิการทุกคณะนำผลการศึกษามาอภิปราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนกรอบเวลาการอภิปรายนั้น สนช.จะได้เวลา 9 ชั่วโมง ซึ่ง สนช.แต่ละคนจะได้เวลาอภิปรายประมาณ 5-6 นาที

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า วันที่ 16 ก.พ.นี้ จะมีการนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการทุกคณะ มาจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เหมาะกับการอภิปรายด้วย โดยการอภิปรายจะมีการกำหนดเวลา ดังนั้น หาก สนช.มีข้อมูลในเรื่องที่จะอภิปรายอยู่ในมือแล้ว ก็จะสามารถอภิปรายได้ตรงประเด็นมากขึ้น

แนะธปท.เลิกกัน 30% ต้องจับตานักเก็งกำไรระยะสั้น [16 ก.พ. 51 - 09:43]

วันนี้ (16 ก.พ.) นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงแนวโน้มการยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตัดสินใจถึงความเหมาะสม แต่หากยกเลิกจริงไม่น่ากระทบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระยะยาว มีความมั่นคงอยู่แล้ว แต่ต้องเฝ้าระวังนักเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั่น โดย ธปท.ต้องหาวิธีป้องกันการเก็งกำไรระยะสั้นแทนมาตรการเดิมที่มีแนวโน้มจะยกเลิกด้วย

ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 นั้น เชื่อว่าต้องมีการยกเลิกแน่นอน ซึ่งทาง ธปท.คงรอดูช่วงเวลาที่เหมาะสม คาดว่า ธปท.คงไม่แจ้งล่วงหน้า เนื่องจากจะเกิดการเก็งกำไรค่าเงินอย่างมาก ซึ่งกระทบต่อตลาดเงินในประเทศ

พปช.แถลงจวกข่าวใบแดง 'ยงยุทธ' จัดฉาก

วันนี้ (15 ก.พ.) พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว หัวหน้าคณะทำงานชี้แจงคดีทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในการอ่านแถลงการณ์ของนายยงยุทธ หลังมีกระแสข่าวว่า อนุกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวของ กกต. มีมติให้ใบแดงกับนายยงยุทธ ว่า

นายยงยุทธ ไม่ต้องการออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง เพราะเกรงจะทำให้สังคมเกิดความสับสน โดยมีการชี้แจงข้อเท็จจริงมา 5 ประเด็น ซึ่งยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการจัดฉาก และยืนยันว่าตนมีพยานหลักฐาน ที่สามารถจะชี้แจงได้ รวมถึงเห็นว่าการกล่าวอ้างแหล่งข่าวนั้นเป็นเรื่องเท็จจริง ซึ่งมุ่งหวังกดดันให้ กกต.ตัดสินไปตาม ที่ต้องการ และนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวที่เป็นทางการ มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ พ.ต.ท.กานต์ ยืนยันด้วยว่า นายยงยุทธ ไม่รู้สึกกังวลในเรื่องดังกล่าว เพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรมของ กกต.

นายกฯบันทึกเทปรายการชิมไปบ่นไป-ยกโขยง6โมงเช้า

บรรยากาศการเคลื่อนไหวที่บ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายในหมู่บ้านโอฬารพัฒนา 2 ซอยนวมินทร์ 81 ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในบ้านพักบันทึกเทปโทรทัศน์รายการชิมไปบ่นไป และรายการยกโขยง 6 โมงเช้า โดยมีรายงานแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะใช้เวลาบันทึกเทปรายการดังกล่าวรวมหลาย ๆ ตอนในวันนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ที่มาดูแลความเรียบร้อยรอบ ๆ บริเวณหน้าบ้านอย่างเข้มงวด ขณะที่ กองทัพสื่อมวลชนจากทุกสำนัก ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด


จาก hi-thaksin

นายกฯสมัครคาดใช้เวลา2เดือนชี้ขาดกันสำรอง30%

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเห็นกรณีการพิจารณายกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร วอนอย่าเพิ่งวิจารณ์ในช่วงนี้



นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังกำหนดท่าทีอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และการดำเนินการต่างๆได้กำหนดไว้แล้ว ดังนั้นขออย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงนี้และอย่าถามเรื่องนี้อีก เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการอยู่แล้ว
“เขาบอกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เขาไม่พูดกัน เขากำลังดำเนินการนุ่มนวลแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้นายสมัครตอบว่า ปล่อยให้สถานการณ์ค่อยๆเป็นไปตามสถานการณ์ที่ควรจะเป็นก็แล้วกัน”นายสมัครกล่าว

สมัครอัดเทปแรกชิมไปบ่นไปหลังเป็นนายกฯ

นายกฯ ถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไปนัดแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่บ้านพัก ซ.นวมินทร์ 81 โดยไม่ให้สื่อเข้าสังเกตการณ์ ขณะต้องติดตามจะได้ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่องใด

ความเคลื่อนไหว บริเวณบ้านพักของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซ.นวมินทร์ 81 บรรยากาศคึกคักคับคั่งด้วยเจ้าหน้าที่
จากกองถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไป กว่า 30 คน เพื่อถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไป ครั้งนี้เป็นการถ่ายทำครั้งแรก หลังจากที่ นายสมัคร
ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 อย่างไรก็ตาม นายสมัคร ได้เป็นผู้ดำเนิน
รายการโทรทัศน์ 3 รายการ คือ ยกโขยง 6 โมงเช้า รายการชิมไปบ่นไป และรายการอร่อยไม่ปรึกษาใคร

สำหรับ การถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไปครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมสังเกตการณ์แต่อย่างใด และรายการชิมไปบ่นไปนายสมัคร ได้ดำเนินรายการมาแล้วก่อนหน้านี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี แต่ขณะนี้เมื่อสถานีโทรทัศน์ ถูกยุบไปก็ต้องติดตามว่า รายการดังกล่าว จะได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องใด


เปิดนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 18 ก.พ.นี้

นโยบายที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ มีการกำหนดนโยบายสำคัญ 8 ด้าน ที่สำคัญได้แบ่งการทำงานเป็นระยะเร่งด่วน และแผนการบริหารราชการ 4 ปี ไปติดตามรายละเอียด

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะแถลงต่อรัฐสภา ดำเนินการบนพื้นฐานที่ประเทศจะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่มีความรุนแรง คือปัญหาซับไพร์ม ที่อาจส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงปัญหาราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงกำหนดกรอบการแก้ปัญหา เป็น 2 ระยะ คือระยะเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการในปีแรก และ ระยะการบริหารราชการแผ่นดิน โดยได้แบ่งนโยบายเป็น 8 ด้าน นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะน้อมนำแนวพระราชทานเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินการบนพื้นฐานความเป็นธรรม และยุติธรรม แก้ไขปัญหายาเสพติด ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการดูแลค่าเงินบาท เพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน พร้อมๆไปกับเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้รัฐบาลยังให้คำมั่น จะเร่งรัดการลงทุนที่สำคัญ เช่นการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 9 สาย รวมไปถึงรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟชานเมือง ลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยการเสริมสร้างการใช้พลังงานทดแทน ทั้งยังประกาศจะฟื้นความเชื่อมั่นด้านการลงทุน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยประกาศให้ปี 2551- 2552 เป็นปีแห่งการลงทุน และปีแห่งการท่องเที่ยวไทย

สำหรับนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะให้ความสำคัญในการยกคุณภาพการศึกษา โดยให้บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา 12 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมๆ ไปกับสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ รัฐบาลยืนยันจะรักษาวินัยการคลัง ดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินบาท ให้สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่จะมีการปรับโครงสร้างด้วยการส่งเสริมการทำงาน ส่งเสริมภาคเกษตร ตามแนวทฤษฎีใหม่ ในระดับชุมชนตามแนวพระราชดำริ นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน อนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ โดยใช้โครงการตามแนวพระราชดำริ เช่น โครงการปลูกหญ้าแฝก การฟื้นฟูป่า

ส่วนนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรม เน้นจะนำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ มาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิต นโยบายการต่างประเทศ และเศรฐกิจระหว่างประเทศ มีการพูดชัดจะสานต่อนโยบายทีมไทยแลนด์ พร้อมๆ ไปกับการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอาเซี่ยน และมีบทบาทในเวทีสหประชาชาติ

นโยบายความมั่นคงของรัฐ จะเตรียมความพร้อมในการเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

นโยบายสุดท้ายคือการบริหารจัดการที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดความเป็นธรรม สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีบทบาท

แน่นอนว่าในท่อนสุดท้ายของแถลงนโยบายดังกล่าว ได้กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยยอมรับว่าเป็นฉบับแรกที่ประชาชนลงประชามติเห็นชอบ แต่ยังมีความเห็นที่แตกต่าง จึงจะสนับสนุนให้มีการทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และแก้ไขให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย โดยจะดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-15 20:37:06

เสือเฒ่าเหมากินรวบ [16 ก.พ. 51 - 03:01]

เข้ากับสถานการณ์พอดี ล่าสุดมีภาพข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังเดินชมนิทรรศการธุรกิจการบินอยู่ที่สนามบินเชค แลพ ก็อก เกาะฮ่องกง

ซึ่งตามข่าวบอกว่า อดีตนายกฯให้ความสนใจเครื่องบินส่วนตัวเป็นพิเศษ

“ทักษิณ” จะบินกลับไทยเร็วๆนี้

“สิงห์หนุ่ม” ส่งสัญญาณหวนคืนถ้ำ แต่ที่นับวันก็ยิ่งโชว์ความเป็น “เสือเฒ่าลายคราม” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

ไอ้ที่มองว่า “นายกฯนอมินี” เป็นแค่ “หุ่นเชิด”

ต้องคิดกันใหม่

โดยจังหวะลีลาไม่ธรรมดามาตั้งแต่การชิงตำหนิ “ครม.ขี้เหร่” โดยเจาะจงโยนกลองไปที่คิวของ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลัง โควตาพรรคเพื่อแผ่นดิน

ถีบคนของพรรคร่วมรัฐบาลออกมาเป็นตัวล่อเป้า

กลบเกลื่อนตุ๊กตาเสียกบาลเซ่นผีไอ้ห้อยไอ้โหน ที่พาเหรดยึดโควตารัฐมนตรีพรรคพลังประชาชน ยั้วเยี้ยไปหมด

เหยียบบ่าพรรคเพื่อแผ่นดิน ตีกรรเชียงหนี “ครม.ขี้เหร่” ได้เนียนเลย

ตามด้วยช็อตดึงเกมแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี “สมัคร” แตะดิสก์เบรกชื่อกุนซือประเภท “ผีจับยัด” ตำหนิคนจัดโผออกอากาศเสียงดังๆ การตั้งที่ปรึกษาขอให้คำนึงถึงหน้าตารัฐมนตรี และหน้าตาของคนเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย

ชิงเล่นบทพระเอกเด่นอยู่คนเดียว

ชิ่งหนีข้อหา “หุ่นเชิด” ออกแอ็กชั่นให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ “นายกฯนอมินี”

พร้อมๆกับออกลีลาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก โบ๊ยให้กินยา “ทัมใจ” กับชื่อของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ลูกชายของนายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน

ชี้เป้าให้ปาขี้ใส่พรรคร่วมรัฐบาล

แต่ทีกับคิวของพรรคพลังประชาชน ที่มีชื่อนายวัน อยู่บำรุง ลูกชายของ “สิงห์เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย “ลุงหมัก” กลับเชียร์หน้าตาเฉย

“ไอ้เลขาฯเนี่ยเจ๋ง”

ลูกล่อลูกชนระดับเซียนเรียกพี่ “ลุงหมัก” ใช้ลีลาเก๋าๆของ “สิงห์เฒ่า” ประคองแรงเสียดทาน เล่นเอาล่อเอาเถิดกับกระแสสังคมภายนอก

ไม่จนมุมให้โดนถลุงง่ายๆ

ไหนจะเกมแห่งอำนาจภายในพรรคร่วมรัฐบาล โฟกัสลงไปในพรรคพลังประชาชน

“สมัคร” กินรวบเรียบร้อย

โฟกัสคำสั่งแบ่งงาน 6 รองนายกรัฐมนตรีที่ออกมาแบบ “เหมายกเข่ง”

โดยที่นายสมัครดึงหน่วยงานหัวใจของประเทศอย่างสำนักงบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านกฎหมายของรัฐบาลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ล็อกไว้ในกำกับดูแลเองทั้งหมด

ขณะที่นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี สายตรงของ “ลุงหมัก” ก็ได้กำกับงานในส่วนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และโดยเฉพาะเจาะจงกระทรวงคมนาคม

ถือเป็นการพลิกเกม

หลังก่อนหน้าตามที่มีข่าววงในระหว่างจัดโผรัฐมนตรี นายสมัครต้องการผลักดันให้นายสหัสนั่งในตำแหน่ง รมว.คมนาคม เพื่อคุมงานที่นายสมัครเชี่ยวชาญโดยตรง แต่ไม่สามารถเบียด “ของจริง” สายตรงฮ่องกงอย่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้

ทำให้นายสหัสต้องขยับขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อผลการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีออกมา นายสหัสได้กำกับงานในส่วนของกระทรวงคมนาคม คุมเกมนายสันติอีกที

แสดงให้เห็นเลยว่า อำนาจนายกรัฐมนตรีอยู่ในมือแล้ว

“สมัคร” คุมเกมเล่นได้

แล้วไหนจะรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ที่ได้คิวจัดทุกวันอาทิตย์ เป็นเวทีให้ “ลุงหมัก” หาเสียงตีกินได้ตามสบาย

ดูๆแล้วก็เห็นมีกันอยู่แค่ 3 คนในรัฐบาล คือนายสมัคร นายสหัส และ “เสี่ยโป๋” นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

แต่กินรวบเหมาเข่งได้คิดดู.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์