WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 18, 2008

ยุทธการเศษสตางค์

จัดเป็นกลุ่มคน “รู้ทันสื่อ” ประเภท “ถึงกึ๋น” อีกคน สำหรับ “สมัคร สุนทรเวช” นายกฯ และ รมว.กลาโหม คนนี้รายการ “สนทนาประสาสมัคร” ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 17 ก.พ. มี 3 เรื่องเต็มๆ “ฉีกหน้า” วงการสื่อมวลชนไทยเรื่องแรก...มาตรการกันสำรอง 30%ที่ “สมัคร สุนทรเวช” บอกว่า...สื่อเขียนคาดการณ์เอง

ทั้งที่ความจริง แค่ให้โอกาสหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง...กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำงานในช่วง 2-3 เดือนแต่ไม่ใช่การขีดเส้นตาย 2-3 เดือน อย่างที่สื่อประโคมข่าว!!!ที่สำคัญ “สมัคร สุนทรเวช” ยืนยันว่า...งานนี้จะไม่มีการแทรกแซงการตัดสินใจของ ธปท. อย่างเด็ดขาดเรื่องที่ 2...การดึงเอาคนใน “หมู่บ้าน 111 คน” มาเป็น “บอร์ดรัฐวิสาหกิจ”

“สมัคร สุนทรเวช” ชี้ว่า...รัฐบาลไม่มีความคิด และ “หมอเลี้ยบ” หรือ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็ไม่ใช่ “ต้นคิด” !!! เป็นสื่อเองต่างหากที่ป้อนคำถามใส่ “หมอเลี้ยบ” แต่ด้วยความที่เป็น...สุภาพบุรุษ ก็ตอบแบบเลี่ยงๆเมื่อสื่อคิดเอง ก็ต้องตอบสังคมเอง???เรื่องสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก็คือ...“ใบแดง” ที่ดูเหมือนมันจะ “รั่ว” ออกมาจาก กกต. โดยระบุว่า...อนุฯ กกต. ลงมติแจก...ใบแดง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” แล้วทั้งที่ความจริงยังไม่มีการประชุมสรุปแต่อย่างใด ที่สำคัญ “สมัคร สุนทรเวช” ย้ำว่า...มันไม่ใช่ข่าวรั่ว หรือข่าวหลุด

แต่เป็น “ข่าวปล่อย” ของใครบางคน ที่อาศัยสื่อ “ตีข่าว” หวังทำลายตัวเขาและพรรคพลังประชาชนพร้อมๆ กับหวังบีบ “5 เสือ กกต.” ให้ต้องเดินตามเกมที่วางไว้ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีความพยายามของ “มือที่มองไม่เห็น” สั่งการให้ใครบางคน ทำการข่มขู่..บังคับชาวบ้านในต่างจังหวัด ให้ข้อมูลเท็จ เพื่อหวังเพิ่ม “ใบเหลือง-ใบแดง” ตามมานอกจากเรื่อง “ฉีกหน้าสื่อ” แล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่น่าสนใจ แต่ที่ “บางกอกทูเดย์” สนใจ กระทั่งต้องนำมาวิเคราะห์ถึงก็คือ...

มาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับรากหญ้า...ปากท้องชาวบ้าน ด้วยยุทธศาสตร์ “เศษสตางค์”!!!สิ่งนี้...ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่เคยมีรัฐบาลยุคสมัยใดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา...เคยคิดถึงแต่ “สมัคร สุนทรเวช” กลับคิดถึงและจะดำเนินการต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาการขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรมกับคนในสังคม!?!ภายใต้คอนเซ็ปต์ สินค้าขึ้นราคาได้แต่ต้องเป็นไปตามกลไกของต้นทุนและราคาตลาด

มิใช่ขึ้นกันตามอำเภอใจ???อีกจุดหนึ่ง ซึ่งก็ไม่เคยมีนายกฯ คนไหนเคยคิดถึงก็คือ...ต่อไป...ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง) และสื่อมวลชน หยุดให้ข่าวและนำเสนอข่าวการปรับเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจประมาณว่า...สังคมไทย ต้องร่วมกันสร้าง “วัฒนธรรม” การ “ปิดข่าว” ปรับขึ้นเงินเดือนให้เป็นความลับ สื่อเองก็ต้องหยุดขุดคุ้ยที่จะนำเสนอข่าวอย่างนี้

จากนี้ไป...การถามถึงเงินเดือนระหว่างกัน คือ การกระทำที่เสียมารยาทมากๆก็ไม่รู้สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และนานเท่าใด???กลับเข้าเรื่องหลักของเรา...ยุทธการ “เศษสตางค์” หัวข้อเด่นประจำสัปดาห์ของ “สมัคร สุนทรเวช”อย่างที่ “บางกอกทูเดย์” บอกนั่นแหละ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ สำหรับเมืองไทย แม้ว่ามันจะเรื่องเก่าของบางประเทศก็ตาม

ใหม่ขนาดที่ “บางกอกทูเดย์” คงต้องแนะนำให้ “ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี” ผู้กำกับดูแล...กรมธนารักษ์ จี้ให้มีการ “ปัดฝุ่น” ผลิตเหรียญ 5 สต. และ 10 สต. ขึ้นมาใหม่พร้อมกับเพิ่มกำลังผลิตเหรียญ 25 สต. และ 50 สต. ให้มากยิ่งขึ้นเพราะดูทีท่าของ “สมัคร สุนทรเวช” ที่พูดในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” แล้วมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่คนไทยจะต้องหันมาให้ความสำคัญและพกพา “เศษสตางค์” เหมือนที่คนอเมริกันและคนอังกฤษใช้กัน เมื่อกว่า 100 ปีก่อนจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

หลังจากที่ “สมัคร สุนทรเวช” ได้รับรายงานจาก “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ” ในฐานะ “ว่าการกระทรวงพาณิชย์” ที่ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง “กรมการค้าภายใน” ทบทวนและตรวจสอบ “ต้นทุนที่แท้จริง” ของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 300 รายการเรียกว่า...ปรับรื้อระบบการคิดคำนวณต้นทุน ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ยัน “ปลายน้ำ” ใหม่...ทั้งระบบสิ่งนี้ ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมไทย จะมีก็แต่ยุคสมัยนี้!!!

“บางกอกทูเดย์” ต้องขอชื่นชมกับแนวคิดของ “สมัคร สุนทรเวช” ที่หวังจะสร้างความเป็นธรรมในสังคมไทยยุค “ข้าวยากหมากแพง” ด้วย ยุทธการ “เศษสตางค์”เราหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า...จากนี้ไป เราจะไม่ต้องพบเห็นข่าวในลักษณะเช่นนี้...

1. ข่าวการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการปรับโครงสร้างเงินเดือนของพนักงานบริษัทเอกชน รวมถึงการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานเพราะทุกครั้งที่สื่อ “ตีข่าว” ออกไปคราใด ราคาสินค้าก็จะวิ่งไปดักรอล่วงหน้าทุกที

2. การปรับเพิ่มราคาสินค้าและบริการแต่ละครั้ง จะยืนอยู่บนพื้นฐานของราคาต้นทุนแท้จริงที่เพิ่มขึ้น มิใช่...เพิ่มตามอำเภอใจทีละ 20% หรือ 30% อย่างที่เป็นอยู่เราหวังจะได้เห็นการปรับเพิ่มสินค้าทีละ 1-2% หรืออย่างมากก็ไม่น่าจะเกิน 5%หากจะเกินกว่านี้ ก็ต้องมีตัวเลขแสดงหลักฐาน...ต้นทุนที่เพิ่มสูงจริงๆ !!!

เหมือนเช่นราคาข้าวแกงที่ “สมัคร สุนทรเวช” ยกตัวอย่างว่า...ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนแก๊สที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 สต.ต่อจานเท่านั้น เมื่อนำมารวมกับต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น...น้ำมันพืช น้ำตาลทราย วัตถุดิบปรุงอาหาร ฯลฯ รวมถึงค่าขนส่งหากรวมต้นทุนต่อจานที่เพิ่มขึ้นราว 1 บาทเศษๆ นั้น พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่น่าจะปรับขึ้นราคาขายเกิน 2 บาทต่อจาน มิใช่ 5 บาทอย่างที่เป็นอยู่สำหรับ “บางกอกทูเดย์” มอง ยุทธการ “เศษเหรียญ” ของ “สมัคร สุนทรเวช” ครั้งนี้

มิต่างจากการ “รื้อโครงสร้าง” ต้นทุนราคาสินค้าและบริการใหม่...ทั้งโขยง เพื่อให้สะท้อนราคาที่แท้จริงและเป็นธรรม ชนิดไม่เอาเปรียบผู้บริโภคมากเกินไปเหมือนที่แล้วๆ มาทั้งหมดก็เพื่อรองรับ “เศษสตางค์” ตั้งแต่ 10 บาท 5 บาท 1 บาท เรื่อยลงไปจนถึงเศษเงิน 10 สต. และ 5 สต. ที่ไม่แน่ว่า...อาจเกิดขึ้นตามมาในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้ถึงตอนนั้น คงจะไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารายใด แสดงอาการ “หน้าเลือด” ออกนอกหน้ากันอีกแล้ว!!!

กระนั้น ก็ต้องขึ้นกับทีมงาน “กรมการค้าภายใน” ภายใต้การนำของ “ยรรยง พวงราช” ด้วยว่า...จะเท่าทันพ่อค้าแม่ค้าและนายหน้าพ่อค้าคนกลางหรือไม่???อย่าให้เกิดข่าว ขึ้นราคาสินค้าและบริการ เท่าที่ทางการควบคุมเอาไว้ แต่หันไปลดสเปคองค์ประกอบของสินค้าและบริการนั้นๆ แทนไม่งั้น...ยุทธการ “เศษเหรียญ” ของ “สมัคร สุนทรเวช” ก็จะเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า ในความรู้สึกของสังคมไทย!!!


Sunday, February 17, 2008

'สมัคร'เตือนลูกพรรคอภิปรายสาระอย่าเยินยอนโยบายรัฐ

หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กำชับ ส.ส. อภิปรายนโยบายรัฐบาลด้วยเหตุผล อย่าเยินยอเกินเหตุ พร้อมวางตัว 30 ส.ส.จาก 6 พรรค ลุกอภิปราย

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ระบุว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ให้นโยบายกับส.ส.เกี่ยวกับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ โดยขอให้ส.ส.อภิปรายด้วยเหตุผลไม่เยินยอนโยบายของรัฐบาลจนเกินเหตุ ขณะที่แสดงความใส่ใจเกี่ยวกับกรณีที่พรรคฝ่ายค้านได้วางตัวผู้อภิปรายไว้ถึง 96 คน แต่ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีการอภิปรายอยู่ในกรอบกติกา ซึ่งพรรคพลังประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมทีมขึ้นมาตอบโต้การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน สำหรับจำนวนผู้ที่จะต้องอภิปรายนโยบายของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นมีจำนวนไม่เกิน 30 คน จาก 6 พรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้ร.ท.กุเทพ ยังระบุว่า นายสมัครย้ำในที่ประชุมส.ส.ว่า ขณะนี้ยังมีมือที่มองไม่เห็นคอยปล่อยข่าวสร้างความเสียหายให้กับพรรคประชาชน อาทิ ข่าวที่จะให้ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ รวมถึงข่าวที่อนุกรรมการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายสมัคร มั่นใจว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้รั่วไหลออกมาจากฝ่ายอนุกรรมการ กกต.

นายกฯฉุนเต้าข่าวบ้านเลขที่ 111 นั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ

นายกรัฐมนตรีฉุนเต๊าข่าวนำอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 นั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ยืนยันไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการสนทนา ประสาสมัคร ถึงกรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องคอยตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีกระแสข่าวการนำอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน
มาเป็นกรรมการบริหารบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ว่า ตนเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวนี้ นพ.สุรพงษ์ ไม่รู้เรื่อง แต่กลับต้องมานั่งตอบคำถามสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวทุกวันทั้งๆ ที่ตนตอจริงๆ นั้น ไม่ได้มาจาก นพ.สุรพงษ์เลย แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของนพ.สุรพงษ์เองนั้น ก็ต้องเลี่ยงตอบคำถามอึกอักไป ดูคล้ายกับว่า เป็นการโยนเรื่องให้ท่านตอบไปเองมากกว่า ซึ่งตนดู นพ.สุรพงษ์พูดแล้ว เค้าแสดงความเห็น อึกอักๆ เค้าไม่ใช่เจ้าของคุณไปยัดใส่ปากถามเค้า ผมบอกไปเลย คุณไปเอาต้นตอมา บอกมาสิ ใครต้นตอ ฉบับไหน ใครคนไหนที่พูดเรื่องที่เสนอเนี่ย ตอบไม่ได้ครับ อย่างนี้ภาษาชาวบ้านเค้าเรียก เต๊ากันครับ เต๊าออกมาแล้วมาเล่นอย่างนี้ เสียหายมั้ยครับ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ขนาดการที่ตนมีความคิดจะทำนิรโทษกรรม อดีตกรรมการบริหารพรรคไทย 111 คน นั้น ยังโดนว่าเลย เพราะฉะนั้นการที่มีคนออกมาระบุว่า จะให้ ทั้ง 111 คน มาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจนั้นก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ด้วยว่า ต้นตอมาจากไหน ประกอบกับตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และก็ไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น จึงน่าสงสัยว่า สื่อนำเสนอข่าวได้อย่างไร อย่างนี้เท่ากับว่า เสนอข่าวให้พรรคพลังประชาชน และรัฐบาลเสียหาย


นายกฯตำหนิ กทม.ไม่ให้ความสำคัญวันพุทธศาสนา

นายกรัฐมนตรีเปิดงานวันมาฆบูชา ประจำปี 2551 พร้อมตำหนิกรุงเทพมหานครไม่ให้ความสำคัญในวันสำคัญทางศาสนา โดยเฉพาะการจัดสถานที่ให้สวยงาม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันมาฆบูชา ประจำปี 2551 ที่อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยมีพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถร-สมาคม และเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานจัดงานฝ่ายบรรพชิต เข้าร่วม ทั้งนี้เดิมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่บริเวณปริมณฑลท้องสนามหลวง แต่ในปีนี้ไม่ว่างต้องใช้พื้นที่ในงานพระราชพิธีในการจัดสร้างพระเมรุพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเปลี่ยนมาใช้สถานที่ดังกล่าวแทน โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสภาองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจัดงานวันมาฆบูชา เพื่อระลึกวันที่พระพุทธเจ้าประทานโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมแห่งพระสงฆ์สาวกจำนวน 1,250 รูป ซึ่งมาประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 โดยงานนี้จะเปิดให้ประชาชน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่สนใจมาเยี่ยมชมนิทรรศการทางพุทธศาสนากิจกรรมการแสดง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 ก.พ.ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 นาฬิกา

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตำหนิกรุงเทพมหานครในฐานะที่เป็นฝ่ายจัดการสถานที่ เนื่องจากไม่มีการประดับดอกไม้ให้สวยงาม ทั้งๆที่งานดังกล่าวถือเป็นวันสำคัญทางศาสนา ควรจะจัดสถานที่ให้สวยงามมากกว่านี้ เพราะ กทม.มีฝีมือในการประดับดอกไม้ทำให้รู้สึกเสียดาย แม้วันนี้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะไม่มา แต่ให้ประธานที่ปรึกษามาแทนก็ควรจะให้เรียบร้อยกว่านี้ เพราะพุทธศาสนาคนไทยกว่าร้อยละ 95 ให้การนับถือ ซึ่งพุทธศาสนาถือเป็นทั้งวิทยาศาสตร์ที่บอกถึงชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิด และเป็นประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเลือกนับถือศาสนาได้ตามใจชอบ

'มาร์ค' จ้องชูประเด็นอำนาจ 'สมัคร' มีจริงหรือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล ที่กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ ถึงการเตรียมการอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า ในวันนี้ (17ก.พ.)เป็นการประชุมนัดสุดท้ายก่อนที่จะอภิปรายในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีการตัดทอนผู้อภิปรายที่เดิมแสดง ความจำนงไว้ 90 คน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับเนื้อหา และจะเสนอประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้อภิปรายเป็นหมวดหมู่ แทนการอภิปรายเป็นภาพรวม เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น และขอยืนยันว่า การอภิปรายนโยบายครั้งนี้ไม่ใช่การซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จึงขอรัฐบาลว่าอย่ากังวล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในการอภิปรายจะมีการพูดถึงกรณีอำนาจการบริหารงาน ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่ามีอำนาจที่แท้จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายสมัครได้แสดงความอึดอัดใจ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เกี่ยวกับการตัดสินใจในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า แม้รัฐบาลเพิ่งเริ่มบริหารประเทศ แต่แนวทางแนวคิดของรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้หลายคนน่าเป็นห่วง และควรต้องปรับปรุงเพราะหลายเรื่อง ที่รัฐมนตรีออกมาแสดงความเห็น ปรากฎว่า ไม่ได้มีการเขียนไว้ในนโยบาย ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ประชาชนสับสนเช่นกัน ดังนั้น รัฐมนตรีไม่ควรออกมา แสดง ความคิดเห็นรายวัน โดยที่ความเห็นนั้นยังไม่ผ่านการหารือร่วมกันในรัฐบาล โดยจะเห็นได้ชัดในกรณีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ออกมาแสดงความเห็นในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ และเสนอแนว ความคิด ต่าง ๆ รายวันและสิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดท้าทายว่านายสมัครมีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ พอที่จะคุมรัฐมนตรีได้หรือไม่

พลังประชาชนเตรียมความพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 ก.พ.) ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้เดินทางเข้าที่ทำการพรรค ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อประชุมคณะกรรมการบริหาร และ ส.ส.ของพรรค เตรียมการ อภิปรายนโยบายรัฐบาลที่จะมีการแถลงต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) โดยจะมีการอภิปรายรวม 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 ก.พ.นี้

สำหรับการอภิปรายทั้ง 33 วัน ส.ส.รัฐบาลมีเวลาอภิปรายรวม 10 ชั่วโมง แบ่งสัดส่วนเวลาตามจำนวน ส.ส.ทั้ง 6 พรรคร่วม ในส่วนของพลังประชาชนได้เวลาทั้งหมด 7 ชั่วโมงครึ่ง ในเบื้องต้นมี ส.ส.ของพรรค พลังประชาชนได้แสดงความจำนงจะขออภิปรายทั้งหมด เป็นภาคเหนือ 10 คน ภาคกลาง 8 คน ภาคตะวันอออกเฉียงเหนือประมาณ 10 กว่าคน และที่เหลือเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ ซึ่งทางพรรคได้เฉลี่ยเวลาให้อภิปรายได้คนละ 10 นาที

นอกจากนี้ คาดว่าในที่ประชุม จะมีการหารือถึงตำแหน่งเลขานุการฯ และที่ปรึกษารัฐมนตรี ที่ยังไม่ลงตัว รวมไปถึงเรื่องของการแบ่งตำแหน่งของประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 32 คณะด้วย

'สุรพงษ์'ลุยประชานิยม ถกธ.ก.ส.เดินหน้าพักหนี้3ปี

'สุรพงษ์'เตรียมเดินหน้าประชานิยม นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดธ.ก.ส.22ก.พ.นี้ ลุยพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ขณะที่สนช.เตือนปล่อยกู้ระวัง อาจเพิ่มหนี้ให้ประชาชน

แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. วันที่ 22 ก.พ.นี้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. คนใหม่ จะเข้าร่วมประชุมเป็นนัดแรก โดย ธ.ก.ส.จะเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อขอทราบนโยบาย ได้แก่ โครงการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี โครงการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อเดินหน้าโครงการประชานิยม ในการช่วยเหลือเกษตรกรให้ฟื้นฟูอาชีพและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

รวมถึงเตรียมเสนอโครงการเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เช่น โครงการกองทุนทวีสุข โครงการประกันภัยพืชผล เป็นต้น และคาดว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน จะยื่นหนังสือลาออกตามมารยาท เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลชุดใหม่แต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่

นายณรงค์ โชควัฒนา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของรัฐบาลว่า ควรระมัดระวังในเรื่องของการปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชนที่ยากจนใช้ลงทุน เพราะอาจทำให้ลงทุนมีหนี้สินมากยิ่งขึ้น หากประชาชนไม่มีความพร้อมเพียงพอ รวมถึงเป็นห่วงเรื่องโครงการเมกกะโปรเจคต์ต่าง ๆ ที่เกรงว่าจะมีการรั่วไหล ของเงินลงทุนที่จะทำให้เกิดการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าทางรัฐบาลนั้น ควรจะเป็นผู้ริเริ่มในการจะยกเลิกมารตรการกันสำรอง 30% เพราะโครงการดังกล่าวไม่มีผล และคนบางคนได้ประโยชน์จากเรื่องดังกล่าวด้วย

นายณรงค์ ยังเชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะนำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ เนื่องจากเป็นคน มีบุคลิกพิเศษ มีความเป็นตัวของตัวเอง เด็ดขาด และไม่เป็นหุ่นเชิดของใคร

คนกรุงหนุนบ้านเลขที่111ช่วยงานรัฐ-ขาดเชื่อมั่นแก้ปัญหา

เอแบคโพลล์ชี้คนกรุงเกินครึ่งหนุน 111 อดีตกรรมการพรรคไทยรักไทยเข้ามาช่วยทำงานในตำแหน่งต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ แต่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ กลับไม่ถึงครึ่ง แต่ส่วนใหญ่ยังสนับสนุน 'สมัคร สุนทรเวช'

ศูนย์วิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,459 ตัวอย่างเกี่ยวกับภาพลักษณ์รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่า ประชาชนประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50 ยังคงรับรู้ในระดับ 'น้อย' ต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลนายสมัคร ว่ากำลังเร่งทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่างๆ ทั้งปัญหาสินค้าราคาสูง ปัญหายาเสพติด อย่างไรก็ตาม ประชาชนประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 32.4 กำลังรับรู้ในระดับที่ 'มาก' ว่า นายสมัครกำลังเปลี่ยนแปลงไปที่ไม่ตอบโต้กับกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ร้อยละ 36.2 รับรู้ระดับ 'มาก' ว่า มีความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องตำแหน่งทางการเมือง และประมาณ 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25.9 รับรู้ระดับมากว่า รัฐบาลกำลังแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน

ต่อกรณีแนวคิดที่จะให้อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยบางคนใน 111 คน เข้ามาช่วยทำงานในตำแหน่งต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐ ผลสำรวจพบว่า เกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 53.6 เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 45.6 ไม่เห็นด้วยและร้อยละ 0.8 ไม่มีความเห็น

นอกจากนี้ ผลสำรวจพบค่าคะแนนความเชื่อมั่นเฉลี่ยของประชาชนต่อการแก้ปัญหาโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในอีก 6 เดือนข้างหน้าพบว่า เมื่อค่าคะแนนเต็ม 10 คะแนน ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ที่จะสามารถ แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้มีเพียง 4.31 คะแนน การแก้ปัญหายาเสพติดได้เพียง 4.26 คะแนน ปัญหาแตกแยก ภายในพรรคร่วมรัฐบาลได้เพียง 3.76 คะแนน และการปราบปรามปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้เพียง 3.62 คะแนน ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังคงพบว่า ประชาชนยังคงให้การสนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช มากกว่ากลุ่มที่ไม่สนับสนุน โดยพบว่า ร้อยละ 45.4 สนับสนุน ร้อยละ 36.8 ไม่สนับสนุน และที่เหลือร้อยละ 17.8 ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรือขออยู่ตรงกลาง

สมัครเอาจริงสอบราคาสินค้าแพงเกินจริง

นายกรัฐมนตรีเตรียมเดินหน้าสอบสินค้าราคาแพงเกินจริงชื่นชมมิ่งขวัญเร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมย้ำแก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ โดยการใช้จ่ายอย่างประหยัด

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เกี่ยวกับวันมาฆบูชาที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทราบปัญหาจากประชาชนหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าแพง ซึ่งพ่อค้าแม่ค้า มีการท้วงติงว่า เหตุใดเนื้อหมูถึงราคาแพงมาก ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ 120 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ดังนั้น ตนจะลงไปแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน ขณะเดียวกันเห็นว่า ราคาสินค้าที่ปรับขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเนื้อหมูที่จะต้องขึ้นตามความเหมาะสมของต้นทุนจริง แต่สินค้าทุกชนิดก็ต้องพิจารณาตามหลักเดียวกัน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวชื่นชมนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ แม้จะไม่มีการมอบนโยบายเป็นเรื่องเฉพาะ อย่างไรก็ตาม นโยบายกำหนดราคาสินค้าในประเทศต้องดูตั้งแต่ต้นทาง ว่าต้นทุนจริงในการผลิตสินค้าแต่ละชนิด มีการปรับเพิ่มเท่าใด โดยฝ่ายที่รับผิดชอบต้องเดินหน้าตรวจสอบ เพื่อป้องกันการแอบอ้างเอาเปรียบประชาชน พร้อมมอบนโยบายแก้เศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ ในการใช้จ่ายอย่างประหยัดที่จะช่วยให้ปัญหาต่าง ๆ หมดไป

ยังไม่ละความพยายาม กองสลากฯชงหวยถ่ายสดทีวี [17 ก.พ. 51 - 04:50]

นายวันชัย สุระกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าววานนี้ (16 ก.พ.) หลังจากผลออกรางวัลสลากฯ สร้างความฮือฮาให้คนเล่นหวย เมื่อเลข 8 ยังคงวนเวียนมาออกอีกครั้งว่า สำนักงานสลากฯ มีแนวคิดจะเสนอนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า หากรัฐบาลมีการนำหวยบนดินกลับมาทำใหม่อีกครั้ง สำนักงานสลากฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการในรูปแบบที่อยู่ภายใต้ของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ซึ่งทางกฤษฎีกาผ่านความเห็นชอบมาแล้ว สามารถทำได้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งแบบพิมพ์ตัวเลข เขียนตัวเลข การจำหน่ายด้วยเครื่องอัตโนมัติ

นายวันชัย กล่าวด้วยว่า ยังมีแนวคิดที่จะเสนอรมว.คลังให้กลับไปถ่ายทอดการออกรางวัลตามเดิม ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ แล้ว มีความเห็นพ้องกัน เนื่องจากตั้งแต่ไม่มีการถ่ายทอดการออกรางวัล ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการออกรางวัลของสำนักงานสลากฯ