WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 19, 2008

จุดไฟเผาหนูอย่างสมัคร เรื่อง 6 ตุลาคม ระวังไฟไหม้ถึงพญาอินทรีย์ ด้วยเด้อ

ผมเห็นนักอุดมการณ์จอมปลอม คนเดือนตุลาหลายคนที่ผมสิ้นความนับถือไปหมดแล้ว หลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ที่คนเหล่านี้วิ่งลงไปหลบใต้ท็อปบูตหมด

ตอนนี้ พอพรรคพลังประชาชน ไล่ท็อปบูตออกไปได้ พวกนักประชาธิปไตยจอมปลอมเหล่านี้ ก็ลุกขึ้นมาแสดงเสรีภาพกันใหญ่ ทั้งที่หนึ่งปีที่ผ่านมา หัวหดกันไปหมด

ตอนนี้ กำลังจุดไฟ เรื่อง 6 ตุลาคม ขึ้นมา เพื่อเผาสมัคร สุนทรเวช ในเรื่องนี้ให้ได้ ซึ่งที่จริงผมไม่คาดว่าจะจุดติดได้เท่าใดนัก เพราะประชาชนสิ้นศรัทธาในคนส่วนนี้จำนวนมากแล้วนั้นเอง

ผมไม่ใช่คนเดือนตุลาคม เพราะช่วงนั้นผมยังเป็นเด็กประถมบ้านนอกอยู่ ยังขี่ควายเลี้ยงควายให้พ่อแม่ผมอยู่ในท้องนา แต่ผมก็สามารถรับรู้อารมณ์ ของ เด็กชั้นประถมในบ้านนอกได้ ในตอนนั้นผมไม่รู้ว่า การจราจล ไล่ถนอมประภาสก่อนหน้านั้นคืออะไร (ตอนนั้นผมอยู่ ป.5) แต่ตอนนั้นผมก็ดีใจมาก เพราะทำให้โรงเรียนประถมของเด็กบ้านนอกอย่างผมหยุดเรียนไปสามเดือน หยุดเรียนไปสามเดือนสำหรับเด็กผู้ชายมันก็สนุกซิครับ ได้ไปยิงนก ด้วยหนังสติกส์สนุกสนาน

ตอนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ขึ้น ผมจำได้ว่าสองสามวันหลังจากนั้น ครูก็มาเกณฑ์เด็กทั้งชั้นเรียนมาร้องเพลง "หนักแผ่นดิน" ก็ร้องซ้ำกันจนร้องได้แหละครับ ยอมรับว่าสมัยนั้น พวกผมกลัวคอมมิวนิสต์มาก และรู้สึกดีใจที่มีการปราบคอมมิวนิสต์ได้ ในความคิดของเด็กบ้านนอกระดับประถมอย่างผมย่อมไม่เข้าใจว่า คอมมิวนิสต์คืออะไร แต่สังคมบ้านนอกกลัวคอมมิวนิสต์มาก เพราะคิดว่าจะมายึดไร่ ยึดนา ล้มพระศาสนา เผาวัดเผาวาเป็นต้น

สมัยนั้นพ่อผมชอบอ่านหนังสือพิมพ์ เวลาไปร้านตัดผม หรือไปตลาด ก็จะไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในร้านกาแฟ ก็ได้ยินข่าวความวุ่นวาย มีกระทิงแดงขว้างระเบิดบ้าง อะไรบ้าง สุดท้ายทหารก็ทำรัฐประหาร

ผมไม่รู้ว่านายสมัคร สมัยนั้นมีบทบาทอย่างไรในสมัย 6 ตุลาคม แต่หลังจากที่โตมาแล้ว ผมก็อ่านประวัติศาสตร์บ้าง ก็ทราบว่านายสมัคร ก็มีบทบาท เหมือนก่อนการปฎิวัติ 19 กันยายน 2549 คือ เป็นนักจัดรายการวิทยุ และจัดอยู่ที่สถานีวิทยุยานเกราะ สมัยนั้นนายสมัครคงด่านักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ก็คงอินเทรนด์ตามสมัยนั้นแหละครับ เพราะสมัยนั้นคนกลัวคอมมิวนิสต์กันทั้งบ้านทั้งเมือง รวมทั้งผมด้วย จะด้วยใครโฆษณาชวนเชื่อหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ แต่มันเป็นทั้งสังคมนั้นแหละ

และตอนนั้นชาวบ้านเขารำคาญขบวนการนักศึกษากันมาก เพราะเดินขบวนไม่เว้นแต่ละวัน นั้นเป็นความรู้สึกของชาวบ้านนะครับ

นายสมัครก็คงกลัวคอมมิวนิสต์ เหมือนคนโลกเสรีทั้งหลายกลัวกัน และยิ่งตอนนั้น ทฤษฎีโดมิโนกำลังดัง ประเทศอินโดจีนทั้งหลายกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปหมดแล้ว และคนก็เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นคอมมิวนิสต์ตามไปด้วย ชาวบ้านก็กลัวกันมาก ผมเป็นเด็กตอนนั้นผมยังกลัวเลย

สมัครจัดรายการวิทยุยานเกราะด่านักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ด่าว่าสร้างความวุ่นวายให้แก่บ้านเมือง ผมเข้าใจว่าไม่เกินความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นที่ไม่ชอบคอมมิวนิสต์ และนักศึกษาตอนนั้นก็โดนขบวนการคอมมิวนิสค์แทรกแซง แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ค่อยมีใครไว้ใจเท่าใดแล้ว การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ก็เลยกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ฝ่ายขวาได้โอกาสตีกลับ ก็เลยล้อมปราบเสียเลย นั้นคือ "ผลต่อเนื่องของการต่อสู้กันทางการเมือง" มันก็เหมือนความขัดแย้งทางการเมืองต่างๆ ในยุคอื่นๆ ของไทย ที่คนแพ้ก็มักโดนฆ่าตายเสมอ

ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สมัครก็ทำหน้าที่เดิมที่ตัวเองถนัดคือ จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ถล่ม กลุ่มพันธิมิตรทั้งหลาย ที่สมัครเห็นว่าก่อความวุ่นวายให้แก่บ้านเมือง ผิดกันแต่ว่าตอนนี้ผมโตแล้ว และผมก็อยู่ต่างประเทศ กว่าจะฟังรายการของโทรทัศน์อินเตอร์เน็ต MV ได้ก็ต้องเปิดอินเตอร์เน็ตฟังเอา

6 ตุลาคม 2519 มีคนเข้าร่วมหลายฝ่าย และผมคิดว่านายสมัครไม่ใช่ตัวสำคัญในการกำจัดขบวนการนักศึกษาแน่นอน สมัครก็สำคัญแค่เหมือน ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เท่านั้น คือไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางของกลุ่มอำนาจของทั้งสองฝ่าย แต่เป็นคนที่มาภายหลัง เพราะมีอุดมการณ์ตรงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในขณะนั้น นั่นเอง

หากจะจุดไฟเผาสมัคร และต้องการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 ผมว่าเรื่องนี้ คนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากยังมีชีวิต แม้แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หรือ สูงยิ่งขึ้นไปกว่านั้น น่าจะเป็นพวกที่ต้องรับผิดชอบกับการสังหารหมู่มากกว่านายสมัครแน่นอน

เพราะหากคิดว่านายสมัครผิด ผม "เด็กชายลูกชาวนาไทย" สมัยตอนอยู่ ป. 7 ก็ต้องผิด เพราะตอนนั้น ผมก็ร้องเพลงหนักแผ่นดิน และเกลียดนักศึกษามาก เพราะคิดว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ผมว่าผมมีความผิดไม่ต่ำกว่านายสมัครนะครับ

และแน่นอนผมว่า หากไล่ขึ้นไปจริงๆ นายสมัคร สุนทรเวช อาจเป็นแค่เบี้ย แต่ยังมีม้า มีโคน และมีขุน ซึ่งวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่มีการทำรัฐประหาร คนเหล่านี้ยืนอยู่คนละฟากกับนายสมัคร

แต่ม้า โคน ขุนพวกนี้ รัฐประหาร วันที่ วันที่ 19 กันยายน 2549 ยืนอยู่ข้างเดียวกับ พวกคนเดือนตุลาคม ทั้งหลายที่อุดมการณ์หายหมด หันไปสยบใต้ท้อปบูต และยืนอยู่ตรงข้ามกับประชาชน

ผมว่าสมัคร สุนทรเวช เสียอีกที่ยืนข้างประชาชนตลอดมา วันนั้นเขายืนตรงข้ามกับคอมมิวนิสต์ แต่วันนี้เขายืนตรงข้ามกับพวกอำมาตยาธิปไตย

สำหรับผมที่ไม่ใช่คนเดือนตุลาคม ผมคิดว่านายสมัครไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ก็เหมือนกับนายลูกชาวนาไทย ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

ผมไม่ทราบว่าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาในธรรมศาสตร์เป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่ แต่สำหรับอารมณ์ความรู้สึกของคนที่พัฒนาต่อเนื่องกันมาจากสถานการณ์โลกยุคสงครามเย็น การล่มของประเทศอินโดจีนต่อลัทธิคอมมิวนิสต์เหล่านี้ทั้งหลาย ทำให้คนยุคนั้นส่วนใหญ่เข้าใจว่านักศึกษาวันนั้นเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งเราไม่อาจไปด่าประชาชนทั้งหลายได้ เพราะทุกคนก็เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ในมุมที่ตนมองอยู่เท่านั้น ทุกคนก็ตกอยู่ใต้กระแสโฆษณาชวนเชื่อไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

ระวัง จุดไฟเผาไล่นายสมัครในเรื่องนี้ มันจะลามไปไห้มพญาอินทรีย์ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหลายรวมทั้งกลุ่มอำมาตย์ทั้งหลาย ที่เป็น “คนลงมือตัวจริง” ในวันนั้นด้วยเด้อ

จาก กลุ่มสื่อประชาชน

หกสมาคมสื่อเพื่อการรัฐประหาร อย่าได้อ้างภาคประชาชนอีกต่อไป

โดย คุณชีพ ชูชัย
ที่มา เวบบอร์ด
ประชาไท
17 กุมภาพันธ์ 2551

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ประกอบด้วย

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ
สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย

ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล โดยสรุปได้ดังนี้

1) รัฐบาลต้องไม่แทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

2) รัฐบาลต้องเปิดเวทีให้ฝ่ายอื่นๆ นอกจากฝ่ายรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และองค์กรภาคประชาสังคม ได้มีโอกาสใช้สื่อของรัฐในการนำเสนอความคิดความเห็น

3)ต้องมีคณะกรรมการที่เป็นอิสระหรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม (กสทช.) เข้ามาทำหน้าที่จัดสรรและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

4) ในกรณีของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของภาคประชาชนด้วยความเป็นกลาง ปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และธุรกิจ ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลสมควรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลจะเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ประชาชน

ขอฝากถามสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ดังนี้

-ยุคโจรเผด็จการใช้อำนาจคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ไม่เห็นองค์กรสื่อออกมาคัดค้าน .. ตอนปฏิวัติ สมาคมสื่อไม่ได้ปกป้องเสรีภาพของประชาชน.... ตอนนี้กลับเอาประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเอง

-สื่อใช้ความได้เปรียบในอาชีพของตนเอง สร้างข่าวเท็จ ทำลายชื่อเสียง ของบุคคลอื่น

-ที่ผ่านมา 1 ปีกว่า สื่อได้ทำร้ายสังคมไปมากขนาดไหน ตอนนี้อย่าทำเป็นเดือดร้อนโวยวาย เพราะพวกคุณมีสื่ออยู่ในมือ ไม่เห็นจะต้องวิตกอะไร ใครจะทำอะไรพวกคุณได้ ประชาชนเขาเอือมระอาพวกคุณมาก ยกระดับตัวเองหน่อย กับอำนาจปืน พวกคุณเชื่องและเชื่อฟังเป็นอย่างดี

จึงอย่าได้อ้างประชาชนอีกต่อไป และน่าจะเปลี่ยนชื่อจากสมาคมวิชาชีพสื่อ เป็น สมาคมสื่อโจรเพื่อการรัฐประหาร มากกว่า

ถ้าเป็นสื่อมวลชนจริงจะยอมก้มหัวให้พวกเผด็จการทหารหรือ?

เสียดายที่พอได้ประชาธิปไตยมา ก็กระดี้กระด้ามาทำเป็นเรียกร้อง เอะอะโวยวายว่า ถูกรังแก ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ
ก่อนจะเรียกร้องอะไร ก็จงกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเสียก่อน พวก สมาคมสื่อโจรเพื่อการรัฐประหาร !!!+


จาก Thai Press Log

ทวีวุฒิ จุลวัจนะ : เมื่อ “หมาบ้าพันธมิตรและแนวร่วมทั้งหลาย” ได้กลิ่นเนื้อ

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา เวบไซต์
thai-jornalist-democratic-front
19 กุมภาพันธ์ 2551

หมา ของป่าคอนกรีต กำลังได้กลิ่นเนื้อ

ถ้าจำกันได้ ก็ไม่มีใครนอกจาก สื่อ ที่อัดทักษิณกระจุย แล้วเงียบเป็นเป่าสากตอน เผด็จการ คมช.

ถ้าจำกันได้ ก็ไม่มีใครนอกจากนักวิชาการ ที่ออกมาอัดประชานิยมของทักษิณจนกระจุย แล้วเงียบเป็นป่าสาก ตอน เผด็จการ คมช. ไม่กล้ายกเลิกประชานิยม

ถ้าจำกันได้ ก็อาจารย์ตามมหาวิทยาลัย ที่ออกมาอัดทักษิณจนกระจุย เรื่องรักชาติศาสตร์กษัตริย์ แล้ววิ่งไปสนับสนุน เผด็จการ คมช.

มาตอนนี้แปลก สื่อ อัดสมัครเรื่องอิสรภาพ นักวิชาการอัดสมัครเรื่องประชานิยม อาจารย์ ที่รักเผด็จการอัดสมัครเรื่อง ตุลา

ก็ไม่มีอะไรน้อยไปกว่า Double Standard และ เลือกปฏิบัติ ชนิด “น่าทุเรศ” ที่สุด


คนพวกนี้ จวนเจียนเหมือน “สัตว์ป่า” เข้าไปทุกที เพราะมันเก็บกด “ความผิดพลาด และ การไม่มีเก่นสาร ของตัวเอง” มานานเต็มที่ ถ้าจะลากกลับไป ก็ตั้งแต่โน่น ด่าทักษิณกันไว้มาก เรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ได้ มาถึงประชานิยมทำให้ชาติไม่มั่นคง ที่ไหนได้ “มองผิด” ถูกประวัติศาสตร์ 10 ปี ที่ผ่านมา สั่งสอนว่า “สมองเฮงซวย” แต่แทนที่จะยอมรับ

ความ “แค้น” มันฝังลึก ที่ Ego ของตัวเอง มันถูกทำลาย หลัง “รวมหัว” กันไล่ทักษิณออกไปได้ โดยไม่สนใจเสียงส่วนมากของประเทศเลย ว่าต้องการอะไร ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คือ “เด็ดหัวขบวนนักปฏิรูปและนักพัฒนา” แบบทักษิณสำเร็จ แล้วก็รวมหัวกันสนับสนุนเผด็จการ หวัง “ฝังทั้งเป็น” ทุกอย่างที่เกี่ยวกับทักษิณ

ไม่เคยเลย มองตัวเองว่า “ทำผิดอะไรมาบ้าง และกำลังทำอะไรผิด”


ไอ้พวกที่ออกมาสนับสนุนเผด็จการนะ จะมานั่งพูดถึงตุลาอยู่ได้ยังไง แล้วตอนที่ นปก.ไปบุกบ้านป๋านะ พวกตุลา หายหัวไปไหนหมด แล้วดูสมัครสิ เขาก็แนวร่วม นปก. นั่นเอง คือออกมาต่อสู้กับ เผด็จการ คมช.

แต่เปล่า พวกตุลาให้ “เครดิต” สมัครสักหน่อยไหม “ไม่มีให้เลย” แค่ไปบอกว่า ตายคนเดียว ทำอย่างกับสมัครเขา “ผิดอะไรมากมายนัก” โน่น ดูสมัครเป็นตัวอย่าง “เคยออกมาด่าพวกตุลาไหม ที่ไม่ออกมาต่อสู้กับ คมช.”

ส่วนพวกสื่อ “จะเห่าหอนอะไรเชิญ” จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า เมืองไทยมัน Polarized หรือแยกส่วนกันแล้ว ที่เห่านะ มันก็มีแต่ไอ้พวกพันธมิตรและ ปชป.ฟังเท่านั้น


เห่าด่าว่าสมัครไปอีก 100 ปี ฝ่าย พปช.เขาไม่ฟังและไม่สนใจหรอก เหมือนนักวิชาการด่าประชานิยมนะ ไหนบอกมาสิว่าต้องรออีกกี่สิบปี ถึงจะเป็นแบบอาเจ็นตีน คือทำให้ประเทศย่อยยับ

ปัญหาของไทยนะ คือมันมั่นคงเกินไป มีแต่ฝรั่งจะขนเงินเข้ามาลงทุน ลองย้อนรอยประวัติศาสตร์ดูสิว่า หก เจ็ด ปีที่ผ่านมานะ ใช้คำว่า อาเจ็นตีน ไปกี่ร้อยครั้งแล้ว ในการเขียนเสือให้วัวกลัว มาตอนนี้ยังออกมาพร่ามเรื่อง หนี้รากหญ้าอยู่ได้ ดูให้ดีๆ ความสามารถในการใช้หนี้ของคนไทยนะ “เพิ่มขึ้นตลอดช่วงทักษิณ และมาฉิบหายเอาก็กับ คมช." สรุปคือ กลับไปวิเคราะห์ให้ดี ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่มามีจุดยืนก่อนวิเคราะห์

แต่พอเด็ดหัว ฝ่ายทักษิณได้ และสนับสนุนให้ คมช. ฝังพลพรรค ทรท.ทั้งเป็น แต่มันดับความต้องการของคนส่วนมากในประเทศไม่ได้


พอมาตอนนี้ มาอีกแล้ว “รวมหัวกันอัดสมัคร” เหมือนตอนรวมหัวกันอัดทักษิณไม่มีผิด “โหมโรง” กันเพื่ออภิปราย ไม่ไว้วางใจนโยบายของสมัคร จริงๆ ก็ตามแผนหล่ะนะ โหมโรงก่อน แล้วต่อยอด การอภิปรายของ ปชป. แล้วไม่ต้องบอก พันธมิตร รออยู่เนืองๆ พร้อมด้วย กกต.ที่จะวางรากฐานไว้ให้ ยุบ “พปช.”

คือเอาอีกแล้ว “ไอ้กลุ่มที่ปั่นหัวคนไทยจนย่อยยับมาสองปี” มาตอนนี้ “รวมหัวกัน” สร้างเรื่องเล็กน้อยให้ใหญ่โตขึ้นมาเอง โหมโรงเอง ด้วย ตุลา ประชานิยม นอมินี ก้าวก่ายสื่อ แล้วต่อยอดเอง ให้กับ ปชป. เพื่อกระจายไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่า สมัคร เลว แล้วก็สรุปเอง ว่าสมัครต้องไป เออเอง ออเอง เอาตัวเอง ลงท้ายไล่ สมัครและยุบ พปช. กันเอง แล้วก็ “ยัดสิ่งที่ตัวเอง ต้องการ คือ ปชป.” ลงคอคนทั้งประเทศ

ตั้งสติสักหน่อยสิ พวก “หมาบ้าพันธมิตรและแนวร่วมทั้งหลาย” เข้าใจว่าในหัวใจ มันมีแต่ความเกลียดชังและผิดหวังที่คนไทยส่วนมาก “ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง” แล้วเข้าใจว่า “ติดการจ้องทำลายล้าง ยิ่งกว่าติดยาเสพติดเสียอีก” แต่อำนาจอันยิ่งใหญ่ของ ปชช.นะ อยู่กับ พปช. และ สมัครอยากรู้ไหม พลังของ ปชช. ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็หันกลับไปดูประวัติศาสตร์เดือนตุลากันสิ ระวังไว้ให้ดีนะ พวกคุณพันธมิตรและแนวร่วมนะ มันก็คือแนวร่วมของเผด็จการไปแล้ว ไม่เชื่อหรือ ลองส่องกระจกดูเงาตัวเองสิ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และผลของมันคืออะไร

เกมของพวกคุณที่วางกันไว้เป็นชุด และระบบนะ ของพันธมิตรและแนวร่วม เช่นสื่อ นักวิชาการ และอาจารย์ “ตกของความคิดและสติ” ทั้งหลายนะ ที่เป็นแนวรบของกระแสเผด็จการของป๋านะ “แก้ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากนะ”


แค่ พปช. เรียกร้องให้คนมาแสดงพลัง สนับสนุนกันในกรุงเทพ ลองคิดให้กระจ่างนะ”ไอ้พวกสิ้นคิด” ลองมาดูกันสิ “ว่าจะมากันกี่สิบล้านคน”


จาก Thai E-News

มท.1เตรียมขึ้นป้าย9ทำไม่ทำทั่วพท.3จว.ใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมนโยบาย 9 ทำ และ 9 ไม่ทำ โดยมีสิ่งที่ต้องทำ 9 เรื่อง และสิ่งที่จะไม่ทำอีก 9 เรื่อง ที่จะบอกกับสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ จะนำไปขึ้นป้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ปัญหาภาคใต้เราต้องเก็บเป็นความลับ การนำมาบอกในที่ที่ทุกคนสามารถรับรู้ได้นั้น ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแผนยุทธศาสตร์และมียุทธวิธีที่บอกต่อสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ตนรู้ลึกแต่พูดไม่ได้ ถ้านำมาบอกฝ่ายตรงข้ามรู้หมด เป้าหมาย คือ เราจะปฏิบัติภารกิจนี้ให้เกิดความสงบในพื้นที่ภาคใต้ ตนเตรียมไว้แล้ว คือ นโยบาย 9 ทำ และ 9 ไม่ทำ โดยมีสิ่งที่ต้องทำ 9 เรื่อง และสิ่งที่จะไม่ทำอีก 9 เรื่อง ที่จะบอกกับสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ จะนำไปขึ้นป้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

รัฐมนตรีว่ากากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวจะเน้นเรื่องความเป็นธรรม ยึดหลักยุติธรรมและนิติรัฐ อย่าให้มีการละเมิดกฎหมายและต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งจะพัฒนาการศึกษาและเศรษฐกิจรากหญ้า เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เรียกว่าการทำประชาพิจารณ์เล็ก ๆ ที่จะทำอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าไม่ได้มีความคิดเห็นขัดแย้งกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการแก้ปัญหาภาคใต้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็มีการปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และมั่นใจว่าปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องดีขึ้น

กกต.นัดลงมติสำนวนยงยุทธ 26 ก.พ.

กกต.ขอเวลาศึกษารายละเอียดในสำนวนการกระทำผิด กม.เลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช 7 วัน และนัดลงมติ 26 ก.พ.นี้


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ และนายประพันธ์ นัยโกวิท เปิดเผยผลการประชุม กกต.ครึ่งวันเช้าว่า ที่ประชุมได้นำสำนวนของนายยงยุทธ ที่คณะอนุกรรมการชุดของนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ สอบสวนเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณา พร้อมกับเปิดดู VCD. ประกอบ ซึ่งทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สังคมจับตามอง และต้องพิจารณาให้รอบคอบ จึงขอเวลา 7 วัน เพื่อให้ กกต.แต่ละคนได้อ่านและศึกษารายละเอียดในสำนวนให้รอบคอบ แล้วค่อยมาลงมติกันอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ.



และระหว่างนี้ กกต.จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธนำพยานที่เป็น ตร.ยศนายพันมาให้คณะอนุกรรมการชุดเดิมที่มีนายสุวิทย์ ธีระพงษ์ เป็นประธาน สอบเพิ่มอีก 1 คนตามที่ได้ทำหนังสือร้องขอเข้ามา ซึ่งจะเปิดให้เป็นคนสุดท้ายก่อนลงมติ ส่วนที่ว่าจะ ให้พยานมาวันใดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคณะอนุกรรมการ และตัวนายยงยุทธว่าจะนำมาเมื่อใด (19/02/51)




จักรภพ ยืนยันอุ้มสื่อที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย ไอทีวี.ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แก้กฎหมาย พรบ.องค์กรกระจายเสียงฯ ตลอดจนให้ความเป็นธรรมกับ ไอทีวี.ด้วย


นางรัตนาภรณ์ นามมนตรี ประธานกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย ไอทีวี. ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมาย พรบ.องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550 ในส่วนของบทเฉพาะกาล มาตรา 56 ตลอดจนแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ ไอทีวี.ด้วย


ทั้งนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เตรียมที่จะเรียกผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่ และรายย่อย รวมถึงนายจุลยุทธ์ หิรัญวสิทธิ์ ปลัด สปน. เข้ามาหารือ รวมถึงจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาสื่อภาครัฐ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ ไอทีวี. ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อุ้ม ไอทีวี. แต่จะอุ้มสื่อมวลชนทุกแขนงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลเผด็จการ (19/02/51)




ปรับโครงสร้างกอ.รมน.ใหม่ ผบ.ทบ.เตรียมเสนอรมว.กห. [19 ก.พ. 51 - 14:41]

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าววันนี้ (19 ก.พ.) ถึงการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันเดียวกันนี้ ว่า เพื่อตรวจความพร้อม มอบนโยบายและติดตามงาน จะวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ที่จะต้องทำงานสอดประสานกัน และในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ จะต้องปรับให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยจะเพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์ใช้ตรวจพื้นที่แทนกำลังคน

"การที่ลงพื้นที่บ่อย จะไปดูมาตรการที่จะใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา รวมถึงไปติดตามงานให้บูรณาการมากขึ้น อุปกรณ์เพิ่มเติมในพื้นที่ จะคัดสรรให้ดีที่สุด โดยจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทนแทนคน" ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว


ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวด้วยว่า ได้ทำบรรยายสรุปโครงสร้างการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) รูปแบบเดิมไว้ และเตรียมนำเสนอต่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะเข้ามารับผิดชอบดูแลงาน กอ.รมน. และยังเตรียมสรุปโครงสร้าง กอ.รมน.ใหม่ ที่จะสอดรับกับ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีก่อน


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปีในเดือนเม.ย.ที่จะถึงนี้ โดยระบุว่า กองทัพบกยังไม่มีการประชุมเรื่องนี้


จักรภพรับลูกผู้ถือหุ้นไอทีวี ตั้งกก.สอบการเปลี่ยนแปลง [19 ก.พ. 51 - 14:24]

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (19 ก.พ.) ภายหลังรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) นำโดยนางรัตนาพร นามมนตรี ประธานกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เพื่อขอให้เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่า วันนี้ มีผู้เดือดร้อนจากกรณีการเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ไอทีวี มายื่นหนังสือ ผู้ที่มาร้องทุกข์ไม่ได้ต้องการค่าชดเชยหรือกล่าวโทษ เพียงมาร้องขอความเป็นธรรมว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถูกเปลี่ยนจากบริษัทมหาชน จนกลายเป็นรูปแบบปัจจุบัน ทำให้ประชาชนบางส่วนเสียประโยชน์ ตนในฐานะที่มากำกับดูแลสื่อภาครัฐจะอยู่เฉยไม่ได้ เมื่อมีการมาร้องทุกข์ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากนี้ไปจะมีการเรียกทีมงานที่เกี่ยวข้องและรู้เรื่องดังกล่าวกับเรื่องสถานีโทรทัศน์ไอทีวี มาพูดคุยอย่างเป็นทาง สำหรับคณะทีมงานที่จะตั้งขึ้นมานั้น คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีความชัดเจน ยืนยัน การดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่ดำเนินการเพื่อบุคลากรภายในสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเท่านั้น


ชมรมคนรักทักษิณเคลื่อนไหว เตรียมรับกลับไทย

ชมรมคนรักทักษิณ ออกโรงเคลื่อนไหวเรียกบรรดาอดีตหัวคะแนนและสมาชิกพรรคไทยรักไทย แจกเสื้อและใบปลิว ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และ พะเยา เตรียมต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรี อ้าง จะบินตรงจากฮ่องกงมาจังหวัดบ้านเกิด ในเดือนเมษายน

เริ่มมีความเคลื่อนไหวของชาวบ้านในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีการรอรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับจังหวัดเชียงใหม่บ้านเกิด โดยล่าสุดได้มีการลงพื้นที่ของกลุ่มรักทักษิณหรือแกนนำชนรมคนรักทักษิณ ซึ่งมาโรดโชว์ในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้ง จ.เชียงใหม่ เชียงรายและพะเยา

ก่อนที่แกนนำหัวคะแนนของพรรคไทยรักไทยเดิม จะเรียกชุมนุมชาวบ้านกองทุนหมู่บ้านและอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย เพื่อแจกเสื้อและใบปลิวพร้อมเตรียมการต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย โดยคาดว่าจะเดินทางมาประมาณเดือนเมษายน โดยจะบินตรงจากฮ่องกงมาที่เชียงใหม่

"นพดล"ปัด"สมัคร"ไปเขมรนัดพบ"ทักษิณ"

วันนี้(19ก.พ.51)นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเดินทางไปเยือนกัมพูชาเป็นประเทศแรกในอาเซียน ในวันที่ 3 มี.ค.นี้ ทั้งนี้การเดินทางไปไม่ได้ไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด หลังจากที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปร่วมตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา


รมว.ต่างประเทศ ระบุว่าตนไม่อยากให้ความเห็นเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี และไม่อยากให้มองว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีอำนาจกับรัฐบาลชุดนี้อยู่ และการเดินทางของนายกฯสมัคร ก็ไปในฐานะของรัฐบาลเท่านั้นและ คาดว่าการเดินทางไปกัมพูชาครั้งนี้จะมีการหยิบยกประเด็นปัญหาเขาพระวิหารขึ้นหารือกันด้วย