รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุข่าวสั่งการให้เปลี่ยนเพลงชาติไทย ถือว่าเรื่องนี้ไร้สาระอย่างสิ้นเชิง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, February 20, 2008
จักรภพ ฉุนข่าวสั่งเปลี่ยนแปลงเพลงชาติลั่นเรื่องไร้สาระ
'ทักษิณ'ยันไม่มีเอี่ยวออกนโยบายเอื้อประโยชน์ตัวเอง.
ทนายความทักษิณเผยกำลังจัดทำคำชี้แจงข้อกล่าวหาให้ 'พ.ต.ท.ทักษิณ' ลงนาม เบื้องต้นยังยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนโยบายเอื้อประโยชน์ตัวเองและพวก
นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจตัวเองและพวกพ้อง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมทนายความกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เพื่อส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พิจารณาและลงนามรับรอง เพื่อนำมาส่งมอบให้ คตส. ภายในกำหนดวันที่ 6 มี.ค.นี้
นายฉัตรทิพย์ กล่าวว่า ระหว่างนี้ได้มีการประสานข้อมูลกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ตลอด ทั้งในส่วนของการพูดคุยทางโทรศัพท์ และการส่งอีเมล ซึ่งเบื้องต้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังยืนยันว่าไม่ได้กระทำการตามที่ คตส. แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งเรื่องการซุกหุ้นภาค 2 การร่ำรวยผิดปกติ และการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการออกมาตรการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจชินคอร์ป
'คตส.ใช้วิธีการนำข้อมูลมาปะติดปะต่อเพื่อกล่าวหากัน ใช้หลักการทางกฎหมายมาจับโดยไม่ถูกต้อง แต่ฝ่ายเราก็มั่นใจว่าชี้แจงข้อกล่าวหาได้แน่นอน แม้ระยะเวลาในการชี้แจงข้อกล่าวหาของเราจะมีน้อย เมื่อเทียบกับข้อกล่าวหาของ คตส. ที่มีจำนวนมากก็ตาม'
นายฉัตรทิพย์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของทีมทนายความในขณะนี้คือ การที่ คตส. ไม่อนุญาตให้ทีมทนายความเข้าไปดูเอกสารประกอบคดีที่ คตส.นำมาใช้ในการตั้งข้อกล่าวหาว่ามีอะไรบ้าง ทั้งที่ทีมทนายความก็ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิรับทราบข้อมูลที่ถูกกล่าวหาได้มากที่สุด โดย คตส.บอกว่าเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบดีอยู่แล้ว
'การตอบคำถามแบบนี้ถือเป็นคนละเรื่องกัน และไม่น่าจะนำมาใช้เป็นข้ออ้างได้ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจะนำไปใช้เป็นข้อต่อสู้ในทุกชั้นศาลอย่างแน่นอน' นายฉัตรทิพย์ กล่าว
'นายกฯสมัคร'หนุนปลูกยูคาลิปตัส
นายกรัฐมนตรี หนุน ปลูกต้นยูคาลิปตัส บนคันนา ระบุ มีคุณประโยชน์ไม่มีโทษ เล็งนำไปใช่ทำไบโอดีเซล
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า ในการประชุมครม.ตนได้หยิบยกเรื่องแนวความคิดในการปลูกต้นยูคาลิปตัสของนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ มาหารือ เพราะที่ผ่านมามีเสียงวิจารณ์ว่าการปลูกต้นยูคาลิปตัสทำให้เกิดปัญหาสภาพดินเสื่อมโทรม และมีความเชื่อว่าต้นยูคาลิปตัสกินดินกินพืชซึ่งเป็นความเชื่อเมื่อ 20 ปีมาแล้ว แต่ขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญการปลูกต้นยูคาลิปตัสประมาณ 1 ชม.ที่ค้นพบต้นยูคาลิปตัสพันธุ์ใหม่และดำเนินการทดลองปลูกมาหลายปีแล้วโดยทดลองแล้วว่าหากปลูกในพื้นที่ดอน 1 ไร่จำนวน 300 ต้นในเวลา 5 ปี จะได้ไม้ประมาณ 2 ตันแต่ถ้าปลูกบนคันนา 1 ไร่ ขนาดพื้นที 40 x 40 เมตร ปลูกจำนวน 100 ต้นในเวลา 5 ปีจะได้ไม้ 5 ตัน ส่วนรากและใบก็กลายเป็นปุ๋ยทำให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งผลที่ได้เป็นข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และวนศาสตร์ ดังนั้นการปลูกไม้ยูคาลิปตัสเป็นไม้ที่มีคุณประโยชน์ไม่มีโทษ
นายสมัคร กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือต้นยูคาลิปตัสนั้นนำมาผลิตเป็นน้ำมันพืชที่จะเอาไปทำไบโอดีเซลและได้ทดลองแล้ว 5 โรงงาน เนื่องจากระบบการเผาไม้ยูคาลิปตัสจะทำให้เกิดการระเหิดและกลั่นออกมาเป็นไบโอดีเซล ซึ่งตนพร้อมที่จะสนับสนุนและชี้แจงเรื่องนี้
นายกฯมั่นใจไอเดียแก้ศก.ด้วยเศษสตางค์ได้ผล
สมัคร มั่นใจแนวคิดแก้ไขเศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ได้ผล เผย มิ่งขวัญ กำลังตรวจสอบต้นทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง
(20กพ.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมครม. ถึงแนวความคิดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยเศษสตางค์ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นแนวคิดของตนที่เห็นจากประสบการณ์ของตนมากว่า 40 ปี ซึ่งคำว่าเศษสตางค์ในความหมายของตนคือเหรียญ 1 บาท เหรียญ 5 บาทและเหรียญ 10 บาท ไม่ใช่เหรียญ 25 สตางค์หรือเหรียญ 50 สตางค์
แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาบอกว่าจะผลิตเหรียญ 50 สตางค์เพิ่ม ซึ่งตนเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะไม่มีใครใช้ แต่ส่วนที่ใช้อยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตใช้แค่คิดคำนวณเท่านั้น อย่างไรก็ตามในปัญหาสินค้าราคาแพงนั้นขณะนี้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์กำลังเจรจากับผู้ผลิตเพื่อตรวจสอบต้นทุนราคาสินค้าที่แท้จริง
ผมยืนยันได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเพื่อจิตวิทยาหรือเหตุผลอื่นก็ตาม หากเราตกลงกันได้ทั้งผู้ขาย ผู้บริโภค และคนที่กำหนดค่าเงินที่จะร่วมมือกันให้เกิดความเป็นธรรมในการบริโภค การจับจ่าย การขาย การซื้อ ผมมีเหตุผลที่ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้เพราะมีเสียงบ่นออกมามาก แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้ผลิตลดราคาสินค้า ในเมื่อต้นทุนมาแพง ราคาน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนเสียงวิจารณ์แนวคิดผมในเรื่องนี้ ผมก็อ่านและขอขอบคุณซึ่งวันนี้ไม่สายถ้าเราจะเก็บเหรียญบาทไว้ นายกรัฐมนตรี กล่าว
รัฐบาลสมัครห่วงทักษิณกลับไทยไม่ปลอดภัย
นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงทำเนียบโดยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ขณะรัฐมนตรียุติธรรม ชี้ รัฐบาลห่วงความปลอดภัย พ.ต.ท.ทักษิณ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังทำเนียบฯแล้ว เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม. โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อ แต่จะให้สัมภาษณ์ประจำสัปดาห์ หลังการประชุม ครม. เสร็จสิ้น
ขณะที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีฯยุติธรรม ซึ่งมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้เปิดเผยถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับประเทศว่า ไม่ว่าจะช้า หรือ เร็ว พ.ต.ท.ทักษิณก็จะต้องกลับมาเพื่อสู้คดี ซึ่งในส่วนของการดูแลความปลอดภัยนั้น รัฐบาลรู้สึกเป็นห่วง แต่ไม่ได้เตรียมการเป็นพิเศษ และขอให้เป็นไปตามปกติ ส่วนกรณีที่จะให้มีการตีความการพ้นสภาพของ คตส. นั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรให้ คตส. ทำงานจนครบวาระ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในการประชุมครม. ค่อนข้างเงียบเหงา โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมเป็นจำนวนน้อย และจะมีการแถลงผลการประชุมในเวลาประมาณ 13.30 น.
สมัครแฉมือทีมองไม่เห็นพยายามใช้กกต.ล้มพปช
สมัคร ขอยุติไม่พูดเรื่อง 6 ตุลาฯ แฉมีมือที่มองไม่เห็นพยายามยืมมือ กกต.ล้มพรรค พปช.แต่ตัวเองพยายามปกป้อง กกต. ไม่ขอวิจารณ์โฉมหน้า ส.ว.
(20กพ.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีที่นายอดิศร เพียงเกษ อดีตคนเดือนตุลาฯ และ อดีต 111 พรรคไทยรักไทย อ อกมาเรียกร้องให้ขอโทษประชาชนจากเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เพื่อทุกอย่างจะได้ยุติ ว่า เรื่องนี้ขอให้ยุติมันจบแล้ว ขีดเส้นใต้ 2 เส้น มากพอเพียงแก่เหตุแล้ว มีคนบอกให้ผมทำงานเสียที เมื่อถามว่าแต่เรื่องดังกล่าวยังเป็นข้อสงสัยและมีการเสอนให้ตั้งกรรมการกลางขึ้นมาศึกษาประวัติศาสตร์ดังกล่าว นายสมัคร กล่าวว่า ใครจะทำอะไรตนไม่ขัดข้อง แต่วันนี้นายสมัครได้บอกแล้วว่าเรื่องนี้ยุติแล้ว ไม่พูดอีกแล้วเรื่องนี้
เมื่อถามว่าเรื่องน้จะบานปลายหรือไม่เพราะยังมีคนออกมาวิจารณ์และพยายามตั้งเป็นประเด็นอยู่ นายสมัคร กล่าวว่า มันเป็นยังไงถึงงอกงาม มันได้ปุ๋ยอะไรมาถึงได้บานปลาย เรื่องเหล่านี้ตนจะหยุดตอบและไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกแล้ว และเท่าที่เห็นก็ไม่ได้มีคนอื่นวิจารณืมีเพียงสื่อมวลชนเท่านั้น วันนี้ผมบอกว่ายุติแล้วก็ยุติให้ถามเรื่องอื่น
ต่อข้อถามว่าแต่ข้อมูลที่นายสมัครตอบกับคนร่วมเหตุการณ์ตอบไม่ตรงกัน จะให้หยุดตรงนี้ได้อย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า ก็ตกลงตนบอกว่าจบแล้วพวกคุณจะให้ปลายบานอีกหรือ เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าท่านจะใช้ขันตอไม่ตอบโต้ใครอีกใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ผมบอกไปแล้วว่ามีคนตั้งรางวัลไว้ให้ ใครทำให้ผมตะบะแตกน้อยก็ให้หมื่นบาท ตะบะแตกมากก็ให้ 5 หมื่น แต่รับรองไม่มีใครได้รางวัลหรอก ส่วนใครเป็นคนตั้งรางวัลนั้นไม่ขอบอก
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มคนที่ให้รางวัลนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เขียนเวปไซด์โจมตี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทยหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เป็นข้อมูลที่มีคนกระซิบบอกมาก็มาเล่าต่อให้ฟัง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการสอบหามือที่มองไม่เห็น นายสมัคร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เรื่องนี้ต้องทำ ถ้าไม่ทำไม่ได้เดือดร้อนกันหมด ตอนนี้ได้เค้าแล้วแต่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกรรมวิธี และหากดำเนินการได้คงไม่ถึงขั้นต้องนำตัวมาลงโทษ เพียงแต่จะไม่ให้เขามีหน้าที่ทำเท่านั้นเอง ต่อข้อถามว่าเป็ฯผู้มีอิทธิพลและเมื่อเอ่ยชื่อมาเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปหรือไม่ นายสมัคร กล่าวหัวเราะห์ พร้อมกล่าวว่า มีอิทธิพลหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่เมื่อเอ่ยชื่อมาก็รู้จัก
เมื่อถามว่าเป็นคนที่มีบารมีอยู่นอกรัฐธรรมนูญตามที่เคยพูดไว้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า อย่าโยงไปไกลถึงขนาดนั้น มันไกลเกินไป เมื่อถามว่ามีเยอะหรือไม่กับมือที่มองไม่เห็น นายสมัคร กล่าวว่า มีมือ 1 และใช้มืออื่นๆ ช่วยทำมีหัวหน้าและก็มีลูกน้อง แล้วสักวันหนึ่งตนจะเปิดเผยให้ทราบ
เมื่อถามว่าเป็นคนที่มีบารมีอยู่นอกรัฐธรรมนูญตามที่เคยพูดไว้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า อย่าโยงไปไกลถึงขนาดนั้น มันไกลเกินไป เมื่อถามว่ามีเยอะหรือไม่กับมือที่มองไม่เห็น นายสมัคร กล่าวว่า มีมือ 1 และใช้มืออื่นๆ ช่วยทำมีหัวหน้าและก็มีลูกน้อง แล้วสักวันหนึ่งตนจะเปิดเผยให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามือที่มองไม่เห็นนั้นมีอิทธฺพลอยู่เหนือ กกต.หรือไม่ นายสมัคร กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เลย ผมเป็นคนที่พยายามป้องกันกกต.มากที่สุด เป็นคณะกรรมการฯ ซึ่งผมแน่ใจมากที่สุดเพราะเป็นอดีตผู้พิพากษาถึง 4 ท่าน เป็นอัยการ 1ท่าน สิ่งที่ท่านทำเรียบร้อยใช้ได้ สามารถควบคุมการเลือกตั้ง มีชื่อเสียงผู้คนชมเชย กรรมวิธีการทำงานของท่านก็เป้นเรื่องของท่าน ไม่เคยไปข้องแวะ กกต.ขอให้ผมี้แจงผมก็ตอบไป วันนีผมยังถูกสอบอยู่เมื่อวาน ( 19 ก.พ.) เขาให้ไปชี้แจงแต่ติดภารกิจที่สภาผมก็ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว ไม่มีอะไรกังขา แต่อ้คนข้างนอกที่ทำและพยายามจะใช้มือของ กกต. ผมก็พยายามกันกกต.ไว้ ยืนยันว่าผมไม่เคยไปตำหนิ เพราะผมเป็นนักฟุตบอลถ้าไปตำหนิกรรมการก็ไม่สนุกแล้ว
เมื่อถามว่ามือที่มองไม่เห็นเขามีวัตถุประสงค์อะไร นายสมัคร กล่าวว่า ต้องการล้มพรรคพลังประชาชน จนถึงวันนี้ก็ยังต้องการล้มอยู่ ตนก็ต้องบ่นกันหน่อย
นายสมัคร ยังปฏิเสธที่จะวิจารร์โฉมหน้าของ ส.ว.ที่ผ่านการคัดเลือกมาใหม่ 74 คน โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ผมเห็นรายชื่อแล้ว ไม่กล้าวิจารณ์ มีคนส่งรายชื่อมาให้ดูแล้วแนแล้วก็ทำหน้าเฉยๆ
คลิปเด็ด!! สมัคร vs. ชวน+มาร์ค ศึกสายเลือด 'หนึ่ง สกรัม สอง'

และคุณ demagogue จาก สนามหลวง Forum
จาก hi-thaksin
นายกฯปัดนัดพบ‘ทักษิณ'ช่วงเยือนกัมพูชา
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธข่าวเตรียมนัดพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในระหว่างที่เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้
"ไม่เคยทราบเลย ไม่เคยนัดหมาย คงจะไม่บังเอิญอะไรขนาดนั้น ผมไปเยือนนายกฯ และผมไม่ตีกอล์ฟ ถ้าจะเจอผมก็ต้องรู้เรื่องนี้" นายสมัคร กล่าว
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาออกรอบตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา
นายสมัคร ระบุว่า หากจะมีการนัดพบกันก็คงต้องมีการแจ้งให้ตนเองรับทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยเริ่มจากประเทศลาวในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะไปเยือนประเทศกัมพูชา มาเลเซีย และพม่า
นายสมัคร กล่าวว่า สำหรับการไปเยือนประเทศกัมพูชาจะมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ร่วมคณะเดินทางไปด้วย เพราะ ผบ.ทบ.เองก็มีกำหนดการที่จะเดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน
"ท่านก็มีไมตรีจิตแสดงออกมาว่าต้องการจะเดินทางไปด้วย เพราะท่านเองก็คุ้นเคยมากกว่าผม ก็เลยเดินทางไปพร้อมกัน" นายสมัคร กล่าว
เลิกใช้บริการ
น่าจะเรียกว่า "ควันหลง" ดีกว่าครับ...เพราะคงเป็นมรดกสุดท้ายสำหรับชาว คมช.ที่ยังตกค้าง อยู่ก็คือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกลาโหมและยังรั้งเก้าอี้ประธานบอร์ดทีโอที อีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลาออกจากประธานบอร์ด ทอท.ไปแล้ว
จริงๆตำแหน่งประธานบอร์ดก็ควรจะลาออกให้หมด เหมือนกับบรรดา คมช.ทั้งหลายเมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ลาออกกลับเข้ากรมกอง
เหลือค้างอยู่เพียงคนเดียว...นี่แหละ
ทั้งนี้ พล.อ.สพรั่งอ้างว่ายังมีภารกิจค้างคาอยู่โดยเฉพาะที่ห่วงก็คือเรื่องทุจริตคอรัปชัน เพราะหากตนเองไม่ได้ควบคุมก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปแก้ไข เหตุผลนี้คงจะไม่จริงกระมังเพราะประเทศนี้คงหาคนที่มีความสามารถเข้าไปทำหน้าที่ได้
ที่เอาเรื่องนี้มาพูดก็เพราะตัว พล.อ.สพรั่งเองนั่นแหละ ที่ออกมาเปิดเผยว่าโดน "เพื่อนอำมหิต" ทำแสบจนชื่อเสียงเสียหายยับเยิน เมื่อมีการไปเรียกรับเงินบริษัทที่ทำการค้าในสนามบินสุวรรณภูมิและนำชื่อไปแอบอ้าง
ก่อนหน้านี้ในยุค คมช.นั้นที่ปรากฏเป็นข่าวก็คือบอร์ด ทอท.สั่งลุยทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิเรียกว่าเอาจริงเอาจังตามเหตุผล 4 ข้อในการยึดอำนาจ เรียกว่าเข้ากันเป๊ะเลย แต่ปรากฏว่าแทนที่จะไปปราบปรามกลับไปทำพิกล
ตี "เมืองขึ้น" เสียเอง
ว่ากันว่าในตอนนั้นถึงกับมีข่าวว่าจะเอา "เม็ดเงิน" ก้อนนี้ไปตั้งพรรคการเมืองว่ากันว่าตัวเลขไม่ใช่น้อย แต่ปรากฏว่ามีการฮึดสู้กันเลยได้ไปแค่ติดปลายนวมเท่านั้น
จริงๆแล้วเรื่องนี้หาก พล.อ.สพรั่งออกมาแฉเสียแต่ตอนนั้นน่าจะเสริมความเป็นวีรบุรุษได้อีกโข แต่ทำไมจึงเก็บเรื่องเงียบเป็นเป่าสาก ไม่พูดออกมาสักแอะ
นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องหึ่งๆที่องค์การโทรศัพท์อีก ไม่รู้เพื่อนอำมหิตเข้าไปเกี่ยวด้วยหรือเปล่า
มาวันนี้ พล.อ.สพรั่งออกมารับความจริงว่า ที่ปรากฏเป็นข่าวต่างๆนั้นเป็นเรื่องจริง มีการเรียกตบทรัพย์กันจริง แต่ตนเองไม่ได้ เกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องด้วย
แน่นอนว่าเรื่องนี้ใน คมช.เองก็คงจะรู้และถือว่าเป็นความเสียหายต่อภาพลักษณ์ และคงจะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.สพรั่งพลาดเก้าอี้ ผบ.ทบ.นอกเหนือจากความห้าวที่จะไปก่อปัญหาทางการเมืองได้และดูเหมือนว่าทำให้ พล.อ.สพรั่งต้องยอมจำนน
ไม่กล้าฮึดฮัดหรือแสดงอิทธิฤทธิ์
ทั้งๆที่จริงแล้วเชื่อว่าตำแหน่ง ผบ.ทบ.คือเป้าหมายของชีวิตในฐานะทหารอาชีพและร่วมปฏิบัติการยึดอำนาจกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิวัติที่กบดานเงียบ ไม่ยอมโผล่หน้า
ออกสู่สังคมเมื่อประกาศ "สมานฉันท์" กับอดีตนายกฯทักษิณไปแล้ว
การตัดสินใจรับตำแหน่งประธานบอร์ด ทอท.และทีโอทีนั้นมีเสียงติติงแล้วว่าอย่า แต่ก็คงจะถูกเพื่อนยกยอปอปั้นก็เลยกระโดดเข้าใส่ สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีผลงานเด่นชัด อุปโลกน์ให้เป็นหัวหน้าใหญ่เพลิดเพลินเจริญใจกันระยะหนึ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เลยเกิดปัญหาเพราะแทนที่จะไปจัดการทุจริต หรืออะไรต่อมิอะไรที่ไม่ดีไม่งามกลับเป็นรอยด่างขึ้นมาอีก
เหนืออื่นใดหากจะให้แน่ไปกว่านั้น ควรจะเผยชื่อเพื่อนอำมหิตออกมาว่าเป็นใครน่าจะดีกว่านี้ หรือพอจะเรียกเกียรติภูมิให้คืนกลับมาได้ เพราะอย่างไรเสียก็รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นใคร จึงน่าจะแสดงความเป็นวีรบุรุษอีกสักครั้ง
ดีกว่าออกมาพูดแล้วไม่เปิดเผยตัว...
เพราะนั่นไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอรัปชันซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และมีการโจมตีกลุ่มอำนาจเก่ามาตลอด
จากนี้ไปคงไม่มีใครขอใช้บริการ "ท่านวีรบุรุษ" อีกต่อไปแล้ว.
"สายล่อฟ้า"
เก็บมาฝาก..ตอน ปฏิบัติการ ส่งมอบ ส.ค.ส ให้ท่านนายก
สวัสดีครับ ท่านสมาชิกและท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน เริ่มศักราชใหม่มาได้เกือบครึ่งเดือนแล้วหวังว่าปีนี้อะไรๆคงจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้วนะครับ อันที่จริงก็ยังมีความรู้สึกตะหงิดๆว่ามันจะรอดไหมเนี่ย..แต่ก็เอาเถอะครับมองโลกในแง่ที่ดีไว้หน่อยดีกว่าจะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด วันนี้เก็บมาฝาก ชื่อตอนเหมือนหนังฮอลลิวูด (ฮิ้ววว) ก็เพราะว่าเรื่องราวที่จะเล่าวันนี้น่ะมันตื่นเต้นมากๆ...ขอบอก จากที่พวกเราชมรมคนคิดถึงทักษิณทำ ส.ค.ส ใบยักษ์ให้สมาชิกได้เซ็นต์ชื่อ เพื่อส่งให้นายกในดวงใจของเราเมื่อตอนก่อนสิ้นปี ในที่สุดภารกิจการส่งมอบ ส.ค.ส ชุดนี้ก็ได้อุบัติขึ้นท่ามกลางใจที่ตุ้มๆต่อมๆของท่านประธาน “ชมรมคนคิดถึงทักษิณ” ว่าภารกิจครั้งนี้จะสำเร็จแค่ไหน ซึ่งก่อนหน้านั้นได้รับการติดต่อประสานงานจากสมาชิกของเราที่เคยไปพบท่านนายกที่ฮ่องกง และได้นำจดหมายลายมือของท่านฝากกลับมาดังที่เราได้ปลื้มกันไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และเราก็ได้รู้ว่าท่านนายกของเรานั้นพักที่ไหนแต่รู้สึกลำบากและต้องลุ้นมากที่สุดก็คือ “พวกเราจะได้พบท่านหรือไม่” เริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ในเช้ามืดวันที่ 9 มกราคม พวกเรา 11 ชีวิตที่มารวมตัวกันนำโดย พี่ อัมรินทร์ ประธานชมรม และต่างคนต่างควักกระเป๋าซื้อตัวเครื่องบินเพื่อที่จะไปพบท่านนายกของเราให้ได้ ผมเดินทางไปถึงสนามบินช้ากว่าเพื่อนหลังจากที่โดนพี่อัมรินทร์โทรตาม..(แฮ่ๆๆพอดีมัวแต่โอ้เอ้ครับ)
รถแท๊กซี่จอดเอี๊ยดดด...ที่หน้าอาคารผู้โดยสารชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นผู้โดยสารขาออกของสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาเกือบหกโมงเช้า มิเตอร์ขึ้นมาหนึ่งร้อยบาทพอดีผมส่งแบงค์ห้าร้อยให้ คนขับรับเงินเสร็จก็ล้วงซ้ายล้วงขวาหันมายิ้มเจื่อนๆแล้วบอกว่า “ไม่มีทอนครับพี่” ไอ้ครั้นผมจะบอกว่าไม่ต้องทอนก็จะเป็นการให้ติ๊ปเกินตัวผมและผิดหลักการนั่งแท๊กซี่อย่างพอเพียงมากๆ คนขับก็พยายามหาแลกเงินจากรถแท๊กซี่คันอื่นๆแต่ก็ไม่ได้ สุดท้ายผมหยิบโทรศัพท์กดหาท่านประธานชมรม เพื่อขอความช่วยเหลือ..(ขอบคุณนาค้าบ...)หลังจากมาถึงสนามบิน อย่างทุลักทุเล เพื่อนๆที่ร่วมเดินทาง Check in ไปหมดแล้วเหลือพระเอกหน้าตาดีอย่างผมคนเดียวที่ยังไม่ได้Check in ผมลากกระเป๋าเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์เพื่อCheck in ในใจก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะว่านี่เป็นการเดินทางสู่จุดมุ่งหมายที่ใฝ่ฝัน และก็ต้องลุ้นว่าปฏิบัติการแห่งภารกิจสำคัญครั้งนี้ของเหล่าพลพรรค ชมรมฯ จะสำเร็จหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ แต่พวกเราได้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไว้มากมายครับ โดยมีพี่ Pocket Return (คนนี้รักท่านนายกมากนะครับ)เป็นคนบรรยายใน VDO และคุณแมว Big cat ที่เคยตามหาท่านนายกที่สิงคโปร์มาแล้วแต่คลาดกับท่านไป ลงทุกควักกระเป๋าร่วมสี่หมื่นซื้อกล้องถ่ายรูปตัวใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ
พวกเราผ่านพิธีการตรวจบัตรโดยสารขาออกและลงตราหนังสือเดินทางกันเรียบร้อยทุกคนแล้วก็มาเดินเตร็ดเตร่หาอะไรรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง สุดท้ายมาจ่อมก้นที่ร้านบะหมี่และข้าวหน้าเป็ด ผมเองไม่ได้ทานอะไรนอกจากกาแฟหนึ่งแก้วจากที่บ้านเพราะว่ามันเช้าเหลือเกินที่จะทานอะไร(ส่วนหนึ่งตื่นเต้นมากกว่า)แต่หลายท่านกำลังหิว โดยเฉพาะบางท่านบ่นว่าอยากกินข้าวราดแกงมากๆ(เหอๆๆ) ภายในส่วนผู้โดยสารขาออกส่วนนี้เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เข้ามาประตู G 4 ตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดทำการผมก็เพิ่งจะได้ออกนอกประเทศก็ครั้งนี้ล่ะ ส่วนใหญ่บินในประเทศมากกว่า พวกเราไปนั่งรอกันตรงทางออกขึ้นเครื่องตามเวลากำหนดแบบสบายๆ บทสนทนาของพวกเรามีแต่เรื่องที่ว่า ไปถึงที่โน่น (ฮ่องกง) แล้วจะเริ่มอย่างไร จะได้เจอท่านหรือไม่ ผมเองนั่งมองเครื่องบิน Boeing 777-300 ที่จอดรออยู่ตรงหน้า (เกือบเห่าไปแล้ว บรู๋ว...) โดยผ่านกระจกโค้งของอาคารสนามบิน เครื่องบินลำนี้ล่ะที่จะพาพวกเราไปถึงจุดหมาย อันที่จริงผมว่าสนามบินสุวรรณภูมินี้สวยงามอลังการไม่น้อยเลยหากเทียบกับสนามบินอื่นๆที่ ผมเคยไป มันโล่ง โปร่งสบาย ไม่อึดอัด ม้านั่งรอสีเงินเทาแบบไทเทเนี่ยมกลมกลืนกับโครงสร้าง เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องพวกเราก็จัดแถวกันล่ะ ได้เวลาเดินทางแล้วครับ.......
เช้าวันนั้นอากาศสภาพอากาศที่สนามบินมีหมอกเยอะมากทัศนวิสัยไม่ค่อยดีเท่าไร ผมเองต้องนั่งแยกออกจากกลุ่มออกมาคนเดียวเพราะว่าเข้ามา Check in ช้าอย่างที่บอกไปล่ะครับ เลยไม่ได้เสวนาพาทีกับสมาชิกที่เดินทางขณะที่อยู่บนเครื่อง เสียงประกาศจากนักบินว่าจะ Delay เล็กน้อย (สุดท้ายก็ประมาณ 30 กว่านาที) เพราะเนื่องจากต้องตรวจระบบนำร่องอะไรสักอย่างนี่ล่ะเพื่อความปลอดภัย และการเดินทางตลอดเส้นทางการบินก็เป็นไปอย่างราบรื่น เริ่มจากการ Take off จากทางวิ่งแบบราบเรียบเราก็เหิรฟ้าสู่ฮ่องกงด้วยความตื่นเต้นของพวกเรา ระหว่างเส้นทางการบินผมได้สนทนากับผู้โดยสารชาวอินเดียเขาบอกว่าจะเดินทางไป LA ต่อ ผมถามเขาว่าคุณรู้จักท่านนายกทักษิณไหม? คำตอบที่เขาตอบมาเล่นเอาผมยิ้มแก้มแทบปริ “อ้อ มิสเตอร์ทักษิณเหรอ เขาเก่งมากนะ สามารถบริหารประเทศได้ดี ประเทศไทยน่าสนใจมากๆ แต่เสียดายแทนคนไทยที่เขาไม่ได้เป็นนายกอีก” อันนี้ผมไม่ได้แต่งหรือคำพูดของเขาแต่อย่างใดนะครับนี่ตัดออกไปเยอะด้วยซ้ำ เท่าที่สนทนากันเขารู้เรื่องเมืองไทยดีพอสมควรเลยล่ะ ระหว่างทางนอกจากคุยกับผู้ที่อยู่นั่งข้างๆก็นั่งดู TV จิ๋วตรงหน้าฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ เสียง ปุ๊ง! ต่อด้วยเสียงประกาศจากจากลูกเรือว่าเรากำลังลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ผมเริ่มที่จะตื่นเต้นจนแทบเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่เพราะว่าต่อไปนี้จะต้องลุ้นตัวโก่งว่า จะได้เจอท่านนายกในดวงใจเมื่อไร ที่ไหน หากว่าเจอแล้วจะพูดกับท่านว่าอย่างไร เครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ สนามบินเช็คลับก๊อก (เขาสร้างในทะเลครับ เลยมองเห็นทะเลอย่างชัดแจ๋วจากในเครื่องบิน สวยไปอีกแบบ) หลังจากเครื่องบินเทียบอาคารแล้วเราก็ลงจากเครื่องแล้วต่อรถไฟฟ้าภายในสนามบิน เพื่อที่จะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระที่สายพาน อันนี้ไม่ได้เข้าข้างกันนะหากเทียบกับสุวรรณภูมิแล้วผมว่าของเราเจ๋งกว่านะ แต่ที่เขาก้าวหน้าไปไกลกว่าคือระบบ Airport link ที่พร้อมกว่าเรา แต่ว่าอนาคตก็คงมีเพราะว่าเรากำลังสร้างอยู่
พวกเรา 11 ชีวิตพร้อมสัมภาระพะรุงพรังส่วนใหญ่ไม่มีอะไรมากนอกจากระเป๋าคนละใบ แต่ที่พิเศษคือพี่ชิวหรือเฮียชิวของพวกเรา ทำหน้าที่แบก ส.ค.ส ยาวปรี๊ด ดูแล้วเหมือน เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้แบกบาซูก้า ผมเองก็เสียวๆว่าตรวจคนเข้าเมืองของฮ่องกงจะให้เข้าหรือป่าว (ฮ่าๆ..ฮิ้ว..) พวกเราเรียก Taxi เข้าเมืองเพื่อตรงไป ณ.จุดหมายที่เราได้ทราบมาว่าท่านนายกท่านพักอยู่ ยอมรับว่าพวกเราก็เสี่ยงดวงเหมือนกันกับการเดินทางครั้งนี้ (ค่า Taxi คิดเป็นเงินไทยแล้วแพงมากครับ) เราตกลงกันว่าเราจะแยกเป็นสองกลุ่ม คือผมและพี่ๆอีกสามท่านนั่งรถล่วงหน้ามาก่อนจะไปรอที่ Lobby โรงแรมที่ท่านพัก อีกกลุ่มจะรอตรงโถงทางเข้าซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้า เนื่องจากทราบข้อมูลจากสมาชิกที่เคยมาพบท่านได้บอกเราไว้
Port City ที่พวกเราได้ไปถึงเป็นทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงแรม และท่าเรือด้วย พี่อัมรินทร์ ลุงยิ้ม พี่ Pocket และผม ตรงดิ่งไปที่ Lobby ของโรงแรม และอีกกลุ่มซึ่งตามมาทีหลัง มีพี่ Daddy คุณแมว Big Cat พี่ลำปางและพี่ชิว นำขบวนรออยู่ตรงโถงทางเข้า ผมรออยู่นานเหมือนกันครับ กังวลเล็กน้อยว่าทางกลุ่มที่ตามมานั้นจะมาถูกหรือปล่าว เพราะว่าไม่มีใครคุ้นเคยสถานที่นี้เลย ผมเดินออกมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อเดินมาดูว่ากลุ่มที่สองที่มาถึงหรือยัง ก็โล่งอกครับ ที่เห็นพวกเรายืนจับกลุ่มคุยกันโขมงโฉงเฉง แต่ที่ผิดสังเกตุก็คือทุกคน ออกอาการตื่นเต้นพูดกันแบบไม่หยุด “เจอท่านนายกแล้ว” น้ำเสียงบอกด้วยความตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดให้ฟัง(ก็เล่นแย่งกันพูด) ผมเอ๋อไปเลยแต่พยายามคุมอารมณ์ อิๆๆ พอจับความได้ก็ได้เรื่องว่า ท่านนายกเดินออกมาจากร้านอาหารตรงทางเข้า ท่านมาทานกลางวัน(อย่างที่เห็นในVDO ล่ะครับฮือๆๆผมไม่ได้อยู่ด้วย) และท่านนายกก็บอกไว้ว่า ท่านจะไปคุยธุระอีกสองมิตติ้งแล้วจะแวะมาคุยด้วย (ผมหูอื้อ ตาลาย คล้ายว่าอิจฉาเพื่อนๆ ที่เจอท่านนายกก่อนเรา) ก็สรุปกันตามนั้นว่าประมาณบ่ายสามโมงของเวลาที่ฮ่องกง ท่านจะมานั่งคุยด้วยที่ร้านกาแฟตรงกลางห้าง โดยท่านได้บอกทางผู้ติดตามของท่านให้พาพวกเราไปนั่งพักผ่อนก่อน แล้วท่านก็ไปประชุมต่อ ทราบทีหลังว่าท่านมีประชุมทั้งวันและก็หลายที่ด้วย แต่ท่านก็กรุณาพวกเรามากๆที่ท่านให้โอกาสพวกเรา ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกทักษิณ นายกในดวงใจของพวกเราอย่างสูงเลยครับ พวกเราตั้งใจว่าจะเข้าไปโรงแรมที่พักที่พวกเราจองไว้เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอาของไปเก็บ แล้วค่อยออกมารอท่านที่ร้านกาแฟ แต่สุดท้ายเปลี่ยนแผนเนื่องจากว่าเราตัดสินใจว่าจะรอท่านที่ Port City เลย พบท่านแล้วค่อยเข้าโรงแรมที่พักแล้วกันเพราะว่าเวลาเหลือไม่นาน(กลัวพลาดนัดน่ะล่ะครับ) ระหว่างรอเราก็เดินเล่นบ้างไปหาอะไรรองท้องบ้าง ผมเองและพี่ๆสองสามท่านไปหาข้าวกินเพราะว่าเริ่มหิว
อากาศที่เกาะเกาลูนนี่สบายๆครับไม่ร้อนไม่หนาว หลังจากที่อิ่มกับมื้อแรกที่เกาลูนแล้วเราก็กลับมาจุดนัดหมายผมเองก็ยิ่งทวีความตื่นเต้นเข้าไปอีก สมองผมสับสนมากเลยครับเพราะคิดไปต่างๆนานาว่า ท่านจะเหมือนในรูปหรือป่าวนะ ท่านจะคุยกับพวกเราแบบไหน เราจะรบกวนเวลาท่านหรือปล่าวผมคิดไปเรื่อยเปื่อย รอบๆร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ท่าทางจะแพงเอาเรื่องสำหรับสินค้าในร้าน ผมก็กวาดสายตาไปรอบๆ จากระยะประมาณ 15 เมตร ภาพบุคคลที่ผมเองเฝ้ามองผ่านรูปถ่ายและ Clip VDO มาตลอดเกือบสองปี ตอนนี้เขาคนนั้นกำลังเดินตรงมาหาพวกเรา ท่านเดินยิ้มมาแต่ไกล สูทแบบลำลองที่คุ้นตา และแววตาที่จริงใจผมจำได้ดีนั่นคือ นายกในดวงใจของผมและของพวกเรา ท่านพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เสียงพวกเราบอกอย่างดีใจว่าท่านนายกมาแล้ว พวกเราไหว้ทักทายท่าน อย่างชื่นมื่นครับ ผมเองน้ำตาจะไหลแล้วล่ะเพราะดีใจมาก ท่านเข้ามาร่วมวงสนทนากับเราแบบเป็นกันเองมากๆ ผมเองจำอะไรแทบไม่ได้จำได้แต่ว่า ผมเอาแต่นั่งจ้องท่านแบบตาไม่กะพริบอยู่นาน(พี่ Pocket ยิ่งกว่าผมอีก นั่งนิ่งเป็นหุ่น..ฮา.) ทำอะไรไม่ถูกครับเหมือนว่าสมองของผมเข้าสู้โหมดตะลึงไปนานมากๆ ภารกิจปฏิบัติการ ส่ง ส.ค.ส ก็ได้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วล่ะครับ คือเอา ส.ค.ส ที่พวกเราสมาชิกและพี่น้องชาวไทยจากท้องสนามหลวงได้เขียนอวยพรให้ท่าน เราบอกท่านว่านี่เป็น ส.ค.ส ที่พวกเราได้ร่วมกันเขียนและจัดทำให้ท่านแต่บอกว่าขนาดใหญ่มาก ท่านร้องโอ้โหเลย...แต่ที่ดีใจมากๆเพราะท่านบอกว่าจะเอาไปติดที่บ้านที่อังกฤษ นอกนั้นยังมีจดหมายจาก คอลัมน์ถึงคนที่คิดถึง และยังมีจดหมายจากสมาชิกที่ส่งมาจากหลายที่(ส่วนใหญ่ท่านอ่านทันทีครับ) และของอีกหลายๆอย่าง ที่เราเอาไปมอบให้ท่านในนามของ ชมรมคนคิดถึงทักษิณ พวกเราโดยพี่อัมรินทร์เล่าให้ท่านฟังว่า มีคนที่คิดถึงท่านมากมายและพูดถึงเรื่องราวของพวกเราชมรมคนคิดถึงทักษิณ ว่าไปทำอะไรกันมาบ้าง ใจจริงผมอยากถ่ายทอดออกมาให้มากที่สุดแต่ผมต้องขออภัยจริงๆที่ไม่สามารถเอามาลงไว้ในนี้ได้หมดเพราะว่าเราคุยกันหลายเรื่องเยอะแยะไปหมด ท่านเป็นกันเองกับพวกเรามากๆ ที่ผมประทับใจอีกเรื่องคือเวลาฟังท่านพูดเหมือนได้เรียนเศรษฐศาสตร์ครับ วิสัยทัศน์ของท่านนั้กว้างไกลมาก สามารถทำได้จริงและเห็นเป็นรูปธรรมได้ไม่ยากหากได้ฟังท่านอธิบายแล้วล่ะก็เข้าใจได้ง่ายๆจริงๆ แต่ที่ผมรู้สึกและสัมผัสได้ก็คือ ท่านห่วงบ้านเมืองมากครับ ท่านห่วงเรื่องเศรษฐกิจ ห่วงเรื่องปากท้องของประชาชน นี่ล่ะครับนายกของประชาชนจริงๆ
พวกเราได้มอบเข็มกลัดอันเล็กและขออนุญาตติดเข็มกลัดให้ท่านด้วย เราได้เอารูปตอนเปิดตัวชมรมฯที่มีรูปท่านยืนขนาดเท่าตัวจริงของท่าน “โอ้โหนี่ผมไปด้วยนี่ เหมือนจริงๆ แต่ผมหล่อกว่านี้นะ..” อารมณ์ขันของท่านมีอยู่เสมอๆ ท่านดูสบาย ท่านพูดถึงคุณหญิงพจมาน ที่เพิ่งกลับเมืองไทยไปก่อนหน้าที่พวกเราไปพบท่านแค่สองวันเท่านั้น ท่านก็บอกว่าหากท่านกลับไปก็ไม่อยากให้เป็นปํญหาเพราะท่านอยากให้บ้านเมืองสงบ แต่พวกเราก็บอกท่านว่าประชาชนรอท่านกลับบ้านครับ เชื่อว่ามืดฟ้ามัวดินแน่ๆ ท่านกล่าวขอบคุณพวกเราทุกคนที่รักและห่วงท่าน สุดท้ายท่านนัด
เราทานข้าวเย็นด้วยเพราะว่ารุ่งขึ้นท่านต้องเดินทางไปอังกฤษ เราได้เอาเสื้อชมรมให้ท่านได้เซ็นและอีกหลายอย่างในมื้อเย็นวันนั้นครับ จากภาพถ่ายที่บันทึกไว้ จากถ้อยคำที่ได้สนทนากับท่านอย่างเป็นกันเอง บทสนทนาในโต๊ะอาหารที่ท่านนายกมานั่งทานกับพวกเรา ผมเองและหลายๆท่านแทบไม่ได้ทานอะไรมากเลยเพราะว่าปลื้มสุดๆ จนท่านนายกต้องคอยกระตุ้นว่าทานสิ อันนี้อร่อยนะ ในบทสนทนานั้นอบอวลไปด้วยความประทับใจ แต่ช่วงหนึ่งเล่นเอาผมและพวกเราทุกคนต้องเงียบ เมื่อท่านเล่าว่าท่านต้องพาคุณหญิงไปทำเรื่องผู้ลี้ภัยในอังกฤษ ผมรู้สึกขมในลำคอ “ผมเป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่ต้องพาแฟนไปทำเรื่องเรฟูจี” ผมเองต้องแอบปาดน้ำตาครับ เมื่อมาถึงตรงนี้อยากจะบอกว่า ท่านครับ ท่านต้องสู้นะครับ พวกเราจะอยู่ข้างท่านตลอดไป
สิ่งเหล่านี้ยากเหลือเกินที่จะลืมเลือนในชีวิตคนธรรมดาๆอย่างผมที่ได้พบบุคคลที่ศรัทธาและชื่นชอบและนับถือจากใจ ผมได้สัมผัสถึงพลังแห่งความจริงใจที่ท่านมอบให้พวกเรารวมถึงประชาชนในเมืองไทยผ่านทางวิสัยทัศน์ของท่าน แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายก แต่ท่านคือนายกของผมและของพวกเราตลอดกาล ผมคงไม่กล่าวเกินจริงนะครับ หลังจากนั้นเราได้ร่ำลาและขอถ่ายรูปกับท่านเป็นที่ระลึกและเป็นครั้งแรกของผมและพวกเราหลายคนที่ได้ยืนข้างๆท่าน ผมมือไม้สั่นไปหมดตอนที่เข้าไปถ่ายรูปด้วย ส่วนบรรดาสมาชิกสาวๆ ก็ไม่ยอมให้เสียโอกาส ขอกอดนายกในดวงใจของเรากันทุกคน หลังจากท่านเดินออกจากห้องอาหารไปแล้วพวกเรามองหน้ากันแล้วเงียบไปแว้บหนึ่ง เฮ้...เราส่งเสียงและปรบมือพร้อมกัน จากนั้นเราก็กลับที่พัก เพราะอยากกลับไปนอนเพื่อเตรียมตัวเดินโต๋เต๋ในเกาลูน ที่เขาว่ากันว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อป ผมเองได้พักห้องเดียวกับพี่ลำปาง แต่กว่าจะได้นอนก็เกือบตี2เพราะว่ามัวแต่คุยกันและบทสนทนานั้นก็มีแต่เรื่องท่านนายกครับและวันอันยิ่งใหญ่ของพวกเราก็หมดลงและภารกิจเราได้ลุล่วงไปอีกหนึ่งภารกิจ ต่างคนต่างเก็บเอาความปลาบปลื้มไว้เป็นความทรงจำ
เพื่อเป็นพลังใจในการทำสิ่งดีๆเพื่อสังคมและเพื่อนายกที่รักของพวกเราได้กลับบ้าน เนื้อที่หมดแล้วครับจริงแล้วอยากเล่าให้ฟังมากกว่านี้แต่ว่าเอาไว้คุยกันในเวปบอร์ดจากท่านสมาชิกที่ร่วม Trip นี้ไปด้วยกันนะครับ ต้องลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้และขออวยพรปีใหม่ย้อนหลังให้ทุกท่านเลยนะครับพบกันใหม่กับเก็บมาเล่าตอนหน้าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆดีมาเล่าให้ฟังอีก จนกว่าจะพบกันอีกครั้ง สวัสดีครับ
นายโอ๊ต...
ที่มา : ชมรมคนคิดถึงทักษิณ







