WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 21, 2008

'สมัคร' ถือคติ'ทำสิ่งที่พึงทำ เว้นสิ่งที่พึงเว้น'

สมเด็จพระสังฆราช ประทานโอวาทเนื่องในวันมาฆบูชา คติประจำใจ 'สมัคร''ทำสิ่งที่พึงทำ เว้นสิ่งที่พึงเว้น รู้จักตัดสินใจให้ถูกกับสถานการณ์'

สมเด็จพระสังฆราช ประทานโอวาทเนื่องในวันมาฆบูชาว่า 'เจริญพร ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันมาฆบูชาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พุทธศักราช 2551 ตรงกับวันที่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกาศหัวใจพระพุทธศาสนา 3 ประการ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ท่ามกลางพระอรหันตขีณาสพ 1,250 รูป ฉะนั้นเมื่อวันมาฆบูชา มาถึง เราทั้งหลาย ควรทำการบูชาด้วยการปฏิบัติธรรม เพื่อความสุข ความร่มเย็น แก่ประเทศชาติบ้านเมือง และเพื่อนร่วมโลกสืบไป'

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าถวายสักการะมหาเถรสมาคม ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐมว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามีอยู่ 5 วัน เท่านั้นเอง อย่างน้อยที่สุดชาวพุทธ ร้อยละ 95 ควรเอาใจใส่เรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีธรรมะหรือคติประจำใจที่ใช้ยึดเหนี่ยวในการทำงาน

นายสมัคร กล่าวว่า 'ทำสิ่งที่พึงทำ เว้นสิ่งที่พึงเว้น รู้จักตัดสินใจให้ถูกกับสถานการณ์' คือคติประจำใจ 2 คำแรกอยู่ในประกาศนียบัตรที่บิดาได้รับพระราชทานเหรียญตราสมัยรัชกาลที่ 6 จะมีคำสั่งสอนคนที่ได้รับเหรียญตรา บิดานำมาติดเรียงข้างฝาเป็นแถว ก็จำมาตั้งแต่เด็ก และนำมาเติมเข้าไปว่า รู้จักตัดสินใจให้เข้ากับสถานการณ์เท่าเองไม่มีอะไรพิเศษ

เสวนา 6 ตุลา ใคร? ทำร้ายประชาชน



ผู้ที่มีปัญหาในการรับชม กรุณากดหยุดเล่นวีดีโอชั่วคราว (pause) ไว้ แล้วกลับมาชมภายหลังค่ะ
รายการสภาสนามหลวง สถานี PTV นำเสนอการเสวนาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยแขกรับเชิญ อ.จรัญ ดิษฐาอภิชัย, น.พ.เหวง โตจิราการ และคุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย กลุ่มคนเดือนตุลาที่จะมาเล่าที่ถึงมาที่ไปของเหตุการณ์ ใครอยู่ฝ่ายไหน ใครควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์
จาก hi-thaksin

มิ่งขวัญอาสาเจรจาคลังเว้นภาษีอัญมณี

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับปากจะ เจรจากับกระทรวงการคลังขอยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มธุรกิจเครื่อง ประดับและอัญมณี พร้อมเตรียมผลักดันให้เป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ภายใน 3 ปี

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ตอบรับที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับกระทรวงการคลัง ในการเจรจาขอยกเว้นเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับ ตามข้อเสนอของภาคเอกชน โดยประกาศจะ ยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับให้เป็นสินค้าส่งออกดาวรุ่ง ทำรายได้เข้าประเทศ 4-5 แสนล้านบาทภายใน 3 ปี

ด้านนายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย กล่าวว่า เดิมรัฐบาลยกเว้นภาษีเฉพาะผู้ที่ขอรับการ ส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ และรายที่จดทะเบียนกับกรมสรรพากรเท่านั้น จึงได้ เสนอให้รัฐบาลยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายกลางและเล็กไม่ได้รับประโยชน์ และหากรัฐบาลยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ก็จะทำให้ไทยเป็นแหล่งดึงดูด วัตถุดิบอัญมณีจากทั่วโลก สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้เข้าประเทศได้จากการส่งออกมูลค่ามหาศาล รวมทั้งจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.5-2 ล้านคน จากปัจจุบันมีการจ้างงานประมาณ 1,000,000 คนในอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ ทั้งนี้ ในปีที่แล้ว สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่าส่งออกประมาณ 180,000 ล้านบาท ขณะที่ ในปีนี้คาดจะมีมูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 220,000 ล้านบาท


ที่มา : www.becnews.com

ถอยหลังลงคลอง [21 ก.พ. 51 - 18:59]

ผมเคยเปรยๆไปบ้างแล้วว่า พลังประชาชนกับประชาธิปัตย์ เหมือนมวยถูกคู่ ระหว่างนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ระหว่างอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ หรือหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพาะบ่มรังสีอำมหิตทางการเมืองเอาไว้เต็มตัว

เปิดช่องเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

สามารถขุดเอาเรื่องเมื่อ 30 ปีที่แล้ว มาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง เป็นประเด็นวิวาทะได้ก็ไม่ธรรมดา เก๋าเกมด้วยกันทั้งสองฝ่าย เข้าตำรา ไก่เห็นตีนงู งูก็เห็นนมไก่

บรรยากาศการประชุมสภาแถลงนโยบายนัดแรก ดุเด็ดเผ็ดมัน เด็กและเยาวชนจะเห็นประเพณีการเมืองที่ย้อนยุคไปอย่างคาดไม่ถึง เช่น เรื่องของการสบถสาบาน อีกหน่อยก็อาจจะมีอุปกรณ์แปลกๆ เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการอภิปรายในสภาอาทิ สากกะเบือ เป็นต้น

เรื่องการใช้วาจาเสียดสี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สงคราม น้ำลาย เรื่องจะงัดเอา หลักฐานเท็จ ของปลอมมาโชว์ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา

เราจะเห็นการเมืองถอยหลังลงคลองกันเต็มตา

คำถามก็คือว่า แล้วสังคมจะได้อะไร เราเคยผ่านช่วงนั้นมาแล้วอย่างเจ็บปวด คำว่า น้ำเน่า ฝักถั่ว ตู้เอทีเอ็ม หรือสภาโจ๊ก มันบ่งบอกถึงความพัฒนาทางการเมืองว่าอยู่ระดับไหน

แล้วคำว่า ปฏิรูปทางการเมือง ที่อ้างกันนักอ้างกันหนา เสียเงินเสียทองกับคำว่าปฏิรูปทางการเมืองไปเท่าไหร่ ไปไหนเสียแล้ว ถึงยุคที่นักการเมืองต้องเก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก

หันมาสู้กันด้วยวิชามาร

ประชาธิปัตย์นั้นเล่นการเมืองจนเข้าสายเลือด ใช้ความสามารถทางวาจา เล้าโลม ชักจูง ให้เกิดความศรัทธาจากประชาชน เพราะฉะนั้น ส.ส.ของประชาธิปัตย์จึงพูดเก่งทุกคน แต่ฝีมือการทำงานอีกเรื่อง

ในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกกลืนเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างน่าเสียดาย ถ่ายทอดกันไปรุ่นต่อรุ่น วันใดที่มีความคิดแปลกแตกต่างก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ปรากฏการณ์ ทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้มข้น จึงเกิดขึ้นหลายครั้ง หลายหน

จนตกผลึกกลายเป็นพรรคการเมืองภาคนิยม

วันหนึ่ง เมื่อมีพรรคไทยรักไทย เน้นนโยบายประชานิยมมากกว่าคำพูด เน้นให้เห็นการปฏิบัติจริงมากกว่าใช้วาจาเชือด เฉือน ประชาชนเริ่มเห็นการเมืองที่สัมผัสได้ มีกินมีใช้ ได้สิทธิการรักษาพยาบาล เห็นความเจริญและพัฒนาไปข้างหน้า

โฉมหน้าทางการเมืองจึงค่อยๆเปลี่ยนไป

แต่มาวันนี้ พลังประชาชนภายใต้การนำของสมัคร สุนทรเวช กำลังจะย้อนอดีต การเมืองกำลังจะคลุกฝุ่น หันไปมองสภาพี่เลี้ยง เห็น ส.ว.ที่มาจากการสรรหาแล้วว้าเหว่ พันธมิตรก็มา ไม่เอาทักษิณ ก็มา หนุนปฏิวัติก็มา วิกฤติการเมืองกำลังจะเริ่มต้นอีกกระทอก.

หมัดเหล็ก

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

“หมัก” เล่นคนเดียวก็ได้ [21 ก.พ. 51 - 03:36]

นึกว่าจะมีแค่ “มวยจอตู้” ฝ่ายที่ทำคู่ต่อสู้มีแผลแตกเย็บ “แอนตาซิล” แจกเข็มละ 500 สปอนเซอร์อัดฉีดเข็มละ 1,000 บาท แผลใหญ่ยิ่งได้เงินมาก แผลเล็กก็ได้เงินน้อย

กับมุกล่าสุดของ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี อ้างมีคนกระซิบ

“ขณะนี้มีคนตั้งรางวัลไว้ ใครที่สามารถทำให้ผมตบะแตกน้อย จะจ่าย 10,000 บาท ตบะแตกมากให้ 50,000 บาท แต่ขอรับรองได้ว่า ไม่มีใครได้รับรางวัล”

ใครหนอช่างคิดกันได้

และก็ไม่ได้พูดอย่างเดียว โดยลีลาการสัมภาษณ์ล่าสุด สังเกตว่า “ลุงหมัก” พยายามพลิกบทเล่นเป็นคนแก่อารมณ์ดี ไม่นอตหลุดง่ายๆ

ขนาดที่ว่านักข่าวแกล้งกระเซ้าถามเรื่องแทงใจ ผลงานชิ้นแรกที่จะทำให้ประชาชนยิ้มได้คืออะไร นายสมัครยังตอบแบบกลั้วหัวเราะ

“แนะนำให้ไปดูก่อนบ่ายคลายเครียด”

และกับปมที่ซีเรียสสุดๆ ยุทธการเจาะเวลาหาอดีต “6 ตุลา 2519” ที่ทำท่าจะบานไม่หุบ แม้แต่คนฝ่ายเดียวกันเองอย่างนายอดิศร เพียงเกษ หรือ “สหายศรชัย” ที่เคยมีอดีตหนีเข้าป่า ยังอดรนทนไม่ไหวต้องออกมาเฉ่งปากนายกฯสมัคร อย่าล้อเล่นกับประวัติศาสตร์ ทำมิตรเป็นศัตรู

แนวรบคนเดือนตุลาแปรรูปขบวนเข้าหา ตั้งป้อมดาหน้าถล่มทุกทิศทุกทาง

โดยสไตล์มวยบู๊ชนดะ ไม่ยอมใคร “ลุงหมัก” พลิกคาแรกเตอร์วูบเลย

“เรื่องนี้ขอให้ยุติ มันจบแล้ว ขีดเส้นใต้สองเส้น ที่ผ่านมาก็พอเพียงแก่เหตุแล้ว ทำงานสักที”

ตีกรรเชียงถอยเข้ามุม

นี่แหละที่น่าเอะใจ ต่อเนื่องจากคิวที่ “ลุงหมัก” ลงทุนลุกขึ้นสาบานกลางสภาฯ ถ้าหากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ขอให้มีอันเป็นไป

งัดมุกเด็ด ทิ้งไพ่ตาย

ถ้าย้อนกลับไปดูเทปเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ จะเห็นว่า จุดเริ่มต้นมาจากลูกติดพัน เปิด ฉากจากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้วไล่ลูกระนาดไปถึงเรื่องปิดกั้นสื่อ สมัยนายสมัครเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่สั่งปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุด

เหมือนเขี่ยลูกเปิดเกมให้

“ลุงหมัก” ที่นั่งอั้นฉี่ ทนหิวตาลายรอจังหวะอยู่ รีบลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิงทันทีทันใด

ได้โอกาสย้อนอดีตเหตุการณ์คาบเกี่ยวในสมัยที่ตัวเองเดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในห้วงเวลาวุ่นๆในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แจกแจงได้เป็นฉากๆ อธิบายเงื่อนเวลาได้เป็นคุ้งเป็นแคว ก่อนจะทิ้งไพ่ตาย ยืนสาบานกลางสภาฯ

วัดใจกันแบบไทยๆ

โดยลีลาเหมือนเป็นความตั้งใจที่ใช้เวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลชี้แจงออกอากาศสดๆทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุรัฐสภา อธิบายแบบยาวๆ

โดยได้ตัวละครที่เรียกเรตติ้งอย่าง “อภิสิทธิ์” และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยเรียกคนดู

อย่างน้อยๆ นายสมัครก็ได้พูดในสิ่งที่อยากจะอธิบาย และคนฟังบางส่วนก็ได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรับฟังมาก่อน

จะฟังใคร เชื่อหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

ตามเกม “สมัคร” น่ะเก๋าอยู่แล้ว โดยลีลาของเสือเฒ่าลายครามเอาตัวรอดได้สบายๆ

แต่ที่ไม่แน่ใจว่ามามุกไหน กับคิวของ “สิงห์เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ออกมาเล่นบทคนรู้จริง อ้างตัวเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันเสียงแข็ง

“เรื่องของเรื่องมันมีตำรวจกองปราบฯคนหนึ่ง เป็นร้อยตำรวจโทขี้เมา ตอนนี้ตายไปแล้ว มันไปเที่ยวมาตอนดึก แล้วเมาเหล้า ทำปืนลั่นอยู่ข้างๆผม ตรงต้นมะขาม จึงพัฒนาไปสู่การต่อสู้ แล้วมีการทำร้ายซึ่งกันและกัน เรื่องนี้ยังไม่เคยเล่าให้ใครเลย”

โยน “ไอ้ปื้ด” รับมุกอีกตามเคย

โดยลีลาก็ยังน่าสงสัย เกมนี้เป็นการช่วยเบี่ยงกระแส แอ่นอกรับแรงเสียดทาน ช่วยเคลียร์เผือกร้อนให้ หรือจะยิ่งล่อเป้าไปกันใหญ่

เดาทาง “สิงห์เหลิม” ไม่ออกจริงๆ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

เขตปกครองพิเศษ

เราก็ไม่ทราบว่า แนวคิด “เขตปกครองพิเศษ” สว่างวาบขึ้นมาในสำนึกของ “รัฐมนตรีฯ มหาดไทย” ได้อย่างไร???
เราก็ไม่ทราบอีกเช่นกันว่า บุคคลมันสมองระดับ “ปริญญาเอก” หรือดอกเตอร์ทางด้านกฎหมาย มีแนวความคิดในการบริหารจัดการกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในลักษณะเช่นนี้ได้อย่างไร???!!!
แน่นอน...ย่อมต้องใช่ “ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย!!!
ซึ่งเป็นกระทรวงหลักควบคู่กระทรวงกลาโหม
ในการแก้ไขปัญหา “ความไม่สงบ” ของจังหวัดชายแดนใต้ และอีก 73 จังหวัดของประเทศไทย
เป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ประกอบด้วย ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี กับอีกบางส่วนของจังหวัดสตูลและสงขลา???!!
เพราะคำว่า “เขตปกครองพิเศษ” มันก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับคำว่า “รัฐบาลแห่งชาติ”
นั่นแหละ ซึ่งรัฐบาลแห่งชาติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ประเทศระส่ำจาก “ภาวะสงคราม” เท่านั้น
เป็นภาวะที่ประเทศชาติเผชิญกับความระส่ำระสาย-ข้าวยากหมากแพง-ฉกชิงวิ่งปล้น...ประเทศระส่ำจากภาวะสงครามจากภาวะการเมือง-การทหาร และการปกครอง???...
เมื่อเกิดวิกฤติเช่นว่า ทุกฝ่ายก็ต้องผนึกรวมตัวขึ้นเป็น “หนึ่งเดียว” เพื่อกอบกู้วิกฤติ เพื่อสร้าง “รัฐบาลแห่งชาติ” ในการกอบกู้วิกฤติให้คืนสู่ภาวะปกติ
แต่กับลักษณะของ “โจร” ลักษณะของการ “ก่อความไม่สงบ” และ “ฆ่ารายวัน” เพื่อดึง “มวลชน” เข้าเป็นพวก เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้มวลชน
เพื่อกันมวลชนออกจากภาครัฐ เพื่อกันประชาชนออกจากการเป็น “พยาน” หรือให้ปากคำที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายรัฐของผู้ก่อความไม่สงบ
ที่พัฒนาจาก “โจรกระจอก” ในรัฐบาล
ยุคหนึ่งมาสู่รัฐบาลรัฐประหาร และก้าวผ่านสู่รัฐบาลประชาธิปไตยยุคนี้...มันกลายเป็นกองกำลังที่ทรงศักยภาพและพลานุภาพที่น่ากลัว???!!!
ทรงพลานุภาพ เพราะแผนปฏิบัติการที่
เฉียบขาดฉับพลัน และ “เข่นฆ่าทำลาย” ชีวิตของประชาชน-ทหาร-ตำรวจ อย่างเด็ดขาดและ
มีประสิทธิภาพยิ่ง!!!
เข่นฆ่าทำลายมาในระยะเวลา 5-6 ปี อย่างมากมายมหาศาลนับหมื่นศพ?!!!
นี่คือประวัติศาสตร์แห่งการสูญเสีย...เป็นการสูญเสียชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นการสูญเสีย “กำลังรบ” กำลังพลของกองทัพและตำรวจโดยใช่เหตุ...เป็นการสูญเสียที่ไม่คุ้มและไม่สมเหตุสมผล???!!!
ไม่สมเหตุสมผลเพราะนี่ “ไม่ใช่สงคราม” แต่เป็นเพียงการ “ก่อความไม่สงบ” ของคนเพียงไม่กี่หยิบมือ ที่พยายามแอบอิงเอา “ศาสนา” ขึ้นมา
บังหน้า??!!!
เพื่อสร้าง “สงครามศาสนา” เพื่อสร้าง
“ความชอบธรรม” ขึ้นมาบังหน้าเท่านั้น....แล้วเราจะ “หลงทาง” กับจิตวิทยาชั้นอนุบาลนี้ล่ะหรือ???
เหยี่ยว อหังการ์

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

ถาม-ตอบ

คนเขียนหนังสือ...ก็ต้องมีคนอ่าน คนอ่าน
หนังสือก็ต้องเขียนหนังสือ
แต่ละวัน...มีจดหมายทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็น
ด้วย...เข้ามาทุกวัน....แต่กับข้อเขียนเรื่อง “คัมภีร์
ปฏิวัติ”
เขาถามมาว่า เขียนขึ้นมาทำไม...
ก็ต้องตอบว่า....ประเทศนั้นเป็นส่วนสำคัญ
ที่สุด เพราะประเทศ...ที่แปลว่า “บ้านเมืองหรือ
แว่นแคว้น” นั้น คือ ถิ่นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์
หลายๆ เผ่าพันธุ์หรือหลายร้อยหลายพัน
เผ่าพันธุ์ไม่มีประเทศอยู่....บางเผ่าพันธุ์เคยมี
ประเทศแล้วสูญเสียไป กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่มี
ประเทศ
ประเทศสำคัญขนาดนั้น...สำคัญกว่าผู้
ปกครองประเทศ
ก่อน 19 กันยายน 49 เรามีรัฐบาล
ปกครองประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง...หลัง 19
กันยายน เรามีรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ
ของกองทัพ...หลังวันที่ 23 ธันวาคม 50 รัฐบาล
จากการเลือกตั้งกลับมา...
แต่พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย...ความฉิบหาย
วอดวายของประเทศในระหว่างวันเวลาดังกล่าว...
มันไม่มีบทเรียนไว้สอนใครทั้งสิ้น...
ประชาชน...ผนึกกำลังกันแน่นหนา...แสดง
ประชามติ...ยืนยันการต่อต้านการยึดอำนาจ...
ปฏิเสธแนวร่วมเผด็จการสารพัดพรรค ปักหลัก
ช่วยให้พรรคพลังประชาชนกลับมาสู่อำนาจ
ครั้งใหม่...
แต่พรรคพลังประชาชน...ให้ความเคารพต่อ
ประชาชนที่เลือกเขามาหรือไม่...พรรคปฏิเสธ
ผู้สนับสนุนพรรค...ปล่อยปละให้สิ่งโสโครกสกปรก
เน่าเหม็น...เข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน
พรรคตัดประชาชนทิ้งไป
เรา...เขียนเรื่องคัมภีร์ปฏิวัติ...เพื่อบอกกล่าว
กับ “นักการเมือง” ที่กำลังเหลิงอยู่กับอำนาจใน
วันนี้...ได้รับรู้ว่า...ถ้า “ทหาร” ฉลาดกว่านี้...พวกท่าน
ที่กำลังเสพสมอยู่กับอาจมแห่งอำนาจกันอย่าง
ตะกรุมตะกรามนั้น...อาจจะสูญเสียอำนาจไป
ยาวนานหรือตลอดกาลก็ได้...
เขาถามมาว่า “ถ้าทหารปฏิวัติแล้วยึด
ครองแม่งตั้งแต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ.
แถมมีปืนอยู่ในมือ ประเทศชาติไม่ยิ่งฉิบหาย
กว่านี้หรือ”
เราถามว่า...ถ้า...นักการเมืองได้อำนาจแล้วใช้
อำนาจกันอย่างเมามัว มีแต่คนชั่วคนเลวปกครอง
ประเทศแล้ว ประเทศชาติจะไม่ฉิบหายหรือ...
ครับ...เขียนขึ้นมาเพื่อจะเตือนว่า...ประเทศ
จะเปลี่ยนผู้นำชั่วด้วยตัวของมันเอง...ไม่ว่าผู้นำนั้น
มันมาจากประชาธิปไตยหรือเผด็จการ
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์


เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าเว็บไซต์

ใบไม้แห้งเปื่อยๆ ลอยน้ำมาสำหรับคนที่กำลังหมดเรี่ยวแรง กำลังจะจมน้ำและตาย แค่เห็นใบไม้แห้งลอยน้ำมา แม้จะรู้ว่า เป็นใบไม้ที่เปื่อยยุ่ยมากแล้ว แต่ก็เห็นว่ามันมีคุณค่ามากและจะต้องรีบคว้าเอาไว้ เผื่อว่าจะใช้พยุงกายไม่ใหจมน้ำตาย9 กันยายน 2549 “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นเครื่องบินออกจากประเทศไทยไปเยือนประเทศเม็กซิโก โดยมีเป้าหมายสุดท้ายที่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุมสหประชาชาติ และกระทั่งวันนี้ทักษิณก็ยังไม่ได้กลับบ้านเพราะถูกทหารปฏิวัติและแม้ว่าคณะปฏิวัติจะยับเยินไปแล้ว โดยประชาชนให้คำตอบด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ที่แปรสภาพไปจากพรรคไทยรักไทย จนเป็นพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. เข้ามามากที่สุด ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่23 ธันวาคม 2550 และ “สมัคร สุนทรเวช” ที่ทักษิณไปขอให้มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน สามารถที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ แต่กระทั่งบัดนี้ เวลาของรัฐบาลลุล่วงเลยมาได้เดือนเศษแล้ว แต่ทักษิณก็ยังไม่กลับบ้าน

เพราะถ้ากลับมาก็มีเงื่อนไขสำคัญที่ทักษิณจะต้องทำทันที ก็คือไปมอบตัวกับตำรวจ จากที่โดนออกหมายจับคดีซื้อที่ดินรัชดา และต้องไปมอบตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองในทันทีที่มาถึงไทย เช่นเดียวกับที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ปฏิบัติมาแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ “ทักษิณ ชินวัตร” จะต้องยอมรับก็คือ แม้วันนี้พรรคพลังประชาชนจะชนะเลือกตั้งและได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลตอบแทนที่เจ็บมากใกล้เที่ยง 20 ก.พ.51 หลังจบประชุม ครม. แล้ว นายกฯ สมัครสุนทรเวช ลงมาตอบคำถามนักข่าวที่หน้าตึกสำนักงานเลขาธิการครม. ประเด็นหนึ่งนักข่าวถามว่าเป็นห่วงเรื่อง รมว.มหาดไทย ที่มีความขัดแย้งภายในพรรคผ่านทางเว็บไฮ-ทักษิณ หรือไม่นายกฯ สมัคร…ผมไม่ได้ดูเอง มีคนพิมพ์มาให้อ่านตามสมควรถ้าเจอก็ขอความกรุณาใส่ซองมาให้วันอังคารหรือวันศุกร์ ขอให้ได้อ่านหน่อยจะได้รู้ว่าขัดแย้งอย่างไรนักข่าวถาม…รัฐบาลจะเข้าไปแก้ไขเว็บไซต์นี้หรือไม่นายกฯ สมัคร…

รัฐบาลพยายามแก้ไขเว็บไซต์สำคัญที่จาบจ้วงต่างๆ ถ้าเทียบกันแล้วเรื่องของพรรคเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ๆ เป็นเรื่องที่จะแต่สำหรับทักษิณกับวงศ์วานว่านเครือและบริวารการค้าแล้วคนไทยกลุ่มหนึ่งยังเกลียดชังอยู่มาก ขณะที่ฝ่าย “ศักดินา” เองก็มีคำถามอยู่ว่า ไว้วางใจทักษิณสนิทแนบ…แน่นแล้วหรือ แม้ว่าจะเอาคน “ขวาจัด” อย่าง “สมัคร สุนทรเวช” มาเป็นนายกรัฐมนตรีให้ก็ตาม“ผู้นำกองทัพ” ที่สงบปากสงบคำลงไปนั้นไม่ใช่เพราะกลัวทักษิณแต่เพราะยอมรับกติกาของระบอบประชาธิปไตย เมื่อประชาชนลงคะแนนเลือกคนของพรรคพลังประชาชนมามากที่สุด ผู้นำทหารก็ยอมรับได้ ดังที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เคยบอกว่า เมื่อเราใช้การปกครองประชาธิปไตยระบอบตัวแทน เราก็ต้องยอมรับระบอบนี้ไปก่อน จากนี้ต่อไปก็คือรอรับผลการปกครองขณะเดียวกัน ทักษิณเองก็คงยอมรับว่า “มีคนรักทักษิณ”มากเหมือนกัน รักอย่างบริสุทธิ์ใจ ทุ่มเททำงานให้อย่างที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น อย่างเช่นคณะผู้จัดทำเว็บไฮ-ทักษิณที่มีกันอยู่ 4 คน ซึ่งได้ประกาศมาตลอดว่าออกทุนเองและทำกันเอง โดยที่ไม่รู้จักกับทักษิณเลยwww.hi-thaksin.org เป็นเว็บไซต์ที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองมาก เพราะสามารถที่จะนำข้อมูลเด็ดที่คนอื่นไม่มีมาเผยแพร่ได้เป็นระยะ และก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงมากมายมีบางข้อเขียนสะท้อนออกมาแล้ว

เสียดาย ที่คนบางคณะซึ่งได้รับรางวัลในรัฐบาล ใช้ศรัทธาที่คนไทยมอบให้ทักษิณผ่านพรรคพลังประชาชนอย่างฟุ่มเฟือยรวดเร็ว และไม่เกรงใจประชาชนเลยและคนที่ทำงานให้ทักษิณด้วยใจ ก็กำลังจะได้รับการทำลายสถาบันซึ่งกำลังติดตามดูอยู่ มีคนจ้องทำลายโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย เรากำลังทำแต่ไม่อยากให้เป็นข่าวเอิกเกริกประเด็นนี้นายกฯ สมัครตอบแค่นี้ ซึ่ง “บางกอกทูเดย์” ก็ขอจบห้วนๆ แค่นี้และดูเหมือนว่า “ประดาบ” คอลัมนิสต์ในเว็บไฮ-ทักษิณจะรู้ชะตากรรมตัวเองแล้ว จึงเขียนบทความลงในเว็บ เมื่อตอนเช้า20 ก.พ.51 ดังที่เราได้ย่อมาลงไว้ติดๆ กันนี้แล้วส่วนรูปปกของเรื่องนี้ เป็นรูปที่ “สมัคร สุนทรเวช” นั่งจ้องรูปถ่ายของ “ทักษิณ ชินวัตร” ขณะกำลังกินไข่กระทะที่ตลาดเช้าหนองคาย ระหว่างไปช่วยลูกพรรครณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เราเห็นว่าเป็นรูปที่มีคุณค่ามาก เพราะขณะนั้นทั้งสมัคร ทั้งทักษิณและคนอื่นๆ ยังไม่ได้อำนาจรัฐ


กี่ครั้งแล้วที่สมุนเผด็จการ ปลุกปั่นให้ไทยห้ำหั่นกันเอง


จาก hi-thaksin

Wednesday, February 20, 2008

ครม.เห็นชอบลูก ร.ต.อ.เฉลิม-วัฒนา นั่งเลขาฯ รัฐมนตรี

ทำเนียบฯ 20 ก.พ. - คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ “ชัย ชิดชอบ” นั่งประธานวิปรัฐบาล ส่วนลูก “ร.ต.อ.เฉลิม-วัฒนา” นั่งเก้าอี้เลขานุการรัฐมนตรี

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (20 ก.พ.) ว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) โดยมีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธาน มีรองประธาน 6 คน ประกอบด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ นายวิทยา บูรณศิริ นายไพจิต ศรีวรขาน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายไชยศ จิรเมทากร มีนายสามารถ แก้วมีชัย เป็นเลขานุการวิปรัฐบาล และมีกรรมการวิปจากทุกพรรคการเมืองร่วมด้วยอีก 49 คน

นายจักรภพ กล่าวว่า นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังรับทราบคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดังต่อไปนี้ นายไชยยง รัตนอังกูร เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายสหัส บัณฑิตกุล) นายมงคล กิมสูนจันทร์ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี, นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ) นายประวัฒน์ อุตตะโมต เป็นที่ปรึกษา, นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) พล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร เป็นที่ปรึกษา, นายเกษม สรศักดิ์เกษม เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์)

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีนายปิติพงษ์ เต็มเจริญ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายชูศักดิ์ ศิรินิล) นายยืนหยัด ใจสมุทร เป็นที่ปรึกษา, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายจักรภพ เพ็ญแข) นายแสวง ฤกษ์จรัล เป็นที่ปรึกษา

ในส่วนของกระทรวงการคลัง แต่งตั้งให้ น.ส.ภูวนิดา คุนผลิน เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสำราญ ภูอนันตานนท์ เป็นที่ปรึกษา , นายเกษมสันต์ วีระกุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์), นายสุทธิชัย จันทร์อารักษ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ว่าที่ ร.ต.ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี), กระทรวงคมนาคม นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายภาคิน สมมิตร เป็นที่ปรึกษา, นายชัยศรี กีฬา เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นที่ปรึกษา, นายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายอนุรักษ์ จุรีมาศ) นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ เป็นที่ปรึกษา

สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นางมุกดา พงษ์สมบัติ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงพาณิชย์ มีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางนลินี ทวีสิน เป็นที่ปรึกษา, นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (วิรุฬ เตชะไพบูลย์) นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ เป็นที่ปรึกษา, ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์) นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ เป็นที่ปรึกษา กระทรวงพลังงาน ให้ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กระทรวงยุติธรรม มีนายถาวร ตรีรัตนณรงค์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสุรพล เอกโยคะศักดิ์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม มี พล.อ.อุดมชัย องคสิงห อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย มี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ เป็นที่ปรึกษา, นายสุริยะ ร่วมพัฒนา เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (สุพล ฟองงาม) นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ เป็นที่ปรึกษา, นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายสิทธิชัย โควสุรัตน์) นายสานิต ว่องสัธนพงษ์ เป็นที่ปรึกษา

กระทรวงสาธารณสุข ให้นายสุพจน์ ฤชุพันธุ์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายณัฐพงษ์ สีตะวรรัตน์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกูล) นายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นที่ปรึกษา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีนายศราวุธ เพชรพนมพร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายภูวเดช อินทวงศ์ เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มี น.ส.เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนายเฉลิมชัย จีนะวิจารณะ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายเอนก หุตังคบดี เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิวัติ นิติกาญจนา เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงวัฒนธรรม ทพ. (หญิง) ศรีญาดา ชินวัตร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีนางบุปผา รอบรู้ เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนายอารมณ์ ขำคมกุล เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายสันต์ศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ เป็นที่ปรึกษา, นายวิสันต์ เดชเสน เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ (ธีระชัย แสนแก้ว) นายบัวสอน ประชามอญ เป็นที่ปรึกษา, นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ (สมพัฒน์ แก้วพิจิตร)

กระทรวงการต่างประเทศ มี น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพิทยา พุกกะมาน เป็นที่ปรึกษา, กระทรวงแรงงาน มีนายไพจิตร เทียนไพฑูรย์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสันติ บุญสถาพร เป็นที่ปรึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ มี น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี เป็นที่ปรึกษา, นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พงศกร อรรณนพพร) นายสมบัติ รัตโน เป็นที่ปรึกษา นายณัฐพล เกียรติวินัยสกุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (บุญลือ ประเสริฐโสภา) นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ เป็นที่ปรึกษา

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังให้ความเห็นชอบแต่งตั้งตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 1 คน จากที่มีได้ทั้งหมด 30 คน คือ นายไพศาล อัคคะสารกุล. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-20 17:42:02