
รองนายกฯ"สมชาย วงษ์สวัสดิ์" เผย นายกรัฐมนตรี ห่วงอาการ"มิ่งขวัญ" และอยากมาเยี่ยมด้วยตัวเอง ระบุ รัฐมนตรีพาณิชย์มีอาการและสีหน้าดีขึ้น
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฯพาณิชย์ ที่ห้อง ccu ร.พ.ตำรวจ โดย นายสมชาย ใช้เวลาเข้าเยี่ยมไม่นาน และกล่าวว่า นายมิ่งขวัญ
หน้าตาสดชื่นแจ่มใส ทานอาหารได้มากและดูสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการพูดถึงอาการป่วยของ
นายมิ่งขวัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงและอยากมาเยี่ยมด้วยตัวเอง แต่เกรงจะเป็นการรบกวนคนไข้
อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยฯพาณิชย์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยม
นายมิ่งขวัญ ที่โรงพยาบาลตำรวจ และยังมี นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เมนท์ นำเครื่องดื่มรังนก เข้าเยี่ยมอาการเพื่อให้กำลังใจด้วย 
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, February 26, 2008
สมชาย บอกนายกฯห่วงอาการมิ่งขวัญอยากมาเยี่ยมเอง
ชูศักดิ์ ขอความเป็นทำให้ ยงยุทธ
ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ขอความเป็นธรรมให้"ยงยุทธ" หลัง กกต.มีมติแจกใบแดง ชี้ ศาลฎีกา ยังไม่ชี้ขาด
นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกฯได้มอบหมายให้ตนไปพิจารณาตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ว่าจะสามารถดำเนินการตั้งได้หรือไม่ และจะนำ ส.ส.สอบตก หรือ ผู้ที่เป็น ส.ส. มาทำหน้าที่ดังกล่าวได้หรือไม่
ยงยุทธ เตรียมแถลงข่าวช่วงบ่ายหรือค่ำวันนี้
กรุงเทพฯ 26 ก.พ.- ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าห้องทำงานของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบแดงนายยงยุทธ กรณีทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ปรากฎว่าเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยนายยงยุทธ ไม่ได้เดินทางเข้ามายังรัฐสภา เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า ประธานสภาฯ ได้ยกเลิกภารกิจการทำงานทั้งหมดในวันนี้ และยังไม่ได้ติดต่อกลับมายังสำนักงาน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามนายยงยุทธ ได้รับแจ้งว่า ยังไม่ทราบผลการวินิจฉัยของ กกต. แต่หากทราบผลการวินิจฉัยแล้ว จะมีการแถลงข่าวในช่วงบ่าย หรือช่วงค่ำ ที่รัฐสภา
ด้าน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และหัวหน้าทีมกฏหมายต่อสู้คดีทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย กล่าวทางโทรศัพท์ว่า เท่าที่ได้คุยกับนายยงยุทธ คร่าว ๆ ก่อนหน้านี้ นายยงยุทธ มีความเห็นว่า หากได้รับใบแดงจะสู้ในชั้นศาลต่อไป โดยจะปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาต่อไปจนกว่าศาลฎีกา จะประทับรับฟ้อง.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 13:22:16
โฆษก สตช.เผยยังไม่ได้รับการประสานกำหนดการของ "ทักษิณ"
กทม. 26 ก.พ - พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้รับการประสานงานอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับกำหนดการของอดีตนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าทีมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้
ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะดูแลรับผิดชอบพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนตำรวจนครบาลจะดูแลความเรียบร้อยระหว่างการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดยได้สั่งให้มีการจัดเตรียมกำลังไว้แล้ว
ด้าน พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังติดตามด้านการข่าวโดยตลอด หลังเริ่มมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง แสดงท่าทีเผชิญหน้ากรณีการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ถือว่า เป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง โดยเชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง ใดๆเกิดข้น แต่หากความรุนแรงเกิดขึ้น ตำรวจก็พร้อมที่จะดูแลสถานการณ์.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 12:23:59
นายกฯ ระบุการกลับของ "ทักษิณ" ไม่กระทบสถานภาพรัฐบาล
ทำเนียบฯ 26 ก.พ. - นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าไม่กระทบต่อสถานภาพของรัฐบาล และเพิ่งทราบข่าว กกต.เตรียมให้ใบแดง นายยงยุทธ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และไม่กระทบต่อสถานภาพของรัฐบาล พร้อมขอร้องประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับจำนวนมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา
ล่าสุด นายกรัฐมนตรี เพิ่งทราบข่าว กกต.เตรียมให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พปช.ยังไม่ได้เตรียมทางออกสำหรับเรื่องนี้ไว้.- สำนักข่าวไทย
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 12:22:24
กกต.ให้ใบแดง "ยงยุทธ ติยะไพรัช"
กกต. 26 ก.พ. - ที่ประชุม กกต. มีมติให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช พร้อมกับให้ใบเหลือง น้องสาวนายยงยุทธ ด้วย เนื่องจากเป็นกรณีการทุจริตที่เกี่ยวเนื่องในสำนวนเดียวกัน โดย กกต.จะเร่งทำสำนวนส่งศาลฎีกา ภายใน 2 สัปดาห์
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 12:06:03
เวปไซด์ ไฮ-ทักษิณ เชิญชวนคนไทยร่วมกันรับทักษิณกลับบ้าน
เวปไซด์ ไฮ-ทักษิณ ส่งข้อความเชิญชวนคนไทยร่วมกันต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทย
โดยข้อความที่ขึ้นบนหน้าจอของเวปไซด์ไฮ-ทักษิณ ใช้หัวข้อว่า"พิสูจน์หัวใจคนรักทักษิณ”โดยมีเนื้อหาว่า “ในที่สุดวันที่พวกเราทุกคนรอคอยก็มาถึง วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00 น. นายกฯ
ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ”และได้มีการอ้างจากแหล่งว่าได้รับแจ้งจากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวชินวัตร ผู้ซึ่งเคยเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่าง นายกฯทักษิณ ชินวัตร กับ Hi-
thaksin ระบุว่าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณจะได้แสดงความรักของพวกเราให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งประเทศ และคนทั้งโลก ว่า ความรัก ความผูกพันที่พวกเรามีต่อนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นั้นหนักแน่นและจริงใจต่อกันเพียงใด และจะเป็นการแสดงพลังของประชาชนที่นิยมศรัทธานายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองชีวิต และรักษาความปลอดภัยแก่คนที่เรารัก เพื่อให้กลุ่มคนที่มุงหมายปองร้ายได้ประจักษ์ และสยบยอมต่อพลังของประชาชน ในที่สุด และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณจะได้อิ่มเอมหัวใจกันเสียที แล้วพบกันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นะครับ " ผมจะรอทุกท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อร่วมกันต้อนรับนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับคืนสู่แผ่นดินไทย กลับมาอยู่
ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกันกับพวกเรา อีกคราครั้งหนึ่ง" (26/02/51)
นายกฯ ใช้วิธีเดินจากตึกชัยฯ มาประชุม ครม.แทนนั่งรถ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้จะแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์ 5 ด้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีใช้วิธีการเดินจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
แทนการนั่งรถ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เช้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีจะเริ่มขึ้น โดยนายสมัครได้ขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางจากตึกไทยคู่ฟ้า
เพื่อไปเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่ตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรีแทนการใช้รถ โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้องการวัดระยะทางระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับห้องประชุมคณะรัฐมนตรีว่าไกลแค่ไหน เนื่องจากยังเหลือเวลาอีก 15 นาที ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น พร้อมกับเปิดเผยถึงอาการของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องพักยาวแค่ไหน แต่ได้ส่งดอกไม้ไปเยี่ยมอาการป่วยแล้ว
ส่วนวาระประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้จะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์ 5 ด้าน โดยนายกรัฐมนตรีจะดูแลด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งจะมีการเสนอแต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีที่เหลือเพิ่มเติมในบางกระทรวง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ถอนตัว รวมถึงการพิจารณาตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของโควต้าพรรคชาติไทยที่เหลืออีก 1 ตำแหน่ง
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจจะเป็นการบรรจุวาระการประชุมเป็นครั้งแรก โดยสำนักเลขาธิการรัฐมนตรี เสนอเรื่องการมอบหมายให้นายกรัฐมนตรี , รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฏีกา ที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญในความสัมพันธ์กับรัฐสภา , สภาผู้แทนราษฏร หรือวุฒิสภา ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการจำกัดแทนคณะรัฐมนตรี
สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ในช่วงเย็นเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยจะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองและแนวนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ (26/02/51)
พันธมิตรฯคืนชีพต้าน"แม้ว"กลับไทย
"สนธิลิ้ม"ขู่รัฐบาลให้รีบย้าย"สุนัย"กลับดีเอสไอ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขู่ก่อหวอดเคลื่อนไหวต้าน “ทักษิณ” กลับประเทศ “ธิลิ้ม” ยอมเจ๊งพร้อมลุยทุกรูปแบบ แถมเพ้อให้ “หมัก” ทบทวนย้าย “สุนัย” คืนรังเดิมแลกกับการเลิกตามรังควาญ ด้าน “มหากินผัก” ขู่ซ้ำถ้าไม่ทำตามข้อเรียกร้อง “แม้ว” ก็ไม่ควรกลับประเทศ ด้าน “เหลิม” สะกิดต่อมสำนึกพันธมิตรฯ ลั่นจะไปรับอดีตนายกฯถึงสนามบิน ขณะที่ “นพดล” แจง “บัวแก้ว” คืนพาสปอร์ตทูตเล่มแดงให้ “นายใหญ่” เอง ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการ “หมอเลี้ยบ” วอนทุกฝ่ายมองเป็นเรื่องดีที่ “ทักษิณ” จะได้กลับมาสู้คดี มั่นใจไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ “หมัก” ร่ายยาวขายฝันนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ยันไม่คิดล้างบางข้าราชการสางแค้น “สมพงษ์” แจงเด้ง “สุนัย” เพื่อต้องการคนมีฝีมือไปกินตำแหน่งใหม่ที่สำคัญ
ติงขรก.อย่าต้อนรับเอิกเกริก
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการประมาณ 800 คน เป็นที่น่าสังเกตว่าข้าราชการที่มีชื่อว่าจะถูกโยกย้ายต่างเดินทางเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ เลขาธิ การ ป.ป.ส.รวมทั้งนายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดี ดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าประเด็นนายสมัครได้ท้วงติงการยืนต้อนรับเพื่อทำความเคารพของข้าราชการว่า ทำกันจนเกิดความรู้สึกว่ามีเจ้านายเสด็จ เหมือนอย่างที่นายกฯคนก่อนโดยถือว่าเป็นเรื่องอันตราย เช่น บางครั้งฝนตกก็มีคนมากางร่มให้แม้จะดูน่ารักดี แต่บางครั้งร่มที่เจ้าหน้าที่เอามากางมีด้ามยาวทำให้คนรู้สึกได้ว่าเหมือนกลดที่ใช้สำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน คนที่ไม่ระมัดระวังก็ซวยไปโดนชี้หน้าว่าไม่จงรักภักดี จึงขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ไม่ต้องปฏิบัติอย่างนี้ และฝากไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นว่าเวลาไปร่วมงานที่ไหนไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่มายืนต้อนรับ
อ่านรายละเอียด เดลินิวส์
ได้ฤกษ์กลับบ้านซะที [26 ก.พ. 51 - 03:16]
สี่ปีจะวนมาสักรอบหนึ่ง ปฏิทินปีนี้ เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน เรียกกันว่า “อธิกสุรทิน” วันที่เพิ่มขึ้นในปีสุริยคติ ในเดือนกุมภาพันธ์
แน่นอน วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ย่อมต้องมีความหมายพิเศษ
และไม่แน่ใจว่า จะด้วยความพิเศษนี้หรือไม่ ล่าสุดแว่วๆว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถือเอาฤกษ์วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นวันเดินทางกลับมาตุภูมิ หลังจากระหกระเหินอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมากว่า 1 ปีครึ่ง
ถึงเวลาปิ๊กบ้านซะที
แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังความชัดเจนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้อีกครั้ง อดีตนายกฯทักษิณจะให้คำตอบจากปากเองว่าจะเดินทางกลับเมืองไทยวันเวลาใด
ที่แน่ๆหน่วยเคลียร์ทางล่วงหน้า ขยับกันพรึบพรับ
โดยเฉพาะ “สิงห์เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ประกาศย้ำอีกครั้งว่า จะเดินทางไปรับอดีตนายกฯทักษิณถึงบันไดเครื่องบินด้วยตัวเอง ตามที่ได้รับปากกับ “คนรักทักษิณ” ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องดูแลความปลอดภัยให้เต็มที่
พร้อมๆกับเสียงขานรับของ พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายกิจการพิเศษ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เตรียมความพร้อมในด้านกำลัง และการรักษาความปลอดภัย หลังมีกระแสข่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ
“พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นที่สนใจของสังคม ทั้งในและนอกประเทศ ตำรวจเองจึงต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด”
ฝ่ายบู๊เคลียร์รันเวย์รอ
ขณะที่ทีมงานฝ่ายบุ๋น นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกุนซือกฎหมายคนสนิท เผยโปรแกรมล่วงหน้า อดีตนายกฯทักษิณอาจจะมีภารกิจที่ต้องเดินทางเข้าออกประเทศเพื่อไปดูแลสโมสรฟุตบอลบ้าง
ดังนั้น เมื่อเดินทางกลับมาสู้คดีมอบตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ต่อศาล และดำเนินการขอประกันตัวต่อศาลในลักษณะเดียวกับกรณีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาแล้ว ต่อไปอดีตนายกฯอาจจะเดินทางไปต่างประเทศ ก็คงจะมีการขออนุญาตต่อศาลเพื่อเดินทางออกไปนอกประเทศบ้าง ขึ้นอยู่กับศาลจะอนุญาตหรือไม่
ส่วนเรื่องกำหนดวันที่จะขึ้นศาลนั้น ก็คงต้องกำหนดอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่ว่า พอออกจากสนามบินแล้วจะไปที่ศาลเลย
ฝ่ายกฎหมายดูแลคดี เคลียร์ทางหนีทีไล่
ขณะที่ทีมงานฝ่ายการเมือง “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง เน้นเสียงเข้มตามหลักการ คิดว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับ หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือฝ่ายพันธมิตรฯ ให้ความเห็นว่าเป็นการดีที่จะกลับมาเพื่อต่อสู้คดี เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา
ผู้ที่มีความกังวลก็ไม่น่าจะมีความกังวลเพราะเป็นการกลับมาของคนไทยคนหนึ่งและมาเพื่อต่อสู้คดี อยากให้ทุกฝ่ายยึดหลักว่าวันนี้เราต้องเดินหน้าเพื่อให้ประเทศก้าวสู่หนทางการพัฒนาทั้งด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ความมั่นคงและการเมือง เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นทุกฝ่ายยึดหลักประโยชน์ของบ้านเมืองแทนที่จะมาตั้งป้อมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ขณะที่นายนพดลก็เผยข้อมูลวงใน อดีตนายกฯทักษิณยืนยันว่าถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วจะเลิกยุ่งการเมืองโดยเด็ดขาด จะกลับมาเป็นคนปกติ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชน
จะอยู่เงียบๆ ไปกินก๋วยเตี๋ยว ไปพบเพื่อนสื่อมวลชนบ้าง และพักผ่อนกับครอบครัว โดยจะไม่มีตำแหน่งใดๆมารองรับ แม้กระทั่งตำแหน่งที่ปรึกษาใดๆก็ตาม
ลดโทนเผชิญหน้า เคลียร์แรงเสียดทาน
แต่ที่ไม่ฟังอยู่แล้ว พันธมิตรม็อบไล่ “ทักษิณ” ได้จังหวะกลับมารวมหัวกันใหม่ ส่งสัญญาณต่อต้านการกลับเมืองไทยของอริเก่า
ออกลูกขู่ ตั้งท่าบู๊เต็มที่
แต่ก็อีกนั่นแหละ เวลาเปลี่ยนไป อะไรๆก็ไม่ขลังเหมือนเดิม
เพราะหัวหอกแต่ละคนก็ผ่านการปูนบำเหน็จรางวัลกันมาแล้วในช่วง คมช.โค่นอำนาจรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ใครเป็นยังไงก็อย่างที่เห็นๆกัน และตอนนี้บางคนก็มีตำแหน่งเป็น ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเต็มตัว
เปลือยเบื้องหน้าเบื้องหลังกันหมดแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)




