WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 27, 2008

'สมัคร'สั่งลูกพรรคห้ามวิจารณ์กกต. กำชับอย่าเกณฑ์คนต้อนรับ'ทักษิณ'

'สมัคร'กำชับลูกพรรค ห้ามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกกต.แจกใบแดง'ยงยุทธ' และห้ามเตรียมต้อนรับ'ทักษิณ'

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรคว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวก่อนเริ่มการประชุมถึงมติของกกต.ที่มีมติ 3 ต่อ 2 เสนอให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอให้ทุกคนน้อมรับมติของกกต. อย่าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้น ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ พรรคจะไม่มีการเตรียมต้อนรับ หรือจัดคนไปต้อนรับอย่างเอิกเกริก เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางกลับมาเพื่อต่อสู้คดีในฐานะคนไทยคนหนึ่ง รวมทั้งจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับในวันที่ 28 ก.พ.นั้น ที่ประชุมได้มีการหยิบยก มาพูดคุยกันหรือไม่ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับเมื่อไรถือเป็นสิทธิของท่าน พรรคไม่ทราบกำหนดการใดๆทั้งสิ้น และจนถึงขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาเมื่อไร แต่ก็สนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ส่วนใครจะไปต้อนรับหรือไม่นั้นถือเป็นสิทธิ์ ิ์ของแต่ละบุคคล แต่พรรคจะไม่มีการเกณฑ์คนไปต้อนรับอย่างแน่นอน

‘ยงยุทธ' ยันถูกจัดฉาก-ยุติหน้าที่ประธานสภาฯชั่วคราว

วันนี้ (26 ก.พ.) นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวภายหลังทราบมติกกต.ที่เห็นชอบตามข้อเสนออนุกรรมการสอบให้แจกใบแดง ว่าเนื่องจากที่ผ่านมาได้งดให้สัมภาษณ์เพื่อไม่ให้เป็นการกดดันการวินิจฉัยกกต. แต่เมื่อมีมติออกมาเช่นนี้ จึงขอเปิดใจ โต้คำวินิจฉัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นจำเลยของสังคมและจะสู้ถึงที่สุด ทั้งนี้นายยงยุทธ กล่าวว่าไม่เคยยึดติดอำนาจ โดยก่อนหน้านี้ขอเป็นแค่ธุรการเพื่อเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งแยกฝักฝ่าย แต่กลับมีขขบวนการปล่อยข่าวตนเป็นคนชั่ว
นายยงยุทธ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการจัดฉากเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ต .ค. ปีที่ผ่านมา เมื่อพรรคพลังประชาชนได้จัดปราศรัยหาเสียงที่เชียงราย ในฐานะตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็คอยอำนวยความสะดวก แต่ไม่ได้ร่วมปราศรัยบนเวทีด้วย แต่หลังมีพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. กลับปรากฏว่ามีกำนันได้เดินทางรวมตัวกันไปเยี่ยมถึงโรงแรมเอสซีปาร์ค ซึ่งสถานที่ประชุม ซึ่งกำนันเหล่านั้นก็ระบุว่ามาขอแสดงความห่วงใย โดยเชื่อว่าขบวนการจัดฉากวางแผนซื้อเสียงที่จ.เชียงราย แต่เนื่องจากช่วงนั้นต้องทำงานอยู่ที่พรรค จึงได้ขนคนลงมาสร้างฉากถึงกรุงเทพ
โดยได้มีการแอบถ่ายวีดีโอทั้งขาไปและกลับ ทั้งเรื่องซื้อตั๋วเครื่องบิน และตัดต่อจ่ายเงินซื้อเสียง โดยฝีมือเจ้าหน้าที่ทหาร หลังจากนั้นตำรวจสันติบาลได้นำเทปบันทึกภาพแจ้งข้อหาว่าตนกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง
นายยงยุทธ ระบุว่ามีไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังรวมหัวกับพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร วางแผนที่จัดฉากหวังที่จะให้ยุบพรรคพลังประชาชน สำหรับตัวเองนั้นเพื่อรักษาเกียรติของสภาอันทรงเกียรติ จะขอยุติการทำหน้าที่ชั่วคราว โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลประทับรับฟ้องภายในหรือไม่อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า


จาก hi-thaksin

‘มีชัย'ยัน‘ยงยุทธ'ยังปฎิบัติหน้าที่ประธานสภาฯได้

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลฏีกา วินิจฉัยชี้ขาดการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามกฎหมายขณะนี้ถือว่ายังไม่มีผล จนกว่ากกต.จะยื่นคำร้อง และศาลฏีการับเรื่องไว้พิจารณา เมื่อถึงตรงนั้นนายยงยุทธจึงจะหยุดปฎิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบกับการดำรงตำแหน่ง หากศาลฏีกายกคำร้อง นายยงยุทธก็สามารถกลับมาปฎิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ถ้าศาลฏีกามีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องมีการเลือกประธานสภาฯกันใหม่ ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงขั้นต้นการกล่าวหาของ กกต.แต่ยังไม่ได้ชี้ขาด และเป็นคนละกรณีก่อนที่จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ถือว่าคำวินิจฉัยของ กกต.ถือเป็นที่สุด เมื่อเป็นอำนาจเด็ดขาดต้องใช้เสียงถึง 4 ใน 5

เมื่อถามถึงความเหมาะสมที่นายยงยุทธจะอยู่ปฎิบัติหน้าที่ต่อไป นายมีชัย กล่าวว่า ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เมื่อขั้นตอนยังไปไม่ถึง ก็ต้องให้เขาปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ถ้าไม่ทำก็จะเกิดปัญหา เพราะขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายที่วุฒิสภาจะเข้ามา แทน สนช.ซึ่ง สนช.จะหมดวาระในวันที่ 2 มี.ค. ในช่วงนี้ก็จะยังไม่มีประธานวุฒิสภาเข้ามาทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา เพราะตามกฎหมายคนที่จะรักษาการในตำแหน่งประธานรัฐสภาได้ ก็คือ ประธานวุฒิสภาที่เป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง ถ้าไม่มีก็จะเกิดปัญหาในการเรียกประชุมรัฐสภา และการบริหารกิจการรัฐสภา แต่ถ้าเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป ให้รองประธานสภาฯรักษาการแทนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนว่า คนที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ควรคดีติดตัว นายมีชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเมื่อส.ส.ได้เลือกประธานของเขา ก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุภายหลัง ก็ต้องรอให้กฎเกณฑ์ต่าง ๆมันยุติก่อน เมื่อยังไม่ถึงจุดสุดท้ายจะไปว่าอะไรให้เขาเสียหายคงไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่า เป็นบทเรียนให้กับพรรคการเมือง และนักการเมืองที่จะเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คงพูดยาก เพราะการคัดเลือกก็เป็นไปตามกลไก แต่อยู่ที่พรรคการเมืองจะตัดสินใจกันอย่างไร

" ต้องมาคิดกัน คือการประกาศสอยที่หลังการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้วมันเหมาะสมหรือไม่ เราควรจะมีกลไกที่จะต้องทำให้เสร็จก่อนการประกาศรับรองผล ซึ่งจะต้องให้เวลาทำ เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า มีส.ส.ร้อยละ 95 ก็สามารถเปิดสภาได้ ส่วนอีกร้อยละ 5 ก็ไม่ต้องประกาศรับรองได้ หากสงสัยใครว่ามีปัญหา ก็อาจจะยังไม่ประกาศรับรอง รอทำให้ทุกอย่างเสร็จก่อน ซึ่งอาจใช้เวลา 5-6 เดือน หากทำอย่างนี้ กกต.ก็จะไม่ถูกกดดันมาก และถ้าทุกอย่างทำเสร็จก่อนเลือกประธานสภาฯ ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะกลไกของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการเลือกตั้ง มีสองขะยัก ดังนั้นในวันข้างหน้าหากใครคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรศึกษาแล้วแก้ไข เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อไป"นายมีชัย กล่าว


จาก hi-thaksin

‘มิ่งขวัญ'กลับบ้านแล้ว-แพทย์กำชับพักผ่อน2-3วัน

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากอาการไม่สบายจนเป็นลมล้มฟุบขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อวานนี้ เป็นผลจากการที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ทั้งนี้หลังจากแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ยกเว้นเป็นไข้หวัดใหญ่เพียงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นมาก และแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว โดยกำชับให้หยุดพักผ่อนก่อนเป็นเวลา 2-3 วัน ซึ่งในส่วนของการเปิดงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair 2008 ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ณ อิมแพค เมืองทองธานี คงต้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 2 คนเป็นผู้ดูแล
สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair 2008 นั้น นายมิ่งขวัญ ยังย้ำว่า เป็นงานใหญ่ที่แสดงศักยภาพการค้าการส่งออกของประเทศ ทั้งนี้มั่นใจว่า ภายในปี 2551 จะสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวได้ไม่ต่ำกว่า 220,000 ล้านบาท และในส่วนของเรื่องราคาสินค้า หลังจากตนเองหายดีแล้ว จะกลับไปดำเนินการต่ออย่างเต็มที่

จาก hi-thaksin

‘ดีเอสไอ-บชน.' คุมเข้มความปลอดภัยเต็มพิกัดรับ‘ทักษิณ'

(26ก.พ.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ช่วยราชการในตำแหน่งรักษาการอธิบดี ดีเอสไอ ได้เดินทางมายังอาคารดีเอสไอ แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อดูความพร้อมในการขนย้ายอุปกรณ์อาคารสำนักงาน จากอาคารสุขประพฤติที่เป็นที่ตั้งของอาคารดีเอสไอเดิม พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานอย่างเป็นทางการว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมา ตามขั้นตอนพ.ต.ท.ทักษิณจะต้องเดินทางมาที่ดีเอสไอเพื่อมอบตัวในคดีปกปิดโครงสร้างหุ้นเอสซี แอสเสทฯ ส่วนตัวเป็นห่วงว่าขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการย้ายสำนักงาน ซึ่งต้องย้ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 มี.ค. จึงได้เรียกประชุมเพื่อหารือร่วมกับนายพรชัย อัศววัฒนาพร รองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มามอบตัวที่อาคารใหม่หรืออาคารเก่า

สำหรับการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีหุ้นเอสซี แอสเสท ฯ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคิดในหัวเรื่องการปรับย้ายหัวหน้าพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าจะไม่เกิดผลกระทบใดๆต่องานคดี เนื่องจากคดีหุ้นเอสซี แอสเสทฯพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการไปแล้ว หากอัยการสั่งให้สอบเพิ่ม พนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวน เฉพาะในประเด็นที่สั่งให้สอบเพิ่มเท่านั้น


ด้านพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงมาตราการในการรักษาความปลอดภัยหลังจากมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ว่า ได้สั่งการไปยังผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (ผบก.น.1-9) ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบ.จร.) ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ตปพ.) และศูนย์สืบสวนนครบาล จัดกำลังตำรวจในสังกัดปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยการเตรียมกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ 1 กองร้อย ดูแลสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมที่ให้การสนับสนุนอดีตนายกฯที่คาดว่า จะเดินทางมาเป็นจำนวนมากบริเวณสำนักงานอัยการสูงสุด ศาลฏีกา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยให้ ผกก. แต่ละ สน. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติด้วยตัวเอง และเตรียมกำลังเสริมประจำการ ณ ที่ตั้ง หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ขณะเดียวกันได้สั่งการไปยังฝ่ายสืบสวนให้ติดตามสถานการณ์การเดินทางกลับประเทศไทยของอดีตนายกฯ อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร


ส่วนการดูแลความปลอดภัยบ้านพักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในซอยจรัลสนิทวงศ์ 69 นั้น พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.7 จะเป็นผู้ควบคุมสั่งการการจัดกำลังตำรวจตามแผนรักษาความปลอดภัยโดยรอบบ้านพัก ส่วนกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ จะทำหน้าที่จัดเตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน จัดรถยนต์พร้อมพลขับและรถอาวุธพิเศษจำนวน 1 คัน ทำหน้าที่คุ้มกันบุคคลเป้าหมาย จัดชุดอรินทราช 26 จำนวน 3 ชุด พร้อม ณ ที่ตั้ง และจัดชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ชุดสุนัขดมกลิ่น อย่างละ 1 ชุด และชุดตรวจวัตถุโลหะใต้ท้องรถ ตรวจสอบพื้นที่ และยานพาหนะบุคคลสำคัญ


ส่วนกองบังคับการตำรวจจราจรได้รับคำสั่งให้ตั้งจุดตรวจค้นพิเศษตามเส้นทางต่างๆ ส่วนศูนย์สืบสวนได้รับคำสั่งให้หาข่าวจากกลุ่มพลังมวลชน จัดรถโมบายซีซีทีวีบันทึกภาพส่งไปยังศูนย์ปฏิบัติการ บช.น. โดยแผนดังกล่าวถูกส่งไปยังหน่วยงานและบุคคลสำคัญๆ เช่น เลขาธิการนายกฯ เลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ (สมช.) ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผอ.ศรภ. ปลัดกระทรวงมหาดไทย แม่ทัพภาค 1 ผู้ว่าฯกทม. และ ผบ.ตร.แล้ว เนื่องจากเกรงว่า อาจจะมีผู้สนับสนุนต่อต้าน หรือไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ปลุกปั่นและชี้นำให้ประชาชนมาชุมนุม ต่อต้านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ใช้กำลังเข้าขัดขวางหรือต่อสู้เจ้าพนักงาน อดีตนายกฯ และภริยาอาจจะตกเป็นหมายในการประทุษร้ายของฝ่ายตรงข้ามได้ จึงให้ออกสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหว รวมทั้งประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง


สำหรับคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ส่งไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล1-9 นั้นให้เน้นการตั้งจุดตรวจค้นพิเศษ เฝ้าระวังจุดล่อแหลม และเส้นทางเข้าออกกรุงเทพมหานคร ตั้งจุดรักษาความปลอดภัยสถานที่เฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการสังเกต เฝ้าระวังสิ่งผิดปกติทั้งบุคคลและยานพาหนะ และวัตถุต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ส่วน สน.ที่รับผิดชอบเส้นทางไปยังศาลฎีกา กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องให้ตั้งจุดตรวจสังเกตการณ์และเฝ้าระวังเส้นทางตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.เป็นต้นไปจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ ให้ออกสืบสวนหาข่าวติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลและกลุ่มมวลชนต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งชุมชนเพื่อให้ทราบแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

จาก hi-thaksin

นายกฯมั่นใจ‘ทักษิณ'กลับไทยไม่กระทบรัฐบาล

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษเพื่อรับการเดินทางกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมาจริง ก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใดต่อรัฐบาล เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่เข้ามาเล่นการเมือง
พร้อมกันนี้ ยังไม่รู้สึกกังวลว่าประเทศจะเกิดความวุ่นวายต่อการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้
นายสมัคร ยังเตือนบุคคลที่ชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณว่าไม่ควรให้การต้อนรับกันมากเกินไป ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาประเทศไทย เนื่องจากเกรงว่าอาจมีหลายคนหมั่นไส้ได้ ส่วนที่รัฐมนตรีบางคนจะเดินทางไปรอต้อนรับการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
นายสมัคร ยังปฏิเสธข่าวที่ว่ารัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องมาตรการกันสำรอง 30% รวมทั้งการแทรกแซงค่าเงินบาท โดยระบุว่าเป็นเพียงการปรารภว่าเรื่องค่าเงินนั้นควรจะมีการศึกษาว่าเหตุใดต่างประเทศถึงทำได้ในการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ แต่ข่าวที่ออกมากลับเป็นว่าไปแนะให้ไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบมาเลเซีย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน


จาก hi-thaksin

กกต.แจกใบแดง‘ยงยุทธ' นายกฯเตรียมหารือที่ประชุมพรรควันนี้

(26 ก.พ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติด้วยคะแนน 3 ต่อ 2 ให้ใบแดงกับ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน โดยคาดว่า จะเสนอสำนวนพร้อมคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งชี้ขาดต่อไปภายใน 2 สัปดาห์

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต. วันนี้(26ก.พ.) ว่า ที่ประชุม กกต.มีติส่วนใหญ่ 3 ต่อ 2 ให้ส่งความเห็นไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยทาง กกต.จะดำเนินการในเรื่องการส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลฎีกาฯ ภายใน 2 สัปดาห์

นายสมชัยกล่าวต่อว่า หากศาลฎีกาฯ รับคำฟ้องแล้ว นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที ซึ่งหากศาลพิจารณาแล้วมีความเห็นยืนตามที่ กกต.เสนอ นายยงยุทธอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

ด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น กรณีกกต. มีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือ ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่ทราบข้อมูล แต่จะหารือในการประชุมพรรคบ่ายนี้เพื่อหาทางออกเรื่องนี้ นอกจากนั้น ยังให้ความมั่นใจว่า การเดินทางกลับประเทศไทย ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่เกิดปัญหา โดยรัฐไม่จำเป็นต้องวางมาตราการพิเศษ เพราะพันตำรวจโททักษิณ เดินทางกลับมาต่อสู้คดี ตามกระบวนการยุติธรรม และโดยส่วนตัวจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารประเทศ เพราะเห็นว่า มีประสบการณ์ และยังมีความสัมพันธ์ดีต่อกัน

นายกรัฐมนตรี ยังไม่กังวลใจต่อการเตรียมเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงยังขอให้สมาชิกพรรคพลังประชาชน ไม่ดำเนินการใด ๆ ที่จะนำไปสู่การปลุกระดม และขอให้ประชาชนอย่ากังวล เป็นไปตามธรรมชาติ นายกรัฐมนตรี

ส่วนการโยกย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดม นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงเหตุผล แต่ที่ประชุมครม.มีมติ เห็นชอบการตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือ ปปท. ที่นายสุนัยจะไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ นอกจากนั้นที่ประชุมครม.วันนี้ ยังไม่มีมติเกี่ยวข้องกับมาตราการกันสำรองร้อยละ 30ด้วย


จาก hi-thaksin

Tuesday, February 26, 2008

จตุพร ชี้มติ กกต. ให้ใบแดง ยงยุทธ เป็นการตั้งธงไว้

กรุงเทพฯ 26 ก.พ. - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 3 ต่อ 2 เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 ปี ว่า เหมือนการจัดฉากพล็อตเรื่อง จากนั้น นำไปสู่การพิจารณายุบพรรค ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เหมือนจะรู้ผลการตัดสินของ กกต.ในวันนี้ เพื่อให้เกิดกระแสที่สอดรับกัน แต่ขอเรียกร้องว่า วันนี้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนเฝ้ารอให้คนที่มาจากระบอบประชาธิปไตยเข้ามาแก้ปัญหาให้” นายจตุพร กล่าว

ส่วนความเชื่อว่า มีการวางแผนยุบพรรคพลังประชาชนใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า มติ 3 ต่อ 2 มีการพูดล่วงหน้ามาหลายวันแล้ว และการที่กลุ่มพันธมิตรฯ เลือกวันแถลงข่าว เป็นการสอดรับกับการตัดสินของ กกต. เหมือนธงนำพาไป และเหมือนกับที่พรรคไทยรักไทยเคยได้รับ เป็นหนังม้วนเก่าที่นำมาฉายใหม่ เพียงเปลี่ยนตัวละครเท่านั้น. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 17:16:23

'อภิสิทธิ์'ไม่ห้าม'สมเกียรติ'เคลื่อนไหวร่วมกับพันธมิตรฯ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ห้าม "สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์" เคลื่อนไหวร่วมกับพันธมิตรฯ แต่เน้นให้ระมัดระวัง และ ตระหนักถึงความเป็นส.ส.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าได้หารือทำความเข้าใจกับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วนของพรรคหลังจากไปร่วมแถลงข่าวกับทางแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ โดยไม่ได้มีการสั่งห้ามแต่อย่างไร เพราะไปในฐานะของอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร ซึ่งการแสดงออกใดๆ นั้นหากเป็นไปตาม กรอบของกฎหมายก็สามารถทำได้ แต่ได้เน้นย้ำให้ระวังเรื่องของการเคลื่อนไหวและคำนึงถึงสถานภาพความเป็น ส.ส. ที่สังกัดพรรคการเมือง แต่ไม่จำเป็นต้องขอมติจากพรรคก่อน พร้อมทั้งยอมรับว่าไม่สามารถห้ามความคิดใครได้ หากจะมีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์

ด้าน นายสมเกียรติ ยืนยันว่าการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคนั้นเป็นไปด้วยดี และย้ำในจุดยืนการการเกิดจากภาพประชาชน ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ นั้นจะไม่ส่งเกิดกระทบในผลเสียให้กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน


ครม. อนุมัติงบ 500 ล้านบาท ตั้งสำนักงาน ป.ป.ท.

ทำเนียบรัฐบาล 26 ก.พ. - พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (26 ก.พ.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอ โดยอนุมัติงบประมาณ 500 ล้านบาท และกำลังพล 2,308 อัตรา


ทั้งนี้ สำนักงานดังกล่าว เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 กำหนดให้มีการตั้งสำนักงาน ป.ป.ท.ขึ้น ภายใน 30 วัน มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นข้าราชการ ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง หรือระดับ 8 ลงไป หากมีเรื่องทุจริตให้ต้นสังกัดดูแลกันเอง ก่อนที่จะส่งมาให้ ป.ป.ท.เป็นผู้ดำเนินการชี้ขาดเป็นขั้นสุดท้าย ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดูตั้งแต่ข้าราชการระดับ 9 นายพล ผู้พิพากษา อัยการ และนักการเมืองทุกตำแหน่ง . - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 16:52:46