ไม่ช้าไม่เร็ว ถึงกำหนดที่อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับประเทศไทยซะที ท่ามกลางความคิดถึงของคนส่วนหนึ่งและความไม่พอใจของคนอีกส่วนหนึ่ง แต่ส่วนไหนจะมากจะน้อยกว่ากัน ผมไม่อยากมาชูเป็นประเด็นให้เกิดความขัดแย้ง
ยิ่งมีคนจ้องจะหาเรื่องอยู่ด้วย
เอาเป็นว่า ได้มีการ วางแผนรับมือการเดินทางกลับบ้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณเอาไว้เรียบร้อย ทั้งฝ่ายความมั่นคง รัฐบาล และ ฝ่ายยุติธรรม กำหนดเป็นช่วงเวลาว่าจะเข้ามาช่วงไหน อยู่กี่วัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วง จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย
พ.ต.ท.ทักษิณก็จะอยู่เมืองไทยเหมือนคนทั่วไป
อันที่จริงมีการเตรียมการรักษาความปลอดภัยเอาไว้แน่น หนาพอสมควร เนื่องจากยังไม่ไว้ใจพวกมือที่สามหรือมือที่มองไม่เห็นเท่าไหร่นัก ชอบฉวยโอกาสอยู่เรื่อย
เขารายงานกันละเอียดยิบและเก็บเป็นความลับทุกขั้นตอน ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆ มวลชนต่างๆ รวมถึงอำนาจทางทหาร แม้แต่ปืนยิงระยะไกล ที่เหล่าสแนปเปอร์เขาใช้กันมีอยู่ที่ไหน อย่างไร เขาควบคุมเอาไว้หมด
ตรงนั้นไม่น่าห่วงเท่าไหร่
ห่วงแต่มวลชนฝ่ายที่รักทักษิณนี่แหละ ส่วนหนึ่งก็จะไปรับทักษิณด้วยใจรักจริงๆ อีกส่วนหนึ่งก็ประเภทเอาใจนาย เกณฑ์คนกันเข้ามารับถึงสนามบิน คาดกันว่าจะเป็นเรือนแสน
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง น่าจะควบคุมได้ลำบาก ใครที่คิดจะทำ ระยำอะไรกันขึ้นมา ฉวยโอกาสตรงนี้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น ทางที่ดี ผมว่าควรจะทำอะไรกันแค่หอมปากหอมคอจะดีกว่า
จะว่าไปแล้ว คุณทักษิณก็ไม่คิดอะไรมาก ผมว่าระยะหลังๆที่อะไรต่อมิอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างคาดไม่ถึง คุณทักษิณปลงได้เยอะ แต่ความรักครอบครัวรักลูกรักภรรยา คงจะไปห้ามไม่ได้
ถ้าทุกอย่าง อยู่บนหลักนิติธรรมและยุติธรรม ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง การปฏิบัติต่ออดีตผู้นำ ผมว่าจะให้เหมือนคนไทยทั่วไปทีเดียวเสียเลยพูดได้ แต่ทำยาก
เพราะคุณทักษิณยังเป็นที่รักของประชาชนอยู่
อีกอย่าง คนที่เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ก็ควรจะให้เกียรติกันบ้าง ผมก็หวังว่า การกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ครั้งนี้คงจะสร้างความสุขให้คนส่วนหนึ่งที่รอ และคงจะเป็นการเริ่มต้นของการสมานฉันท์รอยร้าววิกฤติประเทศได้ซะที
อย่างน้อยก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ในสายตาชาวโลก หรืออย่างน้อย ด้วยศักยภาพของคุณทักษิณอาจจะช่วยพัฒนาประเทศไปข้างหน้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
อย่าไปคิดอะไรนอกรัฐธรรมนูญอีกเลย.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, February 27, 2008
เมื่อทักษิณจะกลับบ้าน [27 ก.พ. 51 - 16:34]
'ทักษิณ'กลับ 28กพ. 'พันธมิตร'ฮือ [26 ก.พ. 51 - 03:35]
สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พูดโทรศัพท์ข้ามประเทศ จากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มายังเวทีที่ “ชมรมคนรักทักษิณ” ที่ จ.เชียงราย เมื่อค่ำวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมประกาศว่าจะเดินกลับประเทศไทยในเร็วๆนี้ โดยในวันอังคารที่ 26 ก.พ. จะทราบวันเดินทางกลับที่แน่นอนนั้น
“ทักษิณ” กลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 25 ก.พ. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชาวเชียงรายและเชียงใหม่คึกคักเตรียมรอรับการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ชาวเชียงใหม่และเชียงรายก็มีคนคิดถึงท่านเยอะ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทย ในปลายสัปดาห์นี้หรือไม่ก็ต้นสัปดาห์หน้า นายสมชายตอบว่า คงไม่ต้องมีการเตรียมความพร้อมอะไรถ้าท่านจะมา แต่ไม่ทราบว่าจะมาวันไหน อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว และเราก็อยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ทางครอบครัวก็มีการพูดคุยกันบ้างว่าคิดถึงท่าน เมื่อไรจะเดินทางกลับมา แต่ไม่ได้คุยกับท่านโดยตรงว่าจะเดินทางกลับมาวันไหน เพียงแต่ได้ซักถามว่าสบายดีหรือไม่ คิดถึงบ้านหรือเปล่า ท่านก็บอกเพียงว่ามีโอกาสก็คงจะเดินทางกลับมาสักวันหนึ่ง เป็นเรื่องส่วนตัว จะกลับมาเมื่อไรท่านจะแจ้งเอง ไม่ได้บอกว่าจะกลับใกล้ๆนี้
ปัดรัฐบาลห่วง “ทักษิณ” ไม่ทำงาน
เมื่อถามว่าทางฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าเรื่องการบริหารงานนั้น นายสมชายปฏิเสธว่าไม่จริง ไปให้ความสำคัญมากกว่าที่ไหน ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมาก็ทำงานกันทุกวัน ขนาดตนยังบอกว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีการไปจัดแจงเรื่องนั้น จนทำให้เสียงานราชการ เพียงแต่เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจก็เป็นธรรมดาเพราะท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แต่เป็นไปไม่ได้และไม่จำเป็นที่เราต้องไปสนใจเรื่องท่านมากกว่า และอย่างที่บอกแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับมาได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องพิเศษหรืออึกทึกครึกโครม มโหฬาร การกลับมาเป็นเพียงจังหวะเวลาที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมของท่านเอง เมื่อถามว่ามีการมองว่าการโยกย้ายข้าราชการเพื่อปูทางการกลับ มาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สะดวกมากขึ้น นายสมชายตอบว่าไม่เกี่ยวกับการปูทางย้ายหรือไม่ย้ายข้าราชการท่านก็มาได้ทั้งนั้น เรื่องการโยกย้ายข้าราชการเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อก่อนเขาก็ย้ายกัน ต่อข้อถามว่ามองว่าขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะบ้านเมืองตอนนี้เรียบร้อยคงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
วอนสังคมเลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่คน 2 กลุ่มมีจุดยืนในที่ขัดแย้งต่อการที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศว่า คิดว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับ หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือฝ่ายพันธมิตรฯ ต้องให้ความเห็น ว่าเป็นการดีที่จะกลับมาเพื่อต่อสู้คดี เพราะฉะนั้นตนจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เมื่อมีข่าวคราวอย่างนี้ออกมาก็ไม่ทราบว่าจะกลับเมื่อไหร่ ผู้ที่มีความกังวลก็ไม่น่าจะมีความกังวล เพราะเป็นการกลับมาของคนไทยคนหนึ่งและมาเพื่อต่อสู้คดี อยากให้ทุกฝ่ายยึดหลักว่าวันนี้เราต้องเดินหน้า เพื่อให้ประเทศก้าวสู่หนทางการพัฒนา ทั้งด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ความมั่นคงและการเมือง เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นทุกฝ่ายยึดหลักประโยชน์ของบ้านเมือง แทนที่จะมาตั้งป้อมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เมื่อถามว่าหลังกลับเข้าประเทศแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางออกนอกประเทศอีกหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของศาลส่วนเรื่องวันเวลาแน่นอนที่จะกลับตนไม่ทราบ เนื่องจากไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน
แจง “ทักษิณ” กลับไทยมาขึ้นศาล
อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ
สื่อจับจ้องเที่ยวบินทีจี 603 ปรากฏชื่อคนใกล้ชิดทักษิณ [27 ก.พ. 51 - 01:29]
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการเดินทางกลับประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 603 เดินทางจากฮ่องกงถึงประเทศไทย เวลา 09.40 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ. มีรายชื่อครอบครัว และคนใกล้ชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ปรากฏอยู่ เช่น นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคพลังประชาชน นางพวงเพชร ชุนละเอียด รวมทั้งปรากฏนามสกุลของนักการเมือง และคนใกล้ชิดของครอบครัวชินวัตรอีกหลายคน ร่วมในกลุ่มที่จะเดินทางด้วย
ด้านพล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าววานนี้ (26 ก.พ.) ว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชน (พปช.) ได้ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ในส่วนของ ทอท.อยู่ระหว่างดูรายละเอียดว่าจะมีการจัดสรรพื้นที่ส่วนใด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะจัดหาพื้นที่ที่ไม่ส่งผลกระทบหรือรบกวนการใช้บริการของผู้โดยสารอื่น ๆ ซึ่งการกำหนดจุดพื้นที่ที่แน่นอนจะรอการรายงานจากผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกครั้ง และในเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงกรณีที่จะมีประชาชนที่สนับสนุนและกลุ่มต่อต้านจะมาเจอกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนกำหนดการเดินทางกลับนั้น ทอท.ยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนว่า อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงเวลาใด
ขณะที่พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า ทันทีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางกลับ จะได้รับรายงานจากสายการบินล่วงหน้า ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจเอกสารการเข้าประเทศเหมือนผู้โดยสารทั่วไป แต่อาจให้ใช้ช่องของบุคคลวีไอพี นอกจากนี้ยังเตรียมแผนไว้รองรับหากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหมายจับของศาล ซึ่งจะมีชื่อปรากฏในวอชลิสต์ หรือบัญชีผู้มีลักษณะต้องห้ามเป็นบุคคลเข้าประเทศ ทันทีที่แสดงหนังสือเดินทาง
รับขวัญ “ทักษิณ” กลับบ้าน [27 ก.พ. 51 - 03:11]
รับขวัญอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเมืองไทย
ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติด้วยเสียง 3 ต่อ 2 แจกใบแดงให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ในคดีทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย
ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
แต่เจ้าตัวไม่นั่งรอชะตา หลังจากทราบมติ กกต. นายยงยุทธได้แถลงยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ก่อนประกาศขอยุติบทบาทประธานสภาฯ ไม่ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ โดยมอบหมายให้รองประธานสภาฯทั้ง 2 คนทำหน้าที่แทน จนกว่าศาลฎีกาจะมีมติชี้ขาด
โชว์สปิริตถอยฉากเอง
ก็ไม่ได้พลิกล็อกจากตัวเลขที่ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ได้เปิดอัตราต่อรองไปก่อนหน้านี้ว่า นายยงยุทธได้ลุ้นเสียว 3 ต่อ 2
โดนมากกว่ารอด
และก็เป็นอะไรที่เจ้าตัวก็คงจะรู้โพยล่วงหน้า กับการแวบเหินฟ้าไปซุ่มหารือกับอดีตนายกฯทักษิณที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เคลียร์ใบแดงไม่ออก
อย่างไรก็ตาม โดยตัวเลขที่ออกมา 3 ต่อ 2 ถือว่ามีความหมายพอสมควร จากบรรทัดฐานการพิจารณาคดีของ กกต.ในการแจกใบแดง ส.ส.เขตเลือกตั้งต้องใช้เสียง 4 ใน 5
และนี่เพิ่งเป็นครั้งแรกในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน
โดยข้อกฎหมายก็ยังลักลั่นอยู่
ไม่อย่างนั้น นายสุเมธ อุปนิสากร กกต. ก็คงไม่ออกมาเคลียร์ปมล่วงหน้า ออกตัวก่อนลงมติเลยว่า การวินิจฉัยคดีของนายยงยุทธ กกต.สามารถลงมติ 3 ใน 5 เสียงเพื่อให้ผลออกมาอย่างใดอย่างหนึ่งได้ โดยไม่ต้องใช้มติ 4 ใน 5
เนื่องจากขณะนี้เป็นการลงมติวินิจฉัยหลังจากประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามาตรา 8 วรรค 2 พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และก็เป็นนายสุเมธที่ยอมรับหลัง กกต.ลงมติว่า เป็น 1 ใน 3 ของเสียงส่วนใหญ่ที่ให้ใบแดงกับนายยงยุทธ และได้เขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมที่จะเปิดเผย แต่เกรงว่าจะผิดกฎหมาย เนื่องจากต้องส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณา
แต่แพลมไต๋ การพิจารณายึดในส่วนของพยานบุคคลที่ยืนยันชัดเจน ไม่ได้ให้ความสำคัญวีซีดีที่นายยงยุทธอ้างว่า เป็นการจัดฉาก
พร้อมๆกับยอมรับว่า มติของ กกต.ที่ออกมาจะต้องมีผู้โต้แย้ง แต่ขอให้ทุกฝ่ายรอผลการตัดสินของศาลฎีกา
สะท้อนนัย ตัวเลขมีความหมาย
ที่แน่ๆ น้ำหนักทางคดีคงลดลงไป อย่างไรเสีย 3 ต่อ 2 ก็ไม่แน่นปึ้กเหมือนตัวเลข 5 ต่อ 0 กกต.ลงมติเป็นเอกฉันท์
และโดยมาตรฐาน กกต.ชุดนี้ที่เป็นอดีตผู้พิพากษาเสีย 4 และอดีตรองอัยการสูงสุดอีก 1 ถือว่าเหลี่ยมคูกฎหมายระดับเซียนด้วยกัน ทั้งนั้น
นั่นก็หมายถึง 2 เสียงที่ค้านใบแดงของนายยงยุทธก็ใช่จะเบาหวิวซะที่ไหน
ตามรูปการณ์ก็อย่างที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะทีมที่ปรึกษากฎหมายพรรคพลังประชาชน ออกมากระตุ้นต่อมความหวัง มติ 3 ต่อ 2 ของ กกต. ไม่ได้มีความเป็นเอกฉันท์ เพราะฉะนั้นหนทางการต่อสู้คดียังพอมีโอกาส ขึ้นอยู่กับทางศาลฎีกาว่าจะมีการพิจารณาในแนวทางใด
ยังพอมีช่องหายใจให้ดิ้นกันได้
และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มาถึงตรงนี้แม้จะมีข่าวร้ายใบแดงของ “ขุนศึกคู่กายนายใหญ่” อย่างนายยงยุทธ แต่ก็คงไม่มีผลต่อการเดินทางกลับของอดีตนายกฯทักษิณ
กองเชียร์เตรียมผ้าเช็ดหน้ารอซับน้ำตาได้
แต่ให้ฟังรุ่นเก๋าที่ประสบการณ์เชี่ยวกราก “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งซิกเตือนเป็นนัยๆ ถ้าคนไปรับมากมายก่ายกองก็จะเกิดเหตุ คนไปรับน้อยหน่อยก็จะเกิดเหตุน้อยลง ถ้าไม่ไปเลยก็คงจะดีมาก พ.ต.ท.ทักษิณคงจะสบายใจดี เพราะถ้าไปรับกันมากๆ คนเขาก็หมั่นไส้
กรุณาให้เป็นไปตามธรรมชาติ
เป็นอะไรที่สอดรับกับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ระบุไม่ห่วงม็อบนั้นม็อบนี้ แต่ให้ระวังมือที่ 3 จะสร้างสถานการณ์
งานนี้ต้องคุมพวกออกนอกหน้าให้ดีๆ.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)
'สมัคร'สั่งลูกพรรคห้ามวิจารณ์กกต. กำชับอย่าเกณฑ์คนต้อนรับ'ทักษิณ'
'สมัคร'กำชับลูกพรรค ห้ามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกกต.แจกใบแดง'ยงยุทธ' และห้ามเตรียมต้อนรับ'ทักษิณ'
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรคว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวก่อนเริ่มการประชุมถึงมติของกกต.ที่มีมติ 3 ต่อ 2 เสนอให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอให้ทุกคนน้อมรับมติของกกต. อย่าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้น ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ พรรคจะไม่มีการเตรียมต้อนรับ หรือจัดคนไปต้อนรับอย่างเอิกเกริก เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางกลับมาเพื่อต่อสู้คดีในฐานะคนไทยคนหนึ่ง รวมทั้งจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับในวันที่ 28 ก.พ.นั้น ที่ประชุมได้มีการหยิบยก มาพูดคุยกันหรือไม่ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับเมื่อไรถือเป็นสิทธิของท่าน พรรคไม่ทราบกำหนดการใดๆทั้งสิ้น และจนถึงขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาเมื่อไร แต่ก็สนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ส่วนใครจะไปต้อนรับหรือไม่นั้นถือเป็นสิทธิ์ ิ์ของแต่ละบุคคล แต่พรรคจะไม่มีการเกณฑ์คนไปต้อนรับอย่างแน่นอน
‘ยงยุทธ' ยันถูกจัดฉาก-ยุติหน้าที่ประธานสภาฯชั่วคราว
วันนี้ (26 ก.พ.) นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวภายหลังทราบมติกกต.ที่เห็นชอบตามข้อเสนออนุกรรมการสอบให้แจกใบแดง ว่าเนื่องจากที่ผ่านมาได้งดให้สัมภาษณ์เพื่อไม่ให้เป็นการกดดันการวินิจฉัยกกต. แต่เมื่อมีมติออกมาเช่นนี้ จึงขอเปิดใจ โต้คำวินิจฉัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นจำเลยของสังคมและจะสู้ถึงที่สุด ทั้งนี้นายยงยุทธ กล่าวว่าไม่เคยยึดติดอำนาจ โดยก่อนหน้านี้ขอเป็นแค่ธุรการเพื่อเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งแยกฝักฝ่าย แต่กลับมีขขบวนการปล่อยข่าวตนเป็นคนชั่ว
นายยงยุทธ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการจัดฉากเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ต .ค. ปีที่ผ่านมา เมื่อพรรคพลังประชาชนได้จัดปราศรัยหาเสียงที่เชียงราย ในฐานะตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็คอยอำนวยความสะดวก แต่ไม่ได้ร่วมปราศรัยบนเวทีด้วย แต่หลังมีพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. กลับปรากฏว่ามีกำนันได้เดินทางรวมตัวกันไปเยี่ยมถึงโรงแรมเอสซีปาร์ค ซึ่งสถานที่ประชุม ซึ่งกำนันเหล่านั้นก็ระบุว่ามาขอแสดงความห่วงใย โดยเชื่อว่าขบวนการจัดฉากวางแผนซื้อเสียงที่จ.เชียงราย แต่เนื่องจากช่วงนั้นต้องทำงานอยู่ที่พรรค จึงได้ขนคนลงมาสร้างฉากถึงกรุงเทพ
โดยได้มีการแอบถ่ายวีดีโอทั้งขาไปและกลับ ทั้งเรื่องซื้อตั๋วเครื่องบิน และตัดต่อจ่ายเงินซื้อเสียง โดยฝีมือเจ้าหน้าที่ทหาร หลังจากนั้นตำรวจสันติบาลได้นำเทปบันทึกภาพแจ้งข้อหาว่าตนกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง
นายยงยุทธ ระบุว่ามีไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังรวมหัวกับพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร วางแผนที่จัดฉากหวังที่จะให้ยุบพรรคพลังประชาชน สำหรับตัวเองนั้นเพื่อรักษาเกียรติของสภาอันทรงเกียรติ จะขอยุติการทำหน้าที่ชั่วคราว โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลประทับรับฟ้องภายในหรือไม่อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
‘มีชัย'ยัน‘ยงยุทธ'ยังปฎิบัติหน้าที่ประธานสภาฯได้
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลฏีกา วินิจฉัยชี้ขาดการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามกฎหมายขณะนี้ถือว่ายังไม่มีผล จนกว่ากกต.จะยื่นคำร้อง และศาลฏีการับเรื่องไว้พิจารณา เมื่อถึงตรงนั้นนายยงยุทธจึงจะหยุดปฎิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบกับการดำรงตำแหน่ง หากศาลฏีกายกคำร้อง นายยงยุทธก็สามารถกลับมาปฎิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ถ้าศาลฏีกามีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องมีการเลือกประธานสภาฯกันใหม่ ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงขั้นต้นการกล่าวหาของ กกต.แต่ยังไม่ได้ชี้ขาด และเป็นคนละกรณีก่อนที่จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ถือว่าคำวินิจฉัยของ กกต.ถือเป็นที่สุด เมื่อเป็นอำนาจเด็ดขาดต้องใช้เสียงถึง 4 ใน 5
เมื่อถามถึงความเหมาะสมที่นายยงยุทธจะอยู่ปฎิบัติหน้าที่ต่อไป นายมีชัย กล่าวว่า ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เมื่อขั้นตอนยังไปไม่ถึง ก็ต้องให้เขาปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ถ้าไม่ทำก็จะเกิดปัญหา เพราะขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายที่วุฒิสภาจะเข้ามา แทน สนช.ซึ่ง สนช.จะหมดวาระในวันที่ 2 มี.ค. ในช่วงนี้ก็จะยังไม่มีประธานวุฒิสภาเข้ามาทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา เพราะตามกฎหมายคนที่จะรักษาการในตำแหน่งประธานรัฐสภาได้ ก็คือ ประธานวุฒิสภาที่เป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง ถ้าไม่มีก็จะเกิดปัญหาในการเรียกประชุมรัฐสภา และการบริหารกิจการรัฐสภา แต่ถ้าเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป ให้รองประธานสภาฯรักษาการแทนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนว่า คนที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ควรคดีติดตัว นายมีชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเมื่อส.ส.ได้เลือกประธานของเขา ก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุภายหลัง ก็ต้องรอให้กฎเกณฑ์ต่าง ๆมันยุติก่อน เมื่อยังไม่ถึงจุดสุดท้ายจะไปว่าอะไรให้เขาเสียหายคงไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า เป็นบทเรียนให้กับพรรคการเมือง และนักการเมืองที่จะเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คงพูดยาก เพราะการคัดเลือกก็เป็นไปตามกลไก แต่อยู่ที่พรรคการเมืองจะตัดสินใจกันอย่างไร
" ต้องมาคิดกัน คือการประกาศสอยที่หลังการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้วมันเหมาะสมหรือไม่ เราควรจะมีกลไกที่จะต้องทำให้เสร็จก่อนการประกาศรับรองผล ซึ่งจะต้องให้เวลาทำ เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า มีส.ส.ร้อยละ 95 ก็สามารถเปิดสภาได้ ส่วนอีกร้อยละ 5 ก็ไม่ต้องประกาศรับรองได้ หากสงสัยใครว่ามีปัญหา ก็อาจจะยังไม่ประกาศรับรอง รอทำให้ทุกอย่างเสร็จก่อน ซึ่งอาจใช้เวลา 5-6 เดือน หากทำอย่างนี้ กกต.ก็จะไม่ถูกกดดันมาก และถ้าทุกอย่างทำเสร็จก่อนเลือกประธานสภาฯ ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะกลไกของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการเลือกตั้ง มีสองขะยัก ดังนั้นในวันข้างหน้าหากใครคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรศึกษาแล้วแก้ไข เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อไป"นายมีชัย กล่าว
‘มิ่งขวัญ'กลับบ้านแล้ว-แพทย์กำชับพักผ่อน2-3วัน
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากอาการไม่สบายจนเป็นลมล้มฟุบขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อวานนี้ เป็นผลจากการที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ทั้งนี้หลังจากแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ยกเว้นเป็นไข้หวัดใหญ่เพียงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นมาก และแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว โดยกำชับให้หยุดพักผ่อนก่อนเป็นเวลา 2-3 วัน ซึ่งในส่วนของการเปิดงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair 2008 ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ณ อิมแพค เมืองทองธานี คงต้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 2 คนเป็นผู้ดูแล
สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair 2008 นั้น นายมิ่งขวัญ ยังย้ำว่า เป็นงานใหญ่ที่แสดงศักยภาพการค้าการส่งออกของประเทศ ทั้งนี้มั่นใจว่า ภายในปี 2551 จะสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวได้ไม่ต่ำกว่า 220,000 ล้านบาท และในส่วนของเรื่องราคาสินค้า หลังจากตนเองหายดีแล้ว จะกลับไปดำเนินการต่ออย่างเต็มที่
จาก hi-thaksin
‘ดีเอสไอ-บชน.' คุมเข้มความปลอดภัยเต็มพิกัดรับ‘ทักษิณ'
(26ก.พ.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ช่วยราชการในตำแหน่งรักษาการอธิบดี ดีเอสไอ ได้เดินทางมายังอาคารดีเอสไอ แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อดูความพร้อมในการขนย้ายอุปกรณ์อาคารสำนักงาน จากอาคารสุขประพฤติที่เป็นที่ตั้งของอาคารดีเอสไอเดิม พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานอย่างเป็นทางการว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมา ตามขั้นตอนพ.ต.ท.ทักษิณจะต้องเดินทางมาที่ดีเอสไอเพื่อมอบตัวในคดีปกปิดโครงสร้างหุ้นเอสซี แอสเสทฯ ส่วนตัวเป็นห่วงว่าขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการย้ายสำนักงาน ซึ่งต้องย้ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 มี.ค. จึงได้เรียกประชุมเพื่อหารือร่วมกับนายพรชัย อัศววัฒนาพร รองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มามอบตัวที่อาคารใหม่หรืออาคารเก่า
สำหรับการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีหุ้นเอสซี แอสเสท ฯ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคิดในหัวเรื่องการปรับย้ายหัวหน้าพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าจะไม่เกิดผลกระทบใดๆต่องานคดี เนื่องจากคดีหุ้นเอสซี แอสเสทฯพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการไปแล้ว หากอัยการสั่งให้สอบเพิ่ม พนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวน เฉพาะในประเด็นที่สั่งให้สอบเพิ่มเท่านั้น
ด้านพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงมาตราการในการรักษาความปลอดภัยหลังจากมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ว่า ได้สั่งการไปยังผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (ผบก.น.1-9) ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบ.จร.) ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ตปพ.) และศูนย์สืบสวนนครบาล จัดกำลังตำรวจในสังกัดปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยการเตรียมกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ 1 กองร้อย ดูแลสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมที่ให้การสนับสนุนอดีตนายกฯที่คาดว่า จะเดินทางมาเป็นจำนวนมากบริเวณสำนักงานอัยการสูงสุด ศาลฏีกา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยให้ ผกก. แต่ละ สน. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติด้วยตัวเอง และเตรียมกำลังเสริมประจำการ ณ ที่ตั้ง หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ขณะเดียวกันได้สั่งการไปยังฝ่ายสืบสวนให้ติดตามสถานการณ์การเดินทางกลับประเทศไทยของอดีตนายกฯ อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร
ส่วนการดูแลความปลอดภัยบ้านพักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในซอยจรัลสนิทวงศ์ 69 นั้น พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.7 จะเป็นผู้ควบคุมสั่งการการจัดกำลังตำรวจตามแผนรักษาความปลอดภัยโดยรอบบ้านพัก ส่วนกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ จะทำหน้าที่จัดเตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน จัดรถยนต์พร้อมพลขับและรถอาวุธพิเศษจำนวน 1 คัน ทำหน้าที่คุ้มกันบุคคลเป้าหมาย จัดชุดอรินทราช 26 จำนวน 3 ชุด พร้อม ณ ที่ตั้ง และจัดชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ชุดสุนัขดมกลิ่น อย่างละ 1 ชุด และชุดตรวจวัตถุโลหะใต้ท้องรถ ตรวจสอบพื้นที่ และยานพาหนะบุคคลสำคัญ
ส่วนกองบังคับการตำรวจจราจรได้รับคำสั่งให้ตั้งจุดตรวจค้นพิเศษตามเส้นทางต่างๆ ส่วนศูนย์สืบสวนได้รับคำสั่งให้หาข่าวจากกลุ่มพลังมวลชน จัดรถโมบายซีซีทีวีบันทึกภาพส่งไปยังศูนย์ปฏิบัติการ บช.น. โดยแผนดังกล่าวถูกส่งไปยังหน่วยงานและบุคคลสำคัญๆ เช่น เลขาธิการนายกฯ เลขาธิการสภาความมั่งคงแห่งชาติ (สมช.) ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผอ.ศรภ. ปลัดกระทรวงมหาดไทย แม่ทัพภาค 1 ผู้ว่าฯกทม. และ ผบ.ตร.แล้ว เนื่องจากเกรงว่า อาจจะมีผู้สนับสนุนต่อต้าน หรือไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ปลุกปั่นและชี้นำให้ประชาชนมาชุมนุม ต่อต้านไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ใช้กำลังเข้าขัดขวางหรือต่อสู้เจ้าพนักงาน อดีตนายกฯ และภริยาอาจจะตกเป็นหมายในการประทุษร้ายของฝ่ายตรงข้ามได้ จึงให้ออกสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหว รวมทั้งประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
สำหรับคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ส่งไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล1-9 นั้นให้เน้นการตั้งจุดตรวจค้นพิเศษ เฝ้าระวังจุดล่อแหลม และเส้นทางเข้าออกกรุงเทพมหานคร ตั้งจุดรักษาความปลอดภัยสถานที่เฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการสังเกต เฝ้าระวังสิ่งผิดปกติทั้งบุคคลและยานพาหนะ และวัตถุต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ส่วน สน.ที่รับผิดชอบเส้นทางไปยังศาลฎีกา กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องให้ตั้งจุดตรวจสังเกตการณ์และเฝ้าระวังเส้นทางตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.เป็นต้นไปจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ ให้ออกสืบสวนหาข่าวติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลและกลุ่มมวลชนต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งชุมชนเพื่อให้ทราบแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
จาก hi-thaksin
นายกฯมั่นใจ‘ทักษิณ'กลับไทยไม่กระทบรัฐบาล
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษเพื่อรับการเดินทางกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมาจริง ก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใดต่อรัฐบาล เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่เข้ามาเล่นการเมือง
พร้อมกันนี้ ยังไม่รู้สึกกังวลว่าประเทศจะเกิดความวุ่นวายต่อการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้
นายสมัคร ยังเตือนบุคคลที่ชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณว่าไม่ควรให้การต้อนรับกันมากเกินไป ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาประเทศไทย เนื่องจากเกรงว่าอาจมีหลายคนหมั่นไส้ได้ ส่วนที่รัฐมนตรีบางคนจะเดินทางไปรอต้อนรับการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
นายสมัคร ยังปฏิเสธข่าวที่ว่ารัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องมาตรการกันสำรอง 30% รวมทั้งการแทรกแซงค่าเงินบาท โดยระบุว่าเป็นเพียงการปรารภว่าเรื่องค่าเงินนั้นควรจะมีการศึกษาว่าเหตุใดต่างประเทศถึงทำได้ในการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ แต่ข่าวที่ออกมากลับเป็นว่าไปแนะให้ไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบมาเลเซีย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน




