WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 27, 2008

จรัญ ระบุกฎหมาย ป.ป.ท.มีผลใช้บังคับแล้ว

ก.ยุติธรรม 27 ก.พ.- นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงปัญหากฎหมายการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่า กฎหมาย ป.ป.ท.มีผลใช้บังคับแล้ว ก็ต้องปฏิบัติต่อไป เว้นแต่ตุลาการรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย ป.ป.ท.ไม่ชอบ ส่วนเรื่องสถานที่ตั้งสำนักงาน ป.ป.ท. นายสุนัย มโนมัยอุดม ช่วยราชการในตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. ยังไม่ได้หารือ แต่ก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-27 13:37:43




นพ.ประเวศ ชี้ไทยอยู่ในช่วงมหาวิกฤติสยาม เตือน พ.ต.ท.ทักษิณ กลับอย่านำสู่ความแตกแยก

กรุงเทพฯ 27 ก.พ.-“นพ.ประเวศ” เตือนไทยตกอยู่ในช่วง “มหาวิกฤติสยาม” แนะแก้ตั้งแต่ระดับรากหญ้าให้แข็งแกร่ง ส่วนกรณี “พ.ต.ท.ทักษิณ” กลับไทย ขอประชาชนช่วยกันอย่าให้เกิดความแตกแยก พร้อมชื่นชมแพทย์ 3 คนที่ต่อสู้เรื่องยาเพื่อคนจน การันตี “นพ.ศิริวัฒน์” เป็นคนดี

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะ” ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของมหาวิกฤติสยาม ที่มองไม่เห็นและไม่มีทางออก ได้แก่ วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม วิกฤติสิ่งแวดล้อม วิกฤตการณ์บ้านเมือง และวิกฤติกลไกรัฐล้มเหลว การแก้ไขวิกฤติเหล่านี้ จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่ระดับราษฎร คือ ในชุมชน เมื่อมีฐานที่แข็งแรงก็จะทำให้เกิดหญ้าที่แข็งแรงเช่นกัน

“เหมือนกับการสร้างเจดีย์ การสร้างประชาธิปไตยระดับชาติ ควรเน้นหลักในระดับชุมชนเพื่อความยั่งยืน เพราะการเมืองระดับชุมชนไม่มีการซื้อเสียงเหมือนการเมืองระดับชาติ และยังสอดคล้องกับพระราชดำริของรัชการที่ 7 ที่ทรงให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยท้องถิ่น หรือแม้แต่การเมืองต่างชาติ ก็ให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น เช่น สหรัฐก็ใส่ใจการเมืองของแต่ละรัฐ” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว และยกตัวอย่างอีกว่า เช่น เรื่องสุขภาพประชาชนนั้น ควรมีการดูแลตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ป้องกันโรคที่เป็นและหายได้ง่าย เช่น ไข้หวัด ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายของระดับประเทศได้

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้น ศพ.ประเวศ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่มีทั้งคนรักและคนเกลียด ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่ของสังคม มีหลายคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ดังนั้น ต้องช่วยกันระมัดระวังอย่าให้นำไปถึงความแตกแยก ทั้งนี้ ตนไม่มีอะไรจะฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเคยบอกไว้แล้วในขณะยังมีอำนาจอยู่ ว่าอย่าใช้อำนาจในการแก้ปัญหา แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่เคยทำได้ ส่วนที่เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งกัน และจะนำมาสู่การปฏิวัติอีกนั้น เชื่อว่าทหารคงเข็ด ไม่กล้าปฏิวัติอีก เพราะการปฏิวัติตอนแรกอาจเป็นเรื่องง่าย แต่หลังจากปฏิวัติจะทำอย่างไรต่อไป นี่เป็นเรื่องยาก ซึ่งก็มีบทเรียนมาจากการปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา

ศ.นพ.ประเวศ ยังให้สัมภาษณ์กรณีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ทั้งของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า ต้องให้กำลังใจและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล แต่ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องการให้มีการแตะต้อง รัฐบาลควรเป็นกลาง และกระบวนการยุติธรรมไม่ควรเข้าไปแทรกแซง

ส่วนเรื่องปัญหาการดำเนินการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ยา และปัญหาในกระทรวงสาธารณสุขนั้น ต้องบอกว่า ความจริงต้องชื่นชม นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. ที่กล้าทำงานเรื่องยาเพื่อคนจน คนไทยต้องช่วยให้กำลังใจ ช่วยเชียร์คนทำงาน ทั้งนี้ ตนเห็น นพ.ศิริวัฒน์ มาตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์ เป็นคนดี การโยกย้าย นพ.ศิริวัฒน์ ก็เคยมีมาแล้วในอดีต สมัยเป็นรองเลขาธิการ อย. ได้เข้าไปจับกุมเรื่องยาที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับน้องของผู้บริหารระดับสูง ส่วนนายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นั้น ตนไม่รู้จัก ไม่มีความเกี่ยวข้อง

“เรื่องของสิทธิบัตรยาในต่างประเทศมีบทเรียนให้เห็น เช่น ในสหรัฐ บริษัทยาหลายบริษัทต่างร่วมมือกันล็อบบี้ตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาของสหรัฐมาแล้ว แต่ในส่วนของประเทศไทยผมยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่เราอยู่ในกลุ่มประเทศการค้าและการแข่งขันทางการตลาดที่ไม่แตกต่างกัน จึงเชื่อว่าก็คงไม่แตกต่าง” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-27 12:32:09

เลขาฯ พปช. ขออย่านำกรณี "ทักษิณ" กลับประเทศเป็นชนวนสู่ความแตกแยก

กทม. 27 ก.พ. - เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ขอให้อย่านำกรณี อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยเป็นชนวนไปสู่ความแตกแยกที่รุนแรงของคนไทย เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมและเป็นสิทธิของคนไทยคนหนึ่ง .

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-02-27 11:05:46




ปชป.เห็นด้วย'ยงยุทธ'ยุติบทบาทปธ.สภาฯ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วย กับการยุติบทบาทประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้ เป็นสิทธิของ"ยงยุทธ"ยืนยันในความบริสุทธิ์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงเจตจำนงในการยุติบทบาทหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีมติให้ใบแดงและตามข้อเท็จจริงแล้วการยุติบทบาทจะมีผลเมื่อศาลฎีการับเรื่องเอาไว้พิจารณา โดยเชื่อว่าการยุติบทบาทครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบเนื่องจากมีรองประธานสภาทั้ง 2 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้ทั้งนี้มองว่าเป็นสิทธิของ นายยงยุทธ ในการที่จะยืนยันในความบริสุทธิ์ และเดินหน้าในการต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวต่อไปตามกระบวนการ โดยให้ความเชื่อมั่นว่าศาลนั้นจะสามารถพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบเป็นธรรมแม้จะมีแรงกดดันก็ตาม

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชนออกมาระบุว่ามติของทาง กกต.ไม่เป็นเอกฉันท์นั้น นายองอาจ เห็นว่ากติกาในการพิจารณาของ กกต.หลังมีประกาศรับรองผลไปแล้วมีการเขียนไว้อย่างชัดเจน และเป็นที่รับรู้ของทุกฝ่ายจึงเป็นเรื่องยากที่จะมีการเอาเหตุผลอื่นมาล้มมติในครั้งนี้ เพราะ กกต.ถือเป็นการทำหน้าที่ตามกติกา

อดีต นปช.อัดพันธมิตรฯหลงประเด็นต้านทักษิณ

กลุ่ม 24 มิถุนายน ตอบโต้ พันธมิตรฯ เป็นผู้สร้างสถานการณ์รัฐประหารเอง ฉงน เหตุคัดค้านการเดินทางกลับไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2551 เรื่อง ตอบโต้คำเตือนก่อนเกิดกลียุค เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีใจความสรุปได้ว่า พันธมิตรประชาชนฯ มีส่วนสำคัญในการสร้างสถานการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหาร คมช. และ องค์กรที่เกิดจากการรัฐประหาร พันธมิตรฯได้มีส่วนผลักดันให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการคัดค้านการกลับมาประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

แถลงการณ์ ระบุอีกว่า พันธมิตรฯ ไม่ควรนำเรื่องการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นเงื่อนไขสร้างสถานการณ์ทางการเมืองให้เกิดความวุ่นวาย สับสน และนำมาสู่ความแตกแยกในหมู่ประชาชนอีกครั้ง ทั้งนี้พันธมิตรฯควรให้โอกาสรัฐบาลพลเรือนในการเข้ามาบริหารประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

'นพดล'คาด'ทักษิณ'กลับด้วยเครื่องบินเจ็ท

นพดล ปัทมะ คาด อดีตนายกฯ ทักษิณ อาจเดินทางกลับด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะอดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ล่าสุดได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อมอบหมายงานต่อให้ที่ปรึกษากฎหมาย คนใหม่ เท่าที่ทราบเป็นไปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะออกแถลงการณ์ วันนี้ ยืนยันการกลับประเทศ ภาย 1 - 5 วัน หลังจากนี้ ขอให้รอฟังแถลงการณ์ ส่วนกระแสข่าวการเดินทางกลับ วันที่ 28 ก.พ.นี้ นั้น นายนพดล กล่าวว่า เท่าที่ทราบจะเป็นวันดังกล่าว ถ้าจะให้โทรศัพท์ไปถาม นักข่าวก็จะไปออกข่าวว่า รัฐมนตรีโทรหา พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วจะเป็นรัฐมนตรีของใคร เวลานี้ต้องระมัดระวังเรื่องการพูด แต่จะพยายามตรวจสอบให้

อย่างไรก็ตาม หาก พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับมา น่าจะใช้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ไม่ใช่สายการบินพาณิชย์

ทูตอังกฤษประจำประเทศไทยยินดีที่ไทยมีรัฐบาลประชาธิปไตย

กรุงเทพฯ 26 ก.พ. - เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย แสดงความยินดีที่ไทยมีรัฐบาลประชาธิปไตย พร้อมเผยจะมีรัฐมนตรีมาเยือนไทยในอีกไม่นานนี้ เพื่อหารือในหลายประเด็น รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจ

นายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวเนื่องในโอกาสเข้าร่วมงานนายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หัวหน้าและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า อังกฤษกับไทยมีความสัมพันธ์ทวิภาคีดีมาก การที่ไทยมีรัฐบาลที่เกิดขึ้นโดยประชาธิปไตย ถือว่าเป็นโอกาสดี เพื่อเชื่อมให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นในหลายด้าน และในอีกไม่นานจะมีรัฐมนตรีอังกฤษมาเยือนประเทศไทย

ส่วนประเด็น พ.ร.บ.ค้าปลีก เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ไม่ขอออกความเห็นแต่อย่างใด.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 22:13:29

สมัคร ประกาศรัฐบาลไทยยึดมั่นแนวทางประชาธิปไตย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ทำเนียบฯ 26 ก.พ.-นายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตอาเซียน ประจำประเทศไทย และพบปะเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ประจำประเทศไทย ประกาศภารกิจหลัก 3 ประการ คือ ยึดมั่นแนวทางประชาธิปไตย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมุ่งมั่นทำงานใกล้ชิดกับต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.00 น.วันนี้ (26 ก.พ.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตอาเซียน ประจำประเทศไทย หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมพบปะกับเอกอัครทูตต่างประเทศ ประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย จำนวน 87 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีภารกิจหลัก 3 ประการ คือ รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในแนวทางประชาธิปไตย มุ่งมั่นฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน และป้องกันความเสี่ยงจากภายนอก ขณะเดียวกัน จะดำเนินนโยบายด้านการลงทุน การค้าเสรีที่เอื้อต่อการตลาด และรัฐบาลต้องทำงานอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และต้อนรับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

นายสมัคร กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะทำงานใกล้ชิดกับประเทศต่าง ๆ และองค์การระหว่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย โดยกำหนดนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมาย ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากรัฐบาลและภาคเอกชนของประเทศต่าง ๆ ความเข้าใจ ความสนับสนุนและแนวคิดต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีเป้าหมายหลักที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า และเดินหน้าต่อไป ซึ่งปัจจุบันนี้ประชาธิปไตยของไทยได้กลับคืนมา และรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศและภูมิภาคเพื่อตอบแทนประชาชนที่ให้โอกาส

จากนั้นนายอึง เซียง เอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีทูต กล่าวแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี และหวังว่ารัฐบาลไทยจะทำตามนโยบายในการสร้างหลักประกัน และการเจริญเติบโต รวมถึงการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค จากนั้นมอบกระเช้าดอกกุหลาบในนามคณะทูตานุทูตที่ประจำในประเทศไทย.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-26 19:23:00

สงครามกลางเมือง ครั้งใหม่

สงครามประชาชน หลังประชาธิปไตยสงบ
กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง และสมัครพรรคพวกที่เคยโค่นล้มรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมาเตรียมเคลื่อนไหว
ทุกรูปแบบ คัดค้านการกลับมาของทักษิณ โดยอ้างว่า
กระบวนการยุติธรรมกำลังโดนแทรกแซง
ทั้งๆ ที่ประชาธิปไตยที่เพิ่งเปลี่ยนผ่าน แค่
ลมหายใจแรกของการจัดตั้งรัฐบาล และรัฐบาล
ประชาธิปไตยยังไม่ได้เริ่มงาน ให้ประชาชนพิสูจน์
ฝีมือความสามารถ
และรู้กันว่า
ก่อนจะเปลี่ยนผ่านมาถึงคราวนี้ มีอุปสรรค
มากมายที่จะไม่ให้เกิดรัฐบาลจากเสียงสนับสนุน
ของประชาชน ในนามพรรคพลังประชาชนหรือ
ไทยรักไทยเดิม
ตั้ง คมช. หรือคณะปฏิวัติ พยายามกีดกัน
ทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ ถึงขนาดมีคนสมรู้ร่วมคิด
ที่จะตั้งพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพื่อปิดทาง
ไม่ให้พรรคพลังประชาชนได้อำนาจบริหาร
แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง
ประชาชนคนไทย ออกมาตัดสินอนาคต
ของประเทศ
ตัดสินว่าให้พรรคพลังประชาชนบริหาร
ประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับ
คืนมา
ไม่ได้หมายความว่า ตัดสินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาทั้งปวงในอดีต แต่เปิด
โอกาสให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์เรื่องนี้เอง
หมายความว่า
ฉันทานุมัติของประชาชนเจ้าของประเทศ
ให้เผด็จการพ้นจากอำนาจไป เปลี่ยนผ่านให้
ประชาธิปไตยกลับคืนมา
นั่นคือสิ่งที่จะบอกว่า
ประเทศไทยเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่
คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะแสดงอำนาจบาตรใหญ่
เอาแต่ใจตัวเองได้เหมือนที่ผ่านมา
ทหารก็ยังเคารพกติกา ถอยไปเข้ากรมกอง
รัฐบาลเป็นผู้ได้อำนาจบริหาร ปกครองประเทศ
วันนี้ พวกเราคนไทยต้องช่วยกันสร้าง
กติกาประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น
ไม่ใช่สร้างภาวะสงคราม เพื่อให้ใครมาปล้น
ประชาธิปไตยไปอีก
ถามว่า คนไทยจะยอมหรือไม่ ให้ใครสร้าง
สงครามกลางเมืองครั้งใหม่ขึ้นมา เพื่อเรียกร้อง
หาเผด็จการใหม่แทนที่ประชาธิปไตย
มด คันไฟ


ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

63 ล้านกับ 3

เป็นไปตามคาด..เมื่อกรรมการการ
เลือกตั้ง..ให้ใบแดงกับ ยงยุทธ ติยะไพรัช
ประธานสภา ในฐานะ..ผู้แทนสัดส่วนพรรค
พลังประชาชน
ถึงแม้ว่า..จะไม่มีผลต่อจำนวนเสียงของ
พรรคพลังประชาชนในสภา เพราะพรรค
สามารถเลื่อนอันดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่ง
แทน
แต่..หากศาลฎีกาพิพากษาไปใน
ทิศทางเดียวกัน กรรมการการเลือกตั้งนั้น
ก็จะนำไปสู่การ..พิจารณาว่า พรรคมีส่วน
เกี่ยวข้องหรือไม่..กับความผิดดังกล่าว..
จึงเป็นเรื่องต้องลุ้น..เพราะหากว่าผิด...
การยุบพรรคและลงโทษกรรมการของพรรค
ก็จะต้องติดตามมา..
รัฐบาล..และคณะรัฐมนตรี ก็จะต้องมี
อันเป็นไป
เ ขี ย น ขึ้ น ม า . . . ก็ เ พื่ อ จ ะ บ อ ก ว่ า . .
รัฐธรรมนูญฉบับนี้พิกลพิการนัก..ประเทศ
ทั้งประเทศ รัฐบาลทั้งรัฐบาล..ประชาชน
ทั้งชาติ..ล้วนไร้ความสำคัญ..สู้คนเพียง 3 คนที่
เป็นกรรมการเลือกตั้งไม่ได้..
ท่านทั้งหลายเลือกใคร..ประเทศก็จะ
เป็นไปในทิศทางนั้น ท่านทั้งหลาย..ถูกต้อง
ในการวินิจฉัยประเทศก็เป็นไปตามนั้น
ท่านทั้งหลายไม่ถูกต้องในการวินิจฉัย..ผู้รับ
เคราะห์รับกรรมก็เป็นไปตามนั้น
กับบุคคลธรรมดา..กับความผิดแค่
น้อยนิด..อำนาจตุลาการกำหนดขั้นตอนไว้
ถึง 5 ชั้น..คือ..ชั้นของการไต่สวน ชั้นพิพากษา
ของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา..
ในคดีสำคัญที่มีโทษถึงประหารชีวิต..ยังเปิด
โอกาสให้ผู้ต้องคำพิพากษา สามารถถวายฎีกา
ถึงองค์พระประมุข..
แต่กับเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง..คือ การ
ปกครองประเทศนั้น..แค่ 3 ใน 5 ของ
กรรมการการเลือกตั้ง..จะสามารถบันดาล
อย่างไรก็ได้...มีอะไรรับประกันว่า..จะไม่มี
ความผิดพลาดเกิดขึ้น จะไม่มีวาระซ่อนเร้น
อุบัติขึ้นมา ไม่วันหนึ่งก็วันใด ไม่คณะใดก็
คณะหนึ่ง
ยังมีความไม่ปรกติอีกมากมายที่ซุกซ่อน
อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้..จะไม่มีรัฐสภาใดๆ
ไม่วุ่นวายกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่มีรัฐบาล
ใดอยู่ได้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้..
ผู้แทนราษฎรแห่งรัฐสภา..จะต้องชำระ
สะสางเพื่อปรับปรุงรัฐธรรมนูญนี้ใหม่..
ก่อนที่ประเทศจะวุ่นวายเพราะรัฐธรรมนูญ
ฉบับนี้..
หรือไม่ก็ปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้..
สุมไฟขึ้นมาจนท่วมแผ่นดิน
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์