WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 28, 2008

"ทักษิณ" ยืนยันจะขออยู่และตายบนแผ่นดินไทย

รร.เพนนินซูล่า 28 ก.พ. - "พ.ต.ท.ทักษิณ" แถลงเปิดใจเป็นครั้งแรกที่โรงแรมเพนนินซูล่า ทันทีที่เดินทางกลับสู่ประเทศไทย ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจคับคั่ง ย้ำต้องการกลับมาสู้คดี

พร้อมกับยืนยันว่า จะขอใช้ชีวิตอย่างสันติและสร้างสรรค์กับครอบครัว และจะขอตายบนผืนแผ่นดินไทย.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-02-28 14:40:30

CNNชี้ทักษิณกลับไทยช่วงนี้เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ตีข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ เลือกเดินทางกลับประเทศไทยในขณะนี้ เป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

นายแดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวการมาถึงประเทศไทยของพันตำรวจโททักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย หลังจากที่ต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศนานถึง 17 เดือนว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และยังได้วิเคราะห์ถึงการเลือกเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทยในช่วงเวลานี้ว่า พันตำรวจโททักษิณตัดสินใจเดินทางกลับมาต่อสู้คดีทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยในช่วงนี้ เพราะจะมีความปลอดภัยและจะได้รับความเป็นธรรมมากกว่า เนื่องจาก เป็นช่วงที่พรรคพลังประชาชน ซึ่งถือเป็นพันธมิตรทางการเมืองของเขาสามารถจัดตั้งรัฐบาลเข้ากุมอำนาจทางการเมืองไว้ได้แล้ว

นอกจากนั้น นายริเวอร์ส ยังรายงานว่า พันตำรวจโททักษิณ ได้แสดงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในขณะนี้ และมั่นใจว่า จะได้ทรัพย์สินมูลที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านปอนด์กลับคืนมา

ซีเอ็นเอ็น ทิ้งท้ายโดยยืนยันจุดยืนทางการเมืองของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรว่า ไม่ต้องการกลับเข้าสู่การเมืองไทยอีกอย่างแน่นอน

เอเอฟพี รายงานทักษิณถึงไทยแล้ว พร้อมสู้คดีคอร์รัปชั่น

ประเทศไทยแล้ว นับเป็นการสิ้นสุดการลี้ภัยนาน 17 เดือนในต่างประเทศ หลังโดนทหารก่อการรัฐประหาร โค่นล้มอำนาจ

เอเอฟพี รายงานว่า เที่ยวบินทีจี - 603 ของสายการบินไทย ที่มีพันตำรวจโท ทักษิณ โดยสารมาจากฮ่องกงได้ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 09.38น.

ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ การเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศไทย เพื่อเตรียมตัวต่อสู้คดีในข้อหาคอร์รัปชัน โดยทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความมั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยในขณะนี้จะสามารถให้ความเป็นธรรมกับเขาได้

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดถึงข้อกล่าวหาต่างๆว่า เป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรม ในการยึดอำนาจของคณะนายทหารเท่านั้น ตัวเขาเองมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัว

จำลองค้านทักษิณกลับเกรงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

แกนนำเครือข่ายพันธมิตร พล.ต.จำลอง ยันไม่เห็นด้วย อดีตนายกฯทักษิณเดินทางกลับมาวันนี้ เกรงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันนี้ เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมซึ่งเกรงว่าอาจจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของกระบวนการยุติธรรม พร้อมยืนยันว่าเครือข่ายพันธมิตรไม่ได้คัดค้านนตามอำเภอใจ และในฐานะที่เป็นผู้ชักนำ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าสู่การเมือง ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเครือง และยังถือว่าเป็นน้อง แต่เรื่องของบ้านเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ก้มกราบแผ่นดินแม่


เมื่อเวลาประมาณ 9.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมก้มกราบผืนแผ่นดิน ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์สนั่นสนามบินสุวรรณภูมิ


จาก hi-thaksin

ศาลให้ประกันตัว‘ทักษิณ' 8 ล้าน-นัดพิจารณาคดี12มี.ค.

28 ก.พ.) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 เข้ามอบตัวต่อศาลในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.45 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดง ที่ อม.1/2550 มาส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามหมายจับเลขที่ 1/2550 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 8 ล้าน เพื่อขอประกันตัว
อย่างไรก็ตาม หลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 1 โดยตีราคาหลักประกัน 8 ล้านบาทถ้วน พร้อมทำสัญญาประกัน ยึดสมุดเงินฝาก แจ้งอายัด และเพิกถอนหมายจับ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ห้ามจำเลยที่ 1 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากศาล และห้ามทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี มิฉะนั้นจะถอนประกันทันที ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ กำหนดวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการประกันตัวก็เดินทางออกจากศาลฏีกาฯ ในทันที เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีปกปิดโครงสร้างหุ้น เอสซี แอสเซทฯ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป


จาก hi-thaksin

‘อสส.'ให้ประกัน‘ทักษิณ'วงเงิน 1 ล้าน-นัดพิจารณาคดี 3 เม.ย.

หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อเข้ารับทราบและมอบตัวสู้คดีปกปิดโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทเอสซี แอสเสท ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และกลุ่มผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ทั้งนี้ หลังการมอบตัวสู้คดี อัยการสูงสุด อนุญาติให้ประกันตัวในวงเงิน 1 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันใช้เงินในบัญชี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ในการใช้ค้ำประกันตัว พร้อมนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 3 เมษายน
นายธานิต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะที่รับมอบหมายเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ เปิดเผยว่าภายหลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา พ.ต.ท.ทักษิณ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่ขอให้การใดใดในชั้นสอบสวน จะให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล จากนั้น พนักงานสอบสวน ส่งตัวผู้ต้องหา และสำนวนให้ เจ้าพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ
หลังจากที่เดินทางออกจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางแวะไปที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า จากนั้นก็เดินทางไปแถลงข่าวที่โรงแรมเพินนินซูล่าในเวลา 14.00 น.
ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เดินทางไปรายงานตัวและมอบตัวสู้คดีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาล ให้ประกันตัวในวงเงิน 8 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 12 มีนาคม ด้วย


จาก hi-thaksin

เอแบคโพลชี้ปชช.กว่าครึ่งยังชื่นชอบ‘ทักษิณ'คิดถึงความดี

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยการสำรวจ อารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาใน 27 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,553 ตัวอย่าง มีระยะเวลาการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์ เมื่อถามถึงอารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองและอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 83.9 ระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศ ขณะที่ร้อยละ 65 กำลังวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ทางการเมืองขณะนี้

เมื่อถามถึงว่าเคยพูดคุยกันเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ มากน้อยเพียงไร ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 45.9 ระบุว่าเคยพูดถึงกันมาก และร้อยละ 45.8 ระบุว่าคิดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้มาก ในขณะที่ร้อยละ 12.6 คิดถึงปานกลาง และร้อยละ 41.6 คิดถึงน้อย เมื่อจำแนกกลุ่มเด็กเยาวชนกับกลุ่มผู้ใหญ่พบว่า มีเด็กเยาวชน "พูดถึง" "คิดถึง" และ "นิยมชื่นชม" อดีตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่

ทั้งนี้ ที่น่าพิจารณาคือ ประเด็นเรื่องของความนิยมชื่นชม พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งยังรู้สึกนิยมชื่นชมมาก เมื่อสอบถามว่า เวลาคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ คิดถึงอะไรมากกว่ากันระหว่างความดีกับคดีความที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ พบว่า ประชาชนทั้งสองกลุ่มคือ เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 กับ ร้อยละ 66.5 ต่างคิดถึงความดีของอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าคดีความต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 5 ของเด็กเยาวชนและประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้ใหญ่ตอบว่าคิดถึงคดีความที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ที่เหลือไม่มีความเห็น

จาก hi-thaksin

ทักษิณแจ้งเองกลับไทยพรุ่งนี้ ขอบคุณครอบครัวที่อดทน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเดินทางกลับประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะ รับประทานอาหารจีน อยู่ที่โรงแรมรอยัลกาเด้นท์ ที่ประเทศฮ่องกง ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า เวลานี้คงบอกไม่ได้ว่า รู้สึกอย่างไร ที่จะได้เดินทางกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) แต่ยืนยัน เดินทางกลับครั้งนี้เพื่อกลับมาต่อสู้คดี หลังจากนี้จะไม่เล่นการเมืองและจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับ พรรคพลังประชาชนด้วย

เมื่อถามถึงกลุ่มที่เตรียมคัดค้านการเดินทางกลับประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถือเป็นไปตามระบอบ ประชาธิปไตย ที่ผ่านมาต้องขอบคุณครอบครัว ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด และอดทนกับเหตุการณ์ตลอด 1 ปี 5 เดือน หลังจากกลับประเทศไทยแล้วคงไม่ไปอยู่ที่บ้านจรัญสนิทวงศ์ 69 คงจะไปพักที่โรงแรมเพนิซูลาก่อน เนื่องจากที่บ้านมีการซ่อมแซม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า พรรคพลังประชาชน ได้เลี้ยงอาหารค่ำรัฐมนตรีพรรคพลังประชาชน ณ อาคารไอเอฟซีที ซึ่งการเลี้ยงอาหารค่ำดังกล่าว คงจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การรับประทานอาหารค่ำในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด แต่เป็นการนัดเลี้ยงกันตามปกติ ทั้งนี้ เชื่อว่าการจราจรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันพรุ่งนี้ ไม่ติดขัดมากนัก เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ส่วนระบบการรักษาความปลอดภัย ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด

โพลชี้วัยโจ๋ปลื้ม'ทักษิณ'-นึกถึงความดีมากกว่าคดีความ

วันนี้ (27 ก.พ.) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยการสำรวจ อารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาใน 27 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,553 ตัวอย่าง มีระยะเวลาการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์

เมื่อถามถึงอารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองและอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 83.9 ระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศ ขณะที่ร้อยละ 65 กำลังวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ทางการเมืองขณะนี้ เมื่อถามถึงว่าเคยพูดคุยกันเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ มากน้อยเพียงไร ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 45.9 ระบุว่าเคยพูดถึงกันมาก และร้อยละ 45.8 ระบุว่าคิดถึงอดีตนายก รัฐมนตรี ท่านนี้มาก ในขณะที่ร้อยละ 12.6 คิดถึงปานกลาง และร้อยละ 41.6 คิดถึงน้อย เมื่อจำแนกกลุ่มเด็กเยาวชน กับกลุ่มผู้ใหญ่พบว่า มีเด็กเยาวชน 'พูดถึง' 'คิดถึง' และ 'นิยมชื่นชน' อดีตนายกรัฐมนตรี ในสัดส่วนที่มากกว่า กลุ่มผู้ใหญ่

ทั้งนี้ ที่น่าพิจารณาคือ ประเด็นเรื่องของความนิยมชื่นชม พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่ง ยังรู้สึกนิยมชื่นชมมาก เมื่อสอบถามว่า เวลาคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ คิดถึงอะไรมากกว่ากันระหว่างความดีกับคดีความ ที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ พบว่า ประชาชนทั้งสองกลุ่มคือ เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 กับ ร้อยละ 66.5 ต่างคิดถึงความดีของอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าคดีความต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 5 ของเด็กเยาวชนและประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้ใหญ่ตอบว่าคิดถึงคดีความที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ที่เหลือไม่มีความเห็น