รร.เพนนินซูล่า 28 ก.พ. - หลังการแถลงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมครอบครัว ได้ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องพักโรงแรมเพนนินซูล่า โดยเย็นนี้มีกำหนดจะไปกราบสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลา 18.30 น.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, February 28, 2008
"พ.ต.ท.ทักษิณ" มีกำหนดไปกราบสักการะพระศพ เย็นนี้
การประชุมสภากลาโหมนัดแรก ไม่มีการแถลงผลประชุม
กระทรวงกลาโหม 28 ก.พ. - การประชุมสภากลาโหม นัดแรก ไม่มีการแถลงผลประชุม โดยผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยัน ไม่มีการหารือเรื่องอดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ
การประชุม ซึ่งมี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน มีผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง และมีการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน แต่ไม่มีการแถลงผลประชุม ด้วยเหตุผลยังไม่มีการแต่งตั้งโฆษกกระทรวงกลาโหมคนใหม่
ขณะที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ต่างแยกย้ายกันหลบนักข่าว มีเพียง พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมหารือเฉพาะเรื่องการทหาร ในการช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยแล้งน้ำท่วม การปรับย้ายทหารกลางปี
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมไม่ได้ติดตามการถ่ายทอดสดการเดินทางกลับประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรี และไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าวด้วย โดยเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ที่สื่อ ว่าจะทำให้สงบหรือไม่.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-02-28 15:08:41
"ทักษิณ" ยืนยันจะขออยู่และตายบนแผ่นดินไทย
รร.เพนนินซูล่า 28 ก.พ. - "พ.ต.ท.ทักษิณ" แถลงเปิดใจเป็นครั้งแรกที่โรงแรมเพนนินซูล่า ทันทีที่เดินทางกลับสู่ประเทศไทย ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจคับคั่ง ย้ำต้องการกลับมาสู้คดี
พร้อมกับยืนยันว่า จะขอใช้ชีวิตอย่างสันติและสร้างสรรค์กับครอบครัว และจะขอตายบนผืนแผ่นดินไทย.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
CNNชี้ทักษิณกลับไทยช่วงนี้เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ตีข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ เลือกเดินทางกลับประเทศไทยในขณะนี้ เป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย
นอกจากนั้น นายริเวอร์ส ยังรายงานว่า พันตำรวจโททักษิณ ได้แสดงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในขณะนี้ และมั่นใจว่า จะได้ทรัพย์สินมูลที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านปอนด์กลับคืนมา
ซีเอ็นเอ็น ทิ้งท้ายโดยยืนยันจุดยืนทางการเมืองของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรว่า ไม่ต้องการกลับเข้าสู่การเมืองไทยอีกอย่างแน่นอน
เอเอฟพี รายงานทักษิณถึงไทยแล้ว พร้อมสู้คดีคอร์รัปชั่น
ประเทศไทยแล้ว นับเป็นการสิ้นสุดการลี้ภัยนาน 17 เดือนในต่างประเทศ หลังโดนทหารก่อการรัฐประหาร โค่นล้มอำนาจ
ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ การเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศไทย เพื่อเตรียมตัวต่อสู้คดีในข้อหาคอร์รัปชัน โดยทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความมั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยในขณะนี้จะสามารถให้ความเป็นธรรมกับเขาได้
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดถึงข้อกล่าวหาต่างๆว่า เป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรม ในการยึดอำนาจของคณะนายทหารเท่านั้น ตัวเขาเองมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัว
จำลองค้านทักษิณกลับเกรงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
แกนนำเครือข่ายพันธมิตร พล.ต.จำลอง ยันไม่เห็นด้วย อดีตนายกฯทักษิณเดินทางกลับมาวันนี้ เกรงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ก้มกราบแผ่นดินแม่
เมื่อเวลาประมาณ 9.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมก้มกราบผืนแผ่นดิน ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์สนั่นสนามบินสุวรรณภูมิ














จาก hi-thaksin
ศาลให้ประกันตัว‘ทักษิณ' 8 ล้าน-นัดพิจารณาคดี12มี.ค.
28 ก.พ.) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 เข้ามอบตัวต่อศาลในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.45 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดง ที่ อม.1/2550 มาส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามหมายจับเลขที่ 1/2550 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 8 ล้าน เพื่อขอประกันตัว
อย่างไรก็ตาม หลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 1 โดยตีราคาหลักประกัน 8 ล้านบาทถ้วน พร้อมทำสัญญาประกัน ยึดสมุดเงินฝาก แจ้งอายัด และเพิกถอนหมายจับ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ห้ามจำเลยที่ 1 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากศาล และห้ามทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี มิฉะนั้นจะถอนประกันทันที ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ กำหนดวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการประกันตัวก็เดินทางออกจากศาลฏีกาฯ ในทันที เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีปกปิดโครงสร้างหุ้น เอสซี แอสเซทฯ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป
‘อสส.'ให้ประกัน‘ทักษิณ'วงเงิน 1 ล้าน-นัดพิจารณาคดี 3 เม.ย.
หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อเข้ารับทราบและมอบตัวสู้คดีปกปิดโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทเอสซี แอสเสท ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และกลุ่มผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ทั้งนี้ หลังการมอบตัวสู้คดี อัยการสูงสุด อนุญาติให้ประกันตัวในวงเงิน 1 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันใช้เงินในบัญชี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ในการใช้ค้ำประกันตัว พร้อมนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 3 เมษายน
นายธานิต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะที่รับมอบหมายเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ เปิดเผยว่าภายหลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา พ.ต.ท.ทักษิณ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่ขอให้การใดใดในชั้นสอบสวน จะให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล จากนั้น พนักงานสอบสวน ส่งตัวผู้ต้องหา และสำนวนให้ เจ้าพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ
หลังจากที่เดินทางออกจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางแวะไปที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า จากนั้นก็เดินทางไปแถลงข่าวที่โรงแรมเพินนินซูล่าในเวลา 14.00 น.
ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เดินทางไปรายงานตัวและมอบตัวสู้คดีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาล ให้ประกันตัวในวงเงิน 8 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 12 มีนาคม ด้วย
เอแบคโพลชี้ปชช.กว่าครึ่งยังชื่นชอบ‘ทักษิณ'คิดถึงความดี
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยการสำรวจ อารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาใน 27 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,553 ตัวอย่าง มีระยะเวลาการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์ เมื่อถามถึงอารมณ์ ความรู้สึกของสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองและอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 83.9 ระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศ ขณะที่ร้อยละ 65 กำลังวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ทางการเมืองขณะนี้
เมื่อถามถึงว่าเคยพูดคุยกันเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ มากน้อยเพียงไร ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 45.9 ระบุว่าเคยพูดถึงกันมาก และร้อยละ 45.8 ระบุว่าคิดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้มาก ในขณะที่ร้อยละ 12.6 คิดถึงปานกลาง และร้อยละ 41.6 คิดถึงน้อย เมื่อจำแนกกลุ่มเด็กเยาวชนกับกลุ่มผู้ใหญ่พบว่า มีเด็กเยาวชน "พูดถึง" "คิดถึง" และ "นิยมชื่นชม" อดีตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่
ทั้งนี้ ที่น่าพิจารณาคือ ประเด็นเรื่องของความนิยมชื่นชม พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งยังรู้สึกนิยมชื่นชมมาก เมื่อสอบถามว่า เวลาคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ คิดถึงอะไรมากกว่ากันระหว่างความดีกับคดีความที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ พบว่า ประชาชนทั้งสองกลุ่มคือ เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 กับ ร้อยละ 66.5 ต่างคิดถึงความดีของอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าคดีความต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 5 ของเด็กเยาวชนและประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้ใหญ่ตอบว่าคิดถึงคดีความที่ถูกกล่าวหาในความผิดต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ที่เหลือไม่มีความเห็น
จาก hi-thaksin




