พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขณะออกจากเครื่องบินเข้าสู่สนามบินสุวรรภูมิ เพื่อพบกับครอบครัวที่มายืนรอรับ และได้เข้าสวมกอดด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, February 29, 2008
อ้อมกอดแห่งรัก
พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขณะออกจากเครื่องบินเข้าสู่สนามบินสุวรรภูมิ เพื่อพบกับครอบครัวที่มายืนรอรับ และได้เข้าสวมกอดด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
MV จากกันนานคิดถึงจังเลย
ด้วยความคิดถึงและห่วงหา วันที่ท่านกลับคืนถิ่นแผ่นดินเกิดก็มาถึง พี่น้องประชาชนที่รักและห่วงใยท่าน พร้อมใจยินดีต้อนรับและจะขอเป็นกำลังใจเคียงข้างท่านตลอดไป
จาก hi-thaksin
เจตนาชั่วของสมุนสนธิ ลิ้มทองกุล
ภาพที่ประจักษ์และปรากฎต่อสายตาประชาชน ที่ชมการรายงานสดจากหน้าจอโทรทัศน์ เป็นพยานได้ดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มิได้ประพฤติปฏิบัติตนเสมอเช่นเมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตพระนคร แม้แต่น้อย
นับแต่ออกจากเครื่องบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ตกอยู่ในวงล้อมของหน่วยรักษาความปลอด ภัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดมาคุ้มครองความปลอดภัย ตามคำสั่งของพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปรายงานตัวที่ศาลฎีกา ทันที
ไม่มีโอกาสแม้แต่จะทักทายประชาชน ได้แต่เพียงโบกมือให้แก่กัน เพื่อเป็นการขอบคุณน้ำใจของประชาชนที่อุตส่าห์เดินทางมารอรับ หลังจากที่ก้มกราบแผ่นดินไทยอันเป็นที่รัก แล้ว เท่านั้นเอง
พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษใดๆ กว่าผู้ต้องหารายอื่น เมื่อเดินทางไปถึงศาลฎีกา เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ก็ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติผู้ต้องหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาทั่วไป เพียงแต่อาจจะได้รับความสะดวกมากกว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำรัฐบาล เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน ก็ได้รับสิทธิเช่นเดียวกันนี้ บางคนได้รับสิทธิมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ คือ ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ
ผมไม่แน่ใจว่า ผู้เขียนบทความนี้ ได้ชมการรายงานสดตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ แต่แน่ใจว่าผู้เขียนบทความนี้เขียนด้วยอคติ และเขียนด้วยเจตนาทุจริตต่อพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ได้ใส่ใจต่อความจริงที่ปรากฎต่อสายตาประชาชนหลายล้านคนที่ได้ชมการรายงานสดพร้อมๆ กัน ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก
ความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ ก็คือว่า....
1. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงประเทศไทย
2. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดินไทย จะเป็นทันทีที่เท้าก้าวแรกสัมผัสผืน ดิน จะเป็นเท้าก้าวที่เท่าไรก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สาระอยู่ที่ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกคณะรัฐประหารยึดอำนาจไป ต้องพลัดพรากจากแผ่นดินแม่ไปนานถึง 17 เดือน โดยไม่ได้ร่ำลา และไม่ได้ตั้งใจ เมื่อได้กลับมาถึงแผ่นดินแม่ มายืนบนแผ่นดินเกิด การก้มกราบแผ่นดินแม่ เพื่อสำนึกในบุญคุณ เพื่อรำลึกถึงความหอมของผืนดิน ที่เคยอุ้มชูเลี้ยงดูมาทั้งชีวิต เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง
พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้กระทำสิ่งนั้นทันที โดยไม่ลังเล และไม่ได้สนใจว่ากล้องของผู้สื่อข่าวอยู่ตรงไหน อย่างไร ไม่มีการนัดแนะ ไม่มีการให้คิว ไม่มีการเทคใหม่ ไม่มีการก้มกราบสองครั้ง สามครั้ง เพื่อให้ช่างภาพ ได้ถ่ายภาพสวยๆ ได้บันทึกภาพทุกความเคลื่อนไหว ทุกช็อต ทุกเฟรม ที่ช่างภาพบันทึกได้ เป็นกิริยาอาการที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มิใช่การเสแสร้าง หรือเกิดจากการนัดแนะ ซ้อมคิวกับช่างภาพแต่อย่างใด
3. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตกอยู่ในวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาความผลปลอดภัยตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ไม่มีโอกาสที่พบปะพูดคุย โอบกอด สัมผัสมือกับชาว บ้านหลายพันคนที่มารอรับนานข้ามคืน ดังที่ใจต้องการ เพราะต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติตนตามแผนการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างเคร่งครัด
4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางการติด ตามดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปยังศาลฎีกา เพื่อการเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล ทันที ไม่มีโอกาสที่จะแวะทักทายกับใคร หรือกลับบ้านพักก่อน ดังเช่นที่สื่อบางสำนักคาดเดาไว้ล่วงหน้า ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าบุคคลทั่วไป ที่ตกเป็นผู้ต้องหา และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล
5. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ที่โรงแรมเพนนินซูล่า ตามที่สื่อมวล ชนต้องการ และปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ซึ่งเข้าใจได้ว่าเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งคำถามนำ ไปสู่ความเข้าใจผิดของประชาชน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกขึ้นในชาติอีก ทั้งนี้ก่อนจะเข้าสู่ห้องแถลงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ได้ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ประดิษฐานอยู่หน้าห้องแถลงข่าว ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น ที่ได้กลับมาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารอีกครั้งหนึ่ง
6. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปกราบพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
7. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมครอบครัว เข้าพักที่โรงแรมเพนนินซูลา
พฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตลอดทั้งวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเสี้ยวเวลาใดเลย หรือ พฤติกรรมใดเลย ที่จะส่อแสดงให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ แสดงพฤติกรรมใกล้เคียง เลียนแบบ หรือ เทียบเคียงได้กับการเสด็จนิวัตพระนครของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ผู้เขียนบทความต้องการชี้นำให้ประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิด
มีความเป็นไปได้สูงมากที่ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ เวปไซต์ Manager on lie จะหลงเชื่อไปตามที่ผู้เขียนชี้นำ เพราะผู้อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ พร้อมจะเชื่อ มากกว่าที่จะอ่านแล้วคิด
การใช้ถ้อยคำหัวเรื่องของบทความดังนี้ เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายมากกว่าที่เชื่อได้ว่าเป็นสื่อที่อยู่ในสังกัดของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่มีข้อบังคับด้านจริยธรรมอย่างสูงส่ง และผู้เขียน ก็อยู่ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับเดียวกับ นายสุวัฒน์ ทองธนากุล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เสียด้วย
พฤติกรรมในลักษณะนี้ เป็นการแอบอ้าง และใช้ถ้อยคำ อันหมายถึงสถาบันเบื้องสูง มาเป็นเครื่องมือทำให้ประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิด เช่นเดียวกับพฤติกรรมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ศาลพิพากษาจกคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ก็ด้วยเหตุที่แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือทางการเมืองของตนเอง ไม่มีผิดเพี้ยน
พฤติกรรมของ สุรวิชช์ วีรวรรณ ที่เดินเคียงข้าง สนธิ ลิ้มทองกุล ตลอดเวลาของการปลุกระดมประชาชน สร้างความแตกแยกให้แก่คนในชาติ เป็นการส่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่มีแต่ สนธิ ลิ้มทองกุล คนเดียวที่มีพฤติกรรมแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ตนสมประโยชน์ทางการเมือง หากแต่ยังแพร่กระจายระบาดไปยังคนรอบข้างในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ จนไม่อาจจะไว้วางใจได้ว่าติดพฤติกรรมนี้กันไปกี่คนแล้ว บางทีอาจจะเป็นกับเครือผู้จัดการก็เป็นได้
บางทีผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องมาพิจารณากันสักครั้งว่า การลงโทษจำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา แต่ให้ประกันตัวได้ในระหว่างอุทธรณ์ เป็นการลงโทษที่หาได้ทำให้สนธิ ลิ้มทองกุล และบริวาร สำนึกในการกระทำความผิดของตนเอง ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้บ้านเมืองแตกแยก ด้วยวิธีการอันเลวร้าย คือ ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือ ก็เป็นได้
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
ประดาบ
Thursday, February 28, 2008
เด้งอธิบดีกรมประชาฯไปประจำสำนักนายก 'เผชิญ' เสียบแทน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยัน นายกฯเซ็นคำสั่งเด้งอธิบดีกรมประชาฯมีผลพรุ่งนี้ อ้างดึงตัวช่วยงานTVอาเซียน
ให้ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ตนเองเป็นผู้ทำเรื่องเสนอนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และได้มีการลงนาม
ในคำสั่งแล้ว คาดว่ามีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ และได้แต่งตั้งนายเผชิญ ขำโพธิ์ รองอธิบดีขึ้นรักษาการอธิบดีแทน ทั้งนี้นายจักรภพ
ได้ให้สาเหตุในการโยกย้ายครั้งนี้ว่า เพื่อให้ช่วยดูงานสถานีโทรทัศน์อาเซียนที่จะเปิดขึ้นมาใหม่
ขณะที่นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่ายังไม่เห็นคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว แต่ได้รู้เบื้องต้นจากสื่อมวลชนที่
โทรมาสอบถาม พร้อมยืนยันว่า เป็นข้าราชการก็ต้องพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง
'หมอเลี๊ยบ'เตรียมเข้าพบทักษิณหารือเรื่องเศรษฐกิจ
รองนายกฯและ รมว.คลัง เผยจะขอเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอคำปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตราการกันสำรองร้อยละ 30 เชื่อไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ รองนายกฯและ รมว.คลัง กล่าวยืนยันว่า การเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องเศรษฐกิจนั้นจะไม่ขัดกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่งที่ปรึกษาให้อย่างเป็นทางการ
CNNในไทยรายงานทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ซีเอ็นเอ็นรายงานข่าว พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ริเวอร์ส รายงานว่า ทักษิณให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนหลังจากได้รับการประกันตัว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมประกาศจะขอต่อสู้คดีจนถึงที่สุด มั่นใจว่าตนเอง และครอบครัวจะพ้นมลทินอย่างแน่นอน พร้อมขอบคุณบรรดาผู้สนับสนุนและประชาชนทุกๆคน ที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจ
สื่อผิดหวังผบ.เหล่าทัพ ไม่พูดเรื่องปืนซุ่มยิงระยะไกลหาย
ประชุมสภากลาโหม เสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งรัฐมนตรีและผบ.เหล่าทัพ ปิดปากเงียบ ไม่ให้สัมภาษณ์ ข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกลหายไปจากหน่วยทหาร
ซึ่งหลังการประชุมเสร็จ นายสมัคร พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ ได้หลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่มารอสัมภาษณ์ กรณี ปืนสุ่มยิงระยะไกล หายไป
3 กระบอก จากกองทัพบก ตามที่ พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผบ.ตร. ออกมาเปิดเผย รวมถึง กรณีการเดินทางกลับประเทศของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งก็ได้สร้างความผิดหวังกับกลุ่มผู้สื่อข่าว ที่มารอทำข่าวเป็นอย่างมาก
ชัย ชิดชอบ ชี้ เรื่องปกติส.ส.พปช.ไปรับทักษิณ
"ชัย ชิดชอบ" ชี้ เป็นเรื่องปกติที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชนบางส่วน เดินทางไปต้อนรับ อดีตนายกฯทักษิณ เพราะถือเป็นคนคุ้นเคย
เป็นเรื่องปกติ ในฐานะคนคุ้นเคยกัน ห่างเหินกันนาน จะต้องคิดถึงกันเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า ไม่มีปัญหาในการประชุม
สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ เนื่องจาก การประชุมเป็นวาระพิจารณากระทู้ถาม ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง โดยใช้เสียงเพียง
1 ใน 5 หรือ น้อยกว่าเสียง ก็สามารถประชุมสภาได้
ขณะเดียวกัน นายชัย ปฏิเสธการเดินทางกลับมาประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่ใช่มาเพื่อแก้ไขปัญหาภายในพรรคพลังประชาชน
ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่มาเพื่อต่อสู้คดี และยืนยันว่าภายในพรรคพลังประชาชน ไม่มีปัญหาอะไร
เนวินขอโอกาสทักษิณพิสูจน์ความบริสุทธิ์
อดีต 111 ไทยรักไทย "เนวิน ชิดชอบ" ขอโอกาสอดีตนายกฯทักษิณ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ สู้ข้อกล่าวหาคดีทุจริตขณะเจ้าหน้าที่โรงแรมเพนนินซูล่า ยอมให้กองทัพสื่อเข้าในอาคารแล้ว
อย่างไรก็ตาม นายเนวิน ยืนยัน ที่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับก่อนกำหนดนั้น ไม่ได้กลับมาแก้ปัญหาภายในพรรครวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน และอย่ามองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีบารมีมากกว่า นายสมัคร สุนทรเวชหัวหน้าพรรค ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้









