กทม. 29 ก.พ. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ชมรายละอียด สำนักข่าวไทย
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
กทม. 29 ก.พ. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ชมรายละอียด สำนักข่าวไทย
นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพักแล้วเพื่อเข้าทำภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนเตรียมเดินทางไปประเทศลาวเพื่อแนะนำตัว
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากบ้านพักภายใน ซอยนวมินทร์ 81 แล้วตั้งแต่ 06.50 น. ที่ผ่านมา ด้วยรถผู้ติดตามและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียง 2 คัน นำและปิดท้ายขบวน ซึ่งได้รับคำยืนยันจากคนภายในบ้านว่าเป็นปกติเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายหลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับสู่ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้ และมีหลายฝ่ายออกมาเริ่มตั้งขอสังเกตสงสัยถึงอำนาจการบริหารประเทศ รวมถึงอยากให้พิสูจน์ว่าประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียว
อย่างไรก็ตาม กำหนดการทำงานของนายกรัฐมนตรีในวันนี้เวลาประมาณ 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจะเข้าเยี่ยมคารวะ นายสมัคร สุนทรเวช และในเวลา 11.45 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อแนะนำตัวภายหลังเข้ารับตำแหน่งและจะเดินทางกลับในวันที่ 1 มี.ค.ที่จะถึงนี้
มีปากก็พูดกันไป
- 9.45 น. เครื่องบินเที่ยวบินที่ ทีจี.603 ลงพื้นแตะรันเวย์ โดยมี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พร้อมบุตรสาว และคณะรัฐมนตรีบางส่วน นำโดย ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นไปต้อนรับถึงเครื่องบิน ท่ามกลางการดูแลอารักขาความปลอดภัยอย่างเต็มที่
- 10.05 น. พันตำรวจโททักษิณ เดินออกจากห้องพักรับรอง มายังด้านหน้าอาคาร พร้อมทรุดตัวก้มกราบธรณี ผืนแผ่นดินไทยเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตาคลอ พร้อมทักทายกับประชาชน
- 10.30 น. พันตำรวจโททักษิณ เดินทางถึงศาลฎีกาเพื่อมอบตัวคดีตามหมายจับคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท โดยศาลอนุญาติให้กันประกับตัวด้วยวงเงิน 8 ล้านและห้ามเดินทางออกนอกประเทศยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาล
-11.15 น.เดินทางออกจากศาลฎีกา เพื่อไปสำนักงานอัยการสูงสุด โดยแวะพักที่กองกำกับการตำรวจปราบปราม เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
- 12.05 น. เดินทางถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในบริษัทเอสซี แอสเซท โดยอัยการอนุญาติให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 1 ล้านบาท -12.35 น. พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากสำนักงานอัยการสูงสุด ไปยังบ้านพักภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งเป็นการกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นครั้งแรก เพื่อดูสภาพบ้านที่กำลังซ่อมแซม
- 14.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากบ้านพักเพื่อไปยังโรงแรมเพนนินซูล่าเพื่อเปิดแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าว ซึ่งจะใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
- 14.30 น.พ.ต.ท.ทักษิณเปิดแถลงข่าวยืนยันวางมือทางการเมือง
- 18.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เขากลับมาแล้ว...
“ผมไม่มีความคิดล้างแค้นใคร มนุษย์คือเพื่อนร่วมโลกที่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ...แล้วยิ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติ ..ยิ่งต้องรักกัน”เป็นคำกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดใจกับรายการ “สถานีสนามเป้า” ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ตอนเช้าวันเดียวกับที่อดีตนายกรัฐมนตรีผู้โด่งดังก้มลงกราบแผ่นดินแม่! ทันทีที่เดินทางกลับประเทศไทยวันแรก เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา“จักรพันธ์ ยมจินดา” ผู้ดำเนินรายการ ตั้งคำถาม “พ.ต.ท.ทักษิณ” หลายต่อหลายเรื่อง แต่ประเด็นที่เขาอยากเผยความในใจมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่อง การเทกโอเวอร์ ทีม“เรือใบสีฟ้า” หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจากเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 75% ใช้เงินราว 81 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท
แม้ว่าเรื่องนี้เคยตกเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลกมาแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงแรงบันดาลใจ อันเป็นเบื้องหลังที่ “บิ๊กแม้ว” ตัดสินใจซื้อแมนฯ ซิตี้รวมถึงกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ในมุมมองของนักธุรกิจแสนล้านที่ประสบความสำเร็จมาค่อนชีวิต ทั้งด้านการเมืองและหลากหลายธุรกิจที่เขาชักใยอยู่เบื้องหลัง“...ผมมาอังกฤษใหม่ๆ เป็นคนตกงาน ในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกฯ เลยอยากขอเท่หน่อย เพื่อนฝูงมาบอกว่ามีสโมสรฟุตบอลอังกฤษ 2-3 แห่งอยากขาย ก็เลยตัดสินใจ...”“...กลับเมืองไทยแล้ว ผมก็ยังคงต้องไปๆ มาๆ เพื่อดูแลทีมแมนฯ ซิตี้ เพื่อมุ่งมั่นให้ถึงแชมป์พรีเมียร์ ลีก..”“พ.ต.ท.ทักษิณ” บอก “จักรพันธ์” ผ่านทีวีช่อง 5 ไปถึงคนไทยทั้งประเทศ และขอให้รอดูความเปลี่ยนแปลงของทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับที่ 8 ของตารางพรีเมียร์ ลีก
“...ผมจะทำให้แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่คนไทยภูมิใจ...ในฤดูกาลหน้า แมนฯ ซิตี้ จะเป็นอีกแมนฯ ซิตี้ หนึ่งที่ทุกคนประหลาดใจ...”ทั้งในแง่ของการผ่าทีมครั้งใหญ่ หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมา สเวน โกรัน อีริคส์สัน กุนซือทีมแมนฯ ซิตี้ ทุ่มเงินเกือบ 100 ล้านปอนด์ ช้อปนักเตะชื่อดังมาเสริมทีมถึง 15 รายส่วนในแง่ของธุรกิจ ประธานสโมสรแมนฯ ซิตี้ จะขยายความนิยมกลุ่มแฟนคลับในเอเชียและอเมริกา โดยส่งทีมโค้ชไปฝึกสอนฟุตบอลในต่างประเทศ และแมวมองออกไปหาผู้เล่นใหม่ๆ
“...เราจะมีแมนฯ ซิตี้ไชน่า แมนฯ ซิตี้เจแปน และแมนฯ ซิตี้ยูเอสเอ ในอนาคต...”ในแง่ของการตลาด ทีมแมนฯ ซิตี้จัดเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก การติดป้ายโฆษณาข้างสนามสามารถแลกเปลี่ยนเป็นรายได้จำนวนมหาศาลแต่เพื่อต้องการช่วยชาติ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ขอให้มีแผ่นป้ายโฆษณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยติดอยู่ข้างสนามด้วยนอกเหนือจากป้ายโฆษณาเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่สำคัญต่างๆ อันเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของอดีตนายกรัฐมนตรีที่สำคัญ การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้นำนักเตะดาวดังมาด้วย 2 คน คือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารดาวรุ่ง กับเคลวิน เอตูฮู นักเตะผิวหมึกชาวไนจีเรีย เพื่อเปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 29 ก.พ.“…เด็กไทยตัวเล็ก นักเตะในยุโรปหลายๆ คนก็ตัวเล็ก ดังนั้น ร่างกายใหญ่หรือเล็กจึงไม่ใช่เรื่องหลัก การเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอลที่เป็นมาตรฐานสากลหรืออะคาเดมี่ จะช่วยปูพื้นฐานให้เท่ากันและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ...”
การผลักดันทีมไทยให้ไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก เป็นความหวังสูงสุดของสมาคมลูกหนังไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิดาวเทียมไทยคม ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการส่งทีมชาติไทยไปฝึกซ้อมที่สโมสรเรือใบสีฟ้าถึง2 ครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา“....จากนี้ไปผมขอวางมือจากการเมืองอย่างเด็ดขาด จะขอตีกอล์ฟและพร้อมสนับสนุนฟุตบอลไทยทุกๆ ด้าน...”เป็นคำสัญญาของประธานสโมสรแมนฯ ซิตี้ แห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ!
9 ก.ย.2549คือ...วันสุดท้ายที่อดีตนายกฯ ทักษิณชินวัตร ออกจากเมืองไทย เพื่อไปปฏิบัติภารกิจของชาติ แล้วก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย537 วัน
คือ...ระยะเวลาที่อดีตนายกฯ ทักษิณต้องกลายเป็น “มหาเศรษฐีพเนจร” กินนอนอยู่ในต่างแดนอย่างเก่ง...ก็แค่เวียนวนอยู่รอบๆ ประเทศใกล้สุด สิงคโปร์ไกลอีกนิดก็ที่ฮ่องกงและมาเก๊าแต่ 28 ก.พ.2551 กลายเป็นอีกวันแห่งประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อเขาได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งภาพ “กราบดิน” ด้วยการก้มกราบแผ่นดินเกิดของอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้กลายเป็นภาพแห่ง
ความทรงจำ และภาพประวัติศาสตร์ที่จะโจษขานกันไปอีกนับสิบนับร้อยปี
ไม่เฉพาะเมืองไทยแต่จะเป็นภาพที่ปรากฏเป็น “ภาพข่าว” ของสำนักข่าวต่างประเทศ ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่สุดที่ทั่วโลกรู้จักและสำนักข่าวเล็กๆ ของประเทศที่ผู้คนอาจไม่คุ้นชื่อแม้อดีตนายกฯ ทักษิณ จะให้สัมภาษณ์ระหว่างอยู่บนเครื่องบินของการบินไทย ทีจี 603 ว่า...ใจจริงอยากจะกลับเมืองไทย นับแต่ที่รู้ข่าว 1 วันของการปฏิวัติ “19 ก.ย.”แต่เพราะถูก “ฉุดรั้ง” จากคนรอบข้าง จึงทำให้เป็น 537 วัน (9 ก.ย.49–28 ก.พ.51) แห่งความทุกข์ทรมานใจของอดีตนายกฯ คนนี้
นับหนึ่งจาก 537 วัน...จะเป็น “เริ่มต้น” แห่งการใช้ชีวิตในเมืองไทย อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนที่เขาถวิลหามาเนิ่นนานทุกๆ วันตลอด 537 วัน...เคยเป็นวันแห่งความเศร้าหมองแต่ 1 วันนับจากนี้และวันต่อๆ ไป จะเป็นวันแห่งความปีติยินดี ของอดีตนายกฯ ทักษิณ และครอบครัว “ชินวัตร”แม้คดีที่เขาและภรรยาตกเป็น “จำเลย” และ “ผู้ต้องหา” จะยังไม่สิ้นสุด!!!แต่ก็เป็นการ “เริ่มต้น” ของการแก้ข้อกล่าวหา ที่จะนำมาสู่แนวทางการสร้างความสมานฉันท์ภายในประเทศภาพ “กราบดิน” จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ และบันทึกความทรงจำที่คนไทยและอีกหลายคนทั่วโลก...จะต้องจดจำ

ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51