WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 29, 2008

ขอต้อนรับ ฯพณฯ ท่านทักษิณ ชินวัตร ผู้นำในดวงใจของคนรากหญ้า กลับบ้านเกิดเมืองนอน

บทความโดย ... ลูกชาวนาไทย


ผมได้ทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ต จากบทความของคุณประดาบ ในเว็บไซต์ ไฮทักษิณว่า ท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส จะเดินทางกลับคืนสู่ประเทศไทย แผ่นดินบ้านเกิดของท่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ หลังจากที่ท่านจำต้องติดค้างอยู่ต่างแดน เพราะถูกมวลหมู่มาร ยึดอำนาจที่ประชาชนมอบให้ท่านไปจากท่าน

ผมและประชาชนชาวรากหญ้าอีกจำนวนมาก อาจไม่ได้มีโอกาสไปรับท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินที่ท่านผลักดันให้สร้างขึ้นมาจนแล้วเสร็จ จนเป็นสนามบินที่ภาคภูมิใจของชนชาติไทย ที่จริงผมก็อยากไปรับท่านที่สนามบิน แต่ผมไม่ค่อยชอบคนจำนวนมาก จึงยินดีที่จะรอท่านอยู่ที่บ้าน ติดตามข่าวสารของท่าน ที่บ้านของผม

ท่านกลับมาเมืองไทย หลังจากที่ต้องอยู่ต่างแดนเป็นเวลานานท่านคงรู้สึกตื้นตันใจ หลังจากที่ต้องจากแผ่นดินนี้ไปนาน เพราะไม่มีแผ่นดินใดในโลกจะอบอุ่นเท่ากับแผ่นดินเกิดของเรา ไม่มีที่ใดจะอยู่สุขสบายเท่ากับอยู่ที่บ้านเกิด ท่ามกลางมวลหมู่มหาประชาชนจำนวนมากที่รักท่าน เคารพท่าน

ผมคิดว่าภารกิจแรกๆ ของท่านนอกจากมาสู้คดี ที่ศัตรูทั้งหลายใช้ทำร้ายท่านแล้ว ท่านควรออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนชาวรากหญ้าทั้งหลายที่คิดถึงท่าน และเฝ้ารอท่านกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าขณะนี้ท่านจะไม่ใช่นายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ชาวรากหญ้าทั้งหลายก็คิดถึงท่าน คิดถึงสิ่งที่ท่านทำเพื่อพวกเขาทั้งหลาย การออกไปเยี่ยมเยียนพวกเขา น่าจะทำให้พวกเขาได้ผ่อนคลายความคิดถึงได้บ้าง เพราะในหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ พวกเราต้องต่อสู้กับอำนาจอันกดขี่ อำนาจกระบอกปืนและรถถัง อำนาจรัฐและอำนาจมืดทั้งหลาย เพื่อให้ท่านายกฯ ในดวงใจของเรา ได้กลับคืนมาสู่ประเทศนี้อย่างสง่างาม สมกับเป็นนายกรัฐมนตรีในดวงใจของประชาชน และสุดท้าย พวกเราก็ได้รับชัยชนะอย่างสวยงามยิ่ง

แม้ศัตรูของท่านจะโจมตี กล่าวหาว่าร้ายท่านต่างๆ นานา ในช่วงที่ท่านไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ “ความรักและความศรัทธา” ของประชาชนที่มอบให้ท่านนั้น ไม่มีทางที่บุคคลที่สามจะทำลายได้ เพราะเป็นเรื่องของคนที่รัก ศรัทธาท่าน กับตัวท่านเอง เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน ไม่ใช่บุคคลที่สามจะไปทำลายหรือยุ่งเกี่ยวได้

ท่านยังมีหน้าที่ต่อประชาชนชาวรากหญ้าของท่านอีกมากมายหลายประการ แม้ท่านไม่ได้เป็นนายกฯ ท่านก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ ท่านสามารถที่จะช่วยเหลือสังคม ทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติได้มากกว่าศัตรูของท่านที่ไม่เคยได้ทำอะไร มีแต่เรียกร้องเอาเกียรติยศจากประชาชน

ท่านเป็นผู้นำทางบารมี ท่านย่อมชี้ทางให้ประชาชนได้ และเมื่อท่านไม่ได้ทำหน้าที่บริหารโดยตรง ท่านอาจมีมุมมองต่อการช่วยเหลือประเทศที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ท่านไม่ต้องมีภาระยุ่งยากกับภารกิจประจำวัน ท่านจะมีเวลาว่างอีกมากมายที่จะรับฟังปัญหาจากประชาชนชาวรากหญ้า หรือช่วยเป็นกำลังให้พวกเขา พัฒนาไปสู่ความอยู่ดีกินดีมากขึ้น

ผมเชื่อว่า ในยุคทศวรรษต่อไปนี้ เป็นยุคของท่านอย่างแท้จริง แม้ว่าท่านจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง แต่บารมีของท่านจะมีมากกว่า อดีตนายกรัฐมนตรีคนใด แม้แต่อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคนนั้น คนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมหาศาล

การกลับคืนสู่ประเทศของท่านครั้งนี้จะนำกำลังใจมหาศาล มาสู่ผู้ที่รักและเคารพในตัวท่าน

ยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีของประชาชน นายกรัฐมนตรีในหัวใจของประชาชน

สุดท้ายนี้ ผมและพี่ๆ น้องๆ กลุ่มสื่อประชาชน สื่อของประชาชนอย่างแท้จริง ขอต้อนรับการกลับคืนสู่บ้านเกิดของท่านด้วยความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอใช้เว็บไซต์ Thaifreenews.com แห่งนี้ ต้อนรับการกลับมาของท่านครับ

จาก ไทยฟรีนิวส์

หุ้นขานรับเลิกกันสำรอง30% ซื้อขายคึกคัก บวก 3.64 จุด [29 ก.พ. 51 - 17:06]

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ปิดที่ 845.76 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายทั้งสิ้น 24,573.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีราคาปิดเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 148 หลักทรัพย์ ลดลง 188 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 123 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุด ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)


คมนาคมสั่งลุยรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ย้ำนโยบายหลักรบ. [29 ก.พ. 51 - 15:25]

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าววันนี้ (29 ก.พ.) ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 9 เส้นทาง ว่า ไม่จำเป็นต้องขอคำปรึกษาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะโครงการรถไฟฟ้า ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านระบบขนส่งมวลชนให้ความสำคัญมากอยู่แล้ว เชื่อว่าการที่นายกรัฐมนตรีเข้ามานั่งเป็นประธานคณะกรรมการผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์เพื่อกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิดจะเป็นการเร่งรัดและลดขั้นตอนการดำเนินโครงการและทำให้การเดินหน้าโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ภายหลังจากที่ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) อนุมัติเงินกู้วงเงิน 31,000 ล้านบาท ในงวดแรก 18,000 ล้านบาท ว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการก่อสร้างในทุกด้าน ทั้งรูปแบบและการเร่งรัดให้เกิดการประกวดราคา คาดว่าหลังจากเซ็นสัญญาเงินกู้กับเจบิกแล้ว จะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน


นายกฯสมัครเตรียมเยือนสหรัฐก.ย.นี้

(29กพ.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายคริสโตเฟอร์ ฮิล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ด้านกิจการเอเชีย-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยนายฮิลกล่าวถึงการหารือเรื่องพม่าว่า การฆ่าพระในเหตุการณ์จลาจลเดือน ก.ย. ปีที่แล้วทำให้ประชาคมโลกมีความห่วงกังวล และหวังว่ารัฐบาลทหารพม่าจะหารือกับพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) อย่างจริงจัง ซึ่งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีเปรียบเป็นเหมือนสัญลักษณ์การพัฒนาประชาธิปไตยในพม่าและการที่พม่าโดดเดี่ยวตนเองทำให้อาเซียนต้องเข้มแข็งมากขึ้นและทำงานหนัก โดยจะต้องตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อให้พม่าเข้าใจว่าจะต้องปฏิบัติตนให้ได้ตามมาตรฐานอาเซียนซึ่งสหรัฐจะร่วมมือกับไทยในเรื่องพม่าต่อไป
นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะหารือกับนายฮิลครั้งนี้ มีการพูดถึงประเด็นสถานการณ์ในพม่า ปัญหาการอพยพของชาวม้งมายังอาศัยในพื้นที่ไทย รวมทั้งการเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยตนได้ย้ำกับนายฮิล ถึงการดำเนินนโยบายของไทยต่อประเทศพม่าว่า ไทยจะใช้การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเชิงสร้างสรรค์ ( Neighbour Engagement) พร้อมทั้งกล่าวว่าตนจะพบนางคอนโดลิซ่า ไรส์ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐในระหว่างการเยือนสหรัฐในงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 175 ปีของไทย- สหรัฐ ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ที่ประเทศสหรัฐ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของสองประเทศ ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะมีกำหนดเยือนสหรัฐในเดือนกันยายนนี้ด้วยเช่นกัน
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขอให้สหรัฐคืนสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) โดยเฉพาะสินค้าประเภทอัญมณีที่ทำจากทองคำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐที่เป็นตลาดส่งขนาดใหญ่ เนื่องจากการจำกัดสิทธิฯ ดังกล่าว ส่งกระทบต่ออุตสาหกรรมของไทย
นอกจากนี้ นายนพดล ได้หยิบยกเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากถือว่า ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างแข็งขัน จึงได้ขอให้ทางสหรัฐ ลดอันดับประเทศไทยจากถูกสหรัฐ ขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องถูก จับตามองเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า priority watch list มาเป็น watch list ซึ่งทางสหรัฐจะกลับไปพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะกันครั้งนี้ ไม่ได้มีการหารือลงลึกถึงรายละเอียดในเรื่องสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือซีแอล โดยตนได้แจ้งให้ฝ่ายสหรัฐทราบถึงการที่ฝ่ายไทย ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Trade - Related Aspects of Intellectual Property Right (TRIPS) โดยท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า ต้องมีการหาริอกันระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทยาต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้รัฐบาลตระหนักถึงสิทธิในการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ในราคาที่ไม่สูง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประเด็นด้านมนุษยธรรม และขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลไทยจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยอย่างแน่นอน


จาก hi-thaksin

‘เสรีพิศุทธ์'จ้องฟ้องศาล!ฉุนนายกฯสั่งย้าย

วันนี้(29 ก.พ.)พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)เปิดเผยถึงคำสั่งย้ายให้ไปปฎิบัติราชการสำนักงานนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือโยกย้าย และเพิ่งทราบจากสื่อมวลชน โดยวันนี้จะขอทำภารกิจที่ภาคใต้ให้เสร็จสิ้นก่อนและจะกลับทันที จากนั้นตนจะทำหนังสืออย่างเป็นทางการ สอบถามไปยังนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลที่ถูกโยกย้ายว่าเป็นเพราะอะไร และหากนายกรัฐมนตรี ชี้แจงมา หากเหตุผลที่โยกย้ายไม่มีความเป็นธรรม หรือ ไม่โปร่งใส ก็จะทำเรื่องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อไป
"ที่ผ่านมา ตนทำงานไม่เคยบกพร่อง ปฎิบัติหน้าที่ดีที่สุด จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าย้ายเพราะอะไร"
ต่อข้อถามที่ว่า เป็นเพราะ มาจากสาย คมช.หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่าไม่น่าเกี่ยวกัน เพราะก่อนมาเป็น ผบ.ตร. ตนเองก็ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษามาก่อน ซึ่งสาเหตุที่โยกย้ายครั้งนี้ น่าจะไปถามนายกรัฐมนตรี จะดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่พอใจต่อคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ นอกจากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังยืนยันว่าไม่รู้สึกน้อยใจเพราะที่ผ่านมาตนก็ทำงานดีที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับคำสั่งโยกย้าย และคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ดังนี้
สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งที่ 35/2551 เรื่องให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยคำสั่งได้อาศัยอำนาจความในมาตรา11(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และมาตรา72(1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งต่อไปนี้
ให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน และให้พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ลงชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
อีกทั้งยังมีคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 เรื่องแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และคำสั่งให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเรียนถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1.สำเนาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลับมากที่ 34/2552 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 จำนวน 3 แผ่น 2.สำเนาคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 35/2551 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 จำนวน 1แผ่น
คำสั่งระบุว่า ด้วยนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีท่านเป็นผู้ถูกกล่าวหา รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่แนบมาด้วย 1 และมีคำสั่งให้ท่านมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่แนบมาด้วย 2 ลงชื่อนายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี


จาก hi-thaksin

มีชัยแผ่เมตตาให้สส.ที่โจมตีเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับตกไป

ประธาน สนช.แผ่เมตตาให้ สส.ที่โจมตีเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับตกไป ในระหว่างการประชุมนัดสุดท้าย พร้อมชื่นชม กาญจนา ศิลปอาชา เป็นคนเก่ง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.กล่าวต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งเป็นการประชุมนัดสุดท้ายถึงกรณีที่ถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.ต่อว่า เรื่องการประชุม สนช.ที่ไม่ครบองค์ประชุมจนเป็นเหตุให้กฎหมาย 3 ฉบับต้องตกไปโดยระบุว่าจะไม่ขอตอบโต้เพราะเคยทำให้เกิดเรื่องบานปลาย แต่จะขอแผ่ไปให้แทนทั้งนี้ยังชี้แจงว่าตนไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ยอมรับความจริงตามกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับทำให้เกิดความเสียหายเพราะกฎหมายดังกล่าวนั้นได้มีการสืบสานกันมายาวนาน ทั้งนี้ขอให้สมาชิก สนช. ปรบมือให้กับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีต สนช. ซึ่งเป็น ส.ส. อยู่ในขณะนี้ที่ได้มีการลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุม ส.ส.ทั้ง ๆ ที่มีวัยวุฒิน้อยกว่าแต่ก็มีวุฒิภาวะมากกว่า ส.ส.บางคน ขณะที่การประชุม สนช.นั้นก็ได้มีหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือกันในที่ประชุม

มท.1ย้ำแล้วย้ำอีกทักษิณไม่แทรกแซงการเมือง

รมว.มหาดไทย ย้ำ อดีตนายกฯทักษิณจะไม่แทรกแซงการเมือง หากทำจริงไม่จำเป็นต้องบินกลับมา พร้อมเชื่อจะไม่เกิดความแตกแยกภายในสังคม

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย กล่าวว่าการกลับมาอง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่เข้ามาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล เพราะหากคิดจะทำก็สามารถทำได้ขณะที่อยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้งระบุว่าอดีตนายกฯเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเชื่อว่าจะไม่มีคนรังเกลียด อย่างไรก็ตามการกลับมาครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่จะเป็นการกลับมาเพื่อต่อสู้คดีความต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเห็นว่าหลังจากที่รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กลับมาตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าเชื่อในคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกและเห็นว่าการกลับมาครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดปัญหาความแตกแยกของประชาชน

เฉลิมปัดตอบย้ายบิ๊กตู่ พร้อมรับฟังความเห็นฝ่ายค้านใต้

"ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ปัดแสดงความเห็นกรณีโยกย้าย "พล.ต.อ.เสรีพิศุทม์ เตมียาเวช" ขณะที่ยินดีรับฟังความเห็นผู้นำฝ่ายค้านในการช่วยกันแก้ไขปัญหาภาคใต้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการมีแนวคิดที่จะเชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อมาหารือในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า ขณะนี้กำลังทบทวนดูว่าจะทำเป็นหนังสือไปถึงนายอภิสิทธิ์ เพื่อให้พิจารณา และต้องดูว่าผู้นำฝ่ายค้านพร้อมหรือไม่ ถ้าหากไม่ได้ก็อาจจะแนะนำมาเป็นหนังสือหรือเอกสารตนก็จะรับฟัง ทั้งนี้ยินดีรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะผู้นำฝ่ายค้าน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา ซึ่งตนเต็มใจที่จะให้สังคมรับรู้และไม่รู้สึกอับอาย เพื่อนำความเห็นที่ได้รับมาประกอบในการบริหารราชการกระทรวง

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวปฏิเสธแสดงความเห็นถึงกรณีการโยกย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. ยืนยันหากคำสั่งย้ายไม่เป็นธรรมจะฟ้องดำเนินคดีถึงที่สุด

กทม. 29 ก.พ. - ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันหากคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นธรรม จะฟ้องต่อศาลอาญาดำเนินคดีถึงที่สุด

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จังหวัดสงขลา ยืนยันยังไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว หากคำสั่งเป็นจริง จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้ และจะรายงานตัว พร้อมสอบถามสาเหตุจากนายกรัฐมนตรี หากเป็นเหตุผลที่ยอมรับไม่ได้ ก็จะฟ้องต่อศาลอาญา

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 16:03:51

ผบ.สส.ยันจุดยืนการทำงานของกองทัพ ย้ำไม่มีการแตกแยก

กทม. 29 ก.พ. - พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยัน จุดยืนในการทำงานของกองทัพ ย้ำไม่มีการแตกแยก โดยเฉพาะตระหนักถึงสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

เช่นเดียวกันกับการปรับย้ายกลางปีของกองทัพ มั่นใจในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 15:02:15