WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 1, 2008

'ทักษิณ'ลั่นสร้าง'เรือใบ'ให้เป็นความภูมิใจของคนไทย

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเป็นครั้งแรกเที่ยวบินทีจี 603 หลังจากถูกปฏิวัติยึด อำนาจ เมื่อ 18 เดือนก่อน ได้เน้นย้ำเป้าหมายที่จะสร้างชื่อ "เรือใบสีฟ้า" ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วทวีปเอเชีย ด้วยการใช้ เครือข่ายสถาบันการฝึกซ้อม และการสรรหาผู้เล่น 'อีกไม่ช้า เราจะมี อะคาเดมี่แมนฯซิตี้ ที่ จีน, ญี่ปุ่น และสหรัฐ' อดีตผู้นำไทยกล่าวอย่างมั่นใจ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนของเขา โดยบอกเพียงว่าแฟนๆ จะต้องประหลาดใจกับฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นของทีม พร้อมกับบอกอีกว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการกลับมาเมืองไทย ส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยผ่านแมนฯซิตี้

พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้นำนักเตะแมนฯซิตี้ 2 คน คือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารสำรอง และ เควิน เอทูฮู ศูนย์หน้าชุดเยาวชนแมนฯซิตี้ ชาวไนจีเรีย บินจากฮ่องกง มากรุงเทพฯ พร้อมกับตน เพื่อเปิดคลินิกสอนฟุตบอล สำหรับเยาวชน ในขณะที่สโมสรกำลังมองหาสถานที่ที่เหมาะสมที่จะสร้างสถาบันลูกหนังในประเทศไทย

ด้าน แคสเปอร์ ชไมเคิล ลูกชายของปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตตำนานผู้รักษาประตูทีมแมนฯยู ซึ่งเดินทางมา พร้อมกับประธานสโมสรได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า 'ท่านประธานเป็นคนที่สุภาพและดีมากๆ มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงที่จะนำพาสโมสรให้ประสบผลสำเร็จ'

นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังเผยด้วยว่าช่วงเวลาต่อจากนี้จะทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน และจะใช้เวลาในประเทศไทยเพื่อโปรโมตและพัฒนาฟุตบอลไทยผ่านทีมสโมสรแมนฯซิตี้ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ทีมชาติไทยไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่สโมสรแมนฯซิตี้ ส่วนแผนงานในอนาคตอาจจะมีการจ้างโค้ช ต่างชาติมาช่วยสอนทีมชาติไทยร่วมกับโค้ชชาวไทย

ด้านสองนักเตะลูกทีมเรือใบสีฟ้า เดินทางไปสอนคลินิกบอลตอนช่วงหกโมงเย็นที่เมืองทองธานี จากนั้นวันรุ่งขึ้น 29 ก.พ. มีกำหนดไปเปิดคลินิกบอลที่สนามราชมังคลาฯ พร้อมฟาดแข้งนัดพิเศษ จากนั้นเดินทางต่อไปจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดคลินิกบอลให้เยาวชนทางภาคใต้อีกด้วย

'แก้วสรร'สั่ง'ทักษิณ' หุบปากแล้วรีบแจง คตส.

ขอร้องหุบปากและได้โปรดรีบแจง คตส.ภายใน 6 มี.ค. หากอยากเห็นบ้านเมืองสงบต้องเอาความจริง ไปพูดในศาล พร้อมค้านทีมทนาย ขอตรวจสำนวน ยึดทรัพย์-ซุกหุ้นสัมปทาน ไล่ให้กลับไปขอดูจาก เลขา'นายหญิง'

คตส. 29 ก.พ.51-นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง แถลงภายหลังการประชุมอนุกรรมการไต่สวน ว่า ที่ประชุมมีมติยกคำร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มอบอำนาจให้ทีม

ทนายยื่นคำร้องขอตรวจสอบสำเนาเอกสาร ในคดียึดทรัพย์และคดีอาญาการแปลงค่าสัมปทาน เป็นภาษีสรรพสามิต โดยทุจริต และการคงถือไว้ซึ่งหุ้นสัมปทาน การได้ทรัพย์สินมาโดยมิสมควร โดยใช้อำนาจ ในตำแหน่งน้าที่มิสมควร เนื่องการทำงานอนุกรรมการถือว่าอยู่ในชั้นไต่สวนที่มีการตั้งข้อกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหา มาชี้แจง ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในชั้นศาล ที่ให้สิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจสอบเอกสารสำนวนได้

นายแก้วสรร กล่าวว่า เอกสารหลักฐานของอนุกรรมการก็ขอมาจากนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ดังนั้นหากอยากได้ก็ไปขอจากตัวความเอง และ คตส.อยากให้ทีมทนายขอเอกสารเผื่อด้วย เพราะเอกสารที่ คตส.ขอไปจากนางกาญจนา ยังได้ไม่ครบ ทั้งนี้คดีดังกล่าวอนุกรรมการได้มีการอนุมัติให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

เลื่อนวันชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปถึงวันที่ 6 มี.ค.นี้ตามคำขอของทีมทนาย ซึ่งไม่แน่ใจว่าความจริงแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อ่านข้อกล่าวหาของ คตส.หรือยัง เพราะขณะนี้อนุกรรมการยังไม่รับหนังสือใบเซ็นรับ ทราบ ข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เลย

'ในโอกาสนี้ เป็นโอกาสดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยแล้ว โปรดขอให้ใช้สิทธิ์มาชี้แจง ถ้ามาชี้แจงด้วยตัวเองได้ยิ่งดี จะได้อ่านข้อกล่าวต่างๆ ได้เข้าใจ หากไม่เข้าใจ คตส.จะได้อธิบายให้เข้าใจเพิ่มเติม หรือจะใช้ทนายมาแทนก็ได้ แต่ต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับทีมทนายให้ครบ เพราะจนบัดนี้ไม่ทราบว่า ท่านบอกเรื่องจริงกับทีมทนายหมดหรือยัง' นาย แก้วสรร กล่าว

เมื่อถามว่าดูเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ให้ค่ากับการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส. นายแก้วสรร กล่าวว่า เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตัวว่าจะมาสู้คดี ถ้าจะสู้คดีก็ต้องสู้ให้เต็มตัว ถ้าไม่เชื่อ คตส. และไม่เชื่อศาล ก็ไม่ต้องกลับมา เพราะข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ไปว่ากันที่ศาล และถ้าเชื่อศาลก็ให้ทิ้ง คตส.ไปเลย เราจะได้รีบทำคดีให้ไปถึงชั้นศาล ทั้งนี้การทำงานของ คตส.เพื่อไม่อยากให้บ้านเมืองแตกแยก ไม่อยากให้มองว่าใครรัก ไม่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กระบวนการทั้งหมดก็ไปว่ากันในชั้นศาล

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ นายแก้วสรร กล่าวว่า ตนไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน หากเห็นว่าประเทศไทยควรสงบ ก็ขอให้ความร่วมมือกับ คตส.และให้กระบวนการยุติธรรมเป็นตัวตัดสิน เอาความจริงไปว่ากันในชั้นศาล

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง นายแก้วสรร ยืนยันว่า คตส.ทำงานด้วยความเป็นธรรม แต่อยู่ที่ว่าคนจะเชื่อใคร ต่างคนก็ต่างพูดว่าตัวเองพูดถูก มนุษย์ขี้เหม็นกันทุกคน ถ้ายังเชื่อมั่นข้อมูลของตัวเองก็ให้รีบไปศาลเลยสิ แล้วก็หุบปากซะ

เมื่อถามว่ากลัวว่าจะมีการแทรกแซงการทำงานหรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า อย่าหยุด คตส. เพราะต้อง ทำหน้าที่เอาคดีขึ้นศาล หากไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าจะหยุด คตส.ทำได้อย่างเดียวคือแก้กฎหมาย

2แข้งแมนฯซิ ถึงกับตกใจ คนรักทักษิณเยอะ

เดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สำหรับ 2 นักเตะดาวรุ่งของทีม 'เรือใบสีฟ้า' แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมดังในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารคนดัง ทายาทของอดีตผู้รักษาประตู 'ยักษ์เดนส์' ปีเตอร์ ชไมเคิล แห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เคลวิน เอตูฮู มิดฟิลด์ตัวรุกชาวไนจีเรีย ซึ่งทั้งคู่บินมาพร้อมกับประธานสโมสรแมนฯซิตี้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเที่ยวบิน ทีจี 603 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะมาเปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้เยาวชนไทย และร่วมในพิธีเปิดโครงการคัดเลือกเด็กไทย ไปสัมผัสทีมเรือใบสีฟ้า ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทันทีที่ถึงสนามบินสุวรรณภูมินักเตะทั้ง 2 ต่างก็ตื่นตะลึงกับบรรยากาศ ของคลื่นมหาชนและสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับอดีตนายกฯทักษิณ อย่างคับคั่ง โดยถึงกับหยิบกล้องถ่ายรูปส่วนตัว ขึ้นมาบันทึกภาพ และถ่ายคลิปวีดิโอไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะขึ้นรถเดินทางเข้าสู่ที่พักที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน

โดยบรรยากาศที่โรงแรม ต่างมีสื่อมวลชนสายกีฬาจากสถานีโทรทัศน์มารอสัมภาษณ์ทั้ง 2 นักเตะ กันหลายช่อง ซึ่งทั้งแคสเปอร์และเอตูฮู ต่างก็เปิดโอกาสให้นักข่าวสัมภาษณ์กันอย่างเต็มที่ โดยชไมเคิลน้อย เปิดเผย กับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการมาเยือนเมืองไทยเป็นหนแรกในชีวิต อึ้งไปเหมือนกันที่ได้เห็นผู้คนมากมาย มารอรับท่านประธานสโมสรที่สนามบิน ความจริงก็คิดว่าคงต้องมีคนมารับท่านอยู่แล้วเพราะเป็นถึงอดีตผู้นำประเทศ แต่นึกไม่ถึงว่าจะมากันเยอะขนาดนี้และแต่ละคนดูจะรักใคร่และคิดถึงประธานทักษิณเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

นายทวารดาวรุ่งของทีมแมนฯซิตี้ เผยต่อไปว่า ที่ผ่านมาท่านประธานสโมสรชอบคุยให้ฟังถึงเรื่องประเทศ ไทยอยู่บ่อยๆ ทั้งเรื่องความสวยงามของศิลปวัฒนธรรม ความงามของธรรมชาติทั้งขุนเขาและท้องทะเล รวมถึง อัธยาศัยที่น่ารักของคนไทยที่ยิ้มง่ายและพร้อมให้การต้อนรับผู้คนจากทุกชาติ ทำให้ตนใฝ่ฝันอยู่เสมอว่าวันนึง อยากจะมาเที่ยวเมืองไทยสักครั้งและวันนี้ก็ได้มาแล้ว ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการมาไทยหนนี้ก็เพื่อมาเปิด คลินิก สอนฟุตบอลให้เยาวชนไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาพบปะแฟนบอลชาวไทยที่ได้ยินข่าวว่ามีหลายคนที่ชื่นชอบ ทีมเรือใบสีฟ้าและรู้จักตนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ แคสเปอร์ยังกล่าวชื่นชมประธานทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้เข้ามาชุบชีวิตทีมแมนฯซิตี้ อย่างแท้จริง แม้ว่าตนจะอายุยังน้อยแต่ก็อยู่กับสโมสรมาหลายปีตั้งแต่ ทีมเยาวชน ดังนั้น จึงเห็นความเปลี่ยนแปลง อย่างเห็น ได้ชัด ของสโมสรหลังการเข้ามาของอดีตนายกฯ ประเทศไทย ทั้งเรื่องของเม็ดเงินที่ถูกทุ่มเข้ามาบริหารทีม เรื่องของการดึง นักเตะฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทัพ ที่สำคัญเราได้โค้ชมือระดับโลกอย่าง สเวน โกรัน อีริคสัน มาเป็นกุนซือใหญ่ ทำให้ผลงาน ของทีมจากที่เคยดิ้นรนหนีตกชั้นทุกฤดูกาล เปลี่ยนมาเป็นได้ลุ้นโควตาบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งมันตรงข้ามกัน โดยสิ้นเชิง และในส่วนตัวแล้วคิดว่าปีนี้หากสโมสรจบฤดูกาลด้วยติดอันดับ 1-7 ก็ต้องถือว่าน่าพอใจเพราะจะได้ไปเล่น ในถ้วยยูฟ่าคัพ ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้นตนมองว่าทีม 'ปีศาจแดง' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะมีภาษีที่จะป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย เพราะทั้งประสบการณ์ และประสิทธิภาพของผู้เล่น ที่มีอยู่ตอนนี้ดูดีกว่าอาร์เซนอล

ส่วนมุมมองที่มีต่อนักเตะเอเชีย โดยเฉพาะ 3 แข้ง ทีมชาติไทย สุรีย์ สุขะ, ธีรศิลป์ แดงดา และเกียรตประวุฒิ สายแวว ที่เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในสังกัดทีมเรือใบสีฟ้า และกำลังจะไปเล่นในลีกสวิตเซอร์แลนด์ กับสโมสร กราสฮอปเปอร์ ซูริกด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาลนั้น ทายาทนายประตูคนดังของทีมปีศาจแดง กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับทั้ง 3 คน ที่จะได้ไปหล่อหลอมฝีเท้าอยู่กับกราสฮอปเปอร์ฯซึ่งจัดเป็นทีมที่ดีทีมหนึ่งในยุโรป โดยตนเชื่อว่าที่นี่จะเป็นที่ฟูมฟักนักเตะไทยได้เป็นอย่างดี เพื่อปรับสภาพร่างกาย ปรับความแข็งแกร่ง ให้คุ้นเคย กับลีกยุโรป จากนั้นในอนาคตก็จะกลับไปเล่นในอังกฤษได้อย่างสบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการทีวีอยู่นั้น แคสเปอร์ ชไมเคิล ได้เกิดอาการเลือดกำเดา ไหลออกมาทางจมูก ทำให้ต้องหยุดถ่ายไปพักใหญ่เพื่อซับเลือด แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มอารมณ์ดีโดยบอกว่าสงสัย จะยังปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาแค่นี้จิ๊บจ๊อยเพราะตั้งแต่ตนเป็นผู้รักษาประตูมา โดนลูกบอลอัดดั้งจมูกระหว่างซ้อมและแข่งนับครั้งไม่ถ้วนจนเลือดออกจมูกเป็นประจำ

ขณะเดียวกัน ทางด้านเคลวิน เอตูฮู นักเตะผิวหมึก หลังเสร็จการสัมภาษณ์ก็ออกไปช็อปปิ้ง ที่ห้างสรรพสินค้าภายในโรงแรมทันที โดยเจ้าตัวควักกระเป๋าซื้อเพชรหมดไปกว่าแสนบาท โดยรูดเงินสดจาก บัตรเครดิตมาจ่ายอย่างสนุกมือ จากนั้นในช่วงเย็นทั้ง 2 นักเตะ ได้ไปวอร์มยืดเส้นยืดสายเบาๆร่วมกับทีมเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด ที่สนามฟุตบอลเมืองทองธานี

สำหรับโปรแกรมของ 2 นักเตะดาวรุ่งทีม แมนฯซิตี้ ในวันที่ 29 ก.พ. จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ในเวลา 15.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จากนั้นในเวลา 16.00 น. จะลงไปเปิดคลินิกสอนบอลให้เยาวชนไทย และปิดท้ายด้วยการลงโชว์แข้งในฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด กับทีมราชวิถี ซึ่งตามโปรแกรมที่มูลนิธิไทยคมจัดไว้ ทางอดีตนายกฯทักษิณจะมาร่วมในโครงการครั้งนี้ด้วย และอาจจะสวมสตั๊ดลงฟาดแข้งร่วมกับทีมเมืองทองฯด้วยหากโอกาสเหมาะสม

จากนั้นในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. ทั้งแคสเปอร์และเอตูฮู ก็จะเดินทางลงสู่ภาคใต้ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตามโครงการมูลนิธิไทยคม ที่จะพาเยาวชนไทยไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยจะทำการคัดเลือกกันที่ สนามกีฬากลางจังหวัด ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม เปิดเผยว่า มูลนิธิไทยคม พร้อมคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งประกอบด้วย ผู้ฝึกสอนจากสถาบันโควเวอร์ โค้ชชิ่ง 'เดอะตุ๊ก' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, สิทธิพร นิยม และ 2 นักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเดินทางไปคัดเลือก พร้อมกับเปิดฟรีคลินิกสอนทักษะฟุตบอล ขั้นพื้นฐานให้กับเยาวชนในภาคใต้ด้วย โดยเยาวชนภาคใต้สนใจจะเข้าร่วมโครงการ สมัครที่โทร. 0-7728-3668

สำหรับโครงการ 'มูลนิธิไทยคม เปิดประสบการณ์ระดับโลกพาเยาวชนไทยไปแมนเชสเตอร์ซิตี้' จะเริ่มเปิดคัดเด็กทุกภาคของประเทศ โดยเริ่มจากภาคใต้ ที่สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ในวันที่ 1 มี.ค. และจะคัดเยาวชน 30 คน เพื่อเข้าสู่โครงการไทยคมฟุตบอลแคมป์ ที่ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 24-30 มี.ค.ต่อไป

'ประสงค์'ตามเหน็บ'ทักษิณ' อัดสร้างภาพกราบพื้น

วันนี้ (29 ก.พ.) น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อดีตประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้ากลับมาแล้วทำตัว ให้เรียบร้อยแบบคนธรรมดา ก็ไม่มีปัญหา คนก็ไม่หมั่นไส้ แต่การก้มลงกราบแผ่นดินแบบนี้ใครดูก็หัวเราะ เพราะถ้าอยากจะกราบแผ่นดินจริงๆ ก็ต้องทำตั้งแต่เท้าแตะพื้นดินจริงๆ ไม่ใช่รอจนกว่าจะพบกล้องและ ประชาชน จึงก้มลงกราบ เป็นการใช้การตลาดเหมือนการเล่นการละครเรื่อง น้ำตาหยดปฐพี ซึ่งไม่รู้ว่าจะออกช่องไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยุติบทบาททางการเมือง น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า โดยนิตินัยพ.ต.ท.ทักษิณ ทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว แต่โดยพฤตินัยก็ต้องระวังเพราะพฤติกรรม จะเข้าข่ายขัดคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการหนุนพรรคการเมือง หรือมีส่วนในการแต่งตั้ง ตำแหน่งต่างๆในรัฐบาลล้วนทำไม่ได้ หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็จะเกิดปัญหาทันที ตั้งแต่อยู่ที่ฮ่องกง หรืออังกฤษมีคนไปพบมากมาย คุณอาจจะไม่รู้ว่ามีการแอบถ่ายภาพอัดเสียงเอาไว้หมดแล้ว

น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีตำแหน่งในรัฐบาลที่ไปรับอดีตนายกรัฐมนตรี ถึงสนามบิน นั้นขอให้ คำนึงถึงความเหมาะสม เพราะคนที่ไปรับนั้นเป็นจำเลยที่หนีหมายจับ ดังนั้น ทำอะไรขอให้อย่าฮึกเหิม ไม่เช่นนั้น จะทำให้ความรู้สึกของคนในบ้านเมืองร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการอาละวาดด้วยการโยกย้ายข้าราชการ หลายตำแหน่งในช่วงนี้ ตนสงสัยว่ามีเป้าหมายเพื่อกรุยทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถสั่งงาน สั่งการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ขอถามว่าเป็นการย้ายเข้าไปทำลายหลักฐานเกี่ยวกับ คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เนื่องจากในดีเอสไอมีข้อมูลหลักฐานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายคดี

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การย้ายข้าราชการหลายคนในช่วงนี้ เป็นการข่มขู่ข่มขวัญข้าราชการ คนอื่นให้เกรงกลัว ไม่ให้ทำหน้าที่ เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครทำกัน แม้แต่รัฐบาลปฏิวัติยังไม่ทำถึงขนาดนี้ ดังนั้น ขอให้ข้าราชที่มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ดำเนินกิจการงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไปอย่าหวั่นไหว หากใครถูกละเมิดก้าวก่าย หรือแทรกแซงก็ขอให้มาบอกตน เพราะในฐานะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะชี้ให้ดูว่ามีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนจะช่วยเต็มที่

'บ้านเมืองต่อจากนี้จะไม่สงบ ซึ่งคนที่ทำให้ไม่สงบก็คือพวกรัฐบาลที่กำลังฮึกเหิม สร้างความ แตกแยก ให้บ้านเมือง จัดตั้งมวลชนไปรับ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างความรู้สึกให้คนเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ถ้ารัฐบาลยังทำอะไร ไม่เกรงอกเกรงใจชาวบ้าน บ้านเมืองก็จะไม่สงบ โดยเฉพาะคนที่ปาดน้ำตาอย่ามาสร้างความแตกแยก ตอนนี้ไม่มีตำแหน่งอย่าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ อย่าไปสร้างความไม่สบายใจให้กับคนที่มีตำแหน่งจน กลายเป็นอยู่ใน สภาพต่างคนต่างเป็นใหญ่ หากเป็นแบบนี้จะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะมัวแต่ทะเลาะกันเอง เมื่อเป็นจำเลย ก็ควรอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เมื่อศาลนัดก็ให้ไป อย่าหาข้ออ้างยืดเวลาอีก' น.ต.ประสงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลง น.ต.ประสงค์ ได้หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวด้วยการ ย่อเข่าลงบนพื้นของอาคารรัฐสภา เพื่อจะก้มลงจูบแผ่นดิน อยู่หลายครั้ง โดย 'ประสงค์'ตามเหน็บ'ทักษิณ' ชี้สร้างภาพกราบพื้น

ครอบครัวชินวัตรร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ อัครราชกุมารี เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญกุศลสดับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์

โอกาสนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมครอบครัว ได้ร่วมฟังพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ด้วย

ชมรายละเอียด

ครอบครัวชินวัตรร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

จาก hi-thaksin

‘ทักษิณ'พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้า‘สมเด็จพระสังฆราช'


ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เช้าวันนี้ (29 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วยครอบครัวและคนติดตาม อาทิ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกส่วนตัว นายเนวิน ชิดชอบ และน.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้เดินทางออกจากโรงแรม เพนนินซูล่า เมื่อประมาณ 09.19 น. พร้อมชุดรักษาความปลอดภัย ซึ่งได้ขับรถด้วยความเร็วสูง โดยระหว่างที่ออกจากโรงแรม ทีมรปภ.ส่วนหนึ่งนำแผงเหล็กมากั้น ทำให้สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่สามารถตามขบวนของพ.ต.ท. ทักษิณได้ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น.พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงรพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มีผู้มารอจำนวนมากโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับโรงแรม

โดยก่อนขึ้นรถ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ทักทายประชาชน และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม โดย อดีตนายกฯ ได้ใช้รถคันใหม่ ยี่ห้อ โฮลเด้นท์ สีเทาดำ กันกระสุนทั้งคัน นำเข้าจากประเทศ ออสเตรเลีย

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณ หน้าโรงแรมเพนนินซูลา ยังไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของชุดรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ พล.ต.ต. อรรถสิทธิ์ ชาลีฉัตร หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยระบุว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา การรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชม.

ชมรายละเอียด ‘ทักษิณ'พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้า‘สมเด็จพระสังฆราช

จาก hi-thaksin

Friday, February 29, 2008

ขอต้อนรับ ฯพณฯ ท่านทักษิณ ชินวัตร ผู้นำในดวงใจของคนรากหญ้า กลับบ้านเกิดเมืองนอน

บทความโดย ... ลูกชาวนาไทย


ผมได้ทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ต จากบทความของคุณประดาบ ในเว็บไซต์ ไฮทักษิณว่า ท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส จะเดินทางกลับคืนสู่ประเทศไทย แผ่นดินบ้านเกิดของท่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ หลังจากที่ท่านจำต้องติดค้างอยู่ต่างแดน เพราะถูกมวลหมู่มาร ยึดอำนาจที่ประชาชนมอบให้ท่านไปจากท่าน

ผมและประชาชนชาวรากหญ้าอีกจำนวนมาก อาจไม่ได้มีโอกาสไปรับท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินที่ท่านผลักดันให้สร้างขึ้นมาจนแล้วเสร็จ จนเป็นสนามบินที่ภาคภูมิใจของชนชาติไทย ที่จริงผมก็อยากไปรับท่านที่สนามบิน แต่ผมไม่ค่อยชอบคนจำนวนมาก จึงยินดีที่จะรอท่านอยู่ที่บ้าน ติดตามข่าวสารของท่าน ที่บ้านของผม

ท่านกลับมาเมืองไทย หลังจากที่ต้องอยู่ต่างแดนเป็นเวลานานท่านคงรู้สึกตื้นตันใจ หลังจากที่ต้องจากแผ่นดินนี้ไปนาน เพราะไม่มีแผ่นดินใดในโลกจะอบอุ่นเท่ากับแผ่นดินเกิดของเรา ไม่มีที่ใดจะอยู่สุขสบายเท่ากับอยู่ที่บ้านเกิด ท่ามกลางมวลหมู่มหาประชาชนจำนวนมากที่รักท่าน เคารพท่าน

ผมคิดว่าภารกิจแรกๆ ของท่านนอกจากมาสู้คดี ที่ศัตรูทั้งหลายใช้ทำร้ายท่านแล้ว ท่านควรออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนชาวรากหญ้าทั้งหลายที่คิดถึงท่าน และเฝ้ารอท่านกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าขณะนี้ท่านจะไม่ใช่นายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ชาวรากหญ้าทั้งหลายก็คิดถึงท่าน คิดถึงสิ่งที่ท่านทำเพื่อพวกเขาทั้งหลาย การออกไปเยี่ยมเยียนพวกเขา น่าจะทำให้พวกเขาได้ผ่อนคลายความคิดถึงได้บ้าง เพราะในหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ พวกเราต้องต่อสู้กับอำนาจอันกดขี่ อำนาจกระบอกปืนและรถถัง อำนาจรัฐและอำนาจมืดทั้งหลาย เพื่อให้ท่านายกฯ ในดวงใจของเรา ได้กลับคืนมาสู่ประเทศนี้อย่างสง่างาม สมกับเป็นนายกรัฐมนตรีในดวงใจของประชาชน และสุดท้าย พวกเราก็ได้รับชัยชนะอย่างสวยงามยิ่ง

แม้ศัตรูของท่านจะโจมตี กล่าวหาว่าร้ายท่านต่างๆ นานา ในช่วงที่ท่านไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ “ความรักและความศรัทธา” ของประชาชนที่มอบให้ท่านนั้น ไม่มีทางที่บุคคลที่สามจะทำลายได้ เพราะเป็นเรื่องของคนที่รัก ศรัทธาท่าน กับตัวท่านเอง เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน ไม่ใช่บุคคลที่สามจะไปทำลายหรือยุ่งเกี่ยวได้

ท่านยังมีหน้าที่ต่อประชาชนชาวรากหญ้าของท่านอีกมากมายหลายประการ แม้ท่านไม่ได้เป็นนายกฯ ท่านก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ ท่านสามารถที่จะช่วยเหลือสังคม ทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติได้มากกว่าศัตรูของท่านที่ไม่เคยได้ทำอะไร มีแต่เรียกร้องเอาเกียรติยศจากประชาชน

ท่านเป็นผู้นำทางบารมี ท่านย่อมชี้ทางให้ประชาชนได้ และเมื่อท่านไม่ได้ทำหน้าที่บริหารโดยตรง ท่านอาจมีมุมมองต่อการช่วยเหลือประเทศที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ท่านไม่ต้องมีภาระยุ่งยากกับภารกิจประจำวัน ท่านจะมีเวลาว่างอีกมากมายที่จะรับฟังปัญหาจากประชาชนชาวรากหญ้า หรือช่วยเป็นกำลังให้พวกเขา พัฒนาไปสู่ความอยู่ดีกินดีมากขึ้น

ผมเชื่อว่า ในยุคทศวรรษต่อไปนี้ เป็นยุคของท่านอย่างแท้จริง แม้ว่าท่านจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง แต่บารมีของท่านจะมีมากกว่า อดีตนายกรัฐมนตรีคนใด แม้แต่อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคนนั้น คนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมหาศาล

การกลับคืนสู่ประเทศของท่านครั้งนี้จะนำกำลังใจมหาศาล มาสู่ผู้ที่รักและเคารพในตัวท่าน

ยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีของประชาชน นายกรัฐมนตรีในหัวใจของประชาชน

สุดท้ายนี้ ผมและพี่ๆ น้องๆ กลุ่มสื่อประชาชน สื่อของประชาชนอย่างแท้จริง ขอต้อนรับการกลับคืนสู่บ้านเกิดของท่านด้วยความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอใช้เว็บไซต์ Thaifreenews.com แห่งนี้ ต้อนรับการกลับมาของท่านครับ

จาก ไทยฟรีนิวส์

หุ้นขานรับเลิกกันสำรอง30% ซื้อขายคึกคัก บวก 3.64 จุด [29 ก.พ. 51 - 17:06]

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ปิดที่ 845.76 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายทั้งสิ้น 24,573.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีราคาปิดเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 148 หลักทรัพย์ ลดลง 188 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 123 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุด ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)


คมนาคมสั่งลุยรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ย้ำนโยบายหลักรบ. [29 ก.พ. 51 - 15:25]

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าววันนี้ (29 ก.พ.) ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 9 เส้นทาง ว่า ไม่จำเป็นต้องขอคำปรึกษาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะโครงการรถไฟฟ้า ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านระบบขนส่งมวลชนให้ความสำคัญมากอยู่แล้ว เชื่อว่าการที่นายกรัฐมนตรีเข้ามานั่งเป็นประธานคณะกรรมการผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์เพื่อกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิดจะเป็นการเร่งรัดและลดขั้นตอนการดำเนินโครงการและทำให้การเดินหน้าโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ภายหลังจากที่ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) อนุมัติเงินกู้วงเงิน 31,000 ล้านบาท ในงวดแรก 18,000 ล้านบาท ว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการก่อสร้างในทุกด้าน ทั้งรูปแบบและการเร่งรัดให้เกิดการประกวดราคา คาดว่าหลังจากเซ็นสัญญาเงินกู้กับเจบิกแล้ว จะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน


นายกฯสมัครเตรียมเยือนสหรัฐก.ย.นี้

(29กพ.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายคริสโตเฟอร์ ฮิล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ด้านกิจการเอเชีย-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยนายฮิลกล่าวถึงการหารือเรื่องพม่าว่า การฆ่าพระในเหตุการณ์จลาจลเดือน ก.ย. ปีที่แล้วทำให้ประชาคมโลกมีความห่วงกังวล และหวังว่ารัฐบาลทหารพม่าจะหารือกับพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) อย่างจริงจัง ซึ่งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีเปรียบเป็นเหมือนสัญลักษณ์การพัฒนาประชาธิปไตยในพม่าและการที่พม่าโดดเดี่ยวตนเองทำให้อาเซียนต้องเข้มแข็งมากขึ้นและทำงานหนัก โดยจะต้องตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อให้พม่าเข้าใจว่าจะต้องปฏิบัติตนให้ได้ตามมาตรฐานอาเซียนซึ่งสหรัฐจะร่วมมือกับไทยในเรื่องพม่าต่อไป
นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะหารือกับนายฮิลครั้งนี้ มีการพูดถึงประเด็นสถานการณ์ในพม่า ปัญหาการอพยพของชาวม้งมายังอาศัยในพื้นที่ไทย รวมทั้งการเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยตนได้ย้ำกับนายฮิล ถึงการดำเนินนโยบายของไทยต่อประเทศพม่าว่า ไทยจะใช้การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเชิงสร้างสรรค์ ( Neighbour Engagement) พร้อมทั้งกล่าวว่าตนจะพบนางคอนโดลิซ่า ไรส์ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐในระหว่างการเยือนสหรัฐในงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 175 ปีของไทย- สหรัฐ ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ที่ประเทศสหรัฐ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของสองประเทศ ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะมีกำหนดเยือนสหรัฐในเดือนกันยายนนี้ด้วยเช่นกัน
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขอให้สหรัฐคืนสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) โดยเฉพาะสินค้าประเภทอัญมณีที่ทำจากทองคำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐที่เป็นตลาดส่งขนาดใหญ่ เนื่องจากการจำกัดสิทธิฯ ดังกล่าว ส่งกระทบต่ออุตสาหกรรมของไทย
นอกจากนี้ นายนพดล ได้หยิบยกเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากถือว่า ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างแข็งขัน จึงได้ขอให้ทางสหรัฐ ลดอันดับประเทศไทยจากถูกสหรัฐ ขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องถูก จับตามองเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า priority watch list มาเป็น watch list ซึ่งทางสหรัฐจะกลับไปพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะกันครั้งนี้ ไม่ได้มีการหารือลงลึกถึงรายละเอียดในเรื่องสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือซีแอล โดยตนได้แจ้งให้ฝ่ายสหรัฐทราบถึงการที่ฝ่ายไทย ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Trade - Related Aspects of Intellectual Property Right (TRIPS) โดยท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า ต้องมีการหาริอกันระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทยาต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้รัฐบาลตระหนักถึงสิทธิในการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ในราคาที่ไม่สูง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประเด็นด้านมนุษยธรรม และขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลไทยจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยอย่างแน่นอน


จาก hi-thaksin