WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 1, 2008

ชูศักดิ์ มอบนโยบาย ก.พ.ร. 9 ข้อ

สำนักงาน ก.พ.ร. 29 ก.พ.- “ชูศักดิ์” มอบนโยบาย ก.พ.ร. 9 ข้อ เน้นนโยบายเดิมของรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” ฟื้นโครงการผู้ว่าฯ ซีอีโอต่อ กำชับ ก.พ.ร.หามาตรการปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ระบุที่ผ่านมาแก้ที่ปลายเหตุมากกว่าป้องกัน ยันเงินโบนัสทัน เม.ย.นี้แน่นอน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่า ได้มอบนโยบาย 9 ข้อให้ ก.พ.ร.ดำเนินการ อาทิ การติดตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อจัดทำเสร็จให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้ติดตามการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น การจัดทำโครงการต่าง ๆ ต้องมีการบูรณาการแผนงานทั้งหลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพและเป็นประโยชน์สูงสุด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาล เรื่องธรรมาภิบาลมีความสำคัญ เมื่อนำมาใช้จะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใส รักษาประโยชน์ของราชการ รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและที่สำคัญสามารถจะปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

“ผมได้ฝากให้ทาง ก.พ.ร.หามาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการมีกฎหมายต่าง ๆ แต่เรามักมุ่งเน้นไปที่ปลายเหตุ มุ่งเน้นไปที่การปราบปราม ดังนั้น ทาง ก.พ.ร.ควรหาทางคิดกลไกในการบริหารราชการต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบได้ เพราะเราเน้นเรื่องของการป้องกันเป็นเรื่องสำคัญ” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การจัดระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีปัญหาซ้ำซ้อนไม่กลมกลืนกันอยู่ ส่วนการประเมินผลและการให้เงินรางวัลที่ ก.พ.ร.ทำอยู่นั้นให้ดูให้เป็นธรรม และอย่าทำให้การประเมินผลเป็นเรื่องหลักสำหรับการบริหารราชการในหน่วยงานนั้น และลดเรื่องของงานที่เป็นเอกสารให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ตนได้ขอให้ ก.พ.ร.เร่งดำเนินการจัดรายละเอียดระเบียบการประเมินและให้รางวัลตามเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลโบนัสข้าราชการประจำปี 2550 วงเงิน 5,550 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จ และจัดสรรให้กับส่วนราชการได้ทันเดือนเมษายน 2551 เพื่อให้ทันวันเปิดเทอม

เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า ใช่ หลังจากที่รัฐบาลชุดของ พล.อ.สุรุยทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารจัดทำงบประมาณแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัด พ.ศ. .. ขึ้น ซึ่งร่างฉบับนี้ยังค้างอยู่ช่วงรัฐบาลที่แล้วเพื่อรอการตัดสินใจจากรัฐบาลใหม่ หากกฤษฎีกาฉบับนี้ออกมาใช้แล้ว ต่อไปนี้รัฐบาลก็จะตั้งงบประมาณที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดนั้นได้เลย ซึ่ง ก.พ.ร.จะทำหน้าที่กำหนดแผนวิเคราะห์ วิธีการตั้งงบประมาณให้เป็นระบบ และเป็นเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณได้ คิดว่าจะนำร่างกฤษฎีกาตัวนี้มาดู เพื่อทบทวน และคิดว่าในหลักการหาก ก.พ.ร.กลั่นกรองมาดีแล้วก็จะเสนอ ครม.ต่อไป.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 20:35:24

สมาพันธ์ประชาธิปไตยยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนสมาพันธ์ประชาธิปไตย นำโดย นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นพ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาเป็นต้นแบบในการแก้ไข และยกเลิก พ.ร.บ.ที่ผ่านการรับรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมด รวมถึงแก้ไข พ.ร.บ.ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนสมาพันธ์ประชาธิปไตยได้เข้าหารือกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกนารีสโมสรด้วย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 20:34:58

สูตรเลือกคน

ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน ซื่อสัตย์ต่อนาย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ก็ซื่อสัตย์ต่อ...ชาติ
ในยุคที่..ความเชื่อมั่นกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงนั้น..การจะเชื่อใครสักคน ดูจะเป็นเรื่องยากลำบากแสนเข็ญ..
ยิ่งเมื่อต้องมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญให้ไปคูหาเลือกตั้ง..ไปเลือกใครสักคนขึ้นมาเป็นใหญ่ในรัฐสภา ในทำเนียบรัฐบาลแล้ว
การจะเลือกใคร เป็น..เรื่องลำบากใจจริงๆ
อ่านข้อเขียนของ....นิติภูมิ นวรัตน์..ในไทยรัฐ..เรื่องคนกตัญญูในทางการเมืองแล้ว..เห็นทีจะต้องยึดถือไว้เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ในการเลือกคนขึ้นไปเป็นใหญ่..
นิติภูมิ...ท่องอยู่ในรัสเซียขณะนี้เล่าว่า..ถามคนรัสเซียว่า..จะเลือกใครมาเป็นประธานาธิบดี..เกือบทุกคนตอบว่า...เลือกนายเมียดแวเดียฟ
นิติภูมิถามว่า..ทำไม..คนรัสเซียตอบว่า..เพราะซื่อสัตย์ต่อนาย ซื่อสัตย์ต่อประธานาธิบดีปูติน
เมื่อถามย้อนไปถึงทำไม..คนรัสเซียถึงชื่นชมนิยมประธานาธิบดีปูติน..จนทำให้เป็นประธานาธิบดีถึง 8 ปี และยังสามารถฝากประชาชนคนรัสเซียให้เลือกนาย..เมียดแวเดียฟเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป..ประชาชนคนรัสเซียก็ว่านอนสอนง่าย..ไปเลือกคนตามใจนายปูติน
คนรัสเซียตอบว่า...ก็ปูตินซื่อสัตย์ต่อนาย..
นิติภูมิอธิบายว่า..เยลต์ชิน..ซึ่งเป็นศัตรูกับนายเก่าของปูตินนั้น..เป็นคนสนับสนุนนายปูตินขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะประทับใจในความซื่อสัตย์ของนายปูติน..ที่ยอมเสี่ยงโทษติดตะรางโทษประหาร..วางแผนพานายหนีภัยจากการถูกตามล่า..
เยลต์ชิน..ประทับใจมาก จึงสนับสนุนปูตินขึ้นมา..
แล้วนายปูตินก็ทำให้คนรัสเซียสมหวัง..ชาติที่ใกล้พังเพราะการเมือง..กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลก..เสน่ห์ของปูติน..โปรยปรายไปทั่ว..ทั้งเกาะอังกฤษและเกาะแมนฮัตตัน
ความกตัญญูรู้คุณ..จึงอาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ว่า..ใครคือคนดีในวันที่สีแสงแต่งเติมให้โจรร้ายกลายเป็นสันตะปาปาได้อย่างง่ายดาย ผ่านจอโทรทัศน์และมือถือ..เพราะความกตัญญูนั้น..ยืนยันได้จากอดีต...ไม่ใช่ปัจจุบันและอนาคต..แถมยังต้องยืนยันด้วยการกระทำไม่ใช่..วาจา..
ความกตัญญูนั้น..มันไม่ใช่ต่อนาย..แต่กับเพื่อนกับลูกน้อง..มันก็ฟ้องได้..ไอ้ที่เหยียบบ่าเพื่อน บ่าพรรค บ่าลูกน้อง ขึ้นมาเป็นใหญ่..อกตัญญูกับเขาทั่วไปนั้น เอาแต่ใจตัวนั้น
มันจะรักชาติ รักประชาชน ได้อย่างไร
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์


สุสานคนเป็น

หาญกล้ามากๆ สำหรับ “รัฐบาลหมัก 1”จากวันแรกที่เริ่มทำงาน วันที่ 7 ก.พ. จนถึง 29 ก.พ. พวกเขา...ได้สร้าง ทฤษฎี “โดมิโน” เด้งข้าราชการผู้ใหญ่ ไปแล้วถึง4 คน คนแรก...นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูก “คำสั่งฟ้าผ่า” ของ นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม เด้งพ้นหน่วยงานต้นสังกัด เมื่อวันที่ 22ก.พ.หรือ 15 วันแห่งการทำงานของ “รัฐบาลหมัก 1”ถัดไปอีก 3 วัน วันที่ 25 ก.พ. นายไชยา สะสมทรัพย์รมว.สาธารณสุข มีคำสั่งโยกย้าย น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดลเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะ...ประธานคณะกรรมการต่อรองราคายาในการประกาศซีแอลไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข3 วันต่อมา วันที่ 28 ก.พ. มีคำสั่งด่วนจาก รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข ให้ย้าย นายปราโมช รัฐวินิจ

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้มาช่วยราชการที่ทำเนียบรัฐบาลรุ่งขึ้นอีกวัน วันที่ 29 ก.พ. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ก็มีคำสั่งปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร.โดยให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯการปลดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่อเนื่องในห้วง 8 วัน มากถึง4 คน 4 หน่วยงานครั้งนี้ต้องบอกว่า...หาญกล้าจริงๆหาญกล้าตั้งแต่...ระดับ รมต.สำนักนายกฯ ไปจนถึงตัวนายกรัฐมนตรีเองแล้วก็ใช่ว่า...ทฤษฎี “โดมิโน” เด้ง ขรก.ผู้ใหญ่ จะหยุดอยู่แค่นี้หลายคนที่อยู่ในข่ายว่าจะต้อง “โดนย้าย” ทั้งที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ และพวกที่ไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น...นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรมนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และอีกหลายๆ คนที่จะมีตามมา...หลังจากวันนี้ยิ่งเข้าใกล้ “ฤดูโยกย้ายกลางปี” ช่วง เม.ย. ด้วยแล้วทั้งข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ฯลฯเชื่อว่า...คงจะมีข่าวในลักษณะเช่นนี้กระสานซ่านเซ็นออกมาเป็นระยะๆเช็กบิลแหลก?

คือ พาดหัวข่าว “บางกอกทูเดย์” ฉบับประจำวันที่ 26 ก.พ.ที่สื่อถึงความพยายามของ “รัฐบาลหมัก 1” ต่อการจะปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจาก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)จนมีเสียงร่ำลือกันว่า...มากับ คมช. ก็ต้องไปกับ คมช.!!!คำถามที่มีตามมาในสังคมไทย หลังจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการผู้ใหญ่ นับจากนายสุนัยเรื่อยมาจนถึง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็คือ...“รัฐบาลหมัก 1” มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ กับคำสั่งย้ายข้างต้น???แม้จะมีเสียงของคนในซีกรัฐบาลบอกว่า...เมื่อรัฐบาลรับปากประชาชนระหว่างการเดินสายหาเสียง ช่วงเลือกตั้ง23 ธ.ค. และประกาศย้ำอีกครั้ง...ช่วงแถลงนโยบายฯ ต่อรัฐสภาจำเป็นอยู่เองที่รัฐบาลจะต้องเลือกใช้ข้าราชการ ซึ่งถือเป็นกลไกการทำงานที่สำคัญ เพื่อให้การปฏิบัติ...เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติและประชาชนทั้งที่สัญญาไว้กับชาวบ้านและแถลงต่อรัฐสภาดังนั้น การโยกย้ายจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้!!!แม้จะเป็นเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นบ้าง แต่...การโยกย้ายข้าราชการผู้ใหญ่ในระยะเวลา “หายใจรดต้นคอ” ติดต่อกันเช่นนี้อาจดูไม่เป็นปกติธรรมดา จนสังคมต่างอดคิดไม่ได้ว่า...นี่คือการแก้แค้นเอาคืนกับ “เครือข่าย” หรือ“กาฝาก” จาก คมช. ยังคงหลงเหลือมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ถึงตรงนี้ ไม่ว่า...กระแสต่อต้าน คัดค้าน หรือสนับสนุนแม้กระทั่งความพยายามที่จะกล่าวโทษร้องทุกข์ หรือฟ้องร้องต่อ ศาลปกครอง ของข้าราชการเหล่านั้นคงไม่ทำให้ “จุดยืน” ของ “รัฐบาลหมัก 1” แปรเปลี่ยนไปพวกเขายังคงเดินหน้า...ปรับเปลี่ยนและโยกย้ายเพื่อความเหมาะสมดึงคนที่คิดว่า...สามารถจะสานต่อนโยบาย และนำไปปฏิบัติจนเกิดเป็นรูปธรรม มาแทนที่ใครก็ตามที่ตกอยู่ในข่าย “กาฝาก คมช.” หรือ พวกกระด้างกระเดื่องกระทั่ง อาจเป็นอุปสรรคต่อแผนงานของรัฐบาลชุดนี้หากข้าราชการเหล่านั้น ไม่ถูก “จองจำ” อยู่ใน “กรุ”ของต้นสังกัดเดิมของตัวเองแล้ว“ทำเนียบรัฐบาล” ก็จะถือเป็น “กรุเก่าแก่” หรือ“สุสานคนเป็น” ที่ใหญ่มากๆ และสามารถจะรองรับข้าราชการระดับสูงได้นับสิบนับร้อยคนหากมีคำสั่งจาก...คนกุมนโยบาย ลงมาน่าสนใจตรงที่ว่า...ข้าราชการกลุ่มที่ถูกคำสั่ง “โยกย้าย” และกำลังจะถูก

“โยกย้าย” จะ “แก้ลำ” ต่อคำสั่งเบื้องต้นอย่างไร???กลุ่มที่ประกาศตัวเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชน เช่นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มอื่นๆจะกดดันและต่อต้านคำสั่งของ “รัฐบาลหมัก 1” หรือไม่?อย่างไร?ประชาชนทั่วไปจะเห็นด้วยหรือไม่กับ กลุ่มพันธมิตรฯกระทั่ง ออกมาชุมนุมประท้วงและคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่พวกเขาเห็นว่า...มันไม่เป็นธรรม!!!
ท่าทีของฝ่ายค้าน ผู้ประกาศตนเป็น “รัฐบาลเงา” จะเข้ามาช่วยเหลืออะไรได้
บ้าง???“รัฐบาลหมัก 1” จะวางตัวอย่างไร หากมีกระแสต่อต้านทั้งบนดินและใต้ดิน???ที่สำคัญ ทำเนียบรัฐบาลจะถูกมองว่าเป็น...แหล่งพักพิงของบรรดาข้าราชการในซีก คมช. จนทำให้ภาพลักษณ์ความเป็น...ออฟฟิศของรัฐบาล และ นายกฯสมัคร หมองไปหรือไม่???ใจคอ...จะปล่อยให้ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็น “สุสานคนเป็น” รองรับพวกตกงาน เพราะ...“เปลี่ยนสีไม่เป็น” กระนั้นหรือ???


'ทักษิณ'ลั่นสร้าง'เรือใบ'ให้เป็นความภูมิใจของคนไทย

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเป็นครั้งแรกเที่ยวบินทีจี 603 หลังจากถูกปฏิวัติยึด อำนาจ เมื่อ 18 เดือนก่อน ได้เน้นย้ำเป้าหมายที่จะสร้างชื่อ "เรือใบสีฟ้า" ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วทวีปเอเชีย ด้วยการใช้ เครือข่ายสถาบันการฝึกซ้อม และการสรรหาผู้เล่น 'อีกไม่ช้า เราจะมี อะคาเดมี่แมนฯซิตี้ ที่ จีน, ญี่ปุ่น และสหรัฐ' อดีตผู้นำไทยกล่าวอย่างมั่นใจ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนของเขา โดยบอกเพียงว่าแฟนๆ จะต้องประหลาดใจกับฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นของทีม พร้อมกับบอกอีกว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการกลับมาเมืองไทย ส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยผ่านแมนฯซิตี้

พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้นำนักเตะแมนฯซิตี้ 2 คน คือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารสำรอง และ เควิน เอทูฮู ศูนย์หน้าชุดเยาวชนแมนฯซิตี้ ชาวไนจีเรีย บินจากฮ่องกง มากรุงเทพฯ พร้อมกับตน เพื่อเปิดคลินิกสอนฟุตบอล สำหรับเยาวชน ในขณะที่สโมสรกำลังมองหาสถานที่ที่เหมาะสมที่จะสร้างสถาบันลูกหนังในประเทศไทย

ด้าน แคสเปอร์ ชไมเคิล ลูกชายของปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตตำนานผู้รักษาประตูทีมแมนฯยู ซึ่งเดินทางมา พร้อมกับประธานสโมสรได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า 'ท่านประธานเป็นคนที่สุภาพและดีมากๆ มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงที่จะนำพาสโมสรให้ประสบผลสำเร็จ'

นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังเผยด้วยว่าช่วงเวลาต่อจากนี้จะทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน และจะใช้เวลาในประเทศไทยเพื่อโปรโมตและพัฒนาฟุตบอลไทยผ่านทีมสโมสรแมนฯซิตี้ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ทีมชาติไทยไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่สโมสรแมนฯซิตี้ ส่วนแผนงานในอนาคตอาจจะมีการจ้างโค้ช ต่างชาติมาช่วยสอนทีมชาติไทยร่วมกับโค้ชชาวไทย

ด้านสองนักเตะลูกทีมเรือใบสีฟ้า เดินทางไปสอนคลินิกบอลตอนช่วงหกโมงเย็นที่เมืองทองธานี จากนั้นวันรุ่งขึ้น 29 ก.พ. มีกำหนดไปเปิดคลินิกบอลที่สนามราชมังคลาฯ พร้อมฟาดแข้งนัดพิเศษ จากนั้นเดินทางต่อไปจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดคลินิกบอลให้เยาวชนทางภาคใต้อีกด้วย

'แก้วสรร'สั่ง'ทักษิณ' หุบปากแล้วรีบแจง คตส.

ขอร้องหุบปากและได้โปรดรีบแจง คตส.ภายใน 6 มี.ค. หากอยากเห็นบ้านเมืองสงบต้องเอาความจริง ไปพูดในศาล พร้อมค้านทีมทนาย ขอตรวจสำนวน ยึดทรัพย์-ซุกหุ้นสัมปทาน ไล่ให้กลับไปขอดูจาก เลขา'นายหญิง'

คตส. 29 ก.พ.51-นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง แถลงภายหลังการประชุมอนุกรรมการไต่สวน ว่า ที่ประชุมมีมติยกคำร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มอบอำนาจให้ทีม

ทนายยื่นคำร้องขอตรวจสอบสำเนาเอกสาร ในคดียึดทรัพย์และคดีอาญาการแปลงค่าสัมปทาน เป็นภาษีสรรพสามิต โดยทุจริต และการคงถือไว้ซึ่งหุ้นสัมปทาน การได้ทรัพย์สินมาโดยมิสมควร โดยใช้อำนาจ ในตำแหน่งน้าที่มิสมควร เนื่องการทำงานอนุกรรมการถือว่าอยู่ในชั้นไต่สวนที่มีการตั้งข้อกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหา มาชี้แจง ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในชั้นศาล ที่ให้สิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจสอบเอกสารสำนวนได้

นายแก้วสรร กล่าวว่า เอกสารหลักฐานของอนุกรรมการก็ขอมาจากนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ดังนั้นหากอยากได้ก็ไปขอจากตัวความเอง และ คตส.อยากให้ทีมทนายขอเอกสารเผื่อด้วย เพราะเอกสารที่ คตส.ขอไปจากนางกาญจนา ยังได้ไม่ครบ ทั้งนี้คดีดังกล่าวอนุกรรมการได้มีการอนุมัติให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

เลื่อนวันชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปถึงวันที่ 6 มี.ค.นี้ตามคำขอของทีมทนาย ซึ่งไม่แน่ใจว่าความจริงแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อ่านข้อกล่าวหาของ คตส.หรือยัง เพราะขณะนี้อนุกรรมการยังไม่รับหนังสือใบเซ็นรับ ทราบ ข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เลย

'ในโอกาสนี้ เป็นโอกาสดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยแล้ว โปรดขอให้ใช้สิทธิ์มาชี้แจง ถ้ามาชี้แจงด้วยตัวเองได้ยิ่งดี จะได้อ่านข้อกล่าวต่างๆ ได้เข้าใจ หากไม่เข้าใจ คตส.จะได้อธิบายให้เข้าใจเพิ่มเติม หรือจะใช้ทนายมาแทนก็ได้ แต่ต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับทีมทนายให้ครบ เพราะจนบัดนี้ไม่ทราบว่า ท่านบอกเรื่องจริงกับทีมทนายหมดหรือยัง' นาย แก้วสรร กล่าว

เมื่อถามว่าดูเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ให้ค่ากับการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส. นายแก้วสรร กล่าวว่า เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตัวว่าจะมาสู้คดี ถ้าจะสู้คดีก็ต้องสู้ให้เต็มตัว ถ้าไม่เชื่อ คตส. และไม่เชื่อศาล ก็ไม่ต้องกลับมา เพราะข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ไปว่ากันที่ศาล และถ้าเชื่อศาลก็ให้ทิ้ง คตส.ไปเลย เราจะได้รีบทำคดีให้ไปถึงชั้นศาล ทั้งนี้การทำงานของ คตส.เพื่อไม่อยากให้บ้านเมืองแตกแยก ไม่อยากให้มองว่าใครรัก ไม่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กระบวนการทั้งหมดก็ไปว่ากันในชั้นศาล

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ นายแก้วสรร กล่าวว่า ตนไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน หากเห็นว่าประเทศไทยควรสงบ ก็ขอให้ความร่วมมือกับ คตส.และให้กระบวนการยุติธรรมเป็นตัวตัดสิน เอาความจริงไปว่ากันในชั้นศาล

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง นายแก้วสรร ยืนยันว่า คตส.ทำงานด้วยความเป็นธรรม แต่อยู่ที่ว่าคนจะเชื่อใคร ต่างคนก็ต่างพูดว่าตัวเองพูดถูก มนุษย์ขี้เหม็นกันทุกคน ถ้ายังเชื่อมั่นข้อมูลของตัวเองก็ให้รีบไปศาลเลยสิ แล้วก็หุบปากซะ

เมื่อถามว่ากลัวว่าจะมีการแทรกแซงการทำงานหรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า อย่าหยุด คตส. เพราะต้อง ทำหน้าที่เอาคดีขึ้นศาล หากไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าจะหยุด คตส.ทำได้อย่างเดียวคือแก้กฎหมาย

2แข้งแมนฯซิ ถึงกับตกใจ คนรักทักษิณเยอะ

เดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สำหรับ 2 นักเตะดาวรุ่งของทีม 'เรือใบสีฟ้า' แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมดังในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารคนดัง ทายาทของอดีตผู้รักษาประตู 'ยักษ์เดนส์' ปีเตอร์ ชไมเคิล แห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เคลวิน เอตูฮู มิดฟิลด์ตัวรุกชาวไนจีเรีย ซึ่งทั้งคู่บินมาพร้อมกับประธานสโมสรแมนฯซิตี้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเที่ยวบิน ทีจี 603 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะมาเปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้เยาวชนไทย และร่วมในพิธีเปิดโครงการคัดเลือกเด็กไทย ไปสัมผัสทีมเรือใบสีฟ้า ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทันทีที่ถึงสนามบินสุวรรณภูมินักเตะทั้ง 2 ต่างก็ตื่นตะลึงกับบรรยากาศ ของคลื่นมหาชนและสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับอดีตนายกฯทักษิณ อย่างคับคั่ง โดยถึงกับหยิบกล้องถ่ายรูปส่วนตัว ขึ้นมาบันทึกภาพ และถ่ายคลิปวีดิโอไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะขึ้นรถเดินทางเข้าสู่ที่พักที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน

โดยบรรยากาศที่โรงแรม ต่างมีสื่อมวลชนสายกีฬาจากสถานีโทรทัศน์มารอสัมภาษณ์ทั้ง 2 นักเตะ กันหลายช่อง ซึ่งทั้งแคสเปอร์และเอตูฮู ต่างก็เปิดโอกาสให้นักข่าวสัมภาษณ์กันอย่างเต็มที่ โดยชไมเคิลน้อย เปิดเผย กับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการมาเยือนเมืองไทยเป็นหนแรกในชีวิต อึ้งไปเหมือนกันที่ได้เห็นผู้คนมากมาย มารอรับท่านประธานสโมสรที่สนามบิน ความจริงก็คิดว่าคงต้องมีคนมารับท่านอยู่แล้วเพราะเป็นถึงอดีตผู้นำประเทศ แต่นึกไม่ถึงว่าจะมากันเยอะขนาดนี้และแต่ละคนดูจะรักใคร่และคิดถึงประธานทักษิณเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

นายทวารดาวรุ่งของทีมแมนฯซิตี้ เผยต่อไปว่า ที่ผ่านมาท่านประธานสโมสรชอบคุยให้ฟังถึงเรื่องประเทศ ไทยอยู่บ่อยๆ ทั้งเรื่องความสวยงามของศิลปวัฒนธรรม ความงามของธรรมชาติทั้งขุนเขาและท้องทะเล รวมถึง อัธยาศัยที่น่ารักของคนไทยที่ยิ้มง่ายและพร้อมให้การต้อนรับผู้คนจากทุกชาติ ทำให้ตนใฝ่ฝันอยู่เสมอว่าวันนึง อยากจะมาเที่ยวเมืองไทยสักครั้งและวันนี้ก็ได้มาแล้ว ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการมาไทยหนนี้ก็เพื่อมาเปิด คลินิก สอนฟุตบอลให้เยาวชนไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาพบปะแฟนบอลชาวไทยที่ได้ยินข่าวว่ามีหลายคนที่ชื่นชอบ ทีมเรือใบสีฟ้าและรู้จักตนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ แคสเปอร์ยังกล่าวชื่นชมประธานทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้เข้ามาชุบชีวิตทีมแมนฯซิตี้ อย่างแท้จริง แม้ว่าตนจะอายุยังน้อยแต่ก็อยู่กับสโมสรมาหลายปีตั้งแต่ ทีมเยาวชน ดังนั้น จึงเห็นความเปลี่ยนแปลง อย่างเห็น ได้ชัด ของสโมสรหลังการเข้ามาของอดีตนายกฯ ประเทศไทย ทั้งเรื่องของเม็ดเงินที่ถูกทุ่มเข้ามาบริหารทีม เรื่องของการดึง นักเตะฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทัพ ที่สำคัญเราได้โค้ชมือระดับโลกอย่าง สเวน โกรัน อีริคสัน มาเป็นกุนซือใหญ่ ทำให้ผลงาน ของทีมจากที่เคยดิ้นรนหนีตกชั้นทุกฤดูกาล เปลี่ยนมาเป็นได้ลุ้นโควตาบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งมันตรงข้ามกัน โดยสิ้นเชิง และในส่วนตัวแล้วคิดว่าปีนี้หากสโมสรจบฤดูกาลด้วยติดอันดับ 1-7 ก็ต้องถือว่าน่าพอใจเพราะจะได้ไปเล่น ในถ้วยยูฟ่าคัพ ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้นตนมองว่าทีม 'ปีศาจแดง' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะมีภาษีที่จะป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย เพราะทั้งประสบการณ์ และประสิทธิภาพของผู้เล่น ที่มีอยู่ตอนนี้ดูดีกว่าอาร์เซนอล

ส่วนมุมมองที่มีต่อนักเตะเอเชีย โดยเฉพาะ 3 แข้ง ทีมชาติไทย สุรีย์ สุขะ, ธีรศิลป์ แดงดา และเกียรตประวุฒิ สายแวว ที่เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในสังกัดทีมเรือใบสีฟ้า และกำลังจะไปเล่นในลีกสวิตเซอร์แลนด์ กับสโมสร กราสฮอปเปอร์ ซูริกด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาลนั้น ทายาทนายประตูคนดังของทีมปีศาจแดง กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับทั้ง 3 คน ที่จะได้ไปหล่อหลอมฝีเท้าอยู่กับกราสฮอปเปอร์ฯซึ่งจัดเป็นทีมที่ดีทีมหนึ่งในยุโรป โดยตนเชื่อว่าที่นี่จะเป็นที่ฟูมฟักนักเตะไทยได้เป็นอย่างดี เพื่อปรับสภาพร่างกาย ปรับความแข็งแกร่ง ให้คุ้นเคย กับลีกยุโรป จากนั้นในอนาคตก็จะกลับไปเล่นในอังกฤษได้อย่างสบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการทีวีอยู่นั้น แคสเปอร์ ชไมเคิล ได้เกิดอาการเลือดกำเดา ไหลออกมาทางจมูก ทำให้ต้องหยุดถ่ายไปพักใหญ่เพื่อซับเลือด แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มอารมณ์ดีโดยบอกว่าสงสัย จะยังปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาแค่นี้จิ๊บจ๊อยเพราะตั้งแต่ตนเป็นผู้รักษาประตูมา โดนลูกบอลอัดดั้งจมูกระหว่างซ้อมและแข่งนับครั้งไม่ถ้วนจนเลือดออกจมูกเป็นประจำ

ขณะเดียวกัน ทางด้านเคลวิน เอตูฮู นักเตะผิวหมึก หลังเสร็จการสัมภาษณ์ก็ออกไปช็อปปิ้ง ที่ห้างสรรพสินค้าภายในโรงแรมทันที โดยเจ้าตัวควักกระเป๋าซื้อเพชรหมดไปกว่าแสนบาท โดยรูดเงินสดจาก บัตรเครดิตมาจ่ายอย่างสนุกมือ จากนั้นในช่วงเย็นทั้ง 2 นักเตะ ได้ไปวอร์มยืดเส้นยืดสายเบาๆร่วมกับทีมเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด ที่สนามฟุตบอลเมืองทองธานี

สำหรับโปรแกรมของ 2 นักเตะดาวรุ่งทีม แมนฯซิตี้ ในวันที่ 29 ก.พ. จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ในเวลา 15.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จากนั้นในเวลา 16.00 น. จะลงไปเปิดคลินิกสอนบอลให้เยาวชนไทย และปิดท้ายด้วยการลงโชว์แข้งในฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด กับทีมราชวิถี ซึ่งตามโปรแกรมที่มูลนิธิไทยคมจัดไว้ ทางอดีตนายกฯทักษิณจะมาร่วมในโครงการครั้งนี้ด้วย และอาจจะสวมสตั๊ดลงฟาดแข้งร่วมกับทีมเมืองทองฯด้วยหากโอกาสเหมาะสม

จากนั้นในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. ทั้งแคสเปอร์และเอตูฮู ก็จะเดินทางลงสู่ภาคใต้ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตามโครงการมูลนิธิไทยคม ที่จะพาเยาวชนไทยไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยจะทำการคัดเลือกกันที่ สนามกีฬากลางจังหวัด ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม เปิดเผยว่า มูลนิธิไทยคม พร้อมคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งประกอบด้วย ผู้ฝึกสอนจากสถาบันโควเวอร์ โค้ชชิ่ง 'เดอะตุ๊ก' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, สิทธิพร นิยม และ 2 นักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเดินทางไปคัดเลือก พร้อมกับเปิดฟรีคลินิกสอนทักษะฟุตบอล ขั้นพื้นฐานให้กับเยาวชนในภาคใต้ด้วย โดยเยาวชนภาคใต้สนใจจะเข้าร่วมโครงการ สมัครที่โทร. 0-7728-3668

สำหรับโครงการ 'มูลนิธิไทยคม เปิดประสบการณ์ระดับโลกพาเยาวชนไทยไปแมนเชสเตอร์ซิตี้' จะเริ่มเปิดคัดเด็กทุกภาคของประเทศ โดยเริ่มจากภาคใต้ ที่สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ในวันที่ 1 มี.ค. และจะคัดเยาวชน 30 คน เพื่อเข้าสู่โครงการไทยคมฟุตบอลแคมป์ ที่ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 24-30 มี.ค.ต่อไป

'ประสงค์'ตามเหน็บ'ทักษิณ' อัดสร้างภาพกราบพื้น

วันนี้ (29 ก.พ.) น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อดีตประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้ากลับมาแล้วทำตัว ให้เรียบร้อยแบบคนธรรมดา ก็ไม่มีปัญหา คนก็ไม่หมั่นไส้ แต่การก้มลงกราบแผ่นดินแบบนี้ใครดูก็หัวเราะ เพราะถ้าอยากจะกราบแผ่นดินจริงๆ ก็ต้องทำตั้งแต่เท้าแตะพื้นดินจริงๆ ไม่ใช่รอจนกว่าจะพบกล้องและ ประชาชน จึงก้มลงกราบ เป็นการใช้การตลาดเหมือนการเล่นการละครเรื่อง น้ำตาหยดปฐพี ซึ่งไม่รู้ว่าจะออกช่องไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยุติบทบาททางการเมือง น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า โดยนิตินัยพ.ต.ท.ทักษิณ ทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว แต่โดยพฤตินัยก็ต้องระวังเพราะพฤติกรรม จะเข้าข่ายขัดคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการหนุนพรรคการเมือง หรือมีส่วนในการแต่งตั้ง ตำแหน่งต่างๆในรัฐบาลล้วนทำไม่ได้ หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็จะเกิดปัญหาทันที ตั้งแต่อยู่ที่ฮ่องกง หรืออังกฤษมีคนไปพบมากมาย คุณอาจจะไม่รู้ว่ามีการแอบถ่ายภาพอัดเสียงเอาไว้หมดแล้ว

น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีตำแหน่งในรัฐบาลที่ไปรับอดีตนายกรัฐมนตรี ถึงสนามบิน นั้นขอให้ คำนึงถึงความเหมาะสม เพราะคนที่ไปรับนั้นเป็นจำเลยที่หนีหมายจับ ดังนั้น ทำอะไรขอให้อย่าฮึกเหิม ไม่เช่นนั้น จะทำให้ความรู้สึกของคนในบ้านเมืองร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการอาละวาดด้วยการโยกย้ายข้าราชการ หลายตำแหน่งในช่วงนี้ ตนสงสัยว่ามีเป้าหมายเพื่อกรุยทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถสั่งงาน สั่งการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ขอถามว่าเป็นการย้ายเข้าไปทำลายหลักฐานเกี่ยวกับ คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เนื่องจากในดีเอสไอมีข้อมูลหลักฐานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายคดี

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การย้ายข้าราชการหลายคนในช่วงนี้ เป็นการข่มขู่ข่มขวัญข้าราชการ คนอื่นให้เกรงกลัว ไม่ให้ทำหน้าที่ เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครทำกัน แม้แต่รัฐบาลปฏิวัติยังไม่ทำถึงขนาดนี้ ดังนั้น ขอให้ข้าราชที่มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ดำเนินกิจการงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไปอย่าหวั่นไหว หากใครถูกละเมิดก้าวก่าย หรือแทรกแซงก็ขอให้มาบอกตน เพราะในฐานะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะชี้ให้ดูว่ามีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนจะช่วยเต็มที่

'บ้านเมืองต่อจากนี้จะไม่สงบ ซึ่งคนที่ทำให้ไม่สงบก็คือพวกรัฐบาลที่กำลังฮึกเหิม สร้างความ แตกแยก ให้บ้านเมือง จัดตั้งมวลชนไปรับ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างความรู้สึกให้คนเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ถ้ารัฐบาลยังทำอะไร ไม่เกรงอกเกรงใจชาวบ้าน บ้านเมืองก็จะไม่สงบ โดยเฉพาะคนที่ปาดน้ำตาอย่ามาสร้างความแตกแยก ตอนนี้ไม่มีตำแหน่งอย่าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ อย่าไปสร้างความไม่สบายใจให้กับคนที่มีตำแหน่งจน กลายเป็นอยู่ใน สภาพต่างคนต่างเป็นใหญ่ หากเป็นแบบนี้จะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะมัวแต่ทะเลาะกันเอง เมื่อเป็นจำเลย ก็ควรอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เมื่อศาลนัดก็ให้ไป อย่าหาข้ออ้างยืดเวลาอีก' น.ต.ประสงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลง น.ต.ประสงค์ ได้หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวด้วยการ ย่อเข่าลงบนพื้นของอาคารรัฐสภา เพื่อจะก้มลงจูบแผ่นดิน อยู่หลายครั้ง โดย 'ประสงค์'ตามเหน็บ'ทักษิณ' ชี้สร้างภาพกราบพื้น

ครอบครัวชินวัตรร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ อัครราชกุมารี เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญกุศลสดับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์

โอกาสนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมครอบครัว ได้ร่วมฟังพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ด้วย

ชมรายละเอียด

ครอบครัวชินวัตรร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

จาก hi-thaksin

‘ทักษิณ'พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้า‘สมเด็จพระสังฆราช'


ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เช้าวันนี้ (29 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วยครอบครัวและคนติดตาม อาทิ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกส่วนตัว นายเนวิน ชิดชอบ และน.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้เดินทางออกจากโรงแรม เพนนินซูล่า เมื่อประมาณ 09.19 น. พร้อมชุดรักษาความปลอดภัย ซึ่งได้ขับรถด้วยความเร็วสูง โดยระหว่างที่ออกจากโรงแรม ทีมรปภ.ส่วนหนึ่งนำแผงเหล็กมากั้น ทำให้สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่สามารถตามขบวนของพ.ต.ท. ทักษิณได้ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น.พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงรพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มีผู้มารอจำนวนมากโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับโรงแรม

โดยก่อนขึ้นรถ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ทักทายประชาชน และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม โดย อดีตนายกฯ ได้ใช้รถคันใหม่ ยี่ห้อ โฮลเด้นท์ สีเทาดำ กันกระสุนทั้งคัน นำเข้าจากประเทศ ออสเตรเลีย

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณ หน้าโรงแรมเพนนินซูลา ยังไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของชุดรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ พล.ต.ต. อรรถสิทธิ์ ชาลีฉัตร หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยระบุว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา การรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชม.

ชมรายละเอียด ‘ทักษิณ'พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้า‘สมเด็จพระสังฆราช

จาก hi-thaksin