WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 1, 2008

‘ทักษิณ' เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเพนนินซูล่าแล้ว

นางสาวศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกประจำตัวพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า พันตำรวจโททักษิณ ได้ทำการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเพนนินซูล่าแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเข้าพักได้เพียง 2 คืน ตั้งแต่คืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จองห้องพักของโรงแรมดังกล่าวไว้กว่า 2 สัปดาห์ นางสาวศันสนีย์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นการยืนยันจากครอบครัวของพันตำรวจโททักษิณ ว่าได้เช็คเอาท์ไปแล้วจริง เนื่องจากพันตำรวจโททักษิณ ต้องการใช้เวลาเป็นส่วนตัวอยู่กับครอบครัว และสถานที่แห่งใหม่ ซึ่งไม่มีการเปิดเผย แต่หากมีอะไร พันตำรวจโททักษิณ จะเป็นผู้ติดต่อกลับมาเอง
ด้านประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่รอติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหว ที่ด้านหน้าโรงแรมเพียงสั้นๆ ว่า ได้มีการเช็คเอาท์ออกไปแล้วจริงเช่นกัน โดยปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใดๆ ต่อสื่อมวลชน


จาก hi-thaksin

พอแล้ว [1 มี.ค. 51 - 18:01]

การกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำ ทั้งสื่อไทยสื่อเทศ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ งานนี้ต้องเรียกว่าเป็นกองทัพสื่อที่สนใจเกาะติดตามทำข่าวนี้กันโดยเฉพาะ เชื่อว่าข่าวการเมืองในช่วงสัปดาห์นี้คงไม่เงียบเหงา น่าจะมีอะไรให้ลุ้นเป็นสีสันกันบ้าง

มีการวิเคราะห์จากสื่อเทศว่า การกลับมาครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะของ พ.ต.ท.ทักษิณที่มีเหนือการปฏิวัติยึดอำนาจ ซึ่งถ้าจะมองแนวนั้นก็คงไม่ผิด เป็นชัยชนะที่มีประชาชนเป็นคนตัดสิน

เป็นชัยชนะเหนืออำนาจนอกรัฐธรรมนูญ

จะว่าไปแล้วความจริง พ.ต.ท.ทักษิณชนะตั้งแต่มีการยึดอำนาจ แม้จะถูกต่อต้านสกัดจุดทุกวิถีทาง ถูกอำนาจรัฐอำนาจจากปลายกระบอกปืนจำกัดสิทธิและเสรีภาพทุกอย่าง ช่วงชิงอำนาจไปจากในมือ

แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังมีพื้นที่

ยังโค่น พ.ต.ท.ทักษิณไม่ลง ยิ่งนานก็ยิ่งเกิดคะแนนสงสารเพราะความเห็นอกเห็นใจ บางครั้งบทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศยังชิงพื้นที่ได้มากกว่าคนที่อยู่ในประเทศเสียอีก

ยังมีคนกลุ่มหนึ่งถามหา ยังมีรากหญ้าส่วนใหญ่ให้ความศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย เป็นขวัญใจคนชนบท พ่อค้าแม่ค้า แท็กซี่ สามล้อ จิปาถะ

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะต้นทุนที่ทำเอาไว้สูงกว่าคนอื่น

กลายเป็นบารมี ไม่ว่านับตั้งแต่วันนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม หรือ พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ในฐานะใด ก็ยังชนะอยู่ดี เพราะยังยึดพื้นที่ยึดความศรัทธาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

เป็นการเอาชนะใจประชาชน

มีคำถามหนึ่งที่พยายามถาม พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยพร้อมขนาดนี้ จะหันหลังให้การเมืองจริงหรือ วางมือทางการเมืองแน่หรือไม่ ทำใจได้หรือ

ผมก็เห็น พ.ต.ท.ทักษิณตอบคำถามว่าพอแล้ว Enough ถอยดีกว่าไม่เอาดีกว่า วางมือการเมืองไปแล้ว ของอย่างนี้จะจริงหรือไม่ต้องรอดูวันข้างหน้า

แต่ส่วนหนึ่ง และเป็นส่วนสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจต่ออนาคตทางการเมือง ก็คือ ครอบครัว ว่ากันว่าในช่วงปีเศษๆที่ผ่านมา ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะวิกฤติการเมือง ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณมองอะไรทะลุปุโปร่งขึ้นเยอะ

ต้องเห็นสภาพครอบครัวต้องเจอกับปัญหาหนักๆ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณนั่งคิดนอนคิด ก่อนที่จะตัดสินใจวางมือการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะเกิดวิกฤติ พ.ต.ท.ทักษิณเคยวางแผนชีวิตไว้แล้วหลังพ้นตำแหน่งนายกฯ เมื่ออายุ 60 ปีพอดี

ส่วนตัวอยากเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ท่องเที่ยวใช้เงิน ลูกๆก็ให้ทำธุรกิจเล็กๆ อาจจะเป็นโรงแรมหรือเอนเตอร์เทนเมนท์ทำนองนี้ ขนาดมองทำเลที่จะไปทำธุรกิจโรงแรมที่แอฟริกาใต้โน่นเพราะสงบดี ผมว่าเมื่อข้างหนึ่งกล้าประกาศว่าพอแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งที่ชอบสร้างเงื่อนไข ชอบนั่งวิจารณ์คนอื่น รู้จักคำว่าพอหรือยัง.

หมัดเหล็ก

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

มีชัยเปรียบตัวเองไดโนเสาร์ ตัดใจเลิกยุ่งกับการเมือง [1 มี.ค. 51 - 05:02]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวานนี้ (29 ก.พ.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เปิดบ้านพัก “บ้านสวน ลาดบัวหลวงจ.ปทุมธานี เลี้ยงอำลาสมาชิกสนช. ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างชื่นมื่น มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้าร่วมด้วย

ประธานสนช. กล่าวเปิดใจการทำหน้าที่ว่า 1 ปี ที่ผ่านมา ต่างได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทำให้รู้ตัวตนของตัวเองว่า เปรียบเสมือนไดโนเสาร์ในแวดวงการเมือง เพราะการเมืองยุคใหม่มีวิธีคิดและวิถีปฏิบัติทางการเมืองต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง จึงได้ตัดสินใจแล้วว่า จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง


ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้รู้สึกเฉย ๆ และหมดความกระตือรือร้นต่อทางการเมืองมากขึ้น ๆ ผมได้ข้อสรุปว่า การเมืองคงไม่ใช่เรื่องที่เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้อีกแล้ว ไม่ใช่เพราะอื่นใด แต่เป็นเพราะว่า การเมืองปัจจุบันทำให้ผมได้คิด และวิธีปฏิบัติไม่เหมือนกับในอดีต จะว่าใครผิดหรือถูก คงยาก เพราะโลกพัฒนาไปนายมีชัย กล่าว และว่า การเลี้ยงในวันนี้ ไม่ใช่เลี้ยงอำลา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพบปะกันในวันข้างหน้า ซึ่งจะตั้งชมรม สนช.เป็นเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสานต่อความสัมพันธ์ว่า ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่อันทรงเกียรติในรัฐสภา


เลิกการเมืองไม่ง่าย [1 มี.ค. 51 - 03:31]

ในอารมณ์ของคนที่มีอันต้องซัดเซพเนจรจากแผ่นดินมาตุภูมิ พลัดพรากครอบครัวอันเป็นที่รักไป 1 ปี 5 เดือนกว่าๆ ถึงขนาดก้มลงกราบแผ่นดินทันที ณ นาทีที่กลับมาเหยียบอยู่บนผืนปฐพีไทย น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน

ชีวิตพลิกผันจากวันที่เดินทางออกนอกประเทศไทยในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่กลับมาต้องถูกตำรวจประกบพาตัวไปมอบตัวต่อศาล ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือเหมือนอาชญากรทั่วไป

โดนการเมืองเล่นซะอ่วมอรทัย

ก็ไม่น่าแปลกใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะประกาศเลิกเล่นการเมือง ย้ำแล้วย้ำอีกเป็นสิบๆรอบ ได้ยินกันไปทั่วโลก

แต่ก็ยังมีคนไม่เชื่ออยู่ดี

ไม่ต้องพูดถึงยี่ห้อพันธมิตรม็อบไล่ “ทักษิณ” ที่ไม่มีหน้าที่เชื่อคนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว และในอารมณ์ใกล้เคียงกันกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โดยจุดยืนไม่มีทางวางใจคำพูดของอดีตนายกฯง่ายๆ

ที่น่าสนใจก็คือพวกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย มุมมองของสื่อมวลชนต่างประเทศ สะท้อนจากบทวิเคราะห์ของนายโจนาธาน เฮด นักวิเคราะห์และผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพฯ มองว่า การที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ออกมาบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกนั้น ไม่น่าจะทำได้จริงตามที่ได้แถลงเอาไว้

เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วง 5-6 ปีมานี้ ประชาชนโดยเฉพาะในชนบทที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยให้ทั้งความรักและการสนับสนุนนับสิบล้านคน

อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินรายสำคัญกับพรรคพลังประชาชน พรรคแกนนำรัฐบาลของไทยในขณะนี้ ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้ว

ดังนั้น เมื่อพิจารณาหลายองค์ประกอบข้างต้นแล้ว จึงมีความมั่นใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องหวนคืนเวทีการเมืองของไทยอย่างแน่นอนในอนาคต

สื่อฝรั่งฟันธงทะลุเลย

เบื้องต้นประเมินกันง่ายๆ เหล่าขุนศึกสายตรงนายใหญ่ที่เกาะเอวซ้ายเกาะเอวขวา ลากกระเตงกันขึ้นมาใหญ่ในยุครัฐบาลไทยรักไทยรุ่งโรจน์ พรวดพราดขึ้นชั้นมายืนอยู่แถวหน้าๆ

ปัญหาก็คือ ถ้าไม่มี “ทักษิณ” ก็ไม่มีที่ยืนทางการเมือง

ยังไงก็ต้องตื๊อให้นายใหญ่ลุยต่อ

ไหนจะนักเลือกตั้งในเครือข่ายอดีตพรรคไทยรักไทยที่จำเป็นต้องอาศัยการพะยี่ห้อ “ทักษิณ” เป็นจุดขาย โดยเฉพาะฐานใหญ่ในภาคอีสานกับภาคเหนือ

ขาด “ทักษิณ” ก็แทบขาดใจ

ยังไงก็ไม่เชื่อว่า “ทักษิณ” จะเอาหูทวนลม กับเสียงเรียกร้องของแฟนพันธุ์แท้รากหญ้า ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้จะโดนล็อกทุกวิถีทาง แต่ด้วยศรัทธาในยี่ห้อ “ทักษิณ” พรรคพลังประชาชนแหกด่านโหดเข้ามาเป็นแกนนำจัดรัฐบาลได้

ปัจจัยหลักคือประชาชนในระดับกลางลงไปถึงระดับรากหญ้าพร้อมใจกันสวนหมัดฝ่ายยึดอำนาจ เลือกพรรคพลังประชาชน เพราะติดใจในผลงานรัฐบาลพรรคไทยรักไทย และเชื่อมั่นในกึ๋นบริหาร

อยากได้คนชื่อ “ทักษิณ” กลับมาฟื้นประชานิยม

คืนความกินดีอยู่ดี

เหนืออื่นใด กับประโยคที่อดีตนายกฯทักษิณตั้งใจเน้นเป็นพิเศษ

“การกลับมาในวันนี้ ผมไม่ต้องการที่จะเข้ายุ่งเกี่ยวกับการเมือง แม้จะมีบางคนสงสัย และที่เป็นห่วงว่าผมจะกลับมาแข่งขันทางการเมือง ให้สบายใจได้ว่า ต่อไปนี้ผมจะขอใช้ชีวิตกับครอบครัว ปีนี้ก็อายุ 59 ปีแล้ว”

“ทักษิณ” ให้สบายใจไม่แข่งใคร

ในทางตรงกันข้าม คู่ต่อสู้นี่แหละจะเป็นแรงกระตุ้นให้ เลิกไม่ได้

โดยเกมเลยเหล่าอำมาตยาธิปไตยที่จะต้องใช้ยุทธศาสตร์ยื้อยุดฉุดกระชากกับ “ทักษิณ” เป็นเงื่อนไขในการรวมศูนย์อำนาจ ชิงการนำประเทศไทย

ต้องไล่บี้ไล่ต้อนให้ “ทักษิณ” จนตรอก แหย่ให้ออกจากมุมมาบู๊กัน

มุกเดียวกันกับคู่อริทางการเมือง เหล่าพันธมิตรม็อบไล่ที่จำเป็นต้องอาศัยเกมถล่ม “ทักษิณ” เป็นแรงกระตุ้นกลุ่มคนระดับกลางถึงระดับบนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ

เพื่อเป็นฐานการชิงพื้นที่ยืนทางการเมือง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

ร.ต.อ.เฉลิม เชื่อนายกฯ แจงเหตุย้าย ผบ.ตร.ได้

กรุงเทพฯ 29 ก.พ. - รมว.มหาดไทย เชื่อนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงคำสั่งย้าย ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้คิดอย่างรอบคอบแล้ว ก่อนลงนามคำสั่งย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งมั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 21:52:00

สกู๊ป : นายกฯ เยือนลาว

ภารกิจนายกรัฐมนตรีในการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้านครั้งแรก ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยมีการหารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานประเทศ ในช่วงเย็น โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงาน

ชมรายละเอียด


อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 20:41:28


ชูศักดิ์ มอบนโยบาย ก.พ.ร. 9 ข้อ

สำนักงาน ก.พ.ร. 29 ก.พ.- “ชูศักดิ์” มอบนโยบาย ก.พ.ร. 9 ข้อ เน้นนโยบายเดิมของรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” ฟื้นโครงการผู้ว่าฯ ซีอีโอต่อ กำชับ ก.พ.ร.หามาตรการปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ระบุที่ผ่านมาแก้ที่ปลายเหตุมากกว่าป้องกัน ยันเงินโบนัสทัน เม.ย.นี้แน่นอน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่า ได้มอบนโยบาย 9 ข้อให้ ก.พ.ร.ดำเนินการ อาทิ การติดตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อจัดทำเสร็จให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้ติดตามการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น การจัดทำโครงการต่าง ๆ ต้องมีการบูรณาการแผนงานทั้งหลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพและเป็นประโยชน์สูงสุด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาล เรื่องธรรมาภิบาลมีความสำคัญ เมื่อนำมาใช้จะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใส รักษาประโยชน์ของราชการ รักษาผลประโยชน์ของประชาชนและที่สำคัญสามารถจะปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

“ผมได้ฝากให้ทาง ก.พ.ร.หามาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการมีกฎหมายต่าง ๆ แต่เรามักมุ่งเน้นไปที่ปลายเหตุ มุ่งเน้นไปที่การปราบปราม ดังนั้น ทาง ก.พ.ร.ควรหาทางคิดกลไกในการบริหารราชการต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบได้ เพราะเราเน้นเรื่องของการป้องกันเป็นเรื่องสำคัญ” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การจัดระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีปัญหาซ้ำซ้อนไม่กลมกลืนกันอยู่ ส่วนการประเมินผลและการให้เงินรางวัลที่ ก.พ.ร.ทำอยู่นั้นให้ดูให้เป็นธรรม และอย่าทำให้การประเมินผลเป็นเรื่องหลักสำหรับการบริหารราชการในหน่วยงานนั้น และลดเรื่องของงานที่เป็นเอกสารให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ตนได้ขอให้ ก.พ.ร.เร่งดำเนินการจัดรายละเอียดระเบียบการประเมินและให้รางวัลตามเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลโบนัสข้าราชการประจำปี 2550 วงเงิน 5,550 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จ และจัดสรรให้กับส่วนราชการได้ทันเดือนเมษายน 2551 เพื่อให้ทันวันเปิดเทอม

เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า ใช่ หลังจากที่รัฐบาลชุดของ พล.อ.สุรุยทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารจัดทำงบประมาณแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัด พ.ศ. .. ขึ้น ซึ่งร่างฉบับนี้ยังค้างอยู่ช่วงรัฐบาลที่แล้วเพื่อรอการตัดสินใจจากรัฐบาลใหม่ หากกฤษฎีกาฉบับนี้ออกมาใช้แล้ว ต่อไปนี้รัฐบาลก็จะตั้งงบประมาณที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดนั้นได้เลย ซึ่ง ก.พ.ร.จะทำหน้าที่กำหนดแผนวิเคราะห์ วิธีการตั้งงบประมาณให้เป็นระบบ และเป็นเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณได้ คิดว่าจะนำร่างกฤษฎีกาตัวนี้มาดู เพื่อทบทวน และคิดว่าในหลักการหาก ก.พ.ร.กลั่นกรองมาดีแล้วก็จะเสนอ ครม.ต่อไป.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 20:35:24

สมาพันธ์ประชาธิปไตยยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนสมาพันธ์ประชาธิปไตย นำโดย นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นพ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาเป็นต้นแบบในการแก้ไข และยกเลิก พ.ร.บ.ที่ผ่านการรับรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมด รวมถึงแก้ไข พ.ร.บ.ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนสมาพันธ์ประชาธิปไตยได้เข้าหารือกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกนารีสโมสรด้วย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-29 20:34:58

สูตรเลือกคน

ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน ซื่อสัตย์ต่อนาย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ก็ซื่อสัตย์ต่อ...ชาติ
ในยุคที่..ความเชื่อมั่นกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงนั้น..การจะเชื่อใครสักคน ดูจะเป็นเรื่องยากลำบากแสนเข็ญ..
ยิ่งเมื่อต้องมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญให้ไปคูหาเลือกตั้ง..ไปเลือกใครสักคนขึ้นมาเป็นใหญ่ในรัฐสภา ในทำเนียบรัฐบาลแล้ว
การจะเลือกใคร เป็น..เรื่องลำบากใจจริงๆ
อ่านข้อเขียนของ....นิติภูมิ นวรัตน์..ในไทยรัฐ..เรื่องคนกตัญญูในทางการเมืองแล้ว..เห็นทีจะต้องยึดถือไว้เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ในการเลือกคนขึ้นไปเป็นใหญ่..
นิติภูมิ...ท่องอยู่ในรัสเซียขณะนี้เล่าว่า..ถามคนรัสเซียว่า..จะเลือกใครมาเป็นประธานาธิบดี..เกือบทุกคนตอบว่า...เลือกนายเมียดแวเดียฟ
นิติภูมิถามว่า..ทำไม..คนรัสเซียตอบว่า..เพราะซื่อสัตย์ต่อนาย ซื่อสัตย์ต่อประธานาธิบดีปูติน
เมื่อถามย้อนไปถึงทำไม..คนรัสเซียถึงชื่นชมนิยมประธานาธิบดีปูติน..จนทำให้เป็นประธานาธิบดีถึง 8 ปี และยังสามารถฝากประชาชนคนรัสเซียให้เลือกนาย..เมียดแวเดียฟเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป..ประชาชนคนรัสเซียก็ว่านอนสอนง่าย..ไปเลือกคนตามใจนายปูติน
คนรัสเซียตอบว่า...ก็ปูตินซื่อสัตย์ต่อนาย..
นิติภูมิอธิบายว่า..เยลต์ชิน..ซึ่งเป็นศัตรูกับนายเก่าของปูตินนั้น..เป็นคนสนับสนุนนายปูตินขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะประทับใจในความซื่อสัตย์ของนายปูติน..ที่ยอมเสี่ยงโทษติดตะรางโทษประหาร..วางแผนพานายหนีภัยจากการถูกตามล่า..
เยลต์ชิน..ประทับใจมาก จึงสนับสนุนปูตินขึ้นมา..
แล้วนายปูตินก็ทำให้คนรัสเซียสมหวัง..ชาติที่ใกล้พังเพราะการเมือง..กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลก..เสน่ห์ของปูติน..โปรยปรายไปทั่ว..ทั้งเกาะอังกฤษและเกาะแมนฮัตตัน
ความกตัญญูรู้คุณ..จึงอาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ว่า..ใครคือคนดีในวันที่สีแสงแต่งเติมให้โจรร้ายกลายเป็นสันตะปาปาได้อย่างง่ายดาย ผ่านจอโทรทัศน์และมือถือ..เพราะความกตัญญูนั้น..ยืนยันได้จากอดีต...ไม่ใช่ปัจจุบันและอนาคต..แถมยังต้องยืนยันด้วยการกระทำไม่ใช่..วาจา..
ความกตัญญูนั้น..มันไม่ใช่ต่อนาย..แต่กับเพื่อนกับลูกน้อง..มันก็ฟ้องได้..ไอ้ที่เหยียบบ่าเพื่อน บ่าพรรค บ่าลูกน้อง ขึ้นมาเป็นใหญ่..อกตัญญูกับเขาทั่วไปนั้น เอาแต่ใจตัวนั้น
มันจะรักชาติ รักประชาชน ได้อย่างไร
พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์


สุสานคนเป็น

หาญกล้ามากๆ สำหรับ “รัฐบาลหมัก 1”จากวันแรกที่เริ่มทำงาน วันที่ 7 ก.พ. จนถึง 29 ก.พ. พวกเขา...ได้สร้าง ทฤษฎี “โดมิโน” เด้งข้าราชการผู้ใหญ่ ไปแล้วถึง4 คน คนแรก...นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูก “คำสั่งฟ้าผ่า” ของ นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม เด้งพ้นหน่วยงานต้นสังกัด เมื่อวันที่ 22ก.พ.หรือ 15 วันแห่งการทำงานของ “รัฐบาลหมัก 1”ถัดไปอีก 3 วัน วันที่ 25 ก.พ. นายไชยา สะสมทรัพย์รมว.สาธารณสุข มีคำสั่งโยกย้าย น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดลเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะ...ประธานคณะกรรมการต่อรองราคายาในการประกาศซีแอลไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข3 วันต่อมา วันที่ 28 ก.พ. มีคำสั่งด่วนจาก รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข ให้ย้าย นายปราโมช รัฐวินิจ

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้มาช่วยราชการที่ทำเนียบรัฐบาลรุ่งขึ้นอีกวัน วันที่ 29 ก.พ. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ก็มีคำสั่งปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร.โดยให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯการปลดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่อเนื่องในห้วง 8 วัน มากถึง4 คน 4 หน่วยงานครั้งนี้ต้องบอกว่า...หาญกล้าจริงๆหาญกล้าตั้งแต่...ระดับ รมต.สำนักนายกฯ ไปจนถึงตัวนายกรัฐมนตรีเองแล้วก็ใช่ว่า...ทฤษฎี “โดมิโน” เด้ง ขรก.ผู้ใหญ่ จะหยุดอยู่แค่นี้หลายคนที่อยู่ในข่ายว่าจะต้อง “โดนย้าย” ทั้งที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ และพวกที่ไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น...นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรมนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และอีกหลายๆ คนที่จะมีตามมา...หลังจากวันนี้ยิ่งเข้าใกล้ “ฤดูโยกย้ายกลางปี” ช่วง เม.ย. ด้วยแล้วทั้งข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ฯลฯเชื่อว่า...คงจะมีข่าวในลักษณะเช่นนี้กระสานซ่านเซ็นออกมาเป็นระยะๆเช็กบิลแหลก?

คือ พาดหัวข่าว “บางกอกทูเดย์” ฉบับประจำวันที่ 26 ก.พ.ที่สื่อถึงความพยายามของ “รัฐบาลหมัก 1” ต่อการจะปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจาก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)จนมีเสียงร่ำลือกันว่า...มากับ คมช. ก็ต้องไปกับ คมช.!!!คำถามที่มีตามมาในสังคมไทย หลังจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการผู้ใหญ่ นับจากนายสุนัยเรื่อยมาจนถึง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็คือ...“รัฐบาลหมัก 1” มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ กับคำสั่งย้ายข้างต้น???แม้จะมีเสียงของคนในซีกรัฐบาลบอกว่า...เมื่อรัฐบาลรับปากประชาชนระหว่างการเดินสายหาเสียง ช่วงเลือกตั้ง23 ธ.ค. และประกาศย้ำอีกครั้ง...ช่วงแถลงนโยบายฯ ต่อรัฐสภาจำเป็นอยู่เองที่รัฐบาลจะต้องเลือกใช้ข้าราชการ ซึ่งถือเป็นกลไกการทำงานที่สำคัญ เพื่อให้การปฏิบัติ...เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติและประชาชนทั้งที่สัญญาไว้กับชาวบ้านและแถลงต่อรัฐสภาดังนั้น การโยกย้ายจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้!!!แม้จะเป็นเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นบ้าง แต่...การโยกย้ายข้าราชการผู้ใหญ่ในระยะเวลา “หายใจรดต้นคอ” ติดต่อกันเช่นนี้อาจดูไม่เป็นปกติธรรมดา จนสังคมต่างอดคิดไม่ได้ว่า...นี่คือการแก้แค้นเอาคืนกับ “เครือข่าย” หรือ“กาฝาก” จาก คมช. ยังคงหลงเหลือมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ถึงตรงนี้ ไม่ว่า...กระแสต่อต้าน คัดค้าน หรือสนับสนุนแม้กระทั่งความพยายามที่จะกล่าวโทษร้องทุกข์ หรือฟ้องร้องต่อ ศาลปกครอง ของข้าราชการเหล่านั้นคงไม่ทำให้ “จุดยืน” ของ “รัฐบาลหมัก 1” แปรเปลี่ยนไปพวกเขายังคงเดินหน้า...ปรับเปลี่ยนและโยกย้ายเพื่อความเหมาะสมดึงคนที่คิดว่า...สามารถจะสานต่อนโยบาย และนำไปปฏิบัติจนเกิดเป็นรูปธรรม มาแทนที่ใครก็ตามที่ตกอยู่ในข่าย “กาฝาก คมช.” หรือ พวกกระด้างกระเดื่องกระทั่ง อาจเป็นอุปสรรคต่อแผนงานของรัฐบาลชุดนี้หากข้าราชการเหล่านั้น ไม่ถูก “จองจำ” อยู่ใน “กรุ”ของต้นสังกัดเดิมของตัวเองแล้ว“ทำเนียบรัฐบาล” ก็จะถือเป็น “กรุเก่าแก่” หรือ“สุสานคนเป็น” ที่ใหญ่มากๆ และสามารถจะรองรับข้าราชการระดับสูงได้นับสิบนับร้อยคนหากมีคำสั่งจาก...คนกุมนโยบาย ลงมาน่าสนใจตรงที่ว่า...ข้าราชการกลุ่มที่ถูกคำสั่ง “โยกย้าย” และกำลังจะถูก

“โยกย้าย” จะ “แก้ลำ” ต่อคำสั่งเบื้องต้นอย่างไร???กลุ่มที่ประกาศตัวเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชน เช่นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มอื่นๆจะกดดันและต่อต้านคำสั่งของ “รัฐบาลหมัก 1” หรือไม่?อย่างไร?ประชาชนทั่วไปจะเห็นด้วยหรือไม่กับ กลุ่มพันธมิตรฯกระทั่ง ออกมาชุมนุมประท้วงและคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่พวกเขาเห็นว่า...มันไม่เป็นธรรม!!!
ท่าทีของฝ่ายค้าน ผู้ประกาศตนเป็น “รัฐบาลเงา” จะเข้ามาช่วยเหลืออะไรได้
บ้าง???“รัฐบาลหมัก 1” จะวางตัวอย่างไร หากมีกระแสต่อต้านทั้งบนดินและใต้ดิน???ที่สำคัญ ทำเนียบรัฐบาลจะถูกมองว่าเป็น...แหล่งพักพิงของบรรดาข้าราชการในซีก คมช. จนทำให้ภาพลักษณ์ความเป็น...ออฟฟิศของรัฐบาล และ นายกฯสมัคร หมองไปหรือไม่???ใจคอ...จะปล่อยให้ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็น “สุสานคนเป็น” รองรับพวกตกงาน เพราะ...“เปลี่ยนสีไม่เป็น” กระนั้นหรือ???