นายกรัฐมนตรีพอใจ ผลการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และสานต่อความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศให้ใกล้ชิดต่อไป
อัพเดตเมื่อ 2008-03-01 20:09:33
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
กรุงเทพฯ 1 มี.ค.- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า เป็นการไปแนะนำตัวกับประเทศเพื่อนบ้านหลังรับตำแหน่งใหม่ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ การที่ต้องมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกไปด้วย เพราะต้องพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยพูดถึงเรื่องการปักปันเขตแดน ที่ยังไม่แล้วเสร็จประมาณร้อยละ 4 ก็ได้พูดจากันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
ส่วนปัญหาม้งที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทย นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะต่างชาติต้องการเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเป็นเพื่อนบ้านเราต้องคิดกันระหว่างเพื่อนบ้าน ขณะนี้มีม้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์และหนองคาย ประมาณ 7,000 คน ซึ่งทางการลาวต้องการรับกลับประเทศอยู่แล้ว โดยทยอยกลับไปครั้งละ 200-300 คน หากกลับไปแล้วไม่มีที่อยู่ทาง สสป.ลาว ก็จะสร้างนิคมให้อยู่ใหม่
นายสมัคร ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าได้มีโอกาสไปเดินตลาดที่ สปป.ลาว สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่นั่นบ้าง ถามพรรคพวกว่าถ้าได้ลงสมัครเลือกตั้งที่นี่คงมีโอกาส และได้มีโอกาสตรวจสอบราคาสินค้าตลาดด้วย.-สำนักข่าวไทย

นายกฯสมัคร แจงเด้งฟ้าผ่า 'พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์' เป็นวิธีที่เบาที่สุด เผยมีผู้เสนอให้ดำเนินการกับอดีตผบ.ตร. แรงกว่านี้ ย้ำเข้าใจตำรวจดี เพราะเคยเป็นผู้บังคับบัญชามาก่อน ระบุยังไม่มีการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงคำสั่งย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลัง เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่า เป็นไปตามที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าว การโยกย้ายครั้งนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสอบสวน โดยข้อกล่าวหาต่างๆ คณะกรรมการสอบสวนเป็นผู้ตรวจสอบ น่าจะใช้เวลาพอสมควร เพราะประธานคณะกรรมการตรวจสอบจะเดินทางกลับมาวันที่ 4 มีนาคมนี้
ต่อข้อถามว่า ได้คุยกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หรือไม่ เพราะเห็นว่าจะฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม นายสมัคร กล่าวว่า ถ้าเป็นความเห็นคงไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า พร้อมให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าพบหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ขณะนี้ต่างคนต่างก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย ว่าใครทำอะไรอย่างไร ถ้าตนทำผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ฟ้องได้ ไม่มีปัญหา
สำหรับกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยระบุว่า การย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ครั้งนี้ เพื่อเตรียมตำแหน่งไว้ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังการยึดอำนาจ ว่า 'พวกนั้นเป็นหมอดูเหรอ'
จากนั้นนายกรัฐมนตรีถามย้อนกลับว่า 'เขาพูดในฐานะอะไร คาดการณ์หรือหมอดู ก็ปล่อยให้เขาคาดการณ์ไป' และเมื่อถามว่า จำเป็นต้องชี้แจงหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ทำไมต้องชี้แจงเรื่องแค่นี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ว่าอย่างนั้นก็จบ
ต่อข้อถามว่า ถ้าผลการสอบวินัยแล้วเสร็จจะแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่เลยหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่ามีคนรักษาการอยู่ แปลว่ายังไม่มีการแต่งตั้ง
เมื่อถามว่า เพื่อให้สังคมสบายใจยืนยันได้หรือไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นายสมัคร กล่าวว่า ถ้าดูไมตรีของตน ที่เสนอเรื่องขึ้นมาดุเดือด เลือดพล่านกว่านี้ ตนเลือกที่เบาที่สุดรักษาไมตรีไว้ดีที่สุดแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็จะปลอดภัยที่สุด เพราะคิดว่าต้องป้องกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เอาไว้
'ผมเคยเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจมาก่อน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พอมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ดูตำรวจอีก ผมป้องกันผู้ใต้บังคับบัญชา เขาเสนอมา 1 2 3 มันแรง ผมก็เอาเบาที่สุด เพื่อที่ไม่มีอะไรจะได้จบกันอย่างดีเท่านั้นเอง' นายสมัคร
ผบ.ตร. เปิดสถานีผลิตไบโอดีเซล ตามโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยใช้พลังงานทดแทน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในขณะที่ประชาชนชาวยะลา มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ระบุ เข้าพบนายกฯจันทร์นี้ (3มีค.)
(1มีค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเป็นประธานเปิดสถาน ีผลิตไบโอดีเซล ที่สภ.เมือง จ.ยะลา โดยมี พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ยะลา พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพชร พิพัฒน์เพชรภูมิ ผกก. สภ. เมือง ข้าราชการตำรวจ กลุ่มแม่บ้านตำรวจ ผู้นำศาสนา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนกว่า 2 พันคนให้การต้อนรับ
พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ ผกก.สภ.เมืองยะลา เปิดเผยว่า โครงการสถานีผลิตไบโอดีเซล ของจังหวัดยะลา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทดแทนขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งเป็นการน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ตามสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเพิ่มปริมาณการออกตรวจและสามารถปฏิบัติงานป้องกัน ปราบปราม ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องผลิตไบโอดีเซล ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ และหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศแล้ว สำหรับแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลนั้น ได้รับการบริจาคน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 55 ชุมชน
ในการนี้บรรดาข้าราชการตำรวจ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา รวมทั้งกลุ่มพลังมวลชน ที่รอต้อนรับ ได้มอบดอกกุหลาบ ให้กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพื่อเป็นกำลังใจ และให้กำลังใจ อย่างมากมาย หลังทราบข่าวถูกย้าย ให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี
พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียาเวส กล่าวว่า เตรียมจะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อเคลียร์ปัญหาจันทร์นี้(3มีค.) ส่วนการฟ้องร้องเป็นทางออกสุดท้าย ยืนยันไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกตั้งกรรมการสอบ
นายกฯ เผย ย้ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ให้กระทบต่อการสอบวินัยร้ายแรง ย้ำลงโทษเบาสุด ปัดชี้แจงเอื้อพล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นผบ.ตร.

รักษาการ ผบ.ตร. "พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ " ยืนยัน ไม่โยกย้ายข้าราชการในขณะนี้ หวั่นเสียกำลังใจพร้อมเผยคติในการทำงาน
โรงแรมเวียงใต้ 1 มี.ค.- สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (ส.ป.ท.) ปรับบทบาทตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย ดึง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ร่วมงาน
สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (ส.ป.ท.) นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในฐานะเลขาธิการ แถลงข่าวแสดงจุดยืนการทำงาน ว่า ส.ป.ท. ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 87 ระบุว่า รัฐจะต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพรรคพลังประชาชน เข้ามาควบคุมอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ รวมถึงมีประชาชนบางส่วน เห็นว่าพรรคพลังประชาชน มีพฤติกรรมเป็นตัวแทนของพรรคไทยรักไทย ซึ่งคล้องจองกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ หลายฝ่ายจึงเป็นห่วง
“เราจึงใช้สถานการณ์ปัจจุบัน และรัฐธรรมนูญมาปรับเป็นบทบาทหน้าที่ของ ส.ป.ท. โดย ส.ป.ท. จะส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิก และประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมในชาติและระดับท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การใช้สิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ เช่น การเสนอกกฎหมาย หรือการยื่นถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ พร้อมจะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางการเมือง โดยจะรวมตัวกันในลักษณะสมัชชาประชาชน พร้อมทั้งจะสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยสุจริจและเที่ยงธรรม”นายไชยวัฒน์ กล่าว
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ส.ป.ท. จะประกอบด้วยคณะที่ปรึกษา อาทิ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานที่ปรึกษา นายปราโมทย์ นาครทรรพ เป็นที่ปรึกษา สปท. นายไพศาล พืชมงคล เป็นที่ปรึกษา นายประพันธ์ คูณมี ที่ปรึกษา นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ที่ปรึกษา นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ที่ปรึกษา นอกจากนี้จะมีประธานคณะกรรมการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ นายณรงค์ พิริยะเอนก เป็นประธานคณะกรรมการกิจการรัฐบาลและรัฐสภา นายไพศาล พืชมงคล ประธานคณะกรรมการโรงเรียนการเมืองการปกครองภาคประชาชน
ต่อข้อถามว่า ทาง ส.ป.ท. จะมีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่โยกย้าย อธิบดีดีเอสไอ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ส.ป.ท. จะต้องรวบรวมสมาชิกให้ได้ 50,000 รายชื่อ จึงจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอกฎหมาย ที่ต้องใช้ชื่อ 10,000 รายชื่อ หรือการถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่การยื่นถอดถอนบุคคล เราจะต้องใช้เมื่อถึงเวลาเท่านั้น ซึ่งการโยกย้ายข้าราชการผู้ใหญ่ ก็ไม่ใช่รัฐบาลคิดแต่ว่า กฎหมายเปิดช่องให้ก็สามารถโยกย้ายได้ เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะต้องเน้นหลักของนิติธรรมด้วย ซึ่ง ส.ป.ท.จะเฝ้าดูเหตุผลในการโยกย้ายว่ามีอะไรบ้าง
เมื่อถามว่า ทาง ส.ป.ท. กับพันธมิตรมีการทำงานที่เกี่ยวโยงกันหรือไม่ นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เราตกลงว่าจะมีเป้าหมายร่วมกัน คือการต่อสู้กับระบอบทักษิณ โดยกระทำภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ใช้การเผชิญหน้าหรือความรุนแรง ซึ่งจะมีการหารือกับพันธมิตรทุกวันพุธของสัปดาห์ ซึ่งเราจะอยู่ภายใต้การทำงานร่วมกับกับพันธมิตรแต่จะแยกกันไปรับผิดชอบงานใครงานมัน แล้วจะมีการพูดคุยกันเพื่อกำหนดบทบาทต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีการชุมนุมหรือออกมาเรียกร้องอะไรหรือไม่ นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเรื่องของการออกมาชุมนุม แต่เดิมที่มีการออกมาชุมนุมนั้นเพราะกลไกของธรรมนูญไม่สามารถทำงานได้ ประชาชนจึงต้องออกมาเรียกร้องบนถนน อย่างไรก็ตามเราก็ยังไม่สบายใจ ตรงที่รัฐบาลเข้ามาทำงานสมบูรณ์แบบภายในอาทิตย์แรก แต่กลับมีการโยกย้ายแบบมโหฬาร ทั้งด้านยุติธรรมและด้านสื่อ แล้วทุกคนก็กลับเงียบ บอกว่าทำได้ในระบบ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ประชาชนต้องหาทางออก แต่อย่างไรก็ตามก็จะทำภายใต้กฎหมายเพื่อไม่ให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น
ด้านพล.ร.อ. บรรณวิทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการใช้อำนาจไม่ถูกต้อง มีการโยกย้าย นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมา อธิบดีดีเอสไอ ได้ดูแลคดีทุจริตหลายเรื่องและขณะนี้เรื่องการทุจริตที่ดินที่บุรีรัมย์ ก็เตรียมออกหมายจับ แต่กลับมีการย้ายทั้งอธิบดีดีเอสไอและพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่แน่ใจ ว่า ย้ายแล้วจะมีการออกหมายจับหรือไม่ และยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
“การย้ายอธิบดีดีเอสไอ ผมเสียใจมาก แม้ผมจะเคยโดนย้ายตอนเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เหมือนนายสุนัยที่ทำเรื่องการทุจริตได้อย่างครอบคลุม เราต้องให้กำลังใจท่าน ซึ่งผม ได้โทรศัพท์ไปหานายสุนัยแล้ว เพื่อขอให้ดำเนินการฟ้องศาลปกครองในเรื่องดังกล่าว ซึ่งท่านบอกว่ากำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ ซึ่งในวันที่ 4 มีนาคม จะถึงนี้ ทาง ส.ป.ท. จะเดินทางไปให้กำลันายสุนัยและจะเรียกร้องให้ท่านฟ้องศาลปกครองในเรื่องของการโยกย้าย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีข่าวดี ซึ่งการย้ายข้าราชการตนเห็นด้วยหากจะมีเหตุผลที่ชัดเจน ว่าประชาชนได้อะไร ก็สามารถย้ายเป็นรายวัน รายชั่วโมงเลยก็ได้ หากมีเหตุผลแต่เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลและตนดีใจ ที่วันที่ 4 มี.ค.นี้ ผมจะได้เป็นประชาชนเต็มขั้น เป็นทองพูน โคกโพธ์ เป็นราษฎรเต็มขั้น เพราะสิ้นสุดการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมจะลุยและอุทิศตัวในบั้นปลายของชีวิต ตอบแทนคุณแผ่นดินไม่ให้เสียชาติเกิด” พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย

สปป.ลาว 1 มี.ค.-“สมัคร สุนทรเวช” ยืนยันความสัมพันธ์ไทย-ลาว เป็นไปด้วยดี เตรียมนำแนวคิดสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไทย-ลาวเข้าหารือที่ประชุม ครม. เชื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งลงได้ ขณะเดียวกัน เปรียบการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เหมือนการอาสาเข้ามาขับรถในช่วงที่มีฝนตก ถนนไม่ดี ยืนยันจะพยายามอย่างเต็มที่
“สมบัติ ตรงกมลธรรม” ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ซึ่งติดตามไปทำข่าวนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2551 รายงานว่า ภารกิจวันสุดท้ายในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ (1 มี.ค.) โดยในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยี่ยมชมตลาดเช้าทุ่งขันคำ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากบรรดาแม่ค้าอย่างอบอุ่น
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าสักการะพระธาตุหลวง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเดินทางไปที่สถานทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อมอบนโยบายแก่ทีมไทยแลนด์ และพบปะชาวชุมชนไทยในลาว ก่อนที่จะเดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อร่วมพิธีส่งอย่างเป็นทางการกับนายบัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรีลาว โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการกล่าวอำลาต่อกัน นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต เพื่อเดินทางกลับไทยในเวลา 13.50 น. ซึ่งถือว่าสิ้นสุดภารกิจในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ
นายสมัคร เปิดเผยถึงการเข้าเยี่ยมคารวะ พล.ท.จูมมะลี ไซยะสอน ประธานประเทศลาว เมื่อวานนี้ (29 ก.พ.) ว่า ได้มีการเชิญประธานประเทศลาวให้ไปเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ซึ่งทั้งสองฝ่ายรู้สึกสบายใจใน 2 เรื่อง คือ เรื่องของการปักปันเขตแดน ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จ 96 % เหลือเพียงอีก 4% ก็จะแล้วเสร็จทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งประเทศลาวไม่มีองค์กรพัฒนาเอกชน จึงสามารถขุดเหล็กนำมาใช้ได้โดยไม่ถูกคัดค้าน
นายสมัคร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับประธานประเทศลาวเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพ คือ ม้งลาว ซึ่งลาวได้ยืนยันพร้อมที่จะรับกลับประเทศ แต่ต้องมีการตรวจสอบก่อน
“ผมเกิดมาไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะพยายามทำหน้าที่ หนักหน่อย เหนื่อยหน่อย ผมบอกว่าเหมือนอาสาขับรถ รถจะรุ่นอะไรก็ตาม ขอให้รู้ว่าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ถอยหน้า ถอยหลังตรงไหน ฝนตกก็ต้องมีที่ปัดน้ำฝน พอกลางคืนก็ต้องรู้เปิด-ปิดไฟตรงไหน ไปไกลหรือไม่ต้องดูน้ำมัน ว่าแท็งค์ใหญ่ขนาดไหน และปลอดภัยจริง ๆ ต้องดูน้ำมันเครื่อง ทั้งหมดนี้คณะผมโชคไม่ค่อยดี มาออกขับตอนค่ำหน่อย ถนนไม่ดีด้วย กระโดกกระเดกหน่อย แต่จะพยายาม” นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงระหว่างไทย-ลาว ว่า จะมีการยกระดับเขื่อน 18 เมตร และทำล้ำเข้าไปในเขตทั้ง 2 ฝั่ง 110 เมตร โดยเชื่อว่าเขื่อนนี้จะสามารถักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ซึ่งจะทำให้แล้งน้อยกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ทางประเทศลาวต้องการที่จะเซ็นสัญญาในทันที แต่ตนได้แจ้งให้ทราบว่าจะขอนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน ซึ่งหากเรียบร้อย จะได้ดำเนินการในทันที.-สำนักข่าวไทย

หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 35/2551 สั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลวันที่ 29 กุมภาพันธ์
นายสมัคร ยังลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 34/2551 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกด้วย ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
ด้วยพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังนี้
1.ดำเนินโครงการเช่ารถยนต์บรรทุกขนาด 1 ตัน แบบดับเบิ้ลเคป จำนวน 2,894 คัน โครงการเช่ารถตู้โดยสาร (เบนซิน) ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ขนาด 15 ที่นั่ง จำนวน 1,447 คัน โครงการเช่ารถยนต์บรรทุกอเนกประสงค์ขนาด 3 ตัน ขนาด 24 ที่นั่ง จำนวน 270 คัน และรถยนต์บรรทุกขนาด 3 ตัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กวาดเรือใบ เครนยก จำนวน 51 คัน และโครงการเช่ารถยนต์บรรทุก (ขนาด 1 ตัน) แบบมีช่องว่างด้านหลังคนขับ จำนวน 1,555 คัน
ซึ่งใช้งบประมาณรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,899,578,200 บาท โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตและเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535
ซึ่งทำให้ทางราชการเสียหาย ตลอดจนเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทผู้ให้เช่ารถยนต์ อันถือได้ว่าเป็นการกระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้
2.สั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่มิบังควรและไม่เหมาะสมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของของหน่วยงานในบันทึกของกองสวัสดิการที่เสนอขอให้พิจารณางดการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปี 2551 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21-29 มีนาคม 2551 เนื่องจากผู้เสนอเห็นว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างการไว้ทุกข์ตามมติคณะรัฐมนตรี หากจัดการแข่งขันกีฬาภายในจะเป็นการไม่บังควร
3.ดำเนินการบริหารงานบุคคลโดยออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับพันตำรวจเอก ตำแหน่งผู้กำกับการฝ่ายปฏิบัติการที่ 1-10 ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในกองบังคับการต่างๆ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ ทำให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับตำแหน่ง จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในการแบ่งส่วนราชการของกองบังคับการต่างๆ และกรณีดังกล่าวเป็นเหตุทำให้ราชการต้องเสียงบประมาณสำหรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งโดยยังไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายเสียก่อนแต่อย่างใด
อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 86 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานกรรมการ นายนที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
พลตำรวจโท จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ พลตำรวจโท ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง จเรตำรวจ ตรวจราชการที่ 8 เป็นกรรมการและเลขานุการ
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นอยู่ด้วยให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว
สั่ง ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551
นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนาย Christopher Hill ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ด้านกิจการเอเชียและแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือกว่า 1 ชั่วโมง ว่าการเข้าพบครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ หลังจากที่ไทยได้มีรัฐบาลใหม่มาจากการเลือกตั้ง โดยได้พูดถึงสถานกาณ์การเมืองของไทย ซึ่งทางสหรัฐฯ แสดงความมั่นใจต่อการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย รวมถึงเห็นด้วยกับการเดินทางกลับมาสู้คดีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเรื่องดี ที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม และมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในประเทศไทยอีก โดยนายสมัคร ก็ยืนยันว่า วันนี้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้นายจอร์จ ดับเบิ้ลยู.บุช ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความสนใจจะมาเยือนประเทศไทย โดยจะกำหนดความชัดเจนอีกครั้ง พร้อมกันนี้ทางสหรัฐฯ ได้ฝากเชิญนายกรัฐมนตรีไทย ที่มีกำหนดการไปประชุมใหญ่สามัญองค์การสหประชาติ ที่นครนิวยอร์กในเดือนกันยายน ให้พบกับนายอาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ผู้ว่าการมลรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51