WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 3, 2008

ยุ่งไม่เสร็จ [3 มี.ค. 51 - 20:13]

การเมืองเปลี่ยนขั้ว ก็เหมือนฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทำให้อากาศแปรปรวนมีทั้งแดดอกสลับฟ้าแลบฟ้าผ่า !!

เอ้อ...มันเป็นบรรยากาศสับสนที่ชวนให้อึดอัด

รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เพิ่งบริหารราชการไม่กี่วัน สั่งย้ายฟ้าผ่าข้าราชการระดับอธิบดี “เพื่อความเหมาะสม” ไปแล้ว 4 คน

มันอะไรกันนักหนาถึงต้องเด้งกันดุเดือด??

“แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะโยกย้ายข้าราชการโดยไม่มีเหตุผล อธิบายให้ชัดเจนแจ่มกระจ่าง

เพราะเมื่อครั้งที่รัฐบาลขิงแก่ร่วมกับ คมช.ใช้อำนาจย้ายข้าราชการ กราวรูดเพื่อสลายขั้วอำนาจเก่า

ครั้งนั้นก็ทำให้ข้าราชการประจำที่ต้องปฏิบัติงานสนองนโยบายรัฐบาลต้องถูกเด้งกันอุตลุด!!

“แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากให้รัฐบาลที่ มาตามระบอบประชาธิปไตยมีการโยกย้ายล้างบางให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

ด้วยความปรารถนาดีก็เตือนกันไว้แค่นี้แหละ

เอาละ...กลับมาที่ประเด็นร้อนๆที่กำลังบานไม่หุบ

กรณีที่ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำคลอดออกมาแล้ว “เป็นโมฆะ”

ไม่มีผลใช้บังคับ

พูดภาษาชาวบ้านคือ...ตายทั้งกลมว่างั้นเหอะ

เพราะการออกกฎหมายสำคัญทั้ง 3 ฉบับไม่ถูกต้องตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด

เนื่องจากการอนุมัติให้ผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเสียงเห็นชอบจากที่ประชุม สนช. “ไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง” ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

แต่ปรากฏว่าคะแนนโหวตผ่านกฎหมายของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่อนุมัติ “ผ่าน” กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ

มีเสียงเห็นชอบไม่เกินกึ่งหนึ่ง

แถมไม่ครบองค์ประชุมอีกตะหาก

ผลก็คือ...กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ กลายเป็นโมฆะ ได้แก่...

1, พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน

2, พ.ร.บ.ปราบปรามทุจริต

และ 3, พ.ร.บ.การตรวจเงินแผ่นดิน

ทั้ง 3 ฉบับเป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องออกภายใน 180 วัน หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้

โอ้อุแม่เจ้า...ก็ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อนะซีพ่อแม่พี่น้อง

งานนี้ต้องโทษหมอตำแย คือ สนช. ที่ทำคลอดกฎหมายโดยไม่ปฏิบัติตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่ความยุ่งยากมันไม่หยุดแค่นี้...ยังมีภาค 2 ต่อไปอีก

เพราะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่าบรรดากฎหมายที่ สนช.ทำคลอดไว้จำนวนทั้งสิ้น 219 ฉบับ ว่ามีกฎหมายฉบับใดบ้างที่ได้รับอนุมัติผ่านออกมาใช้โดยองค์ประชุมไม่ครบ??

ปรากฏว่ามีกฎหมายประมาณ 150 ฉบับ ที่องค์ประชุมไม่ครบและมีผลบังคับใช้ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่

“แม่ลูกจันทร์” ฟังแล้วก็ปวดกะโหลก

แต่ยังดี...ที่มีกฎหมายรุ่นหลังที่กำลังรอคิวประกาศราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้อีก 77 ฉบับ

หลายฝ่ายเรียกร้องว่าอย่าเพิ่งประกาศใช้เดี๋ยวจะแก้ไขลำบาก

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยว่าต้องนำกฎหมายทุกฉบับมาตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

เพราะกฎหมายทุกฉบับต้องใช้บังคับกับคนไทยทุกคน

ถ้าขั้นตอนการออกกฎหมายผิด หากเอาไปใช้บังคับก็ยิ่งผิด!!

และถ้ารู้ว่าผิดภายหลังก็ยิ่งยุ่งกันใหญ่

แล้วตอนนั้นใครจะรับผิดชอบ...ก็นั่นน่ะซีพับเผื่อย.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว

เสรีพิศุทธ์รายงานตัวนายกฯวันนี้ เลิกถามเหตุเด้ง [3 มี.ค. 51 - 04:03]

สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้ายฟ้าผ่าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงหลายเรื่อง โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้น เช้าวานนี้ (2 มี.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตบางพลัด บริเวณวัดเจ้าอาม ว่า ในวันนี้ (3 มี.ค.) จะเข้ารายงานตัวกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะไม่มีการสอบถามเหตุผลคำสั่งโยกย้ายแล้ว เนื่องจากทราบเหตุผลคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยทั้ง 3 เรื่องทางสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งจะไม่ทำเรื่องฟ้องศาลปกครอง เพราะไม่รู้จะยื่นฟ้องไปทำไม ไม่ได้เกิดประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วในคดีอาญาจะฟ้องหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการก่อน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะยื่นฟ้องในคดีอาญา เมื่อถามว่ารู้สึกท้อแท้กับคำสั่งที่ออกมาหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าไม่รู้สึกท้อถอย เพราะชาชินกับระบบการเมืองไทย ตนอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ต่อข้อถามว่า มีอะไรจะฝากถึง พล.ต.อ.พัชรวาท รักษาการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องบอกฝากผ่านสื่อ เพราะตนจะเข้าไปพบพูดคุยฝากงานเป็นเรื่องส่วนตัว โดยจะไม่เปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบ ส่วนข้อถามว่าหลังคำสั่งย้ายไปช่วยราชการจะตัดสินใจลาออกสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ขอให้เคลียร์เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมก่อน


แค้นแฝงเกมล้างบาง [3 มี.ค. 51 - 03:55]

เปิดฉากด้วยคิวของนายสุนัย มโนมัยอุดม ผู้โชคดีทางบ้านรายแรกที่ประเดิมเกมผลัดอำนาจ โดนเด้งจากเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปนั่งรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.)

ตามมาติดๆด้วยรายของ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดนเชือดสังเวยซีแอลยา ไม่ทันได้หายใจหายคอก็ตามด้วยคำสั่งย้ายนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ไปนั่งบีบสิวช่วยราชการอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

และล่าสุดสดๆร้อนๆถึงคิวฟ้าผ่ากรมปทุมวัน คำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

4 รายซ้อนๆภายใน 2 สัปดาห์

เป็นไปตามที่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งสัญญาณนำร่อง รัฐบาลจะคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการที่โดนโยกย้าย อย่างไม่เป็นธรรมในสมัยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร

เดินหน้าแผนหักดิบเครือข่ายมือที่มองไม่เห็น ไม่ให้มีหน้าที่ทำ

มายังไงก็ไปอย่างนั้น

ไอ้ที่อ้างกันเรื่องการโยกย้ายเพื่อความเหมาะสม มันก็แค่ประโยคพื้นๆที่เอาไว้บันทึกในหนังสือราชการ

ออกตัวกันตามสคริปต์

แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง มันก็รู้ๆกัน โดยเงื่อนไขการล้างบางแต่ละคิวมันแฝงรอยแค้นอยู่

นายสุนัยผู้มีผลงานโดดเด่นในการเดินหน้าไล่บี้คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) จนถึงขั้นที่ลากเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เข้ามอบตัว พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา

เมื่อถูกส่งมาทุบกันโดยเฉพาะกิจ ก็โดนเด้งเป็นการเฉพาะเจาะจง

เช่นเดียวกับนายปราโมชผู้ฝากรอยแค้นไว้ให้ทีมงานพีทีวีที่มีคนชื่อ “จักรภพ เพ็ญแข” เป็นหัวหอกใหญ่ ไล่ทุบไล่ต้อน บล็อกไม่ให้ฝ่ายเชียร์ทักษิณออกอากาศ ในทางตรงกันข้ามก็เปิดทางให้สื่อขาใหญ่ค่ายพันธมิตรฯ จัดรายการออกช่อง 11

เคยเลือกปฏิบัติมา ก็ต้องเจอเลือกปฏิบัติไป

ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ไม่ใช่ย่อย กับบทเฮี้ยวๆเฮี้ยบๆในการล็อกตัวแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ส่งตัวไปนอนเรือนจำคลองเปรม ลิ้มรสชาติการติดคุก โทษฐานบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ตะโกนด่า “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ที่สำคัญเลย การเข้าสู่เก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ถือเป็นวิบากกรรมของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. ที่ตกเก้าอี้ไปแบบบอบช้ำ

บู๊หักดิบเขามา ก็เลยเจอคิวหักดิบโหดๆไป

แน่นอน โดยกระบวนท่าที่ออกมาในลักษณะทีใครทีมัน รัฐบาล “สมัคร 1” เปิดปฏิบัติการย้ายล้างบางข้าราชการระดับบิ๊กที่ได้รับแต่งตั้งในยุครัฐบาลจากการรัฐประหาร

ปากบอก “สมานฉันท์” แต่พฤติกรรมส่งสารท้ารบ

เกมไม่น่าจะจบง่ายๆ

แต่ก็เป็นอะไรที่น่าจับตา กับปรากฏการณ์ขับเคลื่อนของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในนามเลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) จับมือกับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในสถานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของ สปท. แท็กทีมแถลงข่าวเปิดหน้าโชว์ตัวแนวร่วม

ไล่ตั้งแต่ “บุรุษคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สนช. รับบทประธานที่ปรึกษา สปท. นายปราโมทย์ นาครทรรพ นายไพศาล พืชมงคล นายประพันธ์ คูณมี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า รั้งหน้าที่ทีมกุนซือ

ม็อบต้าน “ทักษิณ” แตกตัว

เสมือนเปิดแบรนด์ใหม่ เตรียมค่ายรวมพลสำรอง ภายหลังจากชื่อของพันธมิตรฯลดพลังลงไปตามกาลเวลาและธาตุแท้ ของคน

มนต์ไม่ขลังเหมือนเก่า.

ทีมการเมือง

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

นายกรัฐมนตรีเยือนกัมพูชา

นายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประเทศที่ 2 หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ชมรายละเอียด
อัพเดตเมื่อ 2008-03-02 20:15:47

นายกฯ ระบุพร้อมเดินหน้าหวยบนดินนำเงินช่วยเหลือคนจน

กทม. 2 มี.ค. - นายกรัฐมนตรี ประกาศมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารรัฐบาล และพร้อมเดินหน้าหวยบนดินอีกครั้ง เพื่อนำเงินช่วยเหลือคนยากจน หลังจากที่ไปอยู่กับเจ้ามือเถื่อนมานาน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร ว่ามีอำนาจเต็มที่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยก้าวก่าย หรือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารรัฐบาลแต่อย่างใด ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการโยกย้ายข้าราชการนั้น ยืนยันว่า ดำเนินการไปตามขอบเขตและความเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารแทบจะทุกระดับ กลับไม่มีใครกล้าพูดถึง แต่รัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้ง เพิ่งมีการโยกย้ายเพียง 4 ตำแหน่ง ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่โต

นอกจากนี้ ยังตอบคำถามจากทางบ้าน ที่ถามถึงปัญหาเด็กติดพนันฟุตบอล และเรื่องบ่อนพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ผู้ปกครอง และ ครูอาจารย์ ช่วยดูแลบุตรหลานตัวเอง อย่าให้หลงผิดกับเรื่องเหล่านี้ พร้อมยอมรับว่า สนับสนุนแนวคิดบ่อนที่ถูกกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่ต้องปล่อยให้มีบ่อนลอยฟ้า หรือบ่อนวิ่ง อย่างเช่นทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นช่องทางหาประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม ที่สำคัญหลายๆ ประเทศที่ทำมานานแล้วก็ไม่เคยมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ มาเก๊า หรือเซี่ยงไฮ้

ส่วนเรื่องหวยบนดิน หรือสลากแบบพิเศษนั้น รัฐบาลพร้อมเดินหน้าต่อ เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการช่วยเหลือคนยากจน โดยเฉพาะด้านทุนการศึกษา

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การออกรางวัลสลากพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว นั้น มี 2 แนวทาง คือ การออกภายใต้ พระราชบัญญัติสำนักงานสลากปี 2550 ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ว่า เป็นกฎหมายทางการเงินหรือไม่ ส่วนอีกทางคือ การออกสลากภายใต้กฎหมายเดิม ตามที่กฤษฎีกาตีความแล้วว่า สามารถดำเนินการได้ด้วยรูปแบบต่างๆ โดยจัดสรรเงินตามที่กฎหมายกำหนด คาดว่า จะสรุปเรื่องหวยบนดินในเดือนมีนาคมนี้ ในโอกาสเดียวกันจะเร่งเดินหน้ากระบวนการคัดเลือก ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-02 19:36:38

ถามตอบ เรื่องยุบพรรค

ถามกันมาว่า...ถ้าพรรคพลังประชาชน
ถูกยุบ..อะไรจะเกิดขึ้น..
คำถามนี้ตอบง่าย...พรรคใหม่ของ
พลังประชาชน ก็จะชนะการเลือกตั้ง
แบบแลนด์สไลด์ยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว
ถามว่า...ทำไม
ตอบว่า...คนไทยนั้นเป็นคนจิตใจดี ให้ความปรานีต่อคนที่ถูกกลั่นแกล้ง ชอบเชียร์
คนแพ้..ดูอย่างตอนสงครามโลกครั้งที่ 2
ตอนญี่ปุ่นมาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควที่
จ.กาญจนบุรี..ตอนญี่ปุ่นชนะ คนไทยก็เสี่ยงตาย
ให้อาหาร ให้ยา พาฝรั่งหนี..พอฝรั่งชนะ คนไทย
ก็ไปทำแบบเดียวกันกับเชลยญี่ปุ่น
คือ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทั้งขึ้นทั้งล่อง
กับคนต่างชาติ คนไทยยังเป็นได้
ถึงปานนั้น กับคนไทยด้วยกันแล้ว ยิ่งไป
กันใหญ่
หลังปฏิวัติ 19 กันยายน 49...
ถ้าฝ่ายชนะทำแค่แขวนกรรมการแต่ไม่ยุบ
พรรคไทยรักไทย ปล่อยพรรคประชาธิปัตย์.. ก็คงจะไม่กระตุ้นต่อมสงสารของคนไทย
ได้ขนาดนี้..
ถ้า...เห็นว่าการซื้อขายที่ดินรัชดา..
ไม่ถูกต้อง..ก็เอาเงินคืนเขาไป เอาที่ดิน
คืนมา..ประชาชนก็คงจะพอรับกันได้
แต่ริบทั้งเงิน ยึดคืนทั้งที่ดิน แถมจะเอาเขา
เข้าคุกอีกนั้น
ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ รับกัน
ไม่ไหว
นั่น...น่าจะอธิบายได้ว่า...ทำไม...ทั้งๆ
ที่ใช้เล่ห์กลเวทมนตร์คาถากันสารพัดแล้ว..
ยังหยุดกระแสบัตรของพรรคพลังประชาชน
ไม่ได้..ขนาดที่ว่า..เอาเสาไฟฟ้าใส่เสื้อ
พลังประชาชนลงสมัคร เสาไฟฟ้ายังเข้าสภา
ได้..เจ้าใหญ่นายโตที่ไม่เคยสอบตก ร่วงลงมา
กันเป็นแถวๆ เพราะไม่ใช่พลังประชาชน
วันนี้..พลังประชาชนเป็นรัฐบาล..
ถ้า..พรรคพลังประชาชนถูกยุบ..โดยเหตุที่
ยงยุทธ ติยะไพรัช..แพ้คดี
นายกรัฐมนตรีคงจะยุบสภาก่อนหน้า..
แล้วหาพรรคใหม่มาเตรียมไว้..
พรรคพลังประชาชนถูกยุบ...ก็เท่ากับ
ช่วยหาเสียงให้พรรคใหม่..ได้ทั้งคะแนน
สงสารจากประชาชน ได้ทั้งอิทธิพลจาก
การเป็นรัฐบาล..คะแนนจะข้ามหลัก 300
ตั้งแต่ยังไม่นับสัดส่วน
โง่กันมาแล้วครั้งนั้น ยังจะโง่กันอีกครั้ง
ก็ตามใจ..
หากว่า..แพ้ในสนามเลือกตั้งแล้วยังคิด
ใช้กำลังเข้ามาแก้ไข..ระวังคนดูบนอัฒจันทร์
จะทนไม่ไหวกรูกันเข้ามาในสนาม..เรื่องมันจะ
ยิ่งไปกันใหญ่..
ว่ากันว่า...คนฉลาดมองเห็นวันหน้า
โง่กับบ้าเห็นแต่ปัจจุบัน
ถามตอบ
เรื่องยุบพรรค

●พญาไม้ ●


พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

หวยแพง ใคร! โคตรโกง

ช่วงท้ายๆ ที่ นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ตอบคำถาม ระหว่างจัดรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ทางโทรทัศน์ช่อง 11 และเครือข่ายวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. น่าสนใจตรงที่...

การจะนำเอาสิ่งผิดกฎหมายที่เรียกว่า “ใต้ดิน” ขึ้นมา “บนดิน” และทำให้มันเป็นที่ถูกกฎหมาย รวมถึง จะนำ หวยตู้ หรือ หวยออนไลน์ ที่เรียกกันว่า...ล็อตโต้ มาใช้แทนที่ หวยบนดิน แบบที่ต้องมานั่งเขียนตัวเลขกันสรุปสั้นๆ ก็คือ จากนี้ไปทั้ง...หวยใต้ดิน บ่อนพนัน ฯลฯ อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกนำขึ้นมา “บนดิน” สร้างความดีอกดีใจให้กับบรรดาผู้เกี่ยวข้องไม่เว้น...คนเล่นหวยและนักพนัน

ยกเว้นคนกลุ่มเดียวซึ่งมีแค่หยิบมือ แต่มากด้วยผลประโยชน์นับพันนับหมื่นล้านบาท “มาเฟียหวย”!!!คนพวกนี้...เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ทั้งจากการ “ผูกขาด” และ “ปั่น” ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ “ลอตเตอรี่” มาตลอด นับแต่ช่วงที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยึดอำนาจและยกเลิกระบบ หวยบนดิน

ขนาดมีเสียงร่ำลือจาก “วงใน” ว่า...มีการลงขันเงินหลัก “พันล้าน” จาก “มาเฟียหวย” เพื่อให้ “ผู้ยิ่งใหญ่” บางคนในยุค คมช.
“ล้ม-หวยบนดิน”!!!“ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว” ได้ทั้ง...เงินและกล่อง เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง บอกกันไปแล้ว ส่วนกล่องก็คือ...ภาพลักษณ์ของการ “ล้ม” กิจกรรมอันเป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบทักษิณ”ทั้งที่รู้ว่า...ทฤษฎีการตลาดบนแนวคิด “ดีมานด์-ซัพพลาย”

เมื่อไม่มี หวยบนดิน ย่อมจะทำให้ “มาเฟียหวย” ซึ่งมีอิทธิพล กระทั่ง สามารถจะเก็บ “รวบยอด” เกือบทุกโควตาจากทุกเครือข่าย ที่กองสลากฯ มีให้ ทั้งกับบรรดา “ยี่ปั๊ว” เจ้าประจำ ก่อนจะนำมากองรวม แล้วแยกเป็น...“หวยชุด” เพื่อ “โก่ง” ราคาปลีกทุกรูปแบบจาก “ราคาหน้าตั๋ว” ที่ทางการได้กำหนดในตัวบทกฎหมายว่า...ห้ามขายเกินราคาต่อคู่ (2 ฉบับ) ที่ 80 บาท ซึ่งบรรดา “ยี่ปั๊ว” มีต้นทุนรับจากกองสลากฯ เพียงคู่ละ 73.60 บาทก็เขยิบขึ้นมาเรื่อยๆ

กระทั่ง 2 ชั่วโมงก่อนที่หวยงวดล่าสุด (1 มี.ค.51) จะประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้น ราคาขายปลีกที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยขายให้กับบุคคลทั่วไป ยังอยู่ที่คู่ละ 140 บาทปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ชั่วโมงก่อนหวยจะออก ย่าน ถ.พัฒนาการ นั้น
สิ่งที่ “บางกอกทูเดย์” พบเห็นกับตาก็คือ...ผู้ค้ายืนกรานที่จะขายลอตเตอรี่ที่ 140 บาทต่อคู่ กระทั่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนรายหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับพูดจาข่มขู่เชิงหยอกล้อกับแม่ค้าหวยรายย่อย ที่เดินเร่ขายบริเวณข้างถนนสุดท้าย ตำรวจรายนั้นซื้อไปในราคา 120 บาท ได้ส่วนลดเพราะ “สีกากี” ไป 20 บาท

ข้ออ้างที่บรรดารายย่อยบอกกับ “บางกอกทูเดย์” ก็คือ...ต้นทุนรับมาสูง...เฉลี่ยกว่า 90 บาทต่อคู่แล้ว ยิ่งเป็น “หวยชุด” ตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไปจนถึง “ชุดใหญ่” 10 คู่ หรือมากกว่านั้น ราคาที่รับกันมาก็จะสูงยิ่งกว่านี้ต้นทางจากกองสลากฯ ที่ 73.60 บาท ไหลผ่าน “ยี่ปั๊ว” “ซาปั๋ว” จนถึงมือ ผู้ค้ารายย่อย มีราคาสูงกว่า 90 บาท แล้วจะยังให้พวกเขา...ขายหวยในราคาควบคุมที่ 80 บาทได้อย่างไรกัน??? มิน่า จึงยอมทุ่มเงินไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท แลกกับการ “ล้ม-หวยบนดิน” เพราะเวลา 15-16 เดือนที่ผ่านมา มันสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า “ต้นทุนเงินลงขัน” ที่ “คนกลุ่มหนึ่ง” จ่ายให้กับใครคนนั้น มากมายหลายเท่านัก???

ขนาดตำรวจ ผู้มีอาชีพรักษากฎหมาย และสามารถจับกุมการกระทำผิดซึ่งหน้า ยังทำให้ได้แค่ “ต่อรอง” ให้ผู้ค้ารายย่อยลดราคาขายปลีก ประสาอะไรกับชาวบ้านผู้ยากไร้ และไม่มีอำนาจต่อรองเช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนั้นแต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่า...“มาเฟียหวย” กลุ่มนี้...ใหญ่จริงๆ

ใหญ่ขนาด...รัฐบาลและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกองสลากฯ ต้องมีอันเป็นไปทุกครั้งที่คิดจะแตะต้องขบวนการ “ปั่น” ราคาหวย จะว่าไปแล้ว ขบวนการ “ปั่น” ราคาหวย นี้ มันเกี่ยวพันกับใครอีกหลายคน... ตั้งแต่...ฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ที่กำกับดูแลกองสลากฯ ผู้บริหารบางกลุ่มในกองสลากฯ เอง “มาเฟียหวย”ยี่ปั๊ว...ซาปั๊ว เรื่อยจนถึง...ผู้ค้ารายย่อย ทั้งที่มีแผงประจำ และก็...บรรดาผู้ค้าที่เดินขายอยู่ตามท้องถนน

ทุกคนมีส่วน “ปั่น” ราคาหวย จนพุ่งทะลุ 140 บาทต่อคู่กันทั้งสิ้น!!!
ประเด็นก็คือ...รัฐบาลของนายกฯ สมัคร โดยเฉพาะ “หมอเลี้ยบ” น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง ซึ่งกำกับดูแลกองสลากฯ โดยตรง
จะทำอย่างไรกับปัญหาข้างต้น ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ทั่วทุกหัวระแหง ด้วยหวังว่า...สักวัน “ประตูดวง” จะเปิดรอรับพวกเขา???ถ้า “ล็อตโต้” ที่ นายกฯ สมัคร บอก เมื่อช่วงสายของวันที่ 2 มี.ค. ยังไม่เป็นตัวเป็นตนขึ้น

เป็นไปได้แค่ไหน ที่ “หมอเลี้ยบ” จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเพิ่มโควตาจากที่เคยพิมพ์กันแต่ละงวด 46 ล้านคู่...เป็น 60 หรือ 70 ล้านคู่???นำโควตาส่วนต่าง 14 หรือ 24 ล้านคู่จากปกติ ไปให้กับ “รายใหม่” หรือใครก็ตาม ที่ขายราคาตามกำหนดที่ 80 บาทต่อคู่ กระจายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศส่วน 46 ล้านคู่เดิม ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของขบวนการ “ปั่น” ราคาหวย และ “มาเฟียหวย” เล่นบทเดิมของตัวเองกันต่อไปเมื่อ ดีมานด์ มีมากกว่า ซัพพลาย ก็เชื่อว่า...ราคาจะไม่ใช่ 120 หรือ 140 บาทต่อคู่ เหมือนที่เป็นอยู่เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาดีไม่ดี...ราคาหวยอาจต่ำกว่า 80 บาทต่อคู่...ด้วยซ้ำ???

แปลก! ของอย่างนี้ไม่น่าเชื่อว่า...คนอย่าง “หมอเลี้ยบ” และนายกฯ สมัคร จะคิดกันไม่เป็น!!!สาเหตุที่สลากกินแบ่งรัฐบาลมีการจำหน่ายในราคาสูงอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นผลจากช่วงหลังไม่มีการจำหน่ายหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคสูงมาก ส่งผลให้สลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาสูงขึ้นตามราคาตลาด เนื่องจากไม่มีคู่แข่งขัน ดังนั้น จึงสังเกตได้ว่าหวยบนดินแบบเขียนมีส่วนช่วยควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เป็นอย่างมาก

“ที่ผ่านมา โครงสร้างของคณะกรรมการกองสลากฯ มีปัญหาทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องโควตา ผู้มีอิทธิพลในสำนักงานกองสลากฯ หรือการจัดสรรรายได้ ดังนั้น กรรมาธิการฯ จึงเสนอแก้ไขโครงสร้างของคณะกรรมการ โดยกำหนดให้กรรมการจะต้องไม่เป็นบุคคลผู้ที่เป็นคู่สัญญาหรือผู้แทนของหน่วยงาน ซึ่งเป็นคู่สัญญากับสำนักงานกองสลากฯ หรือไม่เป็นบุคคลที่มีรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งทางตรงและทางอ้อม” อย่างไรก็ตาม โครงสร้างคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ เดิมมีปัญหา ไม่สามารถแก้ไขระบบโควตา ที่ตกอยู่ในมือเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหลาย ทำให้ราคาสลากแพงเกินราคาที่กำหนด และไม่สามารถกระจายสลากให้ผู้ค้ารายย่อยได้ ที่ประชุมจึงมีมติเสนอร่าง พ.ร.บ.สำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

และยังป้องกันนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการใช้เงินได้ด้วย เพราะตามโครงสร้างเดิม คณะกรรมการสำนักงานกองสลากฯ กรรมการจะมาจากภาครัฐทั้งหมด แต่โครงสร้างใหม่จะมีตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปถ่วงดุลอำนาจ

เมื่อปี 2549 กองสลากมีดำริจะยกเลิกโควตาจาก “ยี่ปั๊ว” จาก 5 บริษัท จำนวน 5 ล้านฉบับ โดยจะนำไปจัดสรรให้กับนิติบุคคลต่างๆ ที่ได้มาขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานสลากฯ ตั้งแต่กลางปี 2548 และให้โควตาอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามที่ได้วางกติกาไว้

แต่...ในวันนั้น ก็ทำไม่สำเร็จ!!แก๊ง “5 เสือ” ประกอบด้วย...
กลุ่มหยาดน้ำเพชร กลุ่มบีบี เมอร์ซานท์ กลุ่มปลื้มวัธนา กลุ่มไดมอนด์ ล็อตโต้ และกลุ่มสลากมหาลาภรวมถึง เก็บรวบรวมจากองค์กรการกุศล และจากโควตาของแต่ละจังหวัด


'สดศรี' เผยยินดีเป็นพยานกรณีแจกใบแดง 'ยงยุทธ'

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าววันนี้ (2 มี.ค.) ว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพราะทุกเสียงถือว่า มีความสำคัญ และรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้ความสำคัญกับ ส.ว.ค่อนข้างมาก ทั้งการถอดถอน แต่งตั้งองค์กรอิสระ รวมถึงหาก ข้าราชการระดับสูงมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็สามารถถอดถอนได้ และยังมีอำนาจในการถ่วงดุลนโยบาย ของรัฐบาล อีกด้วย

กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวต่อว่า สำรหับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. เชื่อว่าจะทำได้ ภายในวันที่ 4 มีนาคม แต่หากจังหวัดใดมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาก็จะต้องมีการตรวจสอบและประกาศรับรองผลภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งนี้คงไม่มีการแข่งขันที่รุนแรง

นางสดศรี กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะขอให้ไปเป็นพยาน ในชั้นศาล กรณีที่ กกต. ลงมติเสนอความเห็นเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส. แบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน ว่า เรื่องนี้หากศาลมีหนังสือเรียกมาตนเอง ก็พร้อมจะไปเป็นพยาน และพร้อมให้ข้อเท็จจริงตามที่ได้วินิจฉัย แต่การทำหน้าที่ของ กกต. พิจารณาตามข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และ กกต. ทุกคนได้ใช้ดุลพินิจเป็นการส่วนตัวในการพิจารณา ดังนั้น ดุลพินิจของ กกต. แต่ละคนจึงไม่ผูกพันกัน และการตัดสินก็ขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมของศาล

'เฉลิม'อัด'ประสงค์'-เหน็บพันธมิตรฯ 'น้ำล้นแก้ว'

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตบางบอน โดย ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงการย้ายที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่ทราบเลย เพราะตั้งแต่ไปรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามบินและส่งถึง โรงแรม ในวันที่ 28 ก.พ. ก็ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว ส่วนจะไปไหนมาไหนนั้น ตนไม่ทราบ เพราะท่านไม่ได้บอกหรือมาใช้อะไรตน อย่างไรก็ตามวันที่ตนไปรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถูกสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ไปประชุมสภา ทั้งๆที่เป็น รมว.มหาดไทย

ซึ่งตนเคยบอกประชาชนตั้งแต่หาเสียงแล้วว่า อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเร็วๆ และบอกว่า นายสมัคร จะเป็นนายกฯแล้วตนจะขอเป็น รมว.มหาดไทย ก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งการไปรับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพราะตนได้รับปากกับ ประชาชนไว้ ถ้าพูดแล้วไม่เชื่อคอยดูมีเลือกตั้งอีกที พรรคพลังประชาชนจะได้ ส.ส.300 ที่นั่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ข่าวการลอบสังหาร หรือทำร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่มี เพราะตอนนี้ไม่มีใครทะเลาะเบาะแว้ง กันแล้วและทุกคนต้องรู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนิสัยส่วนตัวเป็นคนไม่เกรงกลัว อะไรอยู่แล้ว เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ผ่านการฝึกรบพิเศษกับโจรมาแล้ว ดังนั้นเรื่องแบบนี้ท่านไม่กลัวอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต สนช. วิจารณ์การก้มลงกราบของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการสร้างภาพว่า น.ต.ประสงค์ ชอบวิจารณ์ไม่เคยชมใคร ตั้งแต่รู้จักกันมาก็วิจารณ์ไปเรื่อย ไม่ว่าจะเป็น น.ต.ประสงค์ หรือนายธีรยุทธ บุญมี จึงอยากถามว่ารู้ได้อย่างไรว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คิดอย่างไร ท่านกราบพระแม่ธรณี ีก็เป็นสิทธิ เพราะท่านอาจจะอธิษฐานไว้ก็ได้ ว่าถ้าได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนจะกราบพระแม่ธรณี ส่วนประชาชน ดูแล้วจะคิดอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง

'คุณประสงค์ไม่เคยเห็นพวกเราดีอยู่แล้ว อยากถามกลับคนต่างๆ ว่า ไม่อับอายบ้างหรืออย่างไร ด่าเขามาปีกว่า กล่าวหาเขาทุจริต ดร.หลายคนด่าเช็ค แต่หลังเลือกตั้งคนเหล่านี้ก็มาเป็นที่ปรึกษา รมต.ในรัฐบาลชุดนี้ แสดงว่าด่าไปด่ามาจึงรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ดี ผมขอถามว่าทำไมในระยะเวลา1 สัปดาห์ที่นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตรฯ ตั้งโต๊ะแถลงเมื่อไหร่นักข่าวตรึม รายงานข่าวกันเอิกเริก พันธมิตรฯ ครป. และสมัชชาประชาชน เพื่อประชาธิปไตยไปจดทะเบียนกันที่ไหน ก็สถาปนาตัวเอง ตั้งชื่อตัวเองโก้เก๋จะตรวจสอบรัฐบาล ทำแบบนี้ดูถูกพรรค ประชาธิปัตย์หรืออย่างไร แบบนี้เรียกว่า 'น้ำล้นแก้ว' ซึ่งเห็นว่าแปลกดี อย่างไรก็ตามหากมีการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ผมจะส่งห้องน้ำ น้ำเย็นไปให้ จะไม่ให้ห้ามและถ้าขอให้สนามหลวงเป็นที่ชุมนุม ผมก็จะบอกให้ผู้ว่าฯ กทม. จัดให้เลยไม่ขัดข้อง' ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เรือใบสีฟ้าเปิดรัง รับวีแกน ทำได้แค่เสมอ 0-0

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2007/08 เมื่อคืนที่ผ่านมา (1 มี.ค.) คู่ปิดท้าย 'เรือใบสีฟ้า' แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ ต้อนรับ วีแกน เกมในครึ่งแรกสูสี

เจ้าบ้านมีโอกาสได้บุก และได้ลุ้นประตูมากกว่า แต่จังหวะยังไม่เฉียบคม จากนั้นไมเคิล จอห์นสัน ยิงไกล สับไกยิง แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกแมนฯซิตี้ เสมอวีแกน 0-0

ส่วนเกมในครึ่งหลัง แม้วีแกนจะมีโอกาสสวนกลับ ได้ยิงจ่อๆ แต่ก็ยังไม่เป็นประตู ขณะที่เจ้าบ้านได้ฟรีคิก หลายครั้งก็ยังทำอะไรไม่ได้ จบเกมการแข่งขัน แมนฯซิตี้ เล่นในบ้านทำได้แค่เสมอ วีแกน 0-0

แมนฯซิตี้ลงสนามมาแล้ว 28 นัด ชนะ 12 เสมอ 9 แพ้ 7 มี 45 คะแนน ขณะที่วีแกน 28 นัด ชนะ 7 เสมอ 6 แพ้ 15 มี 27 คะแนน