WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 3, 2008

นพดลยันทักษิณยังอยู่ในปท.วอนสื่อยุติตีข่าวผู้นำ2คน

รัฐมนตรีต่างประเทศ ยืนยันอดีตนายกฯ ทักษิณยังอยู่ในประเทศ จนถึง 12 มีนาคม เพื่อขึ้นศาลคดีที่ดินรัชดา พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนยุติเสนอข่าวผู้นำ 2 คน

นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ และ อดีตที่ปรึกษากฎหมายครอบครัวชินวัตร ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังพำนักในประเทศไทยจนถึงวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดพิจารณาคดีที่ดินย่านรัชดานัดแรก ขณะที่ปฏิเสธเปิดเผยว่าอดีตนายกฯพำนักที่ใด เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอดีตนายกฯและ นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ ได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันแล้ว โดยไม่ได้หารือทางด้านการเมืองพร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้สื่อมวลชนยุติการนำเสนอข่าว ผู้นำสองคนได้แล้ว เพราะอดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะยุติบทบาททางเมือง

นอกจากนี้ นายนพดล ปฏิเสธไม่ทราบถึงกระแสข่าวที่อดีตนายกฯจะออกรอบตีกอล์ฟกับนายกฯกัมพูชา แต่ยืนยันว่าในระหว่างที่ นายสมัคร เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการนั้นอดีตนายกฯไม่ได้เดินทางไปกัมพูชาแต่อย่างใด

ปัดข่าวเขย่าเก้าอี้ธาริษา ขุนคลังชี้ยังทำงานเข้าขากันดี [3 มี.ค. 51 - 11:45]

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าววันนี้ (3 มี.ค.) ว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นหลุดระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีผลในวันนี้ ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด มั่นใจมาตรการต่าง ๆ ที่กระทรวงการคลัง และธปท.ประกาศ ออกมาเมื่อวันศุกร์ สามารถรองรับความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้นได้ เชื่อว่าระยะเวลา 1 สัปดาห์ความผันผวนของค่าเงินบาทจะคลี่คลาย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปลดนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าการ ธปท.เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาสามารถทำงานด้วยกันได้ดี และมีแนวคิดที่สอดคล้องกัน

ด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเข้าทำงานวันแรกหลังล้มป่วย กล่าวว่า สุขภาพตอนนี้แข็งแรงดีมาก ต่อไปจะเร่งทำงานโดยเฉพาะดูแลเรื่องราคาสินค้า ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และการทำงานต้องเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ จะขอหารือกับนพ.สุรพงษ์ ถึงผลกระทบต่อการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ จึงจะบอกได้ว่า กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการอย่างไรต่อไป


นายกควงผบ.ทบ.เยือนกัมพูชาปัดถกเขาพระวิหาร

นายกรัฐมนตรี ควงผู้บัญชาการทหารบก เยือนกัมพูชา ยืนยัน ไม่หยิบยกเรื่องเขาพระวิหารมาหารือ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศ เผยอาจเจรจาในระดับรัฐมนตรี

ย้อนอดีต วีรกรรม 'เสรีพิศุทธิ์' ตำแหน่ง ผบ.ต.ร. ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของประชาชน


ชมรายละเอียด



ภาพการเคลื่อนขบวนสู่บ้านสี่เสาเทเวศน์ ของมวลมหาประชาชน เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยจากผู้นำคณะรัฐประหาร อย่างสงบและสันติ แต่เผชิญกับคำสั่งเข้าสลายประชาชนอย่างรุนแรงจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และ พล.อ ประยุทธ จันทร์โอชา นำเข้าสู่ความรุนแรง และมีประชาชนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จาก hi-thaksin

เช็กบิล [3 มี.ค. 51 - 19:13]

เหมือนว่าการทะยานสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้จะเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งสิ้น จึงเป็นไปอย่างไร้ศิลปะเชิงบริหาร ตรงกันข้ามกลายเป็นการแสดงการใช้อำนาจเพื่อความเกรงขาม

จริงๆแล้วการโยกย้ายข้าราชการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการเมือง ยิ่งเปลี่ยนขั้วอำนาจจาก คมช.มาสู่การเลือกตั้ง มันเหมือนกับคนละขั้วเลยทีเดียว

รายการเช็กบิลจึงเกิดขึ้น

เพียงแต่ว่ามีเหตุมีผลเพียงพอที่จะตอบสังคมได้หรือไม่ มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นเพื่ออะไร เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจหรือมีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง

เพิ่งเริ่มทำงานได้เพียงไม่กี่วัน การโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดี ไล่เรียงกันมาเลย นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ งานนี้ถือเป็นการประเดิม ซึ่งก็แน่นอนว่าตำแหน่งนี้มีผลโดยตรงต่อคดีของอดีตนายกฯทักษิณ

แม้จะอ้างว่านายสุนัยไม่สามารถกุมสภาพดีเอสไอ ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งภายใน หรือมีงานใหม่ที่สำคัญกว่าให้ทำ หรือการสั่งล้างบางตำรวจที่คุมดีเอสไอกลับที่ตั้ง แต่ลงท้ายเหตุผลหลักอยู่ตรงไหน ก็คงจะรู้กันอยู่

ไล่มาอีกนิดที่กระทรวงสาธารณสุข น่าจะเริ่มมาจากปัญหา

ซีแอลยาแก้มะเร็งที่รัฐมนตรีคนใหม่เปิดฉากทันทีด้วยการสั่งทบทวนถึงขั้นยกเลิก ซึ่งรัฐบาล “ขิงแก่” ได้ดำเนินการมา ปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยาทันทีเมื่อมีเสียงคัดค้านแนวคิดรัฐมนตรี

กอปรกับท่วงทำนองของรัฐมนตรีทำให้แรงต้านสูงขึ้น

จนกระทั่งมีคำสั่งย้าย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. และยังมีข่าวจะย้ายผู้ที่รับผิดชอบองค์การเภสัชกรรม

ก็เลยเป็นเรื่องทันที นอกจากแพทย์ชนบทจะประกาศต่อต้านแล้วจะมีการ ถวายฎีกาในเรื่องนี้ด้วยข้อสำคัญก็คือเกิดปฏิกิริยาไม่ ยอมรับ “รัฐมนตรี”

นั่นคือการไม่ยกมือไหว้

แบบนี้ยากครับ...ที่จะทำงานร่วมกันได้ เพราะที่กระทรวงสาธารณสุข นั้นก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ธรรมดา เพราะคนที่นั่นล้วนปัญญาชนที่ไม่ยอม ลงให้ใครง่ายๆ สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปอย่างนี้...เอาไม่อยู่แน่

ไล่หลังอีกวัน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายปราโมช รัฐวินิจก็เรียบร้อยไปอีกราย นายจักรภพ เพ็ญแข คงเงื้อง่ามานานเพราะเล็งเอาไว้แล้ว การย้ายตรงนี้แน่นอนว่าเรื่องการเมืองล้วนๆ เพราะนายปราโมชนั้นได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลขิงแก่

ยิ่งนายจักรภพเข้ามาแบบจะปฏิวัติ “สื่อ” อย่างนี้ ดีที่ไม่เด้ง ตั้งแต่เข้ามาทำงานวันแรก อยากจะดูว่าการจัดระเบียบสื่อรัฐแบบที่ไม่ต้องเชียร์รัฐบาลนั้นหน้าตามันจะเป็นอย่างไร ทั้งนายกฯและ นายจักรภพจะเสกให้มันเกิดขึ้นได้หรือ? จิตจะเที่ยงได้หรือ?

แค่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ถูกตั้งโดยรัฐบาล “ขิงแก่” เท่านั้นแหละ สั่งปลดเลย โดยที่ยังไม่ได้มีความผิดหรือทำอะไรเลย

และล่าสุดก็เรียบร้อยอีกราย ทั้งๆที่เจ้าตัวมั่นใจว่าไม่มีใครทำ ไม่มีใครกล้า อย่างน้อยก็เคยต่อสายกันมา ไม่ได้ไล่บี้กลุ่มอำนาจเก่าอย่างที่ควรจะทำเสียด้วยซ้ำ

สุดท้ายก็เรียบร้อยย้ายไปประจำทำเนียบและให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ขึ้นมารักษาการแทนชั่วคราว รอ ผบ.ตร.ตัวจริงเสียงจริง อีกไม่นาน

รายนี้ก็ไม่ได้บอกเหตุผลว่าเพราะอันใด แต่คงจะต้องสู้กันอีกหลายยก เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส นั้นคงไม่ยอมง่ายๆแน่

สัปดาห์หน้าข่าวว่าจะมีอีก ใหญ่กว่านี้คือระดับ “ปลัดกระทรวง” รอแจ็กพอตอีกหลายราย

ลีลาแบบนี้ คมช.ชิดซ้ายไปได้เลย...

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

ใช้มาตรการเกลือจิ้มเกลือ รับมือยกเลิก 30% [3 มี.ค. 51 - 19:08]

ในที่สุด แบงก์ชาติก็ประกาศ ยกเลิกมาตรการกันเงินสำรองเงินทุนระยะสั้น 30 เปอร์เซ็นต์ ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ 4 โมงเย็นวันศุกร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม คือวันนี้เป็นต้นไป หลังจากใช้มาตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2549 ท่ามกลางเสียงคัดค้านจนต้องค่อยๆ ผ่อนปรนลงมา และยกเลิกไปในที่สุด

วันนี้ทุกฝ่ายคงจับจ้องที่ “ค่าเงินบาท” ว่าจะผันผวนแค่ไหน จะแข็งค่าขึ้นไปที่ 30 บาทต่อดอลลาร์หรือไม่ หลังจากที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31 บาทกว่า

แต่จากการที่ผมได้พูดคุยกับ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เพิ่มเติมหลังจากการแถลงข่าว ท่านผู้ว่าการเชื่อว่า ค่าเงินบาทคงไม่ ผันผวนไปมากมาย เพราะได้ซึมซับข่าวการยกเลิกมาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าส่งออกที่เทขายดอลลาร์ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าได้ซึมซับผลกระทบไปเรียบร้อยแล้ว

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไปที่ 31 บาทกว่าต่อดอลลาร์ในช่วงนี้ ก็เป็นผลมาจาก “ความเชื่อ” ของนักลงทุนที่เชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า มาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ต้องเลิกแน่ จึงมีการเก็งกำไรค่าเงินบาท ดังนั้น เมื่อประกาศออกมาว่าเลิกแน่ ผลกระทบในทางลบก็จะไม่รุนแรงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ที่คนทั่วไปยังไม่ทราบก็คือ

วันนี้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ จะมีผลใช้บังคับเป็นวันแรก พ.ร.บ.แบงก์ชาติใหม่นี้ จะเปิดช่องให้แบงก์ชาติมีเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น อีกมากในการจัดการกับ ความผันผวนของค่าเงินบาท

ยกตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนต่างชาติและพ่อค้าส่งออก เทขายเงินดอลลาร์ในช่วงนี้อีก แบงก์ชาติไม่กลัวอีกแล้ว แต่จะปล่อยเงินบาทออกไปให้แบงก์พาณิชย์ซื้อเงินดอลลาร์แบบไม่อั้น เพราะกฎหมายแบงก์ชาติใหม่ เปิดทางให้แบงก์ชาติรับฝากเงินจากแบงก์พาณิชย์ ได้โดยให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย

วิธีการนี้จะช่วยให้แบงก์ชาติสามารถดูดซับเงินบาทจากธนาคารพาณิชย์ เข้ามาได้อย่างไม่จำกัด ดูดเข้ามาแล้วปล่อยออกไปซื้อดอลลาร์ต่อ หมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้ ดูซิว่าใครจะแข็งกว่ากัน

ในธุรกิจการพนัน เจ้าของบ่อนไม่เคยเสียเปรียบลูกค้าอยู่แล้ว กรณีนี้ก็เช่นกัน

ที่ผ่านมา แบงก์ชาติเป็นเจ้ามือแต่เสียเปรียบลูกค้า เพราะกฎหมายแบงก์ชาติ ไม่เอื้ออำนวย เลยต้องขาดทุนบักโกรกจากการปกป้องค่าเงินบาท

แต่เที่ยวนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว เงินบาทก้อนเดียว แบงก์ชาติสามารถนำไปหมุนซื้อ เงินดอลลาร์ได้อย่างไม่จำกัดรอบ มีแรงขายได้ก็ขายไป แบงก์ชาติซื้อหมด

สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจยกเลิกมาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงนี้ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยืนยันกับผม ไม่ใช่ยกเลิกเพราะถูกกดดัน แต่ได้มีการพูดคุยและเตรียมการมาตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการประชุมร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง และประชุมต่อเนื่องกันมาตลอด เพื่อหามาตรการรองรับและประกาศในเวลาที่เหมาะสม

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม ถือเป็นวันที่เหมาะสม เพราะ พ.ร.บ.แบงก์ชาติใหม่ มีผลบังคับใช้วันแรก ทำให้มีเครื่องมือการเงินใหม่ๆออกมารับมือกับค่าเงินบาท วันนี้เหมือนกัน พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะใหม่ ก็มีผลใช้บังคับเช่นกัน รับกันพอดี

ดังนั้น แบงก์ชาติ กับ กระทรวงการคลัง จึงจับมือกันออกมาตรการ รองรับเป็นแพ็กเกจ มาตรการของแบงก์ชาติ ก็เช่น เพิ่มวงเงินให้คนไทย ไปลงทุนในต่างประเทศเป็น 30,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า (เอ็มแอลอาร์ลบ) ผ่านแบงก์เพื่อปล่อยกู้ธุรกิจเอสเอ็มอี 40,000 ล้านบาท ฯลฯ เป็นต้น

มาตรการกระทรวงการคลังที่จะเสนอ ครม.อังคารนี้ ก็มีการแปลงหนี้ต่างประเทศเป็นเงินบาททันที 3 พันล้านดอลลาร์ เป็นต้น

สองแรงแข็งขันร่วมมือกันอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเอาค่าเงินบาทอยู่ครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย

ยุ่งไม่เสร็จ [3 มี.ค. 51 - 20:13]

การเมืองเปลี่ยนขั้ว ก็เหมือนฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทำให้อากาศแปรปรวนมีทั้งแดดอกสลับฟ้าแลบฟ้าผ่า !!

เอ้อ...มันเป็นบรรยากาศสับสนที่ชวนให้อึดอัด

รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เพิ่งบริหารราชการไม่กี่วัน สั่งย้ายฟ้าผ่าข้าราชการระดับอธิบดี “เพื่อความเหมาะสม” ไปแล้ว 4 คน

มันอะไรกันนักหนาถึงต้องเด้งกันดุเดือด??

“แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะโยกย้ายข้าราชการโดยไม่มีเหตุผล อธิบายให้ชัดเจนแจ่มกระจ่าง

เพราะเมื่อครั้งที่รัฐบาลขิงแก่ร่วมกับ คมช.ใช้อำนาจย้ายข้าราชการ กราวรูดเพื่อสลายขั้วอำนาจเก่า

ครั้งนั้นก็ทำให้ข้าราชการประจำที่ต้องปฏิบัติงานสนองนโยบายรัฐบาลต้องถูกเด้งกันอุตลุด!!

“แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากให้รัฐบาลที่ มาตามระบอบประชาธิปไตยมีการโยกย้ายล้างบางให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

ด้วยความปรารถนาดีก็เตือนกันไว้แค่นี้แหละ

เอาละ...กลับมาที่ประเด็นร้อนๆที่กำลังบานไม่หุบ

กรณีที่ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำคลอดออกมาแล้ว “เป็นโมฆะ”

ไม่มีผลใช้บังคับ

พูดภาษาชาวบ้านคือ...ตายทั้งกลมว่างั้นเหอะ

เพราะการออกกฎหมายสำคัญทั้ง 3 ฉบับไม่ถูกต้องตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด

เนื่องจากการอนุมัติให้ผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเสียงเห็นชอบจากที่ประชุม สนช. “ไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง” ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

แต่ปรากฏว่าคะแนนโหวตผ่านกฎหมายของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่อนุมัติ “ผ่าน” กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ

มีเสียงเห็นชอบไม่เกินกึ่งหนึ่ง

แถมไม่ครบองค์ประชุมอีกตะหาก

ผลก็คือ...กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ กลายเป็นโมฆะ ได้แก่...

1, พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน

2, พ.ร.บ.ปราบปรามทุจริต

และ 3, พ.ร.บ.การตรวจเงินแผ่นดิน

ทั้ง 3 ฉบับเป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องออกภายใน 180 วัน หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้

โอ้อุแม่เจ้า...ก็ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อนะซีพ่อแม่พี่น้อง

งานนี้ต้องโทษหมอตำแย คือ สนช. ที่ทำคลอดกฎหมายโดยไม่ปฏิบัติตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่ความยุ่งยากมันไม่หยุดแค่นี้...ยังมีภาค 2 ต่อไปอีก

เพราะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่าบรรดากฎหมายที่ สนช.ทำคลอดไว้จำนวนทั้งสิ้น 219 ฉบับ ว่ามีกฎหมายฉบับใดบ้างที่ได้รับอนุมัติผ่านออกมาใช้โดยองค์ประชุมไม่ครบ??

ปรากฏว่ามีกฎหมายประมาณ 150 ฉบับ ที่องค์ประชุมไม่ครบและมีผลบังคับใช้ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่

“แม่ลูกจันทร์” ฟังแล้วก็ปวดกะโหลก

แต่ยังดี...ที่มีกฎหมายรุ่นหลังที่กำลังรอคิวประกาศราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้อีก 77 ฉบับ

หลายฝ่ายเรียกร้องว่าอย่าเพิ่งประกาศใช้เดี๋ยวจะแก้ไขลำบาก

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยว่าต้องนำกฎหมายทุกฉบับมาตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

เพราะกฎหมายทุกฉบับต้องใช้บังคับกับคนไทยทุกคน

ถ้าขั้นตอนการออกกฎหมายผิด หากเอาไปใช้บังคับก็ยิ่งผิด!!

และถ้ารู้ว่าผิดภายหลังก็ยิ่งยุ่งกันใหญ่

แล้วตอนนั้นใครจะรับผิดชอบ...ก็นั่นน่ะซีพับเผื่อย.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว

เสรีพิศุทธ์รายงานตัวนายกฯวันนี้ เลิกถามเหตุเด้ง [3 มี.ค. 51 - 04:03]

สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้ายฟ้าผ่าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงหลายเรื่อง โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้น เช้าวานนี้ (2 มี.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตบางพลัด บริเวณวัดเจ้าอาม ว่า ในวันนี้ (3 มี.ค.) จะเข้ารายงานตัวกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะไม่มีการสอบถามเหตุผลคำสั่งโยกย้ายแล้ว เนื่องจากทราบเหตุผลคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยทั้ง 3 เรื่องทางสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งจะไม่ทำเรื่องฟ้องศาลปกครอง เพราะไม่รู้จะยื่นฟ้องไปทำไม ไม่ได้เกิดประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วในคดีอาญาจะฟ้องหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการก่อน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะยื่นฟ้องในคดีอาญา เมื่อถามว่ารู้สึกท้อแท้กับคำสั่งที่ออกมาหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าไม่รู้สึกท้อถอย เพราะชาชินกับระบบการเมืองไทย ตนอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ต่อข้อถามว่า มีอะไรจะฝากถึง พล.ต.อ.พัชรวาท รักษาการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องบอกฝากผ่านสื่อ เพราะตนจะเข้าไปพบพูดคุยฝากงานเป็นเรื่องส่วนตัว โดยจะไม่เปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบ ส่วนข้อถามว่าหลังคำสั่งย้ายไปช่วยราชการจะตัดสินใจลาออกสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ขอให้เคลียร์เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมก่อน


แค้นแฝงเกมล้างบาง [3 มี.ค. 51 - 03:55]

เปิดฉากด้วยคิวของนายสุนัย มโนมัยอุดม ผู้โชคดีทางบ้านรายแรกที่ประเดิมเกมผลัดอำนาจ โดนเด้งจากเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปนั่งรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.)

ตามมาติดๆด้วยรายของ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดนเชือดสังเวยซีแอลยา ไม่ทันได้หายใจหายคอก็ตามด้วยคำสั่งย้ายนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ไปนั่งบีบสิวช่วยราชการอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

และล่าสุดสดๆร้อนๆถึงคิวฟ้าผ่ากรมปทุมวัน คำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

4 รายซ้อนๆภายใน 2 สัปดาห์

เป็นไปตามที่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งสัญญาณนำร่อง รัฐบาลจะคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการที่โดนโยกย้าย อย่างไม่เป็นธรรมในสมัยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร

เดินหน้าแผนหักดิบเครือข่ายมือที่มองไม่เห็น ไม่ให้มีหน้าที่ทำ

มายังไงก็ไปอย่างนั้น

ไอ้ที่อ้างกันเรื่องการโยกย้ายเพื่อความเหมาะสม มันก็แค่ประโยคพื้นๆที่เอาไว้บันทึกในหนังสือราชการ

ออกตัวกันตามสคริปต์

แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง มันก็รู้ๆกัน โดยเงื่อนไขการล้างบางแต่ละคิวมันแฝงรอยแค้นอยู่

นายสุนัยผู้มีผลงานโดดเด่นในการเดินหน้าไล่บี้คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) จนถึงขั้นที่ลากเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เข้ามอบตัว พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา

เมื่อถูกส่งมาทุบกันโดยเฉพาะกิจ ก็โดนเด้งเป็นการเฉพาะเจาะจง

เช่นเดียวกับนายปราโมชผู้ฝากรอยแค้นไว้ให้ทีมงานพีทีวีที่มีคนชื่อ “จักรภพ เพ็ญแข” เป็นหัวหอกใหญ่ ไล่ทุบไล่ต้อน บล็อกไม่ให้ฝ่ายเชียร์ทักษิณออกอากาศ ในทางตรงกันข้ามก็เปิดทางให้สื่อขาใหญ่ค่ายพันธมิตรฯ จัดรายการออกช่อง 11

เคยเลือกปฏิบัติมา ก็ต้องเจอเลือกปฏิบัติไป

ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ไม่ใช่ย่อย กับบทเฮี้ยวๆเฮี้ยบๆในการล็อกตัวแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ส่งตัวไปนอนเรือนจำคลองเปรม ลิ้มรสชาติการติดคุก โทษฐานบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ตะโกนด่า “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ที่สำคัญเลย การเข้าสู่เก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ถือเป็นวิบากกรรมของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. ที่ตกเก้าอี้ไปแบบบอบช้ำ

บู๊หักดิบเขามา ก็เลยเจอคิวหักดิบโหดๆไป

แน่นอน โดยกระบวนท่าที่ออกมาในลักษณะทีใครทีมัน รัฐบาล “สมัคร 1” เปิดปฏิบัติการย้ายล้างบางข้าราชการระดับบิ๊กที่ได้รับแต่งตั้งในยุครัฐบาลจากการรัฐประหาร

ปากบอก “สมานฉันท์” แต่พฤติกรรมส่งสารท้ารบ

เกมไม่น่าจะจบง่ายๆ

แต่ก็เป็นอะไรที่น่าจับตา กับปรากฏการณ์ขับเคลื่อนของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในนามเลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) จับมือกับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในสถานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของ สปท. แท็กทีมแถลงข่าวเปิดหน้าโชว์ตัวแนวร่วม

ไล่ตั้งแต่ “บุรุษคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สนช. รับบทประธานที่ปรึกษา สปท. นายปราโมทย์ นาครทรรพ นายไพศาล พืชมงคล นายประพันธ์ คูณมี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า รั้งหน้าที่ทีมกุนซือ

ม็อบต้าน “ทักษิณ” แตกตัว

เสมือนเปิดแบรนด์ใหม่ เตรียมค่ายรวมพลสำรอง ภายหลังจากชื่อของพันธมิตรฯลดพลังลงไปตามกาลเวลาและธาตุแท้ ของคน

มนต์ไม่ขลังเหมือนเก่า.

ทีมการเมือง

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

นายกรัฐมนตรีเยือนกัมพูชา

นายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประเทศที่ 2 หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ชมรายละเอียด
อัพเดตเมื่อ 2008-03-02 20:15:47