WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 3, 2008

ปล่อยข่าวปลด'ธาริษา'

รองนายกฯและรมว.คลัง ยืนยันไม่มีแนวคิดปลด ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยรวมถึงยังไม่ปรับเปลี่ยนผู้บริหารกระทรวงการคลังด้วย

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวยืนยันว่าตนไม่มีแนวคิดที่ปลดนางธาริษา วัฒนเกสออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และขณะนี้การทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทยได้สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของกระทรวงการคลัง รวมถึงภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ รองนายกฯและรมว.คลัง ยังกล่าวด้วยว่า ไม่มีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารภายในกระทรวงการคลังด้วย

'สนทนาประสาสมัคร' ทางเลือกไม่ใช่เรตติ้ง

รายการ'สนทนาประสาสมัคร' หนทางรับใช้สังคมมาก่อนเรตติ้งแน่นอน

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ใช้รายการ “สนทนาประสาสมัคร” วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นโดยเฉพาะสื่อมวลชนว่า ในรายการส่วนใหญ่จะเป็นการชี้แจงการบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายกรัฐมนตรีได้อาสารัฐมนตรีในการอธิบายความต่อสังคม ส่วนเรื่องอื่นที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงกับสังคมแสดงว่าอยากให้ประชาชนได้รู้ถึงความในใจของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี อย่าลืมว่าเหตุการณ์บ้านเมือง ยังไม่อยู่ในสภาพที่ไว้วางใจได้ทั้งหมด เครือข่ายที่นำมาสู่ปัญหาของรัฐบาลชุดก่อนการรัฐประหาร หลายส่วนยังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่น กลไกที่ผ่านทางสื่อมวลชน ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ใช่สื่อมวลชน เป็นการแฝงตัวเข้ามาเท่านั้น กลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์ทางการเมืองก็ยังมี
นายจักรภพ กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจนายกรัฐมนตรีที่จะต้องบอกกล่าวกับประชาชนทั่วประเทศว่าเหตุการณ์นี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องอดทนกันอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีบ่นผ่านรายการ “สนทนาประสาสมัคร” เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เพราะทำให้สังคมรู้ว่าอย่าได้หลงกับภาพลักษณ์ประชาธิปไตย รัฐบาลชุดนี้ได้รับการเลือกตั้งจากระบอบประชาธิปไตย และจะต้องผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในบ้านเมือง เพราะยังมีหลายฝ่ายที่ไม่อยากเห็นประชาธิปไตยเจริญก้าวหน้าในบ้านเมืองนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์จะมีวิธีการทำให้เรตติ้งของนายกรัฐมนตรีสูงขึ้นหรือไม่ หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับประเทศไทย นายจักรภพ กล่าวว่า เราคงไม่ได้มองระดับความนิยมของใคร และนายกรัฐมนตรีถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง มากกว่าสิ่งที่ทำแล้วได้คะแนนอย่างเดียว ทุกคนอยากเป็นที่ชื่นชอบทั้งนั้น แต่ถ้าหากรับผิดชอบเป็นนายกรัฐมนตรีหรือคนที่บริหารบ้านเมือง สิ่งที่ถูกต้องจะต้องมาก่อน ดังนั้นเราจึงไม่มีแผนที่จะทำเรื่องเรตติ้งหรือความนิยม แต่เรามุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง

ร.ต.อ.เฉลิม หนุนเปิดบ่อนเสรี พร้อมทำทันที หาก สมัคร มอบหมาย

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนแนวคิด นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะให้เปิดบ่อนเสรี และพร้อมจะดำเนินการ หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทำ เพราะมีข้อมูลอยู่ และนักวิชาการส่วนหนึ่งก็ได้ทำวิจัยเรื่องนี้ไว้ แต่เวลานี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้มอบหมาย ส่วนข้อคัดค้านจากนักวิชาการที่เห็นว่า ขัดต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียง เห็นว่าเป็นธรรมชาติของสังคมไทย หากมีการทำความเข้าใจ ก็สามารถเดินหน้าไปได้ เช่น มาเลเซีย เป็นประเทศที่เคร่งศาสนา แต่ก็ยังทำได้


“ผมขอบอกว่า แนวคิดของนายสมัครเป็นแนวคิดที่ International และผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ใครคัดค้าน เราจะต้องเร่งทำความเข้าใจ อาจจะใช้วิธีจัดโซนนิ่ง หรือเน้นสำหรับนักท่องเที่ยว และจำกัดผู้เล่นที่เป็นคนไทย ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก ก่อนที่จะดำเนินการ ก็น่าจะทำประชาพิจารณ์ทั้งประเทศ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งให้ใครรับผิดชอบโดยตรง ที่ผ่านมา การแก้ปัญหายาเสพติดมีการตั้งผู้รับผิดชอบ 3 แนวทาง คือ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงเป็นประธาน และให้รัฐมนตรีมหาดไทยเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ยังไม่มีการแต่งตั้งใคร กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และขอปฏิเสธอีกครั้งว่าไม่มีนโยบายฆ่าตัดตอน.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-03 11:49:05

มท.1 ทำหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้านฯ วันนี้ ขอข้อมูลใต้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาภาคใต้ ว่า ภายในวันนี้ (3 มี.ค.) จะส่งหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อขอข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ในฐานะที่มี ส.ส.ในพื้นที่จำนวนมาก และพร้อมตอบรับคำเชิญ หากจะให้ไปพบปะพูดคุยที่พรรคประชาธิปัตย์ หรือที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าไม่สะดวกจะส่งเป็นหนังสือ หรือข้อมูลกลับมาก็ยินดี โดยจะนำสิ่งที่ได้มาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทั้งในมุมมองของผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะนายกรัฐมนตรีเงา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงาด้วย.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-03 11:45:53

นพดลยันทักษิณยังอยู่ในปท.วอนสื่อยุติตีข่าวผู้นำ2คน

รัฐมนตรีต่างประเทศ ยืนยันอดีตนายกฯ ทักษิณยังอยู่ในประเทศ จนถึง 12 มีนาคม เพื่อขึ้นศาลคดีที่ดินรัชดา พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนยุติเสนอข่าวผู้นำ 2 คน

นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ และ อดีตที่ปรึกษากฎหมายครอบครัวชินวัตร ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังพำนักในประเทศไทยจนถึงวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดพิจารณาคดีที่ดินย่านรัชดานัดแรก ขณะที่ปฏิเสธเปิดเผยว่าอดีตนายกฯพำนักที่ใด เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอดีตนายกฯและ นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ ได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันแล้ว โดยไม่ได้หารือทางด้านการเมืองพร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้สื่อมวลชนยุติการนำเสนอข่าว ผู้นำสองคนได้แล้ว เพราะอดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะยุติบทบาททางเมือง

นอกจากนี้ นายนพดล ปฏิเสธไม่ทราบถึงกระแสข่าวที่อดีตนายกฯจะออกรอบตีกอล์ฟกับนายกฯกัมพูชา แต่ยืนยันว่าในระหว่างที่ นายสมัคร เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการนั้นอดีตนายกฯไม่ได้เดินทางไปกัมพูชาแต่อย่างใด

ปัดข่าวเขย่าเก้าอี้ธาริษา ขุนคลังชี้ยังทำงานเข้าขากันดี [3 มี.ค. 51 - 11:45]

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าววันนี้ (3 มี.ค.) ว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นหลุดระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีผลในวันนี้ ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด มั่นใจมาตรการต่าง ๆ ที่กระทรวงการคลัง และธปท.ประกาศ ออกมาเมื่อวันศุกร์ สามารถรองรับความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้นได้ เชื่อว่าระยะเวลา 1 สัปดาห์ความผันผวนของค่าเงินบาทจะคลี่คลาย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปลดนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าการ ธปท.เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาสามารถทำงานด้วยกันได้ดี และมีแนวคิดที่สอดคล้องกัน

ด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเข้าทำงานวันแรกหลังล้มป่วย กล่าวว่า สุขภาพตอนนี้แข็งแรงดีมาก ต่อไปจะเร่งทำงานโดยเฉพาะดูแลเรื่องราคาสินค้า ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และการทำงานต้องเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ จะขอหารือกับนพ.สุรพงษ์ ถึงผลกระทบต่อการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ จึงจะบอกได้ว่า กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการอย่างไรต่อไป


นายกควงผบ.ทบ.เยือนกัมพูชาปัดถกเขาพระวิหาร

นายกรัฐมนตรี ควงผู้บัญชาการทหารบก เยือนกัมพูชา ยืนยัน ไม่หยิบยกเรื่องเขาพระวิหารมาหารือ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศ เผยอาจเจรจาในระดับรัฐมนตรี

ย้อนอดีต วีรกรรม 'เสรีพิศุทธิ์' ตำแหน่ง ผบ.ต.ร. ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของประชาชน


ชมรายละเอียด



ภาพการเคลื่อนขบวนสู่บ้านสี่เสาเทเวศน์ ของมวลมหาประชาชน เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยจากผู้นำคณะรัฐประหาร อย่างสงบและสันติ แต่เผชิญกับคำสั่งเข้าสลายประชาชนอย่างรุนแรงจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และ พล.อ ประยุทธ จันทร์โอชา นำเข้าสู่ความรุนแรง และมีประชาชนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จาก hi-thaksin

เช็กบิล [3 มี.ค. 51 - 19:13]

เหมือนว่าการทะยานสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้จะเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งสิ้น จึงเป็นไปอย่างไร้ศิลปะเชิงบริหาร ตรงกันข้ามกลายเป็นการแสดงการใช้อำนาจเพื่อความเกรงขาม

จริงๆแล้วการโยกย้ายข้าราชการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการเมือง ยิ่งเปลี่ยนขั้วอำนาจจาก คมช.มาสู่การเลือกตั้ง มันเหมือนกับคนละขั้วเลยทีเดียว

รายการเช็กบิลจึงเกิดขึ้น

เพียงแต่ว่ามีเหตุมีผลเพียงพอที่จะตอบสังคมได้หรือไม่ มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นเพื่ออะไร เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจหรือมีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง

เพิ่งเริ่มทำงานได้เพียงไม่กี่วัน การโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดี ไล่เรียงกันมาเลย นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ งานนี้ถือเป็นการประเดิม ซึ่งก็แน่นอนว่าตำแหน่งนี้มีผลโดยตรงต่อคดีของอดีตนายกฯทักษิณ

แม้จะอ้างว่านายสุนัยไม่สามารถกุมสภาพดีเอสไอ ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งภายใน หรือมีงานใหม่ที่สำคัญกว่าให้ทำ หรือการสั่งล้างบางตำรวจที่คุมดีเอสไอกลับที่ตั้ง แต่ลงท้ายเหตุผลหลักอยู่ตรงไหน ก็คงจะรู้กันอยู่

ไล่มาอีกนิดที่กระทรวงสาธารณสุข น่าจะเริ่มมาจากปัญหา

ซีแอลยาแก้มะเร็งที่รัฐมนตรีคนใหม่เปิดฉากทันทีด้วยการสั่งทบทวนถึงขั้นยกเลิก ซึ่งรัฐบาล “ขิงแก่” ได้ดำเนินการมา ปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยาทันทีเมื่อมีเสียงคัดค้านแนวคิดรัฐมนตรี

กอปรกับท่วงทำนองของรัฐมนตรีทำให้แรงต้านสูงขึ้น

จนกระทั่งมีคำสั่งย้าย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. และยังมีข่าวจะย้ายผู้ที่รับผิดชอบองค์การเภสัชกรรม

ก็เลยเป็นเรื่องทันที นอกจากแพทย์ชนบทจะประกาศต่อต้านแล้วจะมีการ ถวายฎีกาในเรื่องนี้ด้วยข้อสำคัญก็คือเกิดปฏิกิริยาไม่ ยอมรับ “รัฐมนตรี”

นั่นคือการไม่ยกมือไหว้

แบบนี้ยากครับ...ที่จะทำงานร่วมกันได้ เพราะที่กระทรวงสาธารณสุข นั้นก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ธรรมดา เพราะคนที่นั่นล้วนปัญญาชนที่ไม่ยอม ลงให้ใครง่ายๆ สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปอย่างนี้...เอาไม่อยู่แน่

ไล่หลังอีกวัน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายปราโมช รัฐวินิจก็เรียบร้อยไปอีกราย นายจักรภพ เพ็ญแข คงเงื้อง่ามานานเพราะเล็งเอาไว้แล้ว การย้ายตรงนี้แน่นอนว่าเรื่องการเมืองล้วนๆ เพราะนายปราโมชนั้นได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลขิงแก่

ยิ่งนายจักรภพเข้ามาแบบจะปฏิวัติ “สื่อ” อย่างนี้ ดีที่ไม่เด้ง ตั้งแต่เข้ามาทำงานวันแรก อยากจะดูว่าการจัดระเบียบสื่อรัฐแบบที่ไม่ต้องเชียร์รัฐบาลนั้นหน้าตามันจะเป็นอย่างไร ทั้งนายกฯและ นายจักรภพจะเสกให้มันเกิดขึ้นได้หรือ? จิตจะเที่ยงได้หรือ?

แค่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ถูกตั้งโดยรัฐบาล “ขิงแก่” เท่านั้นแหละ สั่งปลดเลย โดยที่ยังไม่ได้มีความผิดหรือทำอะไรเลย

และล่าสุดก็เรียบร้อยอีกราย ทั้งๆที่เจ้าตัวมั่นใจว่าไม่มีใครทำ ไม่มีใครกล้า อย่างน้อยก็เคยต่อสายกันมา ไม่ได้ไล่บี้กลุ่มอำนาจเก่าอย่างที่ควรจะทำเสียด้วยซ้ำ

สุดท้ายก็เรียบร้อยย้ายไปประจำทำเนียบและให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ขึ้นมารักษาการแทนชั่วคราว รอ ผบ.ตร.ตัวจริงเสียงจริง อีกไม่นาน

รายนี้ก็ไม่ได้บอกเหตุผลว่าเพราะอันใด แต่คงจะต้องสู้กันอีกหลายยก เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส นั้นคงไม่ยอมง่ายๆแน่

สัปดาห์หน้าข่าวว่าจะมีอีก ใหญ่กว่านี้คือระดับ “ปลัดกระทรวง” รอแจ็กพอตอีกหลายราย

ลีลาแบบนี้ คมช.ชิดซ้ายไปได้เลย...

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

ใช้มาตรการเกลือจิ้มเกลือ รับมือยกเลิก 30% [3 มี.ค. 51 - 19:08]

ในที่สุด แบงก์ชาติก็ประกาศ ยกเลิกมาตรการกันเงินสำรองเงินทุนระยะสั้น 30 เปอร์เซ็นต์ ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ 4 โมงเย็นวันศุกร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม คือวันนี้เป็นต้นไป หลังจากใช้มาตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2549 ท่ามกลางเสียงคัดค้านจนต้องค่อยๆ ผ่อนปรนลงมา และยกเลิกไปในที่สุด

วันนี้ทุกฝ่ายคงจับจ้องที่ “ค่าเงินบาท” ว่าจะผันผวนแค่ไหน จะแข็งค่าขึ้นไปที่ 30 บาทต่อดอลลาร์หรือไม่ หลังจากที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31 บาทกว่า

แต่จากการที่ผมได้พูดคุยกับ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เพิ่มเติมหลังจากการแถลงข่าว ท่านผู้ว่าการเชื่อว่า ค่าเงินบาทคงไม่ ผันผวนไปมากมาย เพราะได้ซึมซับข่าวการยกเลิกมาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าส่งออกที่เทขายดอลลาร์ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าได้ซึมซับผลกระทบไปเรียบร้อยแล้ว

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไปที่ 31 บาทกว่าต่อดอลลาร์ในช่วงนี้ ก็เป็นผลมาจาก “ความเชื่อ” ของนักลงทุนที่เชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า มาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ต้องเลิกแน่ จึงมีการเก็งกำไรค่าเงินบาท ดังนั้น เมื่อประกาศออกมาว่าเลิกแน่ ผลกระทบในทางลบก็จะไม่รุนแรงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ที่คนทั่วไปยังไม่ทราบก็คือ

วันนี้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ จะมีผลใช้บังคับเป็นวันแรก พ.ร.บ.แบงก์ชาติใหม่นี้ จะเปิดช่องให้แบงก์ชาติมีเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น อีกมากในการจัดการกับ ความผันผวนของค่าเงินบาท

ยกตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนต่างชาติและพ่อค้าส่งออก เทขายเงินดอลลาร์ในช่วงนี้อีก แบงก์ชาติไม่กลัวอีกแล้ว แต่จะปล่อยเงินบาทออกไปให้แบงก์พาณิชย์ซื้อเงินดอลลาร์แบบไม่อั้น เพราะกฎหมายแบงก์ชาติใหม่ เปิดทางให้แบงก์ชาติรับฝากเงินจากแบงก์พาณิชย์ ได้โดยให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย

วิธีการนี้จะช่วยให้แบงก์ชาติสามารถดูดซับเงินบาทจากธนาคารพาณิชย์ เข้ามาได้อย่างไม่จำกัด ดูดเข้ามาแล้วปล่อยออกไปซื้อดอลลาร์ต่อ หมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้ ดูซิว่าใครจะแข็งกว่ากัน

ในธุรกิจการพนัน เจ้าของบ่อนไม่เคยเสียเปรียบลูกค้าอยู่แล้ว กรณีนี้ก็เช่นกัน

ที่ผ่านมา แบงก์ชาติเป็นเจ้ามือแต่เสียเปรียบลูกค้า เพราะกฎหมายแบงก์ชาติ ไม่เอื้ออำนวย เลยต้องขาดทุนบักโกรกจากการปกป้องค่าเงินบาท

แต่เที่ยวนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว เงินบาทก้อนเดียว แบงก์ชาติสามารถนำไปหมุนซื้อ เงินดอลลาร์ได้อย่างไม่จำกัดรอบ มีแรงขายได้ก็ขายไป แบงก์ชาติซื้อหมด

สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจยกเลิกมาตรการ 30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงนี้ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยืนยันกับผม ไม่ใช่ยกเลิกเพราะถูกกดดัน แต่ได้มีการพูดคุยและเตรียมการมาตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการประชุมร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง และประชุมต่อเนื่องกันมาตลอด เพื่อหามาตรการรองรับและประกาศในเวลาที่เหมาะสม

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม ถือเป็นวันที่เหมาะสม เพราะ พ.ร.บ.แบงก์ชาติใหม่ มีผลบังคับใช้วันแรก ทำให้มีเครื่องมือการเงินใหม่ๆออกมารับมือกับค่าเงินบาท วันนี้เหมือนกัน พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะใหม่ ก็มีผลใช้บังคับเช่นกัน รับกันพอดี

ดังนั้น แบงก์ชาติ กับ กระทรวงการคลัง จึงจับมือกันออกมาตรการ รองรับเป็นแพ็กเกจ มาตรการของแบงก์ชาติ ก็เช่น เพิ่มวงเงินให้คนไทย ไปลงทุนในต่างประเทศเป็น 30,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า (เอ็มแอลอาร์ลบ) ผ่านแบงก์เพื่อปล่อยกู้ธุรกิจเอสเอ็มอี 40,000 ล้านบาท ฯลฯ เป็นต้น

มาตรการกระทรวงการคลังที่จะเสนอ ครม.อังคารนี้ ก็มีการแปลงหนี้ต่างประเทศเป็นเงินบาททันที 3 พันล้านดอลลาร์ เป็นต้น

สองแรงแข็งขันร่วมมือกันอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเอาค่าเงินบาทอยู่ครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย